บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2697931

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ จัดงาน World No Tobacco Day 2023 วันงดสูบบุหรี่โลก

31 พ.ค. 2566 04:53 น.

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ จัดงาน World No Tobacco Day 2023 วันงดสูบบุหรี่โลก

@รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ จัดงาน World No Tobacco Day 2023 เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก เพื่อสร้างความรู้ถึงพิษภัยพร้อมแนะวิธีดูแลสุขภาพปอด โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุดในโลก วันงดสูบบุหรี่โลก ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2566

  • วันนี้ถือเป็น วันงดสูบบุหรี่โลก ของทุกปี องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญรณรงค์ปีนี้ Grow Food, Not Tobacco รณรงค์ให้ชาวโลก ปลูกอาหารแทนการปลูกต้นยาสูบ เพื่อแก้ปัญหาโลกขาดแคลนอาหาร มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ของ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กำหนดคำขวัญรณรงค์ของประเทศไทย “บุหรี่ไฟฟ้า มีสารพิษ เสพติด อันตราย” เพื่อรณรงค์ให้ “คนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งเป็น สิ่งเสพติดผิดกฎหมาย แต่หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ กรมศุลกากร ตำรวจไทย ก็ยังปล่อยให้มีการขายกันเกร่อ
  • บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อสุขภาพและสังคมมากมาย ไปอ่านคำเตือนจาก องค์การอนามัยโลก ดูครับ “บุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษหลายชนิดที่สูงกว่าบุหรี่ธรรมดา สารพิษบางชนิดในบุหรี่ไฟฟ้าบางชนิดไม่เคยพบมาก่อนในบุหรี่ธรรมดา การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ อันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง” ใครที่ยัง สูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่ธรรมดา ก็เหมือน การฆ่าตัวตายทางอ้อม
  • ประสา “ไต้ฝุ่น” ได้แต่ชักชวนท่านผู้อ่านที่เคารพ เลิกสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้ากันเถอะครับ เพื่อสุขภาพที่ดีของท่านเอง เพื่อสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัวอันเป็นที่รัก เพราะ บุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้ามีแต่พิษภัยมหาศาล ไม่เพียงผู้สูบต้องตายผ่อนส่ง คนในครอบครัวที่รับเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไปในร่างกาย ก็ตกอยู่ในสภาพต้องตายผ่อนส่งเหมือนกัน เลิกได้วันนี้ดีที่สุด
  • การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีตุรกีรอบ 2 วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเออร์โดกัน วัย 69 ปี สามารถคว้าชัยได้รับการเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีตุรกีสมัยที่ 3 ด้วย คะแนนเสียงกว่า 52.14% ชนะคู่แข่งจากพรรคฝ่ายค้าน เคมัล คิลิกดาโรกลู วัย 74 ปี ที่ได้ไป 47.86% การนับคะแนนรู้ผลในวันเดียว ไม่ต้องรอการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการไปอีก 60 วันเหมือนประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยกลไกกับดักมากมาย
  • การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีตุรกี ผู้ชนะต้องได้คะแนนเสียงจากประชาชน 50% ขึ้นไป รอบแรกเออร์โดกันได้ไป 49.5% คู่แข่งจากพรรคฝ่ายค้านได้ 44.9% ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยการเลือกตั้งรอบ 2 ถ้าเป็นเมืองไทยคงโวยกันแหลก การนับคะแนนรอบ 2 ยังไม่จบ แต่ เออร์โดกันได้คะแนนนำไป 52.14% ต่อ 47.86% กกต.ตุรกีก็ประกาศให้ ประธานาธิบดีเออร์โดกัน เป็นฝ่ายชนะ ไม่ต้องรอการรับรองผลทุกหน่วยเลือกตั้งเหมือน กกต.ไทยแลนด์ แล้วแช่เย็นผลคะแนนไปอีก 60 วัน
  • ไปดู การเดินหน้าฟอร์มรัฐบาล 8 พรรค ของ พรรคก้าวไกล ที่ได้ ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 ยังเดินหน้าไปด้วยดีไม่สะดุด “ไต้ฝุ่น” ชม ความนิ่ง ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกฯคนที่ 30 ไม่ออกอาการกับสารพัดข่าวและเกมการเมือง เพื่อสั่นสะเทือนเก้าอี้นายกฯ จะเป็นผู้นำประเทศต้องมีวุฒิภาวะแบบนี้
  • เมื่อวานนี้ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล หัวหน้าทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล นัดคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 8 พรรค ไปพูดคุยกันที่ พรรคประชาชาติ ของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา เพื่อหารือเรื่องการทำงานตาม นโยบายใน MOU และ ปัญหาตกค้างที่รัฐบาลเก่าสร้างปัญหาไว้ จะหมุนเวียนไปพูดคุยตามพรรคต่างๆอย่างเปิดเผย แทนที่จะไปแอบคุยกันลับๆที่ เซฟเฮาส์ เหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
  • เรื่อง เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังร้อนตามสื่อ ชัยธวัช ตุลาธน บอกว่า ความขัดแย้งไม่ได้รุนแรงเหมือนที่ปรากฏในหน้าสื่อ การประสานงานพูดคุยก็เป็นไปด้วยดี วันศุกร์ที่แล้วก็ได้คุยกับพรรคเพื่อไทยเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ ทั้ง ก้าวไกล และ เพื่อไทย เห็นตรงกันว่า ควรหยุดให้ข่าวประเด็นนี้แล้วหันกลับมาคุยกันภายใน เดี๋ยวจะกลายเป็น โพสต์พาพัง
  • ประเด็นที่ “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า ควรคุยกันให้จบโดยเร็ว เพื่อความสบายใจของภาคธุรกิจและตลาดทุน ก็คือ ประเด็นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาททันทีใน 100 วันแรก ที่มีเสียงค้านจากธุรกิจท่องเที่ยวและเอสเอ็มอีมากมาย เพราะยังไม่ฟื้นจากช่วงโควิด และ รัฐสวัสดิการ ที่ต้องใช้เงินมหาศาล แต่ยังไม่เห็นแนวทางการหารายได้จากพรรคก้าวไกล วันนี้ รัฐบาลมีหนี้ท่วมหัวจากรัฐบาลก่อนกว่า 61% ของจีดีพีแล้ว ต้องกู้มาใช้ทุกปี พรรคก้าวไกลต้องหาเงินให้เป็นมากกว่าการใช้เงิน อย่าสร้างหนี้ให้ท่วมไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะจนกันทั้งประเทศ
  • จีนเริ่มเปิดประเทศ อรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานหลักสูตร สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก็ลัดฟ้าไป กรุงปักกิ่ง ประสานงานเตรียมนำผู้เข้าอบรมหลักสูตร วทจ.รุ่น 3-4-5 กว่า 300 คน ไปเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ “ไต้ฝุ่น” เห็นตัวเลขผู้เข้าอบรมแล้วคงต้องเหมาเครื่องบิน 2 ลำ เหมาโรงแรมที่กรุงปักกิ่งอีกสองโรงแรงจึงจะพอ
  • งานนี้สายกินต้องไม่พลาด ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสารอาหารชื่อดัง Gourmet & Cuisine ร่วมกับ ศิษย์เก่าเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ยกทัพร้านอาหารดังจาก ศิษย์เก่า เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กว่า 40 ร้าน ไปให้ช็อปชิมกันจุใจในงาน Gourmet Foodie Fest 2023 ในคอนเซปต์ Alumni Market ตั้งแต่ 1-4 มิถุนายน 2566 เวลา 10.00-21.00 น. ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
  • เมนูซิกเนเจอร์ ล้วนน่ากินทั้งนั้น อาทิ ร้าน James Boulangerie อูจิมัตฉะถั่วแดงซอฟต์เสิร์ฟท็อปด้วยไอศกรีมพรีเมียม ร้าน La Lune Macaron & Pastries มาการองลิ้นจี่ซอร์เบต์มะม่วงน้ำดอกไม้และพีช ร้าน Ta’s Patisserie เค้กดาร์กช็อกโกแลตมูสซ้อนกัน 9 ชั้น ฯลฯ ยังมีเวิร์กช็อปเอาใจคนรักอาหารตลอดทั้ง 4 วัน ที่เซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์
  • อรรถสิทธิ์ ดำรงรัตน์ ประธานฝ่ายหารายได้ สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา เตรียมจัดกิจกรรม เดินวิ่ง ปิ่นหทัย ครั้งที่ 22 วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ค่าสมัคร 400 บาท 600 บาท ไปจนถึง VVIP 2,500 บาท สมัครได้ที่ LINE : @RunOnline l https://run-online.com/pinhathairun 2023
  • บนแผงวันนี้ BAZAAR Thailand รายงานล่าสุดจากรันเวย์โอต์กูตูร์, ศิลปวัฒนธรรม ภาพลักษณ์ทางการเมืองสุดท้ายจาก “จอมพล ป.นักประชาธิปไตย”, อนุสาร อ.ส.ท. พาลงคลองล่องสวน, หนังสือ ประวัติวรรณคดีไทย 2 (สมัยธนบุรี-สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น) โดย ว่าที่ร้อยตรี ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ, การสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา โดย ผศ.ดร.วิลาวัลย์ โพธิ์ทอง, นิตยสารฟอร์มูลา จับ 2 สายพันธุ์แรงตั้งแต่เกิด AUDI RS3 vs MERCEDES-AMG A45
  • งานศพ วิเชียร สุนันท์คณาภรณ์ (โต) ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.กำแพงเพชร ตั้งสวดที่วัดพัฒนราษฎร์บำรุง ต.ป่าพุทรา อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ถึง 1 มิ.ย. และฌาปนกิจ 2 มิ.ย. เวลา 15.00 น.
  • เผา ศรีทน ปิยะโชติ บิดา สุรพงษ์ ปิยะโชติ นายก อบจ.กาญจนบุรี ที่วัดเจ็ดยอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เวลา 14.00 น. วันที่ 1 มิ.ย.

“ไต้ฝุ่น”

หมีดำบุกกินคัพเค้ก 60 ชิ้นจากร้านเบเกอรีในสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698252

หมีดำบุกกินคัพเค้ก 60 ชิ้นจากร้านเบเกอรีในสหรัฐฯ

31 พ.ค. 2566 13:32 น.

หมีดำบุกกินคัพเค้ก 60 ชิ้นจากร้านเบเกอรีในสหรัฐฯ

หมีดำบุกเข้าไปในโรงรถของร้านเบเกอรีในรัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ ก่อนคว้ากล่องคัพเค้ก 60 ชิ้น มากินอย่างเอร็ดอร่อย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อพนักงานของร้าน “เทสต์ บาย สเปลล์บาวนด์” (Taste by Spellbound) ในเมืองเอวอน กำลังขนเค้กขึ้นรถตู้เพื่อจัดส่งในวันพุธ ก่อนที่หมีดำจะปรากฏตัว 

มิเรียม สตีเฟนส์ เจ้าของร้านเบเกอรี เขียนในโพสต์บนอินสตาแกรมว่า เธอได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวของ “มอรีน วิลเลียมส์” พนักงานของร้าน และตะโกนว่ามีหมีอยู่ในโรงรถ วิลเลียมส์บอกกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า เธอตะโกนเพื่อทำให้หมีตกใจ แต่มันก็ถอยหนีและกลับมาถึงสามครั้ง วิลเลียมส์ยังบอกว่าหมีพุ่งเข้าใส่เธอ เธอจึงถอยออกจากโรงรถแล้ววิ่งหนี

กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้นั้น แสดงให้เห็นพนักงานร้านเบเกอรีที่เดินไปรอบๆ ด้านข้างของร้านเพื่อพยายามทำให้หมีตกใจ แต่แล้วพวกเธอก็วิ่งหนีไป หลังจากที่มันทำให้พวกเธอกลัว

ภาพจากวิดีโอแสดงให้เห็นหมีลากกล่องบรรจุคัพเค้กจากโรงรถไปที่ลานจอดรถ สตีเฟนส์ กล่าวว่าหมีกินคัพเค้ก 60 ชิ้น ก่อนที่เธอจะบีบแตรรถเพื่อไล่หมีออกไปในที่สุด

เมื่อตำรวจและเจ้าหน้าที่จากกรมพลังงานและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมคอนเนตทิคัตเดินทางมาถึง ก็พบว่าหมีดำตัวดังกล่าวหนีไปแล้ว เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้าครั้งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในการเผชิญหน้าระหว่างหมีดำกับมนุษย์ในรัฐคอนเนตทิคัต ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

หญิงวัย 74 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่แขนและขาของเธอเมื่อเดือนที่แล้ว หลังเธอถูกหมีทำร้ายขณะพาสุนัขไปเดินเล่นในย่านชานเมืองฮาร์ตฟอร์ด เมืองหลวงของรัฐ ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกในปีนี้ โดยเกิดการโจมตีของหมีสองครั้งในปีที่แล้ว รวมถึงหนึ่งครั้งในเดือนตุลาคมที่เด็กชายอายุ 10 ขวบถูกขย้ำที่สนามหญ้าหลังบ้าน

เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐกล่าวว่า ความถี่และความรุนแรงของการเผชิญหน้าระหว่างหมีกับมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มีหมีดำ 1,000 ถึง 1,200 ตัวอาศัยอยู่ในคอนเนตทิคัต โดยมีการพบเห็นหมีดำใน 158 เมืองจากทั้งหมด 169 เมืองในรัฐเมื่อปีที่แล้ว

สถิติที่รวบรวมโดยหน่วยงานสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นว่ามีรายงานพบหมีบุกเข้าบ้านเรือนประชาชนในคอนเนตทิคัต จำนวน  67 เรื่องในปีที่แล้ว ส่วนในปี 2563 มีการรายงาน 45 ครั้ง.

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ปัญญาประดิษฐ์” อาจนำมาสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698247

ผู้เชี่ยวชาญเตือน "ปัญญาประดิษฐ์" อาจนำมาสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์

31 พ.ค. 2566 12:48 น.

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ปัญญาประดิษฐ์” อาจนำมาสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์

ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวมถึงซีอีโอของโอเพนเอไอ (OpenAI) และ กูเกิล ดีปมายด์ (Google Deepmind) กล่าวเตือนว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ ผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่บนหน้าเว็บของศูนย์ความปลอดภัยเอไอ
แถลงการณ์ระบุว่า “การลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของมนุษย์จากเอไอ ควรมีความสำคัญระดับโลกควบคู่ไปกับความเสี่ยงอื่นๆ ในระดับสังคม เช่น โรคระบาดและสงครามนิวเคลียร์” 

แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โอเพนเอไอ ผู้พัฒนา “แชตจีพีที” (ChatGPT) เดอมิส ฮาสซาบิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิล ดีปมายด์ และ ดาริโอ อาโมเด จาก “แอนโทรปิก” (Anthropic) ต่างแสดงการสนับสนุนคำกล่าวนี้ หลังเว็บไซต์ของศูนย์ความปลอดภัยเอไอ กล่าวเตือนถึงหายนะที่อาจเกิดขึ้น เช่น เอไอสามารถใช้เป็นอาวุธได้ เช่น

– เครื่องมือในการค้นพบยาสามารถใช้สร้างอาวุธเคมีได้

– ข้อมูลที่ผิดที่สร้างขึ้นโดยเอไอ อาจทำให้สังคมสั่นคลอน และ “บั่นทอนการตัดสินใจร่วมกัน

– พลังของเอไอ อาจกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่น้อยลงเรื่อยๆ ทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ บังคับใช้ค่านิยมแคบๆ ผ่านการสอดแนมที่แพร่หลายและการเซนเซอร์ที่กดขี่”

– การทำให้มนุษย์อ่อนแอลง ทำให้มนุษย์ต้องพึ่งพาเอไอ คล้ายกับสถานการณ์ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง “Wall-E”

ดร.เจฟฟรีย์ ฮินตัน ซึ่งออกคำเตือนก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากเอไออัจฉริยะขั้นสูง ได้สนับสนุนการเรียกร้องของศูนย์ฯ เพื่อความปลอดภัยของเอไอด้วย เช่นเดียวกับ โยชัว เบนจิโอ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ก็ลงนามเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อในทำนองเดียวกันว่า ความกลัวที่ว่าเอไอจะกำจัดมนุษยชาตินั้นไม่เป็นความจริง และเป็นการหันเหความสนใจจากปัญหาต่างๆ เช่น อคติในระบบที่เป็นปัญหาอยู่แล้ว

อาร์วินด์ นารายานัน นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในสหรัฐฯ ว่า สถานการณ์ภัยพิบัติที่เหมือนไซไฟนั้นไม่สมจริง “เอไอในปัจจุบันไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะให้ความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ผลก็คือ เรื่องนี้ได้หันเหความสนใจไปจากอันตรายในระยะอันใกล้ของเอไอ”

ด้าน เอลิซาเบธ เรเนริส นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันจริยธรรมเอไอ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “ความก้าวหน้าของเอไอ จะขยายขอบเขตของการตัดสินใจโดยอัตโนมัติที่มีความลำเอียง เลือกปฏิบัติ กีดกัน หรือไม่ยุติธรรม ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจเข้าใจได้และไม่สามารถโต้แย้งได้” นอกจากนั้น มันอาจจะ “ผลักดันให้ปริมาณและการแพร่กระจายของข้อมูลที่ผิดเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ซึ่งจะทำให้เกิดรอยร้าวต่อความเป็นจริง และนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจของสาธารณชน และผลักดันให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ยังคงอยู่ในด้านที่ไม่ถูกต้องของการแบ่งแยกทางดิจิทัล”

แต่ แดน เฮนดริกส์ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยเอไอ กล่าวว่า ความเสี่ยงในอนาคตและความกังวลในปัจจุบัน ไม่ควรถูกมองในทางที่เป็นปฏิปักษ์

การรายงานข่าวของสื่อเกี่ยวกับภัยคุกคามจากเอไอ ได้เริ่มเป็นกระแสตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เมื่อผู้เชี่ยวชาญรวมถึง นายอีลอน มัสก์ ลงนามในจดหมายเปิดผนึกเพื่อเรียกร้องให้หยุดการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอรุ่นต่อไป

จดหมายฉบับนั้นถามว่า เราควร “พัฒนาจิตใจที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งอาจมีจำนวนมากกว่า ฉลาดกว่า ทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งล้าสมัย และแทนที่เราในที่สุด”

แถลงการณ์เปรียบเทียบความเสี่ยงกับสงครามนิวเคลียร์ โอเพนเอไอ ระบุในบล็อกโพสต์ว่า “Superintelligence” หรือ “เครื่องจักรทรงภูมิปัญญา” อาจถูกควบคุมในลักษณะที่คล้ายคลึงกับพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเราอาจจะต้องการหน่วยงานในลักษณะเดียวกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ในการควบคุม “Superintelligence”.

เกาหลีเหนือยิงจรวดปล่อยดาวเทียม แต่คาดว่าล้มเหลว อาจตกหรือระเบิดกลางอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698189

เกาหลีเหนือยิงจรวดปล่อยดาวเทียม แต่คาดว่าล้มเหลว อาจตกหรือระเบิดกลางอากาศ

31 พ.ค. 2566 08:51 น.

เกาหลีเหนือยิงจรวดปล่อยดาวเทียม แต่คาดว่าล้มเหลว อาจตกหรือระเบิดกลางอากาศ

เช้าวันนี้ เกาหลีเหนือยิงจรวดปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่คาดว่าจะประสบความล้มเหลว เนื่องจากจรวดหายไปจากจอเรดาร์ คาดว่าอาจตกหรือระเบิดกลางอากาศ ทำให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเตือนภัย

คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 31 พ.ค 2566 กองทัพเกาหลีเหนือได้ยิงจรวดส่งดาวเทียม ขึ้นจากฐานปล่อยจรวดเมืองดงชาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีปล่อยดาวเทียมโซแฮ ในจังหวัดพยองกัน เมื่อเวลาประมาณ 04.29 น. ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าต่อมาจรวดได้หายไปจากจอเรดาร์ก่อนที่จะถึงจุดปล่อยดาวเทียม ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า จรวดอาจตก หรือเกิดการระเบิดกลางอากาศ

สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า การยิงจรวดของเกาหลีเหนือครั้งนี้ มีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากกองทัพเกาหลีเหนือประกาศว่าจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมสู่วงโคจร ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้ทางการเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต้องประกาศเตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวัง

ทางด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ของญี่ปุ่น รายงานว่า เช้าวันนี้ กองทัพญี่ปุ่นตรวจพบเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธที่ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้แน่ชัด คาดว่าอาจจะเป็นจรวจส่งดาวเทียม หรืออาจเป็นการทดสอบขีปนาวุธรอบใหม่ เบื้องต้นพบว่าขีปนาวุธถูกยิงตกในน่านน้ำญี่ปุ่น และไม่พบว่าเป็นอันตราย จึงได้ยกเลิกประกาศเตือนภัยที่มีขึ้นก่อนหน้านี้

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ระบุว่า เชื่อว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ โดยก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งเตือนภัย แต่เมื่อพบว่าไม่มีความเสียหาย ทำให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาวิเคราะห์รายละเอียดต่อไป.

จีนกล่อมม็อบมอบตัว เหตุชุมนุมยูนนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698193

จีนกล่อมม็อบมอบตัว เหตุชุมนุมยูนนาน

31 พ.ค. 2566 08:11 น.

จีนกล่อมม็อบมอบตัว เหตุชุมนุมยูนนาน

สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษและสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิม “หุย” กับเจ้าหน้าที่ทางการจีน ในเมืองนากู มณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เบื้องต้นมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 30 คน

ทั้งนี้ เหตุการณ์เผชิญหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่เชื่อว่ามีจำนวนหลายพันได้มารวมตัวกันที่มัสยิดนาเจี๊ยหยิง มัสยิดโบราณตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ในเมืองนากู หลังทราบข่าวว่าทางการจีนสั่งปิดมัสยิดและเตรียมดำเนินการรื้อถอนบางส่วนของอาคารตามคำสั่งศาลเมื่อปี 2563 ที่ตัดสินว่าการก่อสร้างต่อเติมโดมบนดาดฟ้าและหอสูงที่มัสยิดเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

จากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวพยายามสกัดกั้นชาวบ้านไม่ให้เข้าไปในมัสยิด และมีผู้ชุมนุมบางรายพยายามขว้างปาหินใส่ตำรวจ และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการถอนกำลังออกไปจากพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านพากันกรูเข้าไปในมัสยิด กระนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด

ขณะที่กรมตำรวจเขตตงไห่ ผู้ดูแลพื้นที่เมืองนากูออกแถลงการณ์เตือนว่า ขอให้ผู้ประท้วงเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 6 มิ.ย. คนที่สมัครใจติดต่อมอบตัวและยอมรับสารภาพความจริงในเรื่องการละเมิดกฎหมายจะได้รับการผ่อนผันหรือลดโทษ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแสแก่ทางการว่าใครที่เข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการขัดขวางระเบียบทางสังคม

สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานด้วยว่า กลุ่มชาติพันธุ์หุยเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ 56 กลุ่มที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลจีน นับถือนิกายสุหนี่ มีประชากรอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนานประมาณ 700,000 คน จากประชากรทั้งหมด 10 ล้านคนทั่วประเทศ ขณะที่สื่อท้องถิ่นมักเรียกขานคนกลุ่มนี้ว่า ชาวจีนมุสลิม ซึ่งหมายถึงกลุ่มมุสลิมชาติพันธุ์ที่สามารถกลมกลืนไปกับสังคมจีนได้

อย่างไรก็ตาม บีบีซีรายงานอ้างกลุ่มสิทธิว่า เมื่อปี 2561 เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เขตปกครองหนิงเซีย ทางภาคกลางตอนเหนือของจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนตัดสินใจไม่รื้อถอนมัสยิด แต่สั่งให้มีการปรับโครงสร้างอาคาร ขณะที่ในมณฑลยูนนานมีมัสยิดถูกสั่งปิด 3 แห่ง เนื่องด้วยสอนศาสนาอย่างผิดกฎหมาย ส่วนในปี 2564 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงจุดยืนว่าต้องการให้ความเชื่อทางศาสนาสะท้อนกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมจีน.

“ฮุน เซน” ยกหูโทรศัพท์หารือเซเลนสกี แสดงความสนับสนุนผู้นำยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698195

"ฮุน เซน" ยกหูโทรศัพท์หารือเซเลนสกี แสดงความสนับสนุนผู้นำยูเครน

31 พ.ค. 2566 09:33 น.

“ฮุน เซน” ยกหูโทรศัพท์หารือเซเลนสกี แสดงความสนับสนุนผู้นำยูเครน

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โทรฯ ประชุมหารือประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยืนยันท่าทีกัมพูชาให้การสนับสนุนยูเครนต่อไป

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2566 รัฐบาลกัมพูชาแถลงว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีแห่งยูเครน เมื่อวันจันทร์ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้กล่าวยืนยันท่าทีกัมพูชาว่าจะยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาเคารพและยึดมั่นอย่างเต็มที่ในกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ระหว่างการสนทนากันผู้นำยูเครนได้กล่าวแสดงความขอบคุณที่ผู้เชี่ยวชาญของกัมพูชาและภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ช่วยสนับสนุนฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ยูเครน ในเรื่องของการเก็บกู้กับระเบิด พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง หลังจากยูเครนกลายเป็นสมรภูมิการสู้รบและถูกกองทัพรัสเซียทิ้งระเบิดถล่มแบบรายวัน 

ก่อนหน้านี้ สมาชิกอาเซียนบางประเทศไม่ได้ลงนามในญัตติประณามรัสเซีย ต่อการทำสงครามบุกยูเครน ในขณะที่กัมพูชาแสดงท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนยูเครน และต่อต้านการเปลี่ยนแปลงะการปกครองของประเทศใดประเทศหนึ่งด้วยการใช้กำลัง.

สัตว์ในสวนสัตว์ชอบให้คนมาดู เหมือนที่เราชอบไปดูสัตว์มั้ย?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697759

สัตว์ในสวนสัตว์ชอบให้คนมาดู เหมือนที่เราชอบไปดูสัตว์มั้ย?

31 พ.ค. 2566 08:00 น.

สัตว์ในสวนสัตว์ชอบให้คนมาดู เหมือนที่เราชอบไปดูสัตว์มั้ย?

  • นักวิจัยเผย สัตว์แต่ละชนิดมีพฤติกรรมการแสดงออกที่ต่างกัน เมื่อมีคนมาเยี่ยมชมที่สวนสัตว์ โดยบางชนิดจะกระตือรือร้นมากขึ้นเมื่อมีคนมาสนใจ แต่บางชนิดกลับชอบเก็บตัวไม่ชอบคนเยอะๆ
  • สัตว์ที่แสดงพฤติกรรมว่าชื่นชอบเป็นจุดสนใจ และอยากให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมาก คือช้าง และเพนกวิน แต่สัตว์ที่ไม่ค่อยชอบให้มีคนมาดูคือ เม่น โคอาลา และพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
  • ผลวิจัยในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการออกแบบ หรือปรับปรุงส่วนจัดแสดงต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับสัตว์แต่ละประเภท เพื่อช่วยให้สัตว์รู้สึกสบายในการตอบสนองต่อผู้มาเยือนได้ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยฮาร์เปอร์ อดัมส์ มหาวิทยาลัยโบลตัน และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เทรนท์ เผยผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ชนิดต่างๆ ในสวนสัตว์ที่มีต่อคนที่เข้ามาชม ในวารสารเกี่ยวกับสัตว์ โดยจะพบว่ามีสัตว์อยู่หลายชนิดที่ชื่นชอบการเป็นจุดสนใจ โดยจะสดชื่นร่าเริงกว่าเมื่อมีคนมาเยี่ยมชมจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันก็มีสัตว์อีกหลายชนิดที่อาจจะไม่ชอบที่มีคนมาคอยส่องคอยมอง และชอบเก็บตัวมากกว่า

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาดูพฤติกรรมของสัตว์ถึงกว่า 250 ชนิด และรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยมากกว่า 100 ฉบับ โดยพบว่าช้างเป็นสัตว์ที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดเวลาที่มีคนมาเยี่ยมชมมัน โดยมันจะมีความแอคทีฟมากขึ้นและไม่รู้สึกเบื่อ นอกจากนี้ เพนกวินก็นับเป็นสัตว์อีกประเภทที่ชื่นชอบที่มนุษย์ให้ความสนใจพวกมัน เช่นเดียวกับนกกระตั้วที่ชอบใกล้ชิดกับคนและรู้สึกสดชื่นเมื่อมีคนมาดูมัน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ที่มีความรู้สึกในเชิงบวกต่อการที่มีผู้มาเยี่ยมชมอีกหลายชนิดเช่น เสือจากัวร์ หมีกริซซี่ หมีขั้วโลก เสือชีตาห์ เซอร์วัล วัวแดง รวมทั้งแพร์รี่ด็อก หรือกระรอกดินด้วย

ขณะเดียวกันสัตว์จำพวกเม่น และสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง อย่างโคอาลา นกกระจอกเทศ และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอย่างกบ มักจะมีการตอบสนองในเชิงลบต่อการคนที่มาเยี่ยมชม โดยมองว่าคนที่มาเยี่ยมชมเป็นเหมือนภัยคุกคาม และมักจะรีบซ่อนตัว

ดร.เอลเลน วิลเลียม ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เปอร์ อดัมส์ ระบุว่า จากผลการศึกษาพบว่ามีสัตว์อยู่บางสายพันธุ์ที่รู้สึกในเชิงลบต่อการมีคนมาคอยดูพวกมัน ดังนั้นพวกมันจึงมีแนวโน้มที่จะซ่อนตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะให้ทางสวนสัตว์ได้จัดหาเวลาให้พวกมันออกจากส่วนจัดแสดงบางช่วงเวลา เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดให้พวกมัน และให้เวลาพวกมันได้ปรับตัวได้มากขึ้น

แอนดี ฮอลล์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและประโยชน์สาธารณะ แห่งสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งบริติช และไอริชระบุว่า สวัสดิภาพของสัตว์ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับสวนสัตว์ที่ดี และด้วยข้อมูลที่ได้จากผลการศึกษาครั้งนี้ จะช่วยให้เราสามารถดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ พร้อมๆ กับคงภารกิจหลักในการอนุรักษ์สัตว์ โดยสามารถนำผู้คนมาใกล้ชิดสัตว์ได้มากขึ้นและได้ช่วยเหลือสัตว์ทั่วโลกไปพร้อมๆ กัน

ด้าน ดร.ซาแมนธา วอร์ด นักวิทยาศาสตร์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ แห่งมหาวิทยาลัย นอตติงแฮม เทรนท์ ระบุว่า สัตว์บางชนิดเกิดและโตมาในสวนสัตว์อยู่แล้ว ดังนั้นพวกมันก็จะคุ้นเคยกับการมีอยู่ของมนุษย์ แต่เนื่องจากแต่ละวันจำนวนของคนที่มาเยี่ยมชมก็แตกต่างกัน และการเคลื่อนไหวส่งเสียงดัง หรือพฤติกรรมต่างๆ ของคนที่มาเที่ยวก็ไม่สามารถควบคุมได้ บางครั้งก็สร้างความเครียดให้แก่สัตว์ได้ แม้พวกมันจะมีการปรับตัวแล้วก็ตาม

ดังนั้น แม้ว่าผลวิจัยในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการออกแบบ หรือปรับปรุงส่วนจัดแสดงต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับสัตว์แต่ละประเภท เพื่อช่วยให้สัตว์รู้สึกสบายในการตอบสนองต่อผู้มาเยือนได้ดียิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันผู้เข้าเยี่ยมชมก็ควรศึกษาและเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์แต่ละประเภท เพื่อปฏิบัติตัวให้เหมาะสมในการเข้าชม ปฏิบัติตามคำแนะนำหรือข้อห้ามต่างๆ ของทางสวนสัตว์ เพื่อสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ พร้อมๆ กับสวัสดิภาพที่ดีของผู้เข้าชมไปพร้อมๆ กัน.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : BBC , MSN , AP

Foxconn ผู้ผลิตไอโฟน เพิ่มโบนัสคนงาน ก่อนเครื่องรุ่นใหม่เปิดตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698164

Foxconn ผู้ผลิตไอโฟน เพิ่มโบนัสคนงาน ก่อนเครื่องรุ่นใหม่เปิดตัว

31 พ.ค. 2566 06:00 น.

Foxconn ผู้ผลิตไอโฟน เพิ่มโบนัสคนงาน ก่อนเครื่องรุ่นใหม่เปิดตัว

ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตไอโฟนของบริษัท แอปเปิล อย่าง ฟ็อกซ์คอนน์ เพิ่มความพยายามหาคนงานด้วยการประกาศเพิ่มค่าแรง หลังเพิ่มกำลังผลิตก่อนเครื่องรุ่นใหม่เปิดตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2566 ว่า บริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตไอโฟนรายใหญ่ของบริษัท แอปเปิล ประกาศผ่านแอปพลิเคชัน วีแชต (WeChat) ว่า คนงานใหม่ที่โรงงานในเมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน จะได้รับโบนัสพิเศษสูงสุด 3,000 หยวน (ราว 14,700 บาท) หากพวกเขาอยู่ทำงานเป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน

ส่วนส่วนพนักงานใหม่ที่อยู่ทำงานเป็นเวลา 1 เดือน จะได้รับโบนัส 500 หยวน (ราว 2,450 บาท) ขณะที่พนักงานปัจจุบันที่ชวนเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวมาทำงานด้วยได้สำเร็จ จะได้รางวัลด้วย

ทั้งนี้ โรงงานเมืองเจิ้งโจวของบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เป็นโรงงานผลิตไอโฟนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพนักงานมากกว่า 200,000 คน และมีฉายาว่า ไอโฟน ซิตี้

ความเคลื่อนไหวของฟ็อกซ์คอนน์เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือ ไอโฟน 15 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของบริษัท แอปเปิล จะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ ทำให้บริษัทต้องหาทางจูงใจดึงดูดให้พนักงานทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับปริมาณความต้องการ

เมื่อปีก่อน คนงานหลายร้อยคนที่โรงงานเจิ้งโจว รวมตัวประท้วงบริษัท เรื่องมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมโควิด-19 และการค้างจ่ายค่าจ้าง แต่มาในเดือนพฤศจิกายน แอปเปิลออกมาเตือนว่า การส่งไอโฟน 14 อาจล่าช้า เนื่องจากการล็อกดาวน์ในเจิ้งโจวของจีน ทำให้ฟ็อกซ์คอนน์ประกาศเพิ่มโบนัส เพื่อเกณฑ์แรงงาน

ที่มา : bbc

สาวอินเดียวัย 16 ถูกแทงดับกลางฝูงชน สลด ไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698163

สาวอินเดียวัย 16 ถูกแทงดับกลางฝูงชน สลด ไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ

31 พ.ค. 2566 05:15 น.

สาวอินเดียวัย 16 ถูกแทงดับกลางฝูงชน สลด ไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ

เกิดเหตุหญิงวัยรุ่นอายุเพียง 16 ปี ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตกลางถนน ต่อหน้าผู้คนในนิวเดลีของอินเดีย ทำให้นักเคลื่อนไหวออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการหาทางแก้ไข

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุวัยรุ่นหญิงอายุเพียง 16 ปี ถูกแทงเสียชีวิตในตรอกของกรุงนิวเดลี ต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 พ.ค. 2566) ปลุกกระแสต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรีโดยฝีมือผู้ชายในอินเดียขึ้นมาอีกครั้ง หลังกรณีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

เหตุการณ์ล่าสุดถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ โดยคลิปวิดีโอความยาวมากกว่า 1 นาที แสดงให้เห็นว่า ผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาในขณะที่คนร้ายโจมตีเหยื่อของเขาไม่หยุด มีชายเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าไปช่วย แต่ก็ต้องรีบถอยเมื่อเห็นคนร้ายมีอาวุธ

ศพของวัยรุ่นหญิงเคราะห์ร้าย ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกพบในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในย่านโรฮินี ของกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ต่อมาในช่วงบ่ายวันจันทร์ (29 พ.ค.) ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้โดยเปิดเผยเพียงชื่อว่า ซาฮิล เป็นช่างเทคนิค ถูกจับได้ที่เมืองพุลันทศาห์ร รัฐอุตตรประเทศ ที่อยู่ใกล้เคียง

นายทีเพนทรา ปาธัค รองผู้บัญชาการตำรวจกรุงนิวเดลี บอกกับสื่อท้องถิ่นอย่าง Times Now ว่า จากการสืบสวนเบื้องต้น คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นการก่อเหตุเพราะความหึงหวง

ด้านนายจานัค ราช บิดาของวัยรุ่นหญิงผู้เสียชีวิตบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า “ผมเห็นลูกสาวของผมนอนอยู่ หน้าคว่ำกับพื้น” “อวัยวะของเธอทะลักออกมา และศีรษะของเธอถูกทุบจนยุบ เธอนอนไร้ชีวิต ไม่มีประโยชน์เลยที่จะพาเธอไปโรงพยาบาล”

“ผมโกรธที่รู้ว่า ไม่มีใครช่วยลูกสาวของผมเลย” นายราช กล่าว และเสริมว่า “ถ้าพวกเขาช่วยเธอ เธอก็อาจมีชีวิตอยู่ ผมได้ข่าวด้วยว่าคนมัวแต่มุงถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ พวกเขาควรทำอะไรสักอย่าง หรือแค่กรีดร้อง มันก็อาจช่วยลูกสาวผมได้แล้ว”

ทั้งนี้ อินเดียพยายามแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงมานานหลายปีแล้วแต่ไม่สำเร็จ เมื่อปี 2561 การสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์ส ชี้ว่า อินเดียเป็นประเทศที่อันตรายต่อผู้หญิงมากที่สุดในโลก

นอกจากนั้น อัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมต่อผู้หญิงในอินเดียยังมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย โดยตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติอาชญากรรมแห่งชาติของอินเดีย เหตุอาชญากรรมต่อผู้หญิงในปี 2563 เพิ่มขึ้น 20% เพิ่มเทียบกับปี 2556 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของที่พรรคภารตียชนตา ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี จะได้เป็นพรรครัฐบาล

ขณะที่ นางโยกิตา พญานา ผู้ก่อตั้งองค์กร ‘ประชาชนต้านการข่มขืน’ ระบุว่า สถิติดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เนื่องจากอาชญากรรมต่อผู้หญิงหลายรูปแบบ เช่นการข่มขืน มักไม่ถูกรายงานต่อเจ้าหน้าที่ และรากของปัญหาส่วนใหญ่มาจากบรรทัดฐานทางสังคมเก่าๆ

“เราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์เหล่านี้ในประเทศของเรา ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก” นางพญานาบอกกับ ซีเอ็นเอ็น “โครงสร้างที่ผู้ชายเป็นใหญ่นั้นเน่าเฟะ และตอนนี้เราจำเป็นต้องแก้ไขมัน” “การตั้งกล้องและผนึกกำลังประท้วงจะไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องมีการแก้ไขวิธีคิดของพวกผู้ชายและพวกเด็กหนุ่ม”

ที่มา : cnn

อดีต ผอ.ซีดีซีจีน ไม่ตัดความเป็นไปได้ โควิด-19 อาจรั่วไหลจากห้องแล็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698159

อดีต ผอ.ซีดีซีจีน ไม่ตัดความเป็นไปได้ โควิด-19 อาจรั่วไหลจากห้องแล็บ

31 พ.ค. 2566 02:59 น.

อดีต ผอ.ซีดีซีจีน ไม่ตัดความเป็นไปได้ โควิด-19 อาจรั่วไหลจากห้องแล็บ

อดีต ผอ.ซีดีซีของจีน ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจรั่วไหลจากห้องทดลอง และรัฐบาลจีนก็เคยสืบสวนอย่างเป็นทางการมาแล้ว

สำนักข่าว บีบีซี สัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ เกา ฟุ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีน (CDC) ผู้มีบทบาทสำคัญในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในแดนมังกร รวมถึงความพยายามในการหาต้นกำเนิดของเชื้อมรณะชนิดนี้ โดย ศ.เกา ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ไวรัสอาจหลุดออกมาจากห้องทดลอง

ศ.เกา กล่าวในรายการพอดแคสต์ของ BBC Radio 4 ว่า “คุณควรสงสัยทุกอย่าง นั่นคือวิทยาศาสตร์ อย่าตัดอะไรออกไปทั้งนั้น” สวนทางกันรัฐบาลจีนที่ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า ไวรัสโควิด-19 อาจหลุดมาจาก สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (WIV) ซึ่งเป็นเมืองแรกที่พบการระบาด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนรัฐบาลจีนจะจริงจังกับทฤษฎีนี้มากกว่าที่พวกเขาแสดงออกมา โดย ศ.เกา บอกว่า รัฐบาลเคยดำเนินการสืบสวนอย่างเป็นทางการบางอย่างที่ WIV มาแล้ว แต่หน่วยงานของเขา หรือ ซีดีซี ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย การสืบสวนกระทำโดยหน่วยงานอื่นซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้

นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า รัฐบาลสืบสวนเรื่องการรั่วไหลของไวรัสโควิด-19 อย่างเป็นทางการ แต่ ศ.เกา ระบุว่า เขาได้ยินว่า WIV ผ่านการตรวจสอบ แม้เขาจะไม่ได้เห็นรายงานผลลัพธ์กับตาก็ตาม “ผมคิดว่าข้อสรุปของพวกเขาคือ WIV ปฏิบัติตามระเบียบการทุกอย่าง พวกเขาไม่พบว่ามีการกระทำผิดใดๆ”

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์มากมายทั่วโลกเห็นตรงกันว่า ไวรัสก่อโรคโควิด-19 นั้นมาจากค้างคาว แต่คำถามที่กลายเป็นข้อถกเถียงมาตลอดคือ ค้างคาวไปได้รับเชื้อมาจากไหน นำไปสู่การตั้งสมมติฐาน 2 อย่าง คือ ไวรัสแพร่กระจายจากค้างคาวสู่คนตามธรรมชาติ หรืออาจจะผ่านสัตว์ตัวกลางชนิดอื่นมาก่อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื้อในทฤษฎีนี้

แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคนที่ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะตัดความเป็นไปได้เรื่องที่ ไวรัสอาจรั่วไหลออกมาจากห้องทดลองในจีน เช่น บังเอิญติดมากับหนึ่งในผู้ที่ร่วมการวิจัย แต่การไปตรวจสอบที่ WIV ของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ก็ไม่พบหลักฐานใดๆ ท่ามกลางข้อครหาว่า จีนจำกัดการเข้าถึงข้อมูล

ที่มา : bbc