‘กาแฟดีเมืองตาก’ สร้างรายได้ให้เกษตรกรต้นแบบกว่าแสนบาทต่อไร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731006

'กาแฟดีเมืองตาก' สร้างรายได้ให้เกษตรกรต้นแบบกว่าแสนบาทต่อไร่

‘กาแฟดีเมืองตาก’ สร้างรายได้ให้เกษตรกรต้นแบบกว่าแสนบาทต่อไร่

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.43 น.

กรมวิชาการเกษตร โชว์กาแฟดีเมืองตาก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต้นแบบกว่าแสนบาท/ไร่ เสริมองค์ความรู้เกษตรกรถ่ายทอดเทคโนโลยี  ในโครงการขยายผลการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาการผลิตกาแฟพรีเมี่ยม และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพัฒนาการผลิตกาแฟคุณภาพของจังหวัดตาก เพื่อยกระดับการผลิตกาแฟจังหวัดตากสู่มาตรฐานการผลิต (Premium Grade) ให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดตาก

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดตากเป็นแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพดี โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งทรงเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านมูเซอส้มป่อย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่เขตติดต่อกับสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอและทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “บริเวณนี้น่าจะปลูกได้เหมาะสมดี ขอให้ช่วยกันแนะนำชาวเขาให้มีการปลูกกาแฟที่ถูกต้องและมีการจัดการที่ดี เพราะรู้สึกว่าชาวเขาที่จะปลูกอยู่ไม่เป็นระเบียบ และพันธุ์กาแฟที่จะส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกควรเป็นพันธุ์กาแฟที่แตกต่างจากภาคใต้”

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก  กรมวิชาการเกษตร  ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิกาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตาก 500 ราย ได้แก่  กระบวนการผลิตในแปลงและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ การเขตกรรมแปลงกาแฟพรีเมี่ยม ดัชนีการเก็บเกี่ยว การหมักกาแฟ การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟ การคัดเกรดเมล็ดกาแฟ การคั่วกาแฟ และการตรวจสอบคุณภาพกาแฟ ในโครงการขยายผลการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาการผลิตกาแฟพรีเมี่ยมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และได้จัดทำแปลงต้นแบบการป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟด้วยวิธีผสมผสาน 3 แปลง เช่น การจัดการแปลงปลูกด้วยการตัดแต่งต้นกาแฟอาราบิกาหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต การพ่นเชื้อบิวเวอร์เรีย B18 และการทำกับดักล่อมอดกาแฟ   รวมทั้งในปี 2565 ได้มีจัดงานกาแฟดีเมืองตากด้วย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ได้ดำเนินงานในโครงการพระราชดำริต่างๆ อาทิ โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านมะโอโคะ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟอาราบิกา และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตกาแฟและการแปรรูปอย่างง่ายเพื่อบริโภคในชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตกาแฟคุณภาพได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นในผลผลิต เกษตรกรสามารถใช้ประกอบเป็นอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

กาแฟดีจังหวัดตาก เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ด้วยมีพื้นที่ปลูกกาแฟที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล มากกว่า 800 เมตร มีความชุ่มชื้นในดิน และมีแร่ธาตุสมบูรณ์เหมาะสมกับการปลูกกาแฟอาราบิกา ทำให้รสชาติกาแฟที่ปลูกในแหล่งปลูกนี้ได้รับการยอมรับว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งกลิ่นหอมและรสชาติ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิบัติที่ดีของเกษตรกรต้นแบบตามหลักวิชาการเกษตร สามารถสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตกาแฟ ส่งผลทำให้มีรายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

“ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตากมีการรวมกลุ่มภายใต้การกำหนดกติกาที่เข้มงวด เพื่อมุ่งเน้นให้ชุมชนอยู่ร่วมกับผืนป่าได้อย่างสงบสุข มีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และกระบวนการผลิตที่เน้นคุณภาพจากคนต้นน้ำ เพื่อให้คนปลายน้ำได้มีส่วนร่วมในการรักษาผืนป่า และได้ดื่มกาแฟคุณภาพระดับกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ส่งผลให้เกษตรกรมีผลผลิตกาแฟคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรแปลงต้นแบบมีผลผลิตกาแฟ (สารกาแฟ) สูงถึง 400-450 กิโลกรัม/ไร่ หรือ 400 ต้น/ไร่ ราคาจำหน่ายผลผลิตกาแฟ 280 บาท/กิโลกรัม จากวิธีการปลูกของเกษตรกรแบบเดิมที่จะได้ผลผลิตกาแฟ 200 กิโลกรัม/ไร่ เดิมราคาจำหน่ายผลผลิตกาแฟ 180-200 บาท/กิโลกรัม รวมทั้งการทำลายของมอดกาแฟซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญของกาแฟยังลดลงมากกว่า 50%” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

รายการ LIFE VARIETY : วรพจน์ สุภิมารส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731428

รายการ LIFE VARIETY : วรพจน์ สุภิมารส

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.12 น.

รายการ LIFE VARIETY : วรพจน์ สุภิมารส กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัปตันโค้ทติ้ง จำกัด

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม 2566 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731427

รายการ LIFE VARIETY : รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.12 น.

รายการ LIFE VARIETY : รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลรามคำแหง เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731411

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลรามคำแหง เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS)

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลรามคำแหง เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS)

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.05 น.

เมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2566 เวลา 08.45-17.00 น. ณ ห้องประชุม อาคาร 3ชั้น 10 รพ.รามคำแหง ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง รพ.รามคำแหง เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) โดยมี นายแพทย์อัครวิทย์ อัศวศักดิ์สกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง เป็นผู้ดำเนินการประชุมและร่วมบรรยายนพ.พิชญ สมบูรณสิน กรรมการบริหาร รพ.รามคำแหงกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย คุณทัศน์วรรณ ศิริวงศ์ กรรมการบริหาร รพ.รามคำแหงและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน

งานประชุมวิชาการครั้งนี้ เป็นการประชุมของแพทย์ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ทั้งด้านงานศัลยกรรมกระดูกและศัลยกรรมระบบประสาท โดยมีแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆในประเทศไทย ทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐและเอกชนจำนวนมากที่ให้ความสนใจในเรื่องของการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope)เพื่อแก้ไขโรคและความผิดปกติของกระดูกสันหลังประเภทต่างๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 50 ท่าน

โรงพยาบาลรามคำแหงได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมวิชาการนี้ ซึ่งการจัดงานมีความมุ่งหวังที่จะอัพเดทองค์ความรู้ในการผ่าตัดลักษณะนี้ให้ทันสมัย รวมทั้งยังเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ในด้านการวินิจฉัยและการผ่าตัดระหว่างแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ เพื่อเป็นการยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังในประเทศไทยให้ทัดเทียมต่างประเทศ

อีกทั้ง ยังได้มีการกล่าวถึงเทคนิคที่ทันสมัยในการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) ที่เป็นการคิดค้นโดยแพทย์ไทย นับเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ลดความกังวลในเรื่องของการผ่าตัด นำไปสู่มาตรฐานใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังต่อไปในอนาคต

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลรามคำแหงเป็นศูนย์ที่ให้การรักษาและดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังประเภทต่างๆ โดยมีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง และพยาบาลที่พร้อมดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะ และยังมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมให้การรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังประเภทต่างๆ

ช้อปของดีของอร่อยแบบวิถีไทย ในงาน ‘คัดไทย มาร์เก็ต 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731278

ช้อปของดีของอร่อยแบบวิถีไทย  ในงาน ‘คัดไทย มาร์เก็ต 2023’

ช้อปของดีของอร่อยแบบวิถีไทย ในงาน ‘คัดไทย มาร์เก็ต 2023’

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ กูร์เมต์อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในกลุ่มเดอะมอลล์จัดงาน “คัดไทย มาร์เก็ต 2023” ตลาดนัดแห่งแรงบันดาลใจภายใต้คอนเซ็ปต์“คัดไทย…วิถีไทย : จตุรทิศ รวมมิตรของดีวิถีไทย” คัดสรรหลากหลายสินค้าคุณภาพดี มีรางวัลการันตีทั้งวัตถุดิบสดใหม่สินค้าภูมิปัญญาไทยและเมนูอาหารพื้นบ้านที่แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วไทย ที่ควอเทียร์อเวนิว ชั้น G, ดิ เอ็มควอเทียร์

คัดไทย มาร์เก็ต ตลาดนัดแห่งแรงบันดาลใจหนึ่งในโครงการที่เดอะมอลล์กรุ๊ปตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Food Retail ที่พร้อมเดินหน้าสนับสนุนช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างรายได้และสร้างคุณค่าให้สินค้าจากท้องถิ่นของไทยกูร์เมต์ มาร์เก็ตได้ผลักดันและเพิ่มช่องทางที่ทำให้ผู้บริโภคที่อยู่ในตัวเมืองสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกไม่ว่าจะเป็นการจัดงานหรือการเปิดพื้นที่ให้นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในทุกที่สาขาของเดอะมอลล์กรุ๊ป รวมถึงช่องทาง
ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ www.gourmetmarketthailand.com ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเลือกช้อปสินค้าได้สะดวกสบายอีกด้วย โดยงานในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “คัดไทย…วิถีไทย : จตุรทิศ รวมมิตร ของดีวิถีไทย” ซึ่งกูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้ค้นหาและคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีจากท้องถิ่นทุกจังหวัดทั่วประเทศทั้ง ผัก-ผลไม้ตามฤดูกาล, ผลไม้หากยาก, เนื้อสัตว์, สินค้าเพื่อสุขภาพ, สินค้าภูมิปัญญาไทยสินค้าขึ้นทะเบียนสินค้า GI ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วไทยและโซนเมนูอาหารพื้นบ้าน รวมกว่า 100 ร้านค้า 500 รายการ ประกอบด้วย

“SHOP LOCAL” ช้อปวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น อาทิ เนื้อหมูดำจอมทองจากจังหวัดเชียงใหม่ เนื้อหมูมีสีแดงเข้มตามสายพันธุ์คุโรบูตะ ถูกเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติที่เป็นอาหารอินทรีย์ที่ผลิตในชุมชน, เนื้อไทยวากิว จากอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ผ่านการเลี้ยงอย่างพิถีพิถันโดยเกษตรกรไทย, ปลากุเลาทองแม่แป้นตากใบ จังหวัดนราธิวาสราชาแห่งปลาเค็ม สุดยอดความอร่อยที่หาทานได้ยาก จากบีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม, ข้าวโพดนมสด Hokkaido สายพันธุ์ Pure White Hokkaid King of Corn จากไร่ภูใยใส แหล่งปลูกข้าวโพดที่ดีที่สุดของไทย จังหวัดนครราชสีมา, อาหารทะเลสดๆ จากกลุ่มชาวประมงที่ส่งเสริมวิถีประมงแบบพื้นบ้าน พร้อมด้วยผลไม้ตามฤดูกาลจากสวนที่ดีที่สุดทั่วไทย เช่น ทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ, มังคุด, ขนมแดงสุริยา, มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง,มะพร้ามน้ำหอมออร์แกนิค, ส้มโอทับทิมสยาม, ส้มโอขาวแตงกวา, สับปะรดทองระยอง, แตงโมเกาะสุกร, เมล่อน และอีกมากมาย

“EAT LOCAL” ชิมอาหารพื้นบ้านรสชาติแบบไทย อาทิ ขาหมูโบราณกะทู้ ภูเก็ต ความอร่อยจากจังหวัดภูเก็ต การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ 4 ปีซ้อน, ซาลาเปาหมูสับไข่เค็มโบราณ และ ถั่วหวานงาขาวซาลาเปาแต้จิ๋วโบราณอายุมากกว่าร้อยปี ไส้หมูสับสูตรประจำตระกูล ร้านกู่หลงเปา จากกรุงเทพมหานคร, ไตปลาแห้งจากร้านนครไทยสูตรดั้งเดิมของร้านขนมจีนเมืองคอน จังหวัดนครศรีธรรมราช,ข้าวแต๋นน้ำแตงโม จากร้านข้าวแต๋นทองอำไพ, หมี่พันลับแล&น้ำพริกตะไคร้กรอบ และตะไคร้ทอดอบสมุนไพร จากร้านลมเย็น อุตรดิตถ์, กาละแม ทิพย์สมุยสินค้า OTOP 5 ดาว และไข่เค็มไชยา จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฯลฯ

“LIVE LOCAL” ช้อปสินค้าภูมิปัญญาไทยดีไซน์เก๋ อาทิ ชามตราไก่และเซรามิก จากจังหวัดลำปาง, ย่านลิเภา เครื่องถมนคร ผ้ายกเมืองนคร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช, Roast Runner กาแฟไทย รางวัลระดับโลก เมล็ดกาแฟไทยคั่วที่คัดสรรจากแหล่งปลูก เช่น กาแฟดอยสะเก็ด กาแฟปางขอน และกาแฟห้วยน้ำขุ่น, กระเป๋าสาน จากแบรนด์ Bangkok Baskets, ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าช้อปทั้งสิ้น

ชุติเดช ผู้เจริญทั่ว, พลอยชมพู อัมพุช, ศุภวุฒิ
ไชยประสิทธิ์กุล ร่วมเปิดงาน “คัดไทย มาร์เก็ต 2023”

ชุติเดช ผู้เจริญทั่ว, พลอยชมพู อัมพุช, ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ร่วมเปิดงาน “คัดไทย มาร์เก็ต 2023”

ปอ-ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์

ปอ-ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์

ปันบุญ โดย ทีทีบี เสริมองค์ความรู้แก่มูลนิธิองค์กรสาธารณกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731338

ปันบุญ โดย ทีทีบี เสริมองค์ความรู้แก่มูลนิธิองค์กรสาธารณกุศล

ปันบุญ โดย ทีทีบี เสริมองค์ความรู้แก่มูลนิธิองค์กรสาธารณกุศล

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปันบุญ โดย ทีทีบี สนับสนุนมูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล ปรับตัวระดมทุนในยุคดิจิทัล จัดสัมมนาเสริมองค์ความรู้ โดยกูรูผู้เชี่ยวชาญ แนะกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ให้แก่ผู้บริหารมูลนิธิต่างๆนำไปปรับใช้บริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริจาครายใหม่มากขึ้น พร้อมเสนอแพลตฟอร์ม “ปันบุญ” เป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้มูลนิธิเติบโตอย่างยั่งยืน

วีระชัย อมรรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจทหารองค์กรรัฐ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลมีเพิ่มขึ้นมาก และคนไทยมีแนวโน้มที่จะทำบุญมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากจำนวนผู้บริจาคบนแพลตฟอร์มปันบุญที่มากขึ้นถึง 350,000 ราย ซึ่งการทำบุญในปัจจุบันมีทางเลือกในการบริจาคที่หลากหลาย และสะดวกมากขึ้น อีกทั้งเรื่องของ e-Donation การได้สิทธิลดหย่อนภาษี การประชาสัมพันธ์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทำให้การทำบุญเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าในอดีต ที่ผู้บริจาคเงิน
ต้องเดินทางไปที่มูลนิธิเอง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ยังต้องการความรู้และทักษะในการใช้ช่องทางการสื่อสารทางการตลาดที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริจาครายใหม่ๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักมูลนิธิมากขึ้น และต้องการเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการทำงาน

จากปัญหาดังกล่าว ทางธนาคารได้เล็งเห็น และอยากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้กับมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลให้มากขึ้น ปันบุญ โดยทีทีบี จึงได้จัดงานสัมมนา “การระดมทุนในยุคดิจิทัล ต้องทำอย่างไร?” ให้กับผู้บริหารที่ดูแลมูลนิธิได้รับความรู้จากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการตลาดดิจิทัล เพื่อนำไปบริหารจัดการขององค์กรให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งองค์ความรู้เรื่องกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน เพื่อปรับตัวและนำไปใช้ได้จริงในองค์กรให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริจาครายใหม่ การรับฟังประสบการณ์ตรงจากมูลนิธิที่ใช้การตลาดออนไลน์ในการรับมือและทำให้มูลนิธิเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งคำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ บริการและโซลูชั่น ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการมูลนิธิ สะดวก มีประสิทธิภาพ และช่วยสนับสนุนให้มูลนิธิเติบโตอย่างยั่งยืน

แคทรีน อมตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เฮด วัน ฮันเดรด จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการตลาด กล่าวว่า หลังจากที่มีสถานการณ์โควิด-19 องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เริ่มมีการปรับตัว และมีการเชิญชวนให้คนมาร่วมบริจาคในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบสตอรี่ วีดีโอออนไลน์ สร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ๆเพื่อดึงดูดให้ผู้บริจาคเกิดความสนใจมากขึ้นซึ่งการใช้ช่องทางดิจิทัลในการทำการตลาดมีความสำคัญมาก โดยสิ่งองค์กรสาธารณกุศล ต้องคำนึงถึง HEART CHARITY MARKETING JOURNEY นั่นคือ 1.Heart-Hitting : หา insight ที่ใช่ เป้าหมายที่มีความหมายพอที่จะสร้างการโน้มน้าวโดนใจผู้บริจาคได้ 2.Engaging Stories : สร้างเรื่องราวที่มีความหมาย ดีกว่าสถิติที่ไกลตัวรูปแบบวีดีโอสร้างความรู้สึกร่วมได้ดีกว่า แล้วเลือกประเภทเนื้อหาตรงพฤติกรรมผู้บริโภค 3.Always There! อยู่ถูกที่ เลือกช่องทางให้ถึงตัวกลุ่มเป้าหมาย เสิร์ชต้องเจอ โซเชียลต้องแน่น และจับมือพันธมิตรร่วมขยายผล 4.Real Time & Really Easy รวดเร็วแบบเรียลไทม์ เตรียมรับมือทุกคำถามทุกช่องทาง ทำให้การบริจาคเป็นเรื่องง่าย 5.Testimonials & Fans สร้างกระบอกเสียงและ “FC” ให้ได้

พญ.พนิดา ศรีสันต์ ผู้จัดการกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กล่าวว่า เดิมรูปแบบการขอรับการสนับสนุนของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก จะเป็นการขอสนับสนุนจากในแวดวงบุคลากรภายใน และจากผู้ปกครองคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ภายหลังได้เริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์ม “ปันบุญ” ของทีทีบี เป็นพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของผู้ป่วย เพื่อขอรับความช่วยเหลือรวมไปถึงการระดมทุนขอรับบริจาค เป็นรูปแบบการรับบริจาคที่ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสก็สามารถร่วมเสริมสร้างสุขภาพเด็กไทยได้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิยังมีการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เป็นคลิปวีดีโอนำเสนอความสำคัญของเครื่องช่วยหายใจกับผู้ป่วยเด็กจากประสบการณ์จริง เผยแพร่ให้คนในสังคมได้รับทราบ กระจายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อระดมเงินบริจาคและนำไปช่วยเหลือเด็กที่ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยล่าสุดได้จัดทำโครงการ “อยู่เพื่อยิ้ม” เพื่อระดมเงินบริจาคให้กับเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวหรือผิดปกติทางกล้ามเนื้อ

พนิดา พรหมจรรยา ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวว่า มูลนิธิฯ ให้การช่วยเหลือเด็กและผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ แผลไฟไหม้ รวมทั้งความผิดปกติบนใบหน้าอื่นๆ ทั้งนี้ มูลนิธิเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย “อาสาสมัคร” ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครนักเรียน โดยในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา มูลนิธิไม่สามารถออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้ กิจกรรมที่นำนักเรียนไปหน่วยแพทย์จึงไม่สามารถทำได้ ทางมูลนิธิจึงจัดกิจกรรม Student Webinar โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล จัด “สัมมนาออนไลน์” ให้ความรู้ในเรื่องของการเรียนสายแพทย์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากและสามารถระดมทุนจากการจำหน่ายบัตรสัมมนาและการมีสปอนเซอร์สนับสนุน นอกจากนี้มูลนิธิได้เข้าร่วม “ปันบุญ” ของทีทีบี ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้เป็นช่องทางการบริจาคจากเว็บไซต์ของมูลนิธิ ลิงก์ไปที่เพจของปันบุญ ซึ่งนอกจากเป็นช่องทางบริจาคแล้ว ยังเป็นพื้นที่ในการแจ้งข่าวสารด้วย นับว่า “ปันบุญ” เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้มูลนิธิฯ ได้รับการบริจาคที่เพิ่มมากขึ้น เพราะทำให้เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากขึ้นในวงกว้าง

ด้าน กนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต
ย้ำว่า ทีทีบี ต้องการเป็นพันธมิตรของมูลนิธิอย่างแท้จริง จึงพัฒนา “ปันบุญ” โซลูชั่นบริหารจัดการ มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลแบบครบวงจร เพื่อเป็นตัวช่วยให้มูลนิธิสามารถเข้าถึงฐานผู้บริโภคได้กว้างขึ้น สามารถรองรับช่องทางรับบริจาคทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งผู้บริจาคจากทั่วโลกสามารถเข้ามาร่วมบริจาคได้ตลอดเวลา ด้วยช่องทางการบริจาคที่ครบ ง่ายและสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด,e-wallet รวมถึงบัตรเครดิตที่รองรับได้ทั้งการบริจาคเป็นรายครั้งและรายเดือน ทั้งยังช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่มูลนิธิในการจัดการงานเอกสารหลักฐานการลดหย่อนภาษีและการทำบัญชี เนื่องจากทางธนาคารจัดทำและนำส่งข้อมูลกรมสรรพากรผ่านระบบ ซึ่งผู้บริจาคไม่ต้องเก็บใบเสร็จกระดาษ และทางมูลนิธิได้รับรายงานการรับบริจาคโดยอัตโนมัติ

มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล ที่สนใจใช้บริการ ปันบุญ โดย ทีทีบี สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร. 02-6437000

APCO เปิดโครงการ‘สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ที่ Bye Bye HIV’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731277

APCO เปิดโครงการ‘สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ที่ Bye Bye HIV’

APCO เปิดโครงการ‘สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ที่ Bye Bye HIV’

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ผู้นำนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากสารสกัดพืชธรรมชาติของไทย และทีมนักวิจัย Operation BIM เปิดโครงการ “สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ Bye Bye HIV แล้ว” คือตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องแล้ว เข้าทำงานกับบริษัทกับตำแหน่ง “ที่ปรึกษาโครงการBye Bye HIV” ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อ HIV ในไทย

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO และหัวหน้าทีมนักวิจัย Operation BIM เปิดเผยว่า บริษัทได้ริเริ่มโครงการ Bye ByeHIV ขึ้นเมื่อวันเอดส์โลกปี 2565 หลังจากประสบความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากสารสกัดพืชกินได้ 5 ชนิด ที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไทย Operation BIM ได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น โดยไม่เพียงสามารถบำบัดผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ที่ไม่เคยใช้ยาต้านไวรัส ให้ตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องจำนวน 14 ราย และบำบัดผู้ที่เคยใช้ยาต้านไวรัส จนตรวจไม่พบเชื้อและสามารถหยุดยาต้านไวรัสได้เป็นผลสำเร็จ จากความสำเร็จครั้งนี้ในปีนี้ APCO จึงได้ก้าวไปอีกขั้นเปิดโครงการ “สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ Bye Bye HIV แล้ว” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจกำลังใจ และให้ผู้ติดเชื้อสามารถเข้าถึงกระบวนการบำบัดจนตรวจไม่พบเชื้อได้มากขึ้น

ภายใต้โครงการ “สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ที่ Bye Bye HIV แล้ว” APCO จะรับผู้ที่เคยติดเชื้อที่สามารถ Bye Bye HIV ได้สำเร็จ คือตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่อง มีสุขภาพแข็งแรง และหยุดใช้ยาต้านไวรัสแล้ว 100% เข้าทำงานที่บริษัทในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาโครงการ Bye Bye HIV” มีเงินเดือนและสวัสดิการเหมือนพนักงานทุกคน โดยมีหน้าที่สำคัญคือให้คำแนะนำผู้ที่อยู่ในระหว่างการต่อสู้กับความทุกข์เข็ญจากโรคร้ายนี้ ให้กลับมีคุณภาพชีวิตเหมือนคนปกติเช่นเดียวกับตน ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทได้รับผู้ที่สามารถ Bye Bye HIV แล้ว 2 คน และมีแผนที่จะรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ผู้ที่เคยติดเชื้อเหล่านี้ เคยผ่านความทุกข์เข็ญจากการดำรงชีวิตด้วยการทำมาหาเลี้ยงตัวเอง และการไม่ได้รับความเสมอภาคจากสังคม ปัจจุบันผู้เคยติดเชื้อที่ตรวจไม่พบเชื้อ ที่เราเรียกว่า Bye Bye HIV เหล่านี้มีสุขภาพแข็งแรงมากโดยผลตรวจสุขภาพออกมาชัดเจนว่า นอกจากจะตรวจไม่พบเชื้อ HIV/AIDs ยังมีเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกันสูงมากกว่าคนปกติ และมีหน้าตาและผิวพรรณที่ดูดีเพราะเทโลเมียร์ (ส่วนปลายของโครโมโซม) มีความยาวมากกว่าคนปกติทั่วไป จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ที่ Bye Bye HIV อยู่ในสภาพที่พร้อมจะดำรงชีวิตในสังคมต่อไป หัวใจสำคัญคือ การให้โอกาสให้พวกเขาได้กลับมา มีชีวิตใหม่”

ทั้งนี้ จากการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ของทีมนักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายสาขาภายใต้ Operation BIM นำโดย
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ซึ่งทำการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ มาต่อเนื่องกว่า 18 ปี จนสามารถ
ค้นพบสูตรนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากสารสกัดพืชกินได้ 5 ชนิด คือ มังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ใบบัวบก และฝรั่ง ที่ล้วน
เป็นพืชกินได้ของไทย จึงมีความปลอดภัยโดยกลไกสำคัญคือ การกระตุ้นการทำงานเซลล์เม็ดเลือดขาว Th1 และ Th17 ให้ไปกระตุ้นการทำงานของ Killer T Cell หรือเซลล์ทีพิฆาต ที่เปรียบเหมือนเซลล์อัศวินของร่างกาย ให้ไปทำลายเชื้อร้ายให้หมดฤทธิ์และค่อยๆ สลายตัวไปจนตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2558 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ประกาศรับรอง นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารสกัดจากพืชกินได้ ของ APCO ให้เป็นนวัตกรรมของชาติไทย สำหรับเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวี และในปี 2559 ยังได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ Bye Bye HIV ดูรายละเอียดได้ที่ https://
http://www.byebyehiv.com/หรือติดต่อ Call Center 1154 หรือ Add LINE:@bim100callcenter

Life & Health : รู้จัก AI เทคโนโลยีช่วยงานผู้นำยุคดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731280

Life & Health : รู้จัก AI เทคโนโลยีช่วยงานผู้นำยุคดิจิทัล

Life & Health : รู้จัก AI เทคโนโลยีช่วยงานผู้นำยุคดิจิทัล

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความฉลาดเทียมให้กับเครื่องจักร หุ่นยนต์ หรือคอมพิวเตอร์ ให้มีคุณลักษณะทางด้านสติปัญญาและความฉลาดเหมือนมนุษย์ โดยใช้แนวคิดจากการทำงานของสมองมนุษย์ เพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูล การคิดอย่างมีเหตุผล การกระทำอย่างมีเหตุผล และการเรียนรู้จากประสบการณ์ AI สามารถแบ่งประเภทได้ตามระบบการประมวลผลและระดับความสามารถ เช่น Machine Learning, Natural
Language Processing (NLP), Computer Vision, Generative AI, Predictive AI, Analytical AI เป็นต้น

ปัจจุบัน AI ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานทางธุรกิจหลากหลายหน้าที่ทั้งด้านการตลาด การบริการลูกค้าการขาย การค้นคว้าและวิจัย การผลิต การบัญชีและการเงิน การพัฒนาบุคลากร และอื่นๆ AI มีประโยชน์ในหลายด้าน เช่น การยกระดับการให้บริการลูกค้า, การเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามงาน, การยกระดับคุณภาพของงาน และลดความผิดพลาดในการทำงาน, การเพิ่มประสิทธิภาพ และผลผลิตในการทำงาน, การทำธุรกิจได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น, การสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับธุรกิจและการขยายโมเดลทางธุรกิจ, รวมทั้งการบริหารบุคลากรในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม AI ก็มีข้อเสียบ้าง เช่น AI อาจขาดความคิดสร้างสรรค์ เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของข้อมูล เป็นอุปสรรคต่อการจ้างงานของมนุษย์ หรือไม่สามารถดำเนินการนอกข้อมูลที่คุณป้อนได้ เป็นต้น

ข้อมูลจาก ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บียอนด์ เทรนนิ่ง จำกัด (Beyond Training) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้จัด Beyond Training Open house Adaptive Leadership Forum 2023 นวัตกรรมในการพัฒนาผู้นำยุคใหม่ ให้ปรับตัวไว เพื่อพัฒนาผู้นำฉบับเร่งด่วนเพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารจากองค์กรระดับประเทศมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในช่วงเสวนามากมาย

แม้เทคโนโลยี AI จะสามารถสร้างรูปภาพ เขียนโค้ดและเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทำงานมากขึ้น การมองหาและรักษา Talent ด้านการเขียนโค้ดที่หลายบริษัทมองว่าเป็นมนุษย์ทองคำ อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะต่อไป AI สามารถช่วยเขียนโค้ดได้ ด้วยความสามารถของ AI ที่พัฒนาเร็วขึ้นทุกวัน ดังนั้นทีม HR จำเป็นต้องเรียนรู้
และวางแผนการจ้างงาน การอบรมพัฒนาบุคลากร ว่าพวกเขาควร Up Skill, Re Skill ด้านไหนบ้างจึงจะตอบโจทย์โลกการทำงานยุค AI นี้ ซึ่ง Beyond Training เองมีความพร้อมที่จะเป็น Total Training Solution ให้กับองค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศได้พัฒนาศักยภาพพนักงานในองค์กรอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะผู้นำยุคใหม่ ผ่านโปรแกรมหลักสูตร Adaptive Leadership Series ที่พร้อมจะพาบุคลากรก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแบบ Adaptive Leadership เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนในยุคดิจิทัลใหม่นี้

ข้อระวังในการใช้ AI คือ อย่านำข้อมูลบริษัทไปให้เทคโนโลยี AI ภายนอกวิเคราะห์เด็ดขาด การใช้เทคโนโลยี AI ให้เป็นประโยชน์สูงสุดในการทำงาน ควรใช้เฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานที่ไม่กระทบกับองค์กรเท่านั้น เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีการจัดเก็บข้อมูลและคำถามที่เราได้ป้อนให้ AI ตอบโต้ เขาอาจนำข้อมูลไปต่อยอดหรือทำอะไรก็ได้ มีบริษัทหลายที่ต้องการซื้อเทคโนโลยี AI ไปใช้ในบริษัทเป็นการส่วนตัวเพื่อป้องกันปัญหานี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรนำข้อมูลสำคัญของบริษัทไปให้ AI ภายนอก ช่วยวิเคราะห์ อาจมีคนทำงานรุ่นใหม่หรือคนที่ต้องการทำงานให้ได้ผลลัพธ์เร็ว นำข้อมูลของบริษัทไปให้เทคโนโลยี AI ภายนอกที่เสียเงินซื้อแล้ววิเคราะห์ เพราะคิดว่าเสียเงินซื้อแล้วย่อมปลอดภัย แต่ความจริงทางเจ้าของเทคโนโลยีอาจได้ข้อมูลสำคัญของบริษัทเราไปกลายเป็น Open DATA อาจรั่วไหลถึงคู่แข่ง เกิดเป็นความเสียหายที่มิอาจตีเป็นราคาได้ แต่ในกรณีที่ซื้อเทคโนโลยี AI ปรับแต่งและใช้ภายในบริษัทโดยเฉพาะ เครื่องมือนี้จะช่วยให้คนทำงานทุกภาคส่วนสะดวกสบาย มี Productivity ที่ดีขึ้น และที่สำคัญ คือปลอดภัย รัดกุม ข้อมูลไม่รั่วไหล

ข้อมูลที่จาก โอม ศิวะดิตถ์ ผู้บริหาร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยกกรณี ChatGPT ที่สามารถคิดและสร้างคอนเทนต์ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี ที่คนไทยบางส่วนกลัวว่าจะมาแย่งงาน โดย ChatGPT เป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างตัวอักษร ข้อความ โต้ตอบกับมนุษย์ได้ สามารถเข้าใจบริบทอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่มนุษย์ต้องการ เช่น ป้อนข้อมูลว่าอยากได้สโลแกนร้านอาหาร ChatGPT ก็สามารถคิดคำได้อย่างสละสลวยและคล้องจองกัน รวมทั้ง
เข้าใจรูปภาพ เข้าใจบริบทที่เกิดขึ้นในภาพ หากเราคุยกับ AI ในโปรแกรม Microsoft Bing โดยทดลองปรึกษาว่าอยากเปลี่ยนสายงาน สิ่งที่ AI โต้ตอบไม่ใช่การแนะนำทันที แต่กลับถามข้อมูลบางส่วน ถามเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเปลี่ยนสายงานเมื่อเก็บข้อมูลครบถ้วนแล้ว AI จึงจะเสนอแนวทางการพัฒนาตัวเองและแผนการเติบโตและการย้ายงานให้ ถือเป็นนวัตกรรมที่พลิกล็อกครั้งใหญ่ให้กับคนทำงานและ HR ทีเดียว

ทั้งนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ เปรียบคนทำงานเป็นนักบิน ส่วนเทคโนโลยี AI เป็นผู้ช่วย ทำให้คนทำงานสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สร้าง Productivity มากขึ้น ถ้าอยากได้ภาพประกอบการทำงาน ก็ป้อนคำสั่งให้ AI ช่วยสร้าง อยากได้อีเมลภาษาอังกฤษที่ถูกหลักไวยากรณ์ ภาษาสวย ก็ป้อนข้อมูลให้ AI ช่วยคิดได้ AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์แต่ถ้าคนที่ไม่ยอมปรับตัว ไม่ยอมเรียนรู้วิธีใช้งานเทคโนโลยี AI ต่างหากที่จะถูกแทนที่ การต่อต้านเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI ก็เหมือนโต้คลื่นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ถ้าหากเรายอมรับและเรียนรู้ ค่อยๆ ไต่ระดับไปพร้อมกับคลื่นความเปลี่ยนแปลง โอกาสที่จะถึงฝั่งก็เร็วและสะดวกมากขึ้น

ซึ่งสิ่งท้าทายขององค์กรในโลกการทำงานยุคใหม่ นั้น โอม-ศิวะดิตถ์ ให้ความเห็นว่า Do More With Less ไม่ใช่การประหยัดต้นทุน แต่ทำในสิ่งที่ให้มูลค่าสูง แต่ลงทุนในด้านทรัพยากรน้อย ทำอย่างไรให้มี Innovation มากขึ้นและใช้ทรัพยากรลดลง ใช้เทคโนโลยีมาช่วย ต้องลงทุนแบบ Zero Waste องค์กรที่บริหารจัดการด้วยเทคนิค Do More With Less ได้ จะเป็นองค์กรที่ชนะในการแข่งขันของโลกการทำงานยุคใหม่ องค์กรต้อง Speed to Market เข้าตลาดได้ไว ต้องเข้าใจ AI และ Data ลงมือทำที่รวดเร็ว ไม่ต้องกลัวความล้มเหลว เพราะยุคนี้เป็นยุคของการแข่งขันต้องมีความรวดเร็ว ลองผิดลองถูก เพื่อหาเส้นทางที่ดีที่สุดในการเติบโตในธุรกิจยุคดิจิทัลนี้

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

กาชาดชวนทำดีด้วยหัวใจ ร่วมเป็นอาสาสมัครสภากาชาดไทย เฉลิมฉลองกาชาดโลก ‘ทุกสิ่งที่เราทำได้ เราทำด้วยหัวใจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731339

กาชาดชวนทำดีด้วยหัวใจ ร่วมเป็นอาสาสมัครสภากาชาดไทย  เฉลิมฉลองกาชาดโลก ‘ทุกสิ่งที่เราทำได้ เราทำด้วยหัวใจ’

กาชาดชวนทำดีด้วยหัวใจ ร่วมเป็นอาสาสมัครสภากาชาดไทย เฉลิมฉลองกาชาดโลก ‘ทุกสิ่งที่เราทำได้ เราทำด้วยหัวใจ’

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

8 พฤษภา วันกาชาดโลก สภากาชาดไทย เชิญร่วมทำดีช่วยเหลือสังคมด้วยหัวใจ ด้วยการเป็นอาสาสมัครสภากาชาดไทยและชมนิทรรศการภาพถ่าย การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสภากาชาดไทย ที่แสดงออกถึงการทุ่มเทความเสียสละ ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ตามคติทัศน์ของสภากาชาดไทย คือ การบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย เพื่อประโยชน์สุขและเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยมีภารกิจหลัก 4 ด้าน คือ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย งานบริการโลหิต การส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันกาชาดโลก ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในวันกาชาดโลก (World Red Cross Day) ตรงกับวันที่
8 พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของ นายอังรี ดูนังต์ ผู้ให้กำเนิดกาชาดสากล สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้ขอความร่วมมือให้สภากาชาดทั่วโลก จัดกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จและการบรรลุเป้าหมายของการทำงานของสภากาชาดทั่วโลก และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนการทำงานของสภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงออกไปสู่สากล

ในปี 2566 สภากาชาดไทย ได้จัดกิจกรรมวันกาชาดโลกภายใต้แนวคิด “Everything we do comes #fromtheheart -ทุกสิ่งที่เราทำได้ เราทำด้วยหัวใจ” ดังนี้ 1.การจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายซึ่งแสดงออกถึง ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ผ่านภารกิจหลักของสภากาชาดไทย ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย, การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ, การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ระหว่างวันที่
8-12 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ 2.กิจกรรมบริจาคโลหิตวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เชิญชวนเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครและประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
พร้อมรับเสื้อยืดวันกาชาดโลก 2566 และกลุ่มบริษัทในเครือเซ็นทรัล ร่วมมอบโดนัท ให้กับผู้บริจาคโลหิตเนื่องในวันกาชาดโลก3.กิจกรรม “ทำดีต้องบอกต่อ” เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไป โพสต์และแชร์ภาพถ่าย การทำความดี
ในรูปแบบต่างๆ ตามภารกิจของสภากาชาดไทยทั้ง 4 ด้านภายใต้แนวคิด Everything we do comes #fromtheheart ผ่านเฟซบุ๊กศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ลุ้นรับเสื้อยืดวันกาชาดโลกปี 2566 จำนวน 20 รางวัล และ 4.กิจกรรมร่วมเจตจำนงเป็น “อาสาสมัครสภากาชาดไทย” เชิญชวนประชาชนทั่วไป เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “อาสาสมัครกาชาด” เลือกกิจกรรมที่สนใจ ทุกท่านสามารถมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย

ฮวน เปโตร แชเรอร์ ผอ.ICRC

ฮวน เปโตร แชเรอร์ ผอ.ICRC

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

แคททรีน คลาร์คสัน หัวหน้าคณะทำงาน IFRC

แคททรีน คลาร์คสัน หัวหน้าคณะทำงาน IFRC

คุณแหน : 17 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/731266

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ชื่นชม ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดต้อนรับเยาวชนโครงการ“สานใจไทยสู่ใจใต้”รุ่นที่ 40 พร้อมครอบครัวอุปถัมภ์..

ll ขอแสดงความยินดีกับชาว วบส.2 นิด้า ที่ได้ผู้บริหารคนเก่ง พิศิษฐ์เสรีวิวัฒนา เป็นประธานรุ่นคนใหม่ วาระ 2 ปี..

ll ผศ.ดร.นพพล เผ่าสวัสดิ์ เป็นประธานเปิดโครงการ Mahidol Museum Talk ภายใต้หัวข้อ“พระเมตตาวัฒนานครินทร์”เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระพิเศษครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์,รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี,ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ,ผศ.ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่าง และ จุมพจน์ เชื้อสาย เป็นวิทยากร..

ll ยามนี้ วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พร้อมครอบครัวหลบลมร้อนที่ กทม. ไปเกาหลี 5 วัน ทริปนี้คุณย่าเพ็ญสุดแฮปปี้เพราะได้พาน้องไพร์ม หลานชายวัย 2 ขวบไปช้อปปิ้งด้วย..

ll วันเกิดปีนี้ รังสรรค์ พวงปราง แม้จะติดประชุมทั้งวัน แต่ยังได้ร่วมทำบุญบริจาคเงินให้ รพ.รามาธิบดี..

ll ด้วยเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง social listening ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บจ.เรียล สมาร์ท ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง“การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงานขององค์กร”ให้แก่ผู้เข้าอบรมในหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 6..

ll ยินดีที่ได้รับเลือกเข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 3 เช่น ทรงลักษณ์ วรภัย,ผศ.ดร.ชาย รังสิยากูล,สมชาย หอมกลิ่นแก้ว,ดร.กิจก้อง นาคทั่ง,ดร.ชูพงศ์ คำจวง,ดร.เทพกาญจน์ เกียรติศิริ, ผศ.ดร.หริส ประสารฉ่ำ,กิตติศักดิ์ วรรณวิเชษฐ์, ว่าที่ ร.ต.จเรวัฒน์ ชินวัฒน์, เจตนิพิฐ หล้าประเสริฐ,ภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์, ธานินทร์ พานิชชีวะ,มาโนช ตันเจริญ, ชุมพล ร่วมสุข,บุณยนุช ตุ้มท่าไม้,ทวีศักดิ์ ทวีรัตน์,ประเสริฐ บุตรศรี,ศุณัฐโชติ สุขขีรัตน์,ศุภวุฒิ ตรีพาสัย,วุฒิชัย ศุภอรรถพานิช,คัมภีร์ ตาหมาด..

ll ช่วงนี้ ว่างเมื่อไหร่ บุญเกียรติ โชควัฒนา เป็นต้องฟิตซ้อมลูกคอเพื่อร่วมโชว์พลังเสียงในคอนเสิร์ตการกุศลฯ“Love For Cardiac Children Charity Concert 2023”ณ โรงละคร M Theatre 20 พ.ค. 14.30 น. จัดโดยมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯรายได้สมทบทุนผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซื้อบัตรได้ที่ โทร.02-7166070-1, 086-3210793 หรือ Line : @ccft2524..ll

น้องใหม่