‘พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ’ ส่ง ChatGPT แชทบอทอัจฉริยะ เขย่าวงการออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730611

‘พงษ์ชัยวัฒน์  สอนสุภาพ’ ส่ง ChatGPT แชทบอทอัจฉริยะ เขย่าวงการออนไลน์

‘พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ’ ส่ง ChatGPT แชทบอทอัจฉริยะ เขย่าวงการออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.04 น.

ปัจจุบัน AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ได้เปลี่ยนโลก และเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งช่วยเขียนโค้ด  เขียนบทความ โต้ตอบคำถาม หรือให้บริการในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น โดยหนึ่งใน AI ที่เป็นกระแสมากที่สุดตอนนี้ก็คือ ChatGPT (แชทจีพีที) ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ ที่ช่วยตอบโต้บทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติได้อารมณ์ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด  

“พงษ์ชัยวัฒน์  สอนสุภาพ” หรือ “นิค” ที่ปรึกษาธุรกิจออนไลน์ และเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านการทำตลาดออนไลน์ กล่าวถึง ChatGPT ว่าเป็น AI Chatbot ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน และกลายมาเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว และกำลังขยายความสามารถ รวมถึงยกระดับระบบปฏิบัติการให้มีบทบาทและเข้าถึงกลุ่มคนทุกวงการได้มากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากกระแสความตื่นตัวของผู้คนหลังจากมีการใช้งาน ChatGPT มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“นับตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดโควิด 19  ผ่านไป แนวโน้มของการซื้อขายสินค้าออนไลน์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันก็เริ่มรู้จักการขายออนไลน์กันมากขึ้น การซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้เข้ามาอยู่ในทุกมิติของผู้คน ช่วงที่เกิดโรคระบาดทำให้เราได้เรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ เช่นการสั่งสินค้าออนไลน์ ทำอะไรหลาย ๆ อย่างผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล ค้นหาสินค้าที่ต้องการด้วยตัวเองได้มากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็ถือว่าเป็นความสะดวกสบายอย่างหนึ่งของคนในยุคนี้”

การซื้อขายออนไลน์ จากเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

ปัจจุบันระบบซื้อขายสินค้าออนไลน์มีหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งประเด็นของการเปลี่ยนแปลงจะขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าจะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มไหน นั่นคือ ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจก็ต้องทำการตลาด สร้างทางเลือกให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ และใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งตัวสินค้าและพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันจึงเป็นไปในทิศทางของการมองหาสินค้าราคาถูก สินค้าลดราคา และสินค้าที่ไม่มีขายทั่วไปตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ตัว

บทบาทของ ChatGPT ในการเข้ามาช่วยการทำตลาดออนไลน์

ข้อดีของ ChatGPT หลัก ๆ คือ การมี AI คอยแบคอัพข้อมูลอยู่เบื้องหลัง ทำให้เราได้ข้อมูลที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น  ChatGPT กลายเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำการตลาด โดยเฉพาะในเรื่องการหาไอเดีย หาข้อมูล คิดคอนเทนท์ คิดแคปชัน สามารถช่วยในเรื่องการทำโฆษณาต่าง ๆ และช่วยคิดวิเคราะห์ข้อมูล เพราะ ChatGPT ก็ทำงานเหมือนกับการนำข้อมูลต่าง ๆ บนโลกใบนี้มันรวมกัน  แล้วก็นำมาประมวลผลเสนอให้เราในรูปแบบที่เราต้องการผ่านการใช้คำสั่งที่เหมาะสม ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ChatGPT จะเข้ามาตอบโจทย์ในการทำงานมากขึ้น ทั้งในเรื่องของธุรกิจ และอีกหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะที่กำลังมีการพัฒนาล่าสุด คือ ChatGPT เวอร์ชั่น 4  ที่นักพัฒนาระบบกำลังพยายามพัฒนาปลั๊กอินต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริม เพื่อจะทำให้ ChatGPT สามารถเขียนบทความที่มีความเป็นอีโมชันมากขึ้น ใกล้เคียงกับการเขียนโดยมนุษย์

“ในแง่ของการทำตลาดออนไลน์ ChatGPT จะกลายมาเป็นตัวช่วยในการคิดหาไอเดีย เช่น หากต้องการให้ช่วยคิดการโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าสักตัวหนึ่ง ChatGPT ก็สามารถที่จะออกแบบมาให้ได้ว่าโฆษณาควรจะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างเป็นการช่วยสร้างสรรค์ไอเดียให้เราได้ไปต่อยอดทำงานต่อ ซึ่งในตลาดออนไลน์ตอนนี้ก็มีสินค้าหลายแบรนด์ที่เริ่มใช้ ChatGPT เข้ามาช่วยทำโฆษณาแล้ว แสดงให้เห็นว่ามีการใช้ที่แพร่หลายมากขึ้น”

ChatGPT กับพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยในตลาดออนไลน์ น่าจะพัฒนาไปในทิศทางไหน?

“ปัจจุบันเราสามารถใช้ ChatGPT เข้ามาช่วยในการช่วยในการทำงานด้านการตลาดได้มากมาย เช่น การค้นหาไอเดีย การคิดแคปชัน การคิดคอนเท้นท์ การหากลุ่มเป้าหมาย และการออกแบบโปรเจกต์ทางการตลาด เป็นต้น ทำให้ช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก และตอนนี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญหรือนักพัฒนาหลายคนได้ออกมาแนะนำวิธีการใช้คำสั่งเฉพาะกันมากขึ้น  ซึ่งจะทำให้การใช้ ChatGPT ได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถค้นหาข้อมูลได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงสิ่งที่เราต้องการได้มากขึ้น จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์ได้มากจริง ๆ และอีก 3-4 ปี ข้างหน้า ก็น่าจะเห็นการใช้ ChatGPT กันแพร่หลาย”

ความอัจฉริยะที่น่าจับตามองในอนาคต หรือจุดจบของสายงานหลาย ๆ อาชีพ?

 แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่การใช้ ChatGPT ก็ยังมีจุดอ่อน คือเรื่องความแม่นยำของข้อมูล เนื่องจากเรายังไม่ใช่เจ้าของภาษาที่สร้างแพลตฟอร์มนี้ จึงทำให้การใช้คำสั่งยังไม่ชัดเจน และลงลึกในรายละเอียดได้ไม่มากนัก แต่ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้น ยังต้องมีการพัฒนาไปอีกเยอะ ซึ่งตอนนี้เราต้องเริ่มต้นโดยการเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือให้เป็น เรียนรู้การใช้คำสั่ง เพื่อให้จุดอ่อนนั้นแข็งแรงขึ้น และกลายเป็นจุดแข็งในอนาคต

“ท้ายที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่าคนก็ยังอยากจะเข้าถึงความเป็นคนมากกว่าหุ่นยนต์ ในขณะที่หุ่นยนต์ก็พยายามจะเลียนแบบความเป็นคน เพื่อให้เกิดความรู้สึก เพื่อให้เกิดอีโมชันเข้ามามากขึ้น ซึ่งในอนาคต ChatGPT อาจจะเข้ามาทดแทนตำแหน่งงานของคนในบางสายอาชีพได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนคงต้องใช้เวลาติดตามมากกว่านี้อีกสัก 3-4 ปี เพราะในตอนนี้ระบบยังมีข้อจำกัดเรื่องของการอัปเดตชุดข้อมูล ภาษา ความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอ และความเข้าใจในพื้นฐานของมนุษย์ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ที่ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป”

-(016)

เปิดตัว โครงการที่พักอาศัย สำหรับคนวัยเกษียณ ‘Lalisa Active Living’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730609

เปิดตัว โครงการที่พักอาศัย สำหรับคนวัยเกษียณ ‘Lalisa Active Living’

เปิดตัว โครงการที่พักอาศัย สำหรับคนวัยเกษียณ ‘Lalisa Active Living’

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.59 น.

ลลิสาเนอร์สซิ่งโฮม กรุ๊ป (Lalisa Nursing home group) นำทีมโดย 4 ผู้บริหารเก่ง  อธิพร พูลสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ,วิสูตร วัลลา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) , มธุรส ทับสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุ มากกว่า 6 ปี มี แฟรนไชส์ 21 แห่งทั่วประเทศ  และ อภิสรา ทับสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO)  พร้อมเดินหน้าเปิดตัว “โครงการที่พักอาศัย สำหรับวัยเกษียณ Lalisa Active Living :อยู่โครงการในฝัน เพื่อบั้นปลายชีวิตที่มีคุณภาพ” ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ริมทะเลหัวหิน พร้อมสิทธิ์อยู่ได้ตลอดชีวิต ที่ Energy seaside  City หัวหิน และรับสิทธิ์อื่นๆอีกมากมาย อาทิ พยาบาลตรวจสุขภาพทุกวัน การดูแลกรณีฉุกเฉิน กิจกรรมสันทนาการ กายภาพบำบัด การออกกำลังกาย และ บริการปรึกษาแพทย์ โดยโครงการนี้เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัทราชประสงค์จำกัด (มหาชน ) และกำลังจะขยายธุรกิจต่อไปที่ต่าง ๆ โดยมี บริษัท มหาชน ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ จ่อคิวรอร่วมโครงการอีก 2 ราย

อาม-อธิพร พูลสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO คนเก่งแห่งกลุ่มบ้าน ลลิสาเนอร์สซิ่งโฮม กรุ๊ป (Lalisa Nursing home group) เปิดใจถึงจุดเริ่มต้นว่า  ผมเดินทางไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และในระดับมหาวิทยาลัย เลือกเรียนสาขาวิชาที่เกี่ยวกับรัฐศาสตร์และเศษฐศาสตร์ ผมได้เห็นถึงพฤติกรรมของนักเรียน นักศึกษา ชาวอเมริกัน ที่มองโรคเครียดเป็นเรื่องปกติมาก ในช่วงแรก ๆ ที่ผมกลับมาเมืองไทย ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานอะไร ทั้ง ๆ ที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวรองรับอยู่ แต่ผมอยากทำธุรกิจของตัวเอง จึงยืมเงินคุณแม่ และเริ่มหา Business Model ว่าเมืองไทยเรามีอะไรเป็นจุดแข็ง ซึ่งธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์ Medical Tourism น่าจะเป็นอะไรที่มีศักยภาพ และมีโอกาสเติบโตได้สูงในเมืองไทย

 ในตอนแรกเปิดเป็นศูนย์ค่อนข้างเป็นส่วนตัว รับลูกค้าวีไอพี เน้นชาวต่างชาติ คือลูกค้าที่เป็นนักการเมือง เป็นดาราที่เขามีโรคปัญหาเรื่องเสพติดเหล้า ติดโคเคน หรือติดพนัน ไม่อยากบำบัดที่บ้าน เพราะไม่อยากเป็นข่าว ให้เขาบินมาอยู่กับเราที่ประเทศไทย เพราะได้ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ มีความเป็นส่วนตัวสูง นี่เป็นธุรกิจแรกของผมที่เกี่ยวกับ Medical Tourism เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติครับ

จากนั้น อาม-อธิพร พูลสวัสดิ์ เดินหน้าเปิดศูนย์  Medical Tourism โดยได้นำนวัตกรรม เครื่อง TMS  โดย T ไทยแลนด์ M มาเลเซีย และ S สิงคโปร์  เป็นเครื่องช่วยรักษาโรคซึมเศร้า

 “ปกติขั้นตอนการรักษาโรคซึมเศร้า คือต้องกินยา Antidepressant แล้วบำบัดทางจิต แต่บางคนที่ไม่ตอบสนองกับยา ก็จะใช้เครื่องตัวนี้ ซึ่งเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไปกระตุ้นสมอง และมีการวิจัยเพิ่มเติมว่าเครื่องตัวนี้สามารถรักษาโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง ในช่วงแรกไปเปิดคลินิกที่เชียงใหม่ โดยใช้เครื่องตัวนี้เป็นจุดขาย คนที่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตเป็นโรคหลอดเลือดสมองมารักษาได้ ฟีดแบคดีมาก เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ และเป็นรายแรกในเชียงใหม่ แต่มีคนบอกว่า เขาเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเดินทางไปกลับค่อนข้างยากไม่สะดวก จะทำอย่างไรดี มีที่พักให้เขาระยะยาวไหม

“ทั้งนี้ทางครอบครัวผมทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงมาดัดแปลงและแปรสภาพอสังหาริมทรัพย์ ให้มาเป็นธุรกิจการแพทย์ โดยเอาบ้านที่อยู่ตรงแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่ ทำเป็น Nursing Home ที่แรกพร้อมกับคลินิก TMS  ปรากฎว่า ลูกค้าอยู่ยาว จนเตียงไม่พอ และในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี่เองที่ทำให้ Nursing Home ที่เป็นธุรกิจ SMEs ได้ปรับเปลี่ยนเป็นโมเดลธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น”

เมื่อตกผลึกความคิดได้แล้ว คุณอามจึงเน้นการทำสเกล และเน้นการขยายสาขาให้ทั่วประเทศ ซึ่งในช่วงโควิด-19 เจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายรายต้องการเปลี่ยนธุรกิจมาทำเป็นธุรกิจดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ จึงคิดว่าโมเดลเป็นการขยายแบบแฟรนไชส์ ซึ่งผู้สูงอายุของเราจะแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก

“สำหรับผู้สูงอายุจะมี ประเภทที่ 1 ผู้สูงอายุติดเตียง แบบไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเครื่องดูดเสมหะ ประเภทที่ 2 กลุ่มพักฟื้น จะเป็นติดเตียงชั่วคราว ที่ต้องการพักฟื้นและต้องการกายภาพเพื่อจะกลับมาเดินได้ ประเภทที่ 3 เป็นผู้สูงอายที่มีปัญหาโรคความจำโรคสมอง เช่น โรค Dementia โรคอัลไซเมอร์ และ ประเภทที่ 4 เป็นผู้สูงอายุที่ค่อนข้างแอคทีฟ คือช่วยเหลือตัวเองพอได้ แต่เนื่องจากความเสี่ยงอะไรหลาย ๆ อย่างญาติเลยมาฝากไว้ที่ศูนย์ครับ”

เดินหน้าสู่ Lalisa Nursing home group งานที่ไม่ใช่แค่ทำเงิน แต่สร้างคุณค่า และสร้างความสุข กับคติประจำใจ 3 F นั่นคือ First ทำเป็นคนแรก เพราะคนแรกจะได้เปรียบ  Fast คือต้องเร็วกว่า ถึงเราอาจไม่ใช่คนแรก แต่ถ้าเอารูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ให้สำเร็จด้วยความรวดเร็ว และ F ที่ 3 คือ Future การมองเทรนด์ในอนาคต

“ผมทำธุรกิจ Nursing Home มา 4 ปีแล้ว จากที่เคยเป็นธุรกิจ SMEs จนถึงตอนนี้บริษัทใหญ่ ๆ เริ่มมาทำ Nursing Home  มีคู่แข่งเยอะขึ้น และในอนาคตไม่อยากตัดราคาแข่งกับคนอื่น ผมจึงพัฒนาโปรแกรม Active Living ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่หัวหิน เน้นกลุ่มลูกค้าวัยเกษียณที่ยังดูแลตัวเองได้ ผมมองว่าเทรนด์ตอนนี้คือคนมีลูกน้อยลง คนไม่ต้องการพึ่งพาลูกหลาน ชอบพึ่งพาตัวเอง เดิมทีหลาย ๆ คนคิดว่ามีลูกเพราะจะได้มีลูกหลานดูแลตอนอายุมากขึ้น แต่ Concept ใหม่ของคนที่ใกล้เกษียณปัจจุบัน คือเขาต้องการดูแลตัวเอง ต้องการมี Community ไม่ต้องการให้ลูกหลานดูแล แต่เขาอยากดูแลตัวเองได้ อยากมีสังคมที่ดี และผมมองว่านี่คือเทรนด์ของเรา

“และสำหรับ Lalisa Active Living  อยู่โครงการในฝัน เพื่อบั้นปลายชีวิตที่มีคุณภาพ เป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับคนทั่วไป แต่มีการตรวจสุขภาพทุกวัน ตรวจในเรื่องของ เบาหวาน ความดัน และการเต้นของหัวใจ เรียกว่า Preventive Care คือถ้าคุณเสี่ยง จะต้องปรึกษาแพทย์หรือเข้ารับการรักษาก่อนที่มันจะเป็นอะไรร้ายแรง เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายคุณยามแก่ และที่ต่างจากคอนโดทั่วไปคือการสร้าง Community สไตล์คอนโด คือนอกจากมีพยาบาลมาช่วยดูแล และมีการตรวจสุขภาพแล้ว ยังมีทำกิจกรรมที่จะทำร่วมกันด้วย ได้ทั้งสังคมได้ทั้งสุขภาพที่ดี ด้วยต้นทุนที่เหมือนกับอยู่คอนโดทั่วไป

“ในส่วน Lalisa Nursing home group มีหลายสาขาทั่วประเทศ แต่ละสาขามีโปรแกรมเฉพาะทาง จึงค่อนข้างตอบโจทย์ทุกคน มีสาขาอยู่ใกล้เคียง และมีราคาที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น คือมีตัวเลือกเยอะ ตอบโจทย์ ในขณะเดียวกันคุณภาพถูกคุมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน Lalisa ของเรามี Lalisa Active Living  สำหรับกลุ่มคนทั่วไป แต่เสริมเรื่องสุขภาพและ Community Lalisa Wellness คือดูแลเรื่อง Well-Being ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเฉพาะทาง เช่น เกี่ยวกับมะเร็งโดยตรง ดูแลเรื่อง Pre and Post Chemotherapy คือโปรแกรมที่ดูแลคนไข้มะเร็งก่อนและหลังรับคีโม แลtมี Lalisa Anti-aging เป็นคลินิกเสริมความงาม”

ในอนาคตเตรียมขยายสาขาสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงการ Cooperation Join กับบริษัทมหาชน เพื่อต้องการขยาย ตาม Road Map โดยวางไว้ว่าขยายหนึ่งสาขาต่อหนึ่งควอร์เตอร์ พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

“สำหรับผมการทำธุรกิจสิ่งสำคัญ คือต้องมีความเป็น Open Mind อย่ามีอคติ ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ยอมรับคน ยอมรับคำแนะนำ หลักสำคัญของความสำเร็จสำหรับผม คือการมีทีมที่ดีมีประสิทธิภาพ ต้องยอมรับว่าตัวผมเองนั้นไม่ได้มีความรู้เรื่องทางการแพทย์ รวมไปถึงเรื่องของการตลาด แต่อาศัยว่าผมไว้ใจคนรอบข้าง คนที่มีศักยภาพดึงมาเข้าทีม และให้เขาบริหารโดยที่เราเป็น Open Mind รับฟัง และนำเอาความรู้ หรือนำเอาประสบการณ์ของเขามาใช้ให้เป็นประโยชน์ จริง ๆ คืออาศัยคนที่มีความรู้จริงทำแทนเราครับ” คุณอาม-อธิพร พูลสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO คนเก่งแห่งกลุ่มบ้านลลิสาเนอร์สซิ่งโฮม (Lalisa Nursing home group) กล่าวในท้ายที่สุด

-(016)

สังคมเราอยู่ได้ด้วยการเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730452

สังคมเราอยู่ได้ด้วยการเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน

สังคมเราอยู่ได้ด้วยการเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนในเขตทุรกันดาร ขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง ทั้ง ครู อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนเครื่องกีฬา แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยอยู่ในเขตห่างไกล เราจึงต้องช่วยเหลือให้เขาสามารถเล่าเรียนให้ได้ดีที่สุด

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปแบ่งปันน้ำใจให้นักเรียนในโรงเรียนห้วยฮ่อม โรงเรียนบนเขาสูง ในเขตอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน โดยไปร่วมทำกิจกรรมแบ่งปันน้ำใจกับ คุณวรพจน์ สุภิมารส กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัปตัน โค้ทติ้ง จำกัด

l เรียนถามว่า กิจกรรมทาสีโรงเรียน และมอบอุปกรณ์การเรียน และเครื่องกีฬาให้น้องๆ นักเรียนในครั้งนี้ เกิดมาจากมูลเหตุใดครับ

คุณวรพจน์ : เรียนว่า กิจกรรมที่เราทำนี้ ไม่ได้มาจากการกำหนดของเรา แต่มาจากเสียงเรียกร้องจากชุมชน และคนที่ร่วมทำกิจกรรมจากชุมชนครับ เราได้รับการร้องขอจากหลายๆ ที่ แล้วเราก็นำมาพิจารณาความเร่งด่วนที่ควรให้การช่วยเหลือจากนั้นเราจึงตัดสินใจว่าจะให้ความช่วยเหลือที่ไหนก่อน และช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง เราจึงขอบอกว่ากิจกรรมของเราเป็นกิจกรรมที่เป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนกับเราครับ เราดีใจที่ชุมชนเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือกันเอง เราจึงเข้ามาร่วมสนับสนุนครับ

l สิ่งสำคัญในการช่วยเหลือครั้งนี้คือการทาสีอาคารเรียนและซ่อมแซมห้องน้ำห้องส้วม คาดว่าใช้เวลาทำงานนานกี่วันจึงจะสำเร็จครับ

คุณวรพจน์ : ถ้าใช้ช่างอาชีพ งานนี้เสร็จภายในเวลา 3-4 วันครับ แต่งานนี้เราใช้ความร่วมมือจากชาวบ้าน นักเรียน พนักงานบริษัท
ของเรา และคนในชุมชนที่ร่วมกิจกรรมกับเรา ดังนั้นการทำงานอาจจะไม่รวดเร็วเหมือนจ้างช่าง แต่ข้อดีของการทำเช่นนี้คือ เราได้รับความร่วมมือจากคนภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน และทำให้นักเรียนได้เห็นความสำคัญของการช่วยกันบำรุงรักษาโรงเรียนของตนเอง มันคือการสร้างจิตสำนึกรักษาสาธารณสมบัติ เรื่องนี้สำคัญที่สุดครับ ดังนั้นงานนี้อาจกินเวลา 10 กว่าวันครับ แต่รับรองว่าทำให้ทุกคนเกิดความสามัคคี และช่วยรักษาโรงเรียนแห่งนี้ครับ ที่น่ารักคือชาวบ้านมาร่วมด้วยช่วยกันมากมาย บางคนนำกล้วย นำผลไม้มาให้ช่างทาสี บางคนนำอาหารมาให้รับประทาน นี่คือความร่วมมือของชุมชนครับ และเมื่อทาสีเสร็จแล้ว ทุกคนจะภูมิใจในผลงานที่ร่วมกันทำ ผมมองว่าเมื่อโรงเรียนมีสีสันสวยงามขึ้น สะอาดตามากขึ้น ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นมีความสุข และภูมิใจที่ได้ช่วยกันทำให้โรงเรียนสวยงาม

l การมาครั้งนี้ ผมเห็นว่านำเครื่องกีฬามามอบให้ด้วย ช่วยเล่าเหตุผลที่มอบเครื่องกีฬาให้นักเรียนด้วยครับ

คุณวรพจน์ : ผมมองว่าการเล่นกีฬาคือการทำให้เด็กมีสุขภาพดี เรียนรู้กฎเกณฑ์การใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างดี เพราะกีฬามีกติกา และทำให้รู้แพ้รู้ชนะ มีน้ำใจนักกีฬา แข่งกีฬาเสร็จแล้วยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไม่ว่าใครแพ้หรือชนะ เราก็คือเพื่อนกัน เด็กที่มีน้ำใจนักกีฬา จะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพกฎเกณฑ์ของสังคม มองว่าการแข่งขันเป็นเพียงเกมเท่านั้น แต่หลังจากนั้นแล้ว ชีวิตจริง เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน เป็นสมาชิกของสังคม ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้ดี เพราะผมมาจากเด็กวัด เรียนในโรงเรียนวัดจากต่างจังหวัด เรารู้ดีว่าเด็กในโรงเรียนห่างไกลขาดโอกาสดีๆ หลายอย่างเมื่อเทียบกับโรงเรียนดังๆ ในตัวเมือง แต่เราสามารถชดเชยเรื่องนี้ได้บ้างด้วยการกีฬา ผมจำได้ดีสมัยผมเด็กๆ นั้น เวลาเล่นฟุตบอล เราไม่มีฟุตบอลดีๆ สำหรับเตะ เราต้องเอาสิ่งอื่นๆ มาทำให้เสมือนเป็นฟุตบอล แล้วเล่นกัน จำได้ว่าเมื่อได้รับบริจาคลูกบอลมาหนึ่งลูก เราต้องแบ่งกันเล่นทั้งโรงเรียน มันคือภาพในอดีตของผม ผมจึงต้องการมอบสิ่งที่เด็กชนบทขาดแคลนให้กับเขา และสำหรับผมเองนั้น ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ เราจึงเข้าไปช่วยในสิ่งที่เราถนัด นั่นคือการนำสีไปให้ และนำเครื่องกีฬา และอุปกรณ์การเรียนไปมอบให้เด็กๆ ผมเชื่อว่า กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ เพราะฉะนั้น ผมจึงเน้นการให้เด็กๆ เล่นกีฬา เพื่อเรียนรู้กฎกติกาของเกมต่างๆ แล้วนำไปปรับใช้เมื่อเติบโตขึ้น 

l กลับไปถามเรื่องการบริจาคสีสำหรับทาโรงเรียน และการส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทไปร่วมกิจกรรมทาสีให้โรงเรียน หากมีผู้สนใจขอรับการช่วยเหลือจากกิจกรรมนี้ ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

คุณวรพจน์ : บริษัทของเราวางเป้าหมายการทำกิจกรรมนี้ไว้เป็นกิจกรรมประจำปีครับ เราตั้งใจทำ และอยากทำให้ดีที่สุด เราทำกิจกรรมนี้
ควบคู่ไปกับกิจกรรมวิ่งเพื่อหารายได้ช่วยเหลือชุมชน ภายใต้ชื่อ กัปตันคัลเลอร์รัน เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้ผู้คนจากที่ต่างๆ เข้ามาร่วมมือกัน ผมมองว่าการวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด ใช้เงินน้อยที่สุด แต่ให้ผลดีกับร่างกายค่อนข้างมาก คนทุกคนสามารถวิ่งได้ หากร่างกายสมบูรณ์ดี และเราวิ่งที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ เมื่อเราสะดวก ดังนั้นเราจึงใช้กิจกรรมการวิ่งเพื่อช่วยให้ผู้คนมาร่วมตัวช่วยกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยส่วนตัวอีกและเพราะเป็นคนที่วิ่งออกกำลังกาย แล้วผมว่าการวิ่งเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แล้วการวิ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทำที่ไหนก็ได้ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ หลายคนก็ว่าถ้างั้นให้คนมาออกกำลังไหม โมติเวทให้คนมารวมกัน มาช่วยกัน มาสร้างทีมกัน แล้วก็แข่งขันกัน เพื่อจะได้มีส่วนในการที่จะเลือกที่จะให้กับโรงเรียนไหนในชุมชนของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราก็เลยให้คนมาวิ่ง แล้วทุกๆ 1 กิโลเมตรก็คือเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ

โดยใช้หลักวิ่งระยะทางมากๆ ก็ช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น เช่น วิ่ง 500 กิโลเมตร หมายถึงวิ่งแบบสะสมระยะทาง บริษัทของเราก็ช่วยสมทบทุนให้กิโลเมตรละ 1 บาท หากมีผู้วิ่งจำนวน 2 พันคน เราก็เอาจำนวนคนวิ่งคูณกับระยะทางที่แต่ละคนวิ่ง แล้วบริจาคไปตามนั้น ที่ผ่านมาเราใช้กิจกรรมวิ่งทั้งแบบ virtual run และวิ่งแบบจริงๆ โดยพิจารณาตามสถานการณ์ เช่น ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ก็ใช้แบบ virtual run แต่เมื่อโควิด-19 คลี่คลาย ก็กลับมาวิ่งจริงๆ แต่การจัดวิ่งจริงๆ ต้องใช้งบประมาณสำหรับจัดกิจกรรมมากกว่าวิ่งแบบ virtual แต่ความสนุกสนานก็ต่างกันไป บริษัทเราจัดกิจกรรมวิ่งปีละหนึ่งครั้ง เพื่อระดมทุนช่วยเหลือสาธารณะครับ หากสนใจกิจกรรมวิ่งของบริษัท สามารถดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์กัปตันคัลเลอร์รันครับ หรือ www.captaincoting.com หรือสามารถติดต่อกับตัวแทนของบริษัทที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้ครับ แม้กระทั่งร้านค้าที่จำหน่ายสีของเรา ก็สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดกิจกรรมได้เช่นกันครับ

l ย้อนกลับไปที่เรื่องทาสีโรงเรียน ผมสังเกตเห็นว่าพนักงานบริษัทสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้การทาสีด้วย เพราะอะไรครับ

คุณวรพจน์ : ข้อแรกคือ เพราะต้องการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมโดยตรง เพราะเมื่อเขาร่วมทาสี เขาจะเกิดความภูมิใจที่เขามีส่วนช่วยรักษาโรงเรียน ทำให้โรงเรียนมีสีสันสวยงาม แต่ที่มากกว่านั้นคือ เขาจะได้เรียนรู้การทาสีแบบ learning by doing คือฝึกทำจริงๆ แม้อาจจะทาสีแล้วสีไม่เรียบ ไม่เสมอ แต่ก็จะมีพี่ๆ ค่อยแนะนำและแก้ไขให้ได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เขาจะได้เกิดทักษะ และสามารถทำไปทาสีซ่อมแซมบ้านเรือนของตนเองได้ เมื่อวันที่เขาต้องช่วยพ่อแม่ทาสีบ้าน

l การออกทำกิจกรรมนอกสำนักงาน บริษัทใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกพนักงานไปร่วมกิจกรรมครับ

คุณวรพจน์ : เรามีทีมงานดูแลลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศครับ เราเลือกใช้พนักงานในพื้นที่เป็นหลักครับ เพราะพนักงานในพื้นที่จะมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ และคุ้นเคยกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ รวมถึงรู้จักคนในพื้นที่ ทำให้ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วครับ เวลาติดต่อประสานงานกันก็สะดวกรวดเร็ว เพราะรู้และเข้าใจปัญหาจริงๆ มาโดยตลอด พนักงานในพื้นที่คือตัวจักรกลสำคัญในการทำกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากหลายต่อหลายครั้ง พนักงานในพื้นที่คือคนจากพื้นที่นั้นๆ มันคือการเปิดโอกาสให้เขากลับไปตอบแทนบุญคุณของพื้นที่ที่เขามีถิ่นกำเนิดด้วยครับ เป็นการตอบแทนบุญคุณบ้านเกิดแบบหนึ่งครับ

l ผมชอบแนวคิดที่ให้น้องๆ นักเรียนได้ฝึกทาสีโดยตรง เพราะมันคือการสอนให้เขารู้หลักการทำงานจริงๆ แล้วชอบตรงที่ว่า หากน้องทาสีแล้วไม่สมบูรณ์ จะมีทีมพี่ๆ ช่างจากบริษัทช่วยแก้งานให้น้องๆ มันคือการสอนโดยตรงให้น้องๆ มีประสบการณ์จริง ถูกต้องไหมครับ

คุณวรพจน์ : จริงครับ ผมเชื่อว่าการมีประสบการณ์ตรงจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น เก่งขึ้นในอนาคต เพราะหากเราไม่ให้เด็กๆ เข้าไปมีส่วนร่วมเลย เขาก็จะไม่เห็นความสำคัญของการร่วมกันรักษาโรงเรียนของเขา เขาอาจจะคิดว่า โรงเรียนเป็นของคนอื่น เขาไม่จำเป็นต้องรักษา แต่เมื่อเขาลงแรงทำงานด้วยตัวเอง เขาจะรักษางานที่เขาทำ แต่ที่มากกว่านั้นคือ การสอนให้เขารู้ด้วยการทำงานจริงว่า การทาสีนั้น มันอาจจะดูง่ายแต่เมื่อทำจริงๆ มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่ยืนดูคนอื่นทำ การได้ลงมือทำด้วยตัวเองคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด และยิ่งดีที่มีพี่ๆ ที่ชำนาญงานช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ มันคือการสอนประสบการณ์ตรงที่มีค่ามากครับ

l การทาสีใหม่ในแต่ละครั้ง ช่วยให้สีเกาะติดตัวอาคารได้นานกี่ปีครับ 

คุณวรพจน์ ปกติหากทาสีโดยถูกวิธีโดยเคร่งครัด สีจะอยู่ได้นาน 10-15 ปี เป็นอย่างน้อยแต่ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น บริเวณที่ทาสีได้รับการทำความสะอาดก่อนทาสีดีมากน้อยเพียงใด หากทำความสะอาดดีมากๆ สีจะเกาะติดได้ยาวนานมากขึ้น และต้องดูสภาวะแวดล้อมด้วยว่า เป็นเช่นไร เช่น ถูกแสงแดดส่งโดยตรงเป็นระยะเวลานานวันละกี่ชั่วโมง โดยฝนสาดโดยตรงยาวนานแค่ไหนในแต่ละปี และต้องดูคุณภาพสีที่ใช้ทาด้วย ว่าเป็นเกรดไหน เกรดดีพิเศษ หรือเกรดธรรมดาทั่วไป เพราะสีมีหลายชนิด หลายคุณภาพ บางชนิดต้องทาทุกปี บางชนิดทาครั้งเดียวอยู่ได้นาน 15 ปี เรื่องคุณภาพสีและการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสีมีความสำคัญมากพอๆ กับสภาพแวดล้อมของอาคารที่เราทาสีครับ

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBTกดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี

โครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730416

โครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 เป็นวันฉัตรมงคล ซึ่งเป็นวันสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย และดำรงพระอิสริยยศ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลายด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการต่างประเทศ ด้านเกษตรกรรม ด้านพระศาสนา ด้านกีฬา ด้านการทหาร ด้านการบิน และด้านราชการ โดยพระองค์ท่านให้ความสำคัญทุกด้านโดยเฉพาะด้านการศึกษาทรงเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนก่อตั้งโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร และทรงรับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ อีกทั้ง มอบทุนช่วยเหลือเยาวชนที่เรียนดีขยันหมั่นเพียร ประพฤติดี มีคุณธรรม และฐานะยากจน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงโดยสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่องรวมถึงด้านสังคมสงเคราะห์ทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสืบสานพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน กรมส่งเสริมการปกครอง
ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัด โครงการเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล4 พฤษภาคม 2566 กำหนดจัดโครงการตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2566 ณ สถานที่ที่จังหวัดกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล4 พฤษภาคม 2566, เพื่อนำเงินรายได้จากการดำเนินงานเป็นทุนในการช่วยเหลือเด็กเยาวชน และประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยรายได้จากการดำเนินโครงการฯ มอบให้มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทุกจังหวัดได้มีโอกาสรับการศึกษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้

ขอเชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อสารมวลชนมูลนิธิ สมาคม ชมรม บริษัทห้างร้าน และผู้มีจิตศรัทธาในทุกจังหวัดเข้าร่วมโครงการเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติปี 2566 ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2566 ณ สถานที่ที่จังหวัดกำหนดเพื่อมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้

คุณแหน : 13 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730414

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll วันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) เป็นวันเลือกตั้ง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง สส.ได้ไปใช้สิทธิใช้เสียงเลือกผู้แทนฯ เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนเราในสภาฯ เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ได้ใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยกันทุกคนนะคะ…ขอให้คนไทยโชคดี ที่ได้ผู้แทนดีๆ เข้าสภาฯค่ะ…

llเลือกตั้งแล้ว ขอเชิญร่วม งานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 23 (Money Expo 2023) วันสุดท้าย14 พ.ค. ซึ่งปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จัดที่บูธ K4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนอกจากจะได้ตรวจสุขภาพทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ และรับฟังคำปรึกษาการแก้หนี้ by SAM แล้ว ยังได้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย และยังสามารถติดตามการเสวนาของ ธปท.ในแต่ละวันได้ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ ที่ห้องสัมมนา อาคารชาเลนเจอร์ 3 เวลา13.40-14.40 น. รวมทั้ง ยังสามารถรับชมออนไลน์ได้ผ่านทาง LIVE Facebook Bank of Thailand หรือ LIVE Facebook การเงินการธนาคาร ในวันที่ 14 พ.ค. เสวนาหัวข้อ “หนี้ครัวเรือนไทย แก้อย่างไรให้ยั่งยืน” โดย จิตเกษมพรประพันธ์ ผอ.ฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน และ สุโชค พิมลกิตติกุล ผู้ช่วยกรรมการ-ผู้จัดการ สายบริหารหนี้ บ.บริหารสินทรัพย์สุขุมวิทฯ มี ขวัญชนก วุฒิกุล (แก้ม) ผู้จัดรายการทีเด็ดลูกหนี้ ช่อง 3 ดำเนินรายการ…

ll คอนเสิร์ต100 ปี มอบรายได้ให้ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดวันที่ 20 พ.ค.14.00 น. ที่เอ็มเธียเตอร์… นำโดย สุดาพิมพ์ โพธิภักดิ พร้อมนักร้องรับเชิญบุญเกียรติ โชควัฒนา การแสดงมีเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music, SouthPacific, My Fair Lady เป็นต้น…ผู้สนใจชมคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ โทร.สอบถามได้ที่ 086-3210793…

llส่วนกิจกรรม “ดูหนังฟังคอรัส ณ ศาลายา ครั้งที่ 2”จัดวันที่ 22 มิ.ย. 09.00 น. นวรัตน์ เลอบูล ในนามของ YES Chorus @FAPOT ร่วมกับ หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน)เชิญผู้สนใจเข้าชม ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา นครปฐม…รายการนี้มีบรรยายเรื่อง “ความท้าทายทางดนตรีกับผู้สูงอายุ”, ชมภาพยนตร์เรื่อง “Seven Prides for Seven Brothers” และฟังคอรัส ก่อนที่ YES Chorus จะเดินทางไปแข่งขัน World Choir Games 2023 ที่ประเทศเกาหลี…

ll 19 พ.ค.18.00 น. มีงานคอนเสิร์ตไหมไทยของ ดนู ฮันตระกูล เพื่อรำลึกถึง ศักดิ์ชัย เล็กวงศ์เดิม-ครูเจี๊ยะผู้จากไป จัดที่สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ วัน ชั้น 7รายได้มอบมูลนิธิรามาธิบดี มีศิลปินรับเชิญ อาทิ สุรสีห์อิทธิกุล, โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และอื่นๆ อีกมากมาย…

ll กำหนดสวดพระอภิธรรม สมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล อดีตนายกสมาคมการตลาดฯวันที่ 12-16 พ.ค. 18.30 น. ณ ศาลา 3 วัดเทพศิรินทราวาส และฌาปนกิจ 17 พ.ค.14.00 น. …

ll ช่วงนี้มีทั้งไปทริปและไปประชุม คณิต-ลานทิพย์ ทวาทศิน สมัครใจไปทริปก่อนที่ เยอรมนี ออสเตรีย แล้วจึงไปประชุม 15-18 พ.ค.นี้…สุขนิยมเป็นดั่งนี้นี่เอง…

ll ซื้อมะม่วงพันธ์ุมหาชนกมาปลูกไว้ที่บ้านริมคลอง นนทบุรี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว บัดนี้ ออกลูกมากมาย จนคนปลูกอย่าง สุรีย์ นาคดิษฐ์ บอกชื่นใจที่ได้ทั้งกินเอง และแจกญาติมิตรให้อิ่มอร่อยกันถ้วนทั่ว !!…ll

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730440

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 พฤษภาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 พฤษภาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

OISHI RAMEN ชวนชิมเมนูใหม่ “โชยุ ทรัฟเฟิล ชาชูราเมน” เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปสูตรพิเศษ และหมูชาชูเบิร์นไฟ ชิ้นใหญ่ เต็มคำ ชามละ 189 บาท ถึง 31 ก.ค. ที่ ร้านโออิชิ ราเมน

Auntie Anne’s ชวนชิมเครื่องดื่มเลมอนเนดคั้นสดรสเปรี้ยวอมหวาน หอม สดชื่นถึงใจ มีให้เลือก 6 เมนู ราคาเริ่มเต้น 59 บาท ที่ ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา

ชวนชิม 4 เมนูกระเพาะปลารสเลิศสไตล์ฮ่องกง ปรุงอย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวฮ่องกง ถึง 31 พ.ค. ที่ ร้านอาหารจีน เฮยยินชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โทร.080-9645423

ชวนชิม

ชวนชิมเมนูใหม่ “เมลทส์”พิซซ่าแบบ “อร่อยคนเดียวไม่ควรแบ่งใคร” จ่ายแค่ 1อิ่มได้ถึง 2 เป็น individualmeal ราคาเริ่มต้น 169 บาทถึง 22 ก.ค. ที่ พิซซ่า ฮัท 1150

ชวนชิม “นัท วอล์คเกอร์มิกซ์นัท” ของว่างสุดพรีเมียมที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์โปรตีนสูง แคลอรีต่ำ จำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ LINE Official :@Heritagethailand

ชวนชิม ซอสผงปรุงรสข้าวซอยไก่ ของ“ไทเชฟ” จำหน่ายที่ ร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือ บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศโทร.02-9683723-6

ชวนช็อป

เครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนช็อปสินค้าแบบไร้เส้นแบ่งโลกออนไลน์และออฟไลน์ แค่เช็คสินค้าออนไลน์ที่ mercular.com/store ไลฟ์สไตล์ฮับแห่งใหม่ ใน ร้านบีทูเอส ชั้น 2 เมกา บางนา

POWER MALL ชวนช็อปเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าไอที แบรนด์ชั้นนำพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ถึง 16 มิ.ย. ที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา,ดิ เอ็มโพเรียม, พารากอน และ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ชวนช็อปเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า และแอคเซสซอรี่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ “PLAYBOY” ลดสูงสุด 70% ถึง 26 พ.ค. ที่ ร้านเพลย์บอย โซนเดอะโบทานิกา โทร.076-600111

ชวนใช้

ชวนใช้กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์คอลเลคชั่นพิเศษ ในงาน “Thailand Dive Expo 2023” วันที่ 18-21 พ.ค.ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นำรายได้มอบให้ มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล (FMRF)

ชวนร่วมกิจกรรม “Young Wai Club” คลับสำหรับผู้สูงวัยหัวใจวัยรุ่น ทุกวันศุกร์และเสาร์ตลอดเดือน พ.ค.ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1285

ชวนใช้ PAON SEVEN-EIGHT HAIR COLOR ครีมเปลี่ยนสีผมสำหรับปิดผมขาว เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ลดราคาพิเศษ กล่องละ 180 บาท ถึง 31 พ.ค. ที่ FACEBOOK : PAON Seven-Eight-Thailand

ชวนชม

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ชวนชมนิทรรศการ “Vision of Silpa Bhilasri : Immersive Experience” ถึง 28 พ.ค.ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า

ชวนชมกลุ่มดนตรีอิสระที่นำเสนอบทเพลงในงาน “MBK Center Present Road to Independence” วันที่ 13, 21 และ 27 พ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “มุมหมอ” ในวันเสาร์ที่20 พ.ค. เวลา 16.15-16.30 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “ผึ้งน้อยในกรุง” ในวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

สวทช. ร่วมกับ วช. จัดพิธีรับเกียรติบัตรเยาวชน ฝึกทักษะวิจัย ภาคฤดูร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730417

สวทช. ร่วมกับ วช. จัดพิธีรับเกียรติบัตรเยาวชน ฝึกทักษะวิจัย ภาคฤดูร้อน

สวทช. ร่วมกับ วช. จัดพิธีรับเกียรติบัตรเยาวชน ฝึกทักษะวิจัย ภาคฤดูร้อน

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผช.ผอ.สวทช.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดพิธีรับเกียรติบัตรและปัจฉิมนิเทศ โครงการรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ครูวิทยาศาสตร์ฝึกทักษะวิจัย ณ ห้องปฏิบัติการวิจัยของศูนย์วิจัยแห่งชาติ สวทช. ภาคฤดูร้อน ปี 2566 โดยมี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) พร้อมด้วย

สุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมเป็นประธานในพิธีและมอบเกียรติบัตรและปัจฉิมนิเทศ ณ ห้องออดิทอเรียม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566

สุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผอ.กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม วช.

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวทช. กล่าวว่า สวทช. ร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาร่วมเป็นพันธมิตรและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิดโอกาสให้กลุ่มนักเรียนจากห้องเรียนโครงการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนของ สพฐ. รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้ครูวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการนำกระบวนการคิด การทำงานตามหลักการวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องสามารถนำไปใช้ในชีวิตการเรียน การสอน หรือการศึกษาเพิ่มเติมตามความชอบและความถนัดของตนเองเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักวิจัยอาชีพ รวมไปถึงมีโอกาสที่จะนำความรู้ไปพัฒนาประเทศในภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 (วช.) กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายในโครงการส่งเสริมนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายและครูวิทยาศาสตร์ฝึกทักษะวิจัยภาคฤดูร้อนปี 2566 โดย วช. เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการบ่มเพาะและปลูกฝัง ให้เยาวชนมีใจรักและมีความสนใจในวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมตั้งแต่เยาว์วัย จึงได้ให้การสนับสนุนทุนอุดหนุนการการวิจัยและนวัตกรรมให้แก่ สวทช. เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564

ภาพหมู่จัดพิธีรับเกียรติบัตรและปัจฉิมนิเทศ

ด้าน ธัญสิริ สุรียะกระจ่าง หรือน้องไข่มุกโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ตัวแทนเพื่อนในโครงการเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ได้เข้ามาทำงานในโครงการจริงๆ ตัวเองก็ได้รับความรู้และประสบการณ์จากนักวิจัยพี่เลี้ยงมากมายเลย ทุกคนเป็นกันเองมากๆ เมื่อถึงเวลาทำงานก็มีความตั้งใจและจริงจังเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องผลักดันตัวเองให้มากขึ้นเพื่อที่จะสามารถช่วยงานพี่ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อยากเกิดการพัฒนาเป็นอย่างมากราวกับได้เปลี่ยนมาเป็นคนละคนเลย สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าหนูมีความสุขมากๆ เลย ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมค่ายฝึกทักษะวิจัยของ สวทช. ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ทำให้เกิดค่ายนี้ขึ้น

ฐิติวิวัฒน์ เท้าอิ่ม หรือน้องพุธโธ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) เล่าให้ฟังว่าได้รับโอกาสให้มาฝึกทักษะวิจัยที่ สวทช. ภาคภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาฝึกในสถานที่ที่มีเครื่องมือที่ครบครัน ทำให้เราได้เรียนรู้ได้เต็มที่และมีนักวิจัยที่มีประสบการณ์มาคอยช่วยแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และยังมีเพื่อนๆคุณครู พี่เลี้ยง ที่คอยช่วยเหลือตลอด 7 สัปดาห์ ซึ่งความรู้ที่ตัวเองได้รับนั้นสัญญาว่าจะนำความรู้นั้นไปใช้ในทางที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาตัวเอง พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศต่อไป

น้องไข่มุก-ธัญสิริ สุรียะกระจ่าง

น้องพุธโธ เล่าเพิ่มเติมว่า ถ้ามองย้อนไปก่อนเข้ามาที่นี่ผมคงคิดว่าการทำวิจัยมันอยู่ไกลตัวเรา แต่พอเข้ามาทำจริงๆ แล้วการทำวิจัยก็อยู่
รอบตัวเราครับ ไม่ว่าจะในการรักษาโรค การใช้ชีวิตล้วนแล้วแต่เกิดจากการทำวิจัย การที่มีโอกาสได้เข้ามาที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะวิจัยซึ่งบางอย่างมีความยาก ต้องใช้เวลาในการทำด้วย แต่นักวิจัยก็คอยช่วยเหลือตลอด

“การที่ได้มาเจอนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ได้ทำงานในสถานที่จริงได้ใช้เครื่องมือจริงๆ ทำให้ผมรู้ว่านักวิจัยเค้าทำงานกันอย่างไรครับ และนอกจากนั้นการที่ผมมาที่นี่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือมิตรภาพครับตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาที่นี่จนถึงวันนี้ผมได้รู้จักคนเยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่น้อง หรือแม้แต่นักวิจัยเองซึ่งการที่เราต้องอยู่ร่วมกันกับคนเยอะๆ สิ่งที่สำคัญคือการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันครับในค่ายนี้ก็มีกิจกรรมมากมายที่ทำให้เราได้สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจนเกิดคำว่ามิตรภาพขึ้นครับ”

น้องพุธโธ-ฐิติวิวัฒน์ เท้าอิ่ม

น้องพุธโธ-ฐิติวิวัฒน์ เท้าอิ่ม

สานพลังพนักงาน ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคม ขับเคลื่อน CPF 2030 Sustainability in Action

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730415

สานพลังพนักงาน ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคม  ขับเคลื่อน CPF 2030 Sustainability in Action

สานพลังพนักงาน ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคม ขับเคลื่อน CPF 2030 Sustainability in Action

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอฟ สานพลังพนักงานร่วมสร้างคุณค่าทางสังคม เดินหน้าสร้างสรรค์โครงการเพื่อชุมชนและสังคมต่อเนื่อง มอบรางวัล Sustainability in Action 2022 รวม 69 โครงการ แก่บุคลากรที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เป้าหมาย CPF 2030 Sustainability in Action สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทที่คำนึงถึงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพบนมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และกระบวนการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม มุ่งมั่นปลูกฝังพนักงานร่วมสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดการประกวดรางวัล CPF ยั่งยืนได้ด้วยมือเรา หรือ CPF Sustainability in Action Awards ขึ้นตั้งแต่ปี 2559ภายใต้กลยุทธ์ 3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน “อาหารมั่นคงสังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่” เพื่อส่งเสริม สนับสนุนคัดเลือกโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานของทุกสายธุรกิจ

“พนักงานทุกคน ถือเป็นตัวแทนของบริษัทในการนำวิสัยทัศน์และความตั้งใจของซีพีเอฟไปสู่สังคม ด้วยการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชนซึ่งการทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนจะต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งหมด เพื่อให้ธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ตามปรัชญา 3 ประโยชน์ ประเทศได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ และบริษัทจึงจะได้ประโยชน์ โดยมุ่งพัฒนาบริษัทให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม นอกจากจะทำให้ธุรกิจพัฒนาและประสบความสำเร็จ ซึ่งเท่ากับผู้บริโภคจะได้รับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ดีจากบริษัทแล้ว ทุกคนต้องช่วยกันดูแลคนในสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันด้วย” ประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ธุรกิจไม่เพียงต้องคำนึงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ธุรกิจจะยั่งยืนได้ต้องมีความสมดุลระหว่าง 3 องค์ประกอบหลักของความยั่งยืน ตาม BCG Model ทั้งเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ตลอดจนความสำคัญของลูกค้า ผู้บริโภค และธรรมาภิบาล สิ่งเหล่านี้นับเป็นองค์ประกอบที่เป็นรากฐานที่สำคัญของการสร้างความรัก ความผูกพัน ความเชื่อมั่นให้กับชุมชนสังคม ผู้บริโภค ตลอดจนคู่ค้าและผู้ถือหุ้น

สำหรับการประกวดฯ ในปี 2566 มีการยกระดับกระบวนการประกวดให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการฝึกอบรมด้านการเขียนโครงการ และการนำเสนอแบบ Pitching ตลอดจนการพิจารณารางวัลจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานคิดสร้างสรรค์โครงการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดรับตาม BCG Model นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับชุมชน รวมถึงการพัฒนาโครงการให้เกิดนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) และดำเนินโครงการให้มีความต่อเนื่องสร้างคุณค่าทางสังคม เกิดเป็นผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ในเชิงบวก ตามเป้าหมาย CPF 2030 Sustainability in Action และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)

โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน 7 ด้าน ได้แก่ หลักการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ความมั่นคงทางอาหาร สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน พนักงานและชุมชน การดูแลทรัพยากรน้ำ การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ

TK Park ชวนเด็กๆ ‘สนุกอ่าน สนุกคิด’ เปิดประตูสู่ Monster Town

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730419

TK Park ชวนเด็กๆ ‘สนุกอ่าน สนุกคิด’ เปิดประตูสู่ Monster Town

TK Park ชวนเด็กๆ ‘สนุกอ่าน สนุกคิด’ เปิดประตูสู่ Monster Town

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ชวนเด็กๆ สนุกไปกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ “สนุกอ่าน สนุกคิด” เข้าสู่ Monster Town เปิดประสบการณ์เมืองแห่งมอนสเตอร์ ทำความรู้จักกับเพื่อนมอนสเตอร์คนอื่นๆ เรียนรู้หลักสูตรมอนสเตอร์ที่จะทำให้เราได้ใกล้ชิดและสนิทกันมากขึ้น ถึงแม้จะหน้าตาและนิสัยต่างกันแต่ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ในเมืองแห่งนี้ สนุกสนานไปกับเรื่องราวจากหนังสือนิทานภาพและกิจกรรมงานประดิษฐ์ผลงานสุดสร้างสรรค์ และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่พีบรรณารักษ์ห้องสมุดเด็กได้คัดสรรมาต่อยอดจินตนาการโดยวันเสาร์ที่ 20 และ วันอาทิตย์ที่ 21พฤษภาคม 2566 ชุดกิจกรรม หุ่นมือมอนสเตอร์และนิทานเรื่อง อย่ากลัวจอนนี่ ผมชอบตัวเองแม้จะไม่มีใครชอบผมก็ตาม และวันเสาร์ที่ 27 และวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2566 ชุดกิจกรรม สัตว์ประหลาดยิ้มแฉ่ง และนิทานเรื่องใคร

แปรงฟันสะอาดบ้าง ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น.

ททท. เปิดแคมเปญเอาใจคนทำงานที่ชอบเดินทาง จัดเต็ม ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730420

ททท. เปิดแคมเปญเอาใจคนทำงานที่ชอบเดินทาง  จัดเต็ม ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’

ททท. เปิดแคมเปญเอาใจคนทำงานที่ชอบเดินทาง จัดเต็ม ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็ม “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” กระตุ้นเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดาด้วย Voucher ราคา 100 บาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นายสุชีพ มีถม ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นางมาริสาสุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทยและนายวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดาพิธีกรชื่อดัง ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” ขานรับนโยบายส่งเสริมการทํางานนอกสถานที่ของภาครัฐเพื่อส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศและพักค้างคืนในวันธรรมดา โดยนําเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในราคาเพียง100 บาท ผ่านเว็บไซต์ workationthailand.comเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Digital Nomadและ Remote Worker ณ โดม Galleryอาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก กรุงเทพมหานคร

แคมเปญดังกล่าว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ พันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สมาพันธ์ธุรกิจนําเที่ยว สมาคมผู้ประกอบการนําเที่ยวไทย สมาคมไทยบริการ ท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ผ่านเว็บไซต์ https://workationthailand.comในวันที่ 6 เดือน 6, 7 เดือน 7, 8เดือน 8 และ 9 เดือน 9 นําเสนอขายบัตรกํานัล (Voucher) สําหรับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ราคา 100 บาท ซึ่งประกอบด้วย ประเภทโรงแรมที่พัก อาทิ โรงแรมในเครือเซ็นทารา, ศรีพันวาและกีมาลา ประเภทยานพาหนะ อาทิสายการบินแอร์เอเชีย Drivehub และบริษัท ขนส่งจํากัด (บขส.) ประเภทร้านอาหาร อาทิ แบล็คแคนยอนบาร์บีคิว พลาซ่า และเชสเตอร์กริลล์ และ ประเภทแพ็กเกจท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ ซาฟารีเวิลด์ โอเอซิส สปา และซีไลฟ์ แบงค็อก

นอกจากนี้ ยังมีการนําเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดจากสถานประกอบการชั้นนํามากมาย ลดสูงสุดถึง 80% เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่างนักท่องเที่ยวกลุ่ม Digital Nomad และ Remote Worker ซึ่งมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวพร้อมทํางาน และมีการพักค้างคืน รวมถึงการเดินทางในช่วงวันธรรมดา รวมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นําไปสู่การกระตุ้น
การเดินทางภายในประเทศ ผลักดันเป้าหมายภาพรวมการท่องเที่ยวปี 2566 สําหรับโครงการนี้สามารถสร้างรายได้ 300 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.tourismthailand.org/workationthailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญได้ที่ LineOfficial Account : @workationthailandhttps://youtu.be/ipNgjjVSOT