อบรมครูแกนนำ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733924

อบรมครูแกนนำ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

อบรมครูแกนนำ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ภูรินท์ ชนิลกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตาก เขต 2 เป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการผู้รับผิดชอบกิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) โดยมีครูเข้าอบรมจำนวน 50 คน จากโรงเรียน 26 แห่ง และมีวิทยากรจากศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มาเป็นผู้บรรยาย

AIT ร่วมมือ มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ศึกษาสาขาที่สนใจร่วมกันในภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733933

AIT ร่วมมือ มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์  ศึกษาสาขาที่สนใจร่วมกันในภูมิภาค

AIT ร่วมมือ มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ศึกษาสาขาที่สนใจร่วมกันในภูมิภาค

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.คาซูโอะ ยามาโมโตะ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมลงนามข้อตกลง (MOU) กับ นางดีพาลี คานนา
รองประธานประจำภูมิภาคเอเชีย มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ เพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกันในภูมิภาค เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ การเร่งการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน สุขภาพ การเกษตร และการส่งเสริมอำนาจทางเพศ เป็นต้น โดยมี ศ.โชบลาการ์ ดากาล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และ นางนาตาลี แพคควิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศ.คาซูโอะ ยามาโมโตะ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีเอเชีย (AIT) กล่าวว่าการร่วมลงนามข้อตกลงกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ทํางานร่วมกันและนำประโยชน์จากจุดแข็งในด้านการศึกษาการวิจัย และความสามารถขององค์กรทั้งสองมาช่วยพัฒนาสร้างโซลูชั่นที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาของภูมิภาค

นางดีพาลี คานนา รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ กล่าวว่า มูลนิธิมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการแก้ปัญหา ด้านความคิด และการสนทนาที่ก้าวหน้า เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับ AIT ค้นหาโซลูชันสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

AIT เป็นสถาบันนานาชาติระดับบัณฑิตศึกษาที่ก่อตั้งในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2502 เพื่อเป็นสถานเรียนรู้ระดับสูงในด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการ รวมถึงการวิจัยและการสร้างความสามารถ โดยภารกิจหลักคือการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะระดับสูงและมุ่งมั่นที่จะมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาภูมิภาคและการอยู่ร่วมกันที่นำไปสู่เศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ก่อตั้งมา 110 ปี มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับประเทศไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2460 ด้วยโครงการต่อต้านโรคพยาธิปากขอ และช่วยริเริ่มก่อตั้งกระทรวงสาธารณสุข และร่วมมือกับรัฐบาลไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2460-2477 เพื่อจัดตั้งการศึกษาด้านการแพทย์และพยาบาลในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ได้ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยมหิดลมากกว่า 36 โครงการ มอบทุนกว่า 300 ล้านบาท (ประมาณ 8.8 ล้านดอลลาร์) ในด้านการเกษตร สุขภาพ และโภชนาการในประเทศไทย

สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบนโยบายครูบรรจุใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733922

สพป.พิษณุโลก เขต 2  มอบนโยบายครูบรรจุใหม่

สพป.พิษณุโลก เขต 2 มอบนโยบายครูบรรจุใหม่

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2) นายกิตติพงษ์ โปร่งเจริญ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 พบปะ มอบนโยบายผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 13 ราย ก่อนส่งตัวปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา ที่ สพป.พิษณุโลก เขต 2

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ กล่าวให้โอวาท ว่า ก่อนส่งตัวปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา ให้ใช้ความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพในการจัดการเรียนสอนการสอน โดยใช้ Active Learning ใส่ใจ ดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียน ประพฤติ
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีมีจิตวิญญาณครู มีจิตอาสาช่วยเหลือผู้บริหาร ครูผู้ปกครอง ชุมชน เชื่อฟังผู้บังคับบัญชาวางแผนด้านการเงิน ค้นคว้า พัฒนา หาความรู้ต่อเนื่อง พร้อมรับการประเมิน เลื่อนวิทยฐานะ หรือเปลี่ยนสายงาน หากมีปัญหาในการปฏิบัติงาน สามปรึกษาบุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ให้ทำงานเต็มที่ และมีความสุขกับการทำงาน

สกสว.ผนึกกำลังPMU ทำ Impact Pathway มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัย ตอบโจทย์แผน ววน. ของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734008

สกสว.ผนึกกำลังPMU ทำ Impact Pathway มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัย ตอบโจทย์แผน ววน. ของประเทศ

สกสว.ผนึกกำลังPMU ทำ Impact Pathway มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัย ตอบโจทย์แผน ววน. ของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.01 น.

สกสว. ผนึกกำลัง PMU ร่วมจัดทำ Impact Pathway มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัย ตอบโจทย์แผน ววน. ของประเทศ

สกสว. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานนโยบาย และหน่วยบริหารจัดการทุน จัดทำเส้นทางสู่ผลกระทบของงานวิจัย (Impact Pathway) สะท้อนการออกแบบแผนงานให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ มุ่งบรรลุเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ (Objective Key Results: OKRs) ตามแผนด้าน ววน. ของประเทศ สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ระหว่างวันที่ 3-4 พฤษภาคม 2566, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ 9 หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU: Program Management Unit) 9 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ศลช.) พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดทำ Impact Pathway ของแผนงานประจำปี 2567 ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ.2566-2570 โดยมีที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผู้ช่วยศาสตรจารย์ ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์  คุณวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ คุณนิสากร จึงเจริญธรรม ที่ปรึกษา สกสว. คณะผู้บริหาร สกสว. ผู้บริหาร PMU และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ณ โรงแรม Pullman Bangkok King Power กรุงเทพฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึงความสำคัญในการออกแบบ Impact Pathway ว่า เพื่อเป็นการส่งมอบผลลัพธ์ตาม OKRs ของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในปีที่ 5 (ปี พ.ศ. 2566-2570) นำไปสู่การออกแบบการทำงานแบบมีเป้าหมายรายปี ให้สามารถกำหนดงบประมาณที่ต้องการใช้จริงในแต่ละปีได้ ซึ่งจะทำให้คำของบประมาณมีความน่าเชื่อถือ เพราะได้เห็นถึงแนวทางการทำงานที่ออกแบบไว้แล้ว และหากงบประมาณถูกปรับลดก็สามารถปรับลดบางกิจกรรม ลดทอนค่าเป้าหมาย ขยายเวลาส่งมอบผลลัพธ์ได้อย่างเป็นระบบ หรือสามารถระบุได้ว่างบประมาณที่ถูกลดลงจะส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายของแผนงานอย่างไร นอกจากนี้ Impact Pathway ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความชัดเจนในการส่งมอบผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบต่อกองทุน ววน. 

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสให้หน่วยบริหารและจัดการทุนได้รับทราบและทำความเข้าใจแนวคิด หลักการ การจัดทำ Impact Pathway ร่วมกับ สกสว. เพื่อให้ได้คำของบประมาณที่มีคุณภาพ สามารถนำส่งเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญตามแผนด้าน ววน. ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้รับทราบและทำความเข้าใจภาพรวมเกี่ยวกับเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ เช่น การทบทวนและปรับปรุง OKRs, แนวทางการจัดทำ KR รายปี อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรม Workshop ฝึกปฏิบัติการ ผ่านการแบ่งกลุ่มตามแผนงานย่อย 

ทั้งนี้ สกสว. มีพันธกิจในการจัดทำแผนด้าน ววน. รวมถึงการจัดสรรงบประมาณด้าน ววน. ให้มีประสิทธิภาพ โดยการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานนโยบาย และหน่วยบริหารจัดการทุน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในการจัดทำและขับเคลื่อนแผนด้าน ววน. นั้น คือการทำงานร่วมกับ PMU ตลอดกระบวนการ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายผลสัมฤทธิ์
ที่สำคัญตามแผนด้าน ววน. ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยระบบวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’ร่วมกับคณะสงฆ์สงขลาถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733909

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’ร่วมกับคณะสงฆ์สงขลาถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’ร่วมกับคณะสงฆ์สงขลาถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.26 น.

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’ร่วมกับคณะสงฆ์สงขลาถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด

วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และกัลยาณมิตรทั่วทั้งโลก ร่วมกับ คณะสงฆ์จังหวัดสงขลาหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจังหวัดสงขลา จัดพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ปีที่ 19 ครั้งที่ 162 และพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 16 ครั้งที่ 127 จำนวน 138 กองทุน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมภาคใต้ อำเภอบางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมถ่ายทอดออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ZOOM, FACEBOOK LIVE และ YouTube มีพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ในช่วงเช้าเป็นพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ภาคสายเป็นพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 16 ครั้งที่ 127 พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีที่ 19 ครั้งที่ 162 โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา วัดนาทวี เป็นประธานสงฆ์ นายปฎิวัติ ทองเพชรจันทร์ นายอำเภอบางกล่ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานฝ่ายฆราวาส ต่อด้วยพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและผู้แทนกัลยาณมิตรทั่วทั้งโลกกล่าวความในใจ และเปิดวีดีโอประมวลภาพทบทวนงานฟื้นฟูศีลธรรมโลก ต่อด้วยพิธีเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นสาธารณสงเคราะห์

พระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “แต่ก่อนเรามีวิชาพระพุทธศาสนาเป็นหลักให้นักเรียนได้เรียน แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นวิชารอง ทำให้ขาดรากเหง้า ที่จะรักษาประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม  ที่ชายแดนใต้เราอยู่ด้วยความเอื้ออาทร อยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทั้งพี่น้องไทยพุทธพี่น้องมุสลิม เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม การที่วัดพระธรรมกายและกัลยาณมิตรมาช่วยครั้งนี้และช่วยมาหลายสิบปีก็ขออนุโมทนากับวัดพระธรรมกายและญาติโยมกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญต่อภิกษุสามเณรที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัด 4 อำเภอภาคใต้  คือนิมนต์รับถวายสังฆทานบ้าง ช่วยเหลือในช่วงทอดกฐินบ้าง ทางวัดพระธรรมกายและกัลยาณมิตรไม่เคยทอดทิ้งกัน”

ทั้งนี้พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 19 ครั้งที่ 162 และจะจัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ ส่วนกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ รวม 16 ปี มอบแล้ว 39,461 กองทุน เป็นเงินกว่า 80 ล้านบาท รวมความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 387 ล้านบาท

มฟล.พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733840

มฟล.พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง

มฟล.พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.36 น.

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยงเพื่อการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาลตั้งแต่ชั้นปีที่ 2-4

วันที่ 29 พ.ค.66 สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดโครงการ ‘พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง’ ที่ห้องพวงชมพู-พู่ระหง อาคาร E-park มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการดูแลการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาลตามบทบาทหน้าที่ของพยาบาลพี่เลี้ยง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลที่นักศึกษาสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ฝึกปฏิบัติงาน ส่งพยาบาลพี่เลี้ยงเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จำนวน 59 ท่าน และอาจารย์ใหม่จากสำนักวิชาพยาบาล 4 ท่าน โดยพิธีเปิด มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชมพูนุช โสภาจารีย์ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม

กิจกรรมนี้จัดขึ้นจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปัญหาสุขภาพ เช่น โรคอุบัติใหม่ ผลกระทบจาก PM 2.5 เป็นต้น การปฏิบัติงานวิชาชีพพยาบาลทั้งในด้านการบริหาร การปฏิบัติงานบริการสุขภาพ การวิจัย รวมถึงการศึกษาพยาบาลจึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะที่เกิดขึ้น  และสอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ที่มีจุดมุ่งหมายให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการปฏิบัติงานของตนเองในอนาคต  

การจัดการศึกษาพยาบาลโดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามมาตรฐานการพยาบาล พยาบาลพี่เลี้ยงประจำหอผู้ป่วยจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุน เพิ่มพูนองค์ความรู้ และทักษะการปฏิบัติการพยาบาลแก่นักศึกษาพยาบาล นำสู่การสร้างพยาบาลรุ่น ใหม่ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติพยาบาล

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มฟล.จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะในการดูแล และนิเทศการฝึกปฏิบัติงาน รวมทั้งร่วมวางแผนกับอาจารย์พยาบาลในการนิเทศการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายพยาบาลพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลต่างๆ ในการร่วมดูแลและนิเทศนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วย

คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดกิจกรรมว่า “การศึกษาวิชาพยาบาลในยุคศตวรรษที่ 21 นักศึกษาพยาบาลทุกคนจะได้เรียนรู้เนื้อหาภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติการพยาบาลที่เน้นให้นักศึกษาสามารถคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีทักษะการสื่อสาร และมีความใฝ่รู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง  การเตรียมพร้อมให้กับนักศึกษาพยาบาลเพื่อเป็นพยาบาลวิชาชีพที่คุณภาพในอนาคต  จึงให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมทั้งภาคทฤษฏี  ภาคปฏิบัติในห้องทดลองและการปฏิบัติการพยาบาลในสถานการณ์จริง

รวมถึงการเชื่อมโยงทฤษฎีกับสถานการณ์จริงให้นักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พยาบาลพี่เลี้ยงในหอผู้ป่วยจึงมีส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และทักษะปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลขณะขึ้นฝึกปฏิบัติงาน ในการทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และทักษะในการปฏิบัติการพยาบาล เป็นแบบอย่างของพยาบาลวิชาชีพที่ปฎิบัติงานอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม ใช้องค์ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะ สร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ นำสู่การผลิตพยาบาลวิชาชีพที่มีศักยภาพและคุณภาพในการปฏิบัติพยาบาลตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ”

กิจกรรมตลอด 5 วันมีทั้งในการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งเป็น 4 Module และการฝึกปฏิบัติได้แก่ Module ที่ 1 ประเด็นแนวโน้มระบบสุขภาพ และหลักสูตรการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ Module ที่ 2 ศาสตร์การสอน Module ที่ 3 ปรัชญาการเรียนรู้ และบทบาทอาจารย์พี่เลี้ยง Module ที่ 4 รูปแบบและวิธีการจัดการเรียนจัดการสอนในคลินิก และการประเมินผลการเรียนรู้ในคลินิก ก่อนจะมีการฝึกปฏิบัติการออกแบบการจัดการเรียนการสอนทางคลินิกแบบแบ่งกลุ่มย่อย – 003

พรรคร่วมนัดสางปมตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ บ่ายวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549963

30 พ.ค. 2566

พรรคร่วมนัดสางปมตำแหน่ง 'ประธานสภา' บ่ายวันนี้

ส่องแคนดิเดต ‘ประธานสภา’ ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ คนจากพรรคเพื่อไทย – ก้าวไกล ใครเหมาะสมกว่ากัน ลุ้นคำตอบบ่ายวันนี้

เริ่มกันที่ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2504 ที่ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สำเร็จการศึกษาแพทย์ศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา พ.ศ. 2529 

ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ปี พ.ศ. 2542เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ระว่างปี พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2543  ก่อนจะผันตัวเองเข้ามาทำงานการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน สังกัดพรรคไทยรักไทย

พ.ศ. 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข และ พ.ศ. 2548 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย

พ.ศ. 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ตั้งฉายาให้ฉายานายแพทย์ชลน่านเป็น ดาวสภาฯ ด้วยบทบาทการอภิปรายโดยมุ่งเน้นข้อมูลมากกว่าการใช้วาทะศิลป์

ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555
28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

คนที่สอง อดีตรองประธานสภาฯ สองสมัย สุชาติ ตันเจริญ เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก San Jose State University ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจาก Notre Dame de Namur University ประเทศสหรัฐอเมริกา

เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา 9 สมัย เคยสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค ทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคสามัคคีธรรม พรรคไท พรรคชาติไทย พรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2538 เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2548

หลังจากการเลือกตั้งสส. ปี 2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกสุชาติให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 เป็นสมัยที่ 2 โดยเฉือนเอาชนะนางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปเพียง 2 เสียงด้วยคะแนนเสียง 248-246 เสียง

รายที่สาม มาจากพรรคก้าวไกล ธีรัจชัย พันธุมาศ อายุ 59 ปี จบปริญญาตรีและปริญญาโท จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเนติบัณฑิตไทย สำนักเนติบัณฑิตยสภา ถือว่าเป็นมือกฎหมายที่เชี่ยวชาญการเมืองคนหนึ่ง เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ปี 2545

ส่วนผลงานกับพรรคอนาคตใหม่ และก้าวไกล ถือว่าโดดเด่นในหลายครั้ง ไม่ว่าการประท้วง หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รวมถึงบทบาทในกรรมาธิการ ป.ป.ช.ของสภาฯ ที่จี้เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน รวมถึงคดีบอส กระทิงแดง

สุดท้าย พรรคก้าวไกล ส่งเข้าประกวด  ณัฐวุฒิ บัวประทุม อายุ 46 ปี ดีกรีปริญญาตรีด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทกฎหมายจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยเป็นหัวหน้างานกฎหมาย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และในพรรคก้าวไกล เป็นรองหัวหน้าพรรค

เป็นหนึ่งในผู้คุมกฎ ในฐานะคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ว่ากันว่าบ่ายวันนี้ จะมีข้อยุติทั้งเรื่องตำแหน่งประธานสภา และ กรอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนใครจะสมหวังได้นั่งเก้าอี้ ลุ้นกันอีกที วันโหวตเลือกประธานสภา

หมอชลน่าน ประสานเสียงเลขาธิการปัดดีลลับ ‘เพื่อไทย ‘ เคลียร์ปม เศรษฐา ดูบอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549948

29 พ.ค. 2566

หมอชลน่าน ประสานเสียงเลขาธิการปัดดีลลับ 'เพื่อไทย ' เคลียร์ปม เศรษฐา ดูบอล

หมอชลน่าน ร่วมเลขาธิการพรรค “เพื่อไทย” ทำความเข้าใจกับสื่อ ย้ำไม่มีดีลลับอะไรทั้งสิ้น มีเพียงเรื่องเดียวที่ต้องทำให้บรรลุผลคือจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ส่วนกรณี “เศรษฐา ทวีสิน” อยู่ที่อังกฤษกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มีอะไรในก่อไผ่แค่ดูบอล

ที่พรรคเพื่อไทย  นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย   และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  แถลงว่า    กระแสข่าวพรรค “เพื่อไทย” มีดีลลับกับพรรคต่าง ๆ  พรรคเพื่อไทยขอปฏิเสธ ทั้งนี้หลังจากเลือกตั้งมาพรรคเพื่อไทยไม่มีดีลลับกับใคร มีแต่ดีลจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมลงนามในเอ็มโอยูเท่านั้น อยากให้ไปถามคนที่ระบุว่า หากเป็นดีลลับทำไมถึงมีคนรู้แล้วออกมาปล่อยข่าว อยากให้ไปถามคนนั้น 


ส่วนกรณี ปรากฎภาพแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค “เพื่อไทย”  นายเศรษฐา ทวีสิน อยู่กับ  นายอนุทิน   ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระหว่างอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ชมการแข่งขันฟุตบอลในคู่เลสเตอร์ 
 อยากชี้แจงว่า นายเศรษฐา   ได้ทวิตข้อความออกมาชัดเจน นายเศรษฐาเป็นคนตรงไปตรงมา เรื่องนี้
เตรียมตัวเป็นเดือน อีกทั้งการดูฟุตบอลเป็นสิทธิเสรีภาพไม่มีดีลลับ


“ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยว่ามีดีลลับลังกาวี   ผู้สื่อข่าวน่าจะไปถามนายชูวิทย์ ซึ่งในนามพรรคเพื่อไทย เราไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ  เรื่องพวกนี้ ในนามของพรรคไม่มี  สถานการณ์การเมืองขณะนี้มีการเปิดเผยข้อมูลหลากหลาย ส่วนจะมีข้อเท็จจริงหรือไม่ต้องดูกันอีกที แต่ในนามพรรคเพื่อไทยที่ถูกอ้างถึงโดยตรง สิ่งที่เขาพยายามพูดไม่ใช่ข้อเท็จจริง  เราไม่มีพฤติกรรมไปทำเช่นนั้นแน่นอน หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล คือจะทำอย่างไรให้บรรลุเจตตารมณ์ของประชาชนให้มีรัฐบาลประชาธิปไตยเกิดขึ้น ส่วนที่มีกระแสข่าวต่าง ๆ ออกมา ถือเป็นมิติทางการเมือง ”  นายแพทย์ชลน่าน ระบุ

เพื่อไทย ‘พรรคอันดับ2’ กับครรลอง ‘ประชาธิปไตย’ ของบ้านเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549942

29 พ.ค. 2566

เพื่อไทย 'พรรคอันดับ2' กับครรลอง 'ประชาธิปไตย' ของบ้านเมือง

ดีลลับสนั่นโซเชียล อาจจะเป็นเรื่องจริง เมื่อ เพื่อไทย ‘พรรคอันดับ2’ เดินตามครรลองประชาธิปไตยของบ้านเมือง มีโอกาสรวบรวมเสียงข้างมาก ‘ตั้งรัฐบาล’ สำเร็จมากกว่า ‘ก้าวไกล’

จบการเลือกตั้งไป กระบวนการต่อไปยังยาวไกลกว่าจะมีรัฐบาล ดูจากไทม์ไลน์แล้ว เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง2566 คาดว่าจะมีการเลือก ‘ประธานสภาฯ’ ในปลายเดือนกรกฎาคม เลือก ‘นายกรัฐมนตรี’ เดือนสิงหาคม

ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาทั้งหมด 500 คน มากที่สุดเพียง 151 คน ส่วน ‘พรรคอันดับ2’ อย่างพรรคเพื่อไทย ที่ถูกเชิญมาร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ด้วยส่วนต่างของเก้าอี้ สส.เพียง 10 ที่นั่ง ทำให้ ‘พรรคอันดับ2’ สำคัญยิ่ง 

28 พ.ค. 2566 กลุ่มคนเสื้อแดง แฟนคลับพรรคเพื่อไทย ออกมารวมตัวพร้อมยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ มาดูข้อสุดท้าย ข้อ 5 ถ้า พรรคอันดับ1 ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ได้ ให้พรรคเพื่อไทยใช้สิทธิ์ในการเป็น ‘พรรคอันดับ2’ รวบรวมเสียงข้างมากเพื่อ ‘จัดตั้งรัฐบาล’

MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาล

และนำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนมาผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปประธรรมต่อไป หรือแล้วแต่พรรคจะใช้ดุลยพินิจเป็นอย่างอื่น บอกตรงๆ FC กลุ่มนี้ ไม่ธรรมดา! เหมือนอ่านเกมขาด

ก็ดูจากวิธีคิดของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะพยายามผลักดันแก้ ม.112 ให้จงได้ แม้ไม่มีใน MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาลก็ตาม 

นพ.ชลน่าน และ ประสริฐ 2 แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงโต้ดีลลับตั้งรัฐบาลแข่งพรรคก้าวไกลนพ.ชลน่าน และ ประสริฐ 2 แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงโต้ดีลลับตั้งรัฐบาลแข่งพรรคก้าวไกล

เพื่อไทยปฏิเสธดีลลับตั้งรัฐบาล

29 พ.ค. 2566 แกนนำพรรคเพื่อไทย อย่าง ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรค และ ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาธิการพรรค ประสานเสียงโต้ข่าวดีลลับว่าไม่มีจริงเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลร่วม 8 พรรคการเมือง หนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

การออกสื่อสัมภาษณ์ ทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี หรือว่าที่รัฐมนตรีที่วางตัวไว้ ในแต่ละด้าน ล้วนสะท้อนถึงวิธีคิด “ตามตำรา” เท่านั้น เพียงคิดว่า น่าจะเป็น แต่ความเป็นจริงย่อมแตกต่าง 

พลังสัม หนุนก้าวไกลพลังสัม หนุนก้าวไกล

การปลูกฝังความคิด ‘เด็กวัยรุ่น’ ด้วยปฏิบัติการ IO หรือ social media ได้ผลมากของพรรคก้าวไกล เพราะ ‘เด็กวัยรุ่น’ ก็คือ ‘วัยรุ่น’ เสพสื่อ คนละเรื่องกับการบริหารประเทศที่มีความหลากหลายทุกมิติในพหุสังคม

มวลชนพรรคก้าวไกลมวลชนพรรคก้าวไกล

ไม่เพียงเท่านั้น การอ้างว่ามีคนเลือกก้าวไกล 14 ล้านคน คือฉันทามติ ที่จะให้เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ มันใช่หรือไม่? มีคนไม่เลือกอีก 27 ล้านคนและที่ไม่มาเลือกอีกเท่าไหร่ ?

การอ้างและไปกดดัน สว. ‘ต้องเลือกนะ’ มันคือ ‘ประชาธิปไตยเต็มใบ’ หรือ ‘ประชาธิปไตยข่มขู่’ 

แล้ว สว.จะยกมือให้กลุ่มนี้เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ บริหารประเทศหรือ?

ขุนพลพรรคก้าวไกล และมวลชนขุนพลพรรคก้าวไกล และมวลชน

อย่าลืมว่า การเมืองเป็นศิลปะ ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรรุก เมื่อรุกแล้วต้องรุกให้เฉียบขาด ยามถอยก็ต้องถอยให้ปลอดภัย การวิ่งตรงชนทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เจ็บก็ล้มตายได้

กลเกมหลังการเลือกตั้ง เมื่อก้าวไกล แบไต๋เผยไพ่บนหน้าตัก ขณะที่ ‘พรรคอันดับ2’ ใช้ความสงบสยบทุกความคลื่อนไหว ในเชิงการเมืองเพื่อไทย ไม่ได้อ่อนพรรษา หรือไม่รู้ประสีประสาทางการเมือง ตรงกันข้ามกับพรรคก้าวไกล

ขุนพลพรรคเพื่อไทย ขุนพลพรรคเพื่อไทย

แน่นอน หาก พรรคอันดับ1 ยอมหักไม่ยอมงอ หรือเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลล้มเหลว ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะเป็นสิทธิอันชอบธรรมของ ‘พรรคอันดับ2’ อย่างเพื่อไทย ต้องฟอร์มรัฐบาลขึ้นมาทดแทน

ดีลลับสนั่นโซเชียลอาจจะเป็นเรื่องจริง แม้แกนนำพรรคเพื่อไทยเรียงหน้าออกมาปฏิเสธก็ตาม เมื่อ เพื่อไทย ‘พรรคอันดับ2’ เดินตามครรลองประชาธิปไตยของบ้านเมือง และมีโอกาสรวบรวมเสียงข้างมาก ‘ตั้งรัฐบาล’ สำเร็จมากกว่าก้าวไกล 

พลังสัมทั้งแผ่นดิน แต่เสียงไม่ชนะขาดถึง 376 เสียง พ่อของส้มต้องเดินเกมตั้งรัฐบาลอย่างไรให้ไปถึงฝั่นฝัน เพื่อดัน ‘พิธา’ นายกคนที่30 

ก้าวไกล จะยอมถอยเพื่อเปิดทางให้ เพื่อไทย ‘พรรคอันดับ2’ จัดตั้งรัฐบาล อดใจรอส้มสุกเมื่อมีการเลือกตั้งปี2570

แต่ในอนาคตอีก 4 ปี จะแน่ใจได้อย่างไรว่ามวลชนก้าวไกลมีจำนวนมากพอสร้างปรากฏการณ์ ‘ก้าวไกลแลนต์สไลด์’ จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว?

…กมลทิพย์ ใบเงิน…รายงาน

‘ชัยธวัช’ ยันไม่มีรอยร้าว แต่แจ้ง ‘เพื่อไทย’ หยุดให้ข่าว ‘ประธานสภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549936

29 พ.ค. 2566

'ชัยธวัช' ยันไม่มีรอยร้าว แต่แจ้ง 'เพื่อไทย' หยุดให้ข่าว 'ประธานสภาฯ'

‘ชัยธวัช’ เผยประชุมพรรคร่วมพรุ่งนี้ ไม่มีวาระคุยตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แจ้ง ‘เพื่อไทย’ หยุดให้ข่าว ‘ประธานสภาฯ’ หันหน้าคุยกันภายใน ยังไม่ได้ข้อยุติเก้าอี้ ‘รัฐมนตรี’ ตามข่าว

ตำแหน่ง “ประธานสภา” ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ถูกจับตาขึ้นอีกครั้ง หลังจากพรุ่งนี้ (30 พ.ค.)  8 พรรคร่วมรัฐบาลนัดประชุมครั้งแรกหลังเซ็น MOU จัดตั้งรัฐบาล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  1 ในผู้ประสานงานคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เผยคงไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมร่วม8พรรค เพราะพรุ่งนี้ที่นัดหมายการหารือจะเป็นแนวทางการทำงานหลังจากนี้ ซึ่งมองว่าจะเป็นการพูดคุยกันเองเป็นหลัก และที่นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้ข้อคิดไว้ว่า ประธานสภาควรเป็นพรรคอันดับ1 รองประธานสภาคนที่1 เป็นพรรคอันดับ2 และรองประธานคนที่สองเป็นพรรคอันดับ 3 

ส่วนรอยร้ายพรรคร่วม มองว่า อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่สื่อมวลชนนำเสนอ การประสานงานภายในเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งตนประสานงานไปที่พรรคเพื่อไทยขอให้ยุติเรื่องการให้ข่าวเรื่องประธานสภาฯหรือให้ความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชน แล้วมาพูดคุยกันภายใน เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี เพราะยังมีเวลาทำงานร่วมกันที่จะหาข้อยุติได้ 

ทั้งนี้พรุ่งนี้พรรคก้าวไกลจะเสนอให้มีการนัดประชุมกันเป็นวาระประจำและควรมีการตั้งคณะทำงานในการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หรือ transition team จะมีทั้งวาระร่วมใน MOU และจะต้องเตรียมตัวว่า มีอะไรสำคัญๆที่ตกค้างจากรัฐบาลที่แล้วบ้าง และหลายนโยบายจำเป็นต้องใช้งบประมาณ จึงจะต้องวางแผนงบประมาณให้สอดคล้องในแนวปฏิบัติ


 
เมื่อถามถึงกระแสข่าวโผครม. และสูตรคำนวน สส. 14+1 ของพรรคก้าวไกลนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นกระแสข่าวที่เป็นสูตรโควต้า ซึ่งก็เป็นแนวทางจัดแบ่งภาระหน้าที่ แต่รายละเอียดยังไม่ได้ข้อยุติ  เบื้องต้นหารือพรรคร่วมว่าจะผลักดันวาระอะไรบ้าง เพื่อยึดโยงกับหน่วยงาน กระทรวง กรม เอาวาระจะผลักดันเป็นตัวตั้ง

ส่วนการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีก็ไม่ได้มีการพูดคุยในวันพรุ่งนี้ แต่หากมีพรรคไหนเสนอขึ้นมาพูดคุยก็ไม่มีปัญหา ส่วนจะเป็นไปตามสัดส่วนเก้าอี้หรือไม่ คงเป็นแนวทางพูดคุย แต่คงไม่ถึงขนาดที่จะมาคุยว่า เกรดเอ เอบวกบวก เท่ากับเกรดซีสองกระทรวง เพราะเราเอาวาระเป็นหลัก 
   
 
เมื่อถามวถึงกระแสเก้าอี้กระทรวงพลังงานแลกกับเก้าอี้ประธานสภา นายชัยธวัช ยืนยันว่า “ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการประเมินเอา”

ส่วนการทาบทามคนนอกเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี นายชัยธวัช มองว่า หากพรรคก้าวไกล เทียบเชิญคนนอกมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค ก็เป็นเรื่องปกติ บางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องเป็น สส. มาดำรงตำแหน่งเท่านั้น เพราะภายในพรรคก้าวไกล ไม่ได้กำหนดว่า แกนนำได้ สส. กี่คน จึงจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ยึดความเหมาะสมที่จะทำให้นโยบายสำเร็จ

เมื่อถามถึงที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เปิดโปงดีลใหม่ แผนทให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า การทำงานร่วมกันการให้เกียรติ ให้ความเคารพ และความไว้วางใจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะหากพรรคมัวแต่กังวลต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น การทำงานร่วมกันคงยาก