พายุฝุ่นพัดถล่มทางหลวงอิลลินอยส์ รถชนระเนระนาดกว่า 90 คัน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690611

พายุฝุ่นพัดถล่มทางหลวงอิลลินอยส์ รถชนระเนระนาดกว่า 90 คัน (คลิป)

2 พ.ค. 2566 12:28 น.

พายุฝุ่นพัดถล่มทางหลวงอิลลินอยส์ รถชนระเนระนาดกว่า 90 คัน (คลิป)

พายุฝุ่นพัดถล่มทางหลวงเชื่อมต่อระหว่างรัฐหมายเลข 55 ในรัฐอิลลินอยส์ ของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้รถกว่า 90 คัน ชนต่อกันเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ดับสลดอย่างน้อย 6 ศพ

อุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นหลังจากลมพายุได้หอบพัดฝุ่น สิ่งสกปรก และสิ่งปฏิกูลจากฟาร์ม เข้ามาปกคลุมทางหลวงระหว่างรัฐทั้งสายเหนือและสายใต้ จนกลายเป็นกลุ่มฝุ่นสีเหลืองมหาศาล ส่งผลให้ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่เป็นศูนย์ จนเกิดรถชนตามมาหลายสิบครั้ง นับรวมรถที่ประสบอุบัติเหตุมากกว่า 90 คัน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ และบาดเจ็บกว่า 30 ราย โดยผู้เสียชีวิตล้วนเป็นผู้ที่ใช้ทางหลวงที่มุ่งหน้าขึ้นเหนือ นอกจากนี้ ยังมีรายงานรถบรรทุก 2 คัน เกิดเพลิงไหม้จากเหตุการณ์ดังกล่าว

ไรอัน สตาร์ริก ตำรวจประจำรัฐอิลลินอยส์ กล่าวว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บกว่า 30 ราย มีทั้งผู้ที่บาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงบาดเจ็บสาหัส โดยมีอายุตั้งแต่ 2 ปีไปจนถึง 80 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงส่งไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงหลายแห่ง

ล่าสุด ตำรวจได้ทำการปิดทางหลวงระหว่างรัฐ ทั้งสายที่มุ่งหน้าไปทางเหนือและสายที่มุ่งลงใต้ เพื่อเคลียร์เส้นทางการจราจร เพื่อให้สามารถเปิดใช้เส้นทางได้อีกครั้ง และจะมีการสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.

ชมคลิป ที่นี่

ที่มา : CNN

วัฒนธรรมอาหารกับพิธีราชาภิเษกอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690359

วัฒนธรรมอาหารกับพิธีราชาภิเษกอังกฤษ

2 พ.ค. 2566 10:00 น.

วัฒนธรรมอาหารกับพิธีราชาภิเษกอังกฤษ

  • พิธีราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี แม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือ อาหารมีส่วนในการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์หรือราชินีองค์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟบนจานทองในงานเลี้ยงขนาดใหญ่ หรือบนโต๊ะอาหารในงานปาร์ตี้ริมถนน
  • ตัวอย่างของการใช้เงินที่มากเกินไปกับอาหาร คืองานเลี้ยงพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าจอร์จที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2364 นับว่าใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับเงินปัจจุบันมากกว่า 20 ล้านปอนด์ หรือราว 860 ล้านบาท
  • หนึ่งในเมนูที่มีการคิดค้นขึ้นในช่วงพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 คือ “ไก่โคโรเนชัน” (Chicken Coronation) และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน


    พิธีราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษ บริเตน และสหราชอาณาจักร มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี แม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือ อาหารมีส่วนในการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์หรือราชินีองค์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟบนจานทองในงานเลี้ยงขนาดใหญ่ หรือบนโต๊ะอาหารในงานปาร์ตี้ริมถนน อาหารพิธีราชาภิเษกมีเรื่องราวที่น่าสนใจในแบบฉบับของตัวเอง และสามารถสะท้อนถึงช่วงเวลาหรือค่านิยมของกษัตริย์หรือราชินีที่เพิ่งสวมมงกุฎ
  • ตัวอย่างของการใช้เงินที่มากเกินไปกับอาหาร คืองานเลี้ยงพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าจอร์จที่ 4 ซึ่งเป็นที่รู้จักเรื่องการใช้ชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อและหนี้สินมากมาย โดยพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2364 นับว่าใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับเงินปัจจุบันมากกว่า 20 ล้านปอนด์ หรือราว 860 ล้านบาท
  • ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดที่เหลืออยู่ของอาคารรัฐสภาเดิม กษัตริย์และแขกคนสำคัญที่สุด 300 คน จะร่วมรับประทานอาหารค่ำภายใต้สายตาของผู้ชมนับพันที่นั่งอยู่บนแท่นที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากนั้น ยังมีแขกอีก 1,300 คนร่วมรับประทานอาหารในสถานที่อื่นๆ อาหารสไตล์ฝรั่งเศสถูกเสิร์ฟจากครัวชั่วคราวที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับอาหารปริมาณมหาศาล และโต๊ะของกษัตริย์เพียงโต๊ะเดียวก็มีอาหารมากกว่า 70 รายการใน 3 คอร์ส โดยรวมแล้วแขกได้รับประทานเนื้อวัว เนื้อลูกวัว และเนื้อแกะ 7.3 ตัน ไก่มากกว่า 1,600 ตัว และไข่ 8,400 ฟอง

  • แม้ว่างานเลี้ยงพิธีราชาภิเษกในอดีตจะเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่งานของกษัตริย์จอร์จที่ 4 ก็มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการจัดขึ้นในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ และพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ในอีก 10 ปีต่อมาก็ไม่ได้มีงานเลี้ยงใดๆ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ หลังจากรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ 4

  • ในทางตรงกันข้าม การจัดงานเลี้ยงข้างถนนนับเป็นวิธีเก่าแก่ที่มีมาหลายร้อยปี สำหรับประชาชนที่จะร่วมเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกด้วยอาหารและเครื่องดื่ม

  • เนื่องจากประเทศยังคงต้องทนทุกข์ทรมานจากความเข้มงวดหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง และยังคงมีการปันส่วนอยู่บ้าง พิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 ทำให้ประชาชนมีโอกาสมารวมตัวกันและเฉลิมฉลอง งานปาร์ตี้ตามท้องถนนหลายพันงานจัดขึ้นทั้งในและนอกประเทศ และมีการแจกจ่ายโบนัสปันส่วนน้ำตาล 1 ปอนด์และมาการีน 1 ใน 4 ปอนด์ในช่วงพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้ผู้คนได้ทำอาหารสำหรับเฉลิมฉลอง โดยเมนูแซนด์วิชใส่เนย เนื้อกระป๋อง หรือปลา เป็นเมนูที่ได้รับความนิยม ส่วนเค้ก บิสกิต ไอศกรีม น้ำอัดลม และเยลลี่ล้วนได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษในรัฐสภาว่าเป็นที่ต้องการอย่างมาก
  • เมนู “ไก่โคโรเนชัน” (Chicken Coronation) ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการของตัวแทนจากต่างประเทศ 350 คนที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 อาหารจานนี้ทำจากไก่ตุ๋นในน้ำและไวน์ขาวเล็กน้อยกับซอสที่มีครีม มายองเนส ไวน์แดง และผงกะหรี่ ที่คิดค้นโดย “โรสแมรี ฮูม” (Rosemary Hume) และ “คอนสแตนซ์ สปรี” (Constance Spry) และนักเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ลอนดอน
  • สปรีอธิบายสูตรอาหารว่า มีรสชาติที่ละเอียดอ่อนและเหมือนถั่ว และน่าจะเป็นอาหารหรูหราในเวลานั้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายของส่วนผสมหลายอย่าง เมนูนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในทศวรรษที่ 1970 และ 80 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสูตรดั้งเดิมก็ได้รับการปรับปรุงใหม่หลายครั้งโดยเชฟผู้มีชื่อเสียง มันยังสามารถพบได้ทั่วสหราชอาณาจักร แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วส่วนใหญ่จะมีการดัดแปลงเป็นไส้แซนด์วิชมากกว่าที่จะเป็นอาหารจานเดียวก็ตาม
  • นักประวัติศาสตร์ด้านอาหาร ดร. แอนนี่ เกรย์ ให้ความเห็นว่า “อาหารพิธีบรมราชาภิเษกสะท้อนถึงรสนิยมของเวลา โดยปรุงโดยพ่อครัวในยุคหนึ่ง ด้วยอุปกรณ์ในยุคหนึ่ง และสำหรับคนในยุคหนึ่งๆ” เธอกล่าวต่อว่า “ต้องไม่ลืมว่าผู้ร่วมงานเลี้ยงพิธีราชาภิเษก จนถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน น้อยคนนักนอกจากแขกที่ได้รับเชิญจะรู้ว่ามีอะไรอยู่ในเมนู พิธีราชาภิเษกนี้เปิดกว้างมากขึ้น และถือเป็นโอกาสที่แท้จริงสำหรับกษัตริย์องค์ใหม่ในการแสดงพระราชอำนาจและลักษณะพื้นฐานทางด้านสังคมที่มีร่วมกันของกลุ่มคนผ่านอาหาร”
  • คาดว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงข้างถนนในช่วงพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และราชินีคามิลลาในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ โดยมีการวางแผนจัดงานเลี้ยงฉลองพิธีราชาภิเษกในพื้นที่ต่างๆ ภายใต้แผนที่มีชื่อว่า The Big Lunch ขณะที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพิธีราชาภิเษกยังมีสูตรอาหารมากมายที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับการจัดงานเลี้ยงข้างถนน และงานเฉลิมฉลองอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเมนูอย่าง เนื้อแกะย่างโคโรเนชันของ “เคน ฮอม” เชฟชาวอเมริกันเชื้อสายจีนชื่อดัง พร้อมซอสหมักสไตล์เอเชีย หรือเมนู มะเขือม่วงโคโรเนชัน” (Coronation Aubergine) ของ “นาดิยา ฮุสเซน” เชฟ นักเขียน และผู้จัดรายการโทรทัศน์ชาวอังกฤษ รวมถึงเมนู “ทาโก้กุ้งกับซัลซ่าสับปะรด” ของ “เกรกก์ วอลเลซ” พิธีกรรายการมาสเตอร์เชฟ และ “สตรอว์เบอร์รีและขิง” ของอดัม แฮนด์ลิง  และ “โคโรเนชัน คราวน์ สโคน” ของมาร์ธา คอลลิสัน 
  • กษัตริย์ชาร์ลส์เคยตรัสอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการสนับสนุนอาหารออร์แกนิกของอังกฤษ และในอาหารที่ได้รับเลือกให้ขึ้นโต๊ะนั้น มีการผสมผสานแนวคิดดั้งเดิม เช่น ตัวเลือกมังสวิรัติที่ใช้แทนซอสไก่ในเมนูมะเขือม่วงของฮุสเซน และการผสมผสานระหว่างความเป็นอังกฤษและเอเชียของฮอม ซึ่งเป็นรสชาติที่บ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองวิวัฒนาการของอาหารอังกฤษ
  • ขณะที่สูตรคีชอย่างเป็นทางการสำหรับพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ของมาร์ค ฟลานาแกน เชฟชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเชฟส่วนพระองค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และหัวหน้าเชฟของราชวงศ์ ประกอบด้วยผักโขม ถั่วปากอ้า และทาร์รากอน ซึ่งน่าจะเป็นการให้ความสำคัญให้กับความมุ่งมั่นด้านการเกษตรแบบยั่งยืนของเขาและความชื่นชอบที่มีต่อไข่และชีส
  • เมื่อพูดถึงการได้รับเชิญให้ร่วมปรุงสูตรอาหารสำหรับการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ อดัม แฮนด์ลิ่ง เชฟและเจ้าของร้านอาหารกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คิดค้นสูตรอาหารสำหรับพิธีบรมราชาภิเษก มันเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของเรา และฉันหวังว่าผู้คนมากมายจะร่วมเฉลิมฉลองด้วยสูตรนี้”
  • เคน ฮอม ซึ่งดำเนินรายการ Ken Hom’s Chinese Cookery ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี กล่าวถึงสิ่งที่สูตรอาหารของเขาสื่อถึงว่า “ผมรู้สึกและคิดว่าสูตรอาหารของผมสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในวัฒนธรรมอาหารอังกฤษในอดีต ตอนนี้ส่วนผสมที่แปลกใหม่ เช่น ซอสถั่วเหลือง เป็นส่วนหนึ่งของห้องครัวในอังกฤษ ปัจจุบันวัฒนธรรมอาหารของอังกฤษได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโลก และอาหารอังกฤษก็ถือเป็นอาหารของโลกยุคใหม่”
  • ดร. แอนนี่ เกรย์ กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสูตรอาหารว่า “ฉันชื่นชมตัวเลือกของสูตรอาหารต่างๆ ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของอาหารและชื่อเชฟที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งเมนูมังสวิรัติ หรือเมนูยอดนิยมอย่างขนมไทรเฟิลและเนื้อแกะซึ่งมักถูกใช้ในการเฉลิมฉลองเสมอมา เมนูอาหารยังมีการเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ โลก และฤดูกาลต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่ดีของจริยธรรมด้านอาหารที่ระบุไว้ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3.

สหรัฐฯ เผย รัสเซียเสียนักรบที่เมืองบักห์มุตกว่า 20,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690551

สหรัฐฯ เผย รัสเซียเสียนักรบที่เมืองบักห์มุตกว่า 20,000 คน

2 พ.ค. 2566 07:26 น.

สหรัฐฯ เผย รัสเซียเสียนักรบที่เมืองบักห์มุตกว่า 20,000 คน

ทำเนียบขาวเชื่อว่านักรบรัสเซียมากกว่า 20,000 คน เสียชีวิตในการสู้รบเพื่อชิงเมืองบักห์มุตของยูเครนในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา

จอห์น เคอร์บี โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุโดยอ้างถึงข้อมูลข่าวกรองว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 80,000 คน และครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตมาจากกลุ่มแวกเนอร์ กลุ่มทหารรับจ้างเอกชน หากข้อมูลนี้ถูกต้อง จำนวนนักรบของรัสเซียที่เสียชีวิตจะสูงกว่าจำนวนประชากรในช่วงก่อนสงครามของเมืองบักห์มุต ที่ประมาณ 70,000 คน

รัสเซียพยายามเข้ายึดเมืองบักห์มุตตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่อจากการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งมีพลเรือนเหลืออยู่เพียงไม่กี่พันคน มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างมากสำหรับทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ยูเครนยังกล่าวด้วยว่า พวกเขากำลังใช้การสู้รบเพื่อสังหารกองทหารรัสเซียให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และทำลายกำลังสำรอง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยูเครนสามารถควบคุมเมืองเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น

นายเคอร์บี กล่าวว่า “ความพยายามของรัสเซียในการรุกภูมิภาคดอนบาส ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านเมืองบักห์มุตนั้น ประสบความล้มเหลว รัสเซียไม่สามารถยึดดินแดนทางยุทธศาสตร์และสำคัญใดๆ ได้อย่างแท้จริง” และกล่าวว่า สหรัฐฯ ประเมินว่ารัสเซียมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 ศพ ซึ่งรวมถึงกว่า 20,000 ศพ ที่เสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้

เขากล่าวเสริมว่า เขาไม่ได้ให้การประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตจากยูเครน เพราะ “พวกเขาคือเหยื่อ ขณะที่รัสเซียคือผู้รุกราน”

การยึดเมืองนี้จะทำให้รัสเซียเข้าใกล้เป้าหมายในการควบคุมภูมิภาคโดเนตสค์ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ภูมิภาคทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครนที่รัสเซียเข้าผนวกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังการลงประชามติที่ถูกนานาชาติกล่าวประณามว่าเป็นการหลอกลวง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เมืองบักห์มุตมีคุณค่าทางยุทธศาสตร์เพียงเล็กน้อย แต่กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้บัญชาการทหารของรัสเซียที่มีปัญหาในการส่งข่าวเชิงบวกไปยังรัฐบาล

กลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ได้เป็นกลุ่มหลักของรัสเซียที่เปิดการโจมตีเมืองบักห์มุต ขณะที่นายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำของกลุ่ม ซึ่งได้เดิมพันชื่อเสียงและกองทัพของเขาในการเข้ายึดเมือง ได้ขู่ว่าจะถอนกำลังทหารออกจากเมืองบักห์มุตเมื่อเร็วๆ นี้ ในการสัมภาษณ์เชิงลึกกับบล็อกเกอร์สงครามชาวรัสเซีย เขากล่าวว่าจะถอนกำลังกลุ่มนักรบแวกเนอร์ หากไม่ได้รับเครื่องกระสุนที่จำเป็นจากกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และเตือนว่า นักรบของแวกเนอร์อาจถูกส่งไปยังประเทศมาลีอีกครั้ง

นายพริโกซินเกิดความขัดแย้งกับกระทรวงกลาโหมของรัสเซียบ่อยครั้งในช่วงสงคราม โดยกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนเพียงพอแก่นักรบของเขา เขายังเรียกร้องให้สื่อรัสเซียและผู้นำทางทหาร “หยุดโกหกประชากรรัสเซีย” ก่อนที่ยูเครนจะตอบโต้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

เขายังกล่าวยกย่องปฏิบัติการทางทหารและการบังคับบัญชาที่ดีและถูกต้องของกองทัพยูเครน ผู้นำทางทหารระดับสูงของยูเครนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การโจมตีตอบโต้ได้ขับไล่กองกำลังรัสเซียออกจากพื้นที่บางส่วนในเมืองบักห์มุต แต่สถานการณ์ยังคง “ยาก”

พลเอกโอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครน กล่าวผ่านเทเลแกรมว่า หน่วยรบใหม่ของรัสเซีย รวมทั้งพลร่มและเครื่องบินรบจากแวกเนอร์ กำลัง “เข้าสู่สนามรบอย่างต่อเนื่อง” แม้จะสูญเสียอย่างหนัก และยืนยันว่า “ศัตรูไม่สามารถยึดครองเมืองได้.”

“จ็อก ซอนฟริลโล” พิธีกรมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 46 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690546

"จ็อก ซอนฟริลโล" พิธีกรมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 46 ปี

2 พ.ค. 2566 07:10 น.

“จ็อก ซอนฟริลโล” พิธีกรมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 46 ปี

“จ็อก ซอนฟริลโล” เชฟมือรางวัลและพิธีกรรายการมาสเตอร์เชฟ ออสเตรเลีย เสียชีวิตกะทันหันด้วยวัย 46 ปี


การเสียชีวิตของเขาได้รับการยืนยันโดยสถานีโทรทัศน์ “เน็ตเวิร์ก 10” ในวันที่รายการมาสเตอร์เชฟเทปแรกของซีซันปี 2023 มีกำหนดออกอากาศ

ลอเรน ฟรีด ภรรยาของซอนฟริลโล ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 4 คน กล่าวในแถลงการณ์ว่า หัวใจของพวกเขา “แตกเป็นเสี่ยง” พร้อมขอให้ผู้ผ่านมาบนเส้นทางของเขาที่ได้กลายเป็นเพื่อน หรือโชคดีที่ได้เป็นครอบครัวของเขา จงเก็บความภูมิใจในตัวชาวสกอตผู้นี้ไว้ในหัวใจ

ซอนฟริลโลถูกพบเป็นศพที่บ้านในเมืองเมลเบิร์น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐวิกตอเรียได้ตรวจสอบสภาพศพของเชฟคนดัง และกล่าวว่าการเสียชีวิตของเขาไม่มีเงื่อนงำแต่อย่างใด

ซอนฟริลโลเป็นเชฟชาวสกอตแลนด์ที่เคยทำงานในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ก่อนที่จะเปิดร้านอาหารของตัวเองในออสเตรเลีย การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความโศกเศร้าแก่บุคคลในวงการอาหารและบันเทิง

เจมี โอลิเวอร์ เชฟชื่อดัง และกอร์ดอน แรมซีย์ ตลอดจนอดีตผู้เข้าแข่งขันรายการมาสเตอร์เชฟ ได้ร่วมกล่าวไว้อาลัยต่อการสูญเสียครั้งนี้ โดยโอลิเวอร์ซึ่งมีกำหนดปรากฏตัวในตอนแรกของรายการ ได้โพสต์ภาพบนอินสตาแกรม พร้อมข้อความว่า “ผมตกใจมากที่ตื่นขึ้นมาเพราะการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของจ็อก เรามีช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ได้ทำงานร่วมกันในมาสเตอร์เชฟในปีนี้”

ขณะที่เชฟทีวีอังกฤษคนดัง กอร์ดอน แรมซีย์ กล่าวไว้อาลัยเช่นกันว่า “รู้สึกเศร้าต่อข่าวที่เลวร้าย ผมมีความสุขมากในช่วงเวลาที่พวกเราได้เคยใช้ร่วมกันในรายการทีวีมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย”

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ “เน็ตเวิร์ก 10” ยังแสดงการไว้อาลัยต่อซอนฟริลโล โดยกล่าวว่าเสน่ห์ ความหลงใหล และอารมณ์ขันอันร้ายกาจของซอนฟริลโล ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับการทำอาหาร ส่วนรายการมาสเตอร์เชฟ ซึ่งมีการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า จะไม่ออกอากาศในสัปดาห์นี้ตามกำหนดเดิม

ซอนฟริลโลเกิดที่เมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ เมื่อปี 2519 เขาเริ่มทำงานในครัวเมื่ออายุ 12 ปี เมื่ออายุ 15 ปี เขากลายเป็นเด็กฝึกงานที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งที่ได้ทำงานในโรงแรมเดอะ เทิร์นเบอร์รี รีสอร์ตหรูของสกอตแลนด์ สองปีต่อมา เขาเริ่มทำงานให้กับ “มาร์โค ปิแอร์ ไวต์” เชฟมิชลินชาวอังกฤษที่โรงแรมไฮด์ พาร์ค 

เขาได้เขียนเกี่ยวกับการต่อสู้กับการติดยาเสพติดในหนังสือบันทึกความทรงจำเมื่อปี 2564 เรื่อง “ลาสต์ ชอต” ว่าถึงแม้อาชีพการงานของเขาจะเติบโต ซอนฟริลโลกล่าวว่า เขาไม่มีเงิน ไร้ที่อยู่อาศัย และติดเฮโรอีนในช่วงวัยรุ่น เขาบอกว่าเขาเปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยการย้ายไปออสเตรเลียในปี 2543 และเปิดร้านอาหารหลายแห่ง ความสำเร็จสูงสุดของเขาคือร้านอาหาร “โอรานา” ในเมืองแอดิเลด ที่ได้รับรางวัล ซึ่งเปิดในปี 2556

ในปี 2562 เขาได้รับการประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของรายการมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ร่วมรายการทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม อาชีพของซอนฟริลโลก็เต็มไปด้วยข่าวร้าย ร้านอาหาร “โอรานา” ปิดตัวลงในปี 2563 ด้วยหนี้สินหลายล้านดอลลาร์ และหนังสือ “ลาสต์ ชอต” ถูกวิจารณ์ว่ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากอดีตเพื่อนร่วมงาน ซึ่งรวมถึง “มาร์โค ปิแอร์ ไวต์.”

ฝรั่งเศสนับแสนประท้วงวันแรงงาน ต้านปฏิรูปเงินบำนาญ ปะทะตำรวจเจ็บอื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690541

ฝรั่งเศสนับแสนประท้วงวันแรงงาน ต้านปฏิรูปเงินบำนาญ ปะทะตำรวจเจ็บอื้อ

2 พ.ค. 2566 05:30 น.

ฝรั่งเศสนับแสนประท้วงวันแรงงาน ต้านปฏิรูปเงินบำนาญ ปะทะตำรวจเจ็บอื้อ

ประชาชนในฝรั่งเศสหลายแสนคนทั่วประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงเนื่องในวันแรงงาน และต่อต้านการปฏิรูปเงินบำนาญ ก่อนเกิดปะทะกับตำรวจ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2566 ประชาชนหลายแสนคนในฝรั่งเศสออกมาเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศ เนื่องในวันแรงงาน เพื่อแสดงการต่อต้านแผนการปฏิรูปเงินบำนาญของรัฐบาลประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเพิ่งบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเกณฑ์อายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี

กระทรวงมหาดไทยคาดว่า จำนวนผู้ที่ออกมาชุมนุมทั่วประเทศอยู่ที่ราว 782,000 คน รวมถึงกว่า 112,000 คนในกรุงปารีส โดยการประท้วงโดยส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่บางจุดมีกลุ่มหัวรุนแรงปาระเบิดขวดและพลุเข้าใส่ตำรวจที่ออกมาควบคุมสถานการณ์ จนเกิดการปะทะกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยการยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตา

นายเฌราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า การปะทะที่เกิดขึ้นทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บถึง 108 นาย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมตัวระหว่างเกิดความไม่สงบอีก 291 คน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้ประท้วงบาดเจ็บจำนวนเท่าใด

ประชาชนในฝรั่งเศสประท้วงต่อต้านแผนปฏิรูปเงินบำนาญของนายมาครงต่อเนื่องมานานหลายเดือนแล้ว โดยผู้นำสหภาพแรงงานและการค้าต่างๆ ออกมาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนประท้วงต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะยอมถอนตัวจากการปฏิรูป

ทั้งนี้ เหตุปะทะกันในกรุงปารีสทำให้ตำรวจนายหนึ่งถูกระเบิดขวดได้รับบาดเจ็บ เป็นแผลไฟไหม้ที่มือและใบหน้า นอกจากนั้นยังเกิดการปะทะในเมืองลียง, ตูลูส และนองต์ รถยนต์หลายคันถูกจุดไฟเผากับธุรกิจหลายแห่งถูกโจมตี นอกจากนั้นยังมีรายงานด้วยว่า ผู้ชุมนุมบุกยึดโรงแรมหรูในเมืองมาร์แซย์เป็นเวลาสั้นๆ ด้วย

นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ที่สหภาพการค้าขนาดใหญ่ 8 อันดับแรก สนับสนุนให้บรรดาแรงงานออกมาประท้วงร่วมกัน ขณะที่นายดาร์มาแนงกล่าวโทษกลุ่มซ้ายจัด ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วง พร้อมเรียกร้องให้ลงโทษเหล่าผู้ที่ทำร้ายตำรวจและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ

ที่มา : bbc

Aerosmith ประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตอำลา ปิดตำนานความยิ่งใหญ่ 50 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690540

Aerosmith ประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตอำลา ปิดตำนานความยิ่งใหญ่ 50 ปี

2 พ.ค. 2566 04:30 น.

Aerosmith ประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตอำลา ปิดตำนานความยิ่งใหญ่ 50 ปี

Aerosmith วงดนตรีร็อกแอนด์โรลระดับตำนาน ประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตอำลา หลังจากสร้างความบันเทิงและเป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมายมานานกว่า 5 ทศวรรษ

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 พ.ค. 2566 วง Aerosmith เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านทางช่องยูทูปของพวกเขา เป็นคลิปทีเซอร์เพื่อประกาศข่าวการจัดทัวร์คอนเสิร์ตอำลาภายใต้ชื่อ ‘Peace Out’ โดยมีเพื่อนร่วมวงการชื่อดังอย่าง เซอร์ ริงโก สตาร์, ดอลลี พาร์ตัน และ เอมิเนม มาปรากฏตัวในคลิปด้วย

ขณะเดียวกัน Aerosmith ก็ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับเรื่องคอนเสิร์ตอำลาเช่นกัน ระบุว่า “นี่ไม่ใช่การบอกลา แต่มันคือการ peace out!” “เตรียมตัวให้พร้อมแล้วเดินมาทางนี้ คุณกำลังจะได้รับชมโชว์ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเรา”

ทางวง Aerosmith เผยแพร่กำหนดการจัดแสดงคอนเสิร์ตอำลาในอเมริกาเหนือออกมาแล้ว โดยจะจัดเป็นเวลา 40 วัน เริ่มที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ในวันที่ 2 ก.ย. 2566 ไปสิ้นสุดในวันที่ 26 ม.ค. 2567 ที่เมืองมอนทรีออล ของแคนาดา แต่ยังไม่เปิดเผยกำหนดการจัดคอนเสิร์ตในสหราชอาณาจักรและยุโรปแต่อย่างใด

ด้านโจ เพอร์รี มือกีตาร์ของวงซึ่งปัจจุบันมีอายุ 72 ปีแล้ว บอกกับสำนักข่าว เอพีว่า “ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว” “มันเหมือนกับเป็นโอกาสได้เฉลิมฉลอง 50 ปีที่เรายอยู่ในวงการ เราไม่มีทางรู้ว่าคนเราจะมีสุขภาพดีพอทำสิ่งนี้ไปนานแค่ไหน”

“เราไม่ได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตจริงๆ มาสักพักแล้ว เราเคยจัดที่เวกัส และมันยอดมาก” เพอร์รีกล่าวเสริม “มันสนุกมาก แต่เรารู้สึกกระวนกระวายที่จะกลับไปบนเส้นทางสายนี้”

ขณะที่สตีเวน ไทเลอร์ นักร้องนำของวง วัย 75 ปี ซึ่งเมื่อปีก่อนล้มป่วยจนต้องยกเลิกคอนเสิร์ตที่ลาสเวกัสกลางคัน ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึง เอพี ว่า “เราจะเปิดกล่องของแพนดอราเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อมอบทัวร์คอนเสิร์ต Peace Out ให้แก่แฟนๆ ของเรา”

“ไปที่นั่น หรือไม่งั้นก็ระวังไว้ให้ดี เราจะเอาของเล่นลงจากห้องใต้หลังคาให้หมด เตรียมตัวให้พร้อม” ไทเลอร์ระบุ โดยเล่นคำกับชื่อหนึ่งในอัลบั้มของพวกเขา ‘Toys in the Attic’ หรือ ‘ของเล่นในห้องใต้หลังคา’

ทั้งนี้ วง Aerosmith ก่อตั้งขึ้นที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อปี 2513 และครองความยิ่งใหญ่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำยอดขายอัลบั้มได้กว่า 150 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก ชนะรางวัลแกรมมี 4 ครั้ง และถูกจากรึกชื่อเข้าหอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ในปี 2544

ที่มา : bbc

งานศิลปะ ‘กล้วยแปะเทป’ โดนผู้ชมกิน ขณะจัดแสดงในเกาหลีใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690539

งานศิลปะ ‘กล้วยแปะเทป’ โดนผู้ชมกิน ขณะจัดแสดงในเกาหลีใต้

2 พ.ค. 2566 03:33 น.

งานศิลปะ ‘กล้วยแปะเทป’ โดนผู้ชมกิน ขณะจัดแสดงในเกาหลีใต้

งานศิลปะ กล้วยแปะเทป อันโด่งดังของศิลปินชาวอิตาลี ถูกนักศึกษาที่มาเที่ยวชมกิน ขณะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 พ.ค. 2566 ว่า นายเมาริซิโอ คัตเตลัน ศิลปินชาวอิตาลี จัดงานแสดงผลงานทางศิลปะภายใต้ชื่อว่า ‘WE’ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ‘ลีอุม’ ในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ โดยนำผลงานศิลปะต่างๆ รวมถึง กล้วยแปะเทป หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘Comedian’ อันโด่งดังของเขามาแสดงโชว์ด้วย

อย่างไรก็ตาม งานศิลปะชิ้นนี้กลับถูกนักศึกษาหนุ่มชื่อว่า โนห์ ฮยอน-ซู จากภาควิชาศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล แกะกินจนหมด ก่อนจะนำเปลือกกล้วยแปะเทปกาวกลับไปติดไว้ที่เดิม โดยเพื่อนของเขาบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ ท่ามกลางความตกตะลึงของคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์

หลังเกิดเหตุ นายโนห์บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า เขากินกล้วยที่จัดแสดงเพราะหิว เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเช้า นอกจากนั้นเขาระบุด้วยว่า งานศิลปะของนายคัตเตลันสื่อถึงการขัดขืนต่อผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรมีการขัดขืนต่อการขัดขืนได้ด้วยเช่นกัน

“งานศิลปะที่เสียหายก็ควรถูกมองเป็นงานศิลปะเช่นเดียวกัน ผมคิดว่ามันน่าสนใจดี มันถูกแปะเทปเอาไว้ก็เพื่อให้ถูกกินไม่ใช่หรือ?”

ทั้งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ศิลปะลีอุม บอกกับสื่อว่า พวกเขาจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากนักศึกษารายนี้ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะมีการเปลี่ยนกล้วยที่เทปแปะอยู่ทุกๆ 2-3 วันอยู่แล้ว ซึ่งกล้วยที่ถูกนายโนห์กินไปก็ถูกแทนที่ด้วยกล้วยผลใหม่ในเวลาต่อมา

ด้านนายคัตเตลันกล่าวว่า เขาไม่มีปัญหาใดๆ เลย หลังจากได้รับแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้น

อนึ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่กล้วยแปะเทปของนายคัตเตลันถูกผู้ชมกินระหว่างจัดแสดง เช่นในปี 2562 นักศิลปะแสดงสดชื่อ เดวิด ดาทูนา ก็ดึงกล้วยจากกำแพงมากิน หลังจากมันถูกประมูลขายไปในราคา 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.1 ล้านบาท) ที่งานแสดงศิลปะ Art Basel ในเมืองไมอามี ซึ่งกล้วยผลใหม่ถูกนำมาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และไม่มีการดำเนินการใดๆ หลังจากนั้น

ที่มา : bbc

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตียูเครนตอนเช้ามืดรอบ 2 ถล่มบ้านเรือน-เจ็บ 34 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690538

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตียูเครนตอนเช้ามืดรอบ 2 ถล่มบ้านเรือน-เจ็บ 34 ราย

2 พ.ค. 2566 02:01 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตียูเครนตอนเช้ามืดรอบ 2 ถล่มบ้านเรือน-เจ็บ 34 ราย

รัสเซียระดมยิงมิสไซล์โจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครนช่วงก่อนรุ่งสางเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน ทำลายบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก และทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 34 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมืองพาฟโลห์ราด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งใกล้กับเมืองดนีโปร ตอนกลางของยูเครน เป็นจุดแรกที่ถูกรัสเซียโจมตีในช่วงก่อนเช้ามืดวันจันทร์ที่ 1 พ.ค. 2566 ทำให้เกิดไฟไหม้ใหญ่ บ้านเรือนถูกทำลายหลายสิบหลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 34 ราย

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ในเวลาประมาณ 4.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น สัญญาณเตือนการโจมตีทางอากาศก็ดังระงมทั่วยูเครน โดยที่เมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ ก็ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีด้วย โดยกองทัพยูเครนระบุว่า พวกเขาสามารถยิงสกัดขีปนาวุธร่อนที่รัสเซียยิงมาได้ 15 ลูกจากทั้งหมด 18 ลูก และสกัดโดรนกับมิสไซล์ที่จะโจมตีเมืองหลวงได้ทั้งหมด

เมืองพาฟโลห์ราด ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าการปะทะเพียง 110 กม. เป็นจุดที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีรอบใหม่มากที่สุด โดยนาง โอลา ลิตวีเนนโก หนึ่งในชาวเมืองเล่าว่า เธอกำลังแต่งตัวเพื่อออกจากบ้าน จู่ๆ ประตูทั้งสองบานในบ้านเธอก็ถูกกระแทกทำลายด้วยคลื่นแรงระเบิด เธอจึงวิ่งออกมานอกบ้านและพบว่า โรงรถถูกทำลายไปแล้ว

สำนักงานบริหารกองทัพแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ ระบุว่า นี่เป็นคืนและเช้าแห่งโศกนาฏกรรม ตึกอพาร์ตเมนต์ 19 แห่ง, บ้านส่วนบุคคล 25 หลัง, โรงเรียนกับโรงเรียนอนุบาล 6 แห่ง และร้านค้า 5 แห่ง ได้รับความเสียหาย เขตอุตสาหกรรมอีก 1 แห่งถูกโจมตี

ส่วนที่แคว้นเคอร์ซอน เขตที่ยังอยู่ในการควบคุมของยูเครน ถูกรัสเซียโจมตี 39 ครั้ง ด้วยอาวุธจากภาคพื้นดิน, โดรน และเครื่องบิน พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ

ทั้งนี้ การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก ทางการยูเครนออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาใกล้เตรียมการสำหรับการโจมตีตอบโต้ช่วงฤดูใบไม้ผลิเสร็จแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธและยุทโธปกรณ์จากชาติตะวันตก ขณะที่ฝ่ายรัสเซียก็เตรียมความพร้อมด้วยการเสริมการป้องกันที่มั่นต่างๆ ในดินแดนที่พวกเขายึดครอง

ที่มา : bbc

ผู้นำตุรกีเผย กองทัพสังหารหัวหน้าใหญ่กลุ่มไอซิสในซีเรียได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690537

ผู้นำตุรกีเผย กองทัพสังหารหัวหน้าใหญ่กลุ่มไอซิสในซีเรียได้แล้ว

1 พ.ค. 2566 23:45 น.

ผู้นำตุรกีเผย กองทัพสังหารหัวหน้าใหญ่กลุ่มไอซิสในซีเรียได้แล้ว

ปธน.ตุรกีเผย ทหารของพวกเขาสังหารผู้นำสูงสุดของกลุ่มติดอาวุธ ไอซิส ในซีเรีย ซึ่งเพิ่งขึ้นมารับตำแหน่งเมื่อปลายปีก่อนได้แล้ว หลังจากติดตามตัวมานาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีแห่งตุรกีบอกกับสื่อท้องถิ่นในคืนวันอาทิตย์ (30 เม.ย. 2566) ว่า กองทัพของพวกเขาสังหารนาย อาบู ฮุสเซน อัล-คูไรชี ผู้นำสูงสุดของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ในซีเรียได้แล้ว ในปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายเอร์โดอันเปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ TRT Turk ว่า สำนักงานข่าวกรองตุรกี (MIT) ติดตามนาย อัล-คูไรชี มาเป็นเวลานานแล้ว และ “เราจะดิ้นรนต่อสู้กับองค์กรก่อการร้ายต่อไป โดยไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชังใดๆ ทั้งนั้น”

ด้านสมาชิกนายหนึ่งของหน่วยสารวัตรทหารตุรกี ซึ่งเคลื่อนไหวสนับสนุนกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในซีเรีย บอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า MIT ปะทะกับนักรบไอซิสที่ฟาร์มในหมู่บ้าน มิสกา ภายในจังหวัดอเลปโป เมื่อกลางดึกวันศุกร์ (28 เม.ย. 2566) และระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด นาย อัล-คูไรชี ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ก็จุดระเบิดตัวเอง

ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ซึ่งคอยติดตามสถานการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรียมาตลอด ระบุว่า พบเห็นโดรนของตุรกีบินในพื้นที่ดังกล่าว และมีทหารซีเรียฝ่ายต่อต้านปิดกั้นถนนที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่แห่งนี้ด้วย หลังจากได้รับการแจ้งเตือนจากฝ่ายตุรกี

ทั้งนี้ ตุรกีมีปฏิบัติการทางทหารต่อต้านกลุ่มไอซิสและกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดบริเวณชายแดนซีเรียอยู่บ่อยครั้ง และพวกเขาเข้าควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทางเหนือของซีเรียเอาไว้ หลังจากส่งทหารขับไล่กลุ่มชาวเคิร์ดออกไปจากพื้นที่ชายแดนตุรกี-ซีเรีย

กลุ่มไอซิส ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับข่าวการตายของหัวหน้าใหญ่ของพวกเขา แต่นายอัล-คูไรชี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่ม หลังจากผู้นำคนก่อนถูกสังหารในเดือนตุลาคม 2565 และพยายามจะฟื้นฟูกลุ่ม ที่ปัจจุบันสูญเสียอำนาจและดินแดนที่พวกเขาเคยยึดครองในอิรักกับซีเรียไปแล้วทั้งหมด

ที่มา : abcnews

สื่ออังกฤษลือ เจ้าหญิงแห่งเวลส์จะทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่าในพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690412

สื่ออังกฤษลือ เจ้าหญิงแห่งเวลส์จะทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่าในพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์

1 พ.ค. 2566 15:24 น.

สื่ออังกฤษลือ เจ้าหญิงแห่งเวลส์จะทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่าในพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์

สื่อในอังกฤษเผย มีความเป็นไปได้ที่เคท มิดเดิลตันเจ้าหญิงแห่งเวลส์จะทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่า ร่วมในงานพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3

เดลี่เมลสื่อของอังกฤษรายงานว่า เคท มิดเดิลตัน เจ้าหญิงแห่งเวลส์อาจจะทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่า ร่วมในงานพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้างความผิดหวังให้แก่พสกนิกรที่ให้ความสำคัญกับขนบธรรมเนียมประเพณีที่หวังจะได้เห็นสมาชิกราชวงศ์และแขกที่ไปร่วมงานแต่งกายเต็มยศสมฐานะในโอกาสพิเศษนี้ อย่างไรก็ตามยังคงไม่มีการยืนยันถึงเรื่องนี้อย่างแน่ชัดจากแหล่งข่าวของสำนักพระราชวังแต่อย่างใด

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การทรงมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่าของเคท อาจจะเหมาะสมกับแนวคิดของสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ที่ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยจะเห็นได้จากบัตรเชิญร่วมพระราชพิธีที่ส่งให้แก่แขกที่จะมาร่วมงานเมื่อเดือนที่แล้ว ที่เต็มไปด้วยภาพของดอกไม้ นก แมลง และยังมีภาพของ “Green man” ตัวละครในนิทานพื้นบ้านที่สวมมงกุฎไม้เลื้อย

โดยแซลลี เบเดลล์ สมิธ นักเขียนชีวประวัติของราชวงศ์ กล่าวว่า การที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงมงกุฎดอกไม้จะสร้างความรู้สึกพิเศษ แสดงถึงความเคารพของกษัตริย์ที่รักธรรมชาติและหลงใหลในดอกไม้ และในฐานะพระมเหสีของกษัตริย์ในอนาคต เธอจะเป็นแบบอย่างให้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่อาจรู้สึกอึดอัดใจที่จะสวมมงกุฏ

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษรายงานว่า หากเจ้าหญิงแห่งเวลส์จะทรงเทียร่าในงานนี้ พระองค์น่าจะเลือก “the Cambridge Lover’s Knot tiara” ซึ่งเป็นเทียร่าชิ้นโปรดของเจ้าหญิงเคท รวมทั้งเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์แสดงความต้องการที่จะสวมมงกุฎดอกไม้แทนเทียร่าจริง โดยพระองค์เกือบจะไม่ทรงเทียร่าในพระราชพิธีเสกสมรสเมื่อ 12 ปีก่อนมาแล้ว เพราะเจ้าหญิงแห่งเวลส์ต้องการทรงมงกุฎดอกไม้ในงานแต่งงานตามอย่างแคโรล มิดเดิลตัน แม่ของเธอ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เคทศึกษาประเพณีของราชวงศ์ ทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยที่จะทรง “Cartier Halo tiara” เทียร่าชิ้นเดียวกับที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เคยทรงรัดเกล้าชิ้นนี้ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 18 พรรษาของพระองค์


ทั้งนี้ ในพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 1953 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเอลิซาเบธ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงมงกุฎที่พระองค์เคยทรงในพระราชพิธีราชาภิเษกของพระบิดาเมื่อปี 1937 ขณะที่เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต ดัชเชสแห่งโกลเชสเตอร์ ดัชเชสแห่งเคนต์ รวมทั้งเจ้าหญิงในราชวงศ์ทุกพระองค์ต่างทรงเทียราทั้งสิ้น.

ที่มา : เดลี่เมล