‘มาดามเดียร์’ ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา ‘ปชป.เบอร์ 26’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547973

30 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

‘มาดามเดียร์’ ทุ่มสุดตัว ลุยหาเสียงกทม. 3 เขต 8 จุด เช้ายันเย็น ช่วย ‘วณิชชา ม่วงศิริ’ หาเสียง มั่นใจทีมม่วงศิริไม่เคยทิ้งประชาชน ด้าน ‘องอาจ’ ยันทีมม่วงศิริทำงานไม่ทิ้งพื้นที่ ตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก ขณะที่ ‘วณิชชา’ ขอโอกาสเป็น สส.รับใช้ประชาชน

ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร เขตหนองแขม น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ลุยพื้นที่เขตจอมทอง เขตบางบอน เขตหนองแขม และเขตบางขุนเทียน เพื่อช่วยหาเสียงสนับสนุนให้กับ น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-หนองแขม-จอมทอง หมายเลข 9 

โดยเริ่มตั้งแต่เช้า เวลา 07.00 น. ลงพื้นที่ตลาดวัดไทร เขตจอมทอง เวลา 9.30 น. พบปะประชาชนและปราศรัยย่อยที่บริเวณลานกีฬาหมู่บ้านบางบอนวิลล่า เขตบางบอน ต่อด้วย เวลา 10.30 น. ปราศรัยย่อยลานกีฬาหมู่บ้านสังสิทธิ์ เขตบางบอน และปิดท้ายครึ่งวันแรกในเวลา 11.30 น. ด้วยการปราศรัยย่อยลานกีฬา หมู่บ้านแม้นทอง เขตบางบอน

จากนั้น เวลา 14.30 น. น.ส.วทันยา พร้อมด้วย น.ส.วณิชชา ลงพื้นที่ต่อ โดยการจัดปราศรัยย่อยสนามกีฬา หมู่บ้านนิสา เฟส 4 เขตหนองแขม และเวลา 15.30 น. ปราศรัยย่อยพฤกษาการ์เด้นท์ เขตหนองแขม ต่อด้วยเวลา 16.30 น. ปราศรัยย่อยหมู่บ้านเพชรมณฑลกรีน เขตหนองแขม และปิดท้ายของวันในเวลา 17.30 น. ด้วยการจัดกิจกรรมปราศรัยรถโชว์ โพลีซี ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร เขตหนองแขม 

ซึ่งในกิจกรรมสุดท้ายนี้มี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสากล ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางขุนเทียน-บางบอน หมายเลข 6 และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางขุนเทียน-จอมทอง หมายเลข 12 ร่วมในการปราศรัยด้วย

นายองอาจ กล่าวว่า เดิมทีตระกูลม่วงศิริได้รับใช้พี่น้องในเขตพื้นที่มาโดยตลอด แต่หลังจากเกิดสถานการณ์พิเศษทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง กทม. เลยแม้แต่เขตเดียว อย่างไรก็ตาม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคแรกที่ตั้งศูนย์ประสานงานหาเตียงพยาบาลมา 4,000-5,000 เตียง ตั้งศูนย์พักคอยให้ประชาชนแยกออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย 

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

รวมทั้งแจกอาหารและถุงยังชีพให้ประชาชน แม้ว่าคนตระกูลม่วงศิริ ไม่มีอำนาจ ไม่มีตำแหน่งและงบประมาณ แต่ลงพื้นที่ช่วยพี่น้องประชาชนไม่ขาดสาย ตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงรุ่นลูก ไม่ใช่เพิ่งมาทำงานช่วงใกล้เลือกตั้ง ตนจึงขอร้องพี่น้องประชาชนให้เลือกตระกูลม่วงศิริเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

ครอบครัวม่วงศิริ ไม่เคยทิ้งปชช.

ขณะที่ น.ส.วทันยา ได้ตั้งคำถามว่า สส.ที่เคยเลือกไปเมื่อครั้งก่อนได้กลับมาดูแลเราบ้างหรือไม่ ซึ่ง 4 ปีรู้ซึ้งอยู่แก่ใจแล้วว่า สส.ที่เราเลือกเขาเข้าไปในสภา แต่เขากลับไม่เหลียวแลมาดูแลเรา ดังนั้นถึงเวลาแล้วในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ที่เราจะต้องเปลี่ยน เปลี่ยนมาเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วณิชชา และครอบครัวม่วงศิริ เพราะแม้ในวันที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ครอบครัวม่วงศิริก็ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชน ไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ มันคือการพิสูจน์ให้เห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา ใครรักและตั้งใจดูแลเรา และมั่นใจว่าม่วงศิริ และพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 พร้อมย้ำว่าความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ สส. สามารถช่วยเหลือได้จริง แม้จะไม่มีอำนาจในการไปสั่งส่วนราชการได้ แต่เขาสามารถนำปัญหาไปสะท้อนในสภาเพื่อให้สภาแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ นี่คือสิ่งสำคัญและอย่าคิดว่าการเลือก สส.เป็นเรื่องไกลตัว 

ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ จะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เป็นวันที่เราจะได้เลือกอนาคตของตัวเอง เลือกอนาคตประเทศ และที่สำคัญจะต้องไม่เลือก สส. ที่ถูกประมูลตัว สส.ที่เห็นเงิน เห็นผลประโยชน์มาก่อนประชาชน เพราะ สส.ที่ย้ายตามเงิน ย้ายตามนายทุนไปนั้น เมื่อเขาเข้าไปในสภา ขอถามว่าเขาจะเลือกผลประโยชน์ใครระหว่างนายทุนกับประชาชน

ตระกูลม่วงศิริ อาสาดูแลปชช.

ด้าน น.ส.วณิชชา กล่าวว่า ตนเป็นน้องคนสุดท้องของทีมงานม่วงศิริ ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องชาวบางบอน-จอมทอง-หนองแขม ทั้งตนคิดว่าบ้านเราจะดีกว่านี้ได้ และตนก็มั่นใจว่าตนสามารถทำได้ ซึ่งวันนี้ตนได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่อีกสิ่งที่ตนยังขาด คือ โอกาสจากพี่น้องประชาชน วันนี้ตนจึงมาเพื่อขอโอกาสจากทุกคน ขอให้ตนได้เข้ามาดูแลพื้นที่หนองแขม เพราะหนองแขมสามารถเปลี่ยนและพัฒนาได้มากกว่านี้ เราจะทิ้งบ้านเราไม่ได้ เราจะทิ้งบ้านเราไม่ให้ได้รับการดูแลไม่ได้ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันพัฒนาบ้านเราให้ดีขึ้นกว่านี้

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'
'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

“ชัยวุฒิ’ ปลื้มแฟนคลับ’ไข่ต้ม’ ขอถ่ายรูป ขณะหาเสียงจ.นครศรีธรรมราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547971

30 เม.ย. 2566

"ชัยวุฒิ' ปลื้มแฟนคลับ'ไข่ต้ม' ขอถ่ายรูป ขณะหาเสียงจ.นครศรีธรรมราช

“ชัยวุฒิ’ หาเสียงจ.นครศรีธรรมราช มั่นใจกระแสพปชร. เซอร์ไพรส์ เจอแฟนคลับ ‘ไข่ต้ม’ ขอถ่ายรูป แถมเป็นเเฟนคลับ ‘ลุงป้อม’

เมื่อวันนี้ 30 เม.ย.66 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เบอร์ 1 เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงร่วมตักบาตร หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช

นายชัยวุฒิ มั่นใจในผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จ.นครศรีธรรมราช เพราะที่ผ่านมาทุกคนอยู่ในพื้นที่เเละดูเเลประชาชน ขณะเดียวกันการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะบุคลิกท่านหัวหน้าพรรคเป็นกันเองเข้าถึงง่าย สัมผัสได้ 

การลงพื้นที่ครั้งนี้นายชัยวุฒิได้พบกับ นายวิทยา แก้วภราดัย และบุตรชาย นายพูน แก้วภราดัย ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 8 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)  มีการทักทาย พูดคุยกัน  ก่อนจะแยกย้ายกันหาเสียง 

จากนั้นมีเด็กๆ มาตะโกน ว่า “ไข่ต้ม” จนนายชัยวุฒิตกใจ พร้อมถ่ายรูปกับเด็กชายฝาแฝดชื่อ น้องไข่ต้ม-น้องไข่ตุ๋น เป็นเเฟนคลับ “ลุงป้อม” พร้อมพูดว่า ลุงป้อม เบอร์ 37 ทำเอานาย ชัยวุฒิ ประทับใจในความน่ารักของหนูน้อยฝาแฝด อายุ 5 ขวบ เท่านั้น
 

สำหรับประเด็นไข่ต้มก่อนหน้านี้มีดราม่าในโซเชียลเหยาะน้ำปลาในเรียน “หนังสือภาษาพาที” ระดับชั้น ป.5 ต่อมานายชัยวุฒิ อัดคลิปวีดีโอกับลูกชายโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุแคปชันว่า “ไข่ต้ม” ลูกชาย ชอบกิน อร่อย ดี มีประโยชน์ มื้อเช้าวันหยุด กินง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องกินหรูอยู่สบายทุกมื้อ ไข่ต้มมีประโยชน์และอร่อยมาก  

นายชัยวุฒิพบกับนายวิทยานายชัยวุฒิพบกับนายวิทยา

นายชัยวุฒิพร้อมครอบครัวแฟนคลับนายชัยวุฒิพร้อมครอบครัวแฟนคลับ

‘จุติ’ ติง ‘เวทีนางงาม’ ตั้งคำถามการเมืองมุ่งเป้า ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547966

30 เม.ย. 2566

'จุติ' ติง 'เวทีนางงาม' ตั้งคำถามการเมืองมุ่งเป้า 'ประยุทธ์'

‘จุติ’ ผิดหวัง ‘เวทีนางงาม’ ถูกนักธุรกิจใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมุ่งเป้า ‘ประยุทธ์’ ขณะที่ผู้เข้าประกวดตอบคำถามเอาใจผู้จัด

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 66 นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความคิดเห็นถึงกรณีเวทีประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 เมื่อคืน (29 เม.ย. 66) ที่มีคำถามเชิงการเมืองให้ผู้สมัครเข้าแสดงทรรศนคติว่า รู้สึกผิดหวังอย่างแรงและประหลาดใจที่ไม่เคยเห็นการประกวดนางงามที่ไหน แสดงตัวตนในการเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจนเช่นครั้งนี้

คำถามที่พุ่งตรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมมีคำตอบที่ผู้เข้าประกวดต้องการเอาใจผู้จัด จึงเป็นคำตอบด้านเดียว ขาดข้อมูลที่สำคัญอีกด้านอย่างชัดเจน อีกทั้งคำตอบของผู้เข้าประกวดบางคน ยังแสดงทัศนคติเชิงลบในการดูหมิ่นเหยียดหยามที่เรียกว่า “บูลลี่” ต่อบุคคลอื่นๆด้วย

นายจุติ กล่าวว่า การทำธุรกิจย่อมต้องการได้รับผลประโยชน์หรือความนิยม แต่นักธุรกิจที่ดี มีคุณธรรม ควรใช้ความเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมกับบุคคลอื่น รวมทั้งไม่บีบบังคับความเชื่อถือศรัทธาหรือศาสนาของบุคคลอื่นตามใจตัวเองเพียงคนเดียว

“เราควรเคารพความเท่าเทียมกัน และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ อย่างที่หลายฝ่ายเคยเรียกร้องมาตลอด แต่เวทีประกวดครั้งนี้ไม่มีความเป็นธรรมในเรื่องนี้เลย” รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าว

อาลัย ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’ บิดา ‘จุรินทร์’ เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547964

30 เม.ย. 2566

อาลัย 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์' บิดา 'จุรินทร์' เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

อาลัย ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’ บิดา ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตด้วยวัย 93 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 2 พ.ค. 66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ ลักษณวิศิษฏ์ บิดา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตจากโรคชรา ภายหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช รวมอายุ 93 ปี 

ทั้งนี้ได้เคลื่อนร่างคุณพ่อวีระ ออกจากห้องดับจิตโรงพยาบาลศิริราช ไปยังบ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 5 บ้านท่าซอ ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยจะพิธีการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 2 พ.ค. 2566 เวลา 14.00 น.

อาลัย 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์' บิดา 'จุรินทร์' เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

น้องจินนี่ ยศสุดา ควงผู้สมัคร สส. ไทยสร้างไทย หาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547963

30 เม.ย. 2566

น้องจินนี่ ยศสุดา ควงผู้สมัคร สส. ไทยสร้างไทย หาเสียง

น้องจินนี่ ยศสุดา ลงพื้นที่ย่านบางนา ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคไทยสร้างไทย หาเสียง ปลื้อมคนจำได้ ย้ำนโยบายพรรค ช่วยคนตัวเล็ก

ช่วยผู้สมัครหาเสียง ที่เซนทรัลบางนา นายปณิธาน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 4 เขตเลือกตั้งที่ 23 กทม.พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ น้องจินนี่ ลงพื้นที่หาเสียงที่เซ็นทรัลบางนา พร้อมเที่ยวชมงาน Siam carnival funfair  และเดินอุดมสุข ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มาเยี่ยมชมงานเป็นอย่างมาก โดยที่หลายคนเข้ามาทักทายพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และจำได้ว่าเป็นบุตรสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ 

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

น.ส.ยศสุดา ระบุว่า ขอบคุณทุกคนที่มาทักทาย และจำกันได้ ซึ่งวันนี้มาช่วย นายปณิธาน ประจวบเหมาะ เดินหาเสียง ซึ่งต้องขอแรงสนับสนุนให้ ผู้สมัคร ของพรรคไทยสร้างไทยเข้าไปเป็น ส.ส.เป็นตัวแทนและผู้รับใช้ประชาชน ซึ่งมีความตั้งใจ ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทราบปัญหาของชาวบางนา พระโขนงเป็นอย่างดี 
จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

ขณะเดียวกันพรรคไทยสร้างไทย จะขจัดอุปสรรคในการทำมาหากินของคนไทย โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ก็คือกฎหมายจำนวนมากที่เป็นเครื่องมือในการรับใช้รัฐราชการและระบบอำนาจนิยม กฎหมายเหล่านั้นได้สร้างกลไกการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการทำมาหากินของประชาชน และเป็นช่องทางให้คนสุจริตที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทางในการรีดไถและหาประโยชน์คอร์รัปชัน กฎหมายที่พูดถึงนี้มีอยู่จำนวนมากถึงกว่า 1,400 ฉบับ

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

โดยจะพักการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 1,400 ฉบับ ไว้ชั่วคราว 3-5 ปี
กระบวนการแขวนกฎหมายจะต้องเริ่มต้นด้วยการออก พรก. เพียง 1 ฉบับ ใช้เวลาไม่มาก  ทำการแขวนการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการอนุมัติ/อนุญาต และการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง ออกไปประมาณ 3-5 ปี  จากนั้นจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน 

ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภค มาร่วมกันแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ/อนุญาตดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี ลดจำนวนลงให้เหลือเฉพาะกฎหมายที่จำเป็น 100-200 ฉบับ เท่านั้น เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ขวางกั้นโอกาสของประชาชนในการประกอบอาชีพ เปิดโอกาสให้ประชาชนทำมาหากินได้ทันที ไม่ต้องรอการอนุมัติอนุญาตที่ล่าช้า และหลายเรื่องไม่มีความจำเป็น เพื่อทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำมาหากินได้สะดวกรวดเร็ว

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ น.ส.ยศสุดา ได้เคยขึ้นปราศรัยเป็นครั้งแรก ที่เวทีการปราศรัยของพรรคไทยสร้างไทย ที่ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพุดคุยกับนักศึกษาและประชาชนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยและนโยบายของพรรค

‘ประยุทธ์’ ปรับสรรพนามเรียก ‘พี่ตู่’ ชาวสงขลาแห่ต้อนรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547962

30 เม.ย. 2566

'ประยุทธ์' ปรับสรรพนามเรียก 'พี่ตู่' ชาวสงขลาแห่ต้อนรับ

‘ประยุทธ์’ อ้อนชาวสงขลาเรียก ‘พี่ตู่’ ยังไม่แก่ ทำงานเพื่อชาติได้ แซะฝ่ายบอกไม่เห็นผลงาน นั่งหลับตลอดทาง ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานชและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิดาธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้บริหารพรรคคณะใหญ่ ลงพื้นที่หาเสียงจ.สงขลา

โดยตั้งแต่เช้าได้ขึ้นรถแห่หาเสียงจากตลาดทรัพย์สิน วิ่งไปรอบเทศบาลนครสงขลา ขอคะแนนเสียงเลือกนายเจือ ราชสีห์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 1 เบอร์ 1 และขอเสียงสนับสนุนเลือกเบอร์ 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อให้กลับเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ และ เจือ ราชสีห์พล.อ.ประยุทธ์ และ เจือ ราชสีห์

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปราศรัยที่ลานคนเมืองเทศบาลนครสงขลา บอกว่า สงขลาจะต้องทำในสิ่งที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมากที่ผ่านมาการช่วยเหลือน้ำท่วม ตนเร่งดำเนินการให้และยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหา ดังนั้นต้องเอาคนที่เคยทำมาแล้ว มาทำต่อ ถึงจะรู้เรื่อง ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ คนไทยหัวใจเดียวกัน ทำเพื่อประเทศชาติ นั่นคือเหตุผลที่ตนต้องอยู่ต่อ 
 

“ถึงผมจะเป็นลุงตู่แต่ใจยังเป็นพี่ตู่เสมอ เพราะยังไม่แก่ยังทำงานให้กับทุกคนได้ ลุงตู่ถูกเรียกมาตั้งนานแล้ว แต่ความจริงเป็นพี่ตู่ เพราะยังมีจิตใจที่เข้มแข็ง พี่ตู่ยังแข็งแรงดีอยู่ ทุกประการ จะแก่ได้อย่างไรยังทำงานได้อยู่ ผมขอขอบคุณชาวสงขลาทุกคน ทุกพื้นที่ ที่ต้อนรับพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นอย่างดี การเลือกตั้งดูให้ดี ขอให้เลือกทั้ง 2 เบอร์คือเบอร์ผู้สมัครและเบอร์ 22 เบอร์ของพรรค ช่วยเลือกพี่ตู่หน่อย ชักจะติดใจขอเรียกพี่ตลอดแล้ว” พล.อ.ปะระยุทธ์ กล่าว
 

จากนั้นในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยที่โรงเรียนบ้านเขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เน้นย้ำกับชาวบ้าน เรียกแทนตนเองว่า “พี่ตู่” เนื่องจากยังมีไฟ ยังมีแรง ยังมีกำลังที่จะทำงานให้ประเทศชาติ และทุกเวทีที่ไปปราศรัยตลอดทั้งวัน และจะแนะนำตัวเองกับชาวบ้านว่า ให้เรียกพี่ตู่ ตลอดเวลา จนเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านที่มาฟังปราศรัย และสนองตอบด้วยการเรียกพี่ตู่ๆ ตลอดเวลา

พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยว่า คนที่บอกว่าตนอยู่มา 8 ปีไม่ทำอะไร สงสัยไปไหนมาไหน จะนั่งหลับตลอด ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นถนน รถไฟรางคู่ รัฐบาลของตนทำให้โดยตลอด มีนโยบายที่จะทำต่อ ตนไม่ใช่เทพบุตรไม่ใช่วีรบุรุษ ไม่ใช่เทวดา แต่เป็นคนรับใช้ของประชาชน ยังมีหลายสิ่งที่จะต้องทำทั้งกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ก็ต้องมีการรื้อเพื่อแก้ไข ต้องปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่ ต้องสอนให้คนมีหลักคิด อ่านให้มาก ทุกวันนี้ต้องคิดเพื่อสังคมเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่คิดแต่ตัวเอง พวกเราต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลักก่อน

ส่วนปัญหายาเสพติด ถ้าเจอที่ไหนขอให้แจ้งมาเอาติดคุกให้หมด ทุกวันนี้ จับได้ครั้งหนึ่ง 10 -20 ล้านเม็ด เนื่องจากยาเสพติดมีราคาถูก เราต้องไม่เสพ ต้องลดปริมาณให้ได้ ไม่ให้มีการผลิตมากขึ้น สมัยนี้มีคนสงสัยว่าทำไมยาเสพติดเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่จับเยอะนั่นเอง สมัยก่อนอาจจะจับไม่มากถึงบอกว่า มียาเสพติดน้อย แต่สมัยนี้ตนยอมไม่ได้ 

พล.อ.ประยุทธื ลงพื้นที่ จ.สงขลาพล.อ.ประยุทธื ลงพื้นที่ จ.สงขลา

ชาวสงขลาฟังปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติชาวสงขลาฟังปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงจ.สงขลาพรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงจ.สงขลา

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัครก้าวไกลหาเสียง ย้ำบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547955

30 เม.ย. 2566

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัครก้าวไกลหาเสียง ย้ำบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกล หาเสียงจ.บุรีรัมย์ ย้ำพื้นที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ชวนเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจังหวัด

หาเสียงเลือกตั้ง2566 คึกคัก น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ร่วมรณรงค์หาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  ขึ้นรถแห่ปราศรัยร่วมกับ สุพิศ คิดรอบ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 เบอร์ 2 โดยออกจากบริเวณลานโรงรับจำนำหนองกี่

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์

จากนั้นเดินลงพื้นที่บริเวณตลาดโดยรอบ จากนั้นได้มีการปราศรัยย่อยบริเวณลานน้ำพุ ต่อมาในช่วงเย็น จึงขึ้นรถแห่ปราศรัยร่วมกับ ธนายุทธ ยืนยั่ง ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 เบอร์ 7 พร้อมเดินตลาดหนองแปบ และไปสิ้นสุดที่ตลาดถนนเซาะกราวในช่วงเย็น

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า บรรยากาศและจำนวนประชาชนที่เข้ามาทักทายและรอถ่ายรูปจำนวนมาก เกินความคาดหมายไปมาก ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจากการเดินตลาดมาเป็นการพบปะ พูดคุย ถ่ายรูปกับประชาชน และปราศรัยย่อยบนรถแห่ โดยมีประชาชนมาร่วมยืนรับฟังเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังคงเชื่อมั่นในประชาชนว่าหากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ขอให้ประชาชนทุกคนทุกช่วงวัย อย่าปล่อยให้ประเทศไทยถูกแช่แข็ง เพราะเราไม่สามารถรอได้อีกแล้ว

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์
น.ส.พรรณิการ์ ได้กล่าวย้ำตลอดการปราศรัยว่า ประชาชนบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ และไม่เคยเป็นของตาย ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกคนเข้ามาทำงานได้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับบุรีรัมย์ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกของผู้มีอิทธิพลหรือนายทุน เพื่อเข้ามารับใช้ประชาชน
พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์

‘รงค์’ ยอมรับรัก ‘ลุงตู่’ ขอเลือกอยู่ ‘ลุงป้อม’ เพราะไม่ใช่ ‘พรรคนายทุน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547953

30 เม.ย. 2566

'รงค์' ยอมรับรัก 'ลุงตู่' ขอเลือกอยู่ 'ลุงป้อม' เพราะไม่ใช่ 'พรรคนายทุน'

‘รงค์’ ยกตัวอย่าง ‘ธนกร’ ลูกรัก ‘ลุงตู่’ ยังนั่งปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ10 ชี้เป็น ‘พรรคนายทุน’ แม้รักแต่ขออยู่กับ ‘ลุงป้อม’ เชื่อพปชร.ได้ สส.นครศรีธรรมราชเพิ่ม

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 66 รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เบอร์ 1 เขต 1 จ.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงสาเหตุยังอยู่พรรคพลังประชารัฐกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ตนเองรู้สึกอึดอัดใจเวลาประชาชนในพื้นที่ถาม ทำไมไม่อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ “พรรคลุงตู่” นั้น ตนก็จะบอกว่า ตนเป็นอีกหนึ่งคนที่รักลุงตู่ แต่ขออยู่กับลุงป้อม เพราะมองว่าพรรคของลุงตู่เป็น “พรรคนายทุน” 

เพราะคนที่เป็นลูกรักลุงตู่ นายธนกร วังบุญคงชนะ ขุนพลภาคใต้ ยังเป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 10 แสดงว่า พรรคลุงตู่ไม่ใช่ของลุงตู่ แต่เป็นพรรคของคนอื่น เป็นพรรคของนายทุน เป็นพรรคของใครต่อใครก็ไม่รู้ เพราะลูกรักลุงตู่ยังอยู่อันดับที่ 10
 

เหตุผลที่อยู่กับลุงป้อม เพราะเป็นพรรคการเมืองธรรมดา ลุงป้อมเป็นกรรมการบริหารพรรค ผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ก็อยู่ที่นี่ หากพี่น้องคนใต้ไปเลือกพรรคลุงตู่ คะแนนอาจจะเสียทิ้ง เพราะนายธนกรอาจจะไม่ได้เป็น สส. แต่ถ้าหากเลือกตน ตนได้เป็น สส.ได้เป็นรัฐมนตรี

“มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ จะได้จำนวน สส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้เพิ่มขึ้นอย่างเเน่นอน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทอดทิ้งชาวนครศรีธรรมราช” รศ.ดร.รงค์กล่าว

 รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญรศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ

‘เศรษฐา’ เตรียมยกราคาข้าวสูงเท่าสมัย ‘ยิ่งลักษณ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547949

30 เม.ย. 2566

'เศรษฐา' เตรียมยกราคาข้าวสูงเท่าสมัย 'ยิ่งลักษณ์'

‘เศรษฐา’ ปราศรัย เตรียมยกราคาข้าวสูงเท่าสมัย ‘ยิ่งลักษณ์’ ขายข้าวทั่วโลก แนะชาวมหาสารคามเลือก ‘เพื่อไทย’ ทั้งจังหวัด ปิดทางกัญชาเสรีจาก ‘ภูมิใจไทย’

เมื่อวันนี้ (30 เม.ย.) พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย , นายพานทองแท้ ชินวัตร เพื่อหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม 6 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์  เขต 2 นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ เขต 3 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เขต 4 นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ เขต 5 นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เขต 6 นายรัฐ  คลังแสง 

นายเศรษฐา ปราศรัยถึงราคาข้าวว่า สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีราคาข้าวสูงมาก สูงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน พี่น้องอยากให้ราคาข้าวกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ แน่นอนว่าราคาข้าวจะกลับมาดี ถ้าเลือกนายยุทธพงศ์ให้ชนะขาด เพราะสมัยนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราคาข้าวที่เป็นที่น่าพอใจ และหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเดินหน้าเอาข้าวไปขายทั่วโลก มีอีกหลายประเทศยังไม่รู้จักข้าวไทย ถ้าหลายประเทศสนใจ มีออเดอร์สั่งซื้อเยอะ ราคาข้าวก็จะขึ้นสูงแน่นอน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียรนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

นอกเหนือจากราคาข้าว ปัญหาความยากจนและรายได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ พรรคเพื่อไทยมีนโยบาย 
-พักต้นพักดอกให้เกษตรกร 3 ปี เราจะติมเงินให้ 20,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท 
-ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทใน 4 ปี ปีหน้าขึ้นทันที 400 บาท
-เติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่พรรคคู่แข่งดิ้น ออกมาบอกว่าทำไม่ได้บ้าง ผิดกฎหมายบ้าง อย่าไปเชื่อ เราทำได้แน่นอน เงินจะเข้าสู่ระบบหลายหมื่นล้าน ไม่ต้องไปรอรัฐบาลที่ไร้หัวใจ บัตรคนจนเราไม่ยกเลิก เมื่อพรรคเพื่อไทยกลับมา พี่น้องจะมีแต่ความร่ำรวย ไม่ต้องพึ่งบัตรคนจน เก็บบัตรคนจนไว้เป็นที่ระลึกว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านไว้เพื่อเรียกพวกท่านว่าคนจน 

ส่วนปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะ “กัญชาเสรี” อ. นี้ติดกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นต้นตอของการทำกัญชาเสรี พรรคภูมิใจไทยบอกจะทำให้พี่น้องร่ำรวย ตนเป็นนักธุรกิจมา 30 กว่าปี เข้าใจคนทำธุรกิจ สมัยก่อนกัญชาราคาดีเพราะเขาไม่ให้ปลูก แต่เมื่อปลูกเสรีราคาจะตก ใครขายก็ไม่ร่ำรวย ดังนั้นอย่าให้ใครมามอมเมา ทำให้พี่น้องเดือดร้อน 

สำหรับ จ.มหาสารคามมี 6 เขต อ.พยัคฆภูมิพิสัยติดกับจ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอำเภอที่จะกันไม่ให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาในจ.มหาสารคามเมืองหลวงพรรคเพื่อไทย ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ ยกทั้งจังหวัด อย่าให้ใครมาบอกว่ายก สส.เขตให้เขา แล้วเลือกพรรคเพื่อไทย แค่ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะ สส.บัญชีรายชื่อมีแค่ 100 คน และพวกเขามี สว. 250 คน ถ้าเราไม่เลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค เราจะไม่สามารถเข้าสู่สภาฯ ผลักดันนโยบายดีๆ ได้ 

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสินพรรคเพื่อไทยปราศรัยจ.มหาสารคามพรรคเพื่อไทยปราศรัยจ.มหาสารคามนายพานทองแท้ ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร

คนนครสวรรค์ เลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547946

30 เม.ย. 2566

คนนครสวรรค์ เลือก 'อุ๊งอิ๊ง' นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ คนนครสวรรค์ เลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ คะแนนนำโด่ง 34.33 % ‘พิธา’ ก้าวไกล31 ไล่กวดมาติดๆ ‘เพื่อไทย’ กวาดสส.ทั้งแบบแบ่งเขต-แบบบัญชีรายชื่อ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง“คนนครสวรรค์เลือกพรรคไหน”ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-19 เมษายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครสวรรค์ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 600 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดนครสวรรค์เลือกพรรคไหน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครสวรรค์จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 34.33 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.67 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 16.67 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 8.83 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 7.67 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) 
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.33 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) 
  • อันดับ 11 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) 

และร้อยละ 1.67 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

คนนครสวรรค์ เลือก 'อุ๊งอิ๊ง' นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครสวรรค์จะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 48.17 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 21.33 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.67 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 3.67 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.34 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ

ยังไม่ตัดสินใจ และระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคสร้างอนาคตไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ส่วนพรรคการเมืองที่คนนครสวรรค์จะเลือกให้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 49.17 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 22.00 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.33 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 2.83 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.17 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.17 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

และร้อยละ 1.67 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเพื่อชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดนครสวรรค์ ตัวอย่าง ร้อยละ 48.17 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.83 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 10.00 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 16.84 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.33 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 27.50 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 28.33 อายุ 60 ปีขึ้นไป

ตัวอย่าง ร้อยละ 99.00 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 0.33 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.67 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ ตัวอย่าง ร้อยละ 26.67 สถานภาพโสด ร้อยละ 70.16 สมรส และร้อยละ 3.17 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่

ตัวอย่าง ร้อยละ 35.67 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 35.33 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.67 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 18.33 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 3.00 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.17 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 11.00 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.33 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 16.66 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 19.67 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน และเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 3.50 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 20.50 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 30.67 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.83 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 7.83 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 2.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.34 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.33 ไม่ระบุรายได้

ที่มาข้อมูล: นิด้าโพล