‘เพื่อไทย’ ไม่เอา ‘กัญชาเสรี’ เด็ดขาด หลัง ‘อนุทิน’ ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547945

30 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' ไม่เอา 'กัญชาเสรี' เด็ดขาด หลัง 'อนุทิน' ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ย้ำ ‘เพื่อไทย’ ไม่เอา ‘กัญชาเสรี’ รอวันเลือกตั้งประเมินผลจับมือพรรคไหน ไม่หวั่นผลโพล ‘ก้าวไกล’ คะแนนนำ เชื่อยังมี FCเพื่อไทยในตจว. เยอะ ได้ ส.ส.เกินครึ่ง

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ต้องหนุนกฎหมาย ‘กัญชา’ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่เอานโยบายกัญชาเสรีเด็ดขาด แต่เอาเพื่อการแพทย์เท่านั้นและจะต้องเอานโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย
 
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยลดเงื่อนไขนโยบายกัญชาเสรี มีความเป็นไปได้ในการจับมือร่วมกันมีมากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐา ระบุว่า ยังเร็วเกินไปต้องดูตัวเลขในวันที่ 14 พ.ค. 2566 วันเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไรก่อน แต่ยืนยันไม่เอาเผด็จการ เราไม่เอารัฐประหาร 

ส่วนที่นายอนุทิน พร้อมร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและขอให้ลืมความขัดแย้งระหว่างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบมีความขัดแย้งเรื่องอะไรกัน แต่วันนี้ตนเองมีหน้าที่เดินหน้าหาเสียง พยายามทำคะแนนให้ได้มากที่สุด ถึงเวลาผลเลือกตั้งออกมาค่อยว่ากัน ส่วนจะจับมือกับพรรคไหนนั้น นโยบายของพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก 
 

ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสัญญาณ แต่เป็นเรื่องของหลักการมากกว่าว่าจะร่วมกันได้หรือไม่ และพูดถึงก่อนหน้านี้มีภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มองว่าการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเพื่อนฝูงกัน ไม่คิดอะไรมาก

 นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

นอกจากนี้นายเศรษฐายังพูดถึงกรณีผลโพลบางสำนักคะแนนของพรรคก้าวไกลนำพรรคเพื่อไทยว่า อยู่ที่วิธีการมากกว่า บางโพลเน้นออนไลน์ บางโพลเน้นลงพื้นที่ ซึ่งแตกต่างกัน ส่วนตัวคิดว่าแฟนคลับพรรคเพื่อไทยยังมีอยู่ต่างจังหวัดเยอะและไม่ได้ใช้ออนไลน์กันมากนัก ซึ่งต้องเอาผลของหลายโพลมาวิเคราะห์ และจัดการเรื่องความลำเอียงออกไป ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังไงก็ได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง ส่วนเรื่องเสียงออฟไลน์ที่อยู่ตามพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น จากการลงพื้นที่มีความมีความมั่นใจมากว่าพรรคเพื่อไทยเดินมาถูกทาง นโยบายโดนใจ 

เมื่อถามถึงกระแสพรรคก้าวไกลที่แรงขึ้นเรื่อยๆ พรรคเพื่อไทยจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่มี ยังทำเหมือนที่ทำมา ลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น เพื่อพบปะประชาชน และมั่นใจทุกพื้นที่ และไม่หวั่น ถามมาไม่เคยหวั่น เราลงพื้นที่และมั่นใจเกินครึ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ของนายเศรษฐา ยอมรับว่า ไม่สบายมีไข้ขึ้น แต่ตรวจโควิด-19 แล้วไม่พบว่ามีโควิด-19 ยืนยันยังสบายอยู่ จากนั้น นายเศรษฐา พร้อมด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง ที่ 3 เบอร์ 9  เดินไปขึ้นเวทีปราศรัยพรรคเพื่อไทยที่กำลังมีฝนตกลงมาอย่างโปรยปราย

ชาวบ้านร่วมฟังปราศรัยพรรคเพื่อไทยชาวบ้านร่วมฟังปราศรัยพรรคเพื่อไทย

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547944

30 เม.ย. 2566

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.แพร่ เปิดเผย ถูกมือดีทำลายป้ายหาเสียงจำนวนมาก ระบุรวมไทยสร้างชาติก็โดนด้วย

เกมทำลายป้ายรุนแรง พื้นที่จ.แพร่ การเมืองในการเลือกตั้ง 2566 แข่งขันกันเต็มที่ รวมทั้งการใช้เกมมือดีทำลายป้ายหาเสียงผู้สมัคร อย่างเช่นนพ.นิยม วีวรรธนดิฐกุล ผู้สมัครส.สพรรคเพื่อไทยเขตที่ 2 จังหวัดแพร่

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ได้ร้องเรียนว่า ป้ายหาเสียงของตนนั้น ถูกมือดีไม่ทราบฝ่าย ทำลายป้ายหาเสียงเสียหายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบจุดประสงค์ของผู้ไม่หวังดีว่าทำไปเพื่ออะไร ทั้งที่การหาเสียง

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

 หรือการติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้สมัครแต่ละพรรคการเมือง ก็เป็นสิทธิชอบธรรมในการติดตั้งป้าย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงผู้สมัครในแต่ละพรรคในเขตพื้นที่ที่การเลือกตั้งว่ามีใครบ้าง

นอกเหนือจากการทำลายป้ายหาเสียงของนพ.นิยมแล้ว แหล่งข่าวในพื้นที่ยังให้ข้อมูลอีกว่า ป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติในพื้นที่ก็ถูกทำลายเช่นกัน 


ข้อมูลจากศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง ระบุถึงคดีทำลายป้ายหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาว่า

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงทั้งหมด 639 ป้ายนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ แยกออกเป็นเหตุจำนวน 54 คดี

1. มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว และมีคำพิพากษาของศาลแล้ว จำนวน 4 คดี ซึ่งคำพิพากษามีตั้งแต่ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน (ความผิดเสพยาเสพติด จำคุก 1 เดือน และ เพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำอีก 1 เดือน และกรณีทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 เดือน) และมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี และปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

2. อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จำนวน 1 คดี, แจ้งข้อกล่าวหาแล้วอยู่ระหว่างการรอผลประวัติ และใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทางจิตเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน จำนวน 1 คดี

3.อยู่ระหว่างการสืบสวน จำนวน 27 คดี

4.ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน / ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ยอมความในชั้นสอบสวน จำนวน 18 คดี

5.พบปรากฏข่าวในหน้าสื่อโซเชียล หรือ โทรทัศน์ เมื่อไปตรวจสอบแล้ว เป็นเหตุจากภัยธรรมชาติ, ไม่พบป้ายที่ถูกทำลายนั้นๆ และ ไม่มีการมาลงประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เสียหาย จำนวน 3 คดี

นโยบายใหม่ ‘พลังประชารัฐ’ เพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547943

30 เม.ย. 2566

นโยบายใหม่ 'พลังประชารัฐ' เพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท

‘พลังประชารัฐ’ ออกนโยบายเพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ ส่งผลให้ชาวนาลดต้นทุน 30,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. พรรคพลังประชารัฐ เปิดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มอีก 1 นโยบาย เพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา โดยนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีจำนวนมากที่สุด มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมากจากผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เป็นต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงรายได้ของเกษตรกรไทยแล้ว กลับเป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่นๆ ขาดความมั่นคง ก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิต อีกทั้ง มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์นายชาญกฤช เดชวิทักษ์

พรรคพลังประชารัฐ จึงออกนโยบายเฉพาะเพื่อเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา เริ่มจากนโยบายที่ 1 นโยบายเติมเงินทุนช่วยเหลือเกษตรกร ครัวเรือนละ 30,000 บาท นโยบายที่ 2 นโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งภาครัฐจะช่วยเหลือค่าปุ๋ย 50% 

ล่าสุด นโยบายที่ 3 นโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา อัตราไร่ละ 2,000 บาท  จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน 30,000 บาทต่อราย 
(ปัจจุบัน รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราไร่ละ 1,000 บาท จำนวนไม่เกิน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทต่อราย)
 

นายชาญกฤช กล่าวว่า การปรับลดจำนวนพื้นที่เหลือ 15 ไร่ ไม่ได้ทำให้ชาวนาเสียประโยชน์ ในทางกลับกัน ชาวนาจะได้รับเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวที่มากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลจะสามารถให้ความช่วยเหลือชาวนารายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และจูงใจให้ชาวนาเพาะปลูกข้าวสายพันธุ์คุณภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว 

“ทั้ง 3 นโยบายด้านการเกษตร ที่พรรคพลังประชารัฐประกาศออกมา ทางดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคฯ มั่นใจว่า จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรแบบ 360 องศา อาทิ ช่วยเติมทุนการเพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยเพิ่มผลผลิตเกษตร และช่วยให้จำหน่ายในราคาสูง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน เพราะเกษตรกรจะมีรายได้สูงขึ้น หลุดพ้นกับดักความยากจน ไม่เป็นหนี้สิน พร้อมฝากประชาชนพิจารณาเลือกพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 และเลือกผู้สมัคร สส. พรรคทุกเขตทั่วทั้งประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน” นายชาญกฤช กล่าว 

นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร

‘สุชาติ’ เผยสาเหตุ ขึ้น ‘ค่าแรง 600’ อันตรายที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547941

30 เม.ย. 2566

'สุชาติ' เผยสาเหตุ ขึ้น 'ค่าแรง 600' อันตรายที่สุด

‘สุชาติ’ เผย ขึ้น ‘ค่าแรง 600’ อันตรายที่สุด หวั่นซ้ำรอย 2554 แนะยึดหลักไตรภาคี พร้อมเผยเหตุผล ไม่ลง สส.เแบ่งเขต ต้องการช่วย ‘บิ๊กตู่’ ทำงานทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขึ้นกล่าวในเวทีปราศรัยนายรณเทพ อนุวัฒน์ หรือ สส.หนวด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ชลบุรี เบอร์ 7 ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ (โรงไม้ขีดเก่า) เทศบาลเมืองพนัสนิคม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อวาน (29 เม.ย. 66 เวลา) บางช่วงได้พูดถึงนโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท” ของพรรคการเมืองหนึ่ง ว่า

เป็นนโยบายที่อันตรายที่สุด โรงงานปิดตัวลง เอสเอ็มอีรับภาระต้นทุนไม่ไหว ค่าครองชีพสูงขึ้น คนตกงานเพิ่มขึ้นเพราะภาคธุรกิจหันมาใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน ซึ่งเคยมีประสบการณ์ช่วงที่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศมาแล้วในปี 2554

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้องยึดมั่นในระบบไตรภาคี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของเศรษฐกิจภูมิภาค จีดีพีรายได้ต่อหัวแต่ละจังหวัดด้วย ไม่ใช่นโยบายค่าแรงที่มาจากนักการเมือง วิธีแก้ปัญหาต้องนำแรงงานมาฝึกทักษะ ฝึกอาชีพ เพื่อให้ได้ค่าแรงตามมาตรฐานฝีมือที่ได้ประกาศไปแล้วใน ครม.ไปแล้ว 129 สาขาอาชีพ พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะได้พ้นกับดักค่าแรงขั้นต่ำ 

นอกจากนี้ยังพูดถึงสาเหตุตัดสินใจสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ลงสมัครสส.แบบแบ่งเขต แบบเดิมเหมือนปี 2562 ว่า เนื่องจากถ้าลงสมัคร เขต 1 ชลบุรี จะได้เป็น สส.คนเดียว แต่ถ้าขึ้นบัญชีรายชื่อสามารถไปช่วยลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) หาเสียงได้ทั้งประเทศ และลงไปช่วยผู้สมัครทุกเขตได้ ตนและทีมเฮ้งพึ่งได้ปวารณาตัวว่า ขอเป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดชลบุรีทั้ง 10 เขต พร้อมเดินสายไปพบปะรับใช้ทุกอำเภอ พี่น้องชาวชลบุรีจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ได้ สส. ที่เป็นผู้รับใช้ประชาชนทั้งจังหวัดชลบุรี

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

สำหรับการปราศรัยส่วนใหญ่เน้นไปที่ผลงานและนโยบายด้านแรงงาน เนื่องจากนายสุชาติ เป็นรัฐมนตรีแรงงาน สามารถแก้ไขปัญหาโควิดให้กับผู้ใช้แรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบาดตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ภายใน 2 เดือนสามารถเปิดจังหวัดสมุทรสาครได้ปกติ , ทำโครงการแฟคทอรี่แซนบ็อก , ฉีดวัคซีนในโรงงาน โดยไม่ต้องปิดโรงงาน , เปิดสายด่วน 1506 ประสานหาเตียง , ประสานโรงแรมเปิด Hospitel รักษาผู้ประกันตน , เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด , ลดเงินสมทบ , รักษาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ , จ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40 เป็นต้น 

ส่วนนโยบายของ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะขับเคลื่อน อาทิเช่น เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรลุงตู่” ให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็น 1,000 บาทต่อเดือน , ผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ คืนเงินชราภาพผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ , เพิ่มเงินชราภาพ อายุ 55 ปี เป็น 10,000 บาท , เพิ่มเงินเลี้ยงดูแลบุตร จากเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ได้ 800 บาท ปรับเป็นเด็กแรกเกิดจนถึง 10 ขวบ ได้ 1,000 บาท , เสนอให้มีโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อรักษาดูแลผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนโยบายที่คิดไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
บรรยากาศปราศรัยบรรยากาศปราศรัย