‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’ ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734148

‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’  ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’ ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลกจะบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ต่อสู้กับความหิวโหย (Zero Hunger) ลดปริมาณการสูญเสีย และการเหลือทิ้งของผลผลิตทางการเกษตร และอาหารได้หรือไม่นั้น การมุ่งพัฒนาในมิติด้านอาหารเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยความแข็งแกร่งของมิติด้านการเกษตร และสุขภาพมารองรับ ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันโภชนาการ ได้ผนึกกำลังกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ใช้องค์ความรู้เพื่อการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหาร

โดยมีตัวอย่างโครงการความร่วมมือ ได้แก่ การนำของเหลือทางการเกษตร หรือส่วนที่ไม่ใช้เป็นอาหาร เช่น ใบ เปลือก เมล็ดของผักและผลไม้ มาสกัดหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เป้าหมายเพื่อพัฒนาต่อให้ได้อนุภาคที่มีขนาดระดับนาโน สำหรับนำมาใช้แก้ปัญหาจุดดำในกุ้ง ซึ่งทำให้กุ้งที่เลี้ยงมีคุณภาพต่ำและเสียราคา โดยสามารถใช้ทดแทนสารซัลไฟต์ซึ่งอาจสร้างความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สารออกฤทธิ์อนุภาคนาโนจากโครงการวิจัย สามารถนำมาใช้เพื่อยับยั้งเชื้อจุลชีพที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย (food spoilage) รวมทั้งใช้แทนยาปฏิชีวนะ เพื่อทำลายจุลชีพก่อโรค เป็นการลดปัญหาเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งผลดี และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพสัตว์และมนุษย์ โดยทั้งสองโครงการได้รับทุนความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งจาก Southeast Asia-Europe Joint Funding Scheme และ e-ASIA Joint Research Program โดยมีประเทศอื่นๆ ภายใต้ความร่วมมือ
ดังกล่าว ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตุรกี และมาเลเซีย เป็นต้น

รศ.ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หนทางสู่ความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรมอาหารไม่อาจบรรลุได้ หากขาดการเชื่อมโยงใน 3 มิติ เกษตร-อาหาร-สุขภาพ อาหารที่ดีไม่สามารถผลิตขึ้นได้หากขาดการเกษตรที่ดีมารองรับ และสุดท้ายความยั่งยืนจะไม่อาจเกิดขึ้น หากขาดการใส่ใจ เชื่อมโยงไปสู่มิติด้านสุขภาพ และความปลอดภัย

“ที่ผ่านมาเราผลิตอาหารได้ หากสามารถแก้ปัญหาด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การเพิ่มมูลค่า และความยั่งยืนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเกษตรซึ่งเป็นต้นน้ำ จนถึงผู้บริโภคที่เป็นปลายน้ำได้อย่างครบวงจรจะทำให้ประเทศไทยฟันฝ่าอุปสรรคที่ท้าทายต่อไปได้” รศ.ดร.ชลัท กล่าว

ม.นครพนมเข้มสรรหาอธิการบดีฯเปิดแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา 7 มิ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734224

ม.นครพนมเข้มสรรหาอธิการบดีฯเปิดแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา 7 มิ.ย.นี้

ม.นครพนมเข้มสรรหาอธิการบดีฯเปิดแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา 7 มิ.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.47 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) กำลังเข้าสู่โหมดการสรรหาอธิการบดี มนพ.หลังมีปัญหามานานเกี่ยวกันการบริหารงาน กระทั่งนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) ออกคำสั่งเซ็ทซีโร่เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2563 ที่ผ่านมาในการแก้ปัญหาที่หมักหมมมานานกระทั่งเมษายน 2566 รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร กรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ผู้ทรงคุณวุฒิได้รับฉันทานุมัติเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมเริ่มขับเคลื่อนการสรรหาฯ โดยเปิดเวทีชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการสรรหาอธิการบดี ก่อนที่จะให้ผู้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ในวันที่ 7 มิ.ย.66 นี้

ล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค.66) คณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม มีมติให้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานและสมัครเข้ารับการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม โดยมีรายชื่อเรียงลำดับตามตัวอักษร ดังนี้ 1.รองศาสตราจารย์ ดร.กรไชย พรลภัสรชกร 2.ผศ.ดร.กัญลยา มิขะมา 3.รศ.ดร.คำรณ สิระธนกุล 4.รศ.ดร.จำนง วงษ์ชาชม 5.ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ 6.ผศ.ดร.วิชัย พัฒนพล 7.นายสมยศ สีแสนซุย และ 8.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร

ทั้งนี้ ถ้าเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ภายในเดือนกรกฎาคม 2566 น่าจะได้เห็นหน้าอธิการบดี มนพ.ตัวจริงผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัย หลังติดล็อกปัญหาจนเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ซึ่งการสรรหาอธิการบดี มนพ.ครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในกระบวนการสรรหา โดยหยิบเรื่องราวในอดีตมาตั้งเป็นโจทย์ ตั้งเป็นบันได 7 ขั้นเริ่มจากการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ก็ไปต่อขั้นตอนต่อไป และวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องแสดงวิสัยทัศน์ แนวคิด นโยบายและแผนการบริหารมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของมหาวิทยาลัย ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ โดยเปิดโอกาสให้ประชาคมของมหาวิทยาลัยเข้ารับฟังด้วย

ส่วนการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนมจะแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงโดยสภามหาวิทยาลัยฯเล็งเห็นความสำคัญบุคลากรของแต่ละหน่วยงานทั้ง 16 หน่วยงาน เสนอชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการดำเนินการเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นอธิการบดี จากนั้นคณะอนุกรรมการจะดำเนินการเสนอชื่อ โดยผู้ผ่านการคัดสรรสามารถประกาศรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อในหน่วยงานนั้นๆเพื่อเข้าสู่การสรรหาอธิการบดีเป็นลำดับต่อไป

รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร กล่าวว่า ตนในฐานะคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจในการเสนอรายชื่อของคนใดคนหนึ่งมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้ อยากให้ประชาคมของมหาวิทยาลัยนครพนมทุกคน ร่วมกันออกแบบ คัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ เข้ามาบริหารมหาวิทยาลัย เพื่อนำพาให้องค์กรของเราก้าวหน้า สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องคุยกันให้มากขึ้น เมื่อเราคุยกันมากขึ้นก็จะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ในนามคณะกรรมการสรรหาฯ เชื่อว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกรอบที่กำหนด เราจะสามารถเสนอรายชื่อบุคคลที่จะให้สภามหาวิทยาลัยคัดเลือกได้ในช่วงเดือนมิถุนายน นั่นหมายความว่าต้นเดือนกรกฎาคมที่จะมีการประชุมสภามหาวิทยาลัย ทุกคนน่าจะเห็นรายชื่อของคนที่จะมาเป็นอธิการบดีตัวจริง อนาคตของมหาวิทยาลัยนครพนมอยู่ในมือของทุกคน ขอให้ทุกคนตั้งใจ มุ่งมั่น ที่จะทำสิ่งนี้ คัดเลือกคนดี ๆ เข้ามาพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนมของเรา – 003

เด็ก นร.ถูกครูสาวโรงเรียนชื่อดังในอุบลตบต่อหน้าเพื่อนเผยครูมาขอโทษพ่อแม่ที่บ้านแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734219

เด็ก นร.ถูกครูสาวโรงเรียนชื่อดังในอุบลตบต่อหน้าเพื่อนเผยครูมาขอโทษพ่อแม่ที่บ้านแล้ว

เด็ก นร.ถูกครูสาวโรงเรียนชื่อดังในอุบลตบต่อหน้าเพื่อนเผยครูมาขอโทษพ่อแม่ที่บ้านแล้ว

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.19 น.

เด็กนักเรียนชายถูกครูสาวโรงเรียนชื่อดังในอุบลตบต่อหน้าเพื่อนเผยครูมาขอโทษพ่อแม่ที่บ้านแล้ว

หลังสื่อสังคมโซเซียลได้แพร่ภาพเหตุการณ์ครูสาวโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เรียกเด็กนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 5 ให้ลุกจากเก้าอี้เดินมาที่หน้าห้องเรียน หลังตอบโจทย์ตอบคำถามวิชาคณิตไม่ได้ พร้อมชี้หน้านักเรียน ..สอน..อธิบายแต่..ไม่ฟัง ก่อนใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าเสียงดังสนั่นห้อง ซึ่งขณะนี้ผู้บังคับบัญชาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมไม่ยอมให้ข่าวแก่สื่อมวลชนใดๆ ทั้งสิ้น

วันนี้ (30 พ.ค.66) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุในพื้นที่ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยครูไม่ยอมให้นักเรียนออกจากห้อง และห้ามบุคคลภายนอก ห้ามสื่อมวลชนเข้ามาภายในโรงเรียนโดยเด็ดขาด จนกระทั่งเลิกเรียนผู้สื่อข่าวได้พบกับนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่สื่อสังคมโซเชียลลงไปเป็นเรื่องจริง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 5 วิชาคณิตศาสตร์ เป็นภาพที่ครูผู้หญิงชี้หน้าต่อว่า ดุด่า นักเรียนชายคนหนึ่ง ที่ตอบคำถามวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้ ก่อนคุณครูจะใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง สร้างความตระหนกตกใจแก่เพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างมาก

นักเรียนหญิงกลุ่มนี้ เผยด้วยว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับพวกตนทุกคนคงไม่ยอม เนื่องจากครูคนนี้อารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ ลงโทษนักเรียนหลายรูปแบบ ซึ่งพวกคนไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของคุณครูคนนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของเด็กชายเอก (นามสมมุติ) ที่ถูกครูทำร้าย ซึ่งพ่อแม่ยังไม่กลับจากทำไร่ทำสวน โดยเด็กชายเอกเผยถึงสาเหตุที่ถูกครูตบหน้าว่า เพราะตนตอบคำถามวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้ ตนไม่รู้สึกเสียใจและช่วงเย็นของเมื่อวานครูกับเพื่อนๆ ก็มาหาตนที่บ้านมายอมรับผิดกับพ่อแม่ต่อหน้าตนว่า ได้กระทำการล่วงเกินไปแล้ว พร้อมมอบเงินเป็นค่าปลอบขวัญจำนวน 1,000 บาท พร้อมสัญญาว่าจะไม่ลงโทษตนและนักเรียนทุกๆ คนอีกต่อไป

ด้านนายเอกลักษณ์ พลศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า เรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับทราบแล้ว ไม่ขอตอบคำถามหรือให้ข่าวใดๆ แก่สื่อมวลชนทั้งสิ้น – 003

กรมอุตุฯประกาศฉบับสุดท้าย! เตือนทั่วไทยระวังฝนตกหนัก อันดามันคลื่นลมแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734206

กรมอุตุฯประกาศฉบับสุดท้าย! เตือนทั่วไทยระวังฝนตกหนัก อันดามันคลื่นลมแรง

กรมอุตุฯประกาศฉบับสุดท้าย! เตือนทั่วไทยระวังฝนตกหนัก อันดามันคลื่นลมแรง

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.41 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน” ฉบับที่ 11 ซึ่งจะเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ ระบุว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาและอ่าวมะตะบัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่าง ด้านตะวันตกของภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกำแพงเพชร

ภาคกลาง: จังหวัอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2566

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สพฐ. รุดช่วยเหลือนักเรียนเหตุแทงกัน ย้ำโรงเรียนดูแลความปลอดภัยทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734175

สพฐ. รุดช่วยเหลือนักเรียนเหตุแทงกัน ย้ำโรงเรียนดูแลความปลอดภัยทุกมิติ

สพฐ. รุดช่วยเหลือนักเรียนเหตุแทงกัน ย้ำโรงเรียนดูแลความปลอดภัยทุกมิติ

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.23 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ เกิดการทะเลาะวิวาท เป็นเหตุให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นั้น หลังจากได้รับรายงานสถานการณ์ดังกล่าว ตนได้สั่งการให้ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศป.สพฐ.) นำโดยนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.กลุ่มอำนวยการ ศป.สพฐ. และนายเดชา ห้องแซง เจ้าหน้าที่กลุ่มคุ้มครองและช่วยเหลือฯ ลงพื้นที่ จ.ศรีสระเกษ เป็นการด่วน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือเยียวยานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตแล้ว โดยประสานกับสำนักอำนวยการ สพฐ. ในเรื่องเงินกองทุนช่วยเหลือของ สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร โดยกองทุนช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบภัยและเสียชีวิต เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูในเบื้องต้น พร้อมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้นักเรียนและผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่น และเน้นย้ำเรื่องการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาทุกแห่งเป็นพิเศษ

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ สพฐ. ได้มอบหมายให้ทีมศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. รวมถึงสพม.ศรีสะเกษ ยโสธร ดำเนินการติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งการติดตามอาการบาดเจ็บอย่างใกล้ชิดและวางแผนจัดการเรียนการสอนชดเชยหลังจากรักษาตัวหายแล้ว ส่วนการดูแลช่วยเหลือในระยะยาวได้ให้นักจิตวิทยาโรงเรียนประจำเขตพื้นที่ เข้าไปให้คำปรึกษา เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทุกราย

ทั้งนี้ หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว จะมีการถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือเหตุดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยบริหารจัดการตามมาตรการ 3 ป (ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม) ให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษาให้มากที่สุด และไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นซ้ำอีก เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปในการที่เด็กจะได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และเกิดความปลอดภัยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดสลด! นักเรียน ม.ต้นทะเลาะกันในห้องเรียนใช้มีดพกแทงเพื่อนเสียชีวิต 1 เจ็บ 4 ราย

งดกิจกรรมใกล้ชิด! ปลัด ศธ.ย้ำ รร.เข้มมาตรการป้องกันโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734097

งดกิจกรรมใกล้ชิด! ปลัด ศธ.ย้ำ รร.เข้มมาตรการป้องกันโควิด-19

งดกิจกรรมใกล้ชิด! ปลัด ศธ.ย้ำ รร.เข้มมาตรการป้องกันโควิด-19

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.19 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกับองค์กรหลักของ ศธ.ที่มีสถานศึกษาในสังกัด โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำไปยังสถานศึกษาให้เข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลการแพร่ระบาดจากสถานศึกษา เพราะเพิ่งเปิดภาคเรียนไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งนี้ ส่วนตัวค่อนข้างกังวล เพราะทางกระทรวงสาธารณะสุข (สธ.) มีรายงานเรื่องการแพร่ระบาด ดังนั้น จึงได้ย้ำไปยังสถานศึกษา ขอให้มีมาตรการป้องกันและงดเว้นกิจกรรมที่เด็กมีความใกล้ชิดกันสัมพันกัน รวมถึงขอให้เข้มงวดเรื่องมาตรการความปลอดภัยของผู้เรียน ทั้งในส่วนของการเดินทางมาเรียนและกลับบ้าน ดูแลรักษาความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยได้มอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ประสานงานกับพื้นที่ เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวในภาพรวมต่อไป

ปลัดศธ.แจงปมตั้ง’คมกฤช’นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734093

ปลัดศธ.แจงปมตั้ง'คมกฤช'นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.

ปลัดศธ.แจงปมตั้ง’คมกฤช’นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.12 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้ลงนามในหนังสือแต่งตั้ง นายคมกฤช จันทร์ขจร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.นั้น กรณีนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้หารือกับตน ว่าขณะนี้การเบิกจ่ายเงินเดือนของบุคลากรในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม มีปัญหาเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรหัสการเบิกจ่ายงบประมาณ จาก กศน. สำนักงานปลัด ศธ. มาเป็น สกร.ดังนั้น จึงต้องมีการแต่งตั้งรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.ขึ้น เพื่อมาดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพราะหากจะตั้งข้าราชการระดับ 10 มารักษาราชการแทนอธิบดี สกร.ก็จะต้องเสนอชื่อเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบกับเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จึงยังไม่อยากนำเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเสนอให้ ครม.พิจารณา

“น.ส.ตรีนุช มองว่าการเสนอชื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 เข้า ครม.ในขณะนี้อาจจะยังไม่เหมาะสม เพราะโดยหลักการแล้วควรต้องให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ ในการดำเนินการ ดังนั้น จึงขอให้แต่งตั้งนายคมกฤช รักษาราชการแทนอธิบดี สกร.ไปพลางๆ ก่อน เพื่อให้มาแก้ปัญหาในส่วนของงบเงินเดือนให้บุคคลกร ส่วนกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีการเปลี่ยนแปลงงบกิจกรรม มาใช้ในการจัดซื้อหนังสือเรียนนั้น ก็ยังต้องดำเนินการสืบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ ผมเองมีข้อกังวลใจ ในส่วนของการใช้งบประมาณ และยังคงไม่ยกเลิกคำสั่งระงับการใช้งบประมาณ จำนวน 76 ล้านบาท ในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง มาใช้จัดซื้อหนังสือเรียน ส่วนงบปกติอื่นๆ ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่วนที่นายคมกฤช มีข้อเสนอว่า จะนำงบดังกล่าวไปใช้ในการจัดกิจกรรมที่เหมาะให้บุคคลากรนั้น ก็คงต้องรอดูความเหมาะสมของโครงการที่จะเสนอมา แต่ขณะนี้ยังขอระงับไว้ก่อน จนกว่าการสืบหาข้อเท็จจริงจะมีความชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ และให้ภาคสังคมเกิดความมั่นใจ ถึงความโปร่งใส ในการทำงานของ ศธ.” นายอรรถพล กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการแต่งตั้ง ผู้ที่ถูกกล่าวหามานั่งในตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.นั้น รัฐมนตรีว่าการ ศธ เองก็มีความไม่สบายใจ แต่ประเด็นที่สรุปตรงกันคือ การแต่งตั้งอธิบดี สกร.ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลหน้า ซึ่งคงต้องเป็นการแต่งตั้งตัวจริงเข้ามาทำงานเลย ไม่ควรตั้งรักษาราชการแทนแล้ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตั้งข้าราชการระดับ 9 เข้ามารักษาราชการแทนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงินเดือน อีกทั้งยังถือว่าอยู่ในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงยังไม่มีความผิด ส่วนที่นายคมกฤช ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนที่นายคมกฤช จะมารับตำแหน่งเลขาธิการ กศน.นั้น ก็ต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริง ตนให้อิสระคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงในการดำเนินการ

“ในส่วนของการสืบสวนข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะตั้งผู้ตรวจราชการ ศธ.ซึ่งถือเป็นคนนอกมาเป็นคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แต่ที่ยังมีความกังวลคือ การดำเนินการถ่ายโอนภารกิจจาก กศน.มาเป็น สกร.เพราะกฎหมายแม่ที่ใช้อยู่ขณะนี้คือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ขณะที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ยกร่างขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับใหม่ ที่ค้างอยู่ในสภาฯ เท่ากับว่า กฎหมายที่จะเดินหน้าต่อ ไม่มีความสอดคล้องกัน ขณะที่ ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และมติ ครม.ไม่ให้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ ดังนั้น เมื่อมีการตั้ง สกร.ขึ้นมา ก็อาจขัดต่อมติ ครม.และระเบียบ ก.พ.ฉบับดังกล่าว ดังนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ หารือไปยัง ก.พ.เพื่อขอความเห็น และเสนอ ครม.ปรับแก้มติ ครม.และระเบียบ ก.พ.อีกครั้ง ซึ่งเรื่องทั้งหมด คงต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการเพื่อให้การจัดตั้ง สกร.เป็นไปตามกฎหมายต่อไป” ปลัด ศธ.กล่าว

‘ตรีนุช’ย้ำมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาหลัง ม.2แทงเพื่อนดับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734078

'ตรีนุช'ย้ำมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาหลัง ม.2แทงเพื่อนดับ

‘ตรีนุช’ย้ำมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาหลัง ม.2แทงเพื่อนดับ

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.11 น.

30 พ.ค.2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนศรีรัตนวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำให้มีนักเรียนเสียชีวิต ว่า ตนได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ศรีสะเกษ ยโสธร แล้ว ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.50 -14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนคาบเรียน โดยนักเรียนชายชั้น ม.2/6 ได้ใช้มีดพกสั้นทำร้ายเพื่อนนักเรียนชาย ชั้น ม.2/4 ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนได้ให้ความช่วยเยียวยานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตแล้ว และ ทาง สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร โดยกองทุนช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบภัยและเสียชีวิต จะได้เข้าไปช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตต่อไป

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว ดังนั้น ในด้านของคดีความก็คงต้องรอฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามประสานงานกับทาง สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร และโรงเรียน เพื่อดูแลเยียวยานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย รวมทั้งครอบครัวของนักเรียน และได้เน้นย้ำให้ทางโรงเรียนสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเพื่อนนักเรียน

พร้อมทั้งวางระบบป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้ ตนขอให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมใหม่แบบนี้ ที่นักเรียนต้องปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ อยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ทั้งภัยจากความรุนแรง ภัยจากการละเมิดสิทธิ์ ภัยจากอุบัติภัย และภัยจากสุขภาพทางกายและจิต

‘พรเพชร’เป็นปธ.พิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734071

'พรเพชร'เป็นปธ.พิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘พรเพชร’เป็นปธ.พิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.36 น.

เมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พิพิธภัณฑ์รัฐสภา อาคารรัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และสมาชิกวุฒิสภา วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในนามวุฒิสภา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 30 พฤษภาคม 2566

ขณะที่ หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี มอบหมายให้ ศ.เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์ ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ รองประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี คนที่หนึ่ง รศ.ดร.ฤดี สุราฤทธิ์ กรรมการมูลนิธิ และ รศ.หม่อมราชวงศ์ พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ กรรมการและเหรัญญิก วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในนามมูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี

ด้าน นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พร้อมด้วย น.ส.ศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในนาม “มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี” เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 30 พฤษภาคม 2566

จากนั้นเวลา 09.35 น.นายพรเพชร ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทั้งนี้ ศ.เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ รองประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานมูลนิธิฯ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง สมาชิกวุฒิสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร น.ส.นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของทั้งสองสำนักงาน ร่วมพิธี จากนั้น พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ โอกาสนี้ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย รองประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี คนที่หนึ่ง สมาชิกวุฒิสภา และผู้บริหาร ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม

– 006

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550037

30 พ.ค. 2566

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

ที่ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง ‘พิธา’ นั่งปธ.ประสานงานคณะเปลี่ยนผ่าน พร้อม 7 คณะทำงาน ปัดวางตำแหน่ง รมว. ย้ำสัมพันธ์ 2 พรรค ‘กก.-พท.’ เหนียวแน่น ยันด้วยภาพหัวหน้าพรรคประสานมือรูปหัวใจ

การประชุมครั้งแรกของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เกิดขึ้นช่วงเวลา 14.30 น. โดยมีวาระการประชุม 3 วาระ พิจารณาความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล การจัดทำนโยบายบริหารประเทศ และการมอบหมายภารกิจให้คณะทำงานตามกรอบ ตามกรอบบันทึก MOU รวมถึงจะมีการเป็นการพูดคุย การทำงานในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 

ผลการประชุมนัดแรกในวันนี้ ทุกพรรคต่างลงมติจัดตั้ง “คณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน” ประกอบด้วย

1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ประธานคณะกรรมการการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน
2. ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล
3. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย
4. ทวี สอดส่อง ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ
5. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ  ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย
6. วิรัตน์ วรศสิริน ตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย
7. กันต์วีร์ สืบแสง ตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม
8. วสวรรธน์ พวงพรศรี ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยรวมพลัง
9. เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่

ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้จัดตั้ง 7 คณะทำงานตอบสนองปัญหาประชาชนตามเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ(MOU) 23 ข้อ 

1.คณะทำงานค่าไฟฟ้า น้ำมัน พลังงาน 
2.คณะทำงานด้านภัยแล้งเอลนิญโน. 
3.คณะทำงานปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 
4.คณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
5.คณะทำงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 
6.คณะทำงานด้านปากท้อง และ SMEs
7.คณะทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการประชุมติดตามต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศและนำเข้าสภาเพื่อผลักดันประเทศต่อไป การประชุมวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีและจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 มิ.ย.ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อตั้งคณะทำงานเพิ่มอีกจนครบตามเนื้อหา ซึ่งการฟอร์มทีมดังกล่าวไม่ใช่การวางตำแหน่งรัฐมนตรี

ท่ามกลางกระแสข่าวถกตำแหน่ง “ประธานสภาฯ” จะเป็นของใคร ซึ่งทั้งนายพิธา และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรคเพื่อไทย ต่างออกมาบอกว่า ยังไม่ได้หารือในวันนี้ แต่เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 พรรคจะต้องนำมาหารือกันเพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด และยืนยันไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล

“เน้นย้ำไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้”

นพ.ชลน่าน ยังย้ำถึงกระแสดีลล้วง ดีลลับต่าง ๆ เพื่อไทยยืนยัน จะเปลี่ยนเป็นดีลรักให้หมด เพื่อรัฐบาลของพี่น้องประชาชน

จากนั้นทั้งนพ.ชลน่านและนายพิธา ได้จับมือ กอดไหล่ ด้วยสื่อหน้ายิ่มแย้ม ก่อนจบการแถลงข่าวได้นำมือมาประกบกันเป็นรูปหัวใจให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ

นายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่าน