ผู้นำจี 7 เตรียมเผยมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695224

ผู้นำจี 7 เตรียมเผยมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่

19 พ.ค. 2566 12:43 น.

ผู้นำจี 7 เตรียมเผยมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่

สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรที่เป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ จี 7 เตรียมประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ในวันนี้

บรรดาผู้นำประเทศประชาธิปไตยก้าวหน้าของโลกเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจี 7 ขณะที่สื่อมวลชนตะวันตกหลายสำนักรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจี 7 ที่เมืองฮิโรชิมาด้วยตัวเอง

ขณะที่สื่อมวลชนตะวันตกหลายสำนักรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติหรือ G7 ที่เมืองฮิโรชิมาด้วยตัวเอง ในวันอาทิตย์นี้

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ และผู้นำคนอื่นๆ จากประเทศร่ำรวย G7 ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และแคนาดา ได้เดินทางไปยังอนุสรณ์สันติภาพที่เมืองฮิโรชิมา เพื่อร่วมไว้อาลัยแก่เหยื่อที่ถูกระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง

คาดว่าบรรดาผู้นำจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการหารือถึงกลยุทธ์เกี่ยวกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานกว่าหนึ่งปี ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลง รัฐบาลอังกฤษระบุในแถลงการณ์ว่า อังกฤษจะประกาศห้ามนำเข้าเพชรรัสเซียและนำเข้าโลหะจากรัสเซีย เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม และนิกเกิล เพื่อสนับสนุนยูเครน นอกจากนี้ อังกฤษยังตั้งเป้าโจมตีบุคคลและบริษัทอีก 86 ราย จากศูนย์อุตสาหกรรมทางทหารของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นอกเหนือจากที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน โลหะ และการเดินเรือ

ด้านนายชาร์ลส ไมเคิล ประธานสภายุโรปกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ยุโรปจะจำกัดการขายเพชรรัสเซีย ส่วนรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า พร้อมที่จะใช้คลังแสงนิวเคลียร์เพื่อปกป้อง “บูรณภาพแห่งดินแดน” หากจำเป็น

ทั้งนี้ นายคิชิดะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดฮิโรชิมา กล่าวว่าเขาเลือกฮิโรชิมาเป็นสถานที่สำหรับการประชุมสุดยอดเพื่อมุ่งความสนใจไปที่การควบคุมอาวุธ

เช่นเดียวกับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวว่า องค์กรกว่า 70 แห่งในรัสเซีย และประเทศอื่น ๆ จะถูกขึ้นบัญชีดำของสหรัฐฯ นอกจากนั้นยังมีการลงโทษมากกว่า 300 รายการที่ใช้บังคับกับบุคคล องค์กร เรือและเครื่องบิน

เป้าหมายคือเพื่อปิดช่องโหว่ของการหลบเลี่ยงในประเทศต่างๆ ตั้งแต่ยุโรปไปจนถึงเอเชียและตะวันออกกลาง กำหนดเป้าหมายสินค้าที่รัสเซียใช้ในการทำสงคราม ลดการพึ่งพาการส่งออกพลังงานของประเทศนั้น และลดการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศของรัสเซีย.

ฮิปโปคว่ำเรือล่มกลางแม่น้ำมาลาวี กู้ภัยพบเพิ่ม 6 ศพ ดับรวมเป็น 7 ศพแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695171

ฮิปโปคว่ำเรือล่มกลางแม่น้ำมาลาวี กู้ภัยพบเพิ่ม 6 ศพ ดับรวมเป็น 7 ศพแล้ว

19 พ.ค. 2566 09:23 น.

ฮิปโปคว่ำเรือล่มกลางแม่น้ำมาลาวี กู้ภัยพบเพิ่ม 6 ศพ ดับรวมเป็น 7 ศพแล้ว

เกิดเหตุฮิปโป คว่ำเรือโดยสารล่มกลางแม่น้ำทางตอนใต้ของประเทศมาลาวี เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ศพ รวมทั้งหมดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ ขณะที่ยังมีสูญหายอีก 17 ราย

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศมาลาวี พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ศพ อายุระหว่าง 17-51 ปี โดยเจ้าหน้าที่เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากแม่น้ำไชร์ ในเขตซานเย ทางตอนใต้ของประเทศ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุฮิปโปจู่โจมเรือโดยสารที่แล่นอยู่กลางแม่น้ำทำให้เรือคว่ำ ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารบนเรือประมาณ 37 ศพ

รายงานข่าวระบุว่า ปกติแล้วแม่น้ำสายนี้เต็มไปด้วยฮิปโปและจระเข้ ขณะที่ชาวบ้านต้องเสี่ยงภัยสัญจรข้ามแม่น้ำไปมาแบบรายวัน เพื่อทำการเกษตรบริเวณใกล้พรมแดนที่ติดกับประเทศโมซัมบิก ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยผู้โดยสารเรือขึ้นจากน้ำได้ 17 ราย และพบผู้เสียชีวิต 1 ศพ เป็นเด็กทารกอายุ 1 ขวบ ทำให้ล่าสุดจนถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 7 ศพ 

ตำรวจเปิดเผยว่า ปกติแล้วบริเวณนี้เป็นจุดที่น้ำตื้น ทำให้มีจระเข้และฮิปโปชุกชุม และบ่อยครั้งพวกมันก็จะโจมตีเรือโดยสารที่แล่นอยู่กลางแม่น้ำ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานอย่างไม่ลดละ เพื่อค้นหาคนที่ยังสูญหายอีกจำนวนมาก.

อิตาลีอ่วม จมบาดาล ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695190

อิตาลีอ่วม จมบาดาล ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี (คลิป)

19 พ.ค. 2566 12:58 น.

อิตาลีอ่วม จมบาดาล ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี (คลิป)

อิตาลีประสบภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี ดับเพิ่มเป็นอย่างน้อย 13 ศพแล้ว หลังปีที่ผ่านมา อิตาลีเพิ่งเจอกับอากาศร้อนจัดระดับเอ็กซ์ตรีม ทุบสถิติเป็นปีร้อนที่สุดของประเทศ

เมื่อ 19 พ.ค.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในแคว้นเอมิเลีย โรมัญญา (Emilia-Romagna) ทางภาคเหนือของอิตาลีว่า ทีมกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา เป็นอย่างน้อย 13 ศพแล้ว รวมทั้งยังพบหญิงชราวัย 80 ปี เสียชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจบริเวณชั้นใต้ดินของบ้านขณะที่หญิงชราลงไปเก็บข้าวของหนีน้ำโดยคาดไม่ถึงว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนขึ้นมาไม่ทัน

มีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำได้ไหลบ่าท่วมพื้นที่เกือบทั้งหมด ระหว่างเมืองโบโรญญา เมืองเอกของแคว้นเอมิเลีย โรมัญญา และบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางนับ 115 กม.

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthairath%2Fvideos%2F143750918611203%2F&show_text=false&width=476&t=0

ทางการอิตาลีคาดประมาณว่ามีประชาชนต้องกลายเป็นคนไร้บ้านเกือบ 20,000 คนจากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ทางภาคเหนือของอิตาลีในคราวนี้ ซึ่งนับเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี หลังเกิดฝนตกหนัก จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ถึง 23 สาย ล้นตลิ่งไหลบ่าท่วมพื้นที่ และบ้านเรือนประชาชนทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก รวมแล้วนับ 41 เมือง อีกทั้งยังเกิดเหตุดินถล่มตามมาถึง 280 แห่ง จนทำให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรไปมาได้

ก่อนหน้าจะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ภาคเหนือของอิตาลี แคว้นเอมิเลีย โรมัญญาในช่วงเดือน พ.ค.นี้ แคว้นเอมิเลีย โรมัญญา ได้ประสบภัยแล้งยาวนานหลายเดือน จนผืนดินแห้งผาก ทำให้สูญเสียความสามารถในการดูดซึมปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในมหาศาลภายในช่วงไม่กี่วัน

เมื่อปี 2565 ถือเป็นปีที่ร้อนจัดที่สุดจนทำลายสถิติของประเทศอิตาลี โดยมีการบันทึกได้ว่าเกิดสภาพอากาศร้อนจัดขั้นเอ็กซ์ตรีมถึง 310 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงอย่างน้อย 29 ศพเลยทีเดียว

ที่มา : TheGuardian

ระทึก ชายขับเก๋งทะลุรั้ววาติกัน เข้าไปถึงในลานหน้าวังโป๊ป ก่อนโดน ตร.ยิงสกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695170

ระทึก ชายขับเก๋งทะลุรั้ววาติกัน เข้าไปถึงในลานหน้าวังโป๊ป ก่อนโดน ตร.ยิงสกัด

19 พ.ค. 2566 08:56 น.

ระทึก ชายขับเก๋งทะลุรั้ววาติกัน เข้าไปถึงในลานหน้าวังโป๊ป ก่อนโดน ตร.ยิงสกัด

เกิดเหตุชายนิรนามขับรถยนต์พุ่งทะลุประตูรั้วพระราชวังสันตะปาปา ในนครวาติกัน ฝ่าด่านสวิสการ์ด ก่อนโดน ตร.รักษาความปลอดภัยยิงสกัดล้อรถ รวบตัวไปสอบปากคำ

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว ABC รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุชายนิรนามขับรถยนต์พุ่งทะลุประตูรั้วพระราชวังสันตะปาปา ในนครรัฐวาติกัน โดยรถยนต์คันนี้แล่นผ่านกลุ่มหน่วยรักษาความปลอดภัยสวิสการ์ดไปได้ถึงบริเวณลานซาน ดามาโซ บริเวณหน้าพระราชวัง ก่อนที่จะถูกตำรวจยิงสกัดที่ล้อหน้าของรถยนต์คันนี้

ตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากจอดนิ่งสนิท คนขับรถยนต์คันนี้ได้ลงมาจากรถ จากนั้นตำรวจได้เข้าจับกุมตัวในทันที จากการสอบปากคำในเบื้องต้นพบว่า ชายคนนี้มีอายุประมาณ 40 ปี และเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางประสาท

ทั้งนี้ นับเป็นเหตุระทึกยามวิกาลที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนครหลวงแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกแห่งนี้ โดยพระราชวังสันตะปาปา เป็นสถานที่ประทับของพระสันตะปาปาฟรานซิส และเป็นสำนักงาน เป็นสถานที่รับรองแขกเหรื่อของวาติกัน ซึ่งปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ขณะที่ไม่มีการเปิดเผยที่แน่ชัดว่า ขณะเกิดเหตุพระสันตะปาปาประทับอยู่ภายในพระราชวังหรือไม่.

ยูเครนจับกุมประธานศาลสูงสุด คดีรับสินบน อีก 3 ผู้พิพากษามีเอี่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695155

ยูเครนจับกุมประธานศาลสูงสุด คดีรับสินบน อีก 3 ผู้พิพากษามีเอี่ยว

19 พ.ค. 2566 06:10 น.

ยูเครนจับกุมประธานศาลสูงสุด คดีรับสินบน อีก 3 ผู้พิพากษามีเอี่ยว

ยูเครนจับกุมตัวประธานศาลสูงสุดอย่างเป็นทางการแล้ว ในข้อหารับสินบน โดยพบเงินสดของกลางที่บ้านกับสำนักงานของเขา นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้พิพากษาอีก 3 คนเกี่ยวข้องด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย อูเซโวลอด คนียาเซฟ ประธานศาลสูงสุดของประเทศยูเครน ถูกจับกุมตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 2566 หลังจากอัยการกล่าวหาในวันที่ 2 ของการพิจารณาคดีในศาลว่า คดีคอร์รัปชันในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง กำลังขยายตัว รวมถึงในแวดวงผู้พิพากษาด้วย

นายคนียาเซฟถูกนำตัวขึ้นศาลยุติธรรมในวันพฤหัสบดี ซึ่งศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์คุ้มครองจากการดำเนินคดี ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวเขาได้อย่างเป็นทางการ และตั้งข้อหา รับสินบน โดยกล่าวหาว่า เขารับเงินจำนวน 1.8 ล้านบาท เพื่อตัดสินคดีเข้าข้างนาย คอสเตียนติน เชวาโก นักการเมืองและมหาเศรษฐีชาวยูเครน

อัยการกล่าวหาอีกว่า นายเชวาโกส่งข้อความไปหานาย โอเลห์ โฮเรตสกี ทนายความของเขา ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางจ่ายเงินสินบน ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม บอกให้แบ่งเงินใส่กระเป๋าอย่างน้อย 14 ใบ ก่อนจะส่งข้อความมาบอกว่า เขาส่งเงินไปให้ผู้พิพากษาคนอื่นๆ แล้ว

นายคนียาเซฟ ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานต่อต้านการคอร์รัปชันแห่งชาติของยูเครน เข้าควบคุมตัวในช่วงหลังเที่ยงคืนวันอังคาร พร้อมๆ กับนายโฮเรตสกี หลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการตรวจค้นบ้านกับสำนักงานของนายคนียาเซฟ และพบเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ จำนวนมาก

นอกจากนั้น อัยการเผยด้วยว่า มีผู้พิพากษาศาลสูงสุดอีกอย่างน้อย 3 คน ถูกพบว่าครอบครองธนบัตรดอลลาร์ที่เจ้าหน้าที่สืบสวนทำสัญลักษณ์เอาไว้จำนวนหลายพันใบ

นายโอเลกซานเดอร์ โอเมลเชนโก อัยการของศาลต่อต้านการคอร์รัปชัน กล่าวในศาลยุติธรรมว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบการจ่ายเงินสินบนดังกล่าวส่วนแรกในวันที่ 3 พ.ค. และบุกตรวจค้นบ้านของนายคนียาเซฟ หลังเงินส่วนที่ 2 ถูกส่งมอบในช่วงค่ำวันจันทร์เพียงครึ่งชั่วโมง

เจ้าหน้าที่สำนักงานต่อต้านการคอร์รัปชันได้แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มที่ทำการจ่ายเงินสินบน และทำสัญลักษณ์ไว้บนธนบัตรที่จะถูกใช้จ่าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บุกตรวจค้นบ้านกับสำนักงานของนายคนียาเซฟ และพบเงินสดจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่พบเงินสินบนที่เหลืออีกราว 9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในครอบครองของทนายศาลสูงสุดคนอื่น

ทั้งนี้ ยูเครนเริ่มการปราบปรามคอร์รัปชันหลังมีรายงานเรื่องการทุจริตมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางแรงกดดันจากพันธมิตรชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ให้เคียฟจัดการปัญหาการทุจริต หากยูเครนต้องการเดินหน้าเรื่องการเข้าเป็นสมาชิก EU

เมื่อเดือนมกราคม เจ้าหน้าที่ยูเครนจำนวนมากถูกปลดออกจากตำแหน่ง รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีในสำนักงานประธานาธิบดี หลังถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในการรับสินบน 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : nytimes

อากาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มโอกาสเกิดคลื่นความร้อนในเอเชีย 30 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695153

อากาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มโอกาสเกิดคลื่นความร้อนในเอเชีย 30 เท่า

19 พ.ค. 2566 04:30 น.

อากาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มโอกาสเกิดคลื่นความร้อนในเอเชีย 30 เท่า

ผลการศึกษาใหม่พบว่า ภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพิ่มโอกาสเกิดคลื่นความร้อนในเอเชียถึง 30 เท่า และทำให้อากาศร้อนขึ้นอย่างน้อย 2 องศาด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 พ.ค. 2566 ว่า องค์กร World Weather Attribution (WWA) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอิสระ เผยผลการศึกษาใหม่พบว่า หลายพื้นที่ในอินเดียมีอุณหภูมิสูงกว่า 44 องศาเซลเซียสในช่วงกลางเดือนเมษายน โดยมีผู้เสียชีวิตจากอาการฮีตสโตรกในนครมุมไบถึง 11 ศพในวันเดียว ส่วนที่กรุงธากา ของบังกลาเทศ เผชิญวันที่ร้อนที่สุดในรอบเกือบ 60 ปี

ที่จังหวัดตากของไทย ทำอุณหภูมิสูงที่สุดตลอดกาลที่ 45.4 องศาเซลเซียส ขณะที่จังหวัดไซยะบุลี ของ สปป.ลาว ก็มีอุณหภูมิถึง 42.9 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติแห่งชาติ โดยมีรายงานพบผู้เสียชีวิตเพราะฮีตสโตรกในไทย 2 ศพ แต่จำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ และมีผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลจำนวนมาก

นอกจากนั้นหลายประเทศในเอเชียก็มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ เช่น จีน, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

ตามรายงานขององค์กร World Weather Attribution ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอิสระ พบว่า อากาศร้อนทุบสถิติในประเทศไทยรุนแรงขึ้นเพราะอัตราความชื้นสูง รวมถึงเหตุไฟป่าหลายจุดที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ส่วนที่ฟิลิปปินส์ มีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส 5 วันติดต่อกัน ทำให้เด็กนักเรียนป่วยเป็นลมแดดร่วม 150 คน

ทั้งนี้ WWA ทำการศึกษาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชีย และดัชนีความร้อนสูงสุด ซึ่งรวมถึงค่าความชื้นด้วย และพบว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้โอกาสเกิดคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นด้วยความชื้น สูงขึ้นถึง 30 เท่า และคลื่นความร้อนนี้จะทำให้อากาศร้อนขึ้นกว่าตอนไม่มีปัจจัยจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียสด้วย

ผลการวิเคราะห์ยังพบว่า สภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้ในอินเดียกับบังกลาเทศ ซึ่งเมื่อก่อนจะเกิด 1 ครั้งในรอบ 100 ปี ตอนนี้คาดว่าจะเกิดทุกๆ 5 ปี เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศฝีมือมนุษย์

สำหรับประเทศไทยและลาว หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 30 ปีนี้ หากชาติต่างๆ ไม่รีบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งสองประเทศอาจเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วในทุกๆ 20 ปี แทนที่จะเป็นทุกๆ 2 ศตวรรษอย่างทุกวันนี้

“อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นต่อไป และเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น จนกว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะถูกหยุด” ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุในแถลงการณ์

ที่มา : cna , bbc

โคลอมเบียเผย อาจมีเด็ก 4 คนรอดชีวิต เหตุเครื่องบินตกในป่าแอมะซอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695150

โคลอมเบียเผย อาจมีเด็ก 4 คนรอดชีวิต เหตุเครื่องบินตกในป่าแอมะซอน

19 พ.ค. 2566 02:59 น.

โคลอมเบียเผย อาจมีเด็ก 4 คนรอดชีวิต เหตุเครื่องบินตกในป่าแอมะซอน

เจ้าหน้าที่โคลอมเบียเผย ได้ข้อมูลที่ยังไม่มีการยืนยัน พบเด็ก 4 คนรอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินเล็กตกในป่าแอมะซอนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ต้องรอยืนยันอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2566 ว่า นางแอสทริด กาเซเรส ผู้อำนวยการสถาบันสวัสดิภาพครอบครัวของประเทศโคลอมเบีย (ICBF) กล่าวว่า ทีมงานของเธอได้รับข้อมูลส่งต่อมาอีกทีว่า ทีมค้นหาพบตัวเด็ก 4 คนรอดชีวิต หลังจากเครื่องบินเล็กที่พวกเขาโดยสารมาตกในป่าแอมะซอน ทางตอนใต้ของประเทศเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตามนางกาเซเรสย้ำว่า ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ก็ทวีตข้อความเรื่องการพบตัวเด็ก 4 คนนี้ ก่อนจะออกมาย้ำในเวลาต่อมาว่า พวกเขายังไม่ได้รับการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกำลังต่อสู้กับสัญญาณสื่อสารที่ย่ำแย่ แต่ยังไม่สามารถติดต่อหาเด็กกลุ่มนี้โดยตรง

ตามการเปิดเผยของ ICBF เด็กทั้ง 4 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 11 เดือนถึง 13 ปี ถูกพบหลังจากกองทัพโคลอมเบียติดตามร่องรอยเล็กๆ เช่น ยางรัดผม, หอพลาสติก และขวดนมเด็ก นำพวกเขาไปหากเด็กที่หายไปกลุ่มนี้

เมื่อนักข่าวถามว่าเหตุใดตำรวจกับทหารยังคงปฏิบัติการค้นหาอยู่หลังมีข่าวการพบเด็กทั้ง 4 คน นางกาเซเรสกล่าวว่า “เป็นเรื่องยากที่จะทำการสื่อสารในป่า และเมื่อวานก็มีฝนตกด้วย” “ข้อมูลที่ฉันมีคือ พวกเขาปลอดภัย เราเข้าใจด้วยว่า พวกเขาเผชิญความยากลำบากมาหลายวัน แต่พวกเขาดูโอเค”

“เรายังขาดตัวเชื่อมโยงสุดท้ายที่จะยืนยันความหวังทั้งหมดของเรา จนกว่าเราจะได้รูปถ่ายของเด็กๆ เราจะไม่หยุดค้นหา เราจะไม่ประเมินข้อมูลที่เราได้รับมาต่ำเกินไป แต่เราจะไม่ยืนยันข้อมูลนี้ด้วยตัวเอง”

การเปิดเผยของนางกาเซเรสเกิดขึ้นไม่นานหลังจาก สำนักงานการบินพลเรือนโคลอมเบียออกแถลงการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาพบที่พักชั่วคราวซึ่งสร้างโดยกิ่งไม้และใบไม้ จุดประกายความหวังว่าอาจมีผู้รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินเล็ก เซสนา 206 ตกระหว่างจังหวัดกวาเบียเรกับจังหวัดอามาโซนัส เมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สำนักงานการบินพลเรือนฯ เผยด้วยว่า พบศพผู้เสียชีวิต 3 รายในซากเครื่องบิน

ที่มา : cnn

เหยื่อน้ำท่วมอิตาลีพุ่ง 13 ศพ อพยพนับหมื่น หลังฝนตกวันครึ่งเท่า 6 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695147

เหยื่อน้ำท่วมอิตาลีพุ่ง 13 ศพ อพยพนับหมื่น หลังฝนตกวันครึ่งเท่า 6 เดือน

19 พ.ค. 2566 02:20 น.

เหยื่อน้ำท่วมอิตาลีพุ่ง 13 ศพ อพยพนับหมื่น หลังฝนตกวันครึ่งเท่า 6 เดือน

อิตาลีพบศพผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในภาคเหนือของประเทศเพิ่มเป็น 13 ศพแล้ว ขณะที่ต้องอพยพคนหนีน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในประเทศอิตาลีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 13 ศพแล้ว ขณะที่คนนับหมื่นต้องอพยพออกจากบ้าน หลังน้ำในแม่น้ำมากกว่า 20 สายเอ่อล้นทะลักตลิ่ง เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแค่วันครึ่ง แต่มีปริมาณน้ำฝนเทียบเท่ากับ 6 เดือน

ข่าวระบุว่า พบศพผู้เสียชีวิตมากขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังจากแม่น้ำเกือบทุกสายในพื้นที่ระหว่างเมืองโบโลญญา เมืองเอกของแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ไปจนถึงชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งห่างไป 115 กม. ล้นตลิ่ง นอกจากนั้นยังเกิดดินถล่มอีกว่า 280 ครั้ง

หลายเมืองและหมู่บ้านในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ถูกน้ำท่วมหนัก สร้างความเสียหายไปแล้วหลักพันล้านยูโร ทางการต้องอพยพผู้คนเพิ่มเติมออกจากเมืองราเวนญา ในช่วงข้ามคืนวันพฤหัสบดี นอกจากนั้นยังพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มหลายราย รวมถึงชายหญิงคู่หนึ่งที่แฟลตในหมู่บ้านรุสซี

ส่วนที่เมืองลูโก (Lugo) ถูกน้ำท่วมซ้ำสองในวันพฤหัสบดี เช่นเดียวกับเมืองแชร์วี (Cervi) บริเวณชายฝั่ง

น้ำท่วมที่เมืองลูโก ใกล้กับเมืองราเวนญา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 2566
น้ำท่วมที่เมืองลูโก ใกล้กับเมืองราเวนญา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 2566

ทั้งนี้ เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นถูกกล่าวโทษว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะโลกร้อน โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนก่อนหน้านี้แล้ว ว่าอิตาลีต้องการแผนแห่งชาติเพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

นาย เนลโล มูซูเมซี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันพลเรือน กล่าวว่า สภาพอากาศเขตร้อนมาถึงอิตาลีแล้ว มีฝนตกสูงถึง 20 ซม. ภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง บางพื้นที่มีฝนตกถึง 50 ซม.ด้วยซ้ำ “ผืนดินที่แห้งแล้งมานานจนเหมือนปูนซีเมนต์ ทำให้มีขีดความสามารถในการดูดซึมน้ำฝนจำกัดมาก”

นายมูซูเมซีบอกอีกว่า อิตาลีไม่ได้สร้างเขื่อนส่วนภูมิภาคแห่งใหม่มานานกว่า 40 ปีแล้ว และอิตาลีต้องการวิธีทางวิศวกรรมชลศาสตร์ใหม่ๆ ในการรับมือปัญหาน้ำท่วม

ด้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี เตรียมจัดการประชุมวาระฉุกเฉินในวันอังคารหน้า

ที่มา : bbc

ตร.นิวซีแลนด์จับชายต้องสงสัย ข้อหาวางเพลิงโฮสเทล 6 ศพในเวลลิงตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695138

ตร.นิวซีแลนด์จับชายต้องสงสัย ข้อหาวางเพลิงโฮสเทล 6 ศพในเวลลิงตัน

19 พ.ค. 2566 00:17 น.

ตร.นิวซีแลนด์จับชายต้องสงสัย ข้อหาวางเพลิงโฮสเทล 6 ศพในเวลลิงตัน

ตำรวจนิวซีแลนด์จับผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้โฮสเทลในกรุงเวลลิงตัน จนมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ พร้อมตั้งข้อหาวางเพลิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจนิวซีแลนด์แถลงในวันพฤหัสบดีที่ 18 พ.ค. 2566 ว่า พวกเขาจับกุมชายต้องสงสัยและตั้งข้อหาวางเพลิง 2 กระทง อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุไฟไหม้โฮสเทล ‘โลฟเฟอร์ส ลอดจ์’ ในกรุงเวลลิงตัน เมื่อเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ

ตำรวจระบุว่า การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และพวกเขาอาจตั้งข้อหาที่รุนแรงขึ้นแก่ชายคนนี้ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต ผู้ต้องสงสัยซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ มีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงเวลลิงตันเป็นครั้งแรกในวันศุกร์นี้

ด้านสารวัตรดิยง เบนเนตต์ กล่าวว่า ตำรวจมั่นใจว่าไม่มีคนอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แล้ว ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทยอยนำศพผู้เสียชีวิตออกจากโฮสเทลที่ถูกไฟไหม้ และมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มเติมหลังมีการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดมากขึ้น

“ความเสียหายบนชั้น 3 นั้นรุนแรงมาก” สารวัตรเบนเนตต์บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่น “ซากปรักหักพักกองพะเนิน และมีอีกมากที่พวกเขาต้องขนย้ายและค้นหาข้างใต้นั่น”

ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้เมื่อเช้ามืดวันอังคารลุกลามไปทั่วโฮสเทล 4 ชั้นแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ทำให้คนจำนวนหนึ่งต้องหนีออกมาทั้งที่ยังอยู่ในชุดนอน ขณะที่อีกหลายคนได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขณะขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้า หรือตัดสินใจกระโดดหนีออกทางหน้าต่าง

หลังจากการสืบสวน ตำรวจก็เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการวางเพลิง โดยพวกเขาพบด้วยว่าก่อนเกิดเหตุราว 2 ชั่วโมงมีไฟไหม้ขนาดเล็กเกิดขึ้นที่ โลฟเฟอร์ส ลอดจ์ แต่เหตุการณ์นี้กลับไม่ถูกรายงานต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ซึ่งพวกเขากำลังสืบสวนว่า เหตุไฟไหม้ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินออกมาเปิดเผยว่า โฮสเทลแห่งนี้ไม่มีสปริงเกอร์สำหรับดับเพลิง ขณะที่นายกรัฐมนตรี คริส ฮอปกินส์ ออกมายอมรับว่า จำเป็นต้องมีการแก้กฎหมายการก่อสร้างของประเทศ ที่ไม่กำหนดให้อาคารเก่าต้องติดตั้งสปริงเกอร์ดับเพลิง

ที่มา : cna

เผย รบ.ทหารพม่า ทุ่มซื้ออาวุธแล้ว 3.4 หมื่นล้าน หลังก่อรัฐประหาร 2 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695049

เผย รบ.ทหารพม่า ทุ่มซื้ออาวุธแล้ว 3.4 หมื่นล้าน หลังก่อรัฐประหาร 2 ปี

18 พ.ค. 2566 19:06 น.

เผย รบ.ทหารพม่า ทุ่มซื้ออาวุธแล้ว 3.4 หมื่นล้าน หลังก่อรัฐประหาร 2 ปี

ผู้รายงานพิเศษเรื่องสิทธิมนุษยชนในพม่า ของUN เผย รบ.ทหารพม่าทุ่มซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แล้วอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 หมื่นล้าน ทั้งซื้อจากรัสเซีย จีน และบริษัทในสิงคโปร์ นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารมา 2 ปี

เมื่อ 18 พ.ค. 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน ทอม แอนดรูว์ ผู้รายงานพิเศษเรื่องสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ของสหประชาชาติ (UN) เผยรายงาน กองทัพเมียนมามีการซื้อหาอาวุธมูลค่าอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34,150 ล้านบาท คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 34.15 บาท) นับตั้งแต่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นหัวหน้าคณะทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจ เมื่อ 1 ก.พ. 2564 ถึงแม้มีหลักฐานท่วมท้นว่าอาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมที่เหี้ยมโหดต่อพลเรือน

ผู้รายงานพิเศษเรื่องสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ของสหประชาชาติ ได้เสนอรายงานต่อสภาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 17 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า อาวุธที่รัฐบาลทหารเมียนมาซื้อหามานั้น ส่วนใหญ่ซื้อมาจากรัสเซีย จีน และบริษัทหลายแห่งในสิงคโปร์

โดยสินค้าส่งออกที่ส่งมาให้แก่รัฐบาลทหารเมียนมา ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2564 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2565 ครอบคลุมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ, เทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง และอุปกรณ์สำหรับผลิตอาวุธ

‘อาวุธเหล่านี้ และอุปกรณ์สำหรับการผลิตอาวุธ ได้ถูกส่งโดยไม่ถูกขัดขวางมาให้แก่กองทัพเมียนมา ถึงแม้มีหลักฐานท่วมท้นว่ามีการนำอาวุธไปใช้ก่ออาชญกรรมที่โหดเหี้ยม’ รายงานของยูเอ็นระบุ โดยรายงานนี้ จัดทำขึ้นจากเอกสารการจัดซื้อหรือบันทึกการขนส่งทางเรือ มากกว่า 12,500 รายการ ที่มีการจัดส่งตรงไปยังกองทัพเมียนมา หรือผู้ค้าอาวุธให้กับทหารเมียนมา

นอกจากนั้นในรายงานฉบับนี้ ยังชี้ว่า รัสเซียเป็นแหล่งการซื้ออาวุธและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธของเมียนมา โดยสั่งซื้อมาแล้วเป็นมูลค่า 406 ล้านดอลลาร์ จีน 254 ล้านดอลลาร์ และสิงคโปร์ 254 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้น ยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ถูกจัดส่งมาจากบริษัทในอินเดีย 51 ล้านดอลลาร์ และไทยอีก 28 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ประเทศเมียนมาได้ตกลงไปสู่วิกฤติจากการก่อรัฐประหารโดยกองทัพ ซึ่งจุดชนวนให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านครั้งใหญ่ ขณะเดียวกัน การใช้ความรุนแรงของรัฐบาลทหารในการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วง ได้ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงติดอาวุธ ร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย ที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมามายาวนาน รวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า People’s Defence Forces (PDFs) หรือ กองกำลังพิทักษ์ประชาชนเพื่อต่อสู้กับทหารเมียนมา

กองกำลัง PDFs เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือรัฐบาลเงาเมียนมา ที่จัดตั้งโดยบรรดา ส.ส. ซึ่งถูกกองทัพยึดอำนาจ และกลุ่มอื่นๆ ที่ต่อต้านการปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมา

ที่มา : Aljazeera