รัสเซียลุยหนัก โจมตีทางอากาศ ยิงมิสไซล์ถล่มเคียฟ ครั้งที่ 9 ในเดือนนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694997

รัสเซียลุยหนัก โจมตีทางอากาศ ยิงมิสไซล์ถล่มเคียฟ ครั้งที่ 9 ในเดือนนี้

18 พ.ค. 2566 16:09 น.

รัสเซียลุยหนัก โจมตีทางอากาศ ยิงมิสไซล์ถล่มเคียฟ ครั้งที่ 9 ในเดือนนี้

รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศ ยิงมิสไซล์ ส่งโดรนถล่มกรุงเคียฟ เป็นครั้งที่ 9 แล้วในเดือนนี้ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายกองทัพยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจนตกเกือบหมด

เมื่อ 18 พ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สงครามยูเครน ดำเนินมาถึงวันที่ 449 แล้ว กองกำลังรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนอย่างหนักเป็นครั้งที่ 9 แล้วในเดือนนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยูเครนเผยว่า กองกำลังรัสเซียได้ยิงมิสไซล์หลายลูกมาโจมตีกรุงเคียฟ แต่ดูเหมือนระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธของรัสเซียได้ทั้งหมด เพียงแต่มีเศษซากของขีปนาวุธที่ถูกยิงตกร่วงลงมาใส่ด้านล่าง ทำให้เกิดความเสียหาย ในพื้นที่ 2 เขตของกรุงเคียฟ ช่วงคืนวันที่ 17 พ.ค. เข้าสู่วันที่ 18 พ.ค. 2566 

เจ้าหน้าที่ยูเครนยังเผยว่า รัสเซียยังได้ยิงขีปนาวุธมาโจมตีเมืองโอเดสซา เมืองท่าชายฝั่งทะเลดำ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่
ในคืนเดียวกัน ยังได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในหลายแคว้นทางตะวันตกของยูเครน ได้แก่ แคว้นวินนีตเซีย, คเมลนีตสกี และซีโตเมียร์

ซากขีปนาวุธรัสเซียที่ฝ่ายกองทัพยูเครนยิงสอยร่วง ขณะถูกยิงมาโจมตีกรุงเคียฟ เมื่อคืน17 พ.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเคียฟ เป็นครั้งที่ 9 ในรอบเดือนนี้
ซากขีปนาวุธรัสเซียที่ฝ่ายกองทัพยูเครนยิงสอยร่วง ขณะถูกยิงมาโจมตีกรุงเคียฟ เมื่อคืน17 พ.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเคียฟ เป็นครั้งที่ 9 ในรอบเดือนนี้

กองทัพอากาศยูเครนออกแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธของรัสเซีย 29 ลูกจากทั้งหมด 30 ลูกได้ถูกยิงตก โดยการโจมตีทางอากาศล่าสุดของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธนำวิถี และโดรนลาดตระเวน

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนอ้างว่าสามารถยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงของรัสเซีย Kinzhal (คินซาล) ตกถึง 6 ลูก ขณะถูกยิงมาโจมตียูเครน

ที่มา : BBC

“มอนทานา” ผ่านกฎหมายแบนแอป “ติ๊กต่อก” เป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694993

"มอนทานา" ผ่านกฎหมายแบนแอป "ติ๊กต่อก" เป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ

18 พ.ค. 2566 15:03 น.

“มอนทานา” ผ่านกฎหมายแบนแอป “ติ๊กต่อก” เป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ

มอนทานาเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่ประกาศแบน “ติ๊กต่อก” (TikTok) สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนจากอุปกรณ์ส่วนตัว

นายเกรก เจียนฟอร์เต ผู้ว่าการรัฐมอนทานา ได้ลงนามผ่านกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธ ซึ่งมีจะผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ขณะที่แพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอชื่อดังกล่าวว่า คำสั่งห้ามดังกล่าว “ละเมิดสิทธิการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 ของชาวมอนทานา”

นายเจียนฟอร์เต กล่าวกับฝ่ายนิติบัญญัติว่า คำสั่งแบนทั่วรัฐจะเป็นการเพิ่มความสำคัญร่วมกันในการปกป้อง ชาวมอนทานาจากการสอดแนมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ติ๊กต่อก กล่าวในแถลงการณ์ว่า มีผู้ใช้ติ๊กต่อกหลายแสนคนในมอนทานา ขณะที่ติ๊กต่อกถูกเพ่งเล็งจากหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากกังวลว่าข้อมูลอาจถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลจีน “เราต้องการสร้างความมั่นใจให้ชาวมอนทานาว่า พวกเขาสามารถใช้ ติ๊กต่อก เพื่อแสดงออกถึงตัวตน การหาเลี้ยงชีพ และค้นพบกลุ่มคนใหม่ๆ ต่อไป ในขณะที่เรายังคงทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ใช้ของเราทั้งภายในและภายนอกรัฐมอนทานา” และคาดว่าติ๊กต่อกจะยื่นคัดค้านกฎหมายดังกล่าวต่อศาล

เมื่อเดือนที่แล้ว ส.ส.ในรัฐมอนทานา ผ่านร่างกฎหมายห้ามใช้ติ๊กต่อกบนอุปกรณ์ส่วนตัว ด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 43 เสียง กฎหมายฉบับนี้จะทำให้การนำเสนอแอปติ๊กต่อกในแอปสโตร์ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยังคงอนุญาตให้ผู้ที่มีแอปติ๊กต่อกอยู่แล้วสามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่รัฐมอนทานา ซึ่งมีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน ได้แบนแอปติ๊กต่อกบนอุปกรณ์ของรัฐบาลเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ติ๊กต่อก กล่าวว่า มีผู้ใช้ชาวอเมริกัน 150 ล้านคน แม้ว่าฐานผู้ใช้ของแอปจะขยายตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่แอปนี้ก็ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่วัยรุ่นและผู้ใช้ในกลุ่มอายุ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ได้เกิดความกังวลในวงการการเมืองของสหรัฐฯ ว่า ติ๊กต่อกอาจมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากติ๊กต่อก มีบริษัท “ไบต์แดนซ์” (ByteDance) ที่ตั้งอยู่ในจีนเป็นเจ้าของ

เมื่อเดือนมีนาคม คณะกรรมการรัฐสภาได้เรียก นายโซว จื่อ โจว ผู้บริหารระดับสูงของติ๊กต่อกเข้าให้การ โดยซักถามว่ารัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ หรือมีอิทธิพลต่อสิ่งที่ชาวอเมริกันเห็นในแอปหรือไม่ ด้านนายโจว กล่าวย้ำว่าบริษัทจะไม่สอดแนมชาวอเมริกัน แม้จะยอมรับว่าพนักงานใช้บัญชีติ๊กต่อกของผู้สื่อข่าวเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขา

นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขให้ไบต์แดนซ์ ถอนการลงทุนจากติ๊กต่อก ไม่เช่นนั้นแอปแชร์วิดีโอสุดฮิตจะถูกแบนการใช้งานทั่วสหรัฐฯ

บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายฉบับล่าสุด จะมีผลกับบริษัท แต่ไม่ใช่ผู้ใช้รายบุคคล บริษัทที่ฝ่าฝืนต้องเผชิญกับบทลงโทษสูงถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะถูกบังคับใช้โดยหน่วยงานด้านยุติธรรมของมอนทานา ซึ่งหมายความว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างแอปเปิลและกูเกิลอาจถูกปรับ หากอนุญาตให้ดาวน์โหลดติ๊กต่อกจากแอปสโตร์ของตนในมอนทานา.

เผยภาพสแกน “เรือไททานิค” ละเอียดทุกซอกมุม แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694949

เผยภาพสแกน "เรือไททานิค" ละเอียดทุกซอกมุม แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

18 พ.ค. 2566 13:15 น.

เผยภาพสแกน “เรือไททานิค” ละเอียดทุกซอกมุม แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ภาพของซากเรืออับปางที่โด่งดังที่สุดในโลก ได้รับการเปิดเผยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การสแกนดิจิทัลขนาดเต็มครั้งแรกของเรือไททานิค ซึ่งอยู่ลึกลงไป 3,800 เมตร ในมหาสมุทรแอตแลนติก ถูกสร้างขึ้นโดยใช้การทำแผนที่ใต้ทะเลลึก ในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรือ ซึ่งจมลงในปี 2455 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน เมื่อเรือชนกับภูเขาน้ำแข็งในการเดินทางครั้งแรกจากเมืองเซาแธมป์ตันในอังกฤษ ไปยังนครนิวยอร์ก

เรือไททานิคได้รับการสำรวจอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ซากเรือที่อับปาง ถูกค้นพบในปี 2528 แม้เรือลำนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ภาพที่มีการบันทึกได้ เป็นเพียงภาพบางส่วนของเรือที่กำลังผุพังเท่านั้น ไม่ใช่ภาพของเรือทั้งลำแบบชัดเจน
ขณะที่การสแกนครั้งใหม่ สามารถจับภาพซากเรือได้ทั้งหมด เผยให้เห็นมุมมองที่สมบูรณ์ของเรือไททานิค แบ่งออกเป็นสองส่วน โดยมีหัวเรือและท้ายเรือที่อยู่ห่างกันประมาณ 800 เมตร และรายล้อมด้วยเศษซากเรือ

การสแกนเริ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2565 โดยบริษัทแมกเจลแลน ซึ่งเป็นบริษัททำแผนที่ใต้ทะเลลึก และบริษัทแอตแลนติก โปรดักชันส์ ซึ่งกำลังสร้างสารคดีเกี่ยวกับโครงการนี้ ด้วยการใช้เรือดำน้ำที่ควบคุมจากระยะไกล โดยทีมงานบนเรือที่มีความเชี่ยวชาญ และใช้เวลากว่า 200 ชั่วโมงในการสำรวจความยาวและความกว้างของซากเรือ รวมถึงการถ่ายภาพมากกว่า 700,000 ภาพ จากทุกมุม สร้างโครงสร้าง 3 มิติที่มีความแม่นยำ

เกอร์ฮาร์ด เซฟเฟิร์ต จากแมกเจลแลน ซึ่งเป็นผู้นำในการวางแผนการสำรวจกล่าวว่า นี่เป็นโครงการสแกนใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดที่เขาเคยทำมา

“ความลึกเกือบ 4,000 เมตร คือความท้าทาย ท่ามกลางกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรง และเราไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องสิ่งใด เพื่อไม่ให้ซากเรือเสียหาย และความท้าทายอีกอย่างคือ คุณต้องสร้างแผนที่ทุกตารางเซนติเมตร แม้แต่ส่วนที่ไม่น่าสนใจ เช่น บนพื้นที่เศษขยะ คุณต้องสร้างแผนที่พื้นโคลน แต่คุณต้องใช้สิ่งนี้ เพื่อเติมเต็มระหว่างวัตถุต่างๆ ที่น่าสนใจ”

การสแกนจะแสดงทั้งขนาดของเรือ ตลอดจนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น หมายเลขประจำเครื่องบนใบพัด ขณะที่ส่วนหัวเรือซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยหินย้อยที่เป็นสนิม ยังคงเป็นที่จดจำได้ทันที แม้เรือจะสูญหายไป 100 ปีก็ตาม ด้านบนเป็นดาดฟ้าเรือ ซึ่งมีรูเปิดให้เห็นช่องว่าง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบันไดขนาดใหญ่ ส่วนท้ายเรือเต็มไปด้วยเศษโลหะที่ยุ่งเหยิง ส่วนนี้ของเรือพังทลายลง ในขณะที่มันหมุนคว้างลงสู่พื้นทะเล

ส่วนในพื้นที่เศษซากที่อยู่โดยรอบ สิ่งของต่างๆ กระจัดกระจาย รวมถึงงานโลหะอันวิจิตรจากเรือ รูปปั้น และขวดแชมเปญที่ยังไม่เปิด นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินส่วนตัว รวมถึงรองเท้าหลายสิบคู่ที่วางอยู่บนตะกอน

ปาร์ค สตีเฟนสัน ผู้ศึกษาเรื่องไททานิคมาหลายปี กล่าวว่า เขารู้สึกทึ่งเมื่อเห็นภาพสแกนครั้งแรก “มันช่วยให้คุณเห็นซากเรืออย่างที่คุณไม่เคยเห็นจากเรือดำน้ำ และคุณสามารถเห็นซากเรือได้ครบถ้วน คุณสามารถดูได้ในบริบทและมุมมอง และสิ่งที่แสดงให้คุณเห็นตอนนี้คือสภาพที่แท้จริงของซากเรือ”

เขากล่าวว่า การศึกษาการสแกน สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรือไททานิคในปี 2455 “เราไม่เข้าใจลักษณะของการชนกับภูเขาน้ำแข็งจริงๆ เราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรือชนเข้าทางกราบขวาหรือไม่ ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์ มันอาจจะชนภูเขาน้ำแข็ง” และเสริมว่า การศึกษาในส่วนท้ายเรือ สามารถเปิดเผยกลไกของวิธีการที่เรือกระแทกกับพื้นทะเล

นักประวัติศาสตร์ตระหนักดีว่าเวลากำลังจะหมดลง เพื่อทำความเข้าใจภัยพิบัติทางทะเลอย่างถ่องแท้ ในขณะที่ทะเลกำลังกัดกร่อนซากเรือ และชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มสลายตัว แต่การสแกนในตอนนี้ จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญเจาะลึกทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ ด้วยความหวังว่าเรือไททานิคอาจเปิดเผยความลับบางอย่าง.

‘สส.ก้าวไกล’ มุ่งหน้าชลบุรี เตรียมแห่รอบเมือง หลังตีบ้านใหญ่-บ้านใหม่แตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549303

19 พ.ค. 2566

'สส.ก้าวไกล' มุ่งหน้าชลบุรี เตรียมแห่รอบเมือง หลังตีบ้านใหญ่-บ้านใหม่แตก

‘สส.ก้าวไกล’ ขนทัพมุ่งหน้าชลบุรี จัดสัมมนา 3 วัน ก่อนเตรียมแห่ขอบคุณชาวชลบุรี 21 พ.ค.นี้ ด้านว่าที่ ‘สส.เชียงใหม่’ เตือนสติอย่าลืม ‘หัวคะแนนธรรมชาติ’

ความเคลื่อนไหวที่พรรคก้าวไกล เมื่อช่วงเช้าว่าที่ สส.แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรค รวมตัวขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปสัมมนา ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วันที่ 19-21 พ.ค. ก่อนวันที่ 21 พ.ค. นายพิธาจะนำทีมว่าที่ สส.ชลบุรี แห่ขบวนขอบคุณชาวชลบุรีไว้วางใจลงคะแนนเสียงให้จนชนะการเลือกตั้ง 7 เขต จาก 10 เขต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ หารือแลกเปลี่ยนชัยชนะและถอดบทเรียนผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง คาดว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและว่าที่นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้กล่าวเปิดงานและพูดคุยด้วยตัวเอง 

สส.ก้าวไกลสส.ก้าวไกล

นายสมดุลย์ อุตเจริญ ว่าที่ สส.เชียงใหม่ เขต 7 มั่นใจเหตุผลที่ทำให้ตนเองชนะการเลือกตั้ง เพราะมีการปรับแนวคิด แม้จะไม่ใช่คนรุ่นใหม่ รวมถึงใช้การฝังตัวไปกับประชาชนในพื้นที่ ลงพื้นที่ทำงานเอง แม้กระทั่งพื้นที่ที่นักการเมืองเดิมไม่เคยไปตนเองก็ไป 

เพื่อสร้างศรัทธาและเกิดหัวคะแนนธรรมชาติขึ้นมา ตนเดินไปหาประชาชนเอง ไม่ได้เรียกมารวมแล้วจ่ายเงิน และการสัมมนาครั้งนี้ นายสมดุลย์จะเสนอความคิดเห็นให้ความสำคัญและสร้างหัวคะแนนธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันอาจจะไปให้ความสำคัญกับคนมีชื่อเสียงก่อน ทั้งที่คนไม่มีชื่อเสียงก็รออยู่เหมือนกัน

สส.ก้าวไกลเดินทาง จ.ชลบุรีสส.ก้าวไกลเดินทาง จ.ชลบุรี

กกต. สั่ง ‘ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่’ ที่ ‘นครปฐม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549294

19 พ.ค. 2566

กกต. สั่ง 'ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่' ที่ 'นครปฐม'

กกต.สั่ง ‘ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่’ วันที่ 21 พ.ค. 2566 ที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัด ‘นครปฐม’ ซึ่งเกิดวาตะภัย ทำให้เต๊นท์ลงคะแนนล้ม

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เป็นวันเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งให้รับรายงาน จากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 10เขตเลือกตั้งที่ 3จังหวัดนครปฐม

ได้ประกาศงดลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2560 ด้วยในวันที่14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เวลา 16.45 น. เกิดเหตุฝนตกหนักและลมพัดแรงทำให้ปะรำที่เลือกตั้งล้ม และกระดานติดแผ่นป้ายประกาศได้รับความเสียหาย

และในระหว่างนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนมาปรากฏตัวในที่เลืยกตั้ง แต่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 10ใด้ประกาศงตลงคะแนน จึงไม่อาจใช้สิทธิเลือกตั้งได้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 106แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2563 ประกอบข้อ 5 และข้อ 66 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีมตีให้ยกเลิกการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 และให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งตังกล่าว โดยให้ดำเนินการ ดังนี้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม ท.ศ. 2566 เป็นวันลงคะแนนใหม่

ให้ดำเนินการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ โดยนำความในหมวดที่ 10 การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ และการเลือกตั้งใหม่ ก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส่วนที่ 2 การออกเสียงลงคะแนนใหม่ ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กกต.สั่งลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้ง10 เขต 3 นครปฐมกกต.สั่งลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้ง10 เขต 3 นครปฐม

ก้าวไกล จัดรถแห่ขอบคุณประชาชน เทคะแนนยกจ.นนทบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549281

18 พ.ค. 2566

ก้าวไกล จัดรถแห่ขอบคุณประชาชน เทคะแนนยกจ.นนทบุรี

พิธา ลิมเจริญรัตน์ นำทีม 8 ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนจ.นนทบุรี ที่ไว้วางใจ ลงคะแนนกวาดที่นั่งยกจังหวัด

จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนจำนวนมาก จำนวนสส.ถึง 152 ที่นั่ง และได้เริ่มทำการขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจในการลงคะแนนให้กับพรรค โดยกิจกรรมแรก ได้ริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมขึ้นรถแห่จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรี
ล่าสุด วันนี้ ( 18 พ.ค.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ร่วมกิจกรรมขอบคุณคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่จ.นนทบุรี พร้อมกับว่าที่ สส. ทั้ง 8 เขตของจังหวัด โดยเริ่มต้นกิจกรรมขึ้นที่บริเวณ ท่าน้ำปากเกร็ด ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่สนับสนุนพรรค และประชาชนทั่วไป มีการแต่งตัว ด้วยสีส้มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคก้าวไกล บางคนถือพัดรูปหน้าของนายพิธา  จากนั้นขบวนรถแห่ได้เคลื่อนออกมาทางห้าแยกปากเกร็ด 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรี

ไปตามถนนติวานนท์ ผ่านแยกแคราย ทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข แยกติวานนท์ ตัดเข้าถนนพิบูลสงคราม ท่าน้ำจ.นนทบุรี ตลอดเส้นทาง มีประชาชนจอดรถดักรอขบวนของนายพิธา และบางส่วนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลัง เพื่อถ่ายรูปนายพิธา ทำให้การจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น มีปริมาณรถหนาแน่น 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรี
จากนั้น ขบวนรถแห่เคลื่อนมาถึงจุดปิดท้ายกิจกรรม ที่ตลาดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี มีผู้สนับสนุนมารอตั้งแต่ทางเข้า เมื่อรถแห่ของนายพิธามาถึงได้ตะโกนแสดงความยินดี และเดินตามขบวนรถไปยังลานจอดรถด้านหลัง จุดเดียวกับที่พรรคก้าวไกลเคยตั้งเวทีปราศรัยหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง นายพิธา ได้กล่าวขอบคุณความไว้วางใจของประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกล และสัญญาที่จะทำให้นนทบุรีเปลี่ยนแปลง รวมทั้งยังกล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะ 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่นนทบุรี

‘ผบ.ทร.’ โยนรัฐบาลใหม่ตัดสิน ‘เรือดำน้ำ’ ไม่ฟันธงปม ‘ผบ.เหล่าทัพ’ โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549270

18 พ.ค. 2566

'ผบ.ทร.' โยนรัฐบาลใหม่ตัดสิน 'เรือดำน้ำ' ไม่ฟันธงปม 'ผบ.เหล่าทัพ' โหวตนายกฯ

‘ผบ.ทร.’ เผย ต้นเดือน พ.ค. เจรจาต่อ ‘ซื้อเรือดำน้ำ’ โยนรัฐบาลใหม่ตัดสิน ส่วนยุทโธปกรณ์อื่น ตามแผนงบก่อนหน้า ไม่ฟันธง ‘ผบ.เหล่าทัพ’ เห็นตรงเลือกนายกฯ

การจัดซื้อเรือดำน้ำ จะสะดุดลงหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เปิดเผย ล่าสุดต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุย วางไทม์ไลน์ หากกองทัพเรือยืนยันดำเนินโครงการต่อ ทางการจีนจะต้องสนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมให้กองทัพเรือ ยังอยู่ในขั้นเจรจา 

“เรื่องนี้ต้องเสนอให้รัฐบาลรับทราบ ส่วนตัดสินใจรับหรือไม่รับ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาข้อมูล การเจรจาที่ทำไว้กับจีน ต้องเสนอรัฐบาลชุดใหม่ด้วย โดยทุกครั้งที่มีการพูดคุยกับจีนต้องมีการแจ้งรัฐบาลทุกครั้ง”
 

นอกจากเรือดำน้ำแล้ว ยังมีการจัดหายุทโธปกรณ์อื่นๆ ที่กองทัพเรือของบสนับสนุนก่อนจะมีเลือกตั้ง พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เป็นไปตามโครงสร้างยุทธศาสตร์กองทัพเรือแผนระยะยาว มีการขออนุมัติจากรัฐบาลจัดซื้อ เช่น เรือรบทดแทนเรือรุ่นเก่าที่ใช้งานมานาน , อากาศยานไร้คนขับเพื่อทดแทนเครื่องบินลาดตระเวน ซึ่งดำเนินการไปตั้งแต่งบประมาณปีที่แล้ว ตอนนี้เป็นขั้นตอนตรวจรับ และฝึกกำลังพลให้พร้อมใช้งานยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ 

ส่วนประเด็น สว. โหวตเลือกนายกฯ โดย ผบ.เหล่าทัพ ก็มีตำแหน่ง สว. ด้วยนั้น พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการโหวต เพราะตามกระบวนการประชาธิปไตย พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากต้องทำการรวบรวมเสียงและเจรจาจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอเข้าสภา ส่วน ผบ.เหล่าทัพ จะเห็นตรงกันหรือไม่ “ก็ยังไม่ถึงเวลา” 
 

ส่วนการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลด้วยพรรคการเมืองใหม่ๆ จะทำให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ก็ต้องดูนโยบายที่วางไว้ในอนาคต ตอนนี้ยังไม่มีรายชัดเจน มีเพียงข้อมูลที่หาเสียงกับประชาชนไว้ ซึ่งหากเกิดเหตุการลงถนนหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง พล.ร.อ.เชิงชาย มองว่า ยังไม่ถึงเวลานั้น ต้องดูสถานการณ์เจรจาของพรรคร่วมรัฐบาล

ก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย “แน่นอนครับ เราอยากให้การตั้งรัฐบาล เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้ง และไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ส่วนกองทัพก็เป็นกลไกของรัฐบาล ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะรัฐบาลใดก็ต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว”

วืด! ‘พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ฯ’ ไทยสร้างไทย จี้ ‘ประยุทธ์’ แสดงสปิริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549267

18 พ.ค. 2566

วืด! 'พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ฯ' ไทยสร้างไทย จี้ ‘ประยุทธ์’ แสดงสปิริต

วืด! พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ฯ ศาลชี้ขัดรัฐธรรมนูญ ‘ชวลิต วิชยสุทธิ์’ ไทยสร้างไทย จี้ ‘ประยุทธ์’ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คงไม่ต้องรอให้มีการยื่นถอดถอน ควรแสดงสปิริตทางการเมือง

ที่พรรคไทยสร้างไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย และอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายพ.ศ.2565 พ.ศ.2566 หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า ‘พ.ร.บ.อุ้มหายฯ’ ให้สัมภาษณ์หลังรธน.วินิจฉัย ไม่เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยเห็นว่า พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ที่ออกโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำการขัดรัฐธรรมนูญ

กล่าวโดยสรุป พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มีผลบังคับใช้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ส่วน พ.ร.ก.เลื่อนการบังคับใช้ ก็ตกไป เพราะขัดรัฐธรรมนูญ

พ.ร.บ.อุ้มหายฯ นับเป็นผลงานชิ้นเอกของรัฐสภาชุดที่ผ่านมา ซึ่งตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ฉบับนี้ร่วมกับเพื่อนคณะกรรมาธิการ ฯ จากทุกพรรคการเมือง ได้ทุ่มเททำงานร่วมกันจนเป็นผลสำเร็จ จนได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา 

กฎหมายฉบับนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการปฏิรูปกระบวนยุติธรรมชั้นต้นขนาดย่อมๆ ซึ่งเป็นประตูที่จะเปิดทางในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบในโอกาสต่อไป

“รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แม้เป็นรัฐบาลรักษาการ ก็ควรรับผิดชอบทางการเมือง เพราะรัฐบาลได้กระทำการออก พ.ร.ก.ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง เมื่อกรณีการวินิจฉัยของศาล รธน. ชัดเจนเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คงไม่ต้องรอให้มีการยื่นถอดถอน ควรแสดงสปิริตทางการเมืองเสียแต่บัดนี้”อดีตประธาน กมธ. พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กล่าว

เข้าใจ ‘ปฎิบัติการ IO’ พลังการตลาด แย่งคะแนน ทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549265

18 พ.ค. 2566

เข้าใจ 'ปฎิบัติการ IO' พลังการตลาด แย่งคะแนน ทางการเมือง

ทำความเข้าใจ ‘ปฎิบัติการ IO กับ user generated content UGC’ พลังการตลาด แย่งคะแนน ทางการเมือง เป็นที่มา ‘ไอโอก้าวไกล’

“นี่คือขบวนการ “ไอโอก้าวไกล” เป็นแท็คติกที่ยัดเพื่อไทยเข้ากับกลุ่ม 2 ลุง เพราะคนไม่ชอบ กว่าเราจะดิ้นออกมาได้ ก็ช้าไปหน่อย เครื่องไม้เครื่องมือของเราก็ไม่มี เราไม่มีเอไอ ไม่มีแอ๊คเคาท์หลุม ไม่มีโรบ็อท เราเลยถูกบังคับให้เป็นคนดีที่เสียแล้ว” คู่แข่ง มีปฎิบัติการ IO ใช้ในการกระจายข่าว นั่นเป็นคำพูดของ “ทักษิณ” ที่พูดชัด ในรายการแคร์ทอล์ค เป็นที่มาทำให้พรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้การเลือกตั้ง

“ปฎิบัติการ IO” ความหมายของมัน มาจากคำว่า “Information Operation” หรือ ปฎิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร โดยใช้สื่อออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโจมตีฝ่ายตรงกันข้ามอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นความหมายในมุมกว้าง

ภาพประกอบ ปฎิบัติการ IOภาพประกอบ ปฎิบัติการ IO

ปฎิบัติการ IO คืออะไร

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน อธิบายกับ “คมชัดลึก” ไว้อย่างเข้าใจง่ายๆ ว่า ไอโอ (IO) เกิดมาตั้งแต่ยุคโบราณ เช่น สองประเทศรบกัน ก็จะมีการปล่อยข่าว เพื่อทำลายขวัญและกำลังใจฝ่ายตรงข้าม

“อาจจะบอกว่า แม่ทัพตายแล้ว แม่ทัพหนีแล้ว แต่ต่อมามีการพัฒนาขึ้น มีสื่อสารมวลชน ก็จะมีการใช้ IO ผ่านสื่อต่างๆ ในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม มีทั้ง การปล่อยข่าวลวง, การใส่ร้าย, การโจมตี เรียกว่าปฎิบัติการด้านจิตวิทยา โดยเฉพาะในช่วงของการทำสงคราม” ดร.มานะ อธิบาย

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์

ปฎิบัติการ IO กับการเมือง

แต่หากในมิติทางการเมือง ดร.มานะ อธิบายว่า จะมีการใช้ IO ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่จะเป็นหน่วยงาน หรือองค์กร ในการใช้เครื่องมือสื่อสาร ถ้าสมัยก่อน ก็จะใช้วิทยุ, ทีวี หรือหนังสือพิมพ์ ในการโจมตี หรือเผยแพร่ข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง เช่น ในยุคสงครามเย็น เราจะได้เห็น IO ในการที่บอกว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป คอมมิวนิสต์เป็นยักษ์ เป็นมาร เพื่อทำให้คนในสังคมนั้นๆ เชื่อ หรือ คล้อยตาม นี่คือ IO ในช่วงก่อนที่จะมีโซเชียลมีเดีย 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า ลักษณะของบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ที่เชื่อว่าเป็น IO นั้น มักจะถูกสังเกตได้จากการที่เป็นบัญชีที่ไม่เปิดเผยชื่อ และรูปภาพโปรไฟล์จริง หรือที่เรียกกันว่า “บัญชีอวตาร” (avatar) ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ใน 2 ประการ คือ ประการแรก ใช้เพื่อติดตามผู้ใช้งานอื่น หรือแฟนเพจ-ทวิตเตอร์ ที่เผยแพร่ข้อมูลสนับสนุนรัฐบาล หรือติดตามผู้ใช้งานที่เป็น IO ด้วยกัน เพื่อเพิ่มจำนวนคนที่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ประการที่สองใช้เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ที่แสดงความคิดเห็นตรงข้ามกับรัฐบาล

“เหมือนเป็นการปั่นให้คล้อยตาม และต้องการใส่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อทำให้คนในสังคมเชื่อ หรือคล้อยตาม” แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกล ดร.มานะ เชื่อว่า มาจาก user generated content (UGC)

ภาพประกอบ user generated contentภาพประกอบ user generated content

User generated Content คืออะไร

User-generated Content หรือ UGC คือเนื้อหาคอนเทนต์ทุกประเภท ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเหล่าผู้บริโภคตัวจริง และมีความเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรือแบรนด์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโพสต์รีวิวสินค้าบนเฟซบุ๊ก, ภาพถ่ายคู่กับสินค้าที่ถูกโพสต์ลงในอินสตาแกรม, ทวิตต่างๆ จนไปถึงบทความ และกระทู้บนเว็บบอร์ดทั่วไป ซึ่งต้องเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ได้เกิดจากคนที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ และไม่ใช่คนที่ได้ผลประโยชน์จากแบรนด์นั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง IO กับ user generated content (UGC)

ดร.มานะ อธิบายความแตกต่างระหว่าง IO กับ UGC ว่า  IO เป็นปฎิบัติการหวังทำลายฝ่ายตรงข้าม ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่อาจจะเป็นเท็จ หรือเป็นจริงด้วย เช่น เรื่องของฐานทัพอเมริกา จะตั้งในประเทศไทย นี่คือ ปฎิบัติการ IO ผ่านหน่วยงานรัฐ แพร่กระจายออกไป ทั้งสื่อปกติ และโซเชียลมีเดีย โดยไม่สามารถหาต้นทางได้ว่า มีการพูดจริงหรือไม่

แต่ UGC เกิดขึ้นมาในช่วงที่มีโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในช่วงหลัง โซเชียลมีเดีย อย่าง Tiktok มีแอปพลิเคชันที่คนธรรมดาทั่วไป สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ด้วยตัวเองง่ายขึ้น เมื่อนำไปเกี่ยวโยงในเรื่องประเด็นทางการเมือง จึงเกิดการนำมาเล่นลูกเล่นของแต่ละคนได้มากขึ้น

“อย่างก้าวไกล เจาะจงที่จะใช้ประโยชน์จาก UGC ค่อนข้างชัดเจน เช่น ใช้คำว่า “กาก้าวไกล” เป็นการเปิดช่องให้มีการครีเอทคอนเทนต์ได้เยอะ หรือ ครีเอทใน Tiktok มีคลิป แบรนด์สีส้ม มันมีลูกเล่นให้คนที่เป็นแฟนคลับ หรือ ด้อมส้ม เอาไปเล่นค่อนข้างเยอะ พอมีคอนเทนต์โดนใจ เขาก็จะเล่นได้ง่ายขึ้น และไปโดนใจกลุ่มเป้าหมายของเค้า เค้าจึงใช้วิธีที่เรียกว่า หัวคะแนนตามธรรมชาติ กระจายออกไปตามช่องทางของตัวเองได้มากขึ้น” ดร.มานะ อธิบาย

ภาพประกอบปฎิบัติการ IOภาพประกอบปฎิบัติการ IO

อย่างไรก็ตาม สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ คือ IO เป็นการแสดงความเห็นหรือนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับปฏิบัติการ ในพื้นที่สื่อออนไลน์ ทั้งโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผย 

ขอบคุณภาพจาก Love Pic

‘วิษณุ’ แนะให้เอาไมตรีไปแลกเสียง โหวตเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549258

18 พ.ค. 2566

‘วิษณุ’ แนะให้เอาไมตรีไปแลกเสียง โหวตเลือกนายกฯ

‘วิษณุ’ เปรียบรัฐบาลก้าวไกล ยิ่งกว่าเรือเหล็ก เสียงทะลุ 300 มั่นคงแล้ว แนะ ให้เอาไมตรีไปแลกเสียงโหวต อย่าด่าทอกัน ชี้ โหวตแคนดิเดตนายกฯ ชื่อเดิมซ้ำๆ ได้ แม้รอบแรกไม่ผ่าน

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ห่วงจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ว่า ไม่ทราบ ตนตามเรื่องเท่าที่สื่อมวลชนเสนอ ไม่รู้อะไรมากกว่านั้น ตอนนี้รอดูว่าจะรวบรวมเสียงเป็นปึกเป็นแผ่นได้หรือไม่ เท่าที่ทราบปัจจุบันรวบรวม 313 เสียง มันก็มั่นคงถาวรแล้ว ซึ่งเสียงเกิน 250 ถือว่ามั่นคงแล้ว รัฐบาลที่แล้วตนยังบอกว่าเรือเหล็กเลย แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่าเหล็กอีก

ต่อข้อถาม ต้องอาศัยเสียง สว.อีก 60 กว่าเสียง นายวิษณุ กล่าวว่า อาศัยในช่วงของการโหวตเลือกนายกฯ และอาจจะต้องอาศัยอีกในตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ตนถึงได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่าเชื่อเถอะว่าปรารถนาสารพัดในปฐพี เอาไมตรีแลกได้ดังใจจง ตนยังยืนยันแบบนี้อยู่ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันไป ยังมีเวลาอีกตั้ง 60 วัน กว่าจะประกาศรายชื่อ สส. และกว่าจะถึงเวลาเลือกนายกรัฐมนตรี บวกเข้าไปอีกร่วม 30 วัน รวมแล้ว 3 เดือน

ต้องใช้เวลาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่ว่าไปด่าทอกัน หรือประชดประชันกัน มันต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ เพราะต่างก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของรัฐสภา มันไม่ใช่แค่ทำงานฉาบฉวย สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่ใช่ภารกิจยุ่งยากเท่าไหร่ แต่การผ่านกฎหมาย การอะไรต่ออะไรยังมีมากกว่านี้ และหลายคนใน 7-8 พรรคนี้ก็พยายามประสาน เพราะเขามีพรรคพวกเพื่อนฝูงอยู่ ฉะนั้น ใช้เวลาตอนนี้ให้เป็นประโยชน์ อย่าลงมือด่าทอตบตีกันตั้งแต่วันแรก

เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคก้าวไกลรวมกับพรรคอื่นได้ 8 พรรคแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า กี่พรรคก็ช่าง แต่ตนเห็นว่ามันมั่นคงแล้ว เมื่อถามว่า ไม่เยอะเกินไปใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่แกนนำรัฐบาลจะไปคิดกัน เราจะไปวิจารณ์เขาได้อย่างไรว่าเยอะไป ถ้าเขาได้ 500 ยิ่งดีใหญ่

ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย หากโหวตชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนใดคนหนึ่งไปแล้ว แต่ไม่ผ่าน จะสามารถนำชื่อเดิมกลับมาโหวตอีกได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ได้ โหวตมันทุกวันน่ะแหละ ชื่อเดิมก็ได้”

เมื่อถามว่า พรรคอันดับ 2 จะสามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯขึ้นไปก็ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ทุกอย่าง มันต้องอาศัยเสียงกึ่งหนึ่งในรอบแรก เพราะว่ามาตรา 272 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ต้องมีความเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภาที่มีอยู่ ซึ่งคือ 376 เสียง แต่ถ้าไม่สำเร็จก็โหวตอีก โหวตไปโหวตมาจนกระทั่งในที่สุดจะเปลี่ยนไปใช้มาตรา 272 วรรคสองก็แล้วแต่ หรือจะโหวตซ้ำมาตรา 272 วรรคหนึ่งก็ได้ ไม่เป็นไร เพราะมันอาจจะมีเหตุผลใหม่ๆ ดีๆ และมีคนเปลี่ยนใจเพิ่มขึ้นก็ได้ สำคัญคือ วันแรก ด่านแรก ในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร