‘สุวัจน์’ ชี้ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 313 เสียงมีเสถียรภาพมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549255

18 พ.ค. 2566

‘สุวัจน์’ ชี้ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 313 เสียงมีเสถียรภาพมาก

‘สุวัจน์’ แนะสปิริตทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ต้องหันหน้าพูดคุยกันเพื่อบ้านเมือง ชี้ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 313 เสียงในระบบรัฐสภาถือว่ามีเสถียรภาพมาก ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมเป็นทั้ง ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานฉลองครบรอบ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคชาติพัฒนากล้า เดินทางมาร่วมพิธีด้วย ซึ่งก่อนพิธี นายสุวัจน์ ได้เข้ากราบสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ต่อการจัดตั้งรัฐบาล ว่าบรรยากาศตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หลายพรรคการเมืองแสดงสปิริตทางการเมือง ในการเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับที่ 1 เป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการในการจัดตั้งรัฐบาล 

แต่หลังจากนี้ไปก็คงต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการจาก กกต.ก่อน ซึ่งจะต้องรับรองผล 95% ภายใน 60 วัน ก่อนที่จะมีการเลือกประธานรัฐสภา และนายกรัฐมนตรี

ส่วนพรรคชาติพัฒนากล้า ถือว่าครั้งนี้ได้ สส.เพียง 2 คนไม่สามารถทำอะไรได้มาก พร้อมที่จะเป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อทาบทามมาที่พรรคชาติพัฒนากล้าแต่อย่างใด

พิธีพุทธาภิเษกเหรียญ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

จัดตั้งรัฐบาล 313 เสียง ชี้มีเสถียรภาพมาก

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ที่พรรคก้าวไกลสามารถรวมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้ถึง 313 เสียง ถ้าพูดถึงเฉพาะระบบรัฐสภาก็ถือว่ามีเสถียรภาพมาก เพราะตนเองก็พูดมาโดยตลอดในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่ารัฐบาลที่มีเสถียรภาพต้องมีอย่างน้อย 300 เสียงขึ้นไป

แต่ด้วยกติกาครั้งนี้ที่มีบทเฉพาะกาล ซึ่งจะต้องอาศัยเสียงของ สว. 250 เสียง เข้ามาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีกับ สส.500 เสียงด้วย เพื่อให้ได้เสียงเกิน 375 เสียง จึงทำให้ต้องมารอลุ้นเสียงของ สว.ด้วยว่าการตัดสินใจของ สว.จะออกมาเช่นไร

“การเมืองวันนี้ต้องหันหน้าเข้าหากันพูดคุยกัน อะไรที่ไม่เข้าใจกัน เพราะหลังเลือกตั้งแล้วเป็นเรื่องของบ้านเมือง ก่อนเลือกตั้งเป็นเรื่องการเมือง วันนี้ถ้าพูดคุยกันได้บางที ความเข้าใจผิดหรืออะไรต่างๆ มันก็จะคลี่คลายไป อันนี้ก็เป็นวิธีการที่ฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลต้องไปดําเนินการว่าทําอย่างไรที่จะได้เสียงจากท่านวุฒิสมาชิก มาสนับสนุนให้เพียงพอ”นายสุวัจน์ กล่าว

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

‘พรรคเป็นธรรม’ ชงยกเลิกกฎหมายพิเศษ ‘ชายแดนใต้’ ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549250

18 พ.ค. 2566

'พรรคเป็นธรรม' ชงยกเลิกกฎหมายพิเศษ 'ชายแดนใต้' ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ

‘พรรคเป็นธรรม’ เสนอยกเลิกกฎหมายพิเศษ ‘ชายแดนใต้’ เตรียมยกระดับ ‘สันติภาพ’ วาระแห่งชาติ ฟาดรัฐบาลทำงานไม่จริงจัง พร้อมจับมือ ‘พรรคประชาชาติ’ แก้ปัญหาสะสมนาน 10 ปี

นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม 1 ในพรรคจัดตั้งรัฐบาล เตรียมผลักดันการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ หลังจากมองว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่แก้ปัญหาจริงจัง 

โดยเปิดเผยภายหลัง 8 พรรค ร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล ยืนยัน มีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรคก้าวไกล เชิงประชาธิปไตยที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ

นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรมนายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม

เมื่อถามย้ำว่าอุดมการณ์เดียวกัน คือ การยกเลิกกฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ นายกัณวีรย์ กล่าวว่า พรรคเป็นธรรมและพรรคก้าวไกล คล้ายคลึงกันเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสันติภาพ ยกระดับสร้างเสถียรภาพเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ไม่สามารถยกระดับขึ้นมาได้ ยังใช้ส่วนราชการในการพูดคุยเจรจา ดังนั้นพรรคเป็นธรรมเสนอกรอบการสร้างสันติภาพโดยใช้หลักเวทีสากลเข้ามาปรับใช้ ซึ่งเวทีระหว่างประเทศใช้มานานแล้ว หากไม่ยอมยกระดับเป็นวาระแห่งชาติก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ประเทศไทยกลัวอย่างเดียว คือ การทำทุกอย่างให้เป็นสากล

“เราจึงเสนอให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ การปฏิรูปข้าราชการ รวมถึงสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนที่ไปติดขัดมาตราต่างๆเป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดันและการยกระดับ จำเป็นต้องสู่วาระแห่งชาติ ถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถนำเรื่องนี้ไปถกแถลงในรัฐสภาได้ ก็แสดงถึงความไม่จริงใจ ครั้งนี้ถ้ารัฐบาลชุดใหม่เข้ามาจะต้องยกระดับขึ้นให้ได้”

นายกัณวีรย์ ยืนยัน นโยบายดังกล่าวไม่ได้ทับซ้อนกับพรรคประชาชาติและไม่ได้เป็นอุปสรรค สามารถทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี เพราะพรรคประชาชาติเป็นเจ้าของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็เป็นพรรคใหม่ แต่เรามีความเข้าใจในรายละเอียดบริบทสังคมและภาคประชาชน เพราะทุกคนที่อยู่ในพรรคเป็นธรรมที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นลูกหลานชาวปัตตานี จะใช้คนที่ทำงานเป็นนักต่อสู้ เพราะเราก็เคยเป็นนักต่อสู้บนท้องถนน วันนี้เราพร้อมที่จะเข้าไปต่อสู้ในรัฐสภาแล้ว

โดยประชาชนจะต้องเป็นผู้นำสร้างสันติภาพ เพราะปัญหาตอนนี้ คือ ประชาชนโดนไว้ข้างหลัง คนที่เจรจาจะเป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียวและอีกฝั่งคือผู้เจรจา จะเห็นชัดเจนว่า สันติภาพ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อประชาธิปไตยเต็มใบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เห็นและไม่เคยเกิดขึ้น แต่มีการรัฐประหารซ้ำซ้อน ทำให้กระบวนการสันติภาพชะงักไปหลายครั้ง ครั้งนี้ประชาธิปไตยกลับมาแล้ว พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยจริงๆ 

นายกัณวีรย์ ระบุหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น ก็ไม่กลัว พร้อมพลิกผ่านไปเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งชอบ เพราะตอนนี้ขาดคนพูดจริง ในเรื่องจริง ฉะนั้นไม่หวั่นว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน สามารถทำหน้าที่นั้นได้แน่นอน

นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรมนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม

‘นพ.ชลน่าน’ ยอมรับ MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล2566’ เห็นแย้ง ‘ก้าวไกล’ เยอะพอสมควร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549249

18 พ.ค. 2566

'นพ.ชลน่าน' ยอมรับ MOU 'จัดตั้งรัฐบาล2566' เห็นแย้ง 'ก้าวไกล' เยอะพอสมควร

‘นพ.ชลน่าน’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โยน MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล2566’ ให้คณะกรรมการพิจารณา ยอมรับเห็นไม่ตรง ‘ก้าวไกล’ เยอะพอสมควร แต่ไม่มีปัญหาประเด็น แก้ม.112

ที่โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ภายหลังการแถลงข่าว “จัดตั้งรัฐบาล2566” ของ 8 พรรคการเมืองนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังการแถลง “จัดตั้งรัฐบาล2566” โดยพรรคก้าวไกล เพื่อไทย และพรรคอื่นๆ รวม 8 พรรค ว่า ขณะนี้เห็น MOU ในการจัดตั้งรัฐบาล มีการทำงานร่วมกันแล้ว

โดยพรรคแกนนำหลักเป็นคนยกร่างมา และหากตรงไหนรับไม่ได้ “เราก็บอกเขาว่าตรงนี้เอาไปปรับแก้นะ” จะเป็นการพูดคุยในลักษณะแบบนี้ ข้อมูลประเด็นข้อห่วงใยต่างๆ จะอยู่ใน MOU และได้มีการปรับแก้แล้ว มีบางข้อที่พรรคเพื่อไทยเห็นแย้ง เยอะพอสมควร

'นพ.ชลน่าน' ยอมรับ MOU 'จัดตั้งรัฐบาล2566' เห็นแย้ง 'ก้าวไกล' เยอะพอสมควร

เมื่อถามว่า แล้วแบบนี้จะบรรลุข้อตกลงกันหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อธิบายว่า ก็ต้องมานั่งพูดคุยกัน เพราะพรรคการเมืองแกนนำหลักก็เปิดโอกาสให้เติมเต็มแล้วพูดคุยกัน พูดง่ายๆ อย่างเรื่องของการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน มันก็มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งแล้ว เพียงแต่ว่าหากเป็นลายลักษณ์อักษรก็มาเขียนกันใน MOU เท่านั้น ในขั้นตอนนี้อาจจะกล่าวได้ว่า MOU อาจจะเป็นตัวที่ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้

'นพ.ชลน่าน' ยอมรับ MOU 'จัดตั้งรัฐบาล2566' เห็นแย้ง 'ก้าวไกล' เยอะพอสมควร

เมื่อถามในฝั่งพรรคเพื่อไทย น่าจะมีการแก้ MOU เยอะใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า เขาส่งแต่เพียงตัวยกร่างมาเท่านั้นเอง และพรรคก้าวไกลเขาก็ไม่ยึดติดว่าต้องเป็นไปในตามนี้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพือ่ไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพือ่ไทย

เมื่อถามเรื่อง การแก้ ม.112 ใน MOU หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ตอบว่า เรื่องนี้ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ และในดราฟท์ของ MOU จากพรรคก้าวไกลไม่มีการเขียนเรื่องนี้อยู่เลย และใน MOU ไม่ได้ยึดเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักแต่อย่างใด และขณะนี้ MOU ก็ยังเขียนไม่เสร็จ เขาเพียงแต่ส่งให้พรรคเพื่อไทยดูเท่านั้นว่าจะช่วยกันปรับแก้อย่างไร

พิธา ลิ้มเจริญรัฐ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัฐ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ “จัดตั้งรัฐบาล” พรรคการเมืองร่วม 8 พรรค จะมีการเซ็น MOU เกิดขึ้นในวันที่ 22 พ.ค. 2566 และจะมีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนด้วย และเป็นที่ทราบกันดีว่าวันดังกล่าว เป็นวันครบรอบการรัฐประหารในปี 2557 

พิธา นำทีม ก้าวไกล ขอบคุณคะแนนเสียงที่ นนทบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549234

18 พ.ค. 2566

พิธา นำทีม ก้าวไกล ขอบคุณคะแนนเสียงที่ นนทบุรี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คาราวานตระเวนขอบคุณคะแนนเสียงจากประชาชนหลังสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้ง 2566 ได้ส.สยกจังหวัด 8 เขต

จากกรณีพรรคก้าวไกล ชนะการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2566 สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมได้นั้น  

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในกิจกรรมขอบคุณคะแนนเสียง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในกิจกรรมขอบคุณคะแนนเสียง

หลายพื้นที่ในการเลือกคั้ง2566 พรรคก้าวไกลสามารถ สร้างปรากฏการณ์ได้ผู้สมัคร สส.ทุกเขตยกทั้งหวัด หนึ่งในนั้น คือ นนทบุรี ที่สามรถได้ สส.ครบทั้ง 8 เขต 

ล่าสุดทางพรรคก้าวไกล ประกาศกำหนดการของการทำกิจกรรมขอบคุณประชาชนที่มอบคะแนนให้ โดย มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคร่วมจอบคุณประชาชนด้วย 

สำหรับกำหนดการกิจกรรมขอบคุณประชาชน ในจ.นนทบุรี  เวลา 16.00-19.00 น. เริ่มต้นจาก
ลานจอดรถโลตัสปากเกร็ด  ท่าน้ำหัวถนนปากเกร็ด  แยกปากเกร็ด  เข้า ถ.ติวานนท์  เข้า ถ.พิบูลสงคราม ท่าน้ำนนท์ ถ.ประชาราษฎร์ ถ.ติวานนท์  ถ.รัตนาธิเบศร์ และไปสิ้นสุดที่ ตลาดนกฮูก 

‘จัดตั้งรัฐบาล’ นัดแรกแค่อ่านร่าง ‘MOU’ ชัดเจน 22 พ.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549233

18 พ.ค. 2566

'จัดตั้งรัฐบาล' นัดแรกแค่อ่านร่าง 'MOU' ชัดเจน 22 พ.ค. นี้

22 พ.ค. 66 เปิด ‘MOU’ รัฐบาลของประชาชน พิธามั่นใจ โหวตนายกฯไม่มีปัญหา เพราะเตรียมลู่ทางไว้หมดแล้ว ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ได้แน่

การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน ของ 8 พรรคการเมือง ยังไม่คืบหน้า เป็นเพียงการ พิจารณาข้อเสนอ MOU  ในเบื้องต้น ทุกพรรคจะร่วมกันแถลงต่อสาธารณชน ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาลเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยความเคารพในเสียงข้างมากของประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลยืนยันว่า ได้วางแนวทางไว้หลายรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้กังวลใจ เสียงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะมีโรดแมพ และฉากทัศน์ ที่ในการจะทำยังไงให้การจัดตั้งรัฐบาลผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนการทำความเข้าใจกับ สว. ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการที่ตั้งมา

เช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นที่จะมาร่วมรัฐบาลเพิ่มอีกหรือไม่  คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะเป็นผู้พิจารณา โดยจะพิจารณาในเรื่องจุดยืน นโยบาย ที่ทำร่วมกัน ยังมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยจะมีตัวเลขที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพ หาจุดตรงกลางให้ได้ พรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันจะเหนียวแน่นกลมเกลียวไม่ปล่อยมือกันแน่นอน

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งแล้ว MOU อาจจะเป็นตัวที่ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้

พรรคก้าวไกลส่งแต่เพียงตัวยกร่างมาแต่ไม่ยึดติดว่าต้องเป็นไปในตามนั้น เช่นเดียวกับเรื่อง การแก้ ม.112 ใน MOU เรื่องนี้ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ และใน Draft ของ MOU จากพรรคก้าวไกลไม่มีการเขียนเรื่องนี้อยู่  ขณะนี้ MOU ยังเขียนไม่เสร็จ เขาเพียงแต่ส่งให้พรรคเพื่อไทยดูเท่านั้นว่าจะช่วยกันปรับแก้อย่างไร

วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า พรรคประชาชาติเราเคารพในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนคนไทยทุกคน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้มอบและให้ความไว้วางใจและพรรคก้าวไกลมีเสียงข้างมากที่สุดของพรรคการเมืองทุกพรรค ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประชาชนต้องการผู้นำรัฐบาลที่มาจากพรรคก้าวไกล และด้วยความเคารพคะแนนเสียงของประชาชน พรรคประชาชาติจึงขอสนับสนุนนายพิธา ในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคประชาชาติ ยินดีให้ความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทย ได้พูดเป็นสัญญาประชาคม ว่า สนับสนุนให้ทุกฝ่ายเดินตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อพรรคก้าวไกล ได้มติจากประชาชน  พรรคไทยสร้างไทย ยังย้ำว่า ยืนยันตั้งแต่วันแรก ว่าจะยกมือสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำจุดยืน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549239

18 พ.ค. 2566

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำจุดยืน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

‘สุดารัตน์’ ย้ำจุดยืนไทยสร้างไทย ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จ่อคุยรายละเอียด เพื่อไม่ให้ใครใช้เป็นอำนาจกลั่นแกล้ง-ทำลายคนอื่น ยืนยันโหวตหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

ที่โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ภายหลังการแถลงข่าว “จัดตั้งรัฐบาล2566” ของ 8 พรรคการเมืองนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวยืนยัน ว่า พรรคไทยสร้างไทย ได้พูดเป็นสัญญาประชาคม ว่า สนับสนุนให้ทุกฝ่ายเดิมตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อ พรรคก้าวไกล ได้ฉันทามติจากประชาชน พรรคไทยสร้างไทย ยังย้ำว่า ยืนยันตั้งแต่วันแรก ว่าจะยกมือสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตนน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนข้อตกลงเรื่องนโยบาย ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่ง หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยขอยืนยันว่า การทำนโยบายจะทำเพื่อประชาชนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญกว่าการแบ่งกระทรวง

เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่มองว่า หากเป็นรัฐบาล เพื่อแบ่งกระทรวงในการทำมาหากิน ก็ไม่จะเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แต่มุ่งหมายทำเพื่อประชาชน ต้องการให้ประเทศไทยไปยืนอยู่บนแผนที่โลกให้ได้

ไทยสร้างไทย เป็นหนึ่งใน 8 พรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล2566 ไทยสร้างไทย เป็นหนึ่งใน 8 พรรคการเมืองร่วมจัดตั้งรัฐบาล2566

สำหรับจุดยืน ม.112 นั้น พรรคไทยสร้างไทยชัดเจน ว่า ต้องรักษาชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ดังนั้น การจะทำอะไรให้สถาบันเสื่อมเสียนั้น ต้องปกป้อง 

ส่วนการที่มีผู้มีอำนาจ มาใช้ ม.112 กลั่นแกล้ง ทำลายบุคคล ต้องนำมาพิจารณา เพื่อปกป้องสถาบันไม่ให้ใครนำไปเป็นอำนาจทำร้ายคนอื่น

สุดารันต์ ย้ำโหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งนายกฯ คนที่ 30สุดารันต์ ย้ำโหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั่งนายกฯ คนที่ 30

ส่วนการจะลงรายละเอียด ของจุดยืนแต่ละพรรคต้องคุยกัน ไม่ใช่เพียง ม.122 แต่ทุกนโยบาย

เตือน ‘ผู้สมัคร สส.’ เร่งเก็บ ‘ป้ายหาเสียง’ ก่อนฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549224

18 พ.ค. 2566

เตือน 'ผู้สมัคร สส.' เร่งเก็บ 'ป้ายหาเสียง' ก่อนฤดูฝน

จี้ ‘ผู้สมัคร สส.’ 50 เขต เร่งจัดเก็บ ‘ป้ายหาเสียง’ ขีดเส้นถึงวันที่ 19 พ.ค. 66 นี้ ก่อนมอบหมายสำนักรักษาความสะอาด เก็บกวาดแทน

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสถานที่ติดแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจนที่ผู้สมัคร ฯต้องดำเนินการ จัดเก็บให้แล้วเสร็จ  แต่ประชาชาชนทั่วไป จะเก็บเอาไปใช้ตามใจไม่ได้  เพราะเข้าข่ายลักทรัพย์

การเก็บป้ายหาเสียงถือเป็นหน้าที่ของผู้สมัคร สส. ต้องตามเก็บป้ายของตัวเอง ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการทำสัญญากับร้านที่ติดตั้งว่า รวมค่าจ้างถอดป้ายด้วย ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นต้น  แต่หากผู้สมัครไม่เก็บป้าย เจ้าของพื้นที่คือ กทม. หรือเทศบาล หรือหน่วยราชการที่ดูแลในพื้นที่จะเป็นผู้จัดเก็บเรียกค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ พร้อมดำเนินคดี ตามกฎหมายรักษาความสะอาด

โดยปลัดกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการ 50 เขต แจ้งผู้สมัคร สส.ส่งทีมงาน เร่งจัดเก็บป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ออกจากต้นไม้ริมทาง และตามท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ ภายในวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ ให้เวลา 3 วันดำเนินการให้เสร็จสิ้น ก่อนที่ กรุงเทพมหานคร จะให้เจ้าหน้าที่เขต ออกไปจัดเก็บป้ายออกเอง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยแก่ประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง สส. ที่ยังตกต้างอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ประชาชนไม่สามารถเก็บได้ เพราะถือเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร สส. หรือ เจ้าของป้ายหาเสียง หากผู้ใดมีพฤติกรรมการทำลายป้ายหาเสียง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งก็มีโทษในอัตราเดียวกัน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงการเก็บป้ายหาเสียง ว่า ป้ายหาเสียงเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร  ซาเล้ง หรือคนทั่วไปไปเก็บแทน มีข้อหาลักทรัพย์ ยกเว้นเจ้าของป้ายไม่ติดใจเอาความ

แต่หากประชาชน จะนำป้ายหาเสียงไปทำประโยชน์อื่น  เช่น ทำฝาบ้าน บังแดดร้าน หรือเอาไปตัดเย็บกระเป๋า  หากเจ้าของป้ายไม่ได้เป็นการสัญญาว่าจะให้ก็ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ผู้ช่วยปลัดฯร่วมมือเคนยาด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731686

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือ พลจัตวา โทมัส โจโรเก งางะ สังกัดกองทัพเรือสาธารณรัฐเคนยา พร้อมด้วยนายคิปทิเนสส์ ลินด์ซีย์ คิมโวเล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย และคณะผู้แทนจากวิทยาลัยป้องกันประเทศสาธารณรัฐเคนยา โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม พร้อมรับฟังบรรยายสรุปภารกิจกระทรวงเกษตรฯ และความร่วมมือด้านเกษตรของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (ค.ศ. 2023–2027) ซึ่งมีนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ยุทธศาสตร์ “3S” (Safety-Security-Sustainability) ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy)เศรษฐกิจหมุนเวียน (CircularEconomy) และเศรษฐกิจสีเขียว (GreenEconomy) โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง ได้แก่ ประสิทธิภาพสูงมาตรฐานสูง และ รายได้สูง รวมทั้งหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างกัน

สำหรับภาพรวมการค้าสินค้าเกษตร เคนยาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 74 ของไทย เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 56 ของไทย ระหว่างปี 2563-2565 การค้าระหว่างไทยกับเคนยา มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 6,948 ล้านบาท เป็นมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละ 6,203 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้าเฉลี่ยปีละ 745 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 1,895 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.27 ของมูลค่าการค้ารวมทุกสินค้า และมีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตร ร้อยละ 0.09 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับทั่วโลก

ปลัดฯร่วมงานกรมปศุสัตว์ เปิดศูนย์ฯโอกาสครบ81ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731688

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมปศุสัตว์ ครบรอบ 81 ปี พร้อมกันนั้น ได้อ่านสารแสดงความยินดีของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และไถ่ชีวิตโค-กระบือ รวม 82 ตัว พิธีเปิดป้ายศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร (Pet Food Service Center) เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะกรมปศุสัตว์ (DLD SMART DATA CENTER) และมอบโล่รางวัล

ทั้งนี้ ได้มี นายสัตวแพทย์สมชวนรัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพนายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.

รองปลัดฯถกอนุฯแผนงาน 5 ประเด็นใช้เงินกองทุนจัดรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731690

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกองทุนจัดรูปที่ดินครั้งที่ 1/2566 โดยมีผู้แทนจากกรมชลประทาน สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมบัญชีกลาง กรมที่ดิน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมการประชุม โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมมีมติรับทราบบันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2566 และรายงานผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจัดรูปที่ดิน ประจำปีบัญชี 2566 (ไตรมาส 1 และไตรมาส 2) 5 ด้าน ได้แก่ 1) ผลดำเนินงานด้านการเงิน 2) ด้านไม่ใช่การเงิน 3) ระบบบริหารความเสี่ยง 4) ระบบบริหารจัดการสารสนเทศ และ 5) ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล

2.ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานสถานะเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน (ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566) โดยมี รายรับ 1,154.96 ล้านบาทรายจ่ายและภาระผูกพัน 1,039.85 ล้านบาท สรุปเงินคงเหลือ 115.11 ล้านบาท 3.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนงานและวงเงินค่าใช้จ่าย ตามที่สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง ได้จัดทำแผนงานและโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ปี 2566 (เงินเหลือจ่าย ครั้งที่ 1) รวมวงเงิน 114.93 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม งานก่อสร้าง/งานปรับปรุง/งานซ่อมแซมจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม งานออกโฉนดที่ดิน โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการผลิตในแปลงเกษตร งบดำเนินงานปี 2566 หมวดค่าใช้จ่ายอื่น ได้แก่ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายของสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง และสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1-35 เป็นไปตามนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่รัฐบาลกำหนดไว้ และให้เลขานุการ ตรวจสอบและปรุงปรับเรื่องค่าจ้างที่ปรึกษาให้ถูกต้องตามรายละเอียดที่กำหนด

4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบคู่มือและแผนการบริหารความเสี่ยงของกองทุนจัดรูปที่ดิน ประจำปีบัญชี 2566 และเห็นควรให้ฝ่ายเลขานุการปรับปรุงแก้ไขบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง คณะอนุกรรมการพิจารณาแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกองทุนจัดรูปที่ดิน และ ผอ.สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางให้ถูกต้อง และหากคณะอนุกรรมการฯ พบข้อผิดพลาดคู่มือและแผนดังกล่าวในภายหลัง ให้แจ้งฝ่ายเลขานุการปรับปรุงแก้ไขต่อไป และ 5.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินผลผู้บริหารระดับสูง ประจำปีบัญชี 2566 และให้เลขานุการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขหน่วยวัด และน้ำหนัก (ร้อยละ) ให้ถูกต้องก่อนนำเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางต่อไป