กรมข้าวมุ่งชักชวน ให้ชาวนาปลูกข้าว แบบเปียกสลับแห้ง ขายคาร์บอนเครดิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740113

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับมลพิษทางอากาศที่มีอันตรายต่อสุขภาพ บางส่วนมีสาเหตุจากการเผาพื้นที่การเกษตร ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังส่งผลต่อชั้นบรรยากาศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และเกิดปัญหาค่ามลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่า ได้เข้ามาส่งเสริมและสร้างการรับรู้ถึงข้อดี ประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับจากการสร้างคาร์บอนเครดิต โดยชาวนาจะต้องทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเข้ามาร่วมด้วยในการทำนา เช่น การปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ทำให้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน น.ส.อมรรัตน์ อินทร์มั่น ผอ.สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ กล่าวว่า คาร์บอนเครดิต เป็นสิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถวัดปริมาณและสามารถนำไปซื้อขายในตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตได้ โดยการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มตลาดซื้อ-ขาย (Trading Platform) หรือ ศูนย์ซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย เปิดบัญชี T-VER credit กับ อบก. และซื้อ-ขายในระบบทวิภาค (Over-the-counter : OTC) ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ต้องการซื้อและผู้ขายโดยตรง

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดมหกรรม ‘สืบสาน งานพ่อ’ Agri Museum

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740325

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดมหกรรม ‘สืบสาน งานพ่อ’ Agri Museum

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดมหกรรม ‘สืบสาน งานพ่อ’ Agri Museum

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.29 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี จัดงานมหกรรม  “สืบสาน งานพ่อ” Agri Museum ระหว่างวันที่ 1 – 3 กรกฎาคม 2566 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมที่หลากหลาย นำไปสู่การสร้างความสุข สนุกสนาน ความซาบซึ้ง ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ ในการรักชาติ รักแผ่นดิน รักสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการขยายผลการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร ให้ผู้เข้างานได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง

พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดงานมหกรรม “สืบสาน งานพ่อ” Agri Museum เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ด้านการเกษตร เกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการพระราชดำริ ผ่านนิทรรศการของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นิทรรศการผู้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ที่เป็นต้นแบบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพึ่งตนเองได้ รวมกลุ่มเป็นพลังและพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคม ทำให้มีองค์ความรู้ที่ชัดแจ้ง พร้อมเผยแพร่และขยายผลให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้เรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป”  

นิทรรศการพิเศษเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน” จัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธาน พระราชกรณียกิจและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมถึงราษฎรได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจนก่อให้เกิดอาชีพและชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน เช่น การดำเนินงานโครงการหลวง  โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ โคกหนองนา เป็นต้น

เปิดให้ชมภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร บนผนังอาคาร 4 ชั้น ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดปทุมธานี โดยความร่วมมือจากโครงการ สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล และวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เท่านั้น พบกับกิจกรรม work shop โดยกลุ่มครูอาสา “ให้เบ็ด ดีกว่าให้ปลา” การหล่อเหรียญปูน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์  โดยประชาชนผู้มาร่วมงาน สามารถร่วมหล่อเหรียญได้เอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ และภาคีความร่วมมือ จัดเต็มกับนิทรรศการและการถ่ายทอดศาสตร์แห่งการพึ่งตนเองจากทฤษฎีสู่รูปธรรม โดยผู้ปฏิบัติตัวจริง ในนิทรรศการ “สืบสานงานพ่อ  ส่งต่อลูกหลาน” พบกับ 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ 1. ฐานข้าว ปลา นา น้ำ เรียนรู้รูปแบบการทำนาเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ในทุ่งนา ทั้งพืช ผัก สัตว์และแมลง ที่ทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศน์ 2. ฐานโคก ป่า ดิน นำเสนอการสร้างป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง  3. ฐานกาแฟ ถ่ายทอดวิถีชิวิตของผู้คนแต่ละท้องถิ่นผ่านเรื่องราวของกาแฟทั้ง 4 ภูมิภาค ตั้งแต่การปลูกสู่การสร้างตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ 4. ฐานตลาดต่อยอดเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งแรกกับการรวมตัวของตลาดชุมชน 4 แห่ง นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของการขยายผลแนวคิดตลาดเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคม พบกับตลาดซาวไฮ่ จ.อุทัยธานี กาดขี้เมี่ยง จ.แพร่ ตลาดปันรักษ์ขุนเลย จ.เลย และตลาดในสวนอเร็งญา จ.ขอนแก่น

นิทรรศการพิเศษ “จากกาแฟ 1 ต้น สู่อาชีพที่ยั่งยืน” ครั้งแรกกับการรวมตัวของร้านกาแฟ ที่คนรักกาแฟห้ามพลาด ได้แก่  ร้านชูใจ จ.เชียงใหม่ ร้าน TOKI Organic FARM จ.เชียงใหม่ ร้านโพย่า จ.กาญจนบุรี ร้านกาแฟช้างป่า จ.กาญจนบุรี ร้าน TABLA CRAFT Coffee จ.นนทบุรี ร้าน Nap’s Coffee Roasters x BKK จ.อุบลราชธานี และร้าน Santipanich จ.สระบุรี ที่แสดงถึงการสนองพระราชปณิธาน การสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมุ่งส่งเสริมการปลูกกาแฟหนึ่งในพืชเศรษฐกิจโดยมีเป้าประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนา สร้างอาชีพที่ยั่งยืน

จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเปิดให้เรียนรู้ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online กว่า 12 วิชา อาทิ หลักสูตรทฤษฎีความสุขจากพ่อสู่ลูก โดยอาจารย์สิทธิชัย รื่นภาคแดน Family Organic Farm จ.ชัยนาท หลักสูตร 9 รู้ 9 รอด สู้วิกฤตเอลนีโญ โดยอาจารย์เฉลิม พีรี เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.กำแพงเพชร หลักสูตรเกษตรประหยัดน้ำ แบบ อ.ทอง ธรรมดา โดยอาจารย์วีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ (อ.ทอง ธรรมดา) ศูนย์เรียนรู้สวนเพชรพิมาย จ.นครราชสีมา หลักสูตรสืบสานงานพ่อ “ผักพระราชา โมโรเฮยะ” โดยอาจารย์วิทยา เพชรมาลัยกุล ไร่เพชรมาลัยกุล จ.เพชรบุรี พร้อมอาจารย์มือฉมังอีกมากมายทุกหลักสูตรเรียนรู้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ชม ช้อป สินค้าเกษตรปลอดภัย ผัก ผลไม้ สดใหม่จากสวน ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ จากเครือข่ายเกษตรกรและภาคีความร่วมมือ ที่นำมาจำหน่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อกลับบ้านในราคาย่อมเยา 

ปิดท้ายด้วย 4 กิจกรรมแจกฟรี ภายในงาน 

ฟรีที่ 1 เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พร้อมชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ 

ฟรีที่ 2 เปิดเข้าชมนิทรรศการขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน พร้อมชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 7 มิติ

ฟรีที่ 3 รับหญ้าแฝกพระราชทาน หญ้ามหัศจรรย์ที่ช่วยอุ้มดิน อุ้มน้ำ ลดการพังทลายหน้าดิน                    

ฟรีที่ 4 เอาใจสายชอบปลูกกับกิจกรรมเพาะ แจก แลก เปลี่ยน นำแก้วน้ำ ถุงพลาสติก มาใส่ดิน  ใส่ต้นไม้กลับไปดูแลต่อที่บ้าน

เปิดให้เข้าชมงานมหกรรม “สืบสาน งานพ่อ” Agri Museum ระหว่างวันที่ 1 – 3 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี และสามารถรับชมบรรยากาศภายในงานผ่านรูปแบบออนไลน์ได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้ง 3 วัน 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

-(016)

เดอะไนน์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ท่องโลกดึกดำบรรพ์ ในงาน ‘DINOSAUR DAY CAMP’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740320

เดอะไนน์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ท่องโลกดึกดำบรรพ์ ในงาน ‘DINOSAUR DAY CAMP’

เดอะไนน์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ท่องโลกดึกดำบรรพ์ ในงาน ‘DINOSAUR DAY CAMP’

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.19 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนน้อง ๆ พร้อมครอบครัวที่มีความหลงใหลในเรื่องราวของไดโนเสาร์ มาตะลุยโลกดึกดำบรรพ์พร้อมสวมบทบาทเป็นนักบรรพชีวินวิทยางาน ไดโนซอร์ เดย์ แคมป์ (DINOSAUR DAY CAMP) ภายในงานน้อง ๆ จะได้พบกับการแสดงหุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดยักษ์สูง 5 เมตร และกิจกรรม Fossil Hunter & Fossilization ขุดซากฟอสซิลจำลองในบ่อทรายขนาดใหญ่ และเรียนรู้การทับถมของฟอสซิล พร้อมสนุกกับการประดิษฐ์ฟอสซิลจำลองเป็นที่ระลึก เป็นต้น

มาเสริมประสบการณ์กับกิจกรรม เวิร์กชอป อาทิ เกมขุดฟอสซิล และระบายสีถุงผ้าไดโนเสาร์ พิเศษ!! สำหรับสมาชิก MBK PLUS เพียงแสดงใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์การค้าฯ 300 บาทขึ้นไป + 1 MBK POINT รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมมากมายภายในงานฟรี หรือแสดงใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์การค้าฯ ครบ 200 บาท ขึ้นไป รับส่วนลดบัตรร่วมกิจกรรม 50% 

มาร่วมเปิดประสบการณ์ ตื่นตาตื่นใจ ผจญภัยในดินแดนแห่งไดโนเสาร์ พร้อมสนุกและเพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมายใน งาน ไดโนซอร์ เดย์ แคมป์ (DINOSAUR DAY CAMP) ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน – วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.– 20.00 น. บริเวณชั้น 1 เซ็นเตอร์ โซน ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ที่ http://www.thenine.co.th/tiwanon/ หรือเฟซบุ๊กเพจ The Nine Center Tiwanon

-(016)

ของดีของฟรีมีที่นี่! ‘Smart SME EXPO 2023’ พาเหรดเสวนา-อบรมอาชีพฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740315

ของดีของฟรีมีที่นี่! ‘Smart SME EXPO 2023’ พาเหรดเสวนา-อบรมอาชีพฟรี

ของดีของฟรีมีที่นี่! ‘Smart SME EXPO 2023’ พาเหรดเสวนา-อบรมอาชีพฟรี

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.11 น.

Smart SME EXPO 2023 งานแสดงสุดยอดแฟรนไชส์ธุรกิจแห่งปีที่มาพร้อมดีลดีโปรโมชั่นแรง  นอกจากนี้ยังจัดเต็มกิจกรรมเสวนาให้ความรู้อัพเดทเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ก่อนใคร กับหัวข้อเสวนาที่คุณไม่ควรพลาด อาทิ หัวข้อ  “การพัฒนาปรับตัวธุรกิจ SME ไทยในยุค Transformation” โดย ดร.นราธิป อ่ำเที่ยงตรง ที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดองค์กรภาครัฐและเอกชนชั้นนำ  หัวข้อ “เติมทุน เดินเครื่อง SMEs ขับเคลื่อนประเทศไทย โดย SME D Bank, บสย. , และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  หัวข้อ “พลิกเกมธุรกิจพิชิตส่งออก 2023” โดย ดร.รักษ์  วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK   หัวข้อ “สร้าง TikTok ยังไงให้ได้เงินล้าน” โดยคุณวีระยุทธ เชื้อไทย นักเขียน Best Seller  หัวข้อ “ต้องรู้ไว้ พรบ. PDPA มีผลอย่างไรกับธุรกิจ” โดย ดร.อุดมธิปก  ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด  หัวข้อ “เทรนด์ใหม่ โอกาสทองธุรกิจ Wellness and Healthcare” โดย ดร.นายแพทย์สมอาจ  วงษ์ขมทอง ประธานกรรมการบริษัทไทยพัฒนาสุขภาพ รวมด้วยคุณกุลฐิณี  กลิ่นพูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนปิติ จำกัด และ นพ. นพดล  นพคุณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอ็ม เนอสร์ซิ่งแคร์ จำกัด  หัวข้อ “สร้างคอนเทนต์ให้ปังล้านวิว” โดยคุณมิ้นท์ชี้ช่องรวย และคุณแบงค์ชี้ช่องรวย หัวข้อ “ลงทุนกับอะไรสำคัญมากที่สุด หาคำตอบที่นี่” โดยคุณโอม-หะริน จงเจริญรัตน์ CEO & Founder Life Enricher Group Co.,LTD  หัวข้อ “ถอดรหัสเสน่ห์ขนมไทยทำไมถึงโกอินเตอร์” โดยหอมรัญจวน  สุคันธา  และ FUN SNACK  หัวข้อ “ปัง ดัง ไกล ได้ไวกว่า เทคนิคลับการออกแบบชื่อแบรนด์” โดยคุณประชานารถ  โพธิสาราช เจ้าของแบรนด์โกโก้ไอ้ต้น เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีอบรมอาชีพฟรีในงาน ได้แก่ “คลาสสอนทำอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเชฟปอนด์” โดยทีพอท  “ใครไม่เก๋า เราเก๋า” โดยศิริคุณ ซีฟูดส์   “เครื่องดื่มเงินล้าน” โดยชาตันหยง  “เปิดสูตรลับทำน้ำผัดไทยอย่างไรให้อร่อยเด็ด” โดยผัดไทยอาฉัน  “สอนฟรีรวมสูตรเมนูแซ่บถูกปาก” โดยดาด้ารวมแซ่บ “สอนฟรีวิธีทำกาแฟให้อร่อยเหมือนบาริสต้า” และ “เคล็ดลับแก้ชง ที่นักชงห้ามพลาด โดย CP B&F Jungle Cafe และ Arabitia Cafe

ผู้สนใจฟังเสวนาและอบรมอาชีพฟรีในงาน Smart SME EXPO 2023  สำรองที่นั่งได้ที่ https://expo.smartsme.co.th/expo2023/  ส่วนผู้ประกอบการที่สนใจออกบูธในงานช่วงโค้งสุดท้ายสอบถามรายละเอียดด่วน !! โทร. 094-915-4624, 087-199-1848

ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย กระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740308

ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย กระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว

ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย กระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.01 น.

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Rachmat Budiman  (ระห์หมัด บูดีมัน) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดพังงาเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทยและในระดับท้องถิ่น โดยมี นางสาวภัทรกันยา ชูวงศ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพังงา และส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมต้อนรับ ณ ห้องรับรองเจ้าเมือง ศาลากลางจังหวัดพังงา ซึ่งได้มีการหารือในหลายประเด็น โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียในทุกระดับรวมถึงระดับจังหวัดด้วย อีกทั้งด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการศึกษา

โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย มีความยินดีและขอขอบคุณที่จังหวัดพังงาให้การต้อนรับชาวอินโดนิเซียด้วยดีมาโดยตลอด ด้วยวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันกับจังหวัดภาคใต้ของไทย พร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับประเทศไทยและจังหวัดพังงาในการประสานงานด้านต่าง ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวยินดีที่ได้ต้อนรับเอกอัครราชทูตเป็นครั้งที่ 3 โดยเฉพาะเมื่อครั้งมาเยือนที่เขาหลัก จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดกลุ่มโซนฝั่งอันดามัน มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นทางบก หรือทางทะเล ล้วนเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ควบคู่กับภาคการเกษตร ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มีผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด และอื่นๆ  เป็นเมืองเล็กที่น่าอยู่มีธรรมชาติที่สวยงาม ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียที่เป็นนักศึกษามาอาศัยฝึกประสบการณ์การทำงานส่วนหนึ่ง มีนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียประมาณ 2 พันคน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพร้อมจะสนับสนุนให้ความร่วมมือในการสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกันในอนาคต

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬากรณ์ จัดประกวดผลิตสื่อ ‘DigiFam Awards ปี 4’ ชิงถ้วยพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740307

ราชวิทยาลัยจุฬากรณ์ จัดประกวดผลิตสื่อ ‘DigiFam Awards ปี 4’ ชิงถ้วยพระราชทาน

ราชวิทยาลัยจุฬากรณ์ จัดประกวดผลิตสื่อ ‘DigiFam Awards ปี 4’ ชิงถ้วยพระราชทาน

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.56 น.

รวมพลคนรักสื่อสร้างสรรค์กันอีกครั้งกับ DigiFam Awards ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดรับผลงาน ชิงถ้วยพระราชทานและทุนการศึกษารวม ๗ แสนบาท พร้อมขยายสู่ระดับปฐมวัย

ราชวิทยาลัยจุฬากรณ์ เปิดรับผลงานคลิปวิดีโอและอินโฟกราฟิกสำหรับประกวด “DigiFam Awards ปี 4” ชิงถ้วยพระราชทาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พร้อมประกาศนียบัตรและทุนการศึกษารวม 700,000 บาท ซึ่งปีนี้เป็นการประกวดในหัวข้อ “เปิดใจก่อนเปิดจอ Smart swipe” ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลและสมัครร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ http://www.crahdfamily.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยแบ่งการประกวดเป็น 3 ระดับ ทั้งประเภทสื่อคลิปวิดีโอและสื่ออินโฟกราฟิก คือระดับปฐมวัยและประถมศึกษา (รับรองโดยผู้ปกครองหรือครูในโรงเรียนที่ศึกษาอยู่) ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า (รับรองโดยอาจารย์ในสถาบันต้นสังกัดเท่านั้น) และระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าและประชาชนทั่วไป ผู้ประกวดสามารถส่งผลงานได้ ทั้งในนามบุคคลหรือเป็นทีม (จำกัดสมาชิกไม่เกิน 10 คน)

ในงานแถลงข่าว “ประกวดผลิตสื่อคลิปวิดีโอและอินโฟกราฟิก DigiFam Awards ปี 4” ภายใต้โครงการ “Healthy Digital Family เสพสื่อ ใช้สติ มีสไตล์ ให้สตรอง” เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประธานในพิธีกล่าวถึงการเพิ่มระดับปฐมวัยและประถมศึกษาในประเภทสื่ออินโฟกราฟิกว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เล็งเห็นความสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมและความรู้ความเข้าใจในการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และถูกต้องแก่เยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการเจริญเติบโตและดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัล โดยเริ่มเปิดรับผลงานในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาในประเภทสื่อคลิปวิดีโอ ตั้งแต่การประกวดปีที่ ๓ และในปีนี้ เพิ่มการรับผลงานในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาในประเภทสื่ออินโฟกราฟิกด้วย และมุ่งหวังให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์มีส่วนร่วมในการปลูกฝังแนวคิดและให้คำแนะนำแก่เยาวชน และยังเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัวมีโอกาสทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันอีกด้วย

 “สมัยนี้ เด็กใช้สื่อดิจิทัลกันตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ เด็กสามารถเสพทั้งสื่อที่มีทั้งคุณและโทษโดยไม่สามารถแยกแยะ แทนที่จะปิดกั้นการรับรู้ เราจึงควรช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมตั้งแต่เยาว์วัย ให้เยาวชน ตลอดจนประชาชนทุกระดับอายุและการศึกษา มีความเข้าใจและรู้เท่าทัน สามารถแยกแยะข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง มีทัศนคติและจรรยาบรรณในการใช้สื่อในทางสร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อสังคม”

การประกวดผลิตสื่อคลิปวิดีโอและอินโฟกราฟิก “DigiFam Awards ปี 4”  ภายใต้โครงการ “Healthy Digital Family เสพสื่อ ใช้สติ มีสไตล์ ให้สตรอง” เป็นบริการทางวิชาการแก่สังคมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี รางวัลในปีนี้ประกอบด้วยถ้วยพระราชทาน ประกาศนียบัตรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และทุนการศึกษารวม ๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเข้าร่วมโครงการจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

นอกจากรางวัลจากการพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีรางวัล Popular Vote ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมเลือกผลงานสื่ออินโฟกราฟิกที่ชื่นชอบ ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ DigiFam Awards และสื่อคลิปวิดีโอทางช่องยูทิวบ์ @Chulabhorn Royal Academy โดยเกณฑ์การให้คะแนนจะนับจากยอดไลก์ แชร์ และวิว

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดและสมัครร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ http://www.crahdfamily.com เริ่มส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน ถึง ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ และติดตามข่าวสารของกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ DigiFam Awards หรือแอดไลน์ @DigiFam Awards

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 098-001-9660 , 081-494-3549 เว็บไซต์ http://www.crahdfamily.com , Facebook Fanpage DigiFam Awards , Line@DigiFam Awards

-(016)

ส.ป.ก.ร่วมพิธีฝังทำลายเนื้อกระบือเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740304

ส.ป.ก.ร่วมพิธีฝังทำลายเนื้อกระบือเถื่อน

ส.ป.ก.ร่วมพิธีฝังทำลายเนื้อกระบือเถื่อน

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.50 น.

เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์กักกันสัตว์เพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย ​นางสาวพอใจ คล้ายสวน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมในพิธีฝังทำลายเนื้อกระบือของกลางลักลอบนำเข้า 110,079  กิโลกรัม โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ มีกิจกรรมในงาน คือ การฝังทำลายเนื้อกระบือของกลาง ซึ่งลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมิชอบและผิดกฎหมาย

-(016)

‘เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยปัญญา’ แรงบันดาลใจ ภก. คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740296

‘เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยปัญญา’ แรงบันดาลใจ ภก. คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์

‘เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยปัญญา’ แรงบันดาลใจ ภก. คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.31 น.

“เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยปัญญา” ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ เภสัชกรหนุ่มไฟแรงที่ผันตัวเองมาดำเนินธุรกิจด้านการฝึกอบรมพัฒนาคน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการริเริ่มก่อตั้ง บริษัท บียอนด์เทรนนิ่ง จำกัด (Beyond Training) ขึ้นในปี 2014 จนถึง ณ วันนี้ผ่านมา 9 ปี Beyond Training ขึ้นแท่นเป็นสถาบันฝึกอบรมชั้นนำของประเทศ 

เมื่อเอ่ยถึงสถาบันฝึกอบรมชั้นนำของประเทศ ผู้ให้บริการด้านฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาทักษะผู้นำยุคใหม่ ที่โดดเด่นการสร้างภาวะผู้นำให้พนักงานองค์กร  “บียอนด์ เทรนนิ่ง” (Beyond Training) ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวจริงของวงการในอันดับต้นๆของประเทศ  และเป็นหนึ่งในขวัญใจของผู้นำองค์กร และผู้บริหารงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HR) ทั้งขององค์กรภาครัฐและเอกชนก็ว่าได้

วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ภก. คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บียอนด์เทรนนิ่ง จำกัด (Beyond Training) สถาบันฝึกอบรมพัฒนาคนชั้นนำของประเทศ ผู้คว่ำหวอดในธุรกิจด้านการฝึกอบรมมานานกว่า 9 ปี ด้วยการส่งมอบทักษะความรู้คุณภาพจากวิทยากร “ผู้รู้จริง” สู่คนองค์กรทั่วประเทศ เพื่อสร้าง Life Long Learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านกระบวนการผลิต content ที่ทันสมัยเข้าถึงง่าย และนำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ได้จริง ช่วยตอบโจทย์ผู้นำองค์กรยุคใหม่

เริ่มต้นจากศูนย์ สู่สถาบันฝึกอบรมพัฒนาคนชั้นนำของประเทศ

ภก. คงเกียรติ เล่าว่า Beyond Training เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์ ด้วยทุนตัวเอง เริ่มจาก passion ผิดพลาดล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งจนเราเติบโตมาถึงวันนี้ ในปีนี้ Beyond Training ได้ดำเนินธุรกิจสู่ปีที่ 9  ซึ่งให้บริการครอบคลุมทั้งด้านการจัดฝึกอบรมภายในองค์กร (In-House Training) รูปแบบ Classroom และ Virtual Training ผ่าน Communication Tools ต่างๆ รวมถึง Learning platform ที่ชื่อว่า beyond training Plus ที่มี Courseware สำหรับการพัฒนาทักษะของคนทำงานมากกว่า 249 วิชา ให้คนทำงานได้ Up &Re Skills ทักษะแห่งอนาคต รวมทั้งยังมี Micro Learning คอนเทนต์ความรู้ระยะสั้น และ Edutainment ซิทคอม รวมถึงบริการสำคัญที่ได้รับความนิยมอย่าง “หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำยุคใหม่” หรือ Leadership Development Program (LDP)

“ในฐานะผู้นำองค์กรรู้สึกดีใจและภูมิใจกับ 9 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตมาถึงวันนี้ได้ด้วยทีมงานคุณภาพ ผู้บริหารที่ปรึกษา และลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นให้ความไว้ใจใช้บริการฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กรชั้นนำระดับประเทศมากกว่า 300 องค์กร ทั้งบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  SET 100 SET 50  รวมถึงการพัฒนาบุคคลกรในภาครัฐที่ไว้วางใจให้เราดูแล ที่ผ่านมาแม้จะต้องเผชิญกับช่วงวิกฤติโควิด-19 แต่บริษัทก็ยังเติบโต 100% ใน 3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือที่องค์กรชั้นนำให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทฯ ซึ่งข้อมูลจาก ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS พบว่า ปัจจุบันตลาดฝึกอบรมมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีโอกาสเติบโตสูงถึง 60,800 ล้านบาทในปี 2570”

นำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างจุดเด่น

เมื่อถามถึงจุดเด่นของ Beyond Training  ภก. คงเกียรติ บอกกับเราว่า Beyond Training มีจุดแข็งที่โดดเด่น ในด้านการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลมาดำเนินธุรกิจทั้งภายในองค์กรและการให้บริการลูกค้า เพื่อยกระดับคุณภาพให้โดดเด่น สร้างความแตกต่าง และความประทับใจ (Operation Excellence) มีความหลากหลายและหลักสูตรที่ทันสมัยในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลภายในองค์กร (End to end Learning solution ) ทั้งบริการ Online Training และ Class Room ที่เป็น INH-Training รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร (Culture & Core Value) ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใส ประกอบกับธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ จนได้รับรางวัลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในปี 2022 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งภายในและภายนอก การยืดหยุ่นปรับตัวอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ก้าวสู่ Total Training Solution ให้กับองค์กรภาครัฐ-เอกชน

เปิดตัวหลักสูตร Adaptive Leadership Series ตอบโจทย์ผู้นำยุคดิจิทัล

ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำยุคใหม่ ภก. คงเกียรติ  เปิดเผยว่า ณ วันนี้ “Beyond Training มีความพร้อมที่จะเป็น Total Training Solution ให้กับองค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ได้พัฒนาศักยภาพพนักงานในองค์กรอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะผู้นำยุคใหม่ ผ่านโปรแกรมหลักสูตร Adaptive Leadership Series ที่พร้อมจะพาบุคลากรก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแบบ Adaptive Leadership เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนในโลกดิจิทัลใหม่นี้”

ยุคธุรกิจมีความผันผวน ผู้นำต้องเปิดมุมมองใหม่ๆ

ภก. คงเกียรติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกการทำธุรกิจมีความผันผวน ไม่แน่นอน มุมมองใหม่ในการบริหารธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญ Beyond Training จึงดำเนินธุรกิจด้วยความไม่ประมาท ตื่นตัวและพร้อมปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราเน้น 3 สิ่งคือ ยืดหยุ่นดี ปรับตัวเร็ว และ พัฒนาต่อเนื่อง ทั้งนี้เราสังเกต low signal จากข้อมูลบางอย่าง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมทั้งปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกับธุรกิจตามหลักการ five force model  ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยอมรับการผิดพลาด พร้อมที่จะเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด สร้าง solution อย่างรวดเร็วด้วยมุมมองที่คิดว่า “Version one  is better than version none” การมีเวอร์ชั่นที่ 1 ดีกว่าไม่มี เราสร้าง Prototype จาก Idea และ Test ตลาดอย่างรวดเร็วทำและปรับจนเป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ สุดท้ายคือการไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต และมั่นใจว่าเราทำได้ดีกว่านี้

ภก. คงเกียรติ กล่าวปิดท้ายว่า “Beyond Training มั่นใจที่จะก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างมั่นคง พร้อมโปรแกรมพัฒนาผู้บริหารสายงานบุคคลให้เป็น Business Partner กับผู้บริหารในองค์กร เพื่อช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านบุคคลตามวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กร การสร้าง Training Academy เพื่อพัฒนาวิทยากรและที่ปรึกษาให้รองรับความต้องการในการการจัดฝึกอบรมภายในองค์กรที่เพิ่มขึ้นให้มีมาตรฐานที่ดี  รวมถึงการนำลิขสิทธิ์หลักสูตรจากต่างกับประเทศที่เป็น Global Content เข้ามาพัฒนาบุคลากรภายในประเทศไทยอีกด้วย”

แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นยุคของ AI  ยุคของโลกเทคโนโลยีดิจิทัล แต่  Man Power หรือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะ AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์  แต่มาเป็นตัวช่วย ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและบุคลากรให้ก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล 

-(016)

กรมอนามัย เร่งเสริมไอโอดีนหญิงตั้งครรภ์ผ่าน อสม. เพื่อเด็กไทยพัฒนาการสมวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740294

กรมอนามัย เร่งเสริมไอโอดีนหญิงตั้งครรภ์ผ่าน อสม. เพื่อเด็กไทยพัฒนาการสมวัย

กรมอนามัย เร่งเสริมไอโอดีนหญิงตั้งครรภ์ผ่าน อสม. เพื่อเด็กไทยพัฒนาการสมวัย

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.23 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2566 พร้อมลงนามความร่วมมือการขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในชุมชน หมู่บ้านทั่วประเทศโดยเน้นที่หญิงตั้งครรภ์เพื่อสร้างพัฒนาการที่ดีในเด็กไทย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยในการเป็นประธานงานรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ ‘แม่ตั้งครรภ์ ขาดไม่ได้ไอโอดีน’ ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า กรมอนามัยได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องทุกกลุ่มวัย ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน และผู้สูงอายุ พบว่า สถานการณ์ในภาพรวมของประเทศในเด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน และผู้สูงอายุ ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอ และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยในปี 2562 – 2564 พบว่า ภาพรวมในระดับประเทศผ่านเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ มีค่ามัธยฐานระดับไอโอดีนในปัสสาวะมากกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร แต่ในปี 2565 สถานการณ์ระดับไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์อยู่ระดับต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ที่ 149.7 ไมโครกรัมต่อลิตร และความครอบคลุมการใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนในครัวเรือนที่มีคุณภาพ ร้อยละ 83.9 (เป้าหมายไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90) ทั้งนี้กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสขาดสารไอโอดีนได้มากกว่ากลุ่มวัยอื่น เนื่องจากการสังเคราะห์ไทรอยด์ฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งการดูดซึมไอโอดีนของทารกในครรภ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากหญิงตั้งครรภ์ได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง สติปัญญาและการเจริญเติบโตของทารก

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า จากการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ปี 2565 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธาน ได้พระราชทานคำชี้แนะว่า “ควรมีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน” กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยจึงได้น้อมนำมาเป็นแนวทางในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ และความเข้าใจกับประชาชนในชุมชน รวมทั้งขับเคลื่อนชุมชน หมู่บ้านไอโอดีนให้ประสบความสำเร็จ ผ่านแพลตฟอร์มไอโอดีน ในปีนี้กรมอนามัยดำเนินงานร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ติดตามการเข้าถึงยาเม็ดเสริมไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ ผ่าน แอปพลิเคชัน สมาร์ท อสม. ตามแผนปฏิบัติการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ พ.ศ. 2565 – 2570 เพื่อขจัดโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน

“สำหรับปีนี้ กรมอนามัยจึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ ‘แม่ตั้งครรภ์ ขาดไม่ได้ไอโอดีน’ พร้อมลงนามความร่วมมือการขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในชุมชน หมู่บ้านทั่วประเทศ และติดตามหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับและทานยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก รวมทั้ง ให้ความรู้แก่ประชาชนในการเลือกบริโภคเกลือเสริมไอโอดีน และผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนในการประกอบอาหาร

นอกจากนี้ยังได้มีขับเคลื่อนการดำเนินงานชุมชน หมู่บ้านไอโอดีน ผ่าน แพลตฟอร์มไอโอดีน ซึ่งขณะนี้ มีชุมชน หมู่บ้านไอโอดีน ผ่านการประเมินฯ จำนวน 27,550 แห่ง มีร้านค้า ร้านอาหารที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนในการประกอบอาหาร จำนวน 14,549 แห่งทั่วประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

-(016)

ทำบุญสวยชาติหน้า ดึงหน้าสวยชาตินี้ ดารารุ่นเก๋า….แห่ย้อนวัยหวังกลับรันเข้าวงการอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740281

ทำบุญสวยชาติหน้า ดึงหน้าสวยชาตินี้ ดารารุ่นเก๋า….แห่ย้อนวัยหวังกลับรันเข้าวงการอีกครั้ง

ทำบุญสวยชาติหน้า ดึงหน้าสวยชาตินี้ ดารารุ่นเก๋า….แห่ย้อนวัยหวังกลับรันเข้าวงการอีกครั้ง

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.53 น.

ถ้าจะให้พูดถึงดารารุ่นเก๋า ยุคเก่าไม่มีใครไม่รู้จักดาราทั้ง 3 ท่านนี้แน่นอน พีคกว่านี้ไม่มีอีกแล้วกับดารารุ่นใหญ่ที่รันวงการมาอย่างยาวนาน “ตุ๋ย-นวลปรางค์ ตรีชิต” ที่เริ่มต้นจากการเป็นนางแบบแนวหน้าในยุคนั้น ด้วยใบหน้าสวยหวานแบบหยิ่งๆ ปัจจุบันใครจะเชื่ออายุ 65 ปีแล้วแต่เหมือนสตาฟหน้าเดิมไว้เป๊ะปังยิ่งกว่าดาราหน้าใหม่ในยุคปัจจุบันซะอีก
อีกคนที่ไม่เคยยอมเรื่องความสวยต้องคนนี้ ”ก้อย-ปาริฉัตร ไพรหิรัญ” ที่เกิดมาจากบทฝาแฝดในยุคนั้น แต่ปัจจุบันทำไมดูเด็กและอ่อนวัย เหมือนโกงอายุ 61 ปี ดาราเกาหลียังต้องชิดซ้ายให้เธอแน่นอน ต่อด้วย “ก้อย-วาสนา สิทธิเวช” ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย สำหรับคนนี้อยู่วงการมานานเช่นกัน แต่ถ้าหากให้พูดถึงความสวยลดวัยแล้ว ต้องร้องอู้หู้ กับอายุ 63 ปี ที่ดูหน้าอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่าจะลดวัยได้ขนาดนี้ แม้จะผ่านวงการมานานใครเห็นต้องทายอายุไม่ถูกแน่นอน 

ก้อย วาสนา เผยว่า “ตอนแรกดารารุ่นเดียวกันชวนทำหน้าเยอะมาก แต่พี่ก้อยกลัว เพราะอายุเยอะแล้ว ตัดสินใจอยู่นานมาก คิดอยู่ 5 ปี เลือกมา 6 ที่แล้ว สุดท้ายพอได้ทำที่นี่ ทำให้รู้เลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม มั่นใจ แก้ปัญหาตรงจุด แค่เดือนเดียวแผลหาย พร้อมออกไปทำงานได้เลย“

เคล็ดลับจากดารารุ่นเก๋าทั้ง 3 เค้ามีนวัตกรรมศัลยกรรมการผ่าตัดในปัจจุบัน ทั้งทีมแพทย์ศัลยกรรม และอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ความทันสมัย พร้อมกับการรักษาได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องยอมรับว่าเราพัฒนาไปไกลมากทางการแพทย์ กับการศัลยกรรม ซึ่งกลายเป็นที่ยอมรับในทุกยุคทุกช่วงวัย ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าการสร้างความมั่นใจให้กับเราเองได้กลับมาเฉิดฉายในจุดที่เราต้องการ อาจจะต้องพึ่งพาการศัลยกรรมเข้าช่วย โดยที่คนบันเทิงปัจจุบันต่างแสดงให้เห็นถึงความ โกงอายุ ทำไมดาราเดี๋ยวนี้ดูเด็กจัง ไม่แก่ลงเลยโดยทั้ง ตุ๋ย นวลปราง, ก้อย  ปาริฉัตร และ ก้อย วาสนา ออกมาเผยวิธีการย้อนวัยแบบเห็นผลลัพธ์ทันที อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะเลือกรับบริการจากสถานบริการที่มีมาตรฐาน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแล โดยเลือกใช้บริการกับทางศูนย์ศัลยกรรม The klinique ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตั้งอยู่ใจกลางสยาม ที่นี่สังเกตได้ว่าเหล่าดารารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ มักจะแวะเวียนมาใช้บริการเกือบทั้งวงการ และสำหรับเทคนิคที่ดารารุ่นใหญ่มักเลือกคือเทคนิคการผ่าตัดดึงยกกระชับใบหน้าให้เหมือนเด็กลงทันที 10-20ปี  กับเทคนิค Hollywood Face Lock แผลเล็กและซ่อนแผล ลงลึกถึงชั้น Hing- smas ซึ่งเป็นชั้นที่สามารถล็อคใบหน้าให้ตึง แลดูอ่อนวัยได้อย่างยาวนาน โดยทางศูนย์ศัลยกรรม Theklinique คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ดังนั้นการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ ประสบการณ์สูง ปราณีตและพิถีพิถัน มีวิสัญญีแพทย์ เพื่อดูแลระหว่างการดมยา 1 ต่อ1 ตลอดการทำหัตถการ อีกทั้งห้องผ่าตัดได้มาตราฐานระดับโรงพยาบาล มีพยาบาลดูแลตลอดการรับบริการก่อนและหลังศัลยกรรม สามารถตรวจสอบได้ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่

https://www.facebook.com/THEKLINIQUESURGICAL LINE : @thekliniquesurgery (มี@ด้านหน้า) หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/4ZZrfHH 
Call Center : 088-999-0088 , 098-897-0000