คุณแหน : 6 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735345

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ปังที่สุดระดับ “TALK-OF-THE-TOWN” เมื่อส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวงถูกเปิดโปงไปทั่วประเทศ ใครจะรู้ว่าส่วยสติ๊กเกอร์มีมานานแล้วกว่า 30 ปี แต่ไม่ได้ทำการเอิกเกริกโดยจะทำเป็นสติ๊กเกอร์ในรูปแบบของตราอาร์มตำรวจทางหลวง เพื่อให้เห็นว่ารถบรรทุกนี้ชำระเงินเรียบร้อย แต่ในยุคปัจจุบันต้องบอกว่าเค้าทำกันเป็นระดับอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ อาทิ พระอาทิตย์ยิ้ม, กระต่าย, แพนด้า ฯลฯ สาเหตุที่ต้องมีวาไรตี้ เพราะเส้นทางหลวงมีมากมายผ่านหลายโซนหน่วยงาน ผลประโยชน์จึงต้องมีการจัดสรรให้ลงตัว ปัจจุบันมีทั้งข้าราชการและผู้ประกอบการออกมาประเมินมูลค่าเงินส่วยสติ๊กเกอร์โดยรวมอาจจะสูงถึงปีละ 20,000 ล้านบาท นอกจากนั้นท่าน ดร.จารึก อนุพงษ์ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง ยังกรุณาเสริมให้ว่าในเมื่อรถบรรทุกจำนวนมากละเมิดกฎหมายประจำทำให้ถนนหนทางเสียหายมากจนเป็นภาระหนักต่องบประมาณซ่อมบำรุงจนบางครั้งถึงระดับ “RECONSTRUCTION”…

ll ภาษิตฝรั่งว่า “THE WRITING IS ON THE WALL” จาก 5 ปีก่อนที่เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา นำทีมโนเนม “เลสเตอร์ซิตี้” เข้าพิชิตถ้วยพรีเมียร์ลีกจนเป็นตำนาน แต่การที่เจ้าสัววิชัยต้องมาจากไปอย่างกะทันหันจึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสัจธรรมในเมื่อผู้นำยิ่งใหญ่ไม่อยู่เงินกองทุนก็ร่อยหรอจึงมาถึงยุค DECLINE แม้แต่นักเตะฝีมือดีมีอนาคตก็ขยับขยายออกไปหาทีมฟุตบอลที่ดีกว่า จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วปิดฤดูกาลแข่งขัน ปรากฏว่าเลสเตอร์ซิตี้ต้องตกชั้นมาเล่นในลีกรอง…ทุกคนอยากเอาใจช่วยทายาทผู้รับธงต่อมา อัยยวัฒน์ ขอให้มีกำลังใจสร้างทีมกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง…

ll ในการฉลอง 190 ปีความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐฯ ท่านออท.ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ธานี แสงรัตน์จัดงานเทศกาลไทยสวัสดีดี.ซี. 2 ก.ค.นี้ ช่วง 10.00 AM-06.00 PM ที่ เนชั่นแนล มอลล์ กรุงวอชิงตัน…ท่าน ออท.ฝากประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อยู่หรือไปแถวนั้นแวะเยี่ยมชมงานได้ตามวันและเวลาดังกล่าว…

ll ยินดีกับชาวเซนต์คาเบรียล ที่วงดนตรี White Lie ชนะคะแนน Poular Vote ใน 32 ทีม และได้เข้ารอบ 8 ทีมในการประกวดครั้งนี้…ข่าวว่าหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากลุงๆ ป้าๆ ชาวธรรมศาสตร์ 2513 รัวกดคะแนนให้มือเป็นระวิง โดยมี คุณน้าอารีย์ กังวาลเนาวรัตน์เป็นผู้ประสานงานฯ…

ll หลังเกษียณ ดร.เจริญวิชญ์ หาญแก้ว อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย หันมาทำธุรกิจเปิดตัวน้ำดื่มบรรจุขวด ชื่อ “Dr. Jook” ออกวางจำหน่ายเมื่อตอนต้นเดือน โดยมีคำขวัญว่า “สดชื่น สดใส ใจแจ่ม”…

ll พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี อดีตนักบินกองทัพอากาศ ตอบคำถามที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม?” คำตอบคือ “ทหารมีไว้ป้องปราม”…ป้องคือป้องกันประเทศ, ปรามคือปราบปรามเหตุการณ์ไม่สงบตามชายแดน…ก็ชัดเจนดี…

ll ข่าวที่น่ายินดีเมื่อ องค์การเภสัชกรรม ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้วิจัยและพัฒนา “ยาเลิกบุหรี่” ชนิดใหม่ คือ ยาเม็ดไซทิซีน จีพีโอ (1.5 มิลลิกรัม) เป็นรายแรกในประเทศไทย …ใครที่อยากเลิกราหย่าขาดกับ “ควันพิษ” เตรียมเฮได้ ข่าวว่าจะวางขายต้นปีหน้า !!…ll

บารอนเนส

เปิดชมรมอาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง ที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น แห่งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735337

เปิดชมรมอาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง  ที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น แห่งแรก

เปิดชมรมอาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง ที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น แห่งแรก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นวลพรรณ ล่ำซำ

มูลนิธิมาดามแป้ง โดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิฯ เปิดชมรมอาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง แห่งแรก ณ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย จังหวัดขอนแก่น ตั้งเป้าเป็นพื้นที่นำร่องของการตั้งชมรมฯ เพื่อช่วยเหลือผู้คนยามเกิดวิกฤต ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและใกล้เคียง โดยมี ผศ.ดร.กษม ชนะวงศ์ อธิการบดีวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมอบประกาศนียบัตรให้แก่ บรรดาอาสากล้าใหม่ จำนวน 75 คน ที่ได้ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องเชิดชูเกียรติ ในการมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคมในทุกมิติ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย จังหวัดขอนแก่น

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มูลนิธิมาดามแป้ง ได้เดินหน้าในการช่วยเหลือสังคมรอบด้านต่อเนื่อง อาทิ ด้านสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้คนในสังคมหรือแม้แต่ในยามที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ แป้งเชื่อว่า พลังของเหล่าอาสากล้าใหม่ฯ นี้จะกลายเป็นพลังที่สร้างสรรค์สังคมแห่งการให้ และร่วมขับเคลื่อนสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต”

สำหรับมูลนิธิมาดามแป้ง ตั้งขึ้นในปี 2564 ภายใต้แนวคิด ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ปัจจุบันมูลนิธิฯ ตั้งมาเกือบ 3 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การให้ความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ การส่งเสริมด้านอาชีพ ตลอดจนการร่วมพัฒนาสังคมไทยในทุกด้าน ทั้งกีฬา การศึกษา และสาธารณสุข โครงการอาสากล้าใหม่มูลนิธิมาดามแป้งเป็นความตั้งใจที่จะขยายกลุ่มอาสาไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ด้วยเป้าประสงค์ที่ต้องการให้ทุกๆ คนที่อยู่ในสังคม ได้ร่วมกันช่วยเหลือ บรรเทา และเยียวยาคนในสังคม เมื่อยามที่เกิดวิกฤต หรือภัยพิบัติต่างๆ ปัจจุบันมีอาสาจำนวนเกือบ 1,000 คนทั่วประเทศ

สำหรับชมรมอาสากล้าใหม่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ที่ผ่านมาได้มีการรวมกลุ่มลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (บ้านลูกรัก) และวิทยาลัยสอนคนตาบอดขอนแก่น (บ้านไก่นา) โดยมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค และจัดตั้งครัวมาดามมอบอาหารให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียง ทั้งนี้ สามารถร่วมสมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิมาดามแป้งได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้เลขที่บัญชี 092-2-61340-0

ผศ.ดร.กษม ชนะวงศ์

ผศ.ดร.กษม ชนะวงศ์

อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โฉมใหม่พร้อมต้อนรับนักเดินทางทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735338

อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โฉมใหม่พร้อมต้อนรับนักเดินทางทั่วโลก

อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โฉมใหม่พร้อมต้อนรับนักเดินทางทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ พร้อมกลับมาเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกอีกครั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่หรูหราเหนือระดับและการออกแบบตกแต่งที่งามสง่าได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปวัฒนธรรมไทย

อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท (InterContinental Hotels & Resorts)แบรนด์โรงแรมหรูระดับนานาชาติแบรนด์แรกและใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมกลับมาเปิดให้บริการ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ อีกครั้ง หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณหลายล้านดอลลาร์ เพื่อปรับโฉมโรงแรมใหม่ให้สวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

สตีเวน กูลด์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ กล่าวว่า “โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมในกลุ่มลักซัวรีและไลฟ์สไตล์ คอลเลคชั่น (Luxury and Lifestyle Collection) ของ ไอ เฮชจี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท (IHG Hotels &Resorts) และถือว่าเป็นโรงแรมคุณภาพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทั้งนี้ การได้กลับมาเปิดโรงแรมเพื่อต้อนรับลูกค้าคนสำคัญให้ได้มาสัมผัสกับการบริการในแบบ ดิ อินเตอร์คอนติเนนตัล ไลฟ์ (The InterContinental Life) นับเป็นก้าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเรา

การปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ เรามีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะผสมผสานความโอ่อ่าทันสมัยเข้ากับวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมที่มีแรงบันดาลใจมาจากประเพณีการต้อนรับแบบไทยที่มีมายาวนานเพื่อส่งมอบการบริการที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานระดับโลก เราเชื่อว่าเครือข่ายชั้นเยี่ยมของพนักงานต้อนรับของเราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างความประทับใจและมอบช่วงเวลาอันน่าจดจำนี้ให้กับลูกค้าของเราทุกคน”

โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯโฉมใหม่นี้ ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างงดงามโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสวยงามของพระราชวัง สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเส้นขอบฟ้าที่สวยงามของกรุงเทพฯ ห้องพักทั้ง 381 ห้อง ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด รวมถึงห้องพักระดับ คลับ อินเตอร์คอนติเนนตัล และห้องพักแบบสวีททุกห้อง นอกจากนี้ยังจะได้พบกับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบตะวันตกและตะวันออก ที่ห้องอาหารและบาร์ ทั้ง 7 แห่ง ปรุงโดยทีมพ่อครัวมากความสามารถที่หัวหน้าพ่อครัวบางท่านมีประสบการณ์จากห้องอาหารระดับดาวมิชลิน

‘LOXLEY’ จับมือ ‘MEAei’ ลงนามพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนเพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735327

‘LOXLEY’ จับมือ ‘MEAei’  ลงนามพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนเพื่อความยั่งยืน

‘LOXLEY’ จับมือ ‘MEAei’ ลงนามพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนเพื่อความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เฉลิมโชค ล่ำซำ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ และ ภัทรา สุวรรณเดช (ที่ 2 จากซ้าย) รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยมี ภาณุ คงทน (ขวามือ) กรรมการบริหารสายธุรกิจพลังงาน บมจ.ล็อกซเล่ย์ และ ธงชัย เกษตรธีรกุล (ซ้ายมือ) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจไฟฟ้านครหลวง ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน

ล็อกซเล่ย์ ผสานความร่วมมือกับ เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการพลังงานทดแทนและพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ ผนึกกำลังลุยธุรกิจพลังงานสะอาด กระตุ้นการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า สายธุรกิจพลังงานเป็น 1 ใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักของล็อกซเล่ย์เราเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง ก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบระบบไฟฟ้ากำลังแก่ภาครัฐและภาคเอกชน ขณะเดียวกันได้ขยายสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการเป็นผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซลล์สุริยะ (Solar) ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในลักษณะงานก่อสร้างครบวงจร (EPC) และการบำรุงรักษา (O&M) ด้วยทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าและพลังงาน

ทั้งนี้ ล็อกซเล่ย์ได้ต่อยอดสู่ธุรกิจการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อลงทุนและแบ่งผลประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานทางเลือก นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของอนุสิทธิบัตรเครื่องช่วยล้างแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา และเครื่องล้างแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งได้จดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย

ที่ผ่านมาล็อกซเล่ย์ได้ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับโรงงานของ บจ.สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น พร้อมขายไฟฟ้าในรูปแบบ Private PPA ไปแล้ว ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของโรงงานลดลงเห็นผลชัดเจน ดังนั้นล็อกซเล่ย์จึงตั้งเป้าที่จะขยับขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาด Private PPA ให้ได้ โดยเน้นเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความต้องการติดตั้ง Solar Roof ค่อนข้างมาก ซึ่งล็อกซเล่ย์กำลังเสาะหาพันธมิตรที่ดีเพื่อลงทุนร่วมกันในระยะยาว

ล่าสุดล็อกซเล่ย์ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ จำกัด (หรือเอ็มอีเออีไอ) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน (Renewable Energy) โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายนิมิตร ประเสริฐสุข ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร นายภาณุคงทน กรรมการบริหาร สายธุรกิจพลังงาน พล.อ.อภิชาตินพเมือง ที่ปรึกษา และ นายพิบูล พิบูลธรรมผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพลังงานทางเลือกบมจ.ล็อกซเล่ย์ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก เอ็มอีเอสมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ให้เกียรติร่วมงานพร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ณ ห้องประชุมชั้น 18 อาคารล็อกซเล่ย์ (สำนักงานใหญ่)

น.ส.ภัทรา สุวรรณเดช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์กล่าวว่า เอ็มอีเออีไอ และ ล็อกซเล่ย์ จะร่วมกันดำเนินโครงการนำร่องในการพัฒนาธุรกิจบริหารจัดการพลังงานทดแทนและระบบพลังงานอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายได้ดียิ่งขึ้น และเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการผลิตและใช้พลังงานทดแ

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)

นิมิตร ประเสริฐสุข (นั่งกลาง) ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร พล.อ.อภิชาติ นพเมือง (ขวามือ)
ที่ปรึกษา บมจ.ล็อกซเล่ย์ พร้อมด้วยผู้บริหารจากเอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ให้เกียรติ
ร่วมงานและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ

นิมิตร ประเสริฐสุข (นั่งกลาง) ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร พล.อ.อภิชาติ นพเมือง (ขวามือ) ที่ปรึกษา บมจ.ล็อกซเล่ย์ พร้อมด้วยผู้บริหารจากเอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ให้เกียรติ ร่วมงานและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ

เฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ และ ภัทรา สุวรรณเดช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ณ ห้องประชุมชั้น 18 อาคารล็อกซเล่ย์ คลองเตย

เฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ และ ภัทรา สุวรรณเดช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ณ ห้องประชุมชั้น 18 อาคารล็อกซเล่ย์ คลองเตย

Robotic Assisted Surgery ผู้ช่วยสำคัญ ‘ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม’ ในผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735333

Robotic Assisted Surgery ผู้ช่วยสำคัญ ‘ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม’ ในผู้สูงอายุ

Robotic Assisted Surgery ผู้ช่วยสำคัญ ‘ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม’ ในผู้สูงอายุ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุที่ทำให้เกิดอาการปวดสร้างความทุกข์ทรมานส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากปล่อยให้อาการลุกลามอาจทำให้ข้อเข่าผิดรูปจนลุกเดินลำบากหรือเดินไม่ได้จนต้องผ่าตัด

ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเวชธานีได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม และข้อสะโพกเทียมมานานนับ 10 ปีในรูปแบบ MIS (Minimal InvasiveSurgery) หรือการผ่าตัดแบบแผลเล็กบาดเจ็บต่อแผลผ่าตัดน้อย ควบคู่ไปกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยใช้คอมพิวเตอร์ (Computer Assisted Surgery in Total Knee Arthroplasty หรือ CAS) เพื่อช่วยให้แพทย์มีข้อมูลระหว่างทำผ่าตัด ส่งผลให้สามารถผ่าตัดได้ถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น ลดปัญหาการวางตำแหน่งผิวข้อเข่าเทียมที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมได้ละเอียดและแม่นยำขึ้นด้วยการใช้ Cartigram เพื่อบอกความสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อเข่า ตลอดจนสุขภาพโดยรวมของข้อเข่า และล่าสุดมีการใช้ “หุ่นยนต์”มาช่วยในการผ่าตัดทำให้มีความแม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่าข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัยเมื่ออายุมากขึ้นแต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยในช่วงอายุที่น้อยลง หากปล่อยให้เสื่อมมากอาจกระทบต่อการใช้ชิวิตประจำวัน เมื่อมีอาการรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ปัจจุบันโรงพยาบาลเวชธานี มีการพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง เพื่อให้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ผลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ด้วยการต่อยอดจากการใช้คอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด (Computer Assisted Surgery) มาเป็นหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Surgery) เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้การผ่าตัดมีความถูกต้องและแม่นยำของการผ่าตัดมีมากยิ่งขึ้น

สำหรับการนำหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Surgery) มาใช้ในการผ่าตัดเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมรุนแรง หลังจากผ่าตัดแล้วจะสามารถทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างความสุข สามารถออกกำลังกายได้ และใช้งานใกล้เคียงกับเข่าที่เป็นธรรมชาติได้มากที่สุดหลังจากผ่าตัดผู้ป่วยสามารถลุกยืน เดินหรือขยับข้อเข่าได้ในระยะเวลาไม่เกิน24 ชั่วโมง อีกทั้งแผลผ่าตัดยังมีขนาดเล็กทำให้บาดเจ็บน้อย ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

“เทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลดีกับผู้ป่วยแล้วยังเปรียบเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญของศัลยแพทย์ในการช่วยวางแผนและดำเนินการผ่าตัด จุดเด่นของหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัดจะช่วยกำหนดตำแหน่งเนื้อกระดูกก่อนตัดกระดูก ช่วยวัดว่าตรงกับจุดที่ต้องการผ่าหรือไม่ ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่จะไปทำลายกระดูกที่อาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนได้นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวหมุดยึดแนวตัดของกระดูกเพื่อไม่ให้มีการขยับและเมื่อใดก็ตามที่มีการผ่าตัดเกินจุดที่วัดไว้เครื่องก็จะหยุดทันทีทำให้การผ่าตัดไม่เลยจากจุดที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะช่วยให้สามารถนำผิวข้อเทียมกลับคืนในตำแหน่งใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมที่ถูกต้อง และกลับมาใช้งานได้อย่างธรรมชาติและถูกต้องมากที่สุด”นายแพทย์เปรมเสถียร กล่าว

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเวชธานีซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยจะมีนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมอื่นๆมาใช้ เพื่อช่วยวัดแรงดันหรือแรงดึงของเอ็นในข้อ ทำให้การผ่าตัดเหลือเอ็นให้ได้มากที่สุด และสามารถเก็บกระดูกของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด แต่หากเริ่มมีอาการที่ตรงกับอาการข้อเข่าเสื่อม มีอาการผิดปกติ หรือมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่าเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทรมานกับความเจ็บปวดและสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

นพ.เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์

40 ปี แห่งความกตัญญู เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735336

40 ปี แห่งความกตัญญู เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์  มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

40 ปี แห่งความกตัญญู เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในโอกาสที่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งมาครบ 40 ปี ในปี 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธาน ที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “40 ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” ในวันที่ 12 มิถุนายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ

การนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานบรรยายเกี่ยวกับการศึกษา พร้อมทอดพระเนตร แถบวีดิทัศน์ ชุด “40 ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และการเสวนาหลักการทำงานของเยาวชนผู้เคยได้รับทุนมูลนิธิฯ ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จำนวน6 คน รวมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิฯ และประวัติ-ผลงานเยาวชนผู้เคยได้รับทุนมูลนิธิฯ

เมื่อ 40 ปีที่แล้ว มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2525 ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้งและองค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับคำกราบทูลเชิญเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา ปัจจุบัน พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2553 โดยคณะกรรมการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าของเรื่อง

มูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเด็กและเยาวชน (รวมทั้งสามเณร) ประพฤติดียากไร้ที่ขัดสนจากหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ มุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนโดยการให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทุกอำเภอ ทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษาทั่วประเทศ ปัจจุบันให้ทุนต่อเนื่องปีละประมาณ 3,000 ทุน เป็นเงินปีละประมาณ 11 ล้านบาท ปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบ 32,000 บาท ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 262 ล้านบาท โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานทุนการศึกษา นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลในปีมหามงคลต่างๆ เป็นประจำ และเป็นที่น่าชื่นชมยินดีที่นักเรียนทุนจำนวนมากประสบความสำเร็จในชีวิต มีงานทำเป็นหลักฐาน ทั้งงานในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชนและบริษัทต่างๆ ที่สามารถทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มุ่งหวังที่จะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับเยาวชนไทยด้วยการให้การศึกษา มิใช่เพียงแต่เยาวชนคนใดคนหนึ่งแต่หมายถึงเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผู้มีจิตศรัทธาที่จะช่วยเหลือให้โอกาสแก่เยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศได้มีทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เชิญบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิฯ ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 404-2-04226-6 และส่งหลักฐานการโอนเงิน ให้มูลนิธิฯ ทางไลน์ไอดี 080-404-2439 โทรสารหมายเลข 02-3547391-4 ต่อ 101, 115 โทรศัพท์ ต่อ 108,103 ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

คาเนโบ เผยโฉมอายแชโดว์สีสันใหม่ มาพร้อมแพ็กเกจรักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735339

คาเนโบ เผยโฉมอายแชโดว์สีสันใหม่ มาพร้อมแพ็กเกจรักษ์โลก

คาเนโบ เผยโฉมอายแชโดว์สีสันใหม่ มาพร้อมแพ็กเกจรักษ์โลก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สงเดือน อุทารวุฒิพงศ์ ผจก.ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ คาเนโบ ต้อนรับสาวๆ ที่มาร่วมสัมผัสสีสันใหม่

KANEBO จัดงานแนะนำ “KANEBO BRIGHT FUTURE BOX” กลิตเตอร์อายแชโดว์ลิมิเต็ด บอกเล่าคอนเซ็ปต์ “แสงสว่างเปล่งประกายสู่อนาคต” พร้อมสานต่อ Active Brand อย่างต่อเนื่องกับแนวคิด ESG – Environmental Social Governance คำนึงถึงโลกอนาคตและคัดสรรวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการดีไซน์ตลับสุดล้ำแบบรักษ์โลกจากเยื่อกระดาษแทนพลาสติก โดยมี มร.อัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกรรมการ บริษัทคาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

KANEBO BRIGHT FUTURE BOX นับเป็นการท้าทายทุกขีดจำกัดเพื่อมุ่งไปสู่อนาคตอันสดใส เริ่มด้วยความท้าทายในการคิดค้นบรรจุภัณฑ์แบบ mono-material จากเยื่อกระดาษ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความท้าทายในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มอบความเปล่งประกายที่ไม่เคยมีมาก่อน จนได้พิกเม้นต์คล้ายผิวของเพิร์ลสีสว่างที่คาเนโบคิดค้นขึ้นเองโดยเฉพาะผสมผสานเข้ากับเจลที่เป็นส่วนประกอบทำให้อายแชโดว์กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันพร้อมกับประสิทธิภาพในการยึดเกาะขั้นสูง ทำให้พิกเม้นต์แนบสนิทติดทนและให้ความนุ่มละมุนเมื่อสัมผัสลงบนผิว เกลี่ยง่ายเนียนแนบเข้ากับผิวได้อย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นความเปล่งประกายจากกลิตเตอร์ได้อย่างชัดเจน

ซึ่งอายแชโดว์สีสันใหม่สุดล้ำนี้มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 เฉดสี Limited Edition ได้แก่สี EX1-It’s never too late to change yourself (Limited Edition), EX2-Have faith in yourself (Limited Edition), EX3-Only you can play the leading role (Limited Edition), EX4-Pursue your passion (Limited Edition), EX5-Every night comes to an end (Limited Edition) ซึ่งเมื่อรวมตัวอักษรตัวแรกของทุกสี จะได้คำว่า IHOPE ที่ให้ความหมายว่า เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง สื่อสารเรื่องราวผ่านสีสันแต่ละเฉดสีและกลิตเตอร์อันเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทุกครั้งที่ใช้งาน

ภายในบริเวณ Beauty Hall ถูกจัดแต่งอย่างเรียบเท่ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นได้สัมผัสผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด พร้อมได้รับเกียรติจาก แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ Pearypie เมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง และปัจจุบันได้หันมามีแพชชั่นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มาร่วมเล่าประสบการณ์ความสวยแบบรักษ์โลกไปพร้อมกัน กล่าวว่า “ต้องบอกว่า 5 ปีแล้วที่ห่างหายไปจากวงการบิวตี้และไม่ได้หยิบจับอายแชโดว์มาแต่งหน้าเลย ก่อนหน้านี้จะแต่งหน้าด้วยธรรมชาติอย่างเดียว เช่น บีทรูท ผักปลังหรือแม้แต่กระเจี๊ยบ วันนี้ใช้ KANEBO BRIGHT FUTURE BOX ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ใช้อายแชโดว์เลย ดีใจที่แบรนด์คาเนโบเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืน รู้สึกประทับใจมากเพราะกล่องรวมถึงฝาปิดทำมาจากเยื่อกระดาษทั้งหมดและได้ผ่านมาตรฐาน FSC (องค์การจัดการด้านป่าไม้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยไม่หวังผลกำไร ที่มีการกำหนดนโยบายเพื่อทุ่มเทให้กับการจัดการป่าไม้ ของโลกเป็นไปอย่างมีรับผิดชอบ) ด้วย แพรรู้สึกว่าเป็นการคิดที่ล้ำขึ้น คิดเผื่อสังคมมากขึ้น และยังออกแบบมาได้สวยอีกด้วย คาเนโบกล้าที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในเรื่องของแพ็กเกจที่รักษ์โลก ทำให้รู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นการพัฒนาในของแบรนด์ที่มุ่งไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนค่ะ”

จากนั้นแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองพร้อมกับกูรูความงามที่มาอธิบายส่วนประกอบและแนะนำเทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถใช้เป็นอายแชโดว์ บลัชออน และเป็นเมทัลลิคอายไลเนอร์เสมือนเป็นไฮไลท์ ให้ทุกคนได้ลองแต่งแต้มไปพร้อมๆ กัน ปิดท้ายความสดใสภายในงานด้วยโซนถ่ายภาพ Portrait ที่มีพื้นหลังเป็นรูปของ HOPE Message ความหมายดีๆ ที่อยู่บนกระดาษรองใน อายแชโดว์ทั้ง 5 สีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพิ่มความสนุกให้กับแขกที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี

สัมผัสผลิตภัณฑ์ KANEBO BRIGHT FUTURE BOX ได้เฉพาะเคาน์เตอร์ KANEBO ในสาขาที่กำหนด 37 สาขา สามารถอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงสาขาที่จัดจำหน่ายได้ที่ www.facebook.com/kanebo.global.th, www.kanebo-global.com, และ Line @kanebothailand

มร.อัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกก.บริษัท
คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย)

มร.อัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกก.บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย)

แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ กับความประทับใจใน KANEBO BRIGHT FUTURE BOX

แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ กับความประทับใจใน KANEBO BRIGHT FUTURE BOX

สาวๆ ถูกใจสิ่งนี้ ความสวยที่ช่วยรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน

สาวๆ ถูกใจสิ่งนี้ ความสวยที่ช่วยรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน

‘ปังปัง’ เพลงใหม่จาก สามสาว The Glass Girls

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735428

‘ปังปัง’ เพลงใหม่จาก สามสาว The Glass Girls

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.22 น.

‘ปังปัง’ เพลงใหม่จาก สามสาว Grande งานเพลงป๊อปสดใส
ที่ว่าด้วยเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่อยากไปไกลมากกว่าแค่คนแอบชอบ
 
สามสาว ‘GRANDE’ ยูนิตพิเศษจาก The Glass Girls ประกอบด้วย มินต์ – อรุณรัตน์ ศิริสานต์, ไข่มุก – สุพิชญา สายน้ำน่าน และอิ๋วอิ๋ว – พชรณมน นนทภา จากค่าย TGG Entertainment คำว่า ‘GRANDE’ นั้นมาจากภาษาสเปนที่แปลว่า ‘ใหญ่’ จึงเป็นวงที่รวมพี่ใหญ่แห่ง The Glass Girls ทั้ง 3 คนเข้าด้วยกัน ถึงแม้ว่าสไตล์ของทั้งสามนั้นจะแตกต่างกัน แต่ก็สามารถหลอมรวมกันเป็น ‘แก้วใบใหญ่’ ใบนี้ได้อย่างสวยงามและไร้ที่ติ ในส่วนของแนวเพลงนั้นจะมีความเป็นซิตี้ป๊อป (City Pop) ที่ผสานความซน และความสนุกสนานของสมาชิกวงเข้าไปร่วมด้วย ทำให้ผลงานที่ออกมานั้นฟังง่ายและเข้ากันกับวงเป็นอย่างดี
 
สำหรับซิงเกิ้ลในล่าสุดในปีนี้ของ ‘GRANDE’ กับเพลง ‘ปังปัง’ นั้นจะเป็นเพลงป๊อปสดใส น่ารัก และเป็นตัวแทนของคนที่อยากไปอยู่ข้าง ๆ อยากไปรู้จักคน “ปัง” ในหัวใจให้มากขึ้น เผื่อว่าสักวันจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลได้มากกว่าแค่คนแอบชอบ โดยเพลงนี้ยังได้ โด้ – ธนากร นักร้องนำของวง SLAPKISS มาเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนองของเพลง โดยมี ปิ่น – ปิ่นมนัส จากวง SLAPKISS เช่นกัน ที่มาร่วมเรียบเรียง และเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับ ทีม – กันตพัฒน์ คนที่เป็นผู้ก่อตั้ง และโปรดิวเซอร์ของ The Glass Girls มาตั้งแต่วงเดบิวต์ในปี 2019 จึงทำให้เพลงนี้มีมิติค่อนข้างหลากหลาย โดยตลอดเพลงผู้ฟังจะพบกับกีตาร์ และคีย์บอร์ดในจังหวะสนุกแบบซิตี้ป๊อป รวมถึงแรปสดใส ซน ๆ จากสมาชิกทั้ง 3 คน จึงรับประกันได้แน่ว่า “ปัง”
 
ในส่วนของมิวสิค วิดีโอ ก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะทั้งสามสาวทุ่มทุ่นเล่นเอง ที่มาในแนวโหดโหมดคิตตี้ จะเป็นอย่างไรนั้นต้องตามไปดูได้แล้ที่นี่ รวมถึงยังสามารถรับฟังได้ที่ Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music โดย TGG Entertainment

‘อาย-ศรสวรรค์’ เกาะติดลูกยางสาวไทย ลุยศึก Volleyball Nations League (VNL) 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735320

‘อาย-ศรสวรรค์’ เกาะติดลูกยางสาวไทย  ลุยศึก Volleyball Nations League (VNL) 2023

‘อาย-ศรสวรรค์’ เกาะติดลูกยางสาวไทย ลุยศึก Volleyball Nations League (VNL) 2023

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่อง 7HD จัดเต็มเพื่อกองเชียร์ลูกยางสาวไทย ส่งคนข่าวกีฬาคุณภาพ “อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร” ลัดฟ้าเกาะติดทีมสาวไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟเจาะลึกใกล้ชิด ในช่วงพิเศษ “ตบลั่นจอกับศรสวรรค์” ในรายการข่าวช่วงต่างๆ ตลอดการแข่งขัน ตั้งแต่ประเทศสาธารณรัฐทูร์เคีย (ตุรกี)-บราซิล เจาะลึกนักกีฬาวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย เตรียมพร้อมลงชิงชัยในศึกแห่งศักดิ์ศรี ในเกมระดับโลก การแข่งขัน Volleyball Nations League (VNL) 2023 ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 รวมทั้งช่องทางเว็บไซต์ www.ch٧.com, http://www.bugaboo.tv, www.
teroasia.com แอปพลิเคชั่น Ch٧HD และ BUGABOO.TV เจ้าของฉายาสำรองเบอร์ 7 “อาย-ศรสวรรค์” คนข่าวกีฬาจากช่อง 7HD พร้อมออกร่วมตะลุยเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับ
ทีมลูกยางสาวไทยในต่างแดน เปิดเผยว่า

“ตื่นเต้นและพร้อมลุยมากสำหรับการร่วมเจาะลึก เกาะติดรายงานความเคลื่อนไหว อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย โดยโค้ชด่วน-ดนัย ศรีวัชรเมธากุล นำทีมนักแข่งสาวๆลงแข่งขันจากสนามแข่งตุรกีและบราซิล มาให้แฟนๆ ได้ติดตามแบบเจาะลึกหลากหลายเรื่องราว ทั้งการรายงานข่าว บรรยากาศ สีสันนักตบลูกยางสาวไทยในช่วงพิเศษ “ตบลั่นจอกับศรสวรรค์” พร้อมพาไปเจาะลึกการฝึกซ้อม วิถีชีวิตทั้งก่อนและหลังการลงสนามแข่งขัน รวมถึงสัมผัสไลฟ์สไตล์นอกสนามแข่งขัน เผยมุมใหม่ของนักวอลเลย์บอลสาวไทย ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน รอพบกับอายทุกวันตลอดทัวร์นาเมนท์นี้ ผ่านรายการข่าวช่วงต่างๆ เริ่มตอนแรกใน รายการเจาะประเด็นข่าว 7HD นอกจากนี้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เต็มอิ่มกับความเคลื่อนไหวของทีมลูกยางสาวไทยในช่วง สนามข่าวกีฬา รายการสนามข่าว 7 สี, ห้องข่าวภาคเที่ยง,ข่าวเย็นประเด็นร้อน รวมถึง ข่าวภาคค่ำ ห้ามพลาดความพิเศษครบเครื่องที่ช่อง 7HD จัดให้ และมารอให้กำลังใจเชียร์สาวๆ ของเราด้วยกันนะคะ” แฟนลูกยางอย่าพลาด! #ตบลั่นจอที่7HD เปิดจอรอเชียร์ลูกยางสาวไทย และร่วมเชียร์ทีมชั้นนำระดับโลกมากมาย พร้อมกันทั่วประเทศ สดทางช่อง 7HD กด 35รวมทั้งช่องทางเว็บไซต์ www.ch٧.com, http://www.bugaboo.tv, http://www.teroasia.com แอปพลิเคชั่น Ch٧HD และ BUGABOO.TV ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2566

รวมตัวตึงยุค 90 ‘เต๋า-แคท-ออย’ประชันบทบาทสุดมันส์ ใน ‘รักสุดใจ ยัยตัวแสบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735319

รวมตัวตึงยุค 90 ‘เต๋า-แคท-ออย’ประชันบทบาทสุดมันส์ ใน ‘รักสุดใจ ยัยตัวแสบ’

รวมตัวตึงยุค 90 ‘เต๋า-แคท-ออย’ประชันบทบาทสุดมันส์ ใน ‘รักสุดใจ ยัยตัวแสบ’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเปิดตัวกันไปแบบปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่กันเลยกับละคร “รักสุดใจ ยัยตัวแสบ” ทางช่อง ٣ ของผู้จัด “อุ๊-พัชนี จารุจินดา” จากค่าย สเต็ปเพาเวอร์ทรี ที่ครองใจแฟนละครเย็นกันไปถ้วนหน้า แถมงานนี้ยังได้เหล่าดาราศิลปินตัวตึงยุค ٩٠ มาโคจรประชันฝีมือกันแบบจัดเต็มครั้งแรก!

เริ่มจากตัวตึงคนแรก “เต๋า-สมชาย เข็มกลัด” รับบท เฮียเจ๋ง เป็นผู้มีอิทธิพลที่คอยช่วยเหลือแก้ว พร้อมไฝว้ทุกสถานการณ์ ในเรื่องนี้ก็ตึงจริงๆ ไม่ว่าจะเล่นบู๊ เล่นฮาเจ้าตัวก็ฟาดเรียบ การทำงานกองนี้เรียกว่าจอยมาก เพราะเหมือนได้รวมตัวเดอะแก๊งเพื่อนๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดถึงความสนุกในการทำงานว่า “เรียกว่าครบรสครับ ในกองสนุกสนานมาก มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เรายิ้มได้กับชีวิต ผมอยู่กับออกัส ไม่ต้องห่วงครับ ยิ้มได้ทุกวัน หลายๆ คนบอกว่ารุ่นเด็กน่าจะซนแต่จริงกองนี้ ผู้จัด ผู้กำกับ ทีมงาน ดูเหมือนอยากจะจับเด็กใสๆอย่างผมใส่กระด้งมากกว่า (หัวเราะ)”

ต่อกันที่ตัวพ่อคนถัดมา “ออย-ธนา สุทธิกมล” กับการเล่นเป็นฝาแฝดครั้งแรก ในบทของ เทพ / ชัย ที่ได้หวนกลับมาร่วมงานกับช่อง ٣ ในรอบ ١٣ ปี หลังจากฝากผลงานไว้ในเรื่อง “กุหลาบซ่อนหนาม” ซึ่งงานนี้ได้ร่วมงานกับ เต๋า-สมชาย และอดีตคนเคยแอบชอบ อย่าง แคท-แคทรียา เป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัวได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า “เมื่อก่อนผมชอบเขามาก ผมเคยแอบบอกเขาไปนะ แต่ไม่ได้บอกจริงๆ บอกไปเล่นๆ ตอนนั้นเขาสวยมาก น่ารักจนเราเก็บไปฝันว่าเป็นแฟนกัน(หัวเราะ) ถ้าถามถึงการทำงานในกองต้องบอกว่าสนุกมาก พวกเราไม่ได้เจอมานานพอได้มาเจอกันในเรื่องนี้มันเหมือนรียูเนียน ไม่ต้องปรับจูนอะไรมากเฮฮากันสุดๆ”

และตัวแม่มากความสามารถที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังสวยแซ่บอยู่ตลอด อย่าง “แคทรียา อิงลิช” รับบท ราศี ที่หายหน้าหายตาจากจอช่อง ٣ ไปนานถึง ١٢ ปี ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นที่จับตามองอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นการร่วมงานกับ ออย-ธนา ครั้งแรก! โดยเจ้าตัวได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า “จริง ๆ แคทเคยเจอออยตามงานมาก่อน ดีใจที่ได้ร่วมงานกันรู้สึกสบายทำงานง่าย สามารถเข้าคู่กันได้เลยมองหน้าก็รู้เลยว่าจะเล่นอะไร แถมยังเป็นการเข้าคู่ของนักร้องยุค ٩٠ ที่หลายคนไม่เคยเห็น เราก็แซวเขาว่า ออยเนี่ยเราไม่เคยมาเล่นละครด้วยกันเลยนะ กับลิฟท์เรายังเคยเล่นด้วยกันมาแล้ว นานมากกว่าจะโคจรมาเล่นด้วยกัน มาเรื่องนี้ได้เจอออยจริงๆ ก็อะ….โอเคนะ (หัวเราะ)” รวมตัวพ่อ ตัวแม่ ระดับเทพไว้ขนาดนี้ความสนุกจะขนาดไหน… คุณผู้ชมต้องเป็นคนตัดสิน ในละคร “รักสุดใจ ยัยตัวแสบ” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ١٩.٠٠ น. ทางช่อง ٣ ดูทีวีกด ٣٣ ดูมือถือกด ٣Plus