‘โบว์ เมลดา-อู๋ กิตติภณ’เคมีลงตัว MV’แนะนำให้เป็นแฟนเรา’ส่งท่าเต้นน่ารักระบาดโซเชียล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735318

'โบว์ เมลดา-อู๋ กิตติภณ'เคมีลงตัว MV'แนะนำให้เป็นแฟนเรา'ส่งท่าเต้นน่ารักระบาดโซเชียล

‘โบว์ เมลดา-อู๋ กิตติภณ’เคมีลงตัว MV’แนะนำให้เป็นแฟนเรา’ส่งท่าเต้นน่ารักระบาดโซเชียล

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ต้าวโบว์ เมลดา” มาแล้วกับซิงเกิ้ล 2 “แนะนำให้เป็นแฟนเรา” พร้อมส่งพระเอกน้องใหม่ ช่อง 3 “อู๋-กิตติภณ ทิพยทยารัตน์” ร่วมแสดงใน Music Video ซึ่งเคมีพุ่งเกินต้านจนเกิดแฟชั่นท่าเต้น “ทัดหูโดนใจ” และอีกหลายๆ ท่าน่ารักกำลังระบาดบนโซเชียล ทั้ง IG, YouTube, TikTok รวมถึงบรรดา Influencer ต่างนำเพลงไป Cover จนในเวลานี้ยอดวิวกำลังพุ่งทยานเขย่าวงการเพลงไป กว่า 3 ล้านวิว

โดยงานเพลงของ “โบว์-เมลดา สุศรี” หรือ “ต้าวโบว์”ตั้งแต่เพลงแรก “แฟนผมน่ารัก” ที่ได้กลายเป็นเพลงฮิตติดใจใครหลายๆ คน และเวลานี้เพลง “แนะนำให้เป็นแฟนเรา”ก็เดินตามออกมาอย่างสวยงามโดยยังจับเอาความเป็น Pop หวานใส สามารถเต้นตามได้ง่ายๆ เป็นเมนหลักและมี MV แนว Romantic Comedy ที่มีกลิ่นอายของหนังยุค 90มาเรียกความหวานประกบพระเอกน้องใหม่คนล่าสุดของช่อง 3 “อู๋-กิตติภณ” กับบทผู้ชาย So sad ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจาก “ต้าวโบว์” อย่างด่วน!เพื่อเปลี่ยนผู้ชายน่ารักให้หายเศร้าและกลับมา In love อีกครั้งซึ่งหลังปล่อย MV กระแสเคมี โบว์-อู๋ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลง และยังถูกใจโปรดิวเซอร์ตามที่ได้วางแผนไว้รวมถึงได้ท่อนแรปเท่ๆ จาก GUYGEEGEE ศิลปินคุณภาพระดับอินเตอร์มาช่วยเพิ่มสีสันแบบกวนๆ ให้ได้โยกตาม

เมื่อพูดถึงเพลง “แนะนำให้เป็นแฟนเรา” ความยากไม่ได้อยู่ที่การทำเพลงอย่างเดียว แต่อีกส่วนที่ยาก คือการหาพระเอก MV ซึ่ง “โบว์-เมลดา” ได้เล่าให้ฟังว่า “โอ้โห…พระเอก MV ของโบว์นี่ พี่แทน Lipta มีกติกาในการเลือกคาแร็กเตอร์ของพระเอกค่อนข้างละเอียดจริงๆ ค่ะ เพราะในเพลงต้องการให้เห็นถึงผู้ชายที่มีอารมณ์กำลัง So sad เรื่องความรัก และนางเอกจะต้องเป็นคนมาช่วยรักษาพร้อมกับดันไปหลงรักเขาซะเองดังนั้นลุคของพระเอกจะต้องหล่อ น่ารักดูขี้อายนิดๆ ซึ่งในที่สุดเราก็ได้น้องอู๋-กิตติภณ มารับบทนี้ตอนที่ โบว์ ได้เจอก็เห็นด้วยกับพี่แทน Lipta น้องอู๋ น่ารัก หล่อ ตั้งใจ ทุกอย่างตรงตามที่หากันอยู่ ก็ดีใจที่ MV ทำออกมาแล้วคนฟังชอบตอนนี้ 3 ล้านวิวแล้วขอบคุณมากค่ะ และดีใจมากๆ ที่ท่าเต้นทัดหู กับอีกหลายๆ ท่าในเพลงกลายเป็นแฟชั่นทำตามกัน เปิดฟังกันเยอะๆ นะคะ”

‘เจมส์-เต้ย-ริว-อแมนด้า’เตรียมฮีลใจคนดู! ส่งพลังบวกชวนอมยิ้มฟีลกู๊ดกับ‘มาตาลดา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735347

‘เจมส์-เต้ย-ริว-อแมนด้า’เตรียมฮีลใจคนดู!  ส่งพลังบวกชวนอมยิ้มฟีลกู๊ดกับ‘มาตาลดา’

‘เจมส์-เต้ย-ริว-อแมนด้า’เตรียมฮีลใจคนดู! ส่งพลังบวกชวนอมยิ้มฟีลกู๊ดกับ‘มาตาลดา’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดใจให้กว้าง เตรียมเข้าสู่โหมดฟีลกู๊ดกับละครเรื่องใหม่ช่อง 3 “มาตาลดา”แนวดราม่า คอเมดี้ โรแมนติก สมกับสไตล์ของผู้จัดคนเก่ง “จ๋า-ยศสินี” จาก บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัดที่เตรียมยึดพื้นที่หัวใจแฟนๆ ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ละครที่บอกเล่ามุมมองของกลุ่ม LGBTQ+ พร้อมด้วยเรื่องราวการเลี้ยงดูลูกที่แต่ละครอบครัวมีกฎระเบียบต่างกัน นำแสดงโดย“เจมส์-จิรายุตั้งศรีสุข” ที่สวมบทเป็น “ปุริม” หมอหน้าตึงยิ้มยากแต่หล่อมากโคจรมาเจอนางเอก “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” ที่รับบทเป็น“มาตาลดา” สาวจิตใจดีที่ใครเห็นเป็นต้องรัก และเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นผลงานละครชิ้นแรกที่ “เจมส์ จิรายุ-เต้ย จรินทร์พร” ประกบคู่กันหลังจากเคยปล่อยเคมีน่ารักในภาพยนตร์ “Timeline จดหมาย ความทรงจำ” แต่ที่ทำให้แฟนๆ ตาลุกว้าว ติ่งนางงามร้องกรี๊ดตั้งแต่วันฟิตติ้งคือการเห็นสาวนางงามระดับโลกมาร่วมงานกับช่อง 3ครั้งแรกอย่าง “อแมนด้า-ชาลิสา ออบดัม” ที่มาปรากฏตัวในบท“อรุณรัศมี” คู่กับหนุ่ม “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” ที่รับบทเป็น “ไตรฉัตร” ยังไม่พอคว้านักแสดงรุ่นใหญ่ “ชาย-ชาตโยดม”พลิกบทแต่งเป็นตัวแม่ตัวมัมตัวมารดาแดร็กควีนชื่อ “เกริกพล” หรือ “เกรซ”

เสริมทัพด้วยนักแสดง อาทิ ตู่-นพพล, แจ๊บ-เพ็ญเพชร, เงาะ-กชกร, ต้น-อาชว์, ป๋อมแป๋ม-นิติ, จันจิ-จันจิรา, มิ้น-มิณฑิตา,ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช, ฟาโรห์-ธำรงค์, แอมแปร์-สุทธาทิตย์, โย-ทัศน์วรรณ, โกโก้-กกกร, ซีพี-อรณัชชา, แคนดี้-สุกุล, ไตเติ้ล-กีรติ ฯลฯ แท็กทีมพากันมอบความสนุกเข้มข้นล้นจอ ดูเพลินมีอมยิ้มแน่นอน

“มาตาลดา” (To The Moon and Back) กำกับโดย“ปวันรัตน์ นาคสุริยะ” บทประพันธ์โดย “ณัฐณรา” และเขียนบทโทรทัศน์โดย “สคริปต์ เมคเกอร์” เรื่องราวของสาวสุดแสนใจดีอย่าง “มาตาลดา” เธอถูกเลี้ยงดูด้วยความรักและความเอาใจใส่จาก เกรซ (ชาย-ชาตโยดม) คุณพ่อสาย LGBTQ+ จนกลายมาเป็นคนมีพลังใจดีพลังบวกเต็มเปี่ยมที่สามารถถมหลุมดำในก้นบึ้งหัวใจของ ปุริม (เจมส์-จิรายุ) ศัลยแพทย์หัวใจที่ไม่มีหัวใจ เขาที่ภายนอกดูเพียบพร้อม แต่กลับขาดความรัก เพราะทั้งชีวิตถูกพ่อขีดเส้นไว้ให้เดิน มาตาลดาจะเยียวยาปุริมด้วยวิธีไหน ต้องห้ามพลาดชมในละคร

ด้าน “เจมส์-จิรายุ”กับ “เต้ย-จรินทร์พร” ก็ได้ออกมาเปิดใจเล่า เริ่มจากหนุ่ม “เจมส์-จิรายุ” เล่าว่า “เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมากครับต้องขอบคุณพี่จ๋าและทีมงานทุกคนในกองดูแลเราดีมากเลยนักแสดงกับบทละครเรื่องนี้ผมคิดว่าทุกคนเกิดมาเพื่อตัวละครตัวนี้ทุกคนถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างดี ทำให้การทำงานทั้งหมดมันราบรื่น ทั้งในการเล่นละครในการทำงานอะไรต่างๆ ผมก็มีความเชื่อลึกๆ ว่าถ้าเราทำงานได้อย่างโฟล์ว คนดูก็จะไหลลื่นและมีความสุขไปกับอะไรหลายๆ อย่างในละครเรื่องนี้ผมก็ขอสปอยในมุมผมละกัน ผมว่ามาตาลดาเป็นละครที่ดูเพลินดูไปจะมีแต่รอยยิ้มแน่นอน และที่ดีไปกว่ารอยยิ้ม คือมีข้อคิดบางอย่างที่จะได้รับ ซึ่งแต่ละคนก็จะได้รับข้อคิดที่ต่างกันครับ”

ต่อด้วยนางเอกสาว “เต้ย-จรินทร์พร” เปิดใจถึงการทำงานละครเรื่องนี้ให้ฟังว่า “เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของพี่จ๋าเลยค่ะ พี่จ๋าใส่ใจรายละเอียดแบบลงลึกกับทุกเรื่องในละครทั้งหมด หาข้อมูลทุกอย่างเพื่อให้มันสมจริง สำหรับเรื่องนี้ภารกิจหลักของมาตาลดาที่สำคัญสูงสุดเลย คือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก คือ อาม่าอากงและพ่อเกรซให้ได้เพราะว่าอาม่ากับอากงรับตัวตนของพ่อไม่ได้มาตาลดาเลยอยากเป็นกาวใจให้ทุกคนยอมรับพ่อของเราให้ได้ เต้ยรู้สึกว่ามาตาลดาเป็นละครที่ฮีลใจให้กับคนดูทุกคน เพราะว่าตัวเต้ยเองหรือว่าทีมงานทุกคนก็ได้รับการฮีลใจเหมือนกัน นี่เป็นละครที่เต้ยกล้าพูดเลยว่าเต้ยมีความสุขมากๆ ในการเล่นละครแล้วเรารู้สึกภูมิใจมากที่ได้อยู่ในละครเรื่องนี้ ด้วยบทที่ดูอบอุ่นมาก เต้ยก็อยากให้คนดูติดตามและรักละครเรื่องนี้เหมือนกับเต้ยนะคะ”

มาถึงอีกคู่ “ริว-วชิรวิชญ์” และ “อแมนด้า” ขอแอบสปอยเพิ่มเติมไปอีกเริ่มด้วยหนุ่ม “ริว-วชิรวิชญ์” เผยว่า “จริงๆ ผมติดตามละครพี่จ๋ามาตั้งแต่เด็กพอตัวเองได้มีโอกาสมาเล่นก็รู้สึกไม่น่าเชื่อ แต่พอเป็นคาแร็กเตอร์ไตรฉัตรเขาฉีกออกจากที่ริวเคยเล่น และพี่จ๋ากับทีมเขียนบทเขาตั้งใจเขียนขึ้นมาจริงๆ เลยรู้สึกรักตัวละครไตรฉัตรมากครับ ส่วนเคมีผมกับพี่อแมนด้าจะไม่ได้โรแมนติก จะเป็นแนวดึงเชิงกันมากกว่าแต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คู่ของเรามีเสน่ห์ต่างคนต่างไม่ให้ใครชนะ และมีความร้อนแรงอยู่ ผมได้ขออนุญาตพี่อแมนด้าตั้งแต่วันฟิตติ้ง เพราะมันต้องมีเข้าฉากเลิฟซีนค่อนข้างเข้มข้น จะเป็นยังไงต้องรอดูในละคร”

ปิดท้ายที่สาว “อแมนด้า” เผยว่า “สำหรับตัวละครอรุณรัศมีที่ด้าเล่นจะมีความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นผู้หญิงสตรอง มีทั้งแฮปปี้โกรธเสียใจร้องไห้เหมือนกัน เป็นคาแร็กเตอร์ค่อนข้างกลมกล่อมก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน และพี่จ๋าที่ให้โอกาสด้าได้มาร่วมงานกับช่อง 3 ครั้งแรก มีความสุขมากๆ ที่ได้มาเล่นละครเรื่องนี้เพราะเป็นละครที่ฮีลใจ และเกี่ยวกับ LGBTQ+ ด้วย และด้าก็เป็นคนที่สนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมอยู่แล้ว ก็ดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับละครเรื่องนี้ค่ะ ก็อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมละครที่ดีแบบนี้กันเยอะๆ นะคะ” เตรียมรับพลังบวกให้ใจฟูกันได้ในละคร “มาตาลดา”ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566 ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘คิน-ธนชัย’ แท็กทีม ‘NEW COUNTRY’ และ ‘LYKN’ รวมพลังน้ำใจวันอานันทมหิดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735322

‘คิน-ธนชัย’ แท็กทีม ‘NEW COUNTRY’ และ ‘LYKN’ รวมพลังน้ำใจวันอานันทมหิดล

‘คิน-ธนชัย’ แท็กทีม ‘NEW COUNTRY’ และ ‘LYKN’ รวมพลังน้ำใจวันอานันทมหิดล

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศิลปินแกรมมี่ คิน-ธนชัย ศักดิ์ชัยเจริญกุล พร้อมด้วย 5 หนุ่มวง LYKN (ไลแคน) ประกอบด้วย วิลเลี่ยม-จักรภัทร เเก้วพันธุ์พงษ์, เลโก้-รพีพงศ์ ศุภธินีกิตติ์เดชา,นัท-ธนัท ด่านเจษฎา, ฮง-พิเชฐพงศ์ จิรเดชสกุลวงศ์ และ ตุ้ย-ชยธร ไตรรัตนประดิษฐ์ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2566 “น้ำใจ…สร้างกุศล” EYES NEED YOU ต่อสายตา ด้วยสายใจ เพื่อสร้างการตระหนัก ถึงปัญหาสุขภาพสายตาของคนในสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนบริจาคสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย, พระภิกษุสงฆ์อาพาธ-ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กองทุนภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โครงการหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรม สภากาชาดไทยในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสา สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้ใจบุญ และเหล่าแฟนคลับให้ความสนใจร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มศิลปิน NEW COUNTRY (นิวคันทรี่) ประกอบด้วย มัทรี-ธิติกานต์ เหลืองรุ่งทรัพย์, กิ๊ก-ไอรดา บุญมี, ติณติณ-จรัสวี เทียมรัตน์, เอ็มโบ-พันธกานต์ พุ่มพฤกษ์, กีตาร์-ณัฐเอก ทอนสูงเนิน และ นุ-พุฒธิวัฒน์ สะท้านธรนิล ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ เชิญชวน บริจาคเงินเพื่อรับเข็มวันอานันทมหิดล เข็มที่ระลึก หรือ เสื้อยืดน้ำใจ…สร้างกุศล EYES NEED YOU ต่อสายตา ด้วยสายใจ เสื้อที่ระลึกของโครงการ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ทาง บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชีวันอานันทมหิดล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-508-231-4 หรือกล่อง รับบริจาคตามจุดต่างๆ ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2567 ติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ Facebook : ANAN DAY

คิน-ธนชัย เปิดเผยว่า

“ดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสมาร่วมทำกิจกรรมดีๆ เนื่องในโอกาสวันอานันทมหิดลในปีนี้ อยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันเป็นผู้ให้ เพียงบริจาคเงินตามกำลังเพื่อสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อีกหลายชีวิตเลยครับ มาร่วมทำบุญกันเยอะๆ นะครับ”

กลุ่มศิลปิน LYKN เปิดเผยว่า “พวกเราขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันส่งน้ำใจเพื่อสร้างกุศล สมทบทุนหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรม สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาสุขภาพทางสายตา นอกจากได้บุญแล้วยังได้รับเข็มอานันทมหิดล หรือเสื้อยืดสวยๆ ของโครงการเป็นที่ระลึกอีกด้วยครับ”

คู่หยุดโลก!‘แอฟ’ล้างภาพเปิดศึกระเบิดอารมณ์‘แต้ว’แซ่บไฟลุก ใน‘แค้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735346

คู่หยุดโลก!‘แอฟ’ล้างภาพเปิดศึกระเบิดอารมณ์‘แต้ว’แซ่บไฟลุก ใน‘แค้น’

คู่หยุดโลก!‘แอฟ’ล้างภาพเปิดศึกระเบิดอารมณ์‘แต้ว’แซ่บไฟลุก ใน‘แค้น’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขีดเส้นใต้ว่าแซ่บยกล้อ พร้อมเปิดศึกระเบิดความเดือดแบบเต็มสตรีม กับละครดราม่ารสจัดจ้าน“แค้น” ทางช่อง 3 ผลงานชิ้นล่าสุดของผู้จัดงานดีย์ “แอน ทองประสม” จากค่ายทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่อัปเลเวลอัดแน่นความมันส์ด้วยนักแสดงมากฝีมือที่หลายคนจับตามอง สร้างความฮือฮาเต็มคาราเบลกับการปะทะของสองนักแสดงระดับพระกาฬ “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ที่ปรับโหมดมาร้ายแบบดุดันไม่เกรงใจ และสาว “แต้ว-ณฐพรเตมีรักษ์” ที่พร้อมฟาดจัดเต็มทุกอารมณ์ ร่วมด้วยพระเอกละมุน “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ”เสริมด้วยไลน์อัพนักแสดงสุดปังอย่าง พุฒ-พุฒิชัย,วุ้นเส้น-วิริฒิพา, แจ๊บ-เพ็ญเพชร, เชฟป้อม-หม่อมหลวงขวัญทิพย์, ออม-นรวรรณ, ก๊อตจิ-ทัชชกร ทั้งนี้ยังเป็นการพลิกบทบาทดราม่าสุดขั้วของ “ต้นหอม-ศกุนตลา” และ “อ้น-ศรีพรรณ” ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน! และสองนิวเจนเลือดใหม่ “ลิซ่า-อลิซา” และ “แซม-พฤฒิชัย” กับการชิมลางเรื่องแรก!

ละคร “แค้น” ดัดแปลงเค้าโครงเรื่องและแรงบันดาลใจจากนิยาย “พรหมจารีสีดำ” บทโทรทัศน์โดย “ณัฐิยา ศิรกรวิไล” กำกับการแสดงโดย “ฟิวส์-กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล” ทุกความแค้น มีเหตุผลในการแก้แค้นเสมอ จากจุดเริ่มต้นของ ปรางทอง (แอฟ-ทักษอร) ลูกติดที่แม่ของเธอต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของเศรษฐี เธอเกิดมาพร้อมคำดูถูก และถูกปฏิบัติให้เหมือนเด็กรับใช้ในบ้าน ทันทีที่ เหมือนแพร (แต้ว- ณฐพร) ที่มีศักดิ์เป็นหลานลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ ปรางทอง สะสมความแค้น วางแผนทำทุกอย่างเพื่อยึดสมบัติของตระกูลนี้มาเป็นของตัวเอง โดยหลอกใช้คนรัก อรรณพ (พุฒ-พุฒิชัย)เป็นเครื่องมือในครั้งนี้ สงครามความแค้นปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อ อรรณพ และเหมือนแพร ใกล้ชิดกันมากขึ้นจนก่อเกิดเป็นความรัก หนทางความแค้นนี้ต้องมีคนตาย เหมือนแพร หอบความเศร้าและไม่เหลืออะไรในชีวิต หลังถูก ปรางทอง หลอกลวงเวลาผ่านไป 14 ปี เหมือนแพรกลับมาอีกครั้งพร้อมชำระความแค้น โดยมี พิธาน (นาย-ณภัทร) น้องชายของ อรรณพ ที่รู้สึกผิดกับแผนการร้ายของ ปรางทอง คอยเป็นคนช่วย

ผู้จัดดีกรีนักแสดงตัวแม่ “แอน ทองประสม”เผยถึงความตั้งใจในการเลือก 3 นักแสดงหลักของเรื่องนี้ไว้ว่า “เรื่องนี้จะเป็นแนวดราม่าแบบฟาดฟัน ทุกคนจะงัดอินเนอร์แต่ละคนออกมาสู้กันที่การแสดงสนุกมากเป็นสไตล์ความแซ่บที่เป็นรสชาติแบบไทยๆ ถูกใจแฟนๆ ละครแน่นอน แอนอยากร่วมงานกับแต้วมานานแล้วเพราะเค้าเด่นเรื่องบทดราม่า เมื่อได้มาร่วมงานกันไม่ผิดหวังเลย เค้ามีฝีมือมากในการถ่ายทอดบทบาทของตัวละครที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาและต้องเอาตัวร้ายอย่างปรางทองให้อยู่ ส่วนบทของแอฟหลายคนตื่นเต้นที่จะได้เห็นแอฟเล่นบทร้าย ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าแอฟเอาอยู่กับการพลิกบทบาทครั้งนี้แน่นอนสำหรับน้องนายเรื่องนี้เราจะได้เห็นความขมๆ ปนความละมุน เป็นการแสดงที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ”

ด้านตัวแซ่บพร้อมเดินเรื่อง “แอฟ-ทักษอร”พูดถึงการพลิกบทบาทในครั้งนี้ว่า “เรื่องนี้ฉีกภาพลักษณ์แอฟทุกอย่างเลย ทั้งภายในและภายนอก มีทั้งกระชาก ลาก ดึง ทำลายข้าวของ ด่าคำแรงๆ เจ็บๆ เป็นอะไรที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน ต้องมีเข้าไปเวิร์กช็อป เรียนแอ๊กติ้ง แม้ว่าจะเรียนมาแล้วแต่เวลาที่อยู่หน้ากองก็ยังต้องเติมอีกเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่ท้าทายแอฟอยู่พอสมควร เรื่องนี้ความสนุกคือบทของตัวละครทุกตัวมันตีความได้หลายรูปแบบ เป็นการนำเสนอเรื่องราวอีกแบบนึงที่ใหม่แล้วก็เข้มข้นน่าติดตามมากค่ะ ใครกำลังรอบทละครที่สนุกเข้มข้นรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังค่ะ”

ผู้พร้อมชำระความแค้น “แต้ว-ณฐพร” เปิดใจถึงการแสดงว่า “แค้นคือสมชื่อเรื่องแค้น มีแต่ความเดือด ความร้อนแรง ซีนอารมณ์และซีนปะทะ เป็นละครดราม่าที่จัดเต็มทุกอย่างทุกวันที่มากองถ่ายคือต้องทำการบ้านหนักมาก ซีนร้องไห้คือฉ่ำมากและเครียดมากที่ต้องถ่ายทำ แต่ว่าโชคดีมากที่เรามีพาร์ทเนอร์ทางการแสดงที่ดีมากอย่างพี่แอฟ ที่รับส่งบทให้กันได้แบบดีสุดๆ และความตั้งใจแบบขั้นสุดของพี่แอน ผู้จัดละครที่ใส่ใจทุกขั้นตอนและทุกซีนให้มีความหมาย ละครแค้นจะเป็นอีกหนึ่งละครที่เข้าไปอยู่ใจคุณผู้ชมได้อย่างแน่นอน” ล้างตารอชมละครดราม่าสุดเผ็ดร้อน กับการรวมตัวของนักแสดงฝีมือขั้นเทพในละคร “แค้น” พร้อมฟาดทั่วประเทศ ทุกคืนวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 7 มิถุนายนนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 Plus

‘ตู่-ปิยวดี’ นำทีมบวงสรวงละคร ‘เมื่อตะวันลับฟ้า(ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735321

‘ตู่-ปิยวดี’ นำทีมบวงสรวงละคร  ‘เมื่อตะวันลับฟ้า(ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว’

‘ตู่-ปิยวดี’ นำทีมบวงสรวงละคร ‘เมื่อตะวันลับฟ้า(ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้จัดมือทอง “ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์” จาก บริษัท เวลาดี2020 จำกัด ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวงละครใหม่แนวโรแมนติกดราม่าเรื่อง “เมื่อตะวันลับฟ้า (ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว)” เมื่อเช้าวันพุธที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้นักแสดงเคมีหนุบหนับ ริว-วชิรวิชญ์ ประกบคู่สาว มิ้นท์-รัญชน์รวี และ มีน-นิชคุณ จับคู่ น้ำฟ้า-ธัญญภัสร์ ร่วมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ วิลลี่ แมคอินทอช, ดีแลน ไบร์อันท์,แคนดี้ สุภาภัสสร์, มาวิน ทวีผล, ดี้-ชนานา, อาโย-ทัศน์วรรณ, หลิน-ณุศรา, นุ่น-สุทธิภา, เฟิร์ส-ภาราดา,ต้น-ต่อตระกูล, ลิตา-คาลิยา, ก็อต-คณิศร และ โปเต้-วัชรายุธ์ พร้อมด้วยผู้กำกับ ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส และผู้ประพันธ์ วดี หรือ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

แค่เรื่องราวก็น่าสนุก เพราะอุบัติเหตุในวัยเด็กเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ นับดาว (มิ้นท์-รัญชน์รวี) ได้พบกับคิมหันต์ (ริว-วชิรวิชญ์) เด็กชายที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยเธอกับ น้ำฟ้า (น้ำฟ้า-ธัญญภัสร์) โดยที่ไม่รู้เลยว่า เตชิต(วิลลี่ แมคอินทอช) พ่อของเขาทำให้ครอบครัวเธอต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ทั้งสองพบกันอีกครั้งแต่กลับจำกันไม่ได้ คิมหันต์ต้องแข่งขันกับ ปฐวี (มีน-นิชคุณ)น้องชายต่างมารดาที่ตกหลุมรักนับดาวเช่นเดียวกัน ซ้ำร้ายมิรันตี (พิม-ซอนย่า คูลลิ่ง) แม่ของนับดาวที่เธอเข้าใจมาตลอดเวลาเสียชีวิตไปแล้วได้หวนกลับมาหลังจากตกเป็น “แพะรับบาป” ในเรือนจำถึง 20 ปีเกมส์แห่งการแก้แค้นจึงเปิดฉากขึ้น! เกมการแก้แค้นครั้งนี้จะเป็นอย่างไร รอติดตามชมได้ใน “เมื่อตะวันลับฟ้า (ก็จะเป็นเวลาของดวงดาว)” เร็วๆ ทางช่อง 3 และรอติดตามความเคลื่อนไหวกันได้ทางแอปพลิเคชั่น 3Plus ดาวน์โหลดฟรี!! หรือดูบนเว็บ https://ch3plus.com

กรี๊ด! ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ประกาศข่าวดี ขอแต่งงานสุดหวานที่อิตาลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735396

กรี๊ด! 'ณเดชน์-ญาญ่า'ประกาศข่าวดี ขอแต่งงานสุดหวานที่อิตาลี

กรี๊ด! ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ประกาศข่าวดี ขอแต่งงานสุดหวานที่อิตาลี

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 19.15 น.

แฟนคลับคู่ “ณเดชน์-ญาญ่า” คู่รักแห่งวงการบันเทิง แบบลุ้นกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นคู่จิ้น เป็นแฟนแบบไม่เปิดตัว เป็นแฟนแบบคลั่งรัก จนมาถึงวันนี้ ได้ประกาศข่าวดีให้แฟนๆไม่ต้องลุ้น ด้วยการขอแต่งงานสุดโรแมนติก ที่ประเทศอิตาลี 

โดย ณฌ ส่วนตัวของ อุรัสยา เสปอร์บันด์ urassayas และ ณเดชน์ คูกิมิยะ kugimiyas โพสต์ภาพสุดหวาน ที่ประเทศอิตาลี ระบุข้อความว่า “We decided on forever (แปลว่า พวกเราตัดสินใจอยู่ด้วยกันตลอดไป) ในแคปชันว่า ผมคือผู้ชายที่มีความสุขที่สุด เพราะผมโชคดีที่สุด ที่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในชีวิต การเดินทางครั้งใหม่เริ่มต้นแล้ว และผมโคตรตื่นเต้นเลย“ผมคือผู้ชายที่มีความสุขที่สุด เพราะผมโชคดีที่สุด ที่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในชีวิต” .-008 

นักวิชาการ-นักจิตวิทยาร่วมหาทาง ยุติปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735349

นักวิชาการ-นักจิตวิทยาร่วมหาทาง ยุติปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน

นักวิชาการ-นักจิตวิทยาร่วมหาทาง ยุติปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัญหาความรุนแรงในรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นโรงเรียนและสถานศึกษา ย่อมส่งผลกระทบทางด้านร่างกายและจิตใจของนักเรียนผู้ตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงและการถูกกลั่นแกล้งข่มเหงรังแก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งทำได้ในหลายมิติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกลไกทางกฎหมายเมื่อมีเหตุความรุนแรง และการดูแลนักเรียนที่ได้รับความรุนแรงทางโลกไซเบอร์ 

จากงานสัมมนา Teacher Conferenceในหัวข้อ “Stop Violence in Schools” เยาวชนไทยห่างไกลความรุนแรง ครั้งที่ 2 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสถาบันสอนภาษาอังกฤษ โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์)จัดขึ้น ภายใต้โครงการ International Friends for Peace 2023 เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2566  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันการแก้ไขและยุติปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนและสถานศึกษา

ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีด้านการพัฒนานิสิต จุฬาฯ กล่าวว่า TeacherConference ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และผู้ที่รับผิดชอบงานด้านวิจัยและกิจการนิสิตได้เพิ่มพูนความรู้และทักษะในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนและสังคมไทยตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านกลไกทางกฎหมาย การดูแลสภาพจิตใจของผู้ถูกกระทำ รวมถึงการป้องกันการเกิดความรุนแรงในอนาคต 

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวสรุปว่า กลไกทางกฎหมายเมื่อเกิดความรุนแรงขึ้นในโรงเรียน ต้องเริ่มตั้งแต่กฎหมายแม่บท ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายที่ครอบคลุมและคุ้มครองเด็กได้ดีพอสมควร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือกฎหมายลำดับรองและแนวทางปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายยังไม่ค่อยสมบูรณ์  สิ่งที่จะต้องแก้ไขก็คือ ในโรงเรียนควรมีกลไกที่คุ้มครองผู้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง นักเรียนกับครู หรือกระทั่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากบุคคลภายนอกที่เข้ามากระทำกับครูหรือนักเรียน ซึ่งจะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นครู แพทย์ ตำรวจ รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)ซึ่งหากมีการบูรณาการร่วมกันก็จะช่วยคุ้มครองป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนได้

“การรู้จักเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันในโรงเรียนเป็นพื้นฐานที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงในโรงเรียน”  ผศ.ดร.ปารีณา กล่าว

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้เผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อความรุนแรงว่า มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายถึงมหาวิทยาลัย โดยคุณครูในโรงเรียนมีบทบาทหลักที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ผศ.ดร.ณัฐสุดา ให้ข้อมูลต่อไปว่า ในปี 2566 มีผู้พบความรุนแรงถึง 40% และมีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงถึง 30% ที่น่าสนใจคือยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ออกมาบอกว่าตนตกเป็นเหยื่อ โดยช่องทางหลักของการแสดงความรุนแรงมักเป็น Social Network ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในแพลตฟอร์มที่ไม่ต้องมีการเปิดเผยตัวตน เราไม่สามารถห้ามไม่ให้เด็กใช้โซเชียลได้เพราะข่าวสารข้อมูลที่มีประโยชน์ก็อยู่บนนั้นเช่นกัน แต่จะทำอย่างไรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างมีคุณภาพ 

“ครูเป็นเสมือนปราการแรกของเด็กที่สามารถรับฟังอย่างเข้าใจ โรงเรียนสามารถเสริมเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนสามารถพูดหรือระบายได้ จากงานวิจัยพบว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อ Cyberbullying มีความสัมพันธ์กับการฆ่าตัวตาย การป้องกันในเบื้องต้นจึงมีความสำคัญ ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้”  ผศ.ดร.ณัฐสุดา กล่าวทิ้งท้าย

ไทยมีบทความในฐานข้อมูล Scopus สูงกว่าของสิงคโปร์ ในรอบ 25 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735351

ไทยมีบทความในฐานข้อมูล Scopus  สูงกว่าของสิงคโปร์ ในรอบ 25 ปี

ไทยมีบทความในฐานข้อมูล Scopus สูงกว่าของสิงคโปร์ ในรอบ 25 ปี

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (ศูนย์TCI) มจธ. สกสว. และเนคเทค นำโดย ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ หัวหน้าศูนย์ TCI ได้จัดการประชุม หัวข้อ “นโยบาย ผลสัมฤทธิ์และมอบรางวัลแก่วารสารในโครงการ TCI-TSRI-ScopusCollaboration Project” แก่บรรณาธิการและกองบรรณาธิการวารสารของไทยจำนวนมากกว่า 200 คน ใน 3 ประเภทรางวัลคือ (1) Most Improved PercentileAward, (2) High Citation Award และ (3) TCIPopularity Award รวม 8 วารสาร จากสถาบันอุดมศึกษา7 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(1) มหาวิทยาลัยมหิดล(1), (2) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(1), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(2) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(2) ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย(3) และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(3) โดยการมอบรางวัลดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพวารสารและคุณภาพบทความของนักวิชาการไทยในวารสารไทยทั้งในเชิงการบริหารจัดการและเชิงคุณภาพ รวมทั้งยกระดับ Journal Quartile ของวารสารไทยใน Scopus ให้มี Quartile ที่สูงขึ้นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ในสมัยก่อน ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนักในระดับนานาชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จึงร่วมกันพัฒนาศักยภาพและเพิ่มผลผลิต/การอ้างอิงของผลงานวิจัยในมหาวิทยาลัยไทยสู่ฐานข้อมูลสากล โดยผลักดันให้ได้รับการบรรจุในฐานข้อมูลScopus จำนวน 40 รายการ ภายใน ปี 2017-2020 ซึ่งผลที่ได้คือศูนย์ TCI ร่วมกับบรรณาธิการวารสารใช้เวลาประมาณเพียง 6-12 เดือน ก็สามารถพัฒนาคุณภาพวารสารให้มีคุณภาพระดับสากล และบรรจุในฐานข้อมูล Scopus ทั้งหมด โดย Scopus ใช้เวลาพิจารณาเพียง 24 วันเท่านั้น

ยิ่งกว่านั้น ในปี 2020 วารสารไทยใน Scopus มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเพื่อพัฒนาคุณภาพวารสารไทยจำนวน 46 รายการ ในฐานข้อมูล Scopus ให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น สกสว. ได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบและปรับปรุงคุณภาพวารสารไทยในฐานข้อมูล Scopus ในปี 2020-2022 ผลที่ได้คือ ผลงานวิจัยในรูปแบบบทความประเภท article and review ของไทยปี 2017-2022 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 101% เมื่อเปรียบเทียบกับในอาเซียน พบว่าไทยมีจำนวนบทความในฐานข้อมูล Scopus เพิ่มขึ้นอยู่ในอัตราที่สูงกว่าจำนวนบทความของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

จากที่ ศูนย์ TCI ได้ดำเนินโครงการฯคือ ปี 2017-2022 พบว่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบทความที่ปรากฏในวารสารที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนปีละมากกว่า 2,200 บทความ ส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในระดับโลก ส่วนในด้านคุณภาพ พบว่าบทความในวารสารไทยมีคุณภาพสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยพิจารณาจาก journal quartile ที่สูงขึ้นของวารสารในโครงการฯ กล่าวคือ มีวารสารไทยที่อยู่ใน Quartile 1 จำนวน 2 รายการ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการวารสารวิชาการไทย รวมทั้งมีวารสารใน Quartile 2 จำนวน 7 รายการ Quartile 3 จำนวน 13 รายการ และ Quartile 4 จำนวน 24 รายการ ตามลำดับ การเพิ่มขึ้นของ Journal Quartile นี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพที่สูงขึ้นของบทความวิชาการไทยบนเวทีโลกได้อย่างชัดเจน

“สมศ.” ปรับเกณฑ์ประเมินปี 2567 สอดคล้องบริบท ลดภาระโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735350

“สมศ.” ปรับเกณฑ์ประเมินปี 2567  สอดคล้องบริบท ลดภาระโรงเรียน

“สมศ.” ปรับเกณฑ์ประเมินปี 2567 สอดคล้องบริบท ลดภาระโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมศ. เปิดแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาชูแนวคิดปรับระบบประกันคุณภาพการศึกษาใหม่ มุ่งให้แต่ละสถานศึกษาออกแบบระบบให้เหมาะสม พร้อมนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกที่ได้รับมากำหนดไว้ในวิสัยทัศน์และเป้าหมายของสถานศึกษา นำมาพัฒนาต่อยอดในการพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษาต่อไป พร้อมเผยผลการประเมินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 จนถึงปัจจุบัน สมศ.ประเมินไปแล้ว 8,283 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 62.54 จากเป้าหมายสถานศึกษาจำนวน 13,245 แห่ง และขณะนี้ อยู่ระหว่างการประเมินที่เหลือ โดยคาดว่าจะประเมินแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายน 2566 นี้

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)เผยว่า ที่ผ่านมาพบปัญหาเกี่ยวกับการประเมิน 3 ประการ คือ สถานศึกษาบางส่วนไม่มีแรงจูงใจในการนำผลการประเมินไปใช้ บางแห่งมองว่าการประเมินของ สมศ. เป็นภาระ และสถานศึกษาหลายแห่งที่ไม่ได้กำหนดไว้ในแผนและเป้าหมายการดำเนินงาน

สมศ. จึงปรับการทำงาน ได้แก่ เพิ่มเติมเรื่องการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกที่ผ่านมาของสถานศึกษาแต่ละแห่งมาพิจารณาร่วม โดยต้องนำผลการประเมินที่ผ่านมาไปปรับปรุง พัฒนาสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะจาก สมศ.ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และต้องเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามีส่วนร่วมมากขึ้น อาทิ กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง หรือชุมชน เป็นต้น เพื่อเป็นการร่วมมือร่วมใจกันต่อยอดพัฒนาให้การดำเนินงานของสถานศึกษาบรรลุเป้าประสงค์ในที่สุด

“แนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สมศ. ยังคงให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษา ทั้งนี้จะกำหนดวิธีการประเมินให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ทั้งในส่วนของวิธีการและจำนวนวันประเมินให้แตกต่างกันตามบริบทสถานศึกษา รวมทั้งเน้นนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการการประเมิน นำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นการพิจารณาจากการดำเนินงานของสถานศึกษาที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่ต้องจัดทำข้อมูลหลักฐานเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดภาระของสถานศึกษาให้มากที่สุด” ดร.นันทากล่าว

ม.ศรีปทุม MOU ช่อง 3 ร่วมมือ พัฒนาความรู้ ผลิตศึกษาป้อนวงการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735352

ม.ศรีปทุม MOU ช่อง 3 ร่วมมือ  พัฒนาความรู้ ผลิตศึกษาป้อนวงการ

ม.ศรีปทุม MOU ช่อง 3 ร่วมมือ พัฒนาความรู้ ผลิตศึกษาป้อนวงการ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ และ ดร.อัครพลวีรวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักบริหารทรัพยากร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ณ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2566

ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและต่อยอดการเรียนรู้ผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (Work Based Learning) ของนักศึกษา เพื่อพัฒนาสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพผ่านการจัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมได้เรียนรู้จากตัวจริง ประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม