สพป.ตาก เขต 2 รร.ในสังกัด ร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735353

สพป.ตาก เขต 2 รร.ในสังกัด ร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

สพป.ตาก เขต 2 รร.ในสังกัด ร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 และสถานศึกษาในสังกัด ร่วมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มีความตระหนักรู้ ตื่นตัว เพื่อป้องกันการเกิดนักสูบหน้าใหม่ และพิษภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

ในปี 2566 ได้กำหนดประเด็นรณรงค์คือ “บุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษ เสพติด อันตราย” เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ถึงภัยอันตรายจากการเสพ อันตรายของสารเสพติดต่างๆ ที่อยู่ภายในบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ลดการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และปกป้องเด็กเยาวชนไม่ให้เข้าถึง เพื่อมิให้กลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ต่อไป

ดูงานรับสมัครครู ครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735354

ดูงานรับสมัครครู ครูผู้ช่วย

ดูงานรับสมัครครู ครูผู้ช่วย

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2พร้อมคณะ ให้กำลังใจและกำชับคณะกรรมการ และผู้สมัครสอบแข่งขันครู ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เรียบร้อย ถูกต้อง เนื่องจากมีผู้มาสมัครสอบจำนวนมาก ที่สำนักงาน สพป.พิษณุโลก เขต 2

เลขา ‘ก้าวไกล’ มั่นใจ กกต.เด็ดหัว 20 ว่าที่สส. ไม่ระคาย สถานะพรรคอันดับหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550416

05 มิ.ย. 2566

เลขา 'ก้าวไกล' มั่นใจ กกต.เด็ดหัว  20 ว่าที่สส. ไม่ระคาย สถานะพรรคอันดับหนึ่ง

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล” มองโลกในแง่ดี ลิสต์บัญชีดำจากกกต. ที่จะเล่นงานเหล่าว่าที่ สส. ขั้นต่ำ 20 ราย ท้ายที่สุดพรรคก้าวไกลจะอยู่ในสถานะแคล้วคลาด ท่องบทสวดไว้ในใจ “ชนะเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม” กัดฟันเผยบรรยากาศพูดคุยกับสว. เพื่อดึงเสียงโหวตมีทิศทางที่ดี

 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง  หรือ กกต. คาดหมายว่า   อาจจะมีการให้ใบแดงกับว่าที่สส. โดยมีตัวเลขจำนวนผู้ที่อยู่ในข่ายดังกล่าว หรือไม่ได้รับการรับรองให้เป็นสส. รวม 20  คน  ประเด็นดังกล่าว “ก้าวไกล” ไม่กังวล  เพราะพรรคมั่นใจว่า  จำนวนว่าที่สส.ของพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง เป็นการชนะการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม  จะไม่มีผลต่อสถานะของพรรค  อย่างไรก็ตามในภาพรวมคิดไว้ว่า ถ้าเกิดจำนวนสส.ของฝ่ายที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันลดลง ในวันที่จะโหวตนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องเตรียมการไว้ว่า จะต้องใช้เสียงจากสมาชิกวุฒิภา (สว.)  เข้ามาสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งตอนนี้การพูดคุยกับสว. ก็เป็นไปด้วยดี

หากจำนวนว่าที่สส. 20 คน  อยู่ในฝั่งของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะมีผลต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่  ยอมรับว่ากระทบแน่นอน ซึ่งได้คิดไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะรับมือ   สำหรับความเป็นไปได้ ที่จะมีสส.จากพรรคอื่น  นอกเหนือจาก 8 พรรค ที่ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลมาร่วมโหวตให้  หากมีท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้น  ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ออกไปจากความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา   อย่างไรก็ตามในส่วนของ “ก้าวไกล”  จะไม่มีการไปเจรจาพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น  ขอให้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่จะตัดสินใจ หรือมีท่าทีกับเรื่องนี้อย่างเป็นอิสระ

‘พีมูฟ’ ทุบโต๊ะ พรรคเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล สอนนักการเมืองรู้จักฉันทามติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550397

05 มิ.ย. 2566

'พีมูฟ' ทุบโต๊ะ พรรคเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล สอนนักการเมืองรู้จักฉันทามติ

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ  “พีมูฟ”  ร่วมขบวนเรียกร้องให้ทุกฝ่าย เคารพต่อพรรคเสียงข้างมากที่จะเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ย้ำ 312 เสียง คือมิติใหม่ในการสร้างมาตรฐานทางการเมือง สะท้อนเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ สู่ความเป็นประชาธิปไตย


ที่พรรคก้าวไกล กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ  “พีมูฟ”  นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารพีมูฟ และนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) นำคณะเข้ายื่นหนังสือกับพรรคก้าวไกล เพื่อสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ก้าวไกล-เพื่อไทย  โดยมีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค , นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ  , นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ,  น.ส. รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.ของพรรคก้าวไกล มารับหนังสือ


นายจำนงค์ ระบุว่า ที่ผ่านมากลุ่มได้นำเสนอนโนบายหลายประเด็นให้กับพรรคการเมืองต่าง ๆ หลังผ่านการเลือกตั้งก็มาติดตามนโยบาย และในฐานะที่ก้าวไกลได้อันดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงอยากเห็นโยบายของ “พีมูฟ” ว่าถูกบรรจุเข้าไปในนโยบายของพรรคก้าวไกลขนาดไหน และเป็นจริงได้ขนาดไหน    ยืนยันว่าพรรคที่รวมเสียงข้างมากได้ จะต้องตั้งรัฐบาลเท่านั้น  เพื่อให้ปัญหาของประชาชนต้องได้รับการแก้ไข

กลุ่มพีมูฟ ยังได้ทำแถลงการณ์ ระบุว่า  พีมูฟ ขอสนับสนุนการจัดทำบันทึกข้อตกลง ของ 8 พรรค ที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมาก 312 เสียง อันถือเป็นมิติใหม่ในการสร้างมาตรฐานทางการเมืองที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ สู่ความเป็นประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งมีทั้งวาระความหลากหลายทางเพศ /แก้ไขรัฐธรรมนูญ /การทลายการรวมศูนย์ผูกขาดทางเศรษฐกิจ /การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น/ การปฏิรูปที่ดิน  การปฏิรูปกองทัพ /การสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า /การปรับปรุงค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าครองชีพ /การยกระดับสิทธิแรงงาน /การยกระดับมาตรฐานสาธารณสุข /การปฏิรูประบบการศึกษา /รวมทั้งการจัดงบประมาณแบบฐานศูนย์ อันจะนำมาสู่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และความยุติธรรมทางสังคม เป็นต้น

.
วอนเคารพเสียงประชาชน เลี่ยงความขัดแย้ง

.

พีมูฟ ต้องการเห็น การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเท่าเทียมและสงบสุข นักการเมืองต้องเคารพฉันทามติของประชาชน สร้างการเมืองให้ถูกต้องตามครรลองระบอบประชาธิปไตย  พีมูฟ ได้เคยเรียกร้องไปยัง สว. และพรรคการเมืองมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่สถานการณ์การเมืองยังอึมครึมจนประชาชนเกิดความสับสน และมีแนวโน้มอาจนำสู่ความขัดแย้ง รวมถึงปรากฎการณ์สุญญากาศทางการเมือง ที่ส่งผลให้กลไกอำนาจรัฐชะลอ และเพิกเฉยต่อกระบวนแก้ไขปัญหาของประชาชน
   

ดังนั้นจึงขอแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อสถานการณ์ดังกล่าว 3 ข้อ

.
 1.เรียกร้องต่อพรรคการเมืองทั้งหมด ให้โหวตรับรองนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกันสร้างหลักการประชาธิปไตยที่ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร

.
 
2. ต่อกรณี คุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เราขอเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ ควรพิจารณาประเด็นปมถือหุ้น ด้วยการเคารพเจตนารมณ์ของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และแนวทางการวินิจฉัยที่มุ่งสร้างหลักการประชาธิปไตยของประชาชน

.
 
3. ต่อกรณีการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ 8 เครือข่ายทุกภูมิภาค ต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง อำนาจการบริหารรวมศูนย์ ดังนั้น ต้องมีการเร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาและจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีที่มีความเข้าใจในปัญหา ไม่มีอคติต่อภาคประชาชน ดำรงตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือ อีกทั้ง พีมูฟ พร้อมมีส่วนร่วมในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้อง    และหวังว่า พรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงว่าที่ ส.ส.ทุกคน จะร่วมกันสร้างการเมืองที่ถูกต้อง  “เป็นประชาธิปไตยโดยประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชน”

.

“ก้าวไกล” ให้คำมั่นเดินหน้าตั้งรัฐบาล

.


นายชัยธวัช  ตุลาธน  เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า   ในฐานะตัวแทนพรรคก้าวไกล ขอขอบคุณพีมูฟ และก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลได้รับข้อเสนอในเชิงนโยบายของพีมูฟ เข้ามาเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกลด้วย โดยมีการสะท้อนผ่านเอ็มโอยู พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงหลายส่วนเป็นส่วนหนึ่งในกว่า 300 นโยบายด้วย  ขอบคุณพีมูฟที่มาติดตามการบ้านที่ให้ไว้ก่อนเลือกตั้งด้วย


ความคิดเห็นของพีมูฟ ที่มายื่นหนังสือวันนี้ก็เป็นการสะท้อนความรู้สึกของประชาชนหลังการเลือกตั้ง ที่อยากเห็นความชัดเจนทางการเมือง เมื่อประชาชนแสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ก็ไม่อยากให้มีปัญหา เพราะกระบวนการเลือกตั้งเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่หาข้อยุติในความเห็นต่างอย่างสันติวิธีและประชาชนจำนวนมาก ก็รอคอยรัฐบาลชุดใหม่เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลชุดเดิม โดยเฉพาะหลังรัฐประหารเป็นต้นมา และการแก้ไขปัญหาให้คนยากคนจน ทั้งนี้พรรคก้าวไกลจะพยายามจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความมั่นคง สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้ได้รับส่วนแบ่งทางสังคมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

 จากนั้นกลุ่มพีมูฟ ได้มอบเสื้อที่สกรีนข้อความว่า “รัฐสวัสดิการถ้วนหน้าจากครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอน”  ให้กับนายชัยธวัช ได้สวมใส่
 

'พีมูฟ' ทุบโต๊ะ พรรคเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล สอนนักการเมืองรู้จักฉันทามติ

กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ  “พีมูฟ”  นำโดย จำนงค์ หนูพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารพีมูฟ และนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) นำคณะเข้ายื่นหนังสือกับพรรคก้าวไกล  สนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี 

.

ข่าว – ภาพ  : ทีมข่าว  NATIONTV 

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2699266

"สาระ ล่ำซำ" รับรางวัล “Education Achievement Awards” ปี 2022-23

5 มิ.ย. 2566 04:57 น.

“สาระ ล่ำซำ” รับรางวัล “Education Achievement Awards” ปี 2022-23

@สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัล “Education Achievement Awards” ปี 2022-2023 จาก สุรพล ทองทูลทรัพย์ ในฐานะสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กรอย่างครบวงจร โดยมี อุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สนง.ใหญ่ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566

  • ประชาธิปไตยในประเทศ ไทย ยังติด กับดักวงจรอุบาทว์……ทำให้มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก และ มีการปฏิวัติรัฐประหารเฉลี่ยทุก 10 ปี…..วิกฤติการเมือง ที่เกิดความรุนแรง สูญเสียอีกนับไม่ถ้วน…..แม้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย จะยาวนานมาถึง 91 ปี…..แต่เพราะพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง….แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจ ผูกขาดในรัฐธรรมนูญ….ที่อ้างว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ…..ทำให้ ประชาธิปไตยของประเทศไทยถอยหลังลงคลอง….เป็น ประชาธิปไตยผูกขาดโดยคนกลุ่มน้อย….โดยเฉพาะถ้าคนกลุ่มน้อยใช้อำนาจ ล้มล้าง มติของเสียงส่วนใหญ่
  • เพราะฉะนั้น การที่ประชาชนส่วนใหญ่ เลือกพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับ1 และ เพื่อไทย มาเป็นอันดับสอง….จับมือกันตั้งรัฐบาล ได้เสียง 312 เสียง…..เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ได้เสียงเกินครึ่ง …..มีการประกาศ รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.จาก กกต. ตามขั้นตอน…..ได้ ส.ส.ครบองค์ประชุมร้อยละ 95 เปิดประชุมสภา…..เลือกประธานสภาฯ….แล้ว โหวตเลือกนายกฯในสภา ที่พรรคร่วมรัฐบาลมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ เข้าองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญ….. และแสดงถึง การตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชน….ที่ต้องการจะ เปลี่ยนแปลง ให้ พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ลองมาบริหารประเทศดูบ้าง…..แต่สถานการณ์ ตั้งรัฐบาล กลับไม่ลงตัว มีอุปสรรค ที่เป็น อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ…พยายามจะบิดเบือนผลการลงมติของประชาชนให้ กลับตาลปัตร …….อาทิ ส.ว. จเด็จ อินสว่าง แสดงจุดยืนไม่ลงมติให้ก้าวไกล เป็นรัฐบาล และให้ พิธา เป็นนายกฯ….เพราะ จุดยืนของการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ที่ตนและเพื่อน ส.ว.อีกหลายคนคิดเหมือนกัน…..อ้างการจะ ผ่าทางตัน เป็นแนวคิดที่จะเสนอ กรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน…..สิ่งที่จะตอบโจทย์ การเมือง ได้ตอนนี้คือ…..รัฐบาลแห่งชาติ…..เท่านั้นแหละ ทัวร์ลงสนั่น……..ก่อนหน้านี้ รถทัวร์ยังไม่จอดหน้าบ้าน รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ที่ออกมาตอบคำถามชี้ช่อง….ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขาดคุณสมบัติ ส.ส. …ขึ้นอยู่กับคำร้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา…ถ้าร้องเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.ก็ยังเป็นนายกฯได้ เพราะนายกฯไม่ต้องมาจาก ส.ส. … หรือ ถ้าขาดจากความเป็นนายกฯ ก็สามารถเป็น ส.ส.ได้….ถ้า ร้องทั้ง 2 เรื่องคุณสมบัตินายกฯและ ส.ส. …หรือผลกระทบกับประเด็นอื่น เช่น การรับรองสมาชิกพรรคลงสมัคร ส.ส. ….ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด….เช่น เหตุการณ์สมัยที่มีคำร้อง ผู้ลงคะแนนหันหน้าผิดทิศแค่คูหาเดียว ยังต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ…..งานนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ส.ว. และอดีตเลขาธิการ กกต. โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบข้อสงสัย….การเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ที่จัดตั้ง โดยชอบด้วยกฎหมาย มีชื่ออยู่ในข้อบังคับพรรคการเมือง ที่มีนายทะเบียนพรรคการเมืองรับรองประกาศในราชกิจจานุเบกษา….และการที่หัวหน้าพรรคการเมือง ออกหนังสือรับรองการส่งผู้สมัคร ส.ส. …หากศาลตัดสิน ถือหุ้นสื่อมาก่อนการเลือกตั้ง 5 ปี…..แต่การรับรองในฐานะ หัวหน้าพรรคการเมือง…ไม่ได้เป็นข้อห้ามหัวหน้าพรรคการเมืองเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นสื่อแต่อย่างใด….ก็แปลว่า ไม่กระทบกับการส่งผู้สมัครลง ส.ส. ….จบข่าว
  • ตอบคำถามอีกราย….พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้กังวล ปมถือหุ้นสื่อ…เหมือนจะได้รับสัญญาณที่ดีมา….หรือ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาแบไต๋ว่า ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นด้วย ที่ พิธา จะนั่งตำแหน่งนายกฯ…..การสอบ พิธา หลังการประกาศผลการรับรองการเลือกตั้ง กรณีการถือหุ้นสื่อ…ไม่ได้มีปัญหา ทุกอย่างมีทางออกตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว…..ที่เป็นห่วงคือความพยายามที่ จะสร้างความขัดแย้ง โดยการ ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง…..พูดอีกก็ถูกอีก
  • ที่ต้องจับตา กรณีที่ กกต. เผยแพร่เอกสารการที่พรรคเล็ก พรรคพลัง พรรคเพื่อชาติไทย และ พรรคแรงงานสร้างชาติ…เตรียมฟ้องร้อง กกต. ต่อ ศาลปกครอง…อ้างว่ามีการรวมคะแนนและคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ผิดปกติ ไม่มีความโปร่งใส…เมื่อคำนวณคะแนนใหม่อย่างเป็นทางการ พบว่า พรรคการเมืองพรรคที่ 17 ที่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อคือ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน…พรรคที่ได้ลำดับต่ำกว่านั้น…ทั้ง 3 พรรคไม่ได้ อยู่ในกลุ่มที่จะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ….ตามประสาคนหาข่าว ที่พรรคเล็กเตรียมร้องไม่เฉพาะ ศาลปกครอง แต่เป็น ศาลอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ของ กกต.ทั้ง 7 คน เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่….ห้ามกะพริบตา
  • ต่วย’ตูน สาระ+หรรษา อ่าน สายมูในคลินิกรักษาสัตว์ โดย สพ.ญ.นัทธ์หทัย วนาเฉลิม…..Gourmet & Cuisine มิติใหม่ของร้านริมทาง สตรีทฟู้ดสุดฮิตของไต้หวัน ร้านผัดไทย-หอยทอดห้ามพลาด…..นิด้า เปิดรับสมัครผู้บริหารเข้าอบรมหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่นที่ 10 รับสมัครจนถึง 15 มิ.ย.นี้ กำหนดอบรม 12 ก.ค.-6 ธ.ค. สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 06-5580-6651 หรือ gspa.nida.ac.th/th/amm…..ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. โชว์ตัวเลขนักท่องเที่ยว 1 ม.ค.-27 พ.ค. ต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว 10,378,457 คน สร้างรายได้กว่า 428,000 ล้านบาท…ททท.จัดบิ๊กอีเวนต์ Thailand Travel Mart Plus 2023 เปิดเวทีการค้า B2B โชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดย ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ย้ำปี 2565 ไทยมีโอกาสรับนักท่องเที่ยวกว่า 11.8 ล้านคน คาดงาน TTM+ปีนี้จะช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,420 ล้านบาท…พระราชทานเพลิงศพ คุณแม่ณภัทร รายณะสุข มารดา พล.อ.ณพล คชแก้ว ที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา วันที่ 5 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ….. สวดพระอภิธรรมศพ ปรีชา สามัคคีธรรม ที่วัดแหลมทราย จ.สงขลา ถึงวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 17.30 น. ฌาปนกิจ วันที่ 8 มิ.ย. เวลา 14.00 น.

“อินทรีเหล็ก”

ซาอุฯ ประกาศ เตรียมลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699430

ซาอุฯ ประกาศ เตรียมลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

5 มิ.ย. 2566 11:00 น.

ซาอุฯ ประกาศ เตรียมลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ซาอุดีอาระเบีย ประกาศต่อที่ประชุมกลุ่มโอเปก ว่าจะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นการช่วยดันราคาน้ำมันให้ปรับสูงขึ้น

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2566 ซาอุดีอาระเบีย ประกาศต่อที่ประชุมกลุ่มโอเปก ที่กรุงเวียนนา ของออสเตรีย ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเป็นมาตรการของทางกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน หลังจากการปรับลดกำลังการผลิตในกลุ่มโอเปกพลัส ก่อนหน้านี้ยังไม่อาจช่วยดันราคาน้ำมันให้ปรับสูงขึ้นได้

รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมกลุ่มโอเปก บรรดาสมาชิกที่เหลือยังเห็นชอบที่จะขยายเวลาการลดการผลิตน้ำมันต่อไปจนถึงปลายปี 2567

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำได้ช่วยให้ชาวอเมริกันเติมน้ำมันในราคาที่ถูกลง และช่วยให้ผู้บริโภคทั่วโลกคลายผลกระทบด้านเงินเฟ้อลงไปบ้าง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่การลดกำลังการผลิตน้ำมันรอบล่าสุด จะดันราคาน้ำมันขึ้นเช่นกัน.

อินเดียชี้ปัญหา “สัญญาณขัดข้อง” ทำรถไฟชนกันตกราง 3 ขบวน ยอดตายพุ่งเกือบ 300 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699429

อินเดียชี้ปัญหา "สัญญาณขัดข้อง" ทำรถไฟชนกันตกราง 3 ขบวน ยอดตายพุ่งเกือบ 300 ศพ

5 มิ.ย. 2566 10:16 น.

อินเดียชี้ปัญหา “สัญญาณขัดข้อง” ทำรถไฟชนกันตกราง 3 ขบวน ยอดตายพุ่งเกือบ 300 ศพ

อินเดียเผยผลการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า “สัญญาณขัดข้อง” เป็นสาเหตุให้รถไฟตกรางชนกัน 3 ขบวน มีผู้สังเวยชีวิตเกือบ 300 ศพ บาดเจ็บเกือบ 1,000 ราย นับเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2566 นางชยา เวอร์มา ซิงห์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของการรถไฟอินเดีย แถลงว่า ผลสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมรถไฟตกรางและชนกันในรัฐโอฑิศา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดจากการที่รถไฟวิ่งไปผิดราง เพราะความผิดพลาดของระบบสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้รถไฟโดยสาร “โคโรแมนเดล เอ็กซ์เพรส” เปลี่ยนรางแล่นไปชนกับ “รถไฟบรรทุกแร่เหล็ก” ทำให้รถไฟโดยสารตกราง ขบวนรถไฟกระเด็นไปอยู่รางตรงข้าม ก่อนที่รถไฟโดยสาร ขบวน “เยสวานต์ปุระ-หวราห์ ซูเปอร์ฟาสต์ เอ็กซ์เพรส” จะแล่นมาชนด้วยความเร็ว

ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 288 ศพ มีผู้บาดเจ็บกว่า 1,000 ราย

ทางด้าน นายอัชวีนี วิษณุ รัฐมนตรีกระทรวงรถไฟ เปิดเผยว่า ผลการสืบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมนี้ และการระบุตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบจะถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการหลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เยือนพื้นที่เกิดเหตุรถไฟ 3 ขบวนชนกัน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อตรวจสอบการให้ความช่วยเหลือและภารกิจกู้ภัย ก่อนจะเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งล่าสุดนี้ และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารัฐบาลอินเดียจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยผู้ประสบเหตุและลงโทษผู้กระทำผิด.

หมดสนุก นทท.อังกฤษบนเรือสำราญถูกหามขึ้น ฮ.ส่ง รพ. อ้างหมอวินิจฉัยโรคผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699282

หมดสนุก นทท.อังกฤษบนเรือสำราญถูกหามขึ้น ฮ.ส่ง รพ. อ้างหมอวินิจฉัยโรคผิด

4 มิ.ย. 2566 18:50 น.

หมดสนุก นทท.อังกฤษบนเรือสำราญถูกหามขึ้น ฮ.ส่ง รพ. อ้างหมอวินิจฉัยโรคผิด

นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอ้าง ต้องหมดสนุกจากการตั้งตาคอยฉลองวันเกิดและวันครบรอบวันแต่งงานให้กับภรรยา กล่าวหาแพทย์บนเรือวินิจฉัยโรคผิด ทำให้เจ้าหน้าที่พาเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ทั้งๆ ที่เขาแค่ปวดขาเท่านั้น

6 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศเปิดเผยเรื่องราวของ สเตฟาน แคสซิดี (Stephen Cassidy) วัย 60 ปี ที่โดยสารเรือสำราญหรูหราของบริษัท Sky Princess ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศนอร์เวย์ เพื่อฉลองวันเกิดและวันครบรอบวันแต่งงานของเขากับภรรยา

แต่แล้วแผนวันหยุดต้องพังไม่เป็นท่า หลังจากที่เขาบอกกับแพทย์บนเรือสำราญว่า เขามีอาการปวดขา เพราะเคยผ่าตัดสะโพกมาก่อน แต่แพทย์วินิจฉัยว่า เขามีอาการติดเชื้อรุนแรงจนต้องได้รับการสแกนตรวจ รวมไปถึงการผ่าตัด ทำให้มีการเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับสเตฟาน เพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใกล้เคียงที่เกาะเชตแลนด์ (Shetland) ของสกอตแลนด์

อย่างไรก็ตาม แพทย์ประจำโรงพยาบาลดังกล่าวรายงานว่า สเตฟานไม่มีการติดเชื้อใดๆ เขาเพียงมีอาการกล้ามเนื้อตึงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทำให้สเตฟานต้องพลาดโอกาสฉลองวันเกิดและวันครบรอบวันแต่งงานกับภรรยา และต้องจ่ายตั๋วเครื่องบินถึงสองเที่ยว เพื่อเดินทางจากสกอตแลนด์กลับอังกฤษ ทำให้สเตฟานพยายามเรียกร้องขอเงินคืนจากบริษัทเรือสำราญนี้ ที่ทำให้วันหยุดของเขาต้องพังไม่เป็นท่า และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเดินทางกลับประเทศอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ สองสามีภรรยาคู่นี้ได้จ่ายเงินกว่า 3,598 ปอนด์ หรือราว 160,000 บาท เพื่อฉลองวันเกิดของภรรยาและวันครบรอบวันแต่งงานบนเรือสำราญของบริษัท Sky Princess ที่แล่นออกจากเมืองเซาแธมป์ตันของอังกฤษไปถึงนอร์เวย์ นอกจากนี้ สเตฟานยังต้องจ่ายค่ายาปฏิชีวนะระหว่างที่เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลถึง 2,400 ปอนด์ หรือราว 103,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ด้านโฆษกของบริษัทเรือสำราญ Sky Princess ออกมาปฏิเสธกับสื่อในการพูดถึงรายละเอียดกรณีของสเตฟาน และยังเสริมว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นไม่มีมูลความจริง.

ที่มา : dailymail

อินเดียวิปโยค เร่งไขปม รถไฟ 3 ขบวน ชนกันวินาศสันตะโร ตายเกือบ 300 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699276

อินเดียวิปโยค  เร่งไขปม รถไฟ 3 ขบวน ชนกันวินาศสันตะโร ตายเกือบ 300 ศพ

4 มิ.ย. 2566 18:09 น.

อินเดียวิปโยค เร่งไขปม รถไฟ 3 ขบวน ชนกันวินาศสันตะโร ตายเกือบ 300 ศพ

  • ทางการอินเดียเร่งสอบสวนหาสาเหตุ อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟถึง 3 ขบวน พุ่งชนกันและตกรางที่รัฐโอริสสา ตายเกือบ 300 ศพ บาดเจ็บกว่า 900 คน จนถือเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปีของอินเดีย
  • รายงานเบื้องต้น เผย รถไฟโดยสารสายด่วนพุ่งชนรถไฟบรรทุกสินค้า เพราะได้รับแจ้งสัญญาณไฟผิด ทำให้แทนที่จะวิ่งเข้าสู่สถานีโดยใช้รางหลัก แต่กลับแจ้งให้ไปใช้รางรอบเมือง จึงพุ่งชนกับรถไฟบรรทุกสินค้าที่จอดอยู่แล้วอย่างจัง จนตู้โดยสารตกรางจำนวนมาก และกระเด็นไปขวางรางอื่น
  • เคราะห์ร้ายมาถึงอีก เมื่อรถไฟโดยสารสายด่วนอีกขบวนหนึ่ง วิ่งมาด้วยความเร็วเพื่อเข้าสู่สถานีรถไฟ ได้ชนกับโบกี้รถไฟที่ขวางรางอยู่ จนตกรางไปด้วย ขณะที่ทางการอินเดียต้องระดมทีมกู้ภัยกว่าพันคนพยายามกู้ร่างผู้เสียชีวิตและช่วยเหลือผู้โดยสารจำนวนมากที่ติดอยู่ใต้ซากโบกี้รถไฟ

อินเดียสุดวิปโยค เศร้าสลดหดหู่กันทั้งประเทศ เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟถึง 3 ขบวน ชนกันและตกราง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 ศพ บาดเจ็บกว่า 900 ราย จนนับเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษของอินเดีย

ขณะนี้ได้เกิดคำถามมากมายว่า ทำไมรถไฟ 3 ขบวน ซึ่งสองขบวนเป็นรถไฟโดยสารสายด่วน และอีกขบวนเป็นรถไฟบรรทุกสินค้า จึงประสบอุบัติเหตุสะเทือนขวัญเช่นนี้ได้ 

รถไฟโดยสารสายด่วน สองขบวน-รถไฟบรรทุกสินค้า 1 ขบวน

ตามรายงานเบื้องต้น ระบุว่า อุบัติเหตุทางรถไฟครั้งนี้เกิดขึ้นที่สถานีในเมืองบาเลซอร์ หรือพาเลศวร ในรัฐโอริสสา ทางภาคตะวันออกของอินเดีย เมื่อมีรถไฟโดยสารสายด่วน ‘โคโรแมนเดล เอ็กซ์เพรส’ (Coromandel Express) จากเมืองโกลกาตา ปลายทางเมืองเจนไน ได้พุ่งชนกับรถไฟบรรทุกสินค้าที่จอดอยู่บนรางอย่างจัง ทำให้โบกี้รถไฟตกรางถึง 10 ตู้ จากทั้งหมด 12 ตู้ และมีตู้รถไฟบางตู้กระเด็นไปขวางรางอื่น

แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ได้มีรถไฟโดยสารสายด่วนอีกขบวนหนึ่ง เป็นสาย ‘Howrah Superfast Express’ ระหว่างเมือง Yesvantpur- Howrah กำลังวิ่งสวนทางมาด้วยความเร็ว เพื่อเข้าสู่สถานีรถไฟบาเลซอร์ ได้พุ่งชนกับโบกี้รถไฟที่ขวางรางอยู่อย่างรุนแรง จนทำให้ตู้รถไฟตกรางหลายตู้

เจ้าหน้าที่การรถไฟเผยว่า รถไฟโดยสารสองขบวนนี้มีผู้โดยสารรวมกันแล้วถึงเกือบ 2,000 คน

โศกนาฏกรรมสุดวิปโยค 

หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย 1,200 คน รถพยาบาล 115 คัน รถบัส 50 คัน และรถโมบายช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 45 คัน ทำงานกันตลอดทั้งคืน เพื่อกู้ร่างผู้เสียชีวิตและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ติดอยู่ใต้โบกี้รถไฟ และร้องระงมด้วยความเจ็บปวด ตลอดจนพยายามเร่งเคลียร์ซากตู้รถไฟจำนวนมากที่ระเกะระกะและกีดขวางอยู่บนราง

ข่าวที่สร้างความสะเทือนใจตามมา เมื่อทีมกู้ภัยได้พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพุ่งสูงถึงอย่างน้อย 290 ศพแล้ว และมีผู้บาดเจ็บกว่า 900 คน จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน ด้าน Naveen Patnaik มุขมนตรีรัฐโอริสสาได้ประกาศไว้อาลัยในรัฐโอริสสา เป็นเวลาหนึ่งวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ได้เดินทางลงพื้นที่ พูดคุยให้กำลังใจทีมกู้ภัย และเยี่ยมเยียนผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยนายกฯ โมดี กล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ชนิดไม่มีคำใดจะพูดออกมาได้ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ และมอบเงินเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา รายละ 1 ล้านรูปี (ราว 12,000 ดอลลาร์ หรือ 480,000 บาท คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 34 บาท) บาดเจ็บสาหัสจะได้เงินเยียวยารายละ 200,000 รูปี และผู้บาดเจ็บไม่รุนแรง จะ ได้รายละ 50,000 รูปี

สาเหตุเบื้องต้น คาดว่ามาจากแจ้งสัญญาณไฟผิด

K. S. Anand หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการรถไฟสาย South Eastern Railway (สายตะวันออกเฉียงใต้) ของอินเดีย เปิดเผย จากการสอบสวนสาเหตุเบื้องต้น พบว่าอุบัติเหตุรถไฟโดยสารสายด่วน สาย Coromandel Express พุ่งชนกับรถไฟบรรทุกสินค้าในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับแจ้งสัญญาณไฟผิด แทนที่จะต้องวิ่งบนรางสายหลักเข้าสู่สถานี แต่สัญญาณไฟกลับแจ้งให้รถไฟขบวนนี้ไปวิ่งบนรางสายรอบเมือง ซึ่งรถไฟบรรทุกสินค้ากำลังจอดอยู่ จนเกิดชนกันเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของคืนวันที่ 2 มิ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันว่า สาเหตุที่แจ้งสัญญาณไฟผิด มาจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่หรือระบบสัญญาณไฟ

ฝันร้ายชาวอินเดีย เดินทางโดยรถไฟประมาณ 13 ล้านคน/วัน

จากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่จากอุบัติเหตุรถไฟในครั้งนี้ ทำให้ชาวอินเดียรู้สึกกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของการเดินทางโดยรถไฟในประเทศ

ในขณะที่ระบบการเดินรถไฟในอินเดีย ถือเป็นระบบการเดินรถไฟที่ใหญ่มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก โดยแต่ละวันมีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศอินเดียถึงวันละประมาณ 13 ล้านคน

ขณะที่เครือข่ายเส้นทางรถไฟในอินเดียครอบคลุมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร โดยมีการวางรางรถไฟเป็นระยะทางอีกประมาณ 5,200 กิโลเมตรเมื่อปีที่แล้ว และยังมีการพัฒนาระบบราง เพื่อจะได้รองรับรถไฟที่สามารถแล่นด้วยความเร็วที่สูงขึ้นให้ได้ 100-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ชาวอินเดียต้องประสบกับปัญหาความปลอดภัยในการเดินทาง เพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานของการเดินรถไฟในอินเดียเก่า ผ่านการใช้งานมานาน เพราะผูกขาดโดยรัฐเพียงเจ้าเดียว

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโมดีเริ่มการใช้รถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับปรุงเครือข่ายการเดินรถไฟให้ทันสมัย แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลกลับไม่โฟกัส มุ่งในเรื่องความปลอดภัยอย่างเพียงพอและไม่ยอมปรับปรุงระบบโครงสร้างการเดินรถไฟที่เก่าแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า อุบัติเหตุรถไฟ 3 ขบวนชนกันในครั้งนี้ เป็นมรสุมที่โถมกระหน่ำใส่แผนการด้านรถไฟของนายกรัฐมนตรีโมดี เพราะอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2524 เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารพุ่งตกแม่น้ำที่รัฐพิหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 800 ศพ.

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : ReutersBBC

คิม โย จอง โวย UN ประชุมฉุกเฉิน ‘เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียม’ ตามสั่งสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699341

คิม โย จอง โวย UN ประชุมฉุกเฉิน 'เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียม' ตามสั่งสหรัฐฯ

4 มิ.ย. 2566 19:20 น.

คิม โย จอง โวย UN ประชุมฉุกเฉิน ‘เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียม’ ตามสั่งสหรัฐฯ

คิม โย จอง น้องสาวของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาประณามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี ว่าจัดประชุมตามสั่งสหรัฐฯ เพื่อถกเรื่องการปล่อยดาวเทียมครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือที่ล้มเหลว

วันที่ 4 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คิม โย จอง น้องสาวของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาประณามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซีว่า จัดการประชุมฉุกเฉินหารือเกี่ยวกับความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ตามคำขออันเห็นแก่ตัวขอสหรัฐฯ โดยเธอกล่าวคำมั่นว่า เกาหลีเหนือจะปฏิเสธการคว่ำบาตรและลงมือป้องกันประเทศของตนเองต่อไป

นอกจากนี้ คิม โย จอง กล่าวว่า “ยูเอ็นเอสซีเป็นแขนขาของสหรัฐฯ เนื่องจากตอบรับความต้องการของสหรัฐฯ และเมินเฉยต่อสิทธิที่เกาหลีเหนือพึงมีในการพัฒนาด้านอวกาศ” นอกจากนี้ คิม โย จอง ยังแสดงความไม่พอใจที่ยูเอ็นเอสซีมักวิพากษ์วิจารณ์การใช้สิทธิอธิปไตยของเกาหลีเหนือ และยังประณามการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอย่างมีอคติ รวมไปถึงการละเมิดอธิปไตยของเกาหลีเหนืออีกด้วย

ในขณะที่ คิม โย จอง น้องสาวคิม จอง อึน ยังชี้ว่า การปล่อยดาวเทียมเป็นสิทธิอันพึงมีของเกาหลีเหนือในการป้องกันภยันตรายจากสหรัฐฯ และรวมไปถึงพันธมิตรชาติอื่นๆ

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการประชุมในยูเอ็นเอสซีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อหารือว่า เกาหลีใต้ปล่อยดาวเทียมสอดแนมดวงแรกเข้าสู่วงโคจรสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศดังกล่าวประสบความล้มเหลว

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่งานประชุมความมั่นคง ‘Shangri-La Dialogue’ ที่สิงคโปร์ ลี จุง-ซัป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ พบปะและหารือกับ ยาสุคาซึ ฮามาดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ในเรื่องส่งเสริมความร่วมมือและประณามการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือเช่นกัน.

ที่มา: reuters