ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734385

ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ  แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช วิเคราะห์ระบบการศึกษาใน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย มีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกันในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาควบคู่การพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต พร้อมแนะ สมศ. ให้ความสำคัญกับรูปแบบการประเมิน เน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ รับข้อเสนอแนะและนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษาของไทย

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสถาบันพระบรมราชชนก เผยมุมมองต่อระบบการศึกษาของไทยและต่างประเทศ ผ่านการบรรยายหัวข้อ “การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก” ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 23 สมศ. “2 ทศวรรษแห่งการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการศึกษา” ประจำปี พ.ศ.2566 ว่า รูปแบบของโรงเรียนในปัจจุบันอาจจะไม่ใช่รูปแบบของโรงเรียนในอนาคต ดังนั้นการยกระดับระบบการศึกษาในโรงเรียนให้มีความทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตลอดเวลา และบางครั้งต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง

สำหรับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการประเมินสถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอกทั่วประเทศ ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการประเมิน โดยระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีนั้นต้องเป็นระบบที่บูรณาการทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายมีบทบาทร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ทีมผู้บริหารโรงเรียน อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ประกอบการ ซึ่งแนวทางการดำเนินการควรเน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ นั่นหมายความว่าการประเมินต้องเป็นการรับข้อเสนอแนะ และนำมาพัฒนาต่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษา

หากจะวิเคราะห์ระบบการศึกษาในต่างประเทศ อ้างอิงจากหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก ที่ยกตัวอย่างระบบการศึกษาของ 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย ซึ่งมีวิธีดำเนินการแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ แต่ทั้ง 5 ประเทศ มีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ 1.สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา 2.พัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต

สิงคโปร์ เน้นระบบการศึกษาคุณภาพสูง โดยระบบการศึกษาถูกออกแบบใหม่อยู่เสมอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคม ปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 3 เน้นความรู้ทั่วโลก เน้นนวัตกรรม เน้นการสร้างสรรค์และการวิจัย, แคนาดา ประชากรส่วนใหญ่
อาศัยอยู่ในชนบท สิ่งที่แคนาดาพยายามทำ คือ ทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาคุณภาพสูงเท่าเทียมกัน ความโดดเด่นของแคนาดาคือ ครูเป็นผู้กำหนดคุณภาพการศึกษาและแผนพัฒนาด้วยตนเอง เพื่อทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรเองเรียกได้ว่าเป็นการมอบอำนาจให้แก่ครูและโรงเรียนในการดำเนินการ, ฟินแลนด์ พัฒนาจากประเทศเกษตรกรรมที่การศึกษาค่อนข้างล้าหลัง ใช้เวลา 30 ปี พลิกสู่ประเทศที่มีการศึกษาคุณภาพสูงชั้นนำของโลก มีแนวทางในการออกแบบการศึกษาเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกับสิงคโปร์ โดยมีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ให้แก่เด็กทุกคนไม่จำกัดฐานะ อาชีพ และที่อยู่อาศัย โรงเรียนสำหรับการศึกษานี้เรียกว่า Common School ศูนย์กลางของการพัฒนาระบบการศึกษาคือโรงเรียน และครูคือหัวใจของคุณภาพการศึกษาภายใต้หลักสูตรที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น

สำหรับจีน ได้พลิกฟื้นระบบการศึกษาที่ถูกทำลายสู่การเป็นประเทศที่มีคุณภาพทางการศึกษาอันดับหนึ่งของโลกภายใน 20 ปี โดยมุ่งปฏิรูปเพื่อสร้างพลเมืองยุคใหม่ หัวใจสำคัญไม่ใช่หลักการหรือความรู้ แต่เป็นการประยุกต์หลักการหรือความรู้โดย
เป้าหมายคือการเรียนรู้ของนักเรียน จัดตั้งโรงเรียนนำร่อง มีการกระจายครูที่สอนเก่งไปทั่วมณฑล มีการทำงานเป็นทีม ร่วมกันสังเกตพฤติกรรมเด็ก ปฏิกิริยาที่มีต่อการสอน และนำผลมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น, ออสเตรเลีย พื้นที่กว้างใหญ่ มีเด็กที่อยู่ห่างไกล จึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ใช้ระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เป็นรูปแบบของลักษณะการเรียนทางไกล และสิ่งที่ท้าทาย คือ โรงเรียนมีความแตกต่างและมีความหลากหลาย ดังนั้น นโยบายภาครัฐจึงมุ่งให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่อ่อนแอเป็นพิเศษและเปลี่ยนหลักสูตรการผลิตครูและพัฒนาครูประจำการให้ตอบสนองกับหลักสูตรใหม่

“หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาคุณภาพสูง เน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อพัฒนาเยาวชนไปสู่การเป็นพลเมืองของโลก วงการการศึกษาควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและพลิกผันของโลกและสังคม เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันและสามารถจัดการกับระบบการศึกษาในอนาคตได้” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734382

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล  เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ม.วลัยลักษณ์) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ ม.วลัยลักษณ์ ในนามเครือข่ายเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานภาคใต้ตอนบน ได้ส่งนักศึกษาที่ชนะเลิศการนำเสนอผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในงานวัน CWIE Day 14 ภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมการประกวดรางวัลผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ.2566 ในงานวันงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน ครั้งที่ 13 ของสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

จากผลการประกวด เครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานภาคใต้ตอนบน ได้รับรางวัล ผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ.2566 ใน 2 รางวัล ได้แก่ นางสาวธมลวรรณ มีพันธุ์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับรางวัลโครงงานสหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น ไปปฏิบัติสหกิจศึกษา ณ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(นาโนเทค) และ นางพิมพ์พิศา สุริยนต์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลผู้ปฏิบัติการสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานในสถานประกอบการดีเด่น ผู้ที่ได้รับรางวัลจะเข้ารับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในวาระต่อไป

คุรุสภาเตือน’ครู-บุคลากร’ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734509

คุรุสภาเตือน'ครู-บุคลากร'ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

คุรุสภาเตือน’ครู-บุคลากร’ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.18 น.

“อมลวรรณ” เผยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำกับจรรยาบรรณทางวิชาชีพเชิงรุก ทำต่อเนื่องตั้งวอร์รูมติดตามข่าวผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เตือน ครู -บุคลากร ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ทั้ง 5 หมวด

วันนี้ (31 พ.ค.2566) ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 แล้ว ตนขอเป็นกำลังใจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในฐานะที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อมอนิเตอร์ติดตามข่าวของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกวัน โดยติดตามทั้งข่าวดี และข่าวไม่ดี ถ้าพบครูดี บุคลากรทางการศึกษาดี โดดเด่น ก็จะดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ  หากพบผู้ใดกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ก็จะดำเนินการพิจารณาโทษทางจรรยาบรรณอย่างเร่งด่วน เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการพิจารณาที่เป็นธรรมและโปร่งใส  ซึ่งการตั้งวอร์รูมดังกล่าว  ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของเด็ก เยาวชน และประชาชน รวมถึงพิทักษ์ศักดิ์ศรีเกียรติยศของวิชาชีพ ให้สมกับความเป็นวิชาชีพชั้นสูง ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพในเรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน  การลงโทษนักเรียนรุนแรงไม่เหมาะสมขัดต่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ เป็นต้น ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า คุรุสภา ในฐานะองค์กรวิชาชีพ ที่ดูแล กำกับการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ทุกสังกัด ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภา ได้ประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ  ซึ่งระบุไว้ในข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 มีทั้งหมด 5 หมวด ดังนี้ หมวด 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า , ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ , ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ , ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ , ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ  ผู้ประกอบวิชาชีพฯพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และ หมวด 5 จรรยาบรรณต่อสังคม ผู้ประกอบวิชาชีพฯพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ปัจจุบันคุรุสภา มีครูที่ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประมาณ 9 แสนกว่าคน ดังนั้น จึงต้องดำเนินการเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพในเชิงรุก เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือ ปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ขณะเดียวกันคุรุสภาก็มีเครือข่ายจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในกระบวนการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ได้นำความรู้และประสบการณ์จากการฝึกอบรมกับทางคุรุสภา ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละพื้นที่ ทำให้การดำเนินการตรวจสอบ และการสอบสวนสืบสวนด้วยความเป็นกลาง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ตระหนัก และร่วมมือในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างถูกต้อง เหมาะสม อย่างไรก็ตามดิฉันขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพ และประชาชนช่วยเป็นหู เป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา หรือแจ้งผ่านทางเว็บไซต์คุรุสภา https://www.ksp.or.th/ksp2018/complaint เมนู “แจ้งเรื่องร้องเรียน” ” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

พิธา ตบปาก เนติบริกร ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550109

31 พ.ค. 2566

พิธา ตบปาก เนติบริกร  ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี  ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ออกอาการคิดไม่ตก ตรรกะมือกฏหมายรัฐบาล วิษณุ เครืองาม เจ้าของฉายา “เนติบริกร” ที่มองว่าปม “ถือหุ้นไอทีวี” จะเป็นชนวนนำไปสู่การเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ เหน็บออกอาการ “ตีตนไปก่อนไข้”

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า  หากตนขาดคุณสมบัติตามกฏหมาย  จากปมถือหุ้นไอทีวี ก็อาจจะส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมทั้งประเทศ  เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดถึงตรรกะ ที่นายวิษณุ ได้นำมากล่าวถึงหรือคาดหมายถึงความน่าจะเป็น    โดยพรรคก้าวไกลได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ ไว้หลายรูปแบบ และพร้อมที่จะชี้แจงในทุกรูปแบบที่จะออกมา แต่ตอนนี้เห็นว่าอย่าตีตนไปก่อนไข้ ยังมีเวลาในการชี้แจง และคำร้องก็ยังไม่ได้เห็นในรายละเอียด 


นายพิธา กล่าวด้วยว่า  ข้อสังเกตการตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ว่าเป็น “ครม.เงา”    โดยความจริงการตั้งคณะทำงาน   จะต้องมีการตั้งตามกระทรวง แต่คณะที่ตั้งขึ้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น เป็นการตั้งตามเอ็มโอยู เป็นการนำปัญหาของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง แสดงถึงความตั้งใจที่จะทำงาน ไม่ได้มีการตั้งคณะทำงานตามกระทรวงที่มีอยู่  แต่เป็นการตั้งตามปัญหาของประชาชน  ซึ่งในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จะต้องบูรณาการหลายกระทรวง อย่างเช่นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งก็ต้องร่วมงานกัน 4 – 5 กระทรวง  

.

อนึ่งฉายา” เนติบริกร”  หมายถึงบุคคลองค์กรหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ โดยมีหน้าที่ให้บริการทางกฎหมายแก่บุคคลผู้มีอำนาจ โดยฉายานี้ สื่อมวลชนตั้งให้กับ นายวิษณุ เครืองาม ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายกฎหมายให้รัฐบาล  

พิธา ตบปาก เนติบริกร  ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี  ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ( แฟ้มภาพ)

.

ภาพโดย  NATION PHOTO

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ เพื่อ – สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550102

31 พ.ค. 2566

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง 'รัฐบาลแห่งชาติ' เพื่อ - สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน สุทิน คลังแสง รับบทสิบล้อไล่บี้จักรยาน หลัง “จเด็จ อินสว่าง” สว.เสนอแนวคิด จัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ย้อนคนส่วนใหญ่เลือกแล้วว่าจะเอาแบบไหน สว.ควรจะเคารพเสียงประชาชน เคารพผลการเลือกตั้ง

นายสุทิน คลังแสง  ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ( วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า ข้อเสนอของนายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ซึ่งมีแนวคิด
เสนอตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ”  ด้วยการดึงข้อดีของแต่ละพรรคการเมืองมาทำงานเพื่อประเทศ รวมถึงยืนยันจะไม่ลงมติให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจุดยืนในการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล

กรณีดังกล่าว  เป็นสิทธิส่วนตัวของนายจเด็จ อย่างไรก็ตามพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด ก็มาจากการยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่  ทั้งนี้ทุกคนรักชาติบ้านเมืองเหมือนกันทั้งนั้น  หากทุกคนเคารพเสียงของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวคงไม่ได้ วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกแล้วว่าจะเอาแบบไหน สว.ควรจะเคารพเสียงประชาชน เคารพการเลือกตั้ง เรื่องการเสนอตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ”   มองว่าบ้านเมืองตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องทำแบบนั้น เพราะเพิ่งจะผ่านการเลือกตั้งไปไม่นาน แล้วเสียงประชาชนก็ชัดเจนว่าอยากให้ใครเข้ามาบริหารประเทศ

นายสุทิน กล่าวว่า  การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ควรทำเมื่อประเทศเกิดทางตัน หาทางออกไม่ได้ หากวันนี้ทำได้ วันหน้าก็ทำได้ คำถามคือแล้วจะมีการเลือกตั้งทำไม ขณะเดียวกันหากรัฐบาลแห่งชาติ คือการทำงานร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย เหมือนเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน  ซึ่งวันนี้ชัดเจนแล้วว่าประชาชนต้องการใคร และไม่ต้องการใคร

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง 'รัฐบาลแห่งชาติ' เพื่อ - สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

สุทิน คลังแสง  ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ( วิปฝ่ายค้าน) : แฟ้มภาพ 

หยุดส่วยราชการสีเทา ต้องหยุดวิ่งเต้นขอตำแหน่งให้ได้ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550097

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

31 พ.ค. 2566

หยุดส่วยราชการสีเทา ต้องหยุดวิ่งเต้นขอตำแหน่งให้ได้ก่อน

“รังสิมันต์ โรม” ตีแผ่ต้นตอ “สติ๊กเกอร์ส่วย” แลกเป็นใหญ่เป็นโตในสายงาน หยุดส่วยทางหลวง ต้องเริ่มจากหยุดระบบตั๋ว หยุดเส้นสายทางราชการ วิ่งเต้นตำแหน่งให้ได้ก่อน จุดยืนรัฐบาลก้าวไกล “มีเรา ไม่มีส่วย”

“นายรังสิมันต์ โรม” ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อธิบายถึงรากฐานของ “สติกเกอร์ส่วยทางหลวง” ว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่เป็นรากฐาน เป็นต้นตอสำคัญของการมี “ส่วยทางหลวง” ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม นั่นคือการมีอยู่ของระบบเส้นสาย ระบบตั๋ว และการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในหมู่ข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือข้าราชการอื่นๆ ก็ตาม 

สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง

ภายใต้ระบบเช่นนี้ ผู้ที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้เลื่อนขั้นขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคตได้ ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามขอบข่ายความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ แต่กลับวัดกันที่ความสามารถในการหาเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ มาตอบแทนให้กับ “นาย” ที่คอยขายตั๋วให้ หามาให้ได้โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะถูกหรือผิดอย่างไร ไม่ต้องสนใจว่าวิธีการที่ทำมันจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครบ้าง 

สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง

สุดท้ายแล้วช่องทางหาเงินและผลประโยชน์ที่ข้าราชการเหล่านี้สามารถอ้างใช้อำนาจของตัวเองกอบโกยมาได้ง่ายที่สุดก็หนีไม่พ้นธุรกิจมืดนั่นเอง 


“ถ้าระบบแบบนี้ยังมีอยู่ การเก็บส่วยก็ไม่มีวันที่จะหมดไป ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งที่กำลังจัดตั้งขึ้นจะต้องจัดการให้ได้โดยเด็ดขาด” “นายรังสิมันต์ “ ระบุ

“นายรังสิมันต์  บอกต่อว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด ชื่อว่า “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ด้วยหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร ที่จะต้องควบคุมการปฏิบัติงานของข้าราชการในทุกกระทรวง ทุกกรม รวมถึงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการตำรวจทั้งประเทศ นี่คือภารกิจสำคัญในการปฏิรูประบบราชการที่ทั้ง “นายพิธา” และ “พรรคก้าวไกล” จะต้องบรรลุผลให้ได้ภายในอายุการทำงานครั้งนี้ 

นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์รูปภาพผ่านโซเชียล แสดงจุดยืนเรื่องจัดการปัญหาส่วย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์รูปภาพผ่านโซเชียล แสดงจุดยืนเรื่องจัดการปัญหาส่วย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566

“ถึงเวลาลอกสติกเกอร์ที่ติดประจานความโสมมของประเทศนี้ แล้วชำระล้างเสียใหม่ให้กลายเป็นประเทศที่ทั้งข้าราชการและประชาชนสามารถได้ดิบได้ดีไปด้วยกันผ่านการปฏิบัติต่อกันอย่างสุจริตซื่อตรง มิใช่เป็นนาบนหลังคนให้ใครมาเก็บเกี่ยวกินโดยเบียดเบียนคนอื่นๆ ในสังคมอีกต่อไป” “นายรังสิมันต์ “ กล่าวในที่สุด

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550090

31 พ.ค. 2566

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

อ่านชัดๆ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนยัน ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สุดในตอนนี้ 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่

เนื่องจากเสียงวิจารณ์เหล่านั้นระบุว่าหลายเวทีนางสาวศิริกัญญาตอบคำถามด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน

นายพิธา ตอบว่า มั่นใจในตัวนางสาวศิริกัญญาเกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  “เขาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุดในช่วงนี้”

เมื่อถามว่าสามารถพูดได้เลยหรือไม่ว่าเป็นนางสาวศิริกัญญา นายพิธา กล่าวว่า แน่นอน

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า พอมีคำวิพากษ์วิจารณ์ เราจำเป็นที่จะต้องรับฟังนำมาปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด สิ่งที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน ซึ่งคิดว่าการที่เรามาทำการเมืองในรูปแบบใหม่ๆ ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้

แน่นอนว่าจะต้องมีคนที่ได้รับผลกระทบ มีคนที่จะต้องเสียผลประโยชน์บ้าง แต่ก็เข้าใจดี และจะพยายามสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น ในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเยียวยา ที่จะทำให้ทุกฝ่ายไม่รู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากมาตรการต่างๆ 
 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่าเราก็พยายามที่จะแสดงความชัดเจนในฐานะพรรคการเมือง สุดท้ายแล้วนโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ยังคงมีหลายขั้นตอน ขอให้รอการจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จ และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร

ณ วันนี้ เราจะแสดงความชัดเจนในนโยบายของพรรคก้าวไกลก่อน เพื่อทำให้ความไม่ชัดเจนต่างๆ หายไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนในโควต้าของพรรคก้าวไกล คงหนีไม่พ้นว่าต้องเป็นคนหน้าใหม่ ประสบการณ์ อายุ ประมาณนี้ ดังนั้น ขอให้ดูเนื้อหาผลงานของเรา อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของประสบการณ์ ว่าเคยทำอะไรมาก่อน 

“อยากให้ดูในสิ่งที่เราได้สื่อสารกับประชาชน หรือดูย้อนหลังในการอภิปรายก็ได้ ว่าเรามีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ ส.ส. อื่นๆ ที่เคยมีมาหรือไม่ ซึ่งคิดว่าจะเป็นการแสดงจุดยืน และตัวตนของพวกเราได้ดีกว่า การที่ตัดสินด้วยอายุหรือประสบการณ์” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังไม่มี ขณะนี้ มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง เรามีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา

รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรกๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน เราก็ไม่อยากให้เวลาที่เราจะต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลส.ส. และขั้นตอนต่างๆหลังจากนั้น ไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า อยากเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาสนับสนุน น.ส.ศิริกัญญา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ขอบคุณทุกคน ไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆ ท่าน ที่พยายามช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ในความเห็นและความเชื่อที่ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องอื่นด้วย

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า ‘รมว.คลัง’ ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา เชื่อมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550089

31 พ.ค. 2566

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ว่าที่ “รมว.คลัง” ในโควตาพรรคก้าวไกล ” ศิริกัญญา ตันสกุล” สุดซาบซึ้งหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ออกมาสนับสนุนให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  รวมทั้งแรงหนุน ที่มาจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มั่นใจถึงเวลาจะทำงานกับพรรคร่วมได้แบบไม่มีรอยต่อ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  เปิดเผยว่า  ขอแสดงความขอบคุณไปยังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ที่สนับสนุนให้ตนทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ” รมว.คลัง ”   ทั้งต้องขอบคุณไปยังทุกคน เพราะไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เท่านั้น ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆส่วน ที่ร่วมให้การสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ ในฐานะ “รมว.คลัง ”    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่มี ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง มีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรก ๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน  ไม่อยากให้เวลาที่ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลสส. และขั้นตอนต่างๆไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า  ดังนั้นคณะทำงานในส่วนต่าง ๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีน.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล  ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ   ต่อความเหมาะสม ที่จะทำหน้าที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เนื่องมาจากหลายเวทีคำตอบด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน  ในเรื่องนี้ตนมั่นใจในตัวน.ส.ศิริกัญญา เกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  ดังนั้นนี่คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุด
 

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวไกลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภาพโดย  NATIONPHOTO 

ลูกทีมเศรษฐกิจ ‘ก้าวไกล’ ชี้ ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550074

31 พ.ค. 2566

ลูกทีมเศรษฐกิจ 'ก้าวไกล' ชี้ 'ศิริกัญญา' เหมาะสม 'รมว.คลัง' ที่สุด

‘วรพล’ เผย ‘ก้าวไกล’ เชื่อมั่น ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด เตรียมยกมาตราลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทหารือคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน ส่วนค่าแรง 450 บาท เชื่อพูดคุยกันได้ หารือพรรคร่วมเร่งแก้ปัญหาพลังงาน ยก

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ยืนยันอีกเสียง น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เหมาะสมตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” มากที่สุด ไม่กังวล เพราะทำงานด้วยกันมา มั่นใจในความสามารถ คุณสมบัติ คิดว่าทุกคนในพรรคก้าวไกลก็เชื่อว่า น.ส.ศิริกัญญา จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ 

ส่วนจะเหมาะสมที่สุดในพรรคใช่หรือไม่นั้น นายวรภพ ระบุว่า แน่นอน ในพรรคไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าไม่เหมาะสม ซึ่งบางคนมีความกังวลถือเป็นโจทก์ที่ต้องศึกษา แต่พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจน ดังนั้นจะสื่อสารและทำความเข้าใจให้มากขึ้น

นายวรภพ วิริยะโรจน์นายวรภพ วิริยะโรจน์

สำหรับการประชุมร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวานนี้มีการตั้งคณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน โดยนายวรพลเป็นตัวแทนจากพรรคก้าวไกลของคณะทำงานด้านพลังงาน ระบุว่า ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า พลังงานเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและน้ำมัน จึงอยากผลักดันยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร รวมถึงแก๊สหุงต้ม จะเน้นดูแลในเรื่องของค่าครองชีพประชาชน และต้นทุนพลังงาน 

จะนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือในพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาข้อสรุป เมื่อรัฐบาลใหม่เข้าทำงานก็จะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องและเร่งแก้ไขปัญหา 

ส่วนมาตราการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทจะทำได้จริงหรือไม่ ยังไม่ได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ตามข่าวกระทรวงพลังงานได้ให้ความเห็นไปแล้ว ซึ่งเราในฐานะเป็นพรรคที่จะร่วมรัฐบาลใหม่ควรมีความเห็นให้กับรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ มีการประชุมคณะทำงานพรรครวมรัฐบาล คาดว่าจะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือกัน

ส่วนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท จะทำได้หรือไม่ ขอให้ยึดตามที่หัวหน้าพรรคพูด แต่การเจรจาจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ใช้แรงงานหรือไม่นั้น ในคณะทำงานเปลี่ยนผ่านมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SME จึงน่าจะมีการพูดคุยกัน

‘ธนาธร’ ยก ‘ศิริกัญญา’ รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550059

31 พ.ค. 2566

'ธนาธร' ยก 'ศิริกัญญา' รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

‘ธนาธร’ โพสต์ร่ายยาว ตัวตน ‘ศิริกัญญา’ จะเป็นรมว.คลังที่ดี มั่นใจฝีมือรู้จริงเศรษฐกิจ อยู่เบื้องหลังนโยบายพรรคก้าวไกล

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก เรื่อง “ศิริกัญญา ที่ผมรู้จัก – เธอจะเป็นรัฐมนตรีคลังที่ดี” โดยแสดงความมั่นใจต่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ของพรรคก้าวไกล หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจากหลายบุคคล ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

นายธนาธร เล่าว่า ตั้งแต่สมัยตั้งพรรคอนาคตใหม่ “ศิริกัญญา” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการนโยบายของพรรค เป็นคนที่ตนประทับใจในความรอบรู้เสมอ โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐและการใช้งบประมาณ ทุกครั้งที่พรรคมีการประชุมเกี่ยวกับนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณ ผู้เข้าร่วมประชุมจะขอความเห็นจากศิริกัญญาเสมอ
 

มั่นใจว่าในสภาผู้แทนราษฎรชุด 2562 ศิริกัญญามีความเข้าใจในการจัดทำงบประมาณ ทั้งระดับภาพรวมและระดับรายละเอียดมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้เตือนสติเพื่อน สส. เสมอถึงการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เงินในนโยบายต่างๆ กับการรักษาเสถียรภาพการคลังในระยะยาว ประสานงานระหว่างกลุ่มความต้องการต่างๆ ได้อย่างดี นโยบายพรรคจึงสะท้อนตัวตนของพรรคไว้ได้โดยไม่ต้องผลักใครออกไป

“เธอคือเสียงของเหตุผล เมื่อมีเพื่อนในพรรคตัดสินใจด้วยการใช้การเมืองนำความเหมาะสมด้านนโยบายและการคลัง เธอจะปรามการกระทำแบบนี้อย่างหนักแน่นเสมอ”

นายธนาธร ระบุด้วยว่า 4 ปีที่ผ่านมา เห็นศิริกัญญาเติบโตทั้งด้านความรู้และความมีวุฒิภาวะ การนั่งในกรรมธิการงบประมาณติดต่อกัน 4 ปี ทำให้เห็นทุกมิติของทุกกระทรวง เป็นกรรมาธิการที่เข้าประชุมมากที่สุดคนหนึ่ง และลงรายละเอียดในทุกกระทรวงจนได้รับคำชมจากข้าราชการมากมาย ในฐานะผู้อำนวยการนโยบายของพรรค ศิริกัญญาอ่านกฎหมายทุกฉบับก่อนที่จะเข้าพิจารณาในสภา และเป็นคนอธิบายรายละเอียดให้คนอื่นในพรรคเข้าใจถึงสาระของกฎหมายแต่ละฉบับเสมอ

“จุดยืนทางเศรษฐกิจและทางการเมืองที่แตกต่างหลากหลายในสังคม เป็นเรื่องธรรมชาติ คุณไหมอาจจะมีจุดยืนไม่ตรงกับบางท่าน ทำให้มีการออกมาวิจารณ์เธอ นั่นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสังคมประชาธิปไตย ที่ถกเถียง วิจารณ์ แลกเปลี่ยนกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอขาดความรู้ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานการเมืองมา 5 ปี ผมกล้ายืนยันว่าเธอรู้จริงแน่นอน”

นายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญานายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญา

นายธนาธร ยืนยัน ศิริกัญญาเข้าใจดีว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างไร เป็นผู้นำเสนอกับตนและเพื่อนในพรรคอย่างสม่ำเสมอ ถึงการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของประเทศ ที่เอื้อให้ผู้คนทั้งเล็กและใหญ่กล้าตัดสินใจลงทุน การสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแรง จะต้องทำให้คนมั่นคงในชีวิต เมื่อคนมีความมั่นคงจึงจะสามารถวางแผนชีวิต เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน กล้าไล่ตามความฝัน กล้าไขว่คว้าโอกาส และกล้าล้มเหลว

“การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง คือการบ่มเพาะคน ปลดปล่อยศักยภาพมนุษย์ จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมในการแข่งขัน ลงทุนในเทคโนโลยี สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการลงทุน มากกว่านโยบายใดนโยบายหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

ส่วนนโยบายพรรคก้าวไกล นายธนาธรมั่นใจว่า ครอบคลุมทั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และยกระดับงานด้านการคลังของรัฐ เช่น หวยใบเสร็จ ข้างหน้าคือส่งเสริมให้คนซื้อของจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ข้างหลังคือการดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐ, ระบบรถเมล์ไฟฟ้าดีทุกจังหวัด ข้างหน้าคือการสร้างระบบขนส่งมวลที่ดีให้ประชาชน ข้างหลังคือการสร้างงาน สร้างอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้าที่คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง, การลดค่าไฟทันที 70 สตางค์ ข้างหน้าคือการช่วยเหลือดูแลประชาชน ข้างหลังคือการเปลี่ยนวิธีจัดสรรการใช้ก๊าซธรรมชาติให้เป็นธรรม และการลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ

การสร้างสวัสดิการ ข้างหน้าคือการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ข้างหลังคือการจัดทำงบประมาณใหม่ ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และนำมาใช้เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผู้คน, การผลิตสมาร์ทมิเตอร์น้ำและไฟในประเทศ ข้างหน้าคือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการเมือง ข้างหลังคือการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ วันหน้าเราจะได้มีงานทำ มีเทคโนโลยีของตัวเอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 

“กล่าวโดยย่อคือ ระยะสั้น เราต้องการนโยบายรายประเด็นเพื่อแก้ปัญหา ระยะยาว เพื่อพาเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า เราต้องปฏิรูปรัฐ มากกว่านโยบายรายตัว นโยบายของพรรคก้าวไกลในภาพรวม จึงทรงพลังมากกว่านโยบายรายประเด็นต่างๆ มาบวกกัน นี่คือนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวระหว่างระยะสั้นและระยะยาว ระหว่างความทะเยอทะยานในเป้าหมาย กับการตระหนักถึงความเป็นจริง นโยบายที่สมบูรณ์กว่าสมัยอนาคตใหม่ และมันเกิดจากความรู้ เจตจำนงแน่วแน่ และความเป็นผู้นำของศิริกัญญา ตันสกุล” นายธนาธรระบุทิ้งท้าย

ที่มา : Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ