เดือดสุดขีด!!Retrospect x Kao jirayu โชว์มันส์สุดตัว ..จัดเต็มเวทีหาดใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739672

เดือดสุดขีด!!Retrospect x Kao jirayu โชว์มันส์สุดตัว ..จัดเต็มเวทีหาดใหญ่

เดือดสุดขีด!!Retrospect x Kao jirayu โชว์มันส์สุดตัว ..จัดเต็มเวทีหาดใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.48 น.

เดือดสมการรอคอย !! สาดความมันส์สะใจแฟนเพลงชาวหาดใหญ่เป็นที่สุด สำหรับ Retrospect x Kao jirayu เรียกได้ว่าระเบิดความมันส์ !! ตั้งแต่วินาทีแรกที่ขึ้นโชว์กันจนเวทีร้าน SHAWTY Hatyai ไฟแทบลุกและจัดไฮไลต์เด็ดแทบทุกเพลงจนแฟนเพลงถึงกับนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ทำเอา Retrospect x Kao jirayu ยิ้มไม่หุบกับกระแสการตอบรับที่ล้นหลามกำลังใจหน้าเวทีแน่นจากแฟนๆ  ขอบคุณทุกๆคนทั้งแฟนๆที่หาดใหญ่และที่เดินทางมาไกลจากมาเลเซีย ที่มาร่วมสนุกกับพวกเราเมื่อคืนนี้ที่  SHAWTY Hatyai ครับ!!! มันส์กันแบบสุดตัวจริงๆ แล้วพบกันอีกนะครับ!!!   #Retrospect

Photo by Champ NOPEN

ใครรับบทเป็นอะไรกันบ้าง ? CHANGE2561 ORIGINAL เฉลยแล้วชื่อตัวละคร !!Pit Babe The Series

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739671

ใครรับบทเป็นอะไรกันบ้าง ? CHANGE2561 ORIGINAL เฉลยแล้วชื่อตัวละคร !!Pit Babe The Series

ใครรับบทเป็นอะไรกันบ้าง ? CHANGE2561 ORIGINAL เฉลยแล้วชื่อตัวละคร !!Pit Babe The Series

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.47 น.

ทำเอาฮือฮาไปทั้งโซเชียลกันเลยทีเดียว หลังจากในที่สุดช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง !! เมื่อใน ภารกิจพิชิตใจ Boys Journey Ep.16  https://youtu.be/x3MAVP-whH8  ถึงคราวอำลาเป็นที่เรียบร้อยเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แต่ได้ส่งกุญแจจุดสตาร์ทต่อให้กับ “Pit Babe The Series” นิยายออนไลน์ที่มีผู้อ่านกว่า 700 ล้านครั้ง จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL พร้อมเหล่าตัวละครออกมาโลดแล่นบนจอเป็นครั้งแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยคุณฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) และคุณเอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 ได้มาเป็นผู้เฉลยรายชื่อใครรับบทเป็นอะไรกันบ้าง ??? งานนี้ทำเอาทั้ง 12 หนุ่ม Pit Babe The Series ตื่นเต้นหัวใจ ซึ้งจนเก็บน้ำตาไหลกันไม่ไหวเลยมีเดียว 

ส่วนใครได้รับบทอะไรกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันได้เลยค่ะ

พาเวล นเรศ พร้อมเผ่าพันธุ์ รับบท  เบ๊บ 

– นักแข่งรถซูเปอร์คาร์ระดับเอลิสต์ ‘พิทเบ๊บ’ แห่งสนาม The Hallows หนุ่มเพลย์บอยหน้าหวาน ปากร้ายใจดี สมกับคำว่านิสัยแข็งนอกอ่อนใน มีความสามารถพิเศษเรื่องเซนส์การรับรู้ไวกว่าคนอื่น ไม่เชื่อในความรักและครอบครัวเพราะเคยถูกทิ้งตอนเด็ก ยึดติดกับความสัมพันธ์บนเตียงที่แลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์ เบ๊บต้องการเป็นที่หนึ่งเสมอ 

พูห์ กฤติน  กิจจารุวรรณกุล รับบท ชาลี 

– หนุ่มฮอตเนิร์ด นิสัยอ่อนโยน สดใส ยิ้มง่าย เขาเชื่อในความรักที่ไม่ต้องการผลตอบแทน ถึงดูอ่อนแอ แต่พร้อมจะปกป้องคนที่เขารักสุดตัว 

นัท ศุภณัฐ เลาหะพานิช รับบท เวย์ 

– หนุ่มหน้าหวาน ชอบปาร์ตี้ เป็นทั้งนักแข่งรถทีม X-Hunter ตรงคำนิยาม ‘รูปหล่อ พ่อรวย มากความสามารถ’ เป็นคนทุ่มเทและทำทุกอย่างเพื่อความรัก แม้จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน 

สายลับ เหมวิช ขวัญอำไพพันธุ์ รับบท อลัน 

– กัปตันทีม X-Hunter เป็นพี่ใหญ่บ้างาน นิสัยอบอุ่น อารมณ์ดี แต่มีมุมที่อ่อนไหว เป็นคนที่ไม่สันทัดเรื่องความรัก จีบใครไม่เป็น หน้าที่ของเขาคือการตามล้างตามเช็ดปัญหาที่ลูกทีมก่อ ด้วยอายุที่ห่างคนอื่น เลยมักโดนเด็กๆ ล้อเลียนเรียกว่า ‘ลุง’ 

ภณ ธนภณ เอี่ยมกำชัย รับบท เจฟ 

– ช่างฝึกหัดทีม X-Hunter นิสัยเงียบขรึม หน้าตาย มีทัศนคติเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ชอบแยกตัวเองออกจากคนอื่น อดีตไม่เคยถูกรักและถูกดูแล ต้องเติบโตเพียงลำพัง จนติดนิสัยพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก 

ปิง โอบนิธิ ลีลาเวชบุตร  รับบท พีท 

– หนุ่มนักธุรกิจเลือดใหม่ แต่งตัวเนี้ยบ ลุคนักเรียนนอก มีนิสัยเจ้าแผนการ ทะเยอทะยาน พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ 

กาฟิวส์ พันธุ์ธัช กันคำ รับบท เคนตะ 

– หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น นิสัยเงียบขรึม เก่งกาจเรื่องการใช้กำลัง ตอบแทนบุญคุณที่ถูกโทนี่ชุบเลี้ยง ด้วยการเป็นมือขวาคนสำคัญที่คอยทำงานรับใช้ ถึงภายนอกจะดูไร้หัวใจ แต่ภายในเป็นคนจิตใจดีและขี้สงสาร  

ไมเคิล เกียรติศักดิ์ วัตนวิทย์  รัทบท นอร์ธ 

– นักแข่งรุ่นเล็กสายฮาทีม X-Hunter นิสัยไม่จริงจัง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ชอบเล่นมุข เป็นเสียงหัวเราะของทีมที่ทำให้ทุกคนอารมณ์ดี นอกจากการแข่งรถยังมีงานอดิเรกเป็นเหยี่ยวข่าวหนุ่ม 

ท็อปเทน ศุภกรณ์ เสาร์ขอ รัทบท โซนิค 

– นักแข่งรุ่นเล็กที่เป็นคู่หูคู่ฮาของนอร์ธ โดดเด่นด้านการเป็น Fashion icon ไม่ได้รางวัลแข่งรถดีเด่นไม่เป็นไร แต่ต้องได้รางวัลแต่งกายยอดเยี่ยมเสมอ นิสัยยียวน รู้ทันคนอื่นไปซะทุกเรื่อง ใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองที่หน้าตาน่ารัก รูปร่างน่าเอ็นดู แอบพูดจาเหน็บแซะคนอื่นบ่อยๆ แต่ไม่มีใครถือโทษ 

ลี อัสรี วัฒนายากุล รับบท ดีน 

– นักแข่งทีม X-Hunter ดาวรุ่งรุ่นเยาว์คนใหม่ของวงการ นิสัยทะเยอทะยาน จริงจัง พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเป้าหมายอย่างไม่เสียดาย เชื่อว่าความพยายามคือหนทางสู่ความสำเร็จ 

ป๊อป ภัทรพล วัลลภศิริ  รับบท วินเนอร์ 

– อดีตคิงสนาม The Hallows นิสัยเจ้าเล่ห์ เจ้าอารมณ์ ขี้แพ้ชวนตี  มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูง พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะและอยู่เหนือเบ๊บ โดยไม่สนวิธีการว่าขาวสะอาดหรือไม่

เบนซ์ ณัฐพงศ์ ผาทอง รับบท คิม 

– นักแข่งรถลูกครึ่งไทย-เกาหลีทีม Red Raccing นิสัยมั่นใจในตัวเอง หยิ่งผยอง แต่ซื่อตรง ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและจรรยาบรรณนักแข่งรถมืออาชีพมาก ยึดมั่นในการแข่งรถที่ใสสะอาด เขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถชนะเบ๊บที่ครองสถิติมายาวนานและกลายเป็นดาวค้างฟ้าคนใหม่ในวงการแข่งรถได้ 

และต่อจากนี้ทั้ง 12 หนุ่ม Pit Babe The Series ก็จะเข้าสู่โหมดขั้นตอนกระบวนการถ่ายทำซีรีส์อย่างเต็มที่ ส่วนใครจะคู่ใครเคมีของใครจะจูนเข้าหากันมาลุ้นให้หัวใจเต้นไปด้วยกัน เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมหัวใจให้ดีกับปรากฏการณ์ความสนุกในซีรีส์ที่ CHANGE2561 พร้อมจัดหนักจัดเต็มเพื่อกระตุ้นให้อะดรีนาลินของแฟน ๆ ที่รอชมให้พุ่งแรงเกินต้านผ่านหน้าจอทางช่องวัน 31 ปลายปีนี้อย่างแน่นอน และติดตามความเคลื่อนไหวของ Pit Babe The Series และทั้ง 12 หนุ่ม ได้ทาง โซเชียลมีเดีย Pit Babe The Series ได้ทุกช่องทาง

2เพจดังเปิดเหตุผลชื่นชม !! ‘บอย -เจี๊ยบ’คู่รักจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739670

2เพจดังเปิดเหตุผลชื่นชม !! 'บอย -เจี๊ยบ'คู่รักจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤติ

2เพจดังเปิดเหตุผลชื่นชม !! ‘บอย -เจี๊ยบ’คู่รักจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤติ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.45 น.

นับเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน บอย อนุวัฒน์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา จึงอีกหนึ่งคู่รักที่เข้าไปอยู่ในใจของชาวโลกโซเชี่ยลที่ชื่นชอบจิตสาธารณะช่วยเหลือทุกคนในยามวิกฤติ ความมีน้ำใจแบ่งปันเพื่อสังคม และ #ความเจี๊ยบ ที่สร้างรอยยิ้มของทั้งคู่ ล่าสุด 2 เพจดังในโลกออนไลน์ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ และ เจ๊มอย ก็ได้ออกมาเปิดเหตุผลชื่นชมคู่รักนักสู้คู่นี้เช่นเดียวกัน หลังจาก บอย & เจี๊ยบ ได้คว้าพรีเซ็นเตอร์คู่ด้วยกัน

หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ได้กล่าวว่า

“ เป็นคู่รักที่ทำให้ชาวโซเชี่ยลได้อมยิ้มกันได้ตลอด โดยเฉพาะเวลาที่ “บอย อนุวัฒน์” ชอบเอาเรื่องราวฮาๆของศรีภรรยาอย่าง “เจี๊ยบ พิจิตตรา” มาเล่าถึงความโก๊ะกังแบบน่ารักลงในโซเชี่ยลจนเกิดเป็นตำนาน #ความเจี๊ยบ อยู่เสมอ ????

ล่าสุดจากความโบ๊ะบ๊ะนี่เองทำให้ บอย & เจี๊ยบ คว้าตำแหน่งพรีเซนเตอร์ ttb เปิดบัญชีรับฟรีประกันอุบัติเหตุคู่กันเป็นครั้งแรก ผ่านแคมเปญ #ttballfree ที่มาพร้อมวลี “เจี๊ยบเจ็บบอยเจ็บบบ เจ็บ!!” ????

ยิ่งได้ดูคลิปบอกได้เลยว่าเอามาจากชีวิตจริงของเจี๊ยบ พิจิตตราชัดๆ! กับเรื่องราวความซุ่มซ่ามที่ทั้งเดินชนกระจกบ้าง ทำมือถือตกใส่หน้าบ้าง จนอดอมยิ้มตามไม่ได้จริงๆค่ะ เป็นคู่รักคู่ฮาที่น่ารักมาก

ด้าน เจ๊มอย ได้โพสต์ข้อความว่า

“กรูขอคว้ามงฯมาสวมให้คู่นี้เลยค่ะ ยอมรับว่าอินมากกับคู่รักนักสู้ บอย & เจี๊ยบ เพราะเขาชอบช่วยเหลือสังคมมาตลอด แล้วยังสร้างความสดใสให้โลกใบนี้ด้วย #ความเจี๊ยบ ที่ช่วยกรูคลายเครียดได้กับความโก๊ะกัง ของ พี่เจี๊ยบ เขาเลย

แต่ !! เมิงอะไรรู้ไหม #ความเจี๊ยบ เนี่ยก็ไปเข้าตา  ttb ในแคปเปญ #ttballfree ใช้เมื่อไหร่ก็ฟรี การตอกย้ำการวางแผนใช้เงินแบบครอบครัวคนรุ่นใหม่ คว้าทั้งคู่มาสวมมงฯรีบพรีเซนเตอร์คู่กันไปเลยสิคะ

แถมในเนื้อโฆษณาเขาก็เอา #ความเจี๊ยบ มาทำเป็นโฆษณาหนังสั้นกรูบอกได้คำเดียวกรูดูแล้วมันซึ้งนะแต่กรูขำ พี่เจี๊ยบ มากและชอบวลีพี่บอย “เจี๊ยบเจ็บบอยเจ๊บบบ เจ็บ!!” สุดๆ”

รางวัลแห่งความสุขของ’เป้ย ปานวาด’ และครอบครัว ‘บุญยรัตกลิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739669

รางวัลแห่งความสุขของ'เป้ย ปานวาด' และครอบครัว 'บุญยรัตกลิน'

รางวัลแห่งความสุขของ’เป้ย ปานวาด’ และครอบครัว ‘บุญยรัตกลิน’

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.44 น.

ไถฟีดอินสตาแกรม มาสะดุดที่โพสต์ของนางร้ายหน้าสวยหุ่นปัง เป้ย – ปานวาด เหมมณี บุญยรัตกลิน  กับโมเมนต์สุดน่ารัก และ อดยิ้มตามไม่ได้ เพราะปลาบปลื้มไปกับ แม่เป้ย ที่ลงรูปลูกชายคนโต   โปรด – อัษศดิณย์ บุญยรัตกลิน ขึ้นรับรางวัลกับทางโรงเรียน จนแม่เป้ยอดไม่ได้ที่จะเขียนข้อความ   สุดประทับใจนี้ให้กับพี่โปรด ผ่าน อินสตาแกรม @ppanward “แม่ดีใจกับลูกมากๆ นะครับ ที่ได้รับรางวัล iPractise ในวัน Speech day ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ของโรงเรียน ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยคาดหวังหรือกดดัน พี่โปรดเลยว่าจะต้องเป็นเด็กที่เก่งหรือต้องได้รับรางวัลอะไร ความรู้สึกของแม่แค่อยากให้ลูกมีความสุขและสนุกกับชีวิตในวัยเรียนให้มากที่สุดเท่านั้นแต่พี่โปรดก็ทำมันได้ดีทุกครั้ง แม่ภูมิใจ  ในตัวลูกมากๆ นะครับ” @prodassadin.bใดใด คือ ความหล่อของพี่โปรดทะลุจอมือถือมากๆ งานนี้มีเหล่าแฟนคลับของพี่โปรด แม่เป้ย และ ครอบครัว บุญยรัตกลิน เข้ามาชื่นชมพี่โปรดกันอย่างมากมาย อ่านคอมเมนต์แล้วแฮปปี้เวอร์

ออร่าจับ!’ปิ๊ก-เฟรญ่า’ลูกไม้หล่นใต้ต้น ฉายแววเด่นความปังบนพรมแดง ‘MAYA TV AWARDS 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739668

ออร่าจับ!'ปิ๊ก-เฟรญ่า'ลูกไม้หล่นใต้ต้น ฉายแววเด่นความปังบนพรมแดง 'MAYA TV AWARDS 2023'

ออร่าจับ!’ปิ๊ก-เฟรญ่า’ลูกไม้หล่นใต้ต้น ฉายแววเด่นความปังบนพรมแดง ‘MAYA TV AWARDS 2023’

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.43 น.

เรียกได้ว่า “ออร่าจับ” มาไกลตั้งแต่ต้นพรมแดง ยันท้ายสุดขอบพรมแดงในงาน “MAYA TV AWARDS 2023 : มายามหาชน” เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566 ณ ห้อง CDC Ballroom เลยก็ว่าได้ สำหรับสองนักแสดงหน้าใหม่และน้องใหม่ของวงการบันเทิงอย่าง ปิ๊ก-ศุภวิทย์ วิจิตรานนท์ และ เฟรญ่า-วรานิธ นิทธนิธิภัทร แห่งค่ายกองทัพอาร์ตติส โดยสองผู้จัดฯ พระเอกหน้าเด็ก เขตต์ ฐานทัพ และ แนท ทักษญา 

ปิ๊ก ศุภวิทย์ และ เฟรญ่า วรานิธ ถือเป็น “ลูกไม้หล่นใต้ต้น” ของวงการบันเทิง เพราะทั้งคู่เป็นทายาทของนักแสดงชื่อดัง ฝั่ง หนุ่มปิ๊ก ก็เป็นลูกชายสุดหล่อของนักแสดงมากฝีมือ บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์ ด้านสาวสวย เฟรญ่า ก็เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของนางเอกชื่อดัง ลูกษอน ธนาภรณ์ จิตต์จารึก (นามสกุลเดิม รัตนเสน) ซึ่งทั้งคู่ก็ตบเท้าก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ล่าสุด เขตต์ ฐานทัพ และ แนท ทักษญา เปิดตัวนักแสดงในสังกัด อาทิ เจ้านาย-จิรภัส สอดแจ่ม ที่กำลังมีผลงานเรื่อง “เพราะเธอคือรักแรก” ทางช่องจีเอ็มเอ็มทีวี กับ Find Yourself หารักด้วยใจเธอ  และ ปลายฟ้า-เพ็ญพัฒน์ ไกรราภี กับผลงานซีรีส์ที่เพิ่งจบไป  “LOVE ME AGAIN อีกครั้งฉันรักเธอ” และกำลังจะมีผลงานเรื่อง  “เพราะเธอคือรักแรก” ทางช่องจีเอ็มเอ็มทีวี รวมทั้ง หนุ่มปิ๊ก กับ สาวเฟรญ่า บนพรมแดงในงาน “MAYA TV AWARDS 2023 : มายามหาชน” ซึ่งช่วงที่เดินเข้างานนั้นเรียกเสียงกรี๊ด และเสียงฮือฮาจากแฟนคลับสองข้าง รวมทั้งสื่อมวลชนก็ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดย หนุ่มปิ๊ก เปิดใจในเรืองนี้ว่า

“เป็นครั้งแรกของผมกับงานเดินพรมแดงครับ ตอนเดินผมนึกถึงคุณพ่อครับ ก็คิดว่า อ๋อ…ความรู้สึกการเดินพรมแดงมันเป็นแบบนี้นี่เอง ก่อนอื่นก็ต้องขอบพระคุณพี่เขตต์ พี่แนทที่ให้โอกาสผมเข้ามาตรงนี้ครับ ผมรู้สึกว่ามันเหมือนโลกอีกใบหนึ่งที่ผมต้องเรียนรู้ รู้สึกเลยว่ามันท้าทาย และผมก็ต้องทำให้ดีที่สุด ตอนนี้ผมก็กำลังมีผลงานเรื่อง เพราะเธอคือรักแรก ทางจีเอ็มเอ็มทีวี และ Two Worlds โลกสองใบ ใจดวงเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็มีโอกาสได้เรียนการแสดง เรียนเวิร์คช้อป ที่พี่เขตต์ พี่แนท เตรียมมาให้ครับ ก็สัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุดครับ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

ด้าน สาวเฟรญ่า สาวน้อยหน้าใสและพูดเก่งมาก ก็เผยถึงความรู้สึกในการเดินพรมแดงครั้งแรกว่า“ตื่นเต้นค่ะ ครั้งแรกเลย คนเยอะมาก ก็บอกกตัวเองว่าเราต้องทำให้ดีนะ เพราะเรากำลังเดินตามผู้ใหญ่ ตามนักแสดงรุ่นพี่ที่เก่งมากๆ อย่าง พี่เขตต์ ก็มองข้างหน้าตลอด มีพี่ปิ๊ก และเพื่อนๆ ในค่ายด้วย ก็รู้สึกตื่นเต้นปนกับความอบอุ่น รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ ตอนนี้เฟรก็มีผลงานซีรีส์เรื่อง เพราะเธอคือรักแรก ทางจีเอ็มเอ็มทีวี ค่ะ เรื่องการแสดง คุณแม่ก็ช่วยแนะนำตลอดนะคะ แต่ก็ปล่อยให้เฟรทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเฟรก็อยากเข้ามาทำงานตรงนี้ อยากเป็น นักแสดงที่ดี และประสบความสำเร็จเหมือนคุณแม่ค่ะ” ขอเป็นกำลังใจให้กับ หนุ่มปิ๊ก และ สาวเฟรญ่า เดินตามรอยคุณพ่อคุณแม่เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มภาคภูมิด้วยอีกคน!!! 

‘อิน สาริน’ช็อก! ถูกวิจารณ์แง่ลบในโซเชียล เผยสถานะโสดจะคบใครให้แม่สแกนก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739667

'อิน สาริน'ช็อก! ถูกวิจารณ์แง่ลบในโซเชียล เผยสถานะโสดจะคบใครให้แม่สแกนก่อน

‘อิน สาริน’ช็อก! ถูกวิจารณ์แง่ลบในโซเชียล เผยสถานะโสดจะคบใครให้แม่สแกนก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.41 น.

พระเอกหนุ่มหน้าใสอินสารินรณเกียรติจากหนุ่มคิวท์บอยที่โดดเด่นในรั้วมหาวิทยาลัยสู่นักแสดงและนักธุรกิจมากความสามารถมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเรื่องอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิตครอบครัวการทำงานและความรักลั่นตอนนี้โสดสนิทเผยจะคบใครให้คุณแม่สแกนก่อนในรายการWOODY FM

ทราบมาว่าอินเป็นคนที่ค่อนข้างจะเป๊ะมากพอสมควรต้องเป๊ะขนาดไหน?

อินสาริน :ประมาณหนึ่งครับจะรู้สึกว่าอินสารินเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เป็นโปรดักซ์ที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คนก็จะเอ็นจอยเราจากผมจากหน้าจากการแต่งตัวก็อยากจะทำออกมาอย่างดีที่สุด

ก่อนเข้าวงการคุณก็เป็นที่รู้จักเยอะตั้งแต่ในมหาวิทยาลัยแล้วการเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะคิดว่าบุคลิกของเราหรือว่าตัวเราต้องเปลี่ยนหมวดหรือว่าต้องมีหลายเลเยอร์ไหม?  

อินสาริน :ในความตั้งใจอินไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเราไม่ได้อยู่ดีๆจากคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ววันพรุ่งนี้เรากลายเป็นคนมีชื่อเสียงโดยทันทีมันจะเป็นลักษณะที่ค่อยๆก้าวขึ้นบันไดเพราะฉะนั้นอินจะมีความชินในการอยู่ในสปอตไลท์ตลอดเวลาเราก็จะรู้สึกว่าเราเป็นคนของสาธารณะประมาณหนึ่งอยู่แล้วทำอะไรในที่สาธารณะเราก็จะค่อนข้างละมัดระวังตัวระวังในการพูดระวังในการเดินในการคิดต่างๆอยู่แล้วโดยอัตโนมัติจากความเคยชิน

ดังนั้นเป็นคนที่อยู่ในสปอตไลท์แล้วตอนออกมาคิดว่าเราจะเข้าวงการไหม?

อินสาริน :คือต้องบอกว่าตอนที่เราอยู่ในสปอตไลท์ก็จะมีคนที่คอยชวนอินเข้าวงการอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่น่าจะม.3ถึงปี4ถ้านับเวลาก็จะ7-8ปีครับณตอนนั้นเราก็ไม่ได้อยากจะเป็นบุคคลสาธารณะไม่ได้อยากเป็นดาราแล้วลึกๆของอินเลยจะคิดว่าอาชีพของนักแสดงหรือดารามันเป็นอะไรที่ยากแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาในตอนนั้นคนอะไรต้องวางตัวดีเล่นละครต้องได้ร้องเพลงก็ต้องได้เต้นก็ต้องได้ตอบคำถามนักข่าวก็ต้องดูฉลาดไปหมดสำหรับเราในตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นซุปเปอร์แมนไปนิดหนึ่งเราน่าจะทำไม่ไหวก็เลยบอกว่าผมไม่ได้อยากเป็นครับจนกระทั่งจะจบปี4เป็นจุดที่คิดว่าถ้าเราจบปุ๊บแล้วจะต้องไปเป็นสถาปนิกงานตรงสายอินน่าจะไม่มีโอกาสได้ลองในวงการบันเทิงเลยรู้สึกว่าลองดูแล้วกันไหนๆก็มีโอกาสเข้ามาตลอดเวลาในชีวิตนี้ก็เลยตัดสินใจเลือกตอนนั้นก็จะเป็นงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯธรรมศาสตร์ปี4ตอนนั้นจะมีคนถือฟุตบอลกับคนถือธงน่าจะมีรูปออกไปแล้วก็มีผู้ใหญ่ของช่องต่างๆโทรมาตอนนั้นเราก็เลยเลือกช่อง3

ที่ผ่านมาเคยมีเรื่องที่ทำให้รบกวนจิตใจไหมในการเป็นคนวงการบันเทิง?

อินสาริน :มีครับเยอะเหมือนกันนะครับอย่างที่บอกด้วยความที่เราเป็นเหมือนกึ่งๆคนสาธารณะมาตั้งแต่ต้นมันก็จะมีคำพูดชื่นชมแล้วก็คำพูดที่เป็นNegative   ถึงตัวเราในโลกออนไลน์ต่างๆบางทีก็มีเว็บไซค์ที่มีคนมาเล่ามาแชร์แล้วก็มีคนเชื่อจนเป็นกระแสโดยที่90%ไม่เป็นความจริงเลยก็ช็อกไปเหมือนกันครับแล้วเราจะทำยังไงกลับไปในเมื่อมันไม่ใช่ตัวเราเลยโดนตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยแล้วครับแล้วด้วยนิสัยของอินเองเป็นคนไม่ค่อยตอบโต้คน

คุณรับมือยังไงวันเวลาเยียวยายังไง?

อินสาริน :ช็อกแล้วก็หมดแรงช่วงนั้นเป็นเหมือนซอมบี้เลยคือจริงๆเราก็ไม่อยากไปแคร์กับมันกลับบ้านก็ร้องไห้ก็ยังดีที่เรามีเพื่อนที่น่ารักเรามีครอบครัวที่ดีจนตัดสินใจไปปรึกษาพ่อกับแม่ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในชีวิตเราควรจะทำยังไงดีจำได้ว่าคุยกันสั้นมากแต่แฮปปี้มากปะป๊าให้ข้อคิดมาว่าขนาดพระพุทธเจ้ายังโดนว่ายังโดนด่าเลยแล้วภาษาอะไรกับเราคนธรรมดาแค่นี้เหมือนเราเก็ทปล่อยได้เลยทันทีเป็นความรักที่แข็งแรงที่สุดทำให้เรากลับมาได้ทันที

เชื่อว่าในทุกอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตมันจะเกลาและสอนเราเสมอ?

อินสาริน :ใช่ครับมันก็คือข่าวแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สอนอินเสมอจากวันนั้นอินจะไม่ว่าร้ายใครไม่พูดถึงใครลับหลังและจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินมาตั้งแต่ครั้งแรกก่อนที่จะใช้วิจารณญาณสำคัญมากเพราะเราเจอมากับตัวแล้วก็อยากให้ทุกคนไม่ว่าจะรับอะไรเข้ามาในชีวิตลองคิดวิเคราะห์ดูก่อนอินกลายเป็นคนที่ให้โอกาสคนมากๆอย่างเช่นกับน้องๆในบริษัท

อินเป็นคนที่เรียกว่าอายุน้อยร้อยโปรเจค?

อินสาริน :จริงๆแล้วเป็นพาร์ทที่ไม่ค่อยได้แชร์แล้วคนก็ไม่ค่อยเห็นคนจะรู้จักเราในพาร์ทของดาราใช่ไหมครับในด้านของธุรกิจต้องบอกว่ามันกินเปอร์เซ็นในชีวิตของอินให้อยู่ที่80%เลยนะครับเราkeep ตัวเองเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักแสดงอินเข้าออฟฟิศเช้าแล้วก็ออกเย็นพร้อมกับทุกๆคนแล้วก็เข้า7วันเป็นแบบนี้มา2-3ปีแล้วครับเพียงแต่คนไม่ค่อยได้เห็นตรงนั้นเดือนหนึ่งจะออกมาเป็นนักแสดงแค่2-3วันสิ่งที่ทำเริ่มมาจากเราเป็นคนที่ชอบค้าขายแล้วก็พยายามจะดูเทรนด์ตลอดเวลาคือมีโปรเจคในหัวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กพอจบมาก็ได้เอาสิ่งที่เราคิดมาทำเต็มที่ปัจจุบันก็มีทำอสังหาริมทรัพย์ต่อจากที่บ้าน, คอมมูนิตี้น้องใหม่OURS , ร้านเบเกอรีHoliday Pastry , ร้านเฮหมูกระทะ, แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับHYE Everyday

คุณมีแฟนคนแรกตอนอายุเท่าไร?

อินสาริน :แฟนคนแรกตอนประถมครับช่วงป.5 – ป.6ครับคบกันประมาณ2-3เดือนส่วนแฟนคนที่2คบนานที่สุดเจอกันที่เรียนพิเศษครับช่วงม.3-ม.4แล้วก็อยู่จนมาถึงมหาวิทยาลัย

ความรักของคุณเป็นแบบไหนในตอนนั้น?

อินสาริน :จะเป็นความรักที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเป็นความรักแบบดิสนีย์อย่างวันครบรอบ1เดือนให้ดอกไม้ให้แหวนเพชรค่อนข้างเต็มที่

แล้วในวัยที่เรียนจบแล้วทำงานแล้วความรักเป็นแบบไหน?

อินสาริน :ปัจจุบันสเตตัสคือโสดครับแล้วก็โสดมาเป็นปีๆแล้วด้วยไม่ได้ปิดแล้วก็ไม่ได้เปิดอะไรแต่ว่าอาจจะเป็นช่วงชีวิตที่ไม่ค่อยได้โฟกัสเรื่องของความรักถามว่ามีคนเข้ามาไหมมีคนเข้ามาตลอดเวลาแต่ว่าเราเองก็ไม่ได้โฟกัสในเรื่องนั้นเท่าไหร่

ก่อนหน้านั้นหลายปีที่ผ่านมาแฟนคนล่าสุดในตอนที่เรามีชื่อเสียงเราแบ่งเวลายังไงเพราะรู้สึกว่าคุณอินกับงานมาก?

อินสาริน :น้อยลงไปตามสัดส่วนครับเพราะว่าตอนนี้เรื่องงาน80-90 % เลยถ้าเกิดเรามีแฟนก็ต้องเป็นพาร์ทเนอร์ที่เกื้อหนุนกันได้ในเรื่องพวกนี้ด้วยเพราะว่าเขาต้องรู้ว่าเราชอบทำงานเวลาจะคุยกับใครครอบครัวมีผลมากเลยนะครับคุณแม่จะดูก่อนจะสแกนให้ก่อนเรื่องพวกนี้เป็นอะไรที่ต้องปรึกษากันเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะมีวิชั่นที่ดีกว่าเขาจะชอบบอกกับทุกคนว่าลูกเรายากนะ (หัวเราะ) ทำแต่งานนะเรื่องเยอะนะไม่มีเวลาไหวเหรอจะได้ยินแม่บอกตลอดเขาไม่ได้ขู่นะเขาพูดจริงๆหรือแม้กระทั่งเพื่อนเวลาเจอแม่แม่ก็จะบอกขอบคุณมากเลยนะลูกที่เป็นเพื่อนกับลูกแม่เพราะเขาก็จะรู้ว่าเราค่อนข้างทำงานเยอะ

สามารถติดตาม Woody FMได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=3iVboVw7cRg

#WoodFM#วู้ดดี้เอฟเอ็ม

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODY FM

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk

สวยปังไม่ไหว! ‘แป้ง อรจิรา’เผยลุคสุดแซ่บ เดินสับราวกับนางแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739561

สวยปังไม่ไหว! 'แป้ง อรจิรา'เผยลุคสุดแซ่บ เดินสับราวกับนางแบบ

สวยปังไม่ไหว! ‘แป้ง อรจิรา’เผยลุคสุดแซ่บ เดินสับราวกับนางแบบ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.36 น.

25 มิ.ย.66 แม้จะห่างหายจากงานละครไปบ้าง สำหรับนักแสดงสาว “แป้ง อรจิรา” ที่ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้ว แต่ก็แฟนคลับก็ยังติดตามอินสตาแกรมให้หายคิดถึงได้อยู่

โดยล่าสุด แป้ง อรจิรา ก็ได้โพสต์ภาพอวดหุ่นสับ สวมชุดเดรสสั้นรัดรูป เผยให้เห็นผิวขาวออร่า บอกเลยว่าสวยปังมาก เรียกว่าเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่สวยแซ่บหุ่นดีสุดๆ สวยมงลง ทำเอาชาวเน็ตกดหัวใจรัวๆ เลยทีเดียว

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739579

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

‘สจล.’ผนึกกำลัง‘ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น’ พัฒนาหลักสูตร‘วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม’

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดนตรีเป็น “ซอฟต์ พาวเวอร์” อันทรงพลัง ขณะที่สื่อดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆ มีอิทธิพลต่อวิถีสังคมมนุษย์และเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงผนึกความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมดนตรีของโลกอย่าง บริษัท ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และสยามดนตรียามาฮ่า ณ เมืองฮามามัตสึ เพื่อแลกเปลี่ยนและต่อยอดงานวิจัยศิลปะและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมดนตรี ผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงป้อนวงการดนตรีและดิจิทัลมีเดีย เสริมความแข็งแกร่งพัฒนาหลักสูตรดนตรีและสื่อประสมให้ก้าวหน้า สร้างเสริมพลังซอฟท์พาวเวอร์ของไทย

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมดนตรีในตลาดโลกมีการพัฒนาควบคู่กับดิจิทัลมีเดียซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อุตสาหกรรมดนตรีจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ในบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ มีศิลปินโด่งดังระดับโลก เช่นลิซ่า-ลลิษา มโนบาล แบล็คพิ้งค์ บีทีเอส สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศและมูลค่าทางเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาอย่างมหาศาล โดยใช้อุตสาหกรรมดนตรีเป็นตัวนำทางและแผ่ขยายไปยังนานาประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย สจล. ได้ก่อตั้ง “วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต” ในปี 2561 นับเป็นแห่งแรกในอาเซียนที่ผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมดนตรีที่เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ รองรับยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยเปิดหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรระยะสั้น ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง สจล.กับ สยามดนตรียามาฮ่า และยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อความร่วมมือพัฒนาความก้าวหน้าของหลักสูตรดนตรีใหม่ๆ และงานวิจัยในประเทศไทย

“การถ่ายทอดเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น การบ่มเพาะบุคลากรสมรรถนะสูงทางด้านวิศวกรรมดนตรีและสื่อดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์งานดนตรี สื่อและคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างมีสีสัน ตอบสนองความหลากหลายของการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพเสริมพลังให้ซอฟต์ พาวเวอร์ ของไทยด้านดนตรี ภาพยนตร์ เฟสติวัล กีฬาการต่อสู้ และขับเคลื่อนไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและนวัตกรรมทางด้านบันเทิงแห่งอาเซียน” อธิการบดี สจล. กล่าว

ผศ.ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน คณบดี วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. กล่าวว่าจุดเด่นของหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต แบ่งเป็น Acoustic Engineering และ Sound Engineering มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบูรณาการองค์ความรู้ อาทิ วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมการประมวลผลสัญญาณ วิศวกรรมอคูสติกส์ เข้ากับองค์ความรู้ทางด้านศิลป์สาขาวิชาดนตรีและเทคโนโลยีดนตรี บุกเบิกมิติใหม่ในแวดวงการศึกษาทางด้านวิศวกรรมดนตรีของประเทศ

“ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน และกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านดนตรี สื่อดนตรี อุตสาหกรรมเกม อีเว้นท์ สื่อทางวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น เข้าใจในมุมมองของศิลปะทางด้านดนตรีและมีทักษะในทางปฏิบัติ สามารถวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของหลักการทางวิศวกรรมกับเทคโนโลยีดนตรีได้เป็นอย่างดีโดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือที่ครบครันทันสมัย” ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าว

การประกาศความร่วมมือกันในครั้งนี้ นักวิจัย คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ยังได้ไปเยือนโรงงานผลิตเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ระบบเสียงของยามาฮ่า ที่เมืองฮามามัตสึ ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามดนตรียามาฮ่าจำกัด และ มร.กาซุนาริ ซูซูกิ (Kazunari Suzuki)กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ได้ประสานงานกับยามาฮ่าคอร์ปอเรชั่น ที่ญี่ปุ่นตลอดทริปที่เมืองฮามามัตซึ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดนตรีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นำนักวิจัยและนักศึกษา สจล.ดูงานและเปิดมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ไลน์การผลิตที่ก้าวหน้าทันสมัยของยามาฮ่า ผู้นำอุตสาหกรรมดนตรีและระบบเสียงในตลาดโลก ซึ่งมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี 2430 โดดเด่นในงานวิจัยคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่เครื่องดนตรีอิเลคโทน เปียโน คีย์บอร์ด ดนตรีคอมโบ้ ซินธิไซเซอร์ เครื่องเป่าทองเหลือง ระบบเครื่องเสียงในบ้าน ระบบเครื่องเสียงสำหรับงานสาธารณะ

อีกทั้งได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น Hamamatsu Museum of Musical Instruments “เมืองแห่งการสร้างสรรค์ดนตรี” อนุรักษ์มรดกทางดนตรีที่มีคุณค่าจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล.ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้ากับสองมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยโตไก (Tokai University) เยี่ยมห้องปฏิบัติการวิจัย Acoustic Lab & Virtual Reality Lab

และ มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งโตเกียว (Tokyo University of the Arts) ซึ่งมี Immersive Sound Lab ที่ทันสมัย พร้อมพบปะและฟังบรรยายสรุปของนักศึกษาไทยจากวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต ชั้นปี4 ที่เดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น (Oversea Training) เป็นเวลา 1 เทอมการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง เพื่อนำประสบการณ์ความรู้มาพัฒนาดนตรีในประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับผู้จบการศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. จะสามารถทำงานในอุตสาหกรรมดนตรี, ภาพยนตร์, โฆษณา, เกมส์และแอนิเมชัน, วิทยุโทรทัศน์, การผลิตเครื่องดนตรี, วิศวกรรมเสียงสำหรับอาคาร, วิศวกรรมความปลอดภัยทางเสียงและโสตทัศนูปกรณ์ทางการแพทย์, อุตสาหกรรมยานยนต์ และอื่นๆ ผู้สนใจสมัครเรียนวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://imse.kmitl.ac.th/th/ โทร. 02-3298197 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/imsekmitl/?locale=th_TH

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739581

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

60 ปี‘ม.หอการค้าไทย’ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“แม้จะมีอายุ 60 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยของเรายังมีไฟ มีแรงกายแรงใจ มีจุดยืนที่เข้มแข็งจากการที่เรามีรากเหง้าของการรวมกลุ่มพ่อค้านักธุรกิจจนตั้งเป็นสภาหอการค้าไทย กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนนั้นก็อยากสร้างความเติบโตให้แก่เศรษฐกิจของประเทศและยังต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำธุรกิจการค้าให้กับลูกหลาน เพื่อดำเนินธุรกิจให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างมีหลักการ นี่คือจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัย”

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงความภูมิใจในโอกาสที่มหาวิทยาลัยได้เปิดทำการมาเป็นปีที่ 60 แล้วในเดือนมิ.ย. 2566 นอกจากนั้น ในช่วงที่ประเทศไทยเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ในปี 2540 ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ลุกลามออกไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็น “Think Thank ของประเทศ” นำองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์มาพัฒนาเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ

ด้วยการตั้ง “ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ” เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิจัย เพื่อพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจ สร้างเครื่องชี้วัดที่สามารถคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้าได้ตามหลักวิชาการ เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชน ใช้อ้างอิงและเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งการตัดสินใจที่จะลงทุน หรือปรับเปลี่ยนแผนงานได้ทันการ เพราะเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

“เรามีบริการวิชาการให้องค์ความรู้เรื่องการค้าการขายการทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ที่เราถนัด ควบคู่ไปกับการเป็นคลังสมองของชาติเพื่อสร้างคน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยต้องหมุนตามโลก ต้องเป็นผู้นำมากกว่าผู้ตาม ยิ่งมหาวิทยาลัยมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนคนที่คุณวุฒิสูง วัยวุฒิสูง เก๋าแต่ไม่แก่ มีความน่าเชื่อถือ” อธิการบดี ม.หอการค้าไทย กล่าว

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวต่อไปว่าตนคิดว่าวันนี้ “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อผู้ประกอบการดิจิทัลยุคใหม่ (The University of Modern Digital Entrepreneurship)” ไม่ใช่เพราะกลัวตกเทรนด์ แต่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความเคยชินให้นักศึกษา ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อว่า “รวมกันเราอยู่”ยังใช้ได้เสมอกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหลายองค์กรทั้งภาครัฐภาคเอกชนมากมาย ซึ่งไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแค่ไหน แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยไม่ควรเปลี่ยน คือการสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาสังคม

ทั้งนี้ 60 ปีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือว่าก้าวมาถูกทิศทาง โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์เทรนด์ยุคสมัย ไลฟ์สไตล์เด็กรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Professional University คือถ้ามองเรื่องเศรษฐกิจการค้า การทำธุรกิจ ก็อยากให้นึกถึง ม.หอการค้าไทย เพราะเป็นรากเหง้ารากแก้วของมหาวิทยาลัยที่หยั่งรากลึกมานานถึง 60 ปี แข็งแกร่งและยังแตกรากแขนงแยกย่อยไปอีกหลายศาสตร์สาขาวิชาที่เชื่อว่ามีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของชาติ

เช่น “คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ” ที่ได้รับรองมาตรฐานการศึกษา “UNWTO.TEDQUAL” จากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในไทยเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองนี้ โดยมองว่าการเรียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเชิงการทำธุรกิจการค้าจะช่วยตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะประเทศจะพัฒนาได้จากอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว

รวมถึงล่าสุดมีการเปิดหลักสูตร“การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing)”ที่เราได้ตัวจริงหลากหลายวงการตลาดดิจิทัลมาร่วมสร้าง “เด็กหัวการค้าดิจิทัล” ทุกคน รวมไปถึงอนาคตที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเราจะเปิด คณะพยาบาลศาสตร์เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ซึ่งก็จะช่วยตอบโจทย์ธุรกิจการแพทย์ได้ในเชิงของการตลาดและการทำธุรกิจ

หรือแม้แต่หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง อย่างหลักสูตร “เทพเซียน (TEPCIAN)” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนองค์ความรู้จีนระดับ “เซียน” ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก หลักสูตรนี้คัดนักธุรกิจชั้นนำทั้งคนไทยและคนจีน มาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อต่อยอดธุรกิจด้านการค้า การลงทุนไทย-จีน ทำให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งชาวไทยและชาวจีนที่ต้องการทำการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศได้ รู้ลึกรู้รอบ เชื่อมธุรกิจจีน-ไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนแข็งแกร่งระหว่างธุรกิจไทยและจีน

“60 ปีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็น 60 ปีที่เปี่ยมด้วยไฟฝันพร้อมที่จะปรับตัวและพัฒนาไปสู่ก้าวที่ยั่งยืนเพื่อคนการค้าและเด็กหัวการค้า เป็น 60 ปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นมากกว่ามหาวิทยาลัย เพราะเราพร้อมจะก้าวไป

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739580

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นักวิชาการ‘ม.มหิดล’แนะลดเหลื่อมลํ้ากลุ่มชาติพันธุ์ ต้องสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกับพลเมืองอื่นๆ ในประเทศ แม้จะมีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่ก็มีฐานะเป็นพลเมืองของประเทศเช่นเดียวกัน จึงมีสิทธิมีเสียงที่ทุกคนในประเทศต้องรับฟัง ซึ่ง รศ.ดร.โสภนาศรีจำปา ประธานศูนย์ภารตะศึกษาและอาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาศาสตร์สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประกอบไปด้วยผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกัน ปัญหาที่ยังคงพบตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือการยอมรับในความต่าง

หลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการยึดมั่นในความคิดที่ว่าชนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเพียงแค่ชนกลุ่มน้อย และจากการถูกคาดหวังให้ดำเนินชีวิตตามกรอบ จนต้องสูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบได้กับการสูญเสียมรดกของมวลมนุษยชาติ ทั้งนี้ จากงานวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย เมียนมา และไทย เป็นบริเวณซึ่งมีลักษณะทางชาติพันธุ์แบบมองโกลอยด์ ภาษาตระกูลทิเบต-พม่า และวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน

มีแนะนำถึงปัจจัยสำคัญของการปกป้องชนกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมอันเป็นคุณค่าและความรุ่มรวยของมนุษยชาติที่แตกต่างหลากหลายไม่ให้สูญสลาย คือ “การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน” ซึ่งสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสันติสุข ดังตัวอย่างกรณีศึกษาจาก“รัฐมณีปุระ” ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี มีประชากรราว 3.4 ล้านคน แต่มีกลุ่มชาติพันธุ์ราว 30 กลุ่ม

ชนกลุ่มชนกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐมณีปุระมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการบริหารและปกครองรัฐผ่านการเลือกตั้งภายในรัฐโดยมีมุขมนตรีเป็นหัวหน้าและเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารภายในรัฐ และมีสภานิติบัญญัติแห่งรัฐที่ชนกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในการวางแผนบริหารจัดการภายในพื้นที่การปกครองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถนำมาเป็นตัวอย่างในการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้

นอกจากนี้ ยังพบว่าคุณค่าทางภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ อาจแปรเปลี่ยนสู่การสร้างมูลค่าได้อย่างนึกไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาของกลุ่มชาติพันธุ์ อิ้นต้า (Intha) ทำให้วิถีชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางทะเลสาบอินเลไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำการเกษตรลอยน้ำ จากภูมิปัญญาในการนำเศษวัชพืชมาซ้อนทับด้วยดินโคลนและพืชน้ำเพื่อทำการเกษตรปลูกผักผลไม้ในทะเลสาบ

ซึ่งเป็นวิถีธรรมชาติที่อาจนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบเพื่อรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ในพื้นที่อื่นๆ ของโลกได้ต่อไปในอนาคต นอกจากความยั่งยืนจากรายได้ที่สร้างขึ้นจากการจำหน่ายผักผลไม้ซึ่งเป็นผลิตผลจากการทำเกษตรลอยน้ำดังกล่าวแล้ว ยังสามารถใช้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมได้อีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย แนวทางการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์อาจนำมาปรับใช้ด้วยการจัดทำและบรรจุเนื้อหาเรื่องความแตกต่างหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไป เพื่อสร้างความรู้เรา รู้เขา เข้าใจในคุณค่า และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อีกทั้งควรส่งเสริมการรู้เรา รู้เขาระหว่างสังคมไทยและแรงงานข้ามชาติ จะทำให้คนไทยเข้าถึงการอยู่ร่วมกันในระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กับประเทศอื่นๆ ได้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และเป็นสุข

ดังเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ใน “เสาสังคมและวัฒนธรรม” ของอาเซียน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยและประชาคมอาเซียนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย!!!