บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2704073

ครอบครัว เสถียรไทย มอบเงิน 1 ล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.จุฬาฯ

24 มิ.ย. 2566 05:01 น.

ครอบครัว เสถียรไทย มอบเงิน 1 ล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.จุฬาฯ

ให้โรงพยาบาล  –  ศ.ดร.สุรเกียรติ์–ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย และ ดร.สันติธาร เสถียรไทย มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท ในนาม ศ.ดร.สุนทร เสถียรไทย เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เป็นผู้รับมอบ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

อุปสรรคดั่งหินผาทำลายไม่ได้แต่ก้าวผ่านได้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… แม้เส้นทางในการจัดตั้งรัฐบาลของ พรรคก้าวไกล ยังต้องเผชิญอุปสรรคอีกหลายด่าน โดยเฉพาะเมื่อ อดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาจุดพลุ เปิดประเด็นคัดค้านการที่แกนนำ พรรคเพื่อไทย ยอมโอนอ่อนที่จะยกตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้แก่พรรคก้าวไกล ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล…ล่าสุด อดิศร ออกมาระบุถึงการคัดค้านการยกตำแหน่ง ประธานสภาฯ ให้ พรรคก้าวไกล ว่า เป็นการประชุมภายในของพรรค มีปัญหาก็มาถกเถียงกัน ถ้าพรรคก้าวไกลได้นายกฯ พรรคเพื่อไทยได้ประธานสภาฯ ตามนี้พวกเราก็มีความสุข แต่อยู่ๆก็ไปยกตำแหน่งประธานสภาฯให้ โดยไม่สอบถาม ส.ส. หรือที่ประชุมพรรค จึงมีปัญหาถกเถียงกันอาจจะรุนแรงไปหน่อย แต่คนที่มีหน้าที่ไปเจรจากับพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมต้องคำนึงถึงความรู้สึก ส.ส.เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ของพรรคว่ามีความคิดเห็นเช่นนี้ แล้วไปพูดกับ พรรคก้าวไกล ว่าจะมีท่าทีอย่างไร ตนเองไม่อยากให้ตำแหน่ง ประธานสภาฯ มาขัดขวางการตั้ง รัฐบาลผสม ที่ใกล้เข้ามา ขอภาวนาให้เจรจาจบลงเร็วๆ ถ้าตกลงกันอย่างไร ก็ให้มีการเสนอใน ที่ประชุมพรรค และจะร่วมแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง…แม้ท่าทีเหมือนยังแรง แต่น้ำเสียงก็แผ่วลง โยนให้ที่ประชุมพรรคชี้ขาด
หมั้นหมาย  –  อาสา สารสิน เป็นประธานในพิธีหมั้นระหว่าง กิตตินาถ บุตรี พีระยศ–กิตติยา อมาตยกุล กับ อคิน บุตร เอกชัย–เพียงฤดี โอฬาริกเดช โดยมี ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน มาร่วมในพิธีด้วย ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำชัดว่า การสัมมนา ส.ส.เพื่อไทย ส่วนใหญ่เห็นว่า พรรคเพื่อไทย น่าจะเสนอขอตำแหน่ง ประธานสภาฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นความเห็นของ ส.ส.ทั้ง 141 คน เพราะมีเพียง 10 กว่าคน ที่แสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีหลักการทำงาน แคร์ความรู้สึกทุกฝ่าย ทั้ง พรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกพรรค ส.ส. แต่ความรู้สึกที่ต้องแคร์มากสุดคือ ประชาชน เป็นอันดับหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ออกเสียงในการลงมติ แต่ใน ระบบพรรคการเมือง ต้องพูดคุยกัน โดยเฉพาะระบบพรรคที่เป็นประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา ยึดเสียงข้างมากเป็นหลัก เคารพเสียงข้างน้อย จึงต้องมีข้อสรุปในระบบพรรค พรรคเพื่อไทย เมื่อมีความเห็นต่างเช่นนี้ ก็ต้องหา ความเห็นร่วมให้ได้ ก่อนไปพูดคุยเจรจา ประเด็นข้อกังวลที่จะมีการ ฟรีโหวต นั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติอย่างไรเชื่อว่า ส.ส.จะมีวินัย…งานนี้ สุดท้ายก็ต้องไปจบที่ มติพรรค ดังนั้น ถ้ามีสัญญาณชัดๆจาก ผู้ทรงอิทธิพลในพรรคคลื่นใต้น้ำเรื่องนี้ก็คงสลายไป
หอมมาก  –  สุดา ศุภประสิทธิพันธ์ และ บาร์ท คอเนลิส ดับเบล ให้การต้อนรับ คิลเลี่ยน เฮนเนสซี่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ คิลเลี่ยน น้ำหอมชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส ในโอกาสมาเยือนประเทศไทยเพื่อฉลองครบรอบ 15 ปี พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ ล่าสุด เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงประเด็นตำแหน่ง ประธานสภาฯระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล ว่า พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลต้องจับมือกัน การแข่งขันจบไปแล้วตั้งแต่ 14 พ.ค. เชื่อว่า คณะทำงาน ของ ว่าที่รัฐบาล จะพูดคุยกันรู้เรื่องเพราะเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น และมั่นใจว่าเรื่องนี้มีทางออก สองพรรคใหญ่ คุยกันรู้เรื่อง และทุกพรรคก็แฮปปี้ ไม่มีใครเสีย จับมือกันตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย…ชูธงชัดเป้าหมายใหญ่ คือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกล จบข่าว
ราคารับได้  –  สุรัตน์ เทพฉายโต จัดเทศกาล “Makro Carnival Festival” งานจำหน่ายสินค้าและวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกในราคาเอื้อมถึงได้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยมี วิศาล อังกุรรัต มาร่วมงานด้วย ที่แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ วันก่อน.
  • อืม…ถึงเวลาต้องผลัดใบกันอีกครั้ง สำหรับ พรรคประชา ธิปัตย์ ที่เตรียมจัดประชุมใหญ่วิสามัญ วันที่ 9 ก.ค. เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอดีต ส.ส.และผู้อาวุโสของพรรค ทั้ง ชวน หลีกภัย และ บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค มองว่าผู้ที่เหมาะสมจะมากอบกู้ฟื้นฟูพรรคในภาวะตกต่ำคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค แต่ขณะเดียวกัน ส.ส.ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ของพรรค โดยเฉพาะกลุ่ม 17 เสียง ของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ และ ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรค เตรียมหนุน เดชอิศม์ ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และ ชัยชนะ เป็นเลขาธิการพรรค…จะปะทะถึงขั้นพรรคแตกหรือไม่ต้องรอชม
อร่อย  –  สุธาวดี ศิริธนชัย, ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ และ สรรค์พิจิตร เอี่ยมชีรางกูร จัดแคมเปญ “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ อีท อะราวด์ เดอะ เวิลด์” มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า KCC และ True/dtac เมื่อมารับประทานอาหาร โดยมี กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ “ธนูเทพ” ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวโอสถธนากร และขอร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ปทุมธานี หรือ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 58 ปี โดยมีพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน
เวิลด์คลาส  –  นที พานิชชีวะ และ พรสวรรค์ พานิชชีวะ เปิดตัว “โครนอส สาทร” อาคารสำนักงานระดับอัลตราลักชัวรีสไตล์แมนฮัตตันเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์หรูสำหรับการทำงานแห่งอนาคต โดยมี เฉลิมพล สมทิพย์ และ เสริญ วิเทศพงษ์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารสำนักงานโครนอส วันก่อน.
  • การเสียชีวิตของ ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของ กระทรวงมหาดไทย ที่ต้องเสียบุคลากรที่เป็นแบบอย่างเรื่องความเสียสละ ตั้งใจทุ่มเททำงานช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะบทบาทของ ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ เมื่อครั้งเป็น ผวจ.เชียงราย ในการช่วยเหลือเด็กและผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คน ที่ติดอยู่ใน ถ้ำหลวง– ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ออกมาได้ด้วยความปลอดภัย จนได้รับการยกย่องชื่นชมจากประชาชนทั่วประเทศให้เป็น วีรบุรุษถ้ำหลวง และได้รับฉายา “ผู้ว่าฯหมูป่า”…ข้าราชการที่ดีย่อมได้รับการสรรเสริญ
น่าอยู่  –  กนกอร หลิมกำเนิด เปิดตัว “โค้บบ์” คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่บนทำเลรัชดา-พระราม 9 เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสร้างสังคมที่ดีเชื่อมทุกไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี ศุภพงษ์ กิติวัฒนศักดิ์ และ กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาร่วมงานด้วย ที่ถนนเทียมร่วมมิตร วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…เทวี แย้มสรวล, นฤทธิ์ พันธุเมธา และ มธุรส โอสถานนท์ 3 ดีเจแห่ง Top Radio ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดปาร์ตี้การกุศลสำหรับวัยรุ่นยุค 60-90 เพื่อนำรายได้ไปสมทบโครงการพาน้องตาบอดพิการซ้ำซ้อนเที่ยว ที่ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา 24 มิ.ย. ตั้งแต่ 10.00-16.00 น. ทั้งนี้ ผู้มีจิตเป็นกุศลสามารถร่วมสมทบทุนได้ทางโทรศัพท์ และไอดีไลน์ 09-6264-9195 หรือบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีร่วมปันน้ำใจให้ผู้ด้อยโอกาส เลขที่บัญชี 043-0-22728-0
  • ฌาปนกิจศพ คุณแม่น้อย พรหมพิพัฒ มารดา ดาราวรรณ พรหมพิพัฒ วัดโสมนัสฯ 24 มิ.ย. 14.00 น. 
  • พระราชทานเพลิงศพ คุณแม่นับ เลิศไกร มารดา สินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ วัดกลางใหม่ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี 24 มิ.ย. 15.00 น.
  • ศพ พล.ต.อ.สมศักดิ์ แขวงโสภา อดีต ผบช.ตชด. ตั้งสวดศาลาวีไอพี วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 28 มิ.ย. และบรรจุศพ

“ธนูเทพ”

มาไว จบไว ไทม์ไลน์เร้าใจ ทหารรับจ้างวากเนอร์ แตกหักปูติน จ่อยึดมอสโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704518

มาไว จบไว ไทม์ไลน์เร้าใจ ทหารรับจ้างวากเนอร์ แตกหักปูติน จ่อยึดมอสโก

25 มิ.ย. 2566 13:42 น.

มาไว จบไว ไทม์ไลน์เร้าใจ ทหารรับจ้างวากเนอร์ แตกหักปูติน จ่อยึดมอสโก

มาไว จบไว สำหรับเหตุการณ์ระทึกนายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ‘วากเนอร์’ ที่เคลื่อนไหวอย่างน่ากลัว ด้วยแรงแค้น นำกำลังพลพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ รถถัง ทำท่าจะบุกยึดกรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนมีข่าวที่ไม่มีการยืนยันว่าทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และคณะตั้งตัวไม่ติด ถึงกับต้องเผ่นหนีออกจากมอสโก ไปตั้งรับที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้กลับจบเร็วเกินคาด ในเวลาเพียงแค่ราวๆ 11 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกแห่งเบลารุส อาสาเข้ามาไกล่เกลี่ย จนนายปริโกซินและกลุ่มวากเนอร์ยอมล้มเลิกแผนจะบุกยึดกรุงมอสโก ถอนกำลังพล บ่ายหน้าไปยังประเทศเบลารุส แลกกับการที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดีในความพยายามที่จะก่อกบฏล้มรัฐบาลประธานาธิบดีปูติน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นกัน

และนี่คือ ‘ไทม์ไลน์’ สุดเร้าใจของกลุ่มวากเนอร์ ที่เตรียมก่อกบฏ จนได้เสียงเฮจากกองเชียร์ชาวรัสเซียและผู้คนที่ต่อต้านปูตินทำสงครามในยูเครน และถือเป็นการสร้างความปั่นป่วนให้กับปูตินมากทีเดียว นับตั้งแต่เป็นผู้นำตลอดกาลของรัสเซียมายาวนานกว่า 20 ปี

เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์

บาดหมางกับปูติน รบ.รัสเซีย

นายปริโกซินและกลุ่มวากเนอร์ เริ่มบาดหมาง ไม่พอใจกับท่าทีของรัฐบาลรัสเซียมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ไม่ส่งอาวุธมาช่วยกลุ่มวากเนอร์ ถึงขั้นออกมาโวยผ่านทางสื่อโซเชียล แอปพลิเคชันเทเลแกรม กำลังขาดแคลนกระสุน และเรียกร้องขอให้กองทัพรัสเซียส่งอาวุธและกระสุนมาสนับสนุนเพิ่มเติม หลังจากกลุ่มวากเนอร์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลรัสเซียให้เป็นแกนนำบุกยึดเมืองบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครน จนเกิดการสู้รบกันมาหลายเดือน และถือเป็นสมรภูมิรบที่นองเลือดมากที่สุด ปะทะกันยาวนานที่สุด นับตั้งแต่ปูตินเปิดฉากทำสงครามในยูเครนเมื่อก.พ. 2565

ชัยชนะตกเป็นของกลุ่มวากเนอร์ ออกมาอ้างชัยชนะ ยึดบักห์มุตได้สำเร็จ แต่ก็แลกกับความสูญเสียกำลังทหารรับจ้างไปมากมายนับ 20,000 ศพ โดยปริโกซินได้ประกาศส่งมอบให้กองทัพรัสเซียเข้ามาครอบครองเมืองบักห์มุต ตั้งแต่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา

จวกรมว.กลาโหมรัสเซีย

ปริโกซินออกมาตำหนิเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย และนายพลวาเลรี เกราซิมอฟ ผู้บัญชาการสูงสุดคนใหม่ของกองทหารรัสเซียในสงครามยูเครนว่า ไม่ให้การสนับสนุนกลุ่มวากเนอร์อย่างเพียงพอ และกองทัพรัสเซียไร้ประสิทธิภาพในสงครามที่ยูเครน

ขณะที่ด้าน ประธานาธิบดีปูตินได้สนับสนุนให้มีการขีดเส้นตาย-กำหนดเวลาให้กลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์มาลงชื่อทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แต่นายปริโกซินได้ปฏิเสธ โดยมองว่าเป็นการท้าทายอิทธิพลของเขา

วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 

ปริโกซิน ‘เปิดหน้าชก’ กับกองทัพรัสเซียและปูติน ผ่านสื่อรัสเซีย กล่าวหาถึงเหตุผลทั้งหมดสำหรับการทำสงครามในยูเครนของคนเหล่านั้นที่ออกมาอ้างกัน เป็นเรื่อง ‘โกหก’ และเป็นเพียงข้อแก้ตัวสำหรับคนขี้โกงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

ปริโกซินยังกล่าวหากองทัพรัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีขบวนกองทหารรับจ้างของเขา

กระทั่งไม่มีใครคาดคิด ปริโกซินประกาศเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นว่า กลุ่มวากเนอร์ที่มีกำลังพลนับ 25,000 คน จะ ‘ก่อกบฏด้วยอาวุธ’ และบอกว่านี่ไม่ใช่การรัฐประหาร แต่เป็น ‘การเดินขบวนเรียกร้องความยุติธรรม’

ขณะที่หน่วยความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) ตั้งรับเบื้องต้น ด้วยการตั้งข้อหาปริโกซินโทษฐานกบฏด้วยอาวุธต่อรัฐ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 20 ปี

ส่วนประธานาธิบดีปูตินประณามผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติรัสเซียถึงความเคลื่อนไหวของปริโกซินว่า เป็นการกระทำของ ‘คนทรยศ’

มีการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในกรุงมอสโก และนายกเทศมนตรีกรุงมอสโกแจ้งต่อประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง

เหล่าทหารรับจ้างเอกชนกลุ่มวากเนอร์

กลุ่มวากเนอร์ได้มีการเคลื่อนกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์อย่างน่ากลัว บุกยึดเมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ทางตอนใต้ของรัสเซีย พร้อมอ้างว่ากองกำลังวากเนอร์สามารถควบคุมที่ตั้งทางทหารของกองกำลังรัสเซียในเมืองดังกล่าวได้ทั้งหมด

จากนั้น กลุ่มวากเนอร์ยังเคลื่อนขบวนรถถังมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโก จนก่อให้เกิดบรรยากาศความตึงเครียดในกรุงมอสโกอย่างมาก

เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ จับมือกับชาวรัสเซียที่สนับสนุนเขาในความเคลื่อนไหวที่จะก่อกบฏ ยึดอำนาจประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แม้จะยุติลงในเวลารวดเร็ว

จบเหตุการณ์ระทึก เปลี่ยนใจ ไปเบลารุสแทน

แต่แล้ว เมื่อกำลังทหารรับจ้างของกลุ่มวากเนอร์ เคลื่อนขบวนมาเรื่อยๆ จนห่างจากกรุงมอสโกแค่เพียง 120 ไมล์ เท่านั้น ในที่สุด ปริโกซินได้ประกาศล้มเลิกภารกิจนี้ หลังจากประธานาธิบดีลูคาเชนโกแห่งเบลารุสได้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย จนทำให้ปริโกซิน และกลุ่มวากเนอร์เปลี่ยนใจไม่ไปโจมตีกรุงมอสโก ไปยังเบลารุสแทน แลกกับการที่ไม่ต้องถูกดำเนินคดีจากทางการรัสเซียในข้อหากบฏ

จบเหตุการณ์ระทึกเขย่าบัลลังก์ปูตินไปแบบ’ไม่สะใจ’ แต่ก็’ได้ใจ’กองเชียร์ชาวรัสเซียที่ต่อต้านสงครามยูเครนไปไม่น้อย.

ที่มา : BBC,Dailymail

ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้เสียชีวิตติดไวรัส “ออซ” จากเห็บกัดรายแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704499

ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้เสียชีวิตติดไวรัส “ออซ” จากเห็บกัดรายแรกของโลก

25 มิ.ย. 2566 09:49 น.

ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้เสียชีวิตติดไวรัส “ออซ” จากเห็บกัดรายแรกของโลก

ญี่ปุ่นรายงานว่าหญิงวัย 70 ปี ในจังหวัดอิบารากิ ซึ่งถูกเห็บกัด เสียชีวิตจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเมื่อปีที่แล้ว หลังจากติดเชื้อไวรัสออซ

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น เปิดเผยว่า หญิงวัย 70 ปี ในจังหวัดอิบารากิ ซึ่งถูกเห็บกัด เสียชีวิตจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเมื่อปีที่แล้ว หลังจากติดเชื้อไวรัสออซ (Oz) แม้ว่าจะมีรายงานการติดเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะในสัตว์ป่าและมนุษย์หลายครั้ง แต่เชื่อว่านี่จะเป็นกรณีการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นรายแรกของโลก

ตามรายงานของกระทรวงฯ ผู้หญิงคนนี้ซึ่งไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ได้พบแพทย์ที่สถาบันทางการแพทย์เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วด้วยอาการต่างๆ เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย และปวดข้อ เธอถูกสงสัยว่าเป็นโรคปอดบวม และแพทย์ได้จ่ายยาปฏิชีวนะ แต่อาการของเธอแย่ลง และเธอเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์สึคุบะ

เมื่อเธอเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พบว่ามีเห็บแข็งกำลังดูดเลือดอยู่ที่โคนขาขวาของเธอ และเธอเสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นอาการอักเสบของหัวใจ ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา

จากข้อมูลของสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIID) ไวรัสออซถูกตรวจพบครั้งแรกในปี 2561 ในเห็บแข็งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า amblyomma testudinarium ในจังหวัดเอฮิเมะ

มีการตรวจพบแอนติบอดีสำหรับไวรัสออซในสัตว์ป่า เช่น ลิงแสมญี่ปุ่น หมูป่า และกวางในจังหวัดชิบะ กิฟุ มิเอะ วากายามะ ยามากูจิ และโออิตะ ข้อมูลจากกระทรวงฯ ระบุว่า ผลการตรวจเลือดของนักล่าสัตว์ 24 คนในจังหวัดยามากูจิ ยังพบว่า 2 คน มีผลตรวจแอนติบอดีของไวรัสออซเป็นบวก ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาอาจเคยติดเชื้อมาก่อน และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบไวรัสออซนอกประเทศญี่ปุ่น 

ทั้งนี้ เห็บแข็ง ซึ่งมีเกล็ดแข็งและมีขนาดประมาณ 3 ถึง 4 มิลลิเมตร มีความแตกต่างจากเห็บที่มักพบในบ้านและมักพบในป่าและพุ่มไม้

ทาดากิ ซูซูกิ ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยาการติดเชื้อของ NIID กล่าวว่า เนื่องจากนี่เป็นกรณีการเสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันรายแรก จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินความรุนแรงหรืออันตรายของไวรัส ณ จุดนี้ “กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าไวรัสสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงรวมทั้งเสียชีวิตได้ แต่การตรวจพบผู้ที่มีแอนติบอดีในอดีต ยังแสดงให้เห็นว่าบางคนอาจไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย”

กระทรวงฯ ระบุว่า ข้อควรระวังที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนคือการหลีกเลี่ยงการเปิดเผยผิวหนังเมื่ออยู่ในบริเวณที่อาจสัมผัสกับเห็บแข็ง แนะนำให้ผู้ที่เข้าไปใกล้พุ่มไม้สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพวกมันกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อแมลงออกหากิน การใช้ยาไล่แมลงอาจช่วยได้เช่นกัน ส่วนใครก็ตามที่ถูกเห็บดังกล่าวกัด ควรไปพบแพทย์แทนที่จะพยายามเอาออกเอง.

ซาอุฯ คุมเข้มรักษาความปลอดภัยผู้แสวงบุญจากทั่วโลก 1.5 ล้านคน หลั่งไหลร่วมพิธีฮัจญ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704306

ซาอุฯ คุมเข้มรักษาความปลอดภัยผู้แสวงบุญจากทั่วโลก 1.5 ล้านคน หลั่งไหลร่วมพิธีฮัจญ์

25 มิ.ย. 2566 07:12 น.

ซาอุฯ คุมเข้มรักษาความปลอดภัยผู้แสวงบุญจากทั่วโลก 1.5 ล้านคน หลั่งไหลร่วมพิธีฮัจญ์

ทางการซาอุดีอาระเบียยกระดับการรักษาความปลอดภัย หลังจากผู้แสวงบุญจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 1.5 ล้านคน หลั่งไหลถึงนครเมกกะ เพื่อเข้าร่วมศาสนกิจในพิธีฮัจญ์ ที่จะเริ่มขึ้นสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2566 ทางการซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้แสวงบุญจากต่างประเทศทยอยหลั่งไหลเข้าสู่นครเมกกะ เพื่อร่วมประกอบศาสนกิจในพิธีฮัจญ์ปีนี้แล้วกว่า 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางมาด้วยเครื่องบิน หลังจากทางการซาอุฯ จำกัดมาตรการร่วมพิธีฮัจญ์อย่างเข้มงวดในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า ในอีกไม่ก่วันข้างหน้านี้คาดว่าจะมีผู้แสวงบุญชาวมุสลิมต่างชาติเดินทางมาเพิ่มอีกจำนวนมาก สมทบกับผู้ที่พำนักอยู่ในซาอุดีอาระเบียอีกหลายแสนคน เพื่อร่วมพิธีสำคัญทางศาสนาที่จะเริ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าปีนี้จำนวนคนเข้าร่วมจะมากกว่าสถิติสูงสุดในช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ 2.4 ล้านคน เมื่อปี 2562

พันโทอาเหม็ด ชาราฟ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจหน่วย 911 ของซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มมาตรการสอดส่องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณรอบมัสยิดอัล-ฮะรอม ในช่วงพิธีฮัจญ์ปีนี้ โดยเน้นที่ระบบรักษาความปลอดภัยไฮเทค และเสริมกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ.

รัสเซียขอโวย ใครทำลายเขื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704320

รัสเซียขอโวย ใครทำลายเขื่อน

25 มิ.ย. 2566 05:50 น.

รัสเซียขอโวย ใครทำลายเขื่อน

จากกรณีการทำลายเขื่อน “คาคอฟกา” ในจังหวัดเคียร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน ที่มีการโหมประโคมกันรอบใหม่ว่าเป็นฝีมือของกองทัพรัสเซียนั้น ทางสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยได้ทำการชี้แจงมาอย่างละเอียด ซึ่งขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้

เหตุการณ์ทำลายเขื่อนคาคอฟกาเป็นฝีมือของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 มิ.ย.2566 และก่อให้เกิดความเสียหายและทำลายสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักฐานที่บ่งบอกว่ามีกองกำลังติดอาวุธของผู้นำทางการเมืองของยูเครนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การทำลาย รัสเซียขอประณามการก่อเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ที่กระทำโดยกองทัพยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จัดได้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามที่มีลักษณะการโจมตีแบบการก่อการร้าย ซึ่งผู้นำยูเครนต้องการสร้างความเสียหายต่อกลุ่มประชาชนที่ต้องการรวมกับรัสเซียจากการลงประชามติเมื่อเดือนก.ย.ปีก่อน

โรงงานไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำนีเปอร์ ซึ่งการทำลายเขื่อนคาคอฟกาส่งผลให้เกิดหายนะด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นการทำลายระบบนิเวศบริเวณปากแม่น้ำนีเปอร์ และยังเป็นการขัดขวางการระบายน้ำไปยังแคว้นไครเมีย ทำให้เกิดน้ำท่วมในเขตเคียร์ซอนและหลายๆพื้นที่รอบๆ ผู้คนหลายพันคนต้องอพยพและพลัดถิ่นที่อยู่ของตน ชีวิตของพวกเขาต้องถูกทำลายเพราะฝีมือของมนุษย์ครั้งนี้

การโจมตีเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำคาคอฟกาอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ใหม่นัก หากย้อนไปฤดูร้อนปี 2565 ในเวลานั้นกองทัพยูเครนได้ระดมยิงเมืองโนวาคาคอฟกาอยู่ตลอดเป็นระยะเวลาหลายเดือน และโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายต่อหลายครั้ง เคยเกิดเหตุความเสียหายร้ายแรงมาแล้วหลังโรงผลิตไฟฟ้าแห่งนี้ถูกโจมตีด้วยรถยิงจรวด HIMARS และ MLRS จนห้องควบคุมได้รับความเสียหายในวันที่ 18 ก.ค.2565

การก่อเหตุดังกล่าวนั้นถือเป็นการแสดงความเจตนาที่ชัดเจนที่มุ่งเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อขัดขวางการทำงานของโรงไฟฟ้าซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยอันตรายตามมา การโจมตียังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องจนในวันที่ 5 ส.ค.2565 โรงไฟฟ้าคาคอฟกาได้โดนโจมตีด้วยรถยิงจรวดหลายประเภท รวมถึงขีปนาวุธ Tochka-U ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เริ่มจะเลวร้ายลงอีก เมื่อกังหันที่ใช้ในการทำงานของเขื่อนสามตัวจากจำนวนทั้งหมดหกตัวเสียหายจากการกะเทาะ ทำให้กำลังผลิตของโรงไฟฟ้าต้องทำงานเพียงครึ่งเดียวจากสภาวะปกติ การระดมยิงได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยมีรายงานการโจมตีอีกหลายต่อหลายครั้งหลังจากนั้นในวันที่ 18, 19, และ 21 ส.ค.ปีที่แล้ว

แถลงการณ์ของ พล.ต.อังเดร โควาชุก ของยูเครน ลงในหนังสือพิมพ์ “วอชิงตันโพสต์” เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2565 นั้นเป็นหลักฐานที่ทำให้ทราบว่ายูเครนมีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดภัยพิบัติ เจ้าตัวยอมรับว่ายูเครนต้องการทดสอบการโจมตีโดยการใช้จรวด HIMARS โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีประตูทางเข้าของน้ำในเขื่อน เพื่อควบคุมระดับน้ำในเชิงกลยุทธ์ โดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นและพื้นที่ใกล้เคียง

สหพันธรัฐรัสเซียแจ้งเตือนไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหลายต่อหลายครั้ง เกี่ยวกับการโจมตีเขื่อนพลังงานไฟฟ้าคาคอฟกาในเดือน ต.ค.2565 พร้อมยื่นหนังสือไปถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อยุติการกระทำเหล่านี้ โดยเอกสารฉบับนี้ได้กล่าวถึงความพยายามของยูเครนในการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องต่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งนี้ โดยมีการใช้ขีปนาวุธมากถึง 120 ลูกต่อวัน แต่คำเตือนเหล่านี้ ไม่มีใครรับฟัง สุดท้ายผู้นำยูเครนก็ได้ก่อภัยอันตรายต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจกลับมาแก้ไขได้

การกระทำของยูเครนได้รับการส่งเสริมจากชาติตะวันตกซึ่งเป็นผู้ชี้นำด้วยการยกอาชญากรรมของยูเครนให้รัสเซียเป็นผู้รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด การกระทำแบบนี้สามารถเห็นได้จากการโจมตี “ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม” โดยการทำงานร่วมกันของโปแลนด์ ยูเครน สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตก แต่อาชญากรรมครั้งนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นทางการเลย

ที่สำคัญหลังจากการทำลายเขื่อนคาคอฟกา เสร็จสิ้น ก็มีการบิดเบือนข้อมูลเพื่อโยนความผิดให้ “รัสเซีย” กลายเป็นตัวการตามความต้องการ บิดเบือนข้อมูลของชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม องค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติและสำนักงานเลขาธิการองค์การสหประชาชาติเองได้พยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงอาชญากรรมที่ก่อให้เกิดขึ้นโดยประเทศยูเครน โดยมักจะใช้คำว่ายังขาดข้อมูลที่เพียงพอ ความไม่เต็มใจขององค์การระหว่างประเทศนั้นส่งผลให้ยูเครนมีความกล้าหาญ มากขึ้น

การทำลายเขื่อนคาคอฟกามีผลกระทบที่กว้างและทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำนีเปอร์สูงขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม บ้านเรือนจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ พื้นที่ทางการเกษตรถูกทำลาย น้ำท่วม และการคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร

รัสเซียขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดต่อการโจมตีต่อเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำคาคอฟกาและขอให้ดำเนินคดีกับบุคคลและหน่วยงานของยูเครนที่ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ส่งผลต่อมนุษยชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยประชาคมระหว่างประเทศจะต้องดำเนินการเพื่อป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

รายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ฟันธงเชื้อโควิดเกิดจากห้องแล็บอู่ฮั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704489

รายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ฟันธงเชื้อโควิดเกิดจากห้องแล็บอู่ฮั่น

25 มิ.ย. 2566 09:11 น.

รายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ฟันธงเชื้อโควิดเกิดจากห้องแล็บอู่ฮั่น

รายงานชิ้นใหม่เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่พบหลักฐานโดยตรงว่าโควิด-19 แพร่กระจายออกมาจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่นของจีน

สำนักงานผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (โอดีเอ็นไอ) กล่าวว่า ทั้งแหล่งกำเนิดของเชื้อตามธรรมชาติและจากห้องปฏิบัติการยังคงเป็นข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้ และระบุว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ เห็นพ้องต้องกันว่าไวรัสนี้ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรมหรือมีการดัดแปลงจากห้องปฏิบัติการ

ต้นกำเนิดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นประเด็นมีการถกเถียงกันในสหรัฐฯ ขณะที่ทฤษฎีการรั่วไหลของเชื้อโรคจากห้องปฏิบัติการได้รับการปฏิเสธจากจีนมาโดยตลอด

รายงานของโอดีเอ็นไอ ได้รับการเผยแพร่เมื่อคืนวันศุกร์ หลังจากสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายในเดือนมี.ค. โดยให้เวลาหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ 90 วันในการแยกแยะข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (WIV) รายงานความยาว 10 หน้าระบุว่า “สำนักข่าวกรองกลางและหน่วยงานอื่นยังคงไม่สามารถระบุต้นตอที่ชัดเจนของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้ เนื่องจากทั้งสมมติฐาน ทั้งตามธรรมชาติและจากห้องทดลอง อาศัยสมมติฐานที่มีนัยสำคัญ หรือเผชิญกับความท้าทายในการรายงานที่ขัดแย้งกัน” 

ผลการวิจัยระบุว่า หน่วยงาน 4 แห่งเชื่อว่าไวรัสติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่หน่วยงานอีกสองแห่ง ได้แก่ กระทรวงพลังงานและเอฟบีไอ ยังคงเชื่อว่าไวรัสรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการ ผลการวิจัยระบุว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองหลายแห่งของสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแยกแยะความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะมาจากห้องทดลอง แต่ยอมรับว่าโควิด-19 ไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพ โดยกล่าวว่า สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นและกองทัพจีน ได้ร่วมมือกันทำงานเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาเพื่อความต้องการด้านสาธารณสุข แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดโควิด-19 ก็ตาม

แต่รายงานยังระบุด้วยว่านักวิทยาศาสตร์ของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ได้ออกแบบ “ไคเมรา” หรือการรวมกันของโคโรนาไวรัส และใช้เทคนิคการโคลนพันธุกรรมแบบย้อนกลับที่สามารถซ่อนการเปลี่ยนแปลงโดยเจตนา ผลการวิจัยกล่าวว่านักวิจัยบางคนอาจไม่ได้ใช้มาตรการป้องกันความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเพียงพอก่อนเกิดโรคระบาด

อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ได้ทราบถึงเหตุการณ์ความปลอดภัยทางชีวภาพที่เฉพาะเจาะจงที่ห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่น ซึ่งทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19

นักวิจัยหลายคนของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ล้มป่วยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2562 แต่การป่วยของพวกเขาอาจเกิดจากโรคต่างๆ และอาการบางอย่างไม่สอดคล้องกับโควิด-19

จอห์น แรตคลิฟฟ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้รายงานดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังคงสร้างความสับสน แรตคลิฟฟ์กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การรั่วไหลจากห้องปฏิบัติการเป็นทฤษฎีเดียวที่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สติปัญญา และสามัญสำนึก” 

ผู้ที่สนับสนุนทฤษฎีการรั่วไหลระบุว่า สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นอยู่ห่างจากตลาดค้าส่งอาหารทะเลอู่ฮั่นหวาหนาน เพียง 40 นาที ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มแรก ในช่วงปลายปี 2562

การสอบสวนร่วมกันระหว่างองค์การอนามัยโลกและจีน ในปี 2564 พบว่าทฤษฎีการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการนั้น “ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง” แต่หน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจกับรายงานดังกล่าว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าทำให้เกิดคำถามมากกว่าคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ต้นตอที่แท้จริงของโควิดซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบเจ็ดล้านคนทั่วโลกอาจไม่มีใครรู้.

พริโกชินออกจากรอสตอฟ-รัสเซียลั่นกบฏไม่กระทบสงครามยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704468

พริโกชินออกจากรอสตอฟ-รัสเซียลั่นกบฏไม่กระทบสงครามยูเครน

25 มิ.ย. 2566 05:10 น.

พริโกชินออกจากรอสตอฟ-รัสเซียลั่นกบฏไม่กระทบสงครามยูเครน

เยฟเกนี พริโกชิน ออกจากเมืองรอสตอฟแล้ว หลังยุติการบุกกรุงมอสโก ขณะที่รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า การก่อกบฏของกลุ่มวากเนอร์จะไม่กระทบปฏิบัติการในยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเยฟเกนี พริโกชิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ เดินทางออกจากศูนย์บัญชาการกองทัพในเมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ที่พวกเขาเข้ายึดเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 2566 แล้ว หลังจากเจ้าตัวประกาศหยุดการเคลื่อนกำลังเข้าสู่กรุงมอสโกและถอนกำลังกลับฐาน เพื่อเลี่ยงการนองเลือด

ขณะเดียวกัน นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน กล่าวในงานแถลงข่าวยืนยันว่า การก่อกบฏของกลุ่มวากเนอร์ จะไม่ส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการบุกโจมตีของกองทัพรัสเซียในยูเครน

ชาวเมืองรอสตอฟมารวมตัวกันเพื่ออำลาและถ่ายรูปกับกองกำลังทหารรับจ้างวากเนอร์ ที่ทยอยออกจากเมือง

ทั้งนี้ นายพริโกชินนำกำลังทหารรับจ้าง 25,000 คน บุกยึดเมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ในช่วงเช้าวันเสาร์ และเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโก อย่างไรก็ตาม หลายชั่วโมงต่อมา จู่ๆ เขาก็ประกาศยุติการเคลื่อนกำลังพล หลังจากเข้าประชิดเมืองหลวงในระยะ 200 กม. โดยอ้างว่าต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด และจะนำกองกำลังกลับค่ายสนามตามจุดต่างๆ

รัฐบาลเบลารุสอ้างว่า ความเคลื่อนไหวของพริโกชินเกิดขึ้นหลังจากที่เขาพูดคุยกับประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก จากนั้น วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียก็ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายลูคาเชนโก เรื่องผลลัพธ์การเจรจาระหว่างผู้นำเบลารุสกับนายพริโกชิน โดยปูตินขอบคุณลูคาเชนโกที่ช่วยเป็นตัวกลางด้วย

ต่อมานายเปสคอฟเผยว่า จะยุติการดำเนินคดีทั้งหมดต่อนายพริโกชิน และจะส่งเขาไปยังประเทศเบลารุส ส่วนทหารของวากเนอร์ที่ไม่ได้เข้าร่วมการกบฏจะสามารถสมัครเข้ากองทัพภายใต้กระทรวงกลาโหมได้ ส่วนผู้ที่เข้าร่วมการลุกฮือ จะไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ

ที่มา : bbc

เลิกแล้วต่อกัน? มอสโกเตรียมยุติดำเนินคดี “ปริโกซิน” จ่อถูกส่งไปเบลารุส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704466

เลิกแล้วต่อกัน? มอสโกเตรียมยุติดำเนินคดี “ปริโกซิน” จ่อถูกส่งไปเบลารุส

25 มิ.ย. 2566 03:50 น.

เลิกแล้วต่อกัน? มอสโกเตรียมยุติดำเนินคดี “ปริโกซิน” จ่อถูกส่งไปเบลารุส

โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซียเผย พวกเขาเตรียมยุติการดำเนินคดีอาชญากรรมต่อนายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ โดยที่เจ้าตัวจะถูกส่งไปอยู่ที่เบลารุส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซีย แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ในประเทศ หลังจากกลุ่มวากเนอร์ก่อการกบฏเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 มิ.ย.) ก่อนที่นายเยฟเกนี ปริโกซิน จะประกาศหยุดการเคลื่อนกำลังไปยังกรุงมอสโก

“พวกคุณจะถามผมว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวนายพริโกชินใช่หรือไม่?” นายเปสคอฟบอกกับนักข่าวในงานแถลงข่าวช่วงค่ำวันเสาร์ “คดีอาชญากรรมที่มีการฟ้องร้องต่อเขาจะถูกยกฟ้อง ขณะที่เจ้าตัวจะถูกส่งไปอยู่เบลารุส”

สำหรับทหารรับจ้างของกลุ่มวากเนอร์ เปสคอฟกล่าวว่า ผู้ที่ไม่ได้ร่วมเคลื่อนขบวนกับปริโกซิน และต้องการสมัครเข้าสู่กระทรวงกลาโหมก็สามารถทำได้ ส่วนนักรบที่เข้าร่วมก่อการลุกฮือในวันนี้ (24 มิ.ย.) จะไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ

อนึ่ง นายปริโกซินนำกำลังทหารรับจ้างของเขาบุกยึดเมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ในช่วงเช้าวันเสาร์ และเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโก อย่างไรก็ตาม หลายชั่วโมงต่อมา จู่ๆ เขาก็ประกาศยุติการเคลื่อนกำลังพล หลังจากเข้าประชิดเมืองหลวงในระยะ 200 กม. โดยอ้างว่าต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด และจะนำกองกำลังกลับค่ายสนามตามจุดต่างๆ

รัฐบาลเบลารุสอ้างว่า ความเคลื่อนไหวของพริโกชินเกิดขึ้นหลังจากที่เขาพูดคุยกับประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก จากนั้น วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียก็ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายลูคาเชนโก เรื่องผลลัพธ์การเจรจาระหว่างผู้นำเบลารุสกับนายปริโกซิน โดยปูตินขอบคุณลูคาเชนโกที่ช่วยเป็นตัวกลางด้วย

ที่มา : cnn

ระทึก บินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ระงับเทคออฟ ผู้โดยสารอพยพบาดเจ็บ 11 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704465

ระทึก บินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ระงับเทคออฟ ผู้โดยสารอพยพบาดเจ็บ 11 ราย

25 มิ.ย. 2566 02:50 น.

ระทึก บินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ระงับเทคออฟ ผู้โดยสารอพยพบาดเจ็บ 11 ราย

เครื่องบินโดยสารของคาเธ่ย์ แปซิฟิก ต้องระงับขึ้นบินหลังเกิดความขัดข้องทางเทคนิค และต้องอพยพผู้โดยสาร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. 2566 เที่ยวบิน CX880 ของสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิก ที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ซึ่งกำลังจะออกเดินทางไปยังนครลอสแอนเจลิส พร้อมกับลูกเรือ 17 คน และผู้โดยสารอีก 293 คน ต้องระงับการขึ้นบินเนื่องจากเกิดความขัดข้องทางเทคนิค

ตามแถลงการณ์ของ คาเธ่ย์ แปซิฟิก เที่ยวบิน CX880 ยกเลิกการขึ้นบินตามกระบวนการมาตรฐาน หลังลูกเรือตรวจพบความขัดข้องทางเทคนิค และดำเนินการอพยพผู้โดยสารเพื่อป้องกันไว้ก่อน แต่กลับมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บระหว่างออกจากเครื่องบินด้วยสไลด์หนีภัยจำนวน 11 ราย

คาเธ่ย์ฯ ยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บ 9 จาก 11 รายได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลและเดินทางกลับได้แล้ว และพวกเขาจะให้การสนับสนุนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายที่ยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและครอบครัวของพวกเขาต่อไป

ทั้งนี้ คาเธ่ย์ แปซิฟิก ไม่ได้เปิดเผยว่าเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่ว่าคืออะไร แต่สถานีโทรทัศน์ RTHK ของฮ่องกง รายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจว่า ยางล้อเครื่องบินเส้นหนึ่งเกิดความร้อนจัดจนระเบิด

ที่มา : cna

เบลารุสเข้าเจรจา วากเนอร์ยอมระงับบุกมอสโก หลังห่างแค่ 200 กม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704464

เบลารุสเข้าเจรจา วากเนอร์ยอมระงับบุกมอสโก หลังห่างแค่ 200 กม.

25 มิ.ย. 2566 01:42 น.

เบลารุสเข้าเจรจา วากเนอร์ยอมระงับบุกมอสโก หลังห่างแค่ 200 กม.

เยฟเกนี พริโกชิน ระงับการเคลื่อนกำลังกลุ่มวากเนอร์ไปยังกรุงมอสโกแล้ว ขณะอยู่ห่างเพียง 200 กม. หลังผู้นำเบลารุสเข้าเจรจา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเยฟเกนี พริโกชิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ‘วากเนอร์’ ผู้กำลังก่อกบฏทางทหารในรัสเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านเทเลแกรม ว่าเขาตกลงหยุดการเคลื่อนกำลังเข้าสู่กรุงมอสโกแล้ว หลังพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ (24 มิ.ย.) และขณะนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 200 กม.

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ Rossiya 24 ของรัสเซีย นายพริโกชินได้พูดคุยกับนาย อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสตลอดทั้งวัน ก่อนจะตกลงหยุดความเคลื่อนไหวของกลุ่ม วากเนอร์ ในดินแดนรัสเซีย และดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์

ด้านโฆษกประธานาธิบดีเบลารุสระบุว่า การพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ผู้ประกาศกร้าวว่าจะลงโทษกลุ่มกบฏแล้ว

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของนายพริโกชินที่เผยแพร่ผ่านเทเลแกรม ระบุว่า “พวกเขาต้องการยุบบริษัททหารรับจ้าง วากเนอร์ เราจึงเคลื่อนขบวนเพื่อความยุติธรรมในวันที่ 23 มิ.ย.”

“ภายใน 24 ชั่วโมงพวกเขาเข้าใกล้มอสโกในระยะ 200 กม. ซึ่งในช่วงนั้นนักรบของเราไม่มีการหลั่งเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว” นายพริโกชินระบุต่อ “ตอนนี้ถึงเวลาที่อาจต้องมีการหลั่งเลือด แต่ด้วยความเข้าใจในความรับผิดชอบที่ว่า เลือดของชาวรัสเซียจะตั้งหลั่งไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม เราจึงหันหลังและกลับไปยังค่ายสนามตามจุดต่างๆ ตามแผนที่วางเอาไว้”

ที่มา : bbc