อว.แถลงความสำเร็จ 2 โครงการยักษ์ ‘นักรบเพื่อการส่งออก’ และ ‘นักธุรกิจท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739303

อว.แถลงความสำเร็จ 2 โครงการยักษ์  ‘นักรบเพื่อการส่งออก’ และ ‘นักธุรกิจท้องถิ่น’

อว.แถลงความสำเร็จ 2 โครงการยักษ์ ‘นักรบเพื่อการส่งออก’ และ ‘นักธุรกิจท้องถิ่น’

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าวปิดโครงการนักรบเพื่อการส่งออก (NewGeneration Trader : NGT) และ โครงการพัฒนานักธุรกิจท้องถิ่น (Local BusinessStartup : LBS) รุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการ หลังได้มีส่วนร่วมพัฒนาและผลักดันคนรุ่นใหม่ให้เป็น Smart Citizen ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ BCG Economy บนฐานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการนำประเทศไปสู่ Innovation Nation ยุทธศาสตร์สำคัญของ อว.

นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ภารกิจหลักของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. คือการพัฒนาคนไทยให้เป็น Smart Citizen การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ BCG Economy บนฐานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการนำประเทศไปสู่ InnovationNation ยุทธศาสตร์สำคัญของ อว. คือการพัฒนากำลังคนและการสร้างระบบนิเวศของการพัฒนาผู้ประกอบการ รุ่นใหม่ที่สามารถใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปสู่การสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ซึ่งเข้าสู่ยุค Digital Economyเต็มรูปแบบ ทั้งการขายในประเทศและระหว่างประเทศ

ดังนั้น โครงการนักรบเพื่อการส่งออก New Generation Trader หรือ NGT และ โครงการพัฒนานักธุรกิจท้องถิ่น Local Business Startup หรือ LBS ซึ่งดำเนินงานมาเป็นปีที่ 2 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับผู้ที่สนใจด้านการส่งออกการขายในประเทศ การใช้เครื่องมือการตลาดสมัยใหม่ จากโค้ชที่เป็นภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จับมือทำ เป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งอาจจะมีอายุน้อยร้อยล้านเกิดขึ้นจากโครงการทั้ง 2 ก็เป็นไปได้

ทั้งนี้ จากผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการนักรบเพื่อการส่งออก NGT ได้เปิดแพลตฟอร์มเพื่อเป็นช่องทางในการขายสินค้า ได้แก่ Alibaba,e-bay และ taobao ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1,000,000 บาท และโครงการพัฒนานักธุรกิจท้องถิ่น LBS ปัจจุบันสร้างยอดขายกว่า 750,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทั้ง 2 โครงการได้มีการต่อยอดและเชื่อมโยงเพื่อพัฒนาศักยภาพการประกอบธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ของ อว. เช่น Regional Science Park, UBI, TED Fund และ R2M เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีนโยบายที่จะดำเนินการต่อเพื่อที่จะสนับสนุนให้นักศึกษาได้ศึกษาวิธีการประกอบธุรกิจจากผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้บริบทใหม่ของการตลาดยุคใหม่ ตามนโยบายของกระทรวง อว.

คุณแหน : 24 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739313

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll “มนุษย์เรามีชีวิตไม่นาน และไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตนานแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่ดีที่สุดต่อชีวิตคือเราไม่ได้ทำเพื่อตนเอง ถ้าชีวิตเราได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมหรือผู้อื่น ชีวิตเราจะมีค่ามากขึ้น” เป็นคำคมที่สะท้อนทัศนคติและการใช้ชีวิตเพื่อส่วนรวมอย่างน่ายกย่องของผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้ว่าฯหมูป่า”ผู้นำในการบัญชาการปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 นักฟุตบอลทีมหมูป่า ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อ 5 ปีก่อน (23 มิ.ย.-10 ก.ค. 2561) ตอนที่ท่านเป็นผู้ว่าฯเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนั้น เป็นปฏิบัติการกู้ภัยที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก ท่ามกลางสภาพภายในถ้ำที่มีความซับซ้อน และกระแสน้ำที่มาพร้อมพายุฝนที่ทวีความยากของภารกิจครั้งนี้ขึ้นไปอีก จนต้องระดมนักดำน้ำที่เก่งที่สุดจากทั่วโลก รวมทั้งหน่วยซีลของไทย และผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ตลอดภารกิจ 17 วัน จนการช่วยเหลือประสบความสำเร็จ สามารถช่วยทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย…ชื่อของ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์โอสถธนากร ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้บัญชาการตัวจริงในปฏิบัติการบันลือโลกดังกล่าว…

ll เป็นข่าวที่น่าใจหายเมื่อทราบข่าวว่า “ผู้ว่าฯหมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ถูกมะเร็งร้ายคร่าชีวิตไป เมื่อ 21 มิ.ย.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัว “โอสถธนากร” พิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่ศาลาพ่วงจินดา วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน23-28 มิ.ย. 18.30 น. …พระราชทานเพลิงศพ 29 มิ.ย.16.00 น. …ขอส่งดวงวิญญาณของท่านสู่สัมปรายภพด้วยเทอญ…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ ไกรรวี ศิริกุล ในการจากไปของ คุณพ่อสุกรี สวดพระอภิธรรมที่บ้าน ส่วนพิธีฌาปนกิจ กำหนด25 มิ.ย. 16.00 น. ที่วัดมณีวนาราม อุบลราชธานี…

ll ดร.มนัสพาสน์ ชูโต นายกสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย (ส.ส.ป.ท.) ประชุมกรรมการบริหารชุดใหม่ 15 คน เมื่อ 21 มิ.ย.ที่กระทรวงการต่างประเทศ ฉลองครบรอบไทยเป็นสมาชิก UN 75 ปี และนัดทำกิจกรรมวันเด็ก จัดทำหนังสือการ์ตูน “บัวแก้วไขปริศนาสหประชาชาติ” ที่จะเป็นสื่อเผยแพร่ในกลุ่มเยาวชนต่อไป…

ll วีระวัฒน์ ชลายน ประธานมูลนิธิอรุณสรเทศน์ นัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 28 มิ.ย. 11.00 น.ที่ตึกอรุณ สรเทศน์ คณะวิศวฯ จุฬาฯ…คณะกรรมการชุดใหม่ 19 คน มี พินิต ผลพิรุฬห์ เป็นเลขาธิการ…

ll พลาดิศัย สิทธิธัญญกิจ และ อ.เกษม จันทร์น้อย ประชุมคณะทำงานสรรหารางวัลประชาบดีประเภทสื่อสร้างสรรค์ 27 มิ.ย.13.30 น.ที่ชั้น 8อาคาร 1 กรมพัฒนาสังคมฯ…

ll ห่วงใยอาการป่วยไข้ของทนายหญิงเหล็ก จรัสพร จันทร์น้อย ที่ต้องเวียนพบจักษุแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ถึง 5 คน 5 ครั้งในเดือนนี้ เพราะใช้สายตามากเกินไป…

ll สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์ฯ (สปอท.) ขอแสดงความยินดีกับ ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ ที่ได้รับเลือกเป็น “สตรีดีเด่นประจำปี 2566” จากสภาสตรีแห่งชาติฯ…ส่วนสมาคมYWCA กรุงเทพ ร่วมยินดีกับ ดร.อภิรดี โชตนันทเศรษฐ์ ที่ได้รับเลือกให้เป็น “สตรีดีเด่นประจำปี 2566” เช่นกัน…

ll วันที่ 24 มิ.ย. 09.00 น. เทวี แย้มสรวล จัดงาน Retro Party Charity Concert ที่ รร.เดอะสุโกศล รายได้ส่วนหนึ่งเป็นทุนพาเด็กพิการทางสายตาไปเที่ยวทะเลเป็นประจำทุกปี งานนี้ ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต กับ อาภัสรา ศุภสินธ์ุ ไม่พลาดแน่นอน !!…ll

บารอนเนส

THG โชว์ศักยภาพในงานประชุมวิชาการ SICMPH 2023 ใช้ AI แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739307

THG โชว์ศักยภาพในงานประชุมวิชาการ SICMPH 2023  ใช้ AI แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

THG โชว์ศักยภาพในงานประชุมวิชาการ SICMPH 2023 ใช้ AI แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เข้าร่วมประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์ ในงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านการแพทย์และการสาธารณสุข พ.ศ.2566 หรือ SirirajInternational Conference In Medicine And Public Health 2023 (SICMPH 2023) ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2566 ณ อาคารศรีสวรินทิรา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้แนวคิด “3 Ins : Information Innovation Integration”

THG ในฐานะผู้นำธุรกิจดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรและบริการที่มีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ภายใต้แนวคิด “ดูแลคุณในทุกช่วงชีวิต” (Lifetime Health Guardian For All) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดงานนี้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิชาการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข อันจะก่อให้เกิดการสรรสร้างนวัตกรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยในอนาคต

โอกาสนี้ THG ยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ “AI Disruption in Healthcare Industry” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัทโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จำกัด, ดร.ธนัย ชรินทร์สาร Podcaster รายการ Strategy Clinic ของ The Standard และ อรนุชเลิศสุวรรณกิจ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้

ดร.ฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ อาทิ จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาระงานและชั่วโมงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์มากเกินไป ดังนั้น AI จึงเข้ามามีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

นพ.บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กล่าวถึง ระบบAI จะช่วยให้เพิ่มศักยภาพให้กับวงการสาธารณสุขในเชิงพื้นฐาน แก้ไขเรื่องความแออัดในโรงพยาบาล และได้ซักถามอาการเบื้องต้น ซึ่งล้วนมีความจำเป็นอย่างมากกับงานบริการด้านสาธารณสุข ยกตัวอย่างผู้ป่วยติดเตียงไม่ต้องเดินทางมาให้เสียเวลา ทีมแพทย์จะไปดูแลถึงที่ งานบริการเช่นนี้เราได้นำร่องที่จังหวัดภูเก็ต และจะพยายามทำให้ครอบคลุมในวงกว้าง เช่น ให้บริการผ่านทางสถานีบริการน้ำมันในเครือ ปตท.

ทั้งนี้ THG มีเป้าหมายสำคัญเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ เป็นศูนย์รวมแพทย์ชั้นนำที่มีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์อยู่เสมอ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ เพื่อผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงทีในราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้

วว.-OTOP Philippines-กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมหารือพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย-ฟิลิปปินส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739316

วว.-OTOP Philippines-กรมการพัฒนาชุมชน  ร่วมหารือพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย-ฟิลิปปินส์

วว.-OTOP Philippines-กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมหารือพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย-ฟิลิปปินส์

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สายันต์ ตันพานิช ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย Ms. Blesila Lantayona, Undersecretary DTI Regional Operations Group (ROG) และ คณะผู้บริหาร OTOP Philippines (One Town, One Product Philippines) สังกัด Department of Trade and Industry,Republic of the Philippines เข้าพบ วรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ณ กรมการพัฒนาชุมชน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566เพื่อหารือการดำเนินงานร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของประเทศไทย ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน กลยุทธ์ ทิศทางการดำเนินงานนโยบายและการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ยังได้มีการหารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อยกระดับโอท็อประหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โอกาสนี้ ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร และ ดร.บุณณนิดา โสดา ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ วว. เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้คณะผู้บริหาร OTOP Philippines ได้เยี่ยมชมภารกิจโครงสร้างพื้นฐานของ วว. ได้แก่ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (FISP) และศูนย์บริการนวัตกรรมเครื่องสำอางแบบครบวงจร (ICOS) ณ วว.เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยมี ดร.บัณฑิต ฝั่งสินธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ และคณะนักวิจัย ร่วมให้การต้อนรับ

9 โรงแรมหรู เสนอเมนูพิเศษต้อนรับฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739298

9 โรงแรมหรู เสนอเมนูพิเศษต้อนรับฤดูฝน

9 โรงแรมหรู เสนอเมนูพิเศษต้อนรับฤดูฝน

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสัปดาห์ของช่วงฤดูฝนที่ชุ่มฉ่ำนี้ มีเมนูเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษจากบรรดาห้องอาหารของ 9 โรงแรมชั้นนำ มาเริ่มต้นกันที่

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นมื้อกลางวันสุดพรีเมียม”ซาชิมิ ซูชิ เทมปุระ เทอริยากิ เทปันยากิ ทาโกะยากิ อุด้ง โซบะ ซุปมิโซะ โอชิรุโกะ ฯลฯ พร้อมสเตชั่นของหวานให้จุใจ และได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ท่านละ 690 บาท ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ (ชั้น 2 ตึกบี) โทร.02-1595888

โรงแรมอนันตรา สยาม ราชดำริ นำเสนอ 4 เมนูใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 4 ฤดูกาลภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sun After the Rain” ได้แก่ 3 Sacred Treasures, Tiger Prawns “Robata Yaki”, Rainbow Roll และ Yuzu and Vodka Granita ราคาเริ่มต้น 200 บาท++ เปิดให้บริการทุกวัน ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ถึง 31 ก.ค.ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นชินทาโร่ โทร.02-1268866

โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ นำเสนอเซตเมนูใหม่“ซัมเมอร์ เกสท์โตรโนมิก เจอร์นี” อาทิ Kyoto RockOyster, Kinki Fish, ดอกซูกินี ไส้เห็ดหลากชนิดและทรัฟเฟิล, นกกระทาจากประเทศญี่ปุ่น, ปลาไหลรมควันและเมนูขนมหวาน “Lorraine Mirabelle” จากลูกพลัมฝรั่งเศส สำหรับชุดเมนู Mizu 8 คอร์ส ราคา 6,200 บาท++, Chikyu 6 คอร์ส ราคา 4,800 บาท++ และ Ku-Ki 4 คอร์ส ราคา 4,100 บาท++ ที่ ห้องอาหารเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ โทร.02-6879000

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอ “อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ” อาทิเป็ดปักกิ่ง ติ่มซำ กุ้งผัดโหงวก๊วยรังเผือก กุ้งอบพริกเกลือ ปลากะพงนึ่งมะนาว และ พุทราจีนทอด ดื่มด่ำในบรรยากาศสุดหรู ที่ ห้องอาหารจีนดรากอน โทร.02-5755599

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเมนูพิเศษจาก “ปลาเก๋าแดง” วัตถุดิบสุดพรีเมียมจากใต้ท้องทะเล อาทิ เนื้อปลาเก๋าแดงผัดซอสหม่าล่าเลิศรส, เนื้อปลาเก๋าแดงผัดพริกไทยดำ ไข่หิมะและเนื้อปลาเก๋าแดงราดซอสไข่หงส์ ในราคาจานละ 700 บาท++ที่ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ชั้น 24 โทร.02-1255000

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นำเสนอโปรโมชั่น “Stay and Dine” รับส่วนลดห้องพัก 35%จาก Best Available Rate, บุฟเฟต์มื้อค่ำ “Thai Twist Buffet Dinner” ที่ ห้องอาหาร CiTi BiSTRo ในราคาท่านละ 800 บาท,ส่วนลด 20% ที่ ห้องอาหารเกาหลี Kongju และ t@Lobby พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆถึง 31 ต.ค. โทร.02-2163700

โรงแรมชาเทรียม แกรนด์นำเสนอ “French Riviera” อาหารฝรั่งเศสที่ถ่ายทอดกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของ French Rivieraอย่างพิถีพิถันไว้ในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง อาทิ และ “Veal Shank”ขาลูกวัวเนื้อนุ่มตุ๋น และ“Bresse Pigeon” ขานกพิราบกงฟีรมควัน ที่ ห้องอาหารสไตล์ฝรั่งเศส-เมดิเตอร์เรเนียน “Casia” โทร.02-1267999

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอบุฟเฟต์ “Lobsterlicious”อร่อยกับหลากหลายเมนูล็อบสเตอร์แคนาดาเนื้อหวานฉ่ำอาทิ ล็อบสเตอร์ย่างเนยสมุนไพร, โรลล็อบสเตอร์แคนาดา, ซุปล็อบสเตอร์,ล็อบสเตอร์มักกะโรนีอบชีส, ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นล็อบสเตอร์ ฯลฯ ทุกวันเสาร์ ท่านละ 3,600บาทถ้วน ที่ เน็กซ์ทู คาเฟ่ โทร.02-2367777

โรงแรมเคปเฮ้าส์ กรุงเทพฯ นำเสนอ “บุฟเฟต์มื้อกลางวันสไตล์อาหารอิตาเลียนและอาหารไทย” กลางใจเมืองย่านหลังสวน ทุกวันพุธท่านละ 540 บาทถ้วน และวันอาทิตย์ ท่านละ620 บาทถ้วน ถึง 31 ต.ค. ที่ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โทร.02-6587444

มื้อสุดหรูกับเมนูอาหารที่รังสรรค์พิเศษโดยเชฟทั้ง 9 โรงแรมชั้นนำ เพื่อให้ดื่มด่ำกับความอร่อยอย่างเต็มอรรถรส แสนประทับใจไปกับ“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ความรักจากครอบครัวคือเกราะกำบังภัยร้ายให้ลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739292

ความรักจากครอบครัวคือเกราะกำบังภัยร้ายให้ลูก

ความรักจากครอบครัวคือเกราะกำบังภัยร้ายให้ลูก

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เราต้องเข้าใจให้ได้ว่าทำไมเด็กวัยรุ่นจึงไม่พอใจ ไม่เข้าใจพ่อแม่ เป็นเพราะพ่อแม่ให้ความรักเขาน้อยไป หรือว่าไม่เคยทำให้ลูกเข้าใจว่าพ่อแม่รักลูกหรือเปล่า

ไลฟ์ วาไรตี โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณๆ ไปสนทนากับ แพทย์หญิงจักจิตรกอร์ สัจจเดว์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช 

l คุณหมอวิเคราะห์สิ่งที่สังคมไทยมองว่าปัจจุบันมีปัญหาลูกๆ ไม่เข้าใจพ่อแม่ และมองว่าเด็กๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างไรบ้างครับ

พญ.จักจิตรกอร์ : ปัญหาที่ว่านั้นคือปัญหาของคนต่างวัย เมื่อมองว่าเป็นเรื่องของคนต่างวัย อย่างไรก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ปัญหาจึงไม่ถูกแก้ไข แต่จริงๆ แล้วเราทุกคนเคยเป็นเด็กมาก่อน เด็กจำนวนไม่น้อยก็มองว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจตัวลูก นี่คือปัญหาในทุกยุคที่คนต่าง Generation ประสบ หมอเห็นว่าเราทุกฝ่ายต้องมองในมุมที่ว่า อะไรทำให้เด็กเข้าใจว่าพ่อแม่ดูแลลูกได้ไม่ดีเหมือนที่ลูกต้องการ หากจะมองว่าเด็กๆ เรียกร้องมากเกินไป ก็ต้องมองอีกว่า พ่อแม่ทำอะไรให้ลูกรู้สึกว่าเขาไม่ได้ตามสิ่งที่ต้องการหรือไม่ ต้องดูอีกว่าพ่อแม่เคยแสดงให้ลูกเห็นหรือเข้าใจไหมว่าพ่อแม่รักลูกจริงๆ แม้พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่หลายครอบครัวไม่เคยแสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่รักเขา การแสดงความรักให้ลูกๆ สัมผัสได้มีหลากหลายรูปแบบ ต่างๆ กันไป บางบ้านไม่เคยบอกรักลูก แต่ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักมาก บางบ้านใช้การกอดลูกเป็นประจำ เพื่อแสดงความรักลูก บางบ้านตามใจลูกมาก ลูกอยากได้อะไรก็หาให้ทุกสิ่งอย่าง บางบ้านมีกฎกติกามีเงื่อนไข แต่ไม่บอกลูกว่าเพราะอะไร ทำให้ลูกไม่เข้าใจ แล้วคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก สังคมไทยเคยมีคำพูดว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ตีด้วยความรักตีแล้วสั่งสอนให้รู้ว่าตีเพราะอะไร ไม่ใช่ตีเพราะแสดงออกด้วยอารมณ์ ด้วยความรุนแรง เด็กจะไม่เข้าใจว่าเราตีเขาเพราะอะไร เมื่อเขาเห็นว่าพ่อแม่ใช้ความรุนแรงกับเขา เขาก็จะเข้าใจว่าเขาใช้ความรุนแรงกับคนอื่นได้เมื่อเขาโตขึ้น การอบรมสั่งสอนลูกด้วยความรักความเข้าใจ ทำให้ลูกรู้ว่าอะไรคือเหตุผลที่พ่อแม่ต้องทำโทษ ลูกจะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แล้วจะไม่ทำผิดอีก แต่การตี ใช้ความรุนแรงโดยไม่บอกเหตุผล ทำให้เด็กสัมผัสความรุนแรง แล้วเขาอาจจะคิดว่าทำไมต้องรุนแรงกับเขา เขาไม่ได้ขอมาเกิดในบ้านนี้นะ ทำให้เขาเกิดมาแล้ว ทำไมต้องใช้ความรุนแรงกับเขา ส่วนการกอดแสดงความรักนั้นทำให้เด็กสัมผัสถึงความอบอุ่นจากพ่อแม่ได้ เรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูก เป็นเรื่องสำคัญมาก พ่อแม่ต้องทำให้ลูกเข้าใจว่ารักและหวังดีกับลูก ไม่ใช่จ้องจับผิดหาเรื่องลงโทษลูก การสื่อสารกันในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องสื่อสารกันให้เข้าใจทุกฝ่าย ต้องให้เหตุผลของการกอดลูกได้ว่าเพราะอะไร และต้องให้เหตุผลได้ด้วยว่าทำโทษเพราะว่าอะไร พ่อแม่ต้องเข้าใจว่าเมื่อลูกยังเป็นเด็กมากๆ เขายังไม่ได้พบเจอโลกภายนอก ยังไม่ไปโรงเรียน ยังไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน เด็กๆ มักจะทำตามที่พ่อแม่บอกโดยง่าย แต่เมื่อเขาโตขึ้น ยิ่งเป็นวัยรุ่น เด็กจะมีความเห็นของตัวเองมากขึ้น เขาอาจจะแสดงปฏิกิริยาที่พ่อแม่มองเห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่ดี ก็ต้องบอกเขา ต้องอบรมเขา และต้องให้เหตุผลเขาให้ได้ อย่าใช้การสั่ง การห้ามโดยไม่บอกเหตุผล เพราะวัยรุ่นมักจะมองว่าเขาทำถูก และเขาทำตามเพื่อนๆ ของเขา พ่อแม่ต้องใจเย็นและต้องคุยกับลูกในช่วงวัยรุ่นด้วยความรักและเหตุผล พอแม่ต้องถามลูกว่า ทำพฤติกรรมแบบนั้นเพราะอะไร ให้ลูกคิดด้วยตัวเองว่า เหมาะสมไหม เป็นอันตรายต่อตัวของลูกหรือไม่ เป็นอันตรายต่อคนอื่นหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องฝึกให้ลูกคิดแล้วตอบพ่อแม่

l ผมเคยเห็นบางบ้าน ลูกติดพ่อแม่มาก เรียนมหาวิทยาลัยปี 3 ยังต้องให้พ่อแม่ขับรถไปรับไปส่งเวลาไปเรียน ไม่ไปเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน แต่บางบ้านก็สอนให้ลูกดูแลตัวเองให้ได้ตามวัย ไม่โอ๋มากเกินไป แต่ให้รับผิดชอบตัวเอง คุณหมอมีมุมมองเรื่องนี้อย่างไรครับ

พญ.จักจิตรกอร์ : เป็นเรื่องของบางบ้านจริงๆ ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงดูลูกของแต่ละบ้าน เด็กที่พ่อแม่ขับรถไปส่งเรียนเขาพอใจจริงๆ หรือไม่ ก็ต้องไปศึกษาให้ลึกด้วย ส่วนเด็กที่ต้องไปเรียนเอง ก็อาจจะอยากให้พ่อแม่ขับรถไปส่งก็ได้ เราต้องคุยกับเขาเป็นรายๆ ไปเด็กวัยรุ่นแต่ละคนจากแต่ละครอบครัวอาจจะคิดในเรื่องเดียวกันต่างกัน แล้วแต่การอบรมเลี้ยงดูค่ะ แต่ละครอบครัวมีวิธีการเลี้ยงดูต่างกัน ประกอบกับสมัยนี้พ่อแม่มีลูกน้อย ผิดกับยุค 50-60 ปีก่อนที่พ่อแม่มีลูกมาก ครอบครัวที่มีลูกน้อย ก็ประคบประหงมลูกมากทุ่มเททุกอย่างให้ลูก ต้องการให้ลูกมีอนาคตที่ดีที่สุด พ่อแม่ยุคนี้มักบอกว่าทำงานหนักมากเพื่ออนาคตของลูก แต่ก็ลืมมองว่าบางครั้งให้เวลา ให้ความรักกับลูกไม่เพียงพอหรือไม่ การที่เด็กเติบโตเป็นคนที่มีวุฒิภาวะนั้น มีองค์ประกอบมากมาย แต่องค์ประกอบแรกต้องมาจากครอบครัวก่อน แล้วตามมาด้วยสังคมรอบๆ ตัวเด็ก กลับไปที่เรื่องการไปรับ-ส่งลูกที่เรียนมหาวิทยาลัยปี 3ก็ต้องดูอีกว่าไปรับ-ส่งเพราะเหตุผลอะไร หากจำเป็นต้องรับ-ส่งก็เข้าใจได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงที่ว่าลูกต้องเติบโตขึ้น ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ และพ่อแม่คงไม่ได้อยู่ดูแลลูกตลอดชีวิต ดังนั้นต้องเตรียมลูกให้พร้อมรับมือกับสภาพการณ์ต่างๆ ของสังคมที่เปลี่ยนไปทุกขณะ ต้องทำให้ลูกมั่นใจว่าสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างดี เอาตัวรอดได้ และไม่เป็นภาระต่อสังคม หมอเข้าใจว่าพ่อแม่เป็นห่วงลูก จึงไปรับไปส่ง เพราะทุกวันนี้มีแต่ข่าวร้ายๆ ปรากฏตลอดเวลา เลยทำให้พ่อแม่เป็นห่วงลูกมาก แต่ก็ต้องย้ำว่าพ่อแม่ต้องอบรมสั่งสอนและเตรียมให้ลูกอยู่ในสังคมให้ได้ ต้องรู้ว่าสังคมมีทั้งความดีและไม่ดี ต้องไม่นำตัวเข้าไปอยู่ในสภาวะเสี่ยงหรือเป็นอันตราย ต้องสอนลูกให้รู้รักษาตัวรอดให้ได้ และต้องดูพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยด้วย เช่น เด็กชั้นประถมกับเด็กมัธยมก็จะมีความต่างกันในเรื่องพฤติกรรมและความเชื่อ ยิ่งพ่อแม่เห็นว่ายุคนี้มีสิ่งยั่วยุมอมเมาให้ลูกๆ เดินทางผิดได้ง่าย ก็ยิ่งต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เข้าใจว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ ยิ่งยุคนี้เด็กๆ จำนวนไม่น้อยมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถเข้าไปดูสิ่งต่างๆ ทั้งดีและไม่ดีได้ตลอดเวลา พ่อแม่ยิ่งต้องให้ความรู้กับลูกในเรื่องการใช้สื่อ ให้เหมาะสมและปลอดภัย ยุคนี้สื่อต่างๆ เข้าถึงตัวลูกได้แม้กระทั่งในห้องนอน และทุกสถานที่ที่ลูกสามารถเชื่อต่อกับอินเตอร์เนตได้ หากเลือกเสพสื่อดีก็ยังไม่น่าวิตก แต่หากเสพสื่อ เลวร้าย นี่คือความกังวลของพ่อแม่ที่มีต่อลูก

l พ่อแม่จะเลี้ยงดูลูกให้มีพัฒนาการสมวัยอย่างไรครับคุณหมอ

พญ.จักจิตรกอร์ : เด็กมีพัฒนาการไปตามวัยดังนั้นการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตไปตามพัฒนาการของวัยต่างๆ จึงจำเป็นมาก ในเด็กแต่ละวัยเขาจะเติบโตไปตามช่วงวัย เช่น เด็กแรกคลอดจะชอบให้พ่อแม่อุ้มกอดสัมผัสมาก เพราะทำให้เขาอบอุ่นมั่นใจว่าปลอดภัย แต่ในสมัยก่อนนั้น บางบ้านก็บอกว่าอย่าอุ้มเด็กทารกตลอดเวลา เพราะเกรงว่าเด็กจะติดมือพ่อแม่ แล้ววางลงไม่ได้เลย แต่เด็กทารกต้องการความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัย จึงต้องให้เขาได้รับการสัมผัสจากพ่อแม่มากๆ เมื่อเด็กโตขึ้นอยู่ในวัยเตาะแตะ พ่อแม่ก็ต้องสอนเขาให้รู้ว่าอะไรอันตรายต่อเขา แต่ไม่ใช่ห้ามไปทุกสิ่ง การห้ามทุกเรื่องทำให้เด็กสับสนว่าจะทำอะไรได้บ้าง จับอะไรก็ถูกห้าม แตะอะไรก็ถูกห้าม เด็กจะงงว่าทำไมจับต้องอะไรไม่ได้เลย เขาจะไม่ได้เรียนรู้ว่าอะไรที่ควรหรือไม่ควรจับ การห้ามทุกเรื่องเป็นสิ่งบั่นทอนพัฒนาการของเด็ก ห้ามได้แต่ต้องบอกเหตุผลและอะไรที่คิดว่าต้องให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็ต้องให้เขาทดลองดูบ้าง พ่อแม่บางคนเมื่อลูกเล็กๆ หกล้ม ก็ตีพื้น เหมือนว่าพื้นทำให้ลูกเจ็บ นั่นคือการสอนที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะดูเหมือนว่าปกป้องลูกมากเกินไป การเลี้ยงดูเด็กแต่ละวัยต้องเรียนรู้พัฒนาการของเด็กด้วย การปกป้องมากเกินไปก็ไม่ดี ละเลยมากไปก็ไม่ดีเช่นกัน เด็กแต่ละคนมีความต่างกัน เราต้องศึกษาเขาให้ดีด้วย การชมเด็กก็ต้องชมให้พอดี พ่อแม่มักบอกให้ลูกเรียนให้เก่งๆ เขียนหนังสือให้สวย โดยทำให้เด็กเข้าใจว่านั่นคือการเป็นคนดีในวัยเด็ก เมื่อเด็กโตเป็นวัยรุ่นก็บอกว่าต้องเรียนให้เก่งอีก เพื่อจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ได้ จะได้มีอนาคตดีๆ เรื่องการสอนเด็กให้เข้าใจนั้น ต้องสอนและบอกเหตุผลด้วย ต้องคุยกับลูกให้มาก ให้เขาแสดงความเห็นด้วยว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร เพราะอะไร มีปัญหาอะไรที่โรงเรียนบ้างหรือไม่ คำว่าเด็กสมัยนี้กับเด็กสมัยก่อนก็เป็นอีกคำที่บ่งบอกว่ามีการแบ่งยุคสมัย ซึ่งมันก็เป็นความจริงว่าเด็กสมัยปัจจุบันมีวิถีชีวิตต่างไปจากเด็กสมัย 40-50 ปีก่อน เพราะเทคโนโลยีในยุคนี้มีมากและทันสมัยมากกว่าสมัยก่อนหลายเท่า เราปิดกั้นเด็กยุคนี้ให้ห่างไกลจากเทคโนโลยียาก เราต้องให้เขาเข้าใจผลดีและผลร้ายของเทคโนโลยี แล้วให้เขาคิดด้วยตัวเขาเองว่าจะใช้แค่ไหนจึงจะพอดีสำหรับเขา เด็กบางคนอยู่กับคุณยาย คุณป้า ก็มีปัญหาด้านการเข้าใจเทคโนโลยีระหว่างคนสองวัย เมื่อเด็กมีปัญหาด้านการใช้เทคโนโลยีจะทำอย่างไรดี เพราะคุณป้า คุณยายก็อาจมีข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยี เรื่องนี้พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญให้มาก แต่ละบ้านจะมีกฎกติกาการใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเลตต่างกันไป เราต้องบอกถึงกฎระเบียบของบ้านเราให้ลูกเข้าใจ และบอกว่าเพื่อความปลอดภัยและการมีชีวิตที่ดีของลูกเป็นสำคัญ ไม่ได้ห้ามใช้เพราะหวงแต่เพื่อสุขภาพของลูก 

l คุณหมอมองเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยแท็บเลตและโทรศัทพ์มือถือของบางบ้านอย่างไรครับ เพราะบางบ้านปล่อยให้เด็กอยู่กับเท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือทั้งวันจนเด็กไม่ยอมไปไหนเลย

พญ.จักจิตรกอร์ : บางบ้างมีพฤติกรรมเช่นนั้นจริงๆ เพราะเห็นว่าเมื่อลูกไม่ซน พ่อแม่ก็พอใจ เป็นการเลี้ยงลูกแบบไม่เอาง่ายเข้าว่า โดยไม่ดูพัฒนาการของเด็ก บางบ้านไม่เล่นไม่คุยกับลูก แต่ปล่อยให้ลูกก้มหน้าดูจอโทรศัพท์ตลอดเวลา เพราะเห็นว่าดี ที่ลูกไม่ซุกซน เลี้ยงดูง่าย แต่การทำเช่นนั้นคือการตัดโอกาสที่ลูกจะมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับคนรอบๆ ข้าง ไม่ได้เล่นกับคนในบ้านไม่ได้เล่นกับของเล่นอื่นๆ ไม่ได้เล่นกับคนข้างบ้านบางบ้านก็เน้นให้ลูกเรียนพิเศษสารพัดวิชา เพราะต้องการให้ลูกเก่งกว่าคนอื่น แต่ลืมไปว่าลูกต้องการเวลาพักผ่อน เวลาเล่นสนุก พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นคนเก่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่บังคับลูกจนลูกไม่มีความสุขในการที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง บางบ้านถูกลูกถามว่าทำไมบ้านนั้นลูกนอนดึกได้ ทำไมหนูทำไม่ได้ พ่อแม่ต้องให้เหตุผลที่ดีกับลูกได้ ว่าทุกบ้านจะมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน เราจะทำแบบบ้านอื่นในทุกเรื่องไม่ได้ เช่นการใช้สมาร์ทโฟนก็เช่นกัน ต้องมีเวลาให้ลูกใช้ ไม่ใช่ให้ใช้ตลอดเวลา ต้องให้ลูกมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย พ่อแม่ต้องสอนลูกให้เข้าใจเรื่องความเหมาะความควรด้วย แล้วต้องทำให้ลูกรู้สึกถึงความอบอุ่น ความรัก และความปลอดภัย เพื่อให้เขาเติบโตแล้วประสบความสำเร็จในชีวิต หมอเน้นเรื่องการสื่อสารกันภายในครอบครัวเป็นสำคัญ เราต้องพูดจากับลูกให้เข้าใจกัน ต้องให้ลูกแสดงความเห็น ความต้องการและถามปัญหาคับข้องใจได้เด็กวัยต่างๆ จะมีพฤติกรรมไปตามวัยของเขา เช่น เด็กเล็กๆ เด็กชั้นประถมจะน่ารักมาก พ่อแม่บอกอะไร ก็ทำตามพ่อแม่บอก แต่เมื่อลูกอยู่ประถมปลาย เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น วัยรุ่นก็จะมีเพื่อนมากขึ้น เชื่อเพื่อน ทำตามเพื่อน เด็กวัยนี้ต้องการมีตัวตนทางสังคม ต้องการให้พ่อแม่รับฟังความเห็น ชอบแสดงออกแล้วให้คนสนใจ วัยรุ่นต้องการความมั่นใจ เพราะฉะนั้น ต้องประคับประคองเขาให้ดี ต้องให้เขาเรียนรู้ว่าเขากำลังทำอะไร และทำแล้วดีหรือไม่ดีสำหรับตัวเขาและสังคม เขาอาจกำลังหาตัวตนของเขาในอนาคต พ่อแม่ต้องเป็นกำลังใจให้เขา ต้องให้เขาได้ทดลองทำด้วยตัวเอง เพื่อจะได้รู้ว่าอะไรผิดหรือถูก ต้องสอนเขา และต้องทำตัวเป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่จับผิดเขาตลอดเวลา หรือมองว่าเขาเด็กจนไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ บางบ้านรักลูกมากเกินไป จนไม่ฝึกให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองเลย ให้ลูกทุกอย่างตามที่ลูกอยากได้ แบบนี้หากวันหนึ่งเมื่อลูกไม่ได้ตามต้องการ ลูกอาจคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก ลูกอาจคิดว่าเมื่อรักก็ต้องให้ ถ้าไม่ให้ก็คือไม่รัก การสอนลูกให้ช่วยงานบ้านตามสมควร คือการบอกให้ลูกรู้ว่าลูกเป็นคนสำคัญของบ้าน ลูกมีส่วนรับผิดชอบในบ้าน การชมลูกเมื่อลูกช่วยทำงานในบ้าน คือการทำให้ลูกรู้ว่าเขาทำดี ทำให้พ่อแม่มีความสุข และพ่อแม่เห็นเขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในบ้าน เมื่อเราทำให้ลูกภูมิใจเมื่อทำงานบางอย่างในบ้าน ลูกจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเป็นลำดับ

l คุณหมอทำงานด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นมานาน ได้เห็นปัญหามามาก คุณหมอมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไรบ้างครับ

พญ.จักจิตรกอร์ : อยากจะแบ่งเป็น 2 ช่วงค่ะคือวัยเรียน วัยเด็กเล็ก เมื่อเด็กไปโรงเรียน ก็จะเจอปัญหาเรื่องการเรียน ปัญหาสมาธิสั้น ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ เรื่องนี้ต้องเข้าใจเด็กด้วยว่า เด็กบางคนไม่มีความพร้อมของกล้ามเนื้อบริเวณมือและนิ้ว เมื่อเขาไม่พร้อม ก็ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ดี เด็กปัจจุบันจำนวนไม่น้อยไม่มีพัฒนาการของกล้ามเนื้อนิ้วและมือ เพราะไม่เคยได้ถูกฝึกให้กล้ามเนื้อมีพัฒนาการตามวัยเด็กรุ่นนี้ไม่ได้เล่นดินเล่นทราย ไม่ได้เล่นดินน้ำมัน ความพร้อมของกล้ามเนื้อมือและนิ้วจึงไม่สมบูรณ์มากนัก ยิ่งเด็กที่เล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ยิ่งไม่มีพัฒนาการของกล้ามเนื้อนิ้วและมือ พ่อแม่และครูต้องทำให้เด็กมีพัฒนาการกล้ามเนื้อตามวัยด้วย ประเด็นต่อมาคือการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคนรอบๆ ข้าง การเล่นของเด็กที่เล่นด้วยกัน กับการเล่นโทรศัพท์มือถือ แตกต่างกันมาก เพราะเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือมันต่างจากการเล่นกับเพื่อนๆ หรือกับญาติๆ ในบ้าน การเล่นกับคนคือการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ต้องปีนป่าย ห้อยโหนต้องรู้จักทำให้ตัวเองปลอดภัย การถีบจักรยาน การวิ่งคือการออกกำลังกายและต้องใช้ความคิดว่าไปทำอย่างไร จะไปทางไหน เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย ส่วนวัยรุ่นก็จะมีปัญหาบางอย่างตามมาคือ การเอาอย่างเพื่อน การติดเพื่อน เมื่อเพื่อนไม่ให้การยอมรับก็จะมีปัญหาน้อยใจ ขาดความมั่นใจ และมีปัญหาซึมเศร้าตามมา บางคนคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง เพื่อนไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มชอบนักร้อง ดาราคนละแบบคนละกลุ่มกัน ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง กลายเป็นคนละกลุ่มกัน เราต้องสอนลูกว่าไม่มีใครผิดใครถูก มันเป็นเรื่องของความชอบของแต่ละคน เราต้องรับความเห็นที่แตกต่างกันได้ เราไม่ต้องคิดหรือเชื่อเหมือนกันทุกคน แต่เราต้องมีเหตุผลของเรา และฟังเหตุผลคนอื่นด้วย เด็กวัยรุ่นต้องการมีพวก แต่การมีพวกมากๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องถูกต้องเสมอไป หากพวกในกลุ่มนั้นคิดในเรื่องไม่เหมาะสม หรือทำในเรื่องผิดกฎหมาย เราคิดต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันเราแต่ละคนมีความเก่งไปคนละแบบ เราเก่งแบบหนึ่ง เพื่อนเก่งอีกแบบหนึ่ง เราอยู่ด้วยกันได้ เวลาลูกเจอปัญหาใดๆ เราต้องบอกว่าปัญหาเป็นเรื่องที่คนเราหนี้ไม่พ้น แต่เราต้องหาทางแก้ปัญหาให้ได้ แต่บางปัญหาก็แก้ไม่ได้ ก็ต้องปรับตัวเข้ากับมันให้ได้ การเจอปัญหาคือการฝึกให้เราแก้ปัญหา ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น การเลี้ยงลูกในช่วงลูกเป็นวัยรุ่นนั้น พ่อแม่ต้องเข้าใจว่าเขาไม่ใช่เด็กน้อยอีกแล้ว เราต้องคุยกับลูกแบบที่วัยรุ่นเข้าใจได้ดี ต้องเป็นเพื่อนกับลูกมากกว่าเป็นคนคอยจับผิดตลอดเวลา ต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสม ต้องทำให้ลูกไว้วางใจเรา วัยรุ่นคือวันที่เขากำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ต้องให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ เพื่อให้เขามีความมั่นใจในตัวเอง และพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จที่เขาตั้งเป้าหมายไว้ ต้องบอกให้ลูกรู้ว่าสังคมมีปัญหาอะไร เราจะอยู่ให้ปลอดภัยอย่างไร เราต้องมีเพื่อน แต่เราจะเลือกคบเพื่อนอย่างไรที่ให้เราเป็นตัวเอง และสามารถคบเพื่อนต่อไปได้ เพราะเราต่างก็มีตัวตนของเรา การพูดคุยกับเพื่อนแบบเห็นหน้าเห็นตามันต่างจากการคุยผ่านออนไลน์ เพราะชีวิตจริงกับออนไลน์มันไม่เหมือนกัน เมื่อพ่อแม่เปิดใจคุยกับลูกได้รับรู้ปัญหาของลูก เปิดโอกาสให้ลูกตั้งคำถามและมีข้อเสนอแนะ ลูกจะเรียนรู้การแก้ปัญหาได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน เด็กจะเรียนรู้แล้วผ่านช่วงที่ชีวิตมีปัญหาไปได้เป็นช่วงๆ การสอนให้ลูกมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องไม่บังคับโดยปราศจากเหตุผล ต้องตอบคำถามลูกได้ เมื่อลูกสงสัย อย่าห้ามเขาถาม อย่าบอกว่าการถามคือการเถียง ต้องให้เกียรติลูก เพื่อสอนให้ลูกรู้ว่าถ้าเราให้เกียรติคนอื่น คนอื่นจะให้เกียรติเรา พ่อแม่ลูกครูต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกและนักเรียนเห็น อย่าพูดอย่างหนึ่งแล้วทำอีกอย่างหนึ่ง เพราะเด็กจะสับสนแล้วไม่เชื่อ เราต้องสอนเขาด้วยความรักและความหวังดี เมื่อลูกทำอะไรให้พ่อแม่ พ่อแม่ก็ต้องบอกลูกว่าชื่นใจ และขอบใจที่ลูกทำให้พ่อแม่ดีใจ หายเหนื่อย และภูมิใจในลูก ทำให้ลูกรู้ว่าเราภาคภูมิใจเมื่อเขาทำสิ่งดีๆ ต้องชมเชยลูกด้วยความจริงใจ อย่าแสดงออกจนลูกเห็นว่าไม่จริงใจ เพราะเขาจะรู้ว่าเขากำลังถูกหลอก แล้วเขาจะไม่อยากทำอีกต่อไป เวลาลูกทำดีต้องชมเชย เมื่อลูกทำผิดต้องสอนและบอกเหตุผลว่าทำไมไม่ควรทำ ทำแล้วจะมีอันตรายอย่างไร อย่านิ่งเฉยเวลาลูกทำความดี ต้องชมให้ลูกภูมิใจ อย่าปล่อยให้เด็กไปอยู่กันเองตามลำพังจนไม่มีใครบอกกล่าวตักเตือนกันได้เพราะเวลาเด็กๆ อยู่กันเองโดยอยู่นอกสายตาผู้ใหญ่ เวลาเด็กทำผิด เด็กก็จะไม่ติติงกันเอง แต่อาจจะยุส่งไปเลยว่าทำดีแล้ว ทำแล้วเด่นดัง อย่าให้ลูกแปลความผิดเมื่อเขาทำผิดแล้วได้รับการยกย่อง แต่ต้องบอกเขาว่าอะไรคือดี อะไรคือไม่ดี โดยให้เหตุผลกับเขา สอนให้เขาคิดไม่ใช่บังคับให้เขาต้องทำ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 24 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739296

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 24 มิถุนายน 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 24 มิถุนายน 2566

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชวนชิม

Yoshinoya ชวนชิมข้าวหน้าเนื้อ คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศ และเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นแบบต่างๆ (ดงบุริ) 4 เมนู “ด้งแซ่บ เผ็ดซี้ดจี๊ดจนพ่นไฟ” ถึง 31 ก.ค. ที่ ร้านโยชิโนยะ ทั้ง 13 สาขา

ร้านอาหารไทยแม่มณี ชวนชิมเมนูที่โด่งดังไปทั่วโลกและเป็นเมนูยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ผัดไทยกุ้งล็อบสเตอร์” ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ฮาเก้น-ดาส ชวนชิม ไอศกรีมมาการอง คอลเลคชั่นแรกของโลก “Häagen-Dazs x Pierre Hermé” 3 รส พร้อมเครื่องดื่ม 3 เมนูใหม่ ถึง 30 มิ.ย. ที่ Häagen-Dazs Central World Shop

บัตรเครดิต UOB ชวนชิมความอร่อย กว่า 120 ร้านอาหาร ที่อยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 5 สาขา ในกรุงเทพฯ กับแคมเปญ “UOB มื้อนี้ใช่เลย x CENTRAL PATTANA” ถึง 31 ส.ค.

Great Harbour ชวนชิมเมนูชุด “First Class Buffet” บุฟเฟต์ระดับไฮเอนด์ด้วยวัตถุดิบระดับเวิลด์คลาสท่านละ 2,599 บาท++รวมเมนูบุฟเฟต์ปกติอื่นๆอีกกว่า 100 รายการ Line :@harbour

ชวนชิม “นมพิสทาชิโอ แบรนด์ ซันคิสท์” ผลิตด้วยถั่วพิสทาชิโอคุณภาพจากแคลิฟอร์เนีย อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย 5 รสชาติ อร่อยได้ครบเครื่องเรื่องคาวหวาน LINE : @Heritagethailand

ชวนช็อป

ชวนช็อปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มหัตถกรรมผ้าทอมือ ผ้าท้องถิ่นไทย เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า งาน Craft ฯลฯ ในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก”ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย. ที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โทร.1285

เครือสหพัฒน์ ชวนช็อปสินค้าของกินของใช้กว่า 1,000 คูหา กว่า 100 บริษัท ในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 27” 29 มิ.ย. ถึง 2 ก.ค. ที่ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา

ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ชั้นนำในเครือบริษัทยัสปาล กับแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Sale 2023” ลดสูงสุด 70% ถึง 30 มิ.ย. ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

ชวนใช้

ชวนบริจาคโลหิตในโครงการ “Plus 1เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มโลหิต เพิ่มชีวิต” พร้อมรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้า MBK PLUS ในวันอังคารที่ 27 มิ.ย. เวลา 11.00-15.00 น. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนร่วมงาน “Colorful Foliage Fair # 4” ตอน “The Fantastic 9”พบกับต้นโชคเก้าชั้นทั้งพันธุ์แท้และลูกผสมฝีมือคนไทย ถึง 25 มิ.ย. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ชวนอัปเดตนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับเรือและกิจกรรมทางน้ำทุกประเภท ในงานมหกรรมเรือ “Riverdale MarinaBoat Fair #1” ตั้งแต่ 28 มิ.ย. ถึง 2 ก.ค. เวลา 12.00-21.00 น. ที่ ริเวอร์เดล มารีน่า

ชวนชม

ชวนชมการแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์” และการเชิดหุ่นละครเล็กหมุนเวียนมาแสดงให้ชมฟรี! (ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน)วันที่ 29 มิ.ย.ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โทร.1285

สถานทูตสหรัฐอเมริกาฯ และสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียฯ ชวนชมภาพยนตร์คุณภาพ 4 เรื่องใน “Pride Film Festival” วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย.ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย ซอยต้นสน

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “นางฟ้าของสัตว์จร”ในวันเสาร์ที่ 1 ก.ค. เวลา 16.15-16.30 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน“ชุุมชนคลองบางหลวง” ในวันอาทิตย์ที่2 ก.ค. เวลา 07.55-08.00 น.ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

sacit จัดประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ I.CCA. สู่ความก้าวไกลระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739315

sacit จัดประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ I.CCA. สู่ความก้าวไกลระดับโลก

sacit จัดประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ I.CCA. สู่ความก้าวไกลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.59 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กับการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ International Craft Creation Concept Award 2023 หรือ I.CCA. การออกแบบผลงานศิลปหัถตกรรมไทยที่พร้อมจะก้าวไกลระดับโลก ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) sacit เชิญชวนนักออกแบบ และกลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม เข้าร่วมโครงการประกวด I.CCA. ภายใต้แนวคิด “ Heritage Fusion: หลอมรวมรากศิลปะอันล้ำค่า” ตั้งแต่บัดนี้ – 25 มิถุนายน 2566

โครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ International Craft Creation Concept Award 2023 หรือ I.CCA. ถือได้ว่าเป็นโครงการประกวด ฯ ที่มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอด และยกระดับผลงานศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่นไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบ และกลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม รวมถึงนักออกแบบรุ่นใหม่  ที่ sacit ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2566 นี้ sacit ได้ส่งเสริม ต่อยอด และยกระดับ ผลงานศิลปหัตถกรรม โดยสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม ให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรม ประกอบด้วย เครื่องไม้ เครื่องสาน เครื่องทอ(ผ้า) เครื่องดิน เครื่องโลหะ เครื่องหนัง เครื่องกระดาษ เครื่องหิน รวมทั้ง สามารถนำเสนอเป็นการผสมผสานหลากหลายวัสดุ และเทคนิคแบบไม่เจอะจงบนผลงานศิลปหัตถกรรม ภายใต้แนวคิด “ Heritage Fusion: หลอมรวมรากศิลปะอันล้ำค่า “

โดยจะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่มีกระบวนการ หรือเทคนิคเชิงช่างศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิมผสมผสานกับเทคโนโลยี หรือวัสดุใหม่ ๆ หรือการพัฒนาลวดลาย รูปแบบ ให้เกิดเป็นผลงานนวัตศิลป์ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ใช้สอย สามารถเข้าถึงคนยุคปัจจุบัน รวมถึงการนำเรื่องราวจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ให้เกิดแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ฝีมือผลงานศิลปหัตถกรรมไทย ประกอบด้วย

• รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินสด 150,000 พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัลผู้ชนะเลิศ International Craft Creation Concept Award 2023

• รางวัลรองชนะเลิศ จะได้รับเงินสด 100,000 พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัล

• รางวัล popular Vote จะได้รับเงินสด 50,000 พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัล

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งแนวคิด และภาพร่าง (Skatch) ผลงานที่สร้างสรรค์ผ่านการวาดด้วยมือ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อการใช้งาน หรือการตกแต่ง (Decorative, Fashion, Lifestyle Products, Jewelry, Textiles, Art Piece, Innovation ฯลฯ) โดยจัดวางในรูปแบบ การนำเสนอ (Presentation)/ ศิลปะการจัดวาง (Installation Art) เพื่อให้งานมีความน่าสนใจ หรือแสดงออกในเชิงแนวคิด ติดตั้งผลงานบนพื้นที่ขนาดรวมไม่เกิน 2x2x3 เมตร (กว้างxยาวxสูง) ทั้งนี้ สามารถนำเสนอผลงานได้ตามความเหมาะสม จำนวน 1 ผลงาน หรือ มากกว่า 1 ผลงาน (Collection)

โดยจัดให้มีลักษณะเหมือน หรือแตกต่างกันเพื่อจัดวางเป็นกลุ่มก็ได้ ซึ่งผลงานจะต้องสื่อถึงแนวคิด “Heritage Fusion: หลอมรวมรากศิลปะอันล้ำค่า “ ทั้งนี้ sacit จะดำเนินการจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ ฯ ให้แก่ผู้สมัครเข้าร่วมโครง ฯ ผ่านระบบ Zoom ในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 และ ตัดสินรอบแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 นี้

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และส่งผลงานเข้าประกวด ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ – 25 มิถุนายน 2566 ผ่านเว็บไซต์ http://www.sacit.or.th พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ผ่านลิงค์ Google Form: https://forms.gle/Mk1hzdkavRyKFE1W7  หรือ ผ่านทางไปรษณีย์: สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เลขที่ 59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 13290 วงเล็บมุมซอง (I.CCA. 2023)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สุกานดา ถิ่นฐาน (ผู้ประสานงานโครงการ) โทรศัพท์: 086 564 4666 Email: contact.icca2023@gmail.com

-(016)

โรงเรียนฯชีวกโกมารภัจจ์ จัดพิธีไหว้ครูหมอ ‘ชีวกโกมารภัจจ์’ บรมครูด้านการแพทย์แผนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739302

โรงเรียนฯชีวกโกมารภัจจ์ จัดพิธีไหว้ครูหมอ ‘ชีวกโกมารภัจจ์’ บรมครูด้านการแพทย์แผนไทย

โรงเรียนฯชีวกโกมารภัจจ์ จัดพิธีไหว้ครูหมอ ‘ชีวกโกมารภัจจ์’ บรมครูด้านการแพทย์แผนไทย

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.29 น.

โรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์เชียงใหม่ (Old Medicine Hospital Thai Massage School Shevagakomarapat) จัดพิธีไหว้ครูหมอ “ชีวกโกมารภัจจ์” บรมครูด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลแก่การทำงาน พร้อมเปิดตัวหลักสูตรการนวดไทยแบบ Old Medicine Hospital สู่มาตราฐานระดับสากลของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีสอนเฉพาะโรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์ เชียงใหม่ และ สถาบันสอนนวดไทยโพธิปัญญา เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เท่านั้น เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา, เพิ่มศักยภาพ, เพิ่มตลาดแรงงาน ด้านการนวดแผนไทยแบบ Northern Style Thai Folk Massage ให้เป็นที่ยอมรับ และรู้จักมากยิ่งขึ้น

สำหรับพิธีบูชาพระบรมอาจารย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ และพิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทย คือ การแสดงความเคารพกตเวทิตา และความกตัญญูแด่ท่านบูรพาจารย์ และครูบาอาจารย์ผู้ซึ่งได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ศิษย์ในฐานะ  ผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตนรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ เพื่อจะได้เป็นความรู้ติดตัวนำไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองในอนาคต

โดย อาจารย์สินทร ไชยฉกรรจ์ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์เชียงใหม่ (Old Medicine Hospital Thai Massage School Shevagakomarapat) ตั้งแต่ปี 2505 เป็นโรงเรียนสอนนวดแผนไทยแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ท่านยังเป็นผู้คิดค้นสูตรการนวดแผนไทยบำบัดตามแบบล้านนา (Northern Style Thai Folk Massage) ที่เป็นการผสมผสานการนวดตัว ยืดเส้นตามจุดสำคัญ โดยเป็นการนวดสูตรต้นตำรับที่กำเนิดจากโรงเรียนฯ นี้เท่านั้น ซึ่งเปิดมาแล้วกว่า 60 ปี ถือว่าเป็นโรงเรียนสอนนวดแผนไทยที่เก่าแก่ที่สุด

ปัจจุบัน “อาจารย์วสันต์ ไชยฉกรรจ์” ลูกชายอ.สินทร เข้ามาบริหารเป็นรุ่นที่ 2 ยังคงเน้นหลักสูตรการนวดแผนไทยบำบัดตามแบบล้านนา (Northern Style Thai Folk Massage) และยังคงพัฒนาฝีมือของบุคลากรนวดแผนไทยให้มีมาตราฐานตามหลักสากล ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นที่น่าสนใจ และได้รับความนิยมจากนักเรียนทั่วโลกที่ต้องการเรียนศาสตร์นี้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้มีธุรกิจด้านการสอนนวดในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น มุ่งที่จะอนุรักษ์มรดกการนวดแผนไทย ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้ความสำคัญกับความรู้ด้านสมุนไพรพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันผลิตบุคลากรมืออาชีพด้านการนวดแผนไทยมาแล้วกว่า 30,000 คน (เป็นคนไทยจำนวนมากกว่า 20,000 คน และเป็นชาวต่างชาติ มากกว่า 10,000 คน) การสอนเน้นการนำศาสตร์ เวชปฏิบัติความรู้ด้านสุขภาพ มาผสมผสาน เพื่อต้องการให้อุตสาหกรรมการนวดมีความปลอดภัย

และถูกต้องตามหลักการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม สำหรับหลักสูตรการเรียนมี 4 ระดับ โดยจะได้เรียนรู้ในแต่ละระดับแตกต่างกัน ทั้งด้านการนวดทั้งตัวตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงเทคนิคระดับสูง รวมไปถึงประวัติศาสตร์ปรัชญา การฝึกปฏิบัติการนวดสไตล์เหนือล้านนาแบบดั้งเดิม ซึ่งจะได้เรียนรู้ด้านทฤษฎี การปฎิบัติ นำมาประยุกต์ เพื่อนำมาใช้จริงในการรักษาโรค และพัฒนาเทคนิคการนวดคลายเส้นแบบล้านนา (Northern Style Thai Folk Massage) ที่เป็นการนำศาสตร์การประคบสมุนไพรโดยใช้ลูกประคบสมุนไพรมานวดตามกล้ามเนื้อ ผู้ที่สำเร็จการเรียนแต่ละระดับจะได้รับประกาศนียบัตร, ใบรับรองการสำเร็จหลักสูตร และรับเข็มเชิดชูเกียรติเป็นศิษย์ในเชื้อสายโรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์

ภายในงานได้มีการเปิดตัวความร่วมมือในการสอนนวดที่สามารถนำไปต่อยอดในการเปิดธุรกิจในประเทศต่างๆ ซึ่งจะทำให้การนวดแผนไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยจะเป็นความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์ เชียงใหม่ กับ สถาบันสอนนวดไทยโพธิปัญญา ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่บริหารงานโดย “นางสาวประทับใจ ดวงพัตรา” ซึ่งสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันสอนนวดไทยแห่งเดียวที่ได้รับการอนุมัติจาก California Massage Therapy Council (CAMTC) ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับผู้ที่เรียนจบโปรแกรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรที่ผ่านการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

สถาบันสอนนวดไทยโพธิปัญญา มุ่งเน้นพัฒนาการนวดไทยเพื่อเป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐานระดับโลก และยังส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ยกระดับให้แก่บุคลากรมืออาชีพด้านการนวดแผนไทย โดยหลักสูตรดังกล่าวเป็นการพัฒนาและปรับสูตรในการนวดแผนโบราณ ทั้งการนวดตามแบบท่าฤษีดัดตน และการนวดประคบด้วยสมุนไพร

สำหรับผู้ที่สนใจการเรียนโปรแกรมดังกล่าว สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://bpisf.org ซึ่งโปรแกรมหลักสูตรทั้งหมด 500 ชั่วโมง (ปฎิบัติ 378 ชม., ทฤษฎี 122 ชม.) สามารถเรียนได้ที่สถาบันสอนนวดไทยโพธิปัญญาทั้งหลักสูตร หรือเรียนภาคทฤษฎีทางออนไลน์ได้ทั่วโลก 122 ชม. ค่าใช้จ่ายต่อหลักสูตรอยู่ที่ $8,500  หรือประมาณ 2 แสนกว่าบาท เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในการนวดไทย ผู้ที่เข้าเรียนจะได้รับทักษะการนวดทั้งแบบตะวันออกและตะวันตกผสมผสาน รวมถึงหลักสูตรการนวดสวีดิช การนวดเส้น และเทคนิคการนวดแบบตะวันตกอื่นๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงหลักสูตรด้านธุรกิจ, จริยธรรม, กายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา,พยาธิวิทยา ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริง โดยนักเรียนจะได้รับความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพเป็นนักนวดบำบัดมืออาชีพ และมีคุณสมบัติในการทำงานเป็นนักนวดบำบัดที่มีความรู้ความสามารถ และอนุรักษ์มรดกการนวดแผนไทยแบบ (Northern Style Thai Folk Massage) ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

สามารถสอบถามการเรียนการสอนได้ที่

: โรงเรียนแพทย์แผนไทยชีวกโกมารภัจจ์ เชียงใหม่ (Old Medicine Hospital Thai Massage School Shivagakomarpaj)

เลขที่ 238/ 8 ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50100  โทร. 096 259 8874

https://www.oldmedicine.org

: สถาบันสอนนวดแผนไทยโพธิปัญญา (Bodhi Panya Institute) รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

โทร. 415-994-5232

https://bpisf.org

-(016)

NIA จับมือซินเจนทา ลงนามส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739280

NIA จับมือซินเจนทา ลงนามส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร

NIA จับมือซินเจนทา ลงนามส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.33 น.

23 มิถุนายน 2566 ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร (MOU) ร่วมกับ คุณวรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร

ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมการเกษตรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นการทำธุรกิจ จนถึงระยะขยายการเติบโต สนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างปลอดภัย และปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ  และเชื่อว่านวัตกรรมจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

การลงนามครั้งนี้มี ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ คุณดำรงศักดิ์ เดี่ยววาณิชย์ Head of Corp Protection Development Department ร่วมเป็นสักขีพยาน ภายในงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2023 (SITE2023) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สำหรับงาน สตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2023 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023) หรือ SITE 2023 มีกิจกรรม และนวัตกรรมที่น่าสนใจ ล้ำๆ มากมาย แวะมาชมกันได้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องบอลรูม 1-4  งานจัดถึงวันที่ 24 มิถุนายนนี้

-(016)