กรมอนามัย หนุนเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เสริมกระโดดเชือก ลดเนือยนิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739244

กรมอนามัย หนุนเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เสริมกระโดดเชือก ลดเนือยนิ่ง

กรมอนามัย หนุนเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เสริมกระโดดเชือก ลดเนือยนิ่ง

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.53 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายเสริมเด็กและเยาวชนไทยให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เสริมการกระโดดเชือกเพื่อให้มีกิจกรรมทางกายเพียงพออย่างน้อย 60 นาที ทุกวัน 

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยในการเป็นประธานพิธีเปิดตัว (Kick off) การขับเคลื่อนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายด้วยการกระโดดเชือก ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ว่า ผลการสํารวจระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทย พบว่า เด็กและเยาวชน มีกิจกรรมทางกายเพียงพอต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่ร้อยละ 16.1 มีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูง ร่วมกับ  การบริโภคอาหารเกินความต้องการและนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลให้ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน รวมถึงภาวะเตี้ย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เด็กไทยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายที่ต้องแก้ไข อย่างจริงจังและต่อเนื่อง กรมอนามัยให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนให้มีทักษะการดำเนินชีวิตตามช่วงวัย ทั้งทักษะการเรียนรู้ การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และสังคม การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย จึงนำการกระโดดเชือกเข้ามาส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายควบคู่กับการรับประทานอาหารและการนอนหลับ   ที่เหมาะสมและเพียงพอ สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง เก่ง ดี มีทักษะ มีความคิดดี ความรู้ดี ก้าวสู่การเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพ

นายแพทย์อุดม อัศวุฒมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กและเยาวชนถือเป็นกำลังหลัก  ในการพัฒนาประเทศ จากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งผลให้การมีกิจกรรมทางกายเพียงพอลดลง การกระโดดเชือกจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและเพียงพอ คือ มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนัก จนรู้สึกเหนื่อย อย่างน้อย 60 นาที ทุกวัน โดยสะสมต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป ช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง มีภูมิต้านทานในยุคใหม่อย่างสมดุล

“ที่สำคัญ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพลศึกษา กรมประชาสัมพันธ์ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยมีกิจกรรมทางกายเหมาะสมกับช่วงวัย รวมทั้งสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมทางกายด้วยการกระโดดเชือกให้แก่เด็กและเยาวชน สร้างการรับรู้และทัศนคติที่ดีต่อการกระโดดเชือกให้กับผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กไทยเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ สูงดี สมส่วน แข็งแรง ฉลาด เป็นเยาวชนที่ดี มีคุณภาพต่อไป”  ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าว

-(016)

ICS ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับคาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกในไทย ณ ร้าน ‘ทุเรียนมหานคร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739241

ICS ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับคาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกในไทย ณ ร้าน 'ทุเรียนมหานคร'

ICS ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับคาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกในไทย ณ ร้าน ‘ทุเรียนมหานคร’

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.44 น.

ICS ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยกับคาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกในไทย กับหลากหลายเมนูสร้างสรรค์ อร่อยได้ตลอดปี ณ ร้าน “ทุเรียนมหานคร”

ICS (ไอซีเอส) ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามไอคอนสยาม ขอเชิญชวนสาวกทุเรียนมาเปิดประสบการณ์ทุเรียนรูปแบบใหม่ ที่ร้าน “ทุเรียนมหานคร” คาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกในประเทศไทย ที่ชั้น 4 ไอซีเอส ซึ่งได้นำราชาผลไม้อย่างทุเรียนมาแปรรูปเป็นขนมหวาน ในรูปแบบที่แตกต่าง แต่ยังคงรสชาติและเนื้อสัมผัสแบบทุเรียน สร้างความแปลกใหม่ให้กับทุเรียนเลิฟเวอร์ ซึ่งมีหลากหลายเมนูทั้ง ทาร์ตทุเรียน ชูครีมทุเรียน น้ำทุเรียนปั่น ข้าวเหนียวทุเรียน และไอศครีมซอฟเสิร์ฟ รวมถึงทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์หายากที่มีหลายแบบให้เลือกตามความชอบ หมุนเวียนมาให้ทุเรียนเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสกันตลอดทั้งปี

จุดเริ่มต้นของร้านทุเรียน มหานคร คุณณฐมน ธนภัคจิรากุล ประธานบริษัท ธนา ฟรุตส์ จำกัดเล่าว่า ร้านทุเรียน มหานคร เกิดจากความตั้งใจในการต่อยอดธุรกิจส่งออกทุเรียนของครอบครัว ซึ่งมีสวนทุเรียนอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดชุมพร ประกอบกับสวนทุเรียนให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่ทุเรียนจะได้รับความนิยมในช่วงหน้าร้อนหรือประมาณ พฤษภาคม ถึง มิถุนายน เท่านั้นจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบทุเรียนทุเรียนได้กินทุเรียนตลอดทั้งปี ในช่วงแรกทางร้านเราจำหน่ายเนื้อทุเรียนแบบแกะเปลือกให้ และเลือกเนื้อทุเรียนที่ชอบได้เลย ไม่ต้องเสี่ยงว่า หากซื้อทั้งลูกแล้ว แกะออกมาจะเป็นอย่างไร และซื้อตามปริมาณที่ต้องการกินได้เลย จะรับประทานเพียง 1-2 พู ก็สามารถซื้อได้ หลังจากทำธุรกิจไปได้ซักระยะ จึงอยากต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติม ที่สามารถนำทุเรียนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับทุเรียน และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้รับประทานทุเรียน ที่แตกต่างจากเดิม จึงได้ตัดสินใจทำคาเฟ่ทุเรียน และตั้งชื่อว่า ทุเรียน มหานคร

ทุเรียน มหานคร เป็นชื่อที่ตั้งใหม่เพื่อสาขาไอซีเอส นี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสาขาแรกของร้าน โดยมีไอเดียมาจากทำเลที่ตั้งที่ ไอซีเอสแห่งนี้ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์คอมเพล็กแห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี  เป็นส่วนเติมเต็มความสมบูรณ์จากไอคอนสยาม ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะชาวจีน ที่ชื่นชอบการรับประทานทุเรียนอย่างมาก และในอนาคตอันใกล้นี้ ไอซีเอส ยังมี SIRIRAJ H  Solutions”  ศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร และโรงแรมระดับโลก ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ กรุงเทพ ไอซีเอส เจริญนคร อีกด้วย” คุณณฐมน กล่าว

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมคือเมนู “น้ำปั่นทุเรียน” ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวกะทิหอม ปั่นกับน้ำทุเรียน ทำเป็นซอสทุเรียน ให้มีสีเหลืองนวล หลังจากนั้นจะนำมาปั่นกับเนื้อทุเรียนอีกครั้งซึ่งจะให้รสชาตที่กลมกล่อมมีกลิ่นหอมจากทุเรียนและกะทิ

นอกจากนี้ยังมีเมนูไฮไลท์ “ข้าวเหนียวทุเรียนทองคำ” เป็นข้าวเหนียวยัดไส้ทุเรียนพูเต็มๆ และยังพิเศษโดยการผ่นทองคำบนพูทุเรียนเพื่อเพิ่มมูลค่าความสวยงามที่แตกต่าง อีกทั้งข้าวเหนียวมูลเป็นสูตรโบราณพิเศษที่ใช้ข้าวเฉพาะข้าวพันธุ์ดี เมล็ดเรียวยาว และผ่านการปลูกแบบปลอดสารพิษ เมื่อนึ่งสุกแล้ว จะมีความอ่อนนุ่ม เมล็ดเรียงตัวสวย

ทาร์ตทุเรียน” ซึ่งใช้แป้งทาร์ต นำเข้าจากฝรั่งเศส ซึ่งเวลาที่รับประทานทาร์ตจะให้ความกรอบ แต่ไม่รุ่ย รูปลักษณ์ภายนอกของทาร์ตจะออกแบบให้เหมือนทุเรียนโดยการหยอดครีมเป็นหนามทุเรียน ประกบด้วยเนื้อทุเรียนชิ้นใหญ่ ตกแต่งด้วยก้านทุเรียนที่ทำจากคุกกี้ชุบช็อคโกแลต นอกจากนี้ยังมี ชูครีมทุเรียน ที่ด้านในเป็นไส้ทุเรียน กรอบนอก นุ่มใน และมีกิมมิกด้วยขั้วทุเรียนเช่นกัน

สำหรับคนที่อยากลองทุเรียน แต่ยังลังเล ทางร้านแนะนำ ไอศครีมซอฟเสิร์ฟรสทุเรียน ให้รสชาตของไอศครีมและกลิ่นทุเรียนเบาๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองชิม ไม่เพียงขนมหวานที่ทำจากทุเรียนเท่านั้น ร้านทุเรียนมหานคร ยังมีทุเรียน หลากหลายพันธุ์มาขายที่หน้าร้านตลอดทั้งปี ทั้งพันธุ์แปลกหายากเช่น ทองย้อยฉัตร สาวน้อยตกน้ำ หรือสายพันธุ์ยอดนิยม ทั้งทุเรียนหมอนทอง ก้านยาว ชะนี ก็หมุนเวียนมาตามแต่ละช่วง ไม่เพียงเท่านั้นทางร้านยังได้นำทุเรียนมาแปรรูป เป็นทุเรียนทอดอบรีดน้ำมัน ซึ่งใช้เวลาในการอบรีดยาวนาวกว่า 6 – 8 ชั่วโมง ทำให้กรอบอร่อย เก็บได้นาน และไม่มีกลิ่นเหม็นหืนอีกด้วย นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูของหวานแสนอร่อยที่ทานคู่กับทุเรียน อย่างเมนูข้าวเหนียวมะม่วงและเมนูไอศครีมซอฟเสิร์ฟรสมะม่วง ให้ได้ลิ้มลองความอร่อยอีกด้วย

ไม่ว่าจะวันไหนๆ คนรักทุเรียนห้ามพลาดสามารถลิ้มรสความอร่อยกับคาเฟ่ทุเรียนได้ทุกวัน ที่ร้านทุเรียนมหานคร ชั้น 4 ICS ตรงข้ามไอคอนสยาม

#ทุเรียนมหานคร #ICS #ไอซีเอส #ความสุขของทุกวันที่ไอซีเอส #AlwaysAGoodDay

-(016)

โรงเรียนราชวินิต มัธยม ประกาศหยุดเรียน 2 วัน หลังเกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิด นร.เสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739396

โรงเรียนราชวินิต มัธยม ประกาศหยุดเรียน 2 วัน หลังเกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิด นร.เสียชีวิต

โรงเรียนราชวินิต มัธยม ประกาศหยุดเรียน 2 วัน หลังเกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิด นร.เสียชีวิต

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.34 น.

วันที่ 24 มิถุนายน 2566 นายเทพฤทธิ์ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต มัธยม ลงนามในประกาศโรงเรียน เรื่อง หยุดการเรียนการสอนด้วยเหตุพิเศษ เป็นเวลา 2 วัน โดยข้อความระบุว่า ตามที่ โรงเรียนราชวินิตมัธยม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การป้องกันและระงับอัคคีภัย การซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ ประจำปีการศึกษา 2566 ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งขณะดำเนินกิจกรรมได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก่อให้เกิดการสูญเสีย ทั้งยังส่งผลกระทบความรุนแรงสะเทือนต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

ด้วยเหตุดังกล่าวเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจกับนักเรียน ผู้ปกครองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเพื่อให้โรงเรียนได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในด้านสภาพแวดล้อมและอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน ให้มีความพร้อมใช้งานและสามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ นั้น

ดังนั้น โรงเรียนราชวินิต มัธยม จึงขอหยุดการเรียนการสอนด้วยเหตุพิเศษ ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566 และวันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566 รวมเป็นเวลา 2 วัน และจะเปิดเรียนปกติในวันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566 โดยระหว่างที่หยุดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ด้วยตนเอง และจะได้จัดตารางการสอนเสริมชดเชยให้กับนักเรียนต่อไป

ทั้งนี้ โรงเรียนขอความร่วมมือผู้ปกครองได้กำกับดูแลนักเรียนในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ติดตามตรวจสอบความครบถ้วนของกิจกรรมการเรียนรู้และภาระงานที่ผ่านมา เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียน

สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739268

สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.58 น.

สกสว. และภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโต ผ่านการจัดงาน TRIUP Fair 2023 หวังเสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจสำคัญที่ สกสว. ต้องการขับเคลื่อนให้งานวิจัย นวัตกรรม ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ทั้งภาคสังคม สิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนได้นำงานวิจัยไปต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ จึงได้ดำเนินการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย (TRIUP Fair) ในการขยายผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

และภายหลังที่ สกสว. พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายได้จัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2565 (TRIUP Fair 2022) เพื่อสร้างการตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ “พ.ร.บ. ส่งเสริมการนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. 2564” (TRIUP Act) รวมถึงการนำผลงานวิจัยต่างๆ มาจัดแสดงเพื่อเกิดการต่อยอดผลงานในด้านต่างๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก สามารถนำไปต่อยอดในมิติต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และในปีนี้ สกสว. จึงต้องการต่อยอดความสำเร็จ โดยจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2566 (TRIUP Fair 2023) เร่งธุรกิจให้เติบโตด้วยวิจัยและนวัตกรรม Journey to Impact ขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ซึ่งเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เพื่อโน้มน้าวและกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องสําคัญ (Key Players) เข้าสู่ระบบใหม่ของ RU Ecosystem รวมถึงส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังจะเป็นพื้นที่สื่อสารกับประชาคม ววน. และผู้ประกอบการหรือภาคเอกชน เพื่อให้เห็นภาพรวมของความร่วมมือในการส่งเสริมการทํางานของทุกภาคส่วนในระบบ ววน. 

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ของวงการวิจัยและนวัตกรรมไทย ที่ได้นำผลงานวิจัยใช้ได้จริงกว่า 300 ผลงาน และหน่วยงานสนับสนุนภาคธุรกิจกว่า 50 หน่วยงาน มาให้คำปรึกษาในทุกขึ้นตอน เพื่อยกระดับภาคธุรกิจของไทย อาทิ

1.ทุนสนับสนุน วิจัยและนวัตกรรม 
2.หนทางในการเป็นเจ้าของ ผลงานวิจัยและนวัตกรรม
3.ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่จะต่อยอด ขยายผลเพื่อสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจ
4.เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ 
5.คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้านมาตรฐาน ด้านการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม
6.เครือข่ายร่วมทําวิจัยและต่อยอดธุรกิจ
7.คำปรึกษาจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ
8.คำปรึกษาด้านการขยายตลาดสินค้านวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ
9.สินเชื่อเพื่อนวัตกรรมดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารต่างๆ
 ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2566 (TRIUP Fair 2023) ทางเว็บไซต์ https://www.triupfair.net/

‘หยก’ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739227

'หยก'ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

‘หยก’ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีนักเรียนคนหนึ่งทำการมอบตัวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามข้อกำหนดของโรงเรียน ทำให้นักเรียนคนดังกล่าวพ้นสภาพความเป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ตามแถลงการณ์ที่โรงเรียนได้ชี้แจงผ่านสื่อต่างๆไปแล้วนั้น นักเรียนคนดังกล่าวพร้อมบุคคลภายนอกบางกลุ่มที่สนับสนุน มีความเห็นขัดแย้ง ไม่ยอมรับกฎระเบียบของโรงเรียนที่นักเรียนทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม นอกจากนี้ยังมีการแสดงออกทั้งทางกิริยา วาจา และการกระทำที่ก้าวร้าวต่อบุคลากรที่ดูแลความปลอดภัยของโรงเรียน ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกถึงความไม่ปลอคภัย

ชมรมครูเก่า เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือในคณะกรรมการการดูแลความปลอดภัยและผชิญสถานการณ์เฉพาะกิจของสถานศึกษาเพื่อคำเนินการคุ้มครอง ช่วยเหลือและรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียนที่มีความเห็นต่างในเรื่องการไว้ทรงผมและการแต่งกายด้วยเครื่องแบบของนักรียน การละมิด การกระทำความรุนแรง ความปลอดภัยในสถานศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาในเชิงสร้างสรรค์

ชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการในฐานะที่เคยร่วมสร้างความเจริญ จากโรงเรียนขนาดเล็กเริ่มก่อตั้งขึ้นในปีการศึกษา 2521 จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 15 โรงเรียน คณะกรรมการชมรมครูเก่าได้ประชุมหารือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ขอสนับสนุนผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน ให้ยึดมั่นในกฎระเบียบของโรงเรียน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพันอุปสรรคนี้ไปได้ และประสบผลสำเร็งดังความมุ่งหมาย

ประกาศ ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2566

(นายยุทธนา เฉลิมเกียรติสกุล)

ประธานชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกมาพัฒนาการ

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739240

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.42 น.

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ ให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace พร้อมคำอวยพรให้สันติภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสันติสุขแก่มนุษย์โลก

คณะพระธุดงค์สันติภาพโลก นำโดย พระโพธินันทมุนี วิ. (หลวงพ่อจิ๋ว) , พระวิจิตรธรรมภาณี (สุนันท์ ธนนนฺโท) , พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานคณะพระธุดงค์สันติภาพโลก พร้อมด้วย ภิกษุ ภิกษุณี ผู้แทนศาสนิกชน ผู้แทนสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยคณะเดินทางมาจาก ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ อินเดีย เป็นต้น เดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ถวายพระพรเจริญจิตตภาวนาอำนวยพร ให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงหายประชวร โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot ประธานสมณสภา เพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ถวายการรับรอง

พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนพระภิกษุในโครงการเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพ และญาติโยม กัลยาณมิตร ทั้งจากไทยและยุโรป โดยมี นางสาวกุนทินี อักษรวงศ์ อัครราชทูต ณ กรุงโรม ร่วมคณะในการเข้าเยี่ยมคารวะ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ นครวาติกัน แต่เนื่องจากพระองค์ท่านทรงประชวรและเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จึงได้ทรงมอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์

โดย พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ท่านได้ยกขึ้นมากล่าวสรรเสริญให้ คณะWalk for World Peace และกล่าวถึงการเดินของคณะพระสงฆ์ในพุทธศาสนา ว่า เมื่อครั้นเกิดเหตุสงครามภายในประเทศกัมพูชา สมเด็จเปรี๊ยะ มหาโฆษะนันทะ หรือ มหาโฆษะนันทะ ที่เป็นพระสมเด็จจากประเทศกัมพูชา พระองค์ท่าน เคยออกเดินเพื่อสันติภาพเพื่อมวลมนุษย์ชาติในประเทศของตนเอง ท่ามกลางสงครามการสู้รบเข่นฆ่ากันเองของ ประชาชนในประเทศ ในช่วงที่เกิดสงครามภายในกัมพูชา เช่นเดียวกับคณะของท่าน พระสุธรรม ฐิตธัมโม

ที่กำลังเดินอยู่ลักษณะเดียวกันนี้ ท่านเป็นสัญลักษณ์ของนักสันติภาพในขณะเกิดสงครามที่ผู้คนในชาติต่างเข่นฆ่าประหัดประหารกัน ในขณะที่คณะของท่านพระสุธรรม ฐิตธัมโม เดินมาจากประเทศไทย และกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ที่ทำเพื่อส่วนรวมสิ่งเดียวที่เราจะร่วมมือกันได้ คือการช่วยกันส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและปราศจากสงครามทุกชนิดไปด้วยกัน

โครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ นำทีมโดย

พระสุธรรม ฐิตธัมโม หัวหน้าคณะ

พระศุภชัย สุภาจาโร เลขาโครงการ

พระวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟอร์ริด้าธรรมาราม สหรัฐอเมริกา

พระโพธินันทมุนี วิ.(หลวงปู่จิ๋ว) วัดป่าพุทธคยา อินเดีย

พระวิถี ธมฺมคุโณ ที่พักสงฆ์สันติภาพเมืองดูไบ

พระมหาดำรงค์ นริสฺสโร ปธ.วัดหลวงอาร์เจนตินา

พระเมษา เตชวโร วัดหลวงอาร์เจนตินา

พระคำรณ ภทฺทโก วัดฟอริด้าธัมมาราม

พระสายันต์ ติขิโณ ขวัญทอง, wimuttidhamma meditioncenter สวิตเซอร์แลนด์

Bhikune Ayya Soma , Bhante Sudhaso , Samanera Vadda สำนักสงฆ์ EmthyCloud New Jersey ,USA

โครงการเดินเพื่อสันติภาพโลก 2023 Walk for World Peace 2023 เริ่มเดินจากปากีสถาน – ตุรกี – กรีซ – มอนเตเนโกร – อิตาลี – สวิสเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส  จนจบโครงการเดินเพื่อสันติภาพ.

ขวางกินรวบปชป. ‘เชาว์’ โต้เดือด ‘เฉลิมชัย’ ไม่เคยทำร้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551917

23 มิ.ย. 2566

ขวางกินรวบปชป. 'เชาว์' โต้เดือด 'เฉลิมชัย' ไม่เคยทำร้ายพรรค

‘เชาว์’ โต้เดือด ‘เฉลิมชัย’ ไม่เคยทำร้ายพรรค ปลุกคน ประชาธิปัตย์ ร่วมกำหนดทิศทาง ขวางกินรวบ จนพรรคตกต่ำ ต้องไม่มีใครทรยศพรรค เพียงเพราะต้องการเป็นรัฐบาล สวน เดชอิศม์ ปฏิรูป 360 องศา คือ การกลับไปสู่จุดเดิม

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง จากใจ ถึงใจ คน ปชป. ขอเสียงกำหนด อยากให้พรรคไปทิศทางไหน มีเนื้อหาระบุว่า หลังจากที่โพสต์ จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ไปเมื่อสองวันก่อน ปรากฎว่าเป็นที่สนใจของสังคม โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเก่าใหม่ที่ห่วงใยอนาคตพรรคได้โทรมาให้กำลังใจและสนับสนุนแนวคิดของผมเป็นจำนวนมาก

แต่เมื่อได้อ่านข่าวที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เตือนคนในพรรคหยุดปล่อยข่าวทำร้ายพรรคว่า “อยากฝากไปถึงคนภายในว่าหยุดทำร้ายพรรคเถอะ อย่าไปกลัวการเปลี่ยนแปลง วันนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้า ไม่มีใครทรยศพรรค หลักการและอุดมการณ์ของพรรคยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นการทำอะไรที่ทำให้พรรคเสียหาย เป็นการทำร้ายพรรค อย่าทำเลย”

ถ้าหมายถึงเนื้อหา ในโพสต์จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ของตน ก็อยากให้นายเฉลิมชัยกลับไปอ่านทบทวนข้อคิดเห็นที่ผมเขียนให้ชัดอีกครั้ง

จะเข้าใจว่าสิ่งที่ผมสื่อออกไปก็เพื่อต้องการให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรค ในสถานการณ์ ที่เรากำลังขาดบุคลากรที่โดดเด่น

บวกกับสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป จำเป็นต้องเฟ้นหาผู้นำทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ ที่สำคัญต้องมากบารมี

บททดสอบนี้จึงไม่ใช่แค่ สส.เท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของพรรค เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ได้เป็นพรรคของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือนายทุนคนใดคนหนึ่ง

นายเชาว์ ระบุด้วยว่า เราจะเห็นว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา บรรดาบ้านใหญ่ตามจังหวัดต่างๆ ถูกโค่นจนล้มแบบระเนระนาด แต่ที่ผมกังวลคือบรรยากาศในพรรคกลับอยู่ในสภาพบ้านใหญ่ กดรีโมตสั่งการได้โดยคนๆเดียว แบบนี้น่ากลัว

ถึงขนาดมี สส.หลายคนพูดตรงกันว่า สส.จำนวน 20 คน ได้ยินยอมพร้อมใจยกอำนาจการตัดสินใจให้อดีตผู้บริหารท่านหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าตอนนี้ชะตากรรมพรรคประชาธิปัตย์กำลังตกอยู่ในมือคนๆเดียว คิดดี ทำดี ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ นั่นอาจหมายถึงพรรคเสี่ยงต่อการล่มสลาย ซึ่งเป็นภาพที่ผมไม่อยากเห็นเป็นที่สุด

เชื่อว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่อยากเห็นพรรคอันเป็นที่รักของเราตกต่ำเพียงเพราะก้าวข้ามอำนาจไม่ได้ สี่ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าสู่อำนาจ แต่พรรคกลับตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ความนิยมเสื่อมถอย

จากเดิมเรามีสส. 52 คน ลดเหลือลงเหลือ 25 คน เป็นเครื่องเตือนสติให้ต้องทบทวนถึงแนวทางการบริหารว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าไม่ต้องรีบเปลี่ยนแปลง ก่อนไม่มีโอกาสให้เปลี่ยน

ผมไม่มีเจตนาโจมตีใครเป็นการส่วนตัว แต่พูดโดยหลักการในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่งที่เป็นห่วงพรรค ทุกวิกฤต มีโอกาส แต่ทุกโอกาส ต้องมาจากการไขว่คว้า

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกพรรค จะเล็งเห็นถึงความตั้งใจที่ผมต้องการสื่อสาร ส่วนนายเฉลิมชัยจะมีอคติคิดเห็นอย่างไร ไม่ว่ากัน เพราะไปบังคับกันไม่ได้ สิ่งที่อยากฝากไปถึงก็มีแค่ว่า ผมเห็นด้วยว่าคนภายในต้องไม่ทำร้ายพรรค อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง” 

วันนี้ถ้าพรรคจะเดินไปข้างหน้า ต้องไม่มีใครทรยศพรรค เพียงเพราะต้องการเป็นรัฐบาล โดยใช้อุดมการณ์ และประชาชนมาเป็นข้ออ้าง เพราะนั่นคือพฤติกรรมที่จะทำให้พรรคเสียหาย เป็นการทำร้ายพรรค

“อย่าทำเลยครับ พรรคต้องเปลี่ยนแปลง และไม่ใช่เปลี่ยน 360 องศา เหมือนที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ออกมาระบุ เพราะนั่นหมายถึงว่ากลับมาสู่จุดเดิม คือไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย” นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย

สรุป 4 วัน สส.รายตัว 257 คน – 4 ก.ค. นี้ จับตาศึกชิง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551911

23 มิ.ย. 2566

สรุป 4 วัน สส.รายตัว 257 คน - 4 ก.ค. นี้ จับตาศึกชิง ‘ประธานสภา’

สส.รายงานตัว 4 วัน 257 คน เหลือ 243 คน สำนักงานเลขาธิการสภาฯ แจ้งสส.เตรียมพร้อมรัฐพิธี 3 ก.ค. ก่อนประชุมนัดแรก 4 ก.ค.จับตา! ศึกชิง ‘ประธานสภา’

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากรัฐสภา เกียกกาย กรุงเทพฯ ถึงภาพรวมการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)ชุดที่ 26 เป็นวันที่ 4 ที่บริเวณห้องสัมมนาชั้น บี1 ตั้งแต่เวลา 08.30น. – 16.30 น.ของวันที่ 23 มิ.ย. 2566 

โดยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย มี สส.ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และสส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทยอยเดินทางมารายงานตัวต่อเนื่อง

สำหรับ สส.ที่มารายงานตัวจาก พรรคเพื่อไทย 4 คน ประกอบด้วย

1.น.ส.ประวีณ์นุช เลิศจิตสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

2.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล บัญชีรายชื่อ

3.นายนิกร โสมกลาง เขต 8 จ.นครราชสีมา

4.นายอภิชา เลิศพชรกมล เขต 10 จ.นครราชสีมา

พรรครวมไทยสร้างชาติ 6 คน ประกอบด้วย

1.นายสุชาติ ชมกลิ่น บัญชีรายชื่อ

2.นายชัชวาลล์ คงอุดม บัญชีรายชื่อ

3.นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เขต 4 จังหวัดชลบุรี

4.นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เขต 1 จังหวัดเพชรบุรี

5.นางสาวกุลวลี นพอมรบดี เขต 1 จังหวัดราชบุรี

6.จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล เขต 3 จังหวัดเพชรบุรี

พรรคพลังประชารัฐ 1 คน คือ นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จังหวัดสิงห์บุรี

พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คือ นายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อ

พรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เขต 2 จังหวัดอุทัยธานี

พรรคเป็นธรรม 1 คน คือ นายกัณวีร์ สืบแสง บัญชีรายชื่อ

4 วัน สส.รายงานตัว 257 คน เหลือ 243 คน

สรุปยอดส.ส.มารายงานตัวตลอดทั้งวัน รวมทั้งสิ้นเพียง 14 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคพลังประชารัฐ 1 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และพรรคเป็นธรรม 1 คน

รวม 4 วัน (20-23 มิ.ย.) มี สส.มารายงานตัวแล้ว รวมทั้งสิ้น 257 คน ยังคงเหลือ สส.ที่ยังไม่มารายงานตัวอีก 243 คน

ทั้งนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดให้ สส.มารายงานตัวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ (24-25 มิ.ย. 2566) ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า บรรดา สส.ได้รับแจ้งในเบื้องต้น ให้เตรียมเข้าร่วมรัฐพิธีในวันที่ 3 ก.ค. และประชุมสภาฯ นัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ วันที่ 4 ก.ค. 2566 นี้

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า โควตาประธานสภา ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยจะได้ข้อยุติก่อนวันที่ 3 ก.ค. 2566 

สส.เข้ามารับหนังสือรับรองบางตา ‘ภูมิใจไทย’ จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551910

23 มิ.ย. 2566

สส.เข้ามารับหนังสือรับรองบางตา 'ภูมิใจไทย' จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

ใกล้ครบจำนวน!! สส.เข้ารับหนังสือรับรองบางตา ด้าน ‘อนุทิน’ และ ‘ทีมภูมิใจไทย’ เตรียมเข้าเช็กอินปิดท้ายพรุ่งนี้

วันที่ 23 มิ.ย. สำหรับการเดินทางมารับหนังสือรับรองของ ส.ส. เพื่อไปรายงานตัวที่รัฐสภาซึ่งเป็นวันที่ 4 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  ยังคงมี สส.ทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งเป็นการมารับหนังสือด้วยตัวเอง ไม่ได้มอบหมายให้พรรคส่งคนมารับให้ เช่น น.ส.จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย, นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ขณะที่บางส่วนมอบหมายให้ตัวแทนมารับ เช่น ตัวแทน นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนช่วง 3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับมี สส.รับหนังสือรับรองไปแล้วทั้งสิ้น 444 คนแบ่งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 92 คน สส.แบบแบ่งเขต 352 คน จากทั้งหมด 500 คน จึงยังเหลือ สส.ที่ไม่มารับหนังสือรับรองอีกเพียง 56 คนเท่านั้น ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และสส.ของพรรคจะมารับหนังสือรับรองในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สส.ที่มารับหนังสือ วันแรก 20 มิ.ย. จำนวน 92 คน เป็น สส.แบ่งเขต 78 คน, สส.บัญชีรายชื่อ14 คน 

วันที่สอง 21 มิ.ย. จำนวน 170 คน เป็น ส.ส.แบ่งเขต 136 คน, สส.บัญชีรายชื่อ 34 คน 

วันที่สาม 22 มิ.ย. จำนวน 182 คน เป็น สส.แบ่งเขต 138 คน, สส.บัญชีรายชื่อ 44 คน

ไม่เปลี่ยนใจ ‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551903

23 มิ.ย. 2566

ไม่เปลี่ยนใจ ‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1

‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1 แต่ไม่การันตีแทน สว.คนอื่น เพราะยังเสียงแตก เชื่อทุกคนใช้ดุลยพินิจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กล่าวภายหลังร่วมกิจกรรมวุฒิสภาเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ถึงกรณีพรรคก้าวไกลระบุมีสัญญาณดี จาก สว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ตนเชื่อว่าทุกคนมีวิจารณญาณ และส่วนตัวยืนยันชัดเจนว่าจะสนับสนุนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงเป็น พรรคอันดับ1 เป็นนายกรัฐมนตรี 

ซึ่งขณะนี้คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ส่วน สว.คนอื่น มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งมีความเป็นอิสระในแต่ละบุคคล

สำหรับกรณีที่มี สว.บางคนกังวลเรื่องคุณสมบัติของนายพิธานั้น นายพีระศักดิ์ บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำตัดสินอะไรออกมา ก็ต้องสันนิษฐานว่า ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์และมีคุณสมบัติครบก่อน

ส่วนที่มี สว.บางคนระบุว่าพรรคเสียงข้างมากอาจไม่ได้ตั้งรัฐบาล และเสียงข้างน้อยอาจจะได้เป็นรัฐบาลนั้น นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาในวันเลือกนายกรัฐมนตรี จึงยังบอกอะไรไม่ได้ แต่เชื่อว่าทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจ และใช้ดุลยพินิจที่มีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และคำนึงถึงความเป็นประชาธิปไตยให้เดินหน้าต่อไป และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติโดยรวม

เมื่อถามว่า มองว่าพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่าเป็นคำถามที่ยาก แต่ส่วนตัวอยากให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปตามกติกา และเกิดประโยชน์กับส่วนรวม

เมื่อถามย้ำว่า สว.ขณะนี้มีความเห็นอย่างไร นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ความเห็นในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีแบ่งออกเป็นหลายทาง แม้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันยังคิดไม่ตรงกัน ซึ่งก็ต้องเคารพดุลยพินิจของ สว.แต่ละคน ทั้งนี้ไม่กล้าพูดแทนใครว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีขึ้นต่อเมื่อมีการเลือกประธานสภาฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว