เพื่อไทย กระทุ้ง พล.อ.ประยุทธ์ คืน ‘บ้านพักหลวง’ – ลุงตู่ แจงต้องแก้กฎกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551900

23 มิ.ย. 2566

เพื่อไทย กระทุ้ง  พล.อ.ประยุทธ์  คืน 'บ้านพักหลวง' -  ลุงตู่  แจงต้องแก้กฎกระทรวง

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น กดดันนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงเวลาแสดงสปิริต เมื่อพ้นจากตำแหน่งผู้นำ ควรคืน “บ้านพักหลวง” ชี้ด้วยบทบาทข้าราชการการเมืองไม่ควรนำเอาระเบียบกองทัพมาใช้ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าจะแก้ไขต้องไปแก้กฎกระทรวง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า   การที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ยืนยันจะไม่ย้ายออกจากบ้านพักรับรอง  “บ้านพักหลวง ”   ตั้งอยู่ในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 1  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท​ กรุงเทพฯ  โดยอ้างถึงระเบียบของกองทัพบก  เนื่องจากตนเป็นคนอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์  ซึ่งในกรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการอยู่บ้านพักหลวงถูกต้อง โดยใช้ระเบียบบังคับ ว่าด้วยการพักอาศัย ข้าราชการกองทัพบก

ซึ่งครั้งที่ตนยื่นเรื่องต่อศาลไป ว่าพล.อ. ประยุทธ์ เป็นนักการเมือง เนื่องจากเป็นนายกรัฐมนตรี และมีพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง ต้องใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับ เนื่องจากประโยชน์ขัดกัน ไม่ควรเอาระเบียบกองทัพบกมาพิจารณา  และครั้งนี้ตนเห็นว่า พล.อ.
ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยวุฒิภาวะควรแสดงสปิริต ว่าไม่ควรอยู่ใน  “บ้านพักหลวง”  เพราะหากจะนับว่าเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ต้องไปดูว่ามีข้าราชการที่เป็นผู้บัญชาการเกษียณอายุมีหลายคน ไม่เช่นนั้นก็ต้องมาอยู่เหมือนกัน   ดังนั้นควรแสดงสปิริต 

อนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่อง “บ้านพักหลวง”  ว่า  เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไข ก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง เป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะดูแลผู้บังคับบัญชาเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ก็พร้อมออก   ผู้สื่อข่าวถามว่า   อยู่ได้ในฐานะ อดีตผบ.ทบ. ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า  อดีตผบ.ทบ. และนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายประเทศก็ดูแลกันอยู่   “มีหลายประเทศเขาไล่คนเก่าไหมล่ะ เขาก็มีรปภ.ดูแลตลอด แต่ประเทศไทยไม่ได้เลย ต้องเท่าเทียม ผมก็เคารพกติกา วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหมเล่า บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย “

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ห่วงว่าใครจะมาทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า  “ไม่ใช่ห่วง โธ่ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นสากลเข้าใจไหม ผมก็มีแรงดูแลตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ ผมจะต้องไปอะไรกับคนอื่นเขาเล่า” เมื่อถามย้ำว่าทำไมคิดว่า ตัวเองจะไม่ปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  “ไม่ เขาพูดถึงหลักการ ผู้นำ อดีตผู้นำ วันนี้ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด วันนี้ผมมาก็ไม่ต้องมีใครมากับผม  ทำได้ไหม ไปไหนคนเดียว เดินอยู่คนเดียวได้ไหม เขาก็ต้องให้เกียรติ คุ้มครอง ดูแล เป็นหน้าที่ของเขา  รัฐบาลหน้ามาเขาก็ได้รับการดูแลเหมือนกันแหละ แต่เขาไม่ใช่ทหารแบบผมเท่านั้นเอง”   พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ 

เศรษฐา ห่วงตั้งรัฐบาลล่าช้าดึงเศรษฐกิจซบเซา – ย้ำจุดยืนโหวต ‘พิธา’ เป็นนายก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551886

23 มิ.ย. 2566

เศรษฐา ห่วงตั้งรัฐบาลล่าช้าดึงเศรษฐกิจซบเซา - ย้ำจุดยืนโหวต 'พิธา' เป็นนายก

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน วิพากษ์การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า ทำให้การลงทุนที่ควรจะเกิดขึ้นชะลอตัวออกไป ภาคการค้าซบเซา ระบุแนวทางของพรรคเห็นควรปรับขึ้นค่าแรง โดย 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย และก้าวไกลต้องไปหารือกัน เพื่อหาความเหมาะสม

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเหมือนจะล่าช้าออกไป  ทำให้การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจกับประชาชนล่าช้าตามไปด้วย  ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะทำให้การลงทุนชะลอ นโยบายหลักที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ถูกพักไป  ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่  ตนเรียกร้องมาตลอดว่าอยากให้รีบจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ตนได้คุยกับคนในวงการธุรกิจทราบว่ายอดขายหลายอย่างซบเชา 

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะหารือกันว่า  เมื่อร่วมรัฐบาลอะไรบ้างที่พร้อมจะเดินหน้าเลย เช่น การขึ้นค่าแรง ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ  เพราะเป็นรายได้พื้นฐานของประชาชนทุกคน แต่จะขึ้นเท่าไหร่อย่างไร เชื่อว่าคณะทำงานทั้ง 2 พรรค    คือก้าวไกล และเพื่อไทย  คงเป็นคนกำหนด โดยพรรคเพื่อไทยต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้ดี แต่คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นตนไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้ตนเป็นห่วงประชาชน เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องรอง แต่ทุกวันนี้มีแต่เรื่องการเมืองทั้งนั้น จึงขอเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว 

ผู้สื่อข่าว  ถามว่ามองอย่างไรกับการที่มีความพยายามบอกว่า สว. ที่พรรคก้าวไกล พยายามเจรจาด้วยเปลี่ยนใจจะไม่เลือกหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ แต่อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และอยากให้มีการโหวตให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี  “วันนี้จุดยืนของผมชัดเจน อยากให้มีการเลือกประธานสภา และนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้เศรษฐกิจบอบช้ำเยอะมาก ต้องพักเรื่องการเมืองไปก่อน เอาเรื่องประชาชนดีกว่า  ” นายเศรษฐา ระบุ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2703813

แสนสิริ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

23 มิ.ย. 2566 05:01 น.

แสนสิริ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

แสนสิริจัดให้  –  อภิชาติ จูตระกูล รักษาการ กก.ผจก.ใหญ่ แสนสิริ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท ในนามมูลนิธิเสริมกล้า ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ภิญญาพัชญ์ ห่วงนาค, สมชาย กรุสวนสมบัติ และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ทะเลที่เรียบสงบ หาใช่ว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… สภาผู้แทนราษฎร เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง ระบบเขตเลือกตั้ง 400 เขต และ ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ปล่อยผีเต็มจำนวน 500 ส.ส. เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดให้บรรดาว่าที่ ส.ส.รับใบรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต. เพื่อเข้ารายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎรถึงวันที่ 24 มิ.ย.นี้…โดย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สำทับว่า หลังการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อไปแล้ว กกต. ยังมีอำนาจพิจารณาการสืบสวนไต่สวนตามมาตรา 138 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยหลังการเลือกตั้งหากมี หลักฐาน ที่เชื่อได้ว่าได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต กกต. จะยื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกา เพื่อ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง…ทั้งนี้ การที่ กกต. ประกาศรับรองผลไปก่อนเนื่องจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน ผู้ถูกร้องเรียน อาจดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และเห็นว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีการอ้างพยานหลักฐานเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้มี ส.ส.ที่มีเรื่องร้องเรียนอยู่ 82 คน…สรุปแม้ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ไปแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังมีอำนาจตามสอย ส.ส.ที่มีปัญหาการทุจริตเลือกตั้งได้อีกกระทอก
สุดยอด  –  นุรักษ์ มาประณีต มอบรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2023 ให้ ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์, ดร.สมพร สืบถวิลกุล, สาระ ล่ำซำ และ วัลยา จิราธิวัฒน์ เพื่อยกย่องสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี โดยมี มนู เลียวไพโรจน์ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล วันก่อน.
ตามไปซื้อ  –  กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน “จริงใจ มาหา…นคร” มหกรรมสินค้าจากชุมชนเกษตรกรทั่วไทย จัดถึง 25 มิ.ย. โดยมี พิชัย จิราธิวัฒน์, ญนน์ โภคทรัพย์, บุษบา จิราธิวัฒน์ และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • แต่แน่นอน เมื่อประกาศรับรอง ส.ส. ครบ 500 คน แล้ว ก็ถือว่าเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการในกระบวนการที่จะไปสู่การเปิดประชุม สภาฯ เพื่อเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประชุมร่วม รัฐสภา เพื่อเลือก นายกรัฐมนตรี รวมทั้งการจัดตั้ง รัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ…เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงปฏิทินเวลาในการได้ รัฐบาลชุดใหม่ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบว่า เมื่อ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ครบ 100% ได้เร็ว ขั้นตอนต่อไป ส.ส. ต้องไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 28 มิ.ย. หลังจากนั้นจะมี รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และจะมีการเปิดประชุม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ เบื้องต้นคาดว่าเป็นวันที่ 6 ก.ค. เสร็จแล้ว ประธานรัฐสภา จะเรียกประชุมร่วมทั้งสองสภา เพื่อเลือก นายกรัฐมนตรี โดยขึ้นอยู่ที่ ประธานรัฐสภา ว่าจะนัดประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีช่วงไหน แต่คาดว่าจะเป็นวันที่ 13 ก.ค. และหากทุกอย่างเรียบร้อยคาดจะมีการแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในวันที่ 21 ก.ค. และ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ทั้งหมดเป็นเพียงแค่กรอบเวลาตามกฎหมาย ยังระบุวันที่แน่ชัดไม่ได้ โดย คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ยังต้องทำงานจนกว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะถวายสัตย์ปฏิญาณตนถึงจะสิ้นสุดการทำงาน
ไม่ธรรมดาเลย  –  ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ เปิดตัวโครงการ “Thai food-Mission to Space” เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ไก่ของซีพีเอฟได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงพร้อมส่งให้นักบินอวกาศรับประทาน โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่ทรู ดิจิทัลพาร์ค วันก่อน.
  • งานนี้ถึงแม้เป็นไทม์ไลน์คร่าวๆ แต่ก็ชัดเจนขึ้นว่าใกล้ได้ลุ้นเห็นโฉมหน้า นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แล้ว ส่วนจะเป็นใคร จะใช่คนชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือไม่ ยังต้องลุ้นกันว่าจะสามารถล็อบบี้ ส.ว. ได้ถึง 64 เสียง ให้มาโหวตสนับสนุนเพิ่มแต้มให้ผ่านเกณฑ์ 376 เสียง ได้หรือไม่ เพราะลำพัง พรรคก้าวไกล และ 7 พรรคร่วม ที่ทำเอ็มโอยูร่วมรัฐบาล มี ส.ส.อยู่แค่ 312 เสียง…ด่านหินด่านโหดที่เป็นหัวใจสำคัญอยู่ตรงนี้แหละ
มอบตำแหน่ง  –  แพทริค โกเวน จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีพร้อมส่งมอบตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี กรุงเทพใต้ให้ แอรอน เฮนรี่ โดยมี เพอร์ ดิบเบอร์, ไมค์ ดอยล์, โอเล่ แมดเซน, จานา คอปรา และ ปิแอร์ อังเดร เพเลเทียร์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ วันก่อน.
  • อืม…การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและการต่อรอง การจัดตั้ง รัฐบาล 8 พรรค ภายใต้การนำของ พรรคก้าวไกล ที่ดูเหมือนว่าจะราบรื่นเพราะมีการทำเอ็มโอยูร่วมกันไว้ แต่เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงจุดที่ต้องเจรจา เกลี่ยตำแหน่ง ทั้งเก้าอี้ ประธานสภาฯ และ โควตากระทรวง อย่างเป็นการเป็นงานตามเงื่อนเวลาไทม์ไลน์ในการจัดตั้งรัฐบาลที่เริ่มงวดเข้ามา ก็เริ่มเห็นปรากฏการณ์วางเกมต่อรองกันหนักขึ้น โดยเฉพาะพรรคแกนนำอันดับหนึ่งอย่าง พรรคก้าวไกล กับ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคอันดับสอง มี ส.ส.ห่างกันอยู่แค่ 10 เสียง
อย่าพลาด  –  คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ แถลงข่าวการจัดงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” ครั้งที่ 11 ระหว่าง 27 มิ.ย.-3 ก.ค. โดยมี มุกดา เอื้อวัฒนะสกุล, รัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ, อภิญญา จันเทรมะ และ คฑา ชินบัญชร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล พระราม 9 วันก่อน.
การกุศล  –  วีรี ฐิติปุญญา เปิดกิจกรรม “ปันของ ปันรัก” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าของสมาชิกชมรมคู่สมรสข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โดยมี ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ และ ปิยะดิส ธรรมมงคล มาร่วมงานด้วย ที่กรมการกงสุล วันก่อน.
  • ก่อนหน้านี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงท่าทีโอนอ่อนพร้อมที่จะยกตำแหน่ง ประธานสภาฯ ให้แก่ พรรคก้าวไกล โดยยกหลักการว่าประธานสภาฯควรเป็นของพรรคอันดับหนึ่ง อ้างต้องยอมถอยให้เพื่อทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความราบรื่น…แต่ล่าสุดในการสัมมนา ส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตำแหน่ง ประธานสภาฯ โดย อดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เปิดประเด็นว่า ไม่เห็นด้วย และไม่สามารถให้ตำแหน่งประธานสภาฯกับพรรคก้าวไกลได้ เมื่อเกิดความขัดแย้งก็โหวตกันในสภา ไม่อยากเห็นพระบวชใหม่มาเป็นเจ้าอาวาส…ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ ของ ส.ส.141 คน ต่างมองว่าประธานสภาฯควรเป็นของ พรรคเพื่อไทย ไม่ควรยกให้ พรรคก้าวไกล เพราะ ส.ส.น้อยกว่าเพียง 10 เสียง ฉะนั้นควรแบ่งตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อการถ่วงดุลในการทำงาน แม้จะมีกล่าวอ้างกระแสสังคม โดยเฉพาะ แฟนคลับพรรคก้าวไกล แต่ต้องไม่ลืมความรู้สึกของ แฟนคลับพรรคเพื่อไทย ที่มีกว่า 10 ล้านเสียง เช่นกัน…แม้งานนี้เป็นแค่การแสดงความเห็นของ ส.ส. ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็น มติพรรค แต่ก็ถือเป็นหัวเชื้อสำคัญที่จะไปสู่การออกมาเป็น มติพรรค ที่ส่อไปถึงขั้น ปล่อยฟรีโหวต…การเดินหมากเกมนี้ถือว่าเขี้ยวในชั้นเชิงต่อรองตำแหน่ง แต่จะลามไปถึงขั้น ฉีกเอ็มโอยูพลิกขั้วกันหรือไม่ ต้องติดตามห้ามกะพริบตานะจ๊ะ
  • สังคมทั่วไป…ศพ คุณแม่นับ เลิศไกร มารดา สินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ ตั้งสวดวัดกลางใหม่ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี 19.00 น. 23 มิ.ย.คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 24 มิ.ย. 15.00 น.
  • ฌาปนกิจศพ คุณแม่น้อย พรหมพิพัฒ มารดา ดาราวรรณ พรหมพิพัฒ วัดโสมนัสฯ 24 มิ.ย. 14.00 น. 

“ธนูเทพ”

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ครอบครัวเหยื่อยานไททัน ฟ้องร้องได้แม้จะเซ็นเอกสารสละสิทธิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704111

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ครอบครัวเหยื่อยานไททัน ฟ้องร้องได้แม้จะเซ็นเอกสารสละสิทธิ์

23 มิ.ย. 2566 14:50 น.

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ครอบครัวเหยื่อยานไททัน ฟ้องร้องได้แม้จะเซ็นเอกสารสละสิทธิ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า การสละสิทธิ์ความรับผิดที่ลงนามโดยผู้โดยสารบนเรือดำน้ำที่สูญหายไปในทะเลระหว่างการดำลงไปที่ซากเรือไททานิก อาจไม่ได้ทำให้เจ้าของเรือรอดพ้นจากการฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นจากครอบครัวของเหยื่อ 

เรือดำน้ำไททัน หายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากเดินทางลงสู่ใต้ทะเล และมีการพบชิ้นส่วนต่างๆ บนพื้นมหาสมุทร หลังจากหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเกิดการระเบิดที่รุนแรงของห้องแรงดัน

ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้โดยสารที่จ่ายเงินมากถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน หรือเกือบ 8.7 ล้านบาท สำหรับการเดินทางไปยังซากเรือไททานิกที่จมอยู่ใต้ทะเลในระดับความลึก 3,810 เมตร ได้ลงนามในเอกสารการสละสิทธิ์ความรับผิด โดยผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ ที่ร่วมเดินทางกับบริษัท โอเชียนเกต เอ็กซ์เพดิชันส์ ในเดือนกรกฎาคม 2565 รายงานว่า เอกสารการสละสิทธิ์ที่เขาลงนาม ได้ระบุถึงความเป็นไปได้ของการเสียชีวิตถึง 3 ครั้งในหน้าแรกของเอกสารเพียงหน้าเดียว

การสละสิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัวเสมอไป และไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้พิพากษาจะปฏิเสธ หากมีหลักฐานของความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรืออันตรายที่ไม่ได้เปิดเผยอย่างครบถ้วน

แมทธิว แชฟเฟอร์ ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเดินเรือ กล่าวว่า หากมีบางแง่มุมของการออกแบบ หรือการสร้างเรือลำนี้ซึ่งถูกกันไม่ให้ผู้โดยสารทราบ หรือมีการใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้จะมีข้อมูลว่ามันไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำนี้ นั่นจะเป็นการขัดต่อความถูกต้องของการสละสิทธิ์

ขณะที่ โอเชียนเกต สามารถโต้แย้งได้ว่า ไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการสละสิทธิ์มีผลเนื่องจากพวกเขาอธิบายอย่างครบถ้วนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในยานดำน้ำที่มีขนาดเท่ารถมินิแวน ขณะที่ระดับของความประมาทเลินเล่อที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการบังคับใช้การสละสิทธิ์จะขึ้นอยู่กับสาเหตุของภัยพิบัติซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

โจเซฟ โลว์ ทนายความด้านการบาดเจ็บส่วนบุคคลจากแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า “มีตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ครอบครัวอาจเรียกร้องได้แม้จะเซ็นสละสิทธิ์ แต่จนกว่าเราจะทราบสาเหตุ เราไม่สามารถระบุได้ว่าการสละสิทธิ์มีผลหรือไม่” 

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ยังไม่สามารถติดต่อครอบครัวของเหยื่อได้ และอาจเป็นไปได้ว่าไม่มีใครฟ้อง

ทั้งนี้ โอเชียนเกต เป็นบริษัทขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเมืองเอเวอเรตต์ รัฐวอชิงตัน และไม่ชัดเจนว่าบริษัทมีทรัพย์สินมากพอที่จะชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมหาศาลหรือไม่ แต่ครอบครัวของเหยื่อสามารถเรียกเก็บจากกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทได้ นอกจากนั้นครอบครัวของเหยื่อยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลภายนอกที่ร่วมออกแบบ ช่วยสร้าง หรือสร้างส่วนประกอบสำหรับยานไททัน หากพบว่าพวกเขาประมาทเลินเล่อและเป็นต้นเหตุของการระเบิด

ทั้งนี้ โอเชียนเกต สามารถหาทางป้องกันตัวเองจากความเสียหายได้ โดยการยื่นเอกสารที่เรียกว่า การจำกัดความรับผิดภายใต้กฎหมายการเดินเรือ ซึ่งอนุญาตให้เจ้าของเรือที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ร้องขอต่อศาลรัฐบาลกลางให้จำกัดความเสียหายใดๆ ต่อมูลค่าปัจจุบันของเรือ แต่เนื่องจากในขณะนี้ยานไททันถูกทำลาย ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นศูนย์

แต่โอเชียนเกตจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าบริษัทไม่ทราบถึงข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นกับยานดำน้ำ และจะรับภาระในการพิสูจน์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่าเป็นภาระที่ยากจะรับมือ และหากโอเชียนเกตล้มเหลวในกรณีดังกล่าว ครอบครัวของเหยื่อจะมีอิสระในการยื่นฟ้องคดีความประมาทเลินเล่อ หรือการเสียชีวิตโดยมิชอบ

กฎหมายการเดินเรืออีกฉบับหนึ่งคือ กฎหมายการเสียชีวิตในทะเลหลวง (Death on the High Seas Act) อนุญาตให้บุคคลซึ่งต้องพึ่งพาทางการเงินกับบุคคลที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางเรือ สามารถร้องขอรายได้ในอนาคตของบุคคลนั้นเพียงบางส่วน ซึ่งพวกเขาจะต้องได้รับจริง โจทก์ไม่สามารถเรียกร้องความเสียหายสำหรับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานในกรณีเหล่านั้นได้

โดยสิ่งที่โอเชียนเกตทราบเกี่ยวกับความปลอดภัยของยาน และสิ่งที่ผู้โดยสารได้รับการบอกกล่าว จะถือเป็นคำถามสำคัญในระหว่างการแสดงเอกสาร ซึ่งเป็นกระบวนการที่ฝ่ายต่างๆ แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับคดี

โจทก์อาจอ้างข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ปลอดภัยที่อ้างโดยอดีตพนักงานคนหนึ่งของโอเชียนเกต ในการฟ้องร้องบริษัทในปี 2561 โดยพนักงานคนดังกล่าว กล่าวว่า เขาเคยแจ้งถึง “ข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง” แต่ถูกเพิกเฉย คดีดังกล่าวถูกตัดสินด้วยเงื่อนไขที่ไม่เปิดเผย

กลุ่มผู้นำในอุตสาหกรรมเรือดำน้ำยังได้เขียนจดหมายถึงโอเชียนเกต ในปี 2561 โดยแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรือ และการตัดสินใจของบริษัทที่จะไม่รับรองยานไททันผ่านบุคคลที่สาม เช่น สมาคมจัดชั้นเรือของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดประเภทของเรือดำน้ำชั้นนำ.

จะทำอย่างไรต่อ เมื่อเรือไททันระเบิดไปแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704125

จะทำอย่างไรต่อ เมื่อเรือไททันระเบิดไปแล้ว

23 มิ.ย. 2566 13:56 น.

จะทำอย่างไรต่อ เมื่อเรือไททันระเบิดไปแล้ว

การค้นหาเรือที่สูญหายกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ รวมทั้งบริษัทโอเชียนเกต ยืนยันแล้วว่าเรือดำน้ำไททันเกิดการระเบิดจากภายในจนทำให้คนบนเรือทั้ง 5 คนเสียชีวิตทั้งหมด แต่เรื่องที่จะเก็บกู้ซากเรือรวมทั้งการเก็บกู้ร่างของผู้เสียชีวิตอาจจะเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

หลายฝ่ายยังคงมีคำถามหลังจากที่มีการยืนยันแล้วว่าเรือดำน้ำไททันได้เกิดการระเบิดจากแรงบีบอัด จนทำให้คนบนเรือเสียชีวิตทั้งหมด ว่าหลังจากนี้จะมีการเก็บกู้ซากเรือขึ้นมาหรือไม่ รวมทั้งจะเป็นไปได้แค่ไหนที่จะเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา โดยเดลีเมลล์ของอังกฤษ ได้ให้ความเห็นว่า โอกาสที่จะพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คนใต้ท้องทะเลลึกเกือบ 4 พันเมตรน่าจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

อ้างอิงข้อมูลจากพอล ฮันกิน ผู้เชี่ยวชาญทะเลลึกที่ร่วมในปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ ซึ่งระบุว่า สภาพแวดล้อมข้างล่างนั่นเหลือเชื่อมาก เศษซากชิ้นส่วนจากการระเบิดของเรือดำน้ำกระจายไปทั่ว แต่พวกเขาก็ยังคงทำงานและค้นหาในพื้นที่ต่อไป แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะพบร่างผู้เสียชีวิตหรือไม่

โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ทั้ง 5 คนบนเรือน่าจะเสียชีวิตในทันทีขณะเกิดการระเบิดจากแรงดันมหาศาล โดยตัวเรือเองก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และทุกอย่างถูกทำลายแทบไม่เหลือซาก ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางหน่วยยามฝั่งเองก็ไม่ได้แถลงว่าจะมีการกู้ซากเรือดำน้ำไททันขึ้นมาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงการเตรียมการว่าจะนำเรือไททันขึ้นมาจากน้ำได้อย่างไร เพื่อที่จะช่วยชีวิตคนบนเรือ

โดยก่อนหน้านี้ทางหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้นำอุปกรณ์ Flyaway Deep Ocean Salvage System (Fadoss) ซึ่งเป็นระบบในการยกเรือที่มีขนาดไม่ใหญ่มากขึ้นมาจากก้นทะเลได้ โดยสหรัฐฯ เคยใช้อุปกรณ์นี้ในการยกเฮลิคอปเตอร์ที่ตกลงในทะเลที่ระดับความลึก 19,075 ฟุตมาแล้ว และสามารถที่จะใช้อุปกรณ์นี้ในการเก็บกู้ซากเรือไททันได้เช่นเดียวกัน แต่ยังต้องรอความคืบหน้าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิบัติการไปเช่นไรต่อไป.

ที่มา : เดลีเมล์

เผยลูกชายมหาเศรษฐีปากีฯ เหยื่อเรือดำน้ำไททัน ไม่ได้อยากร่วมทริป แต่จำยอมเพราะเอาใจพ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704048

เผยลูกชายมหาเศรษฐีปากีฯ เหยื่อเรือดำน้ำไททัน ไม่ได้อยากร่วมทริป แต่จำยอมเพราะเอาใจพ่อ

23 มิ.ย. 2566 09:45 น.

เผยลูกชายมหาเศรษฐีปากีฯ เหยื่อเรือดำน้ำไททัน ไม่ได้อยากร่วมทริป แต่จำยอมเพราะเอาใจพ่อ

ญาติของ “ไททัน ไฟฟ์” ใจสลาย เผยนักศึกษาวัย 19 ปี หนึ่งในสองพ่อลูกเหยื่อเรือดำน้ำไททัน ตอนแรกงอแงไม่อยากไปดูซากไททานิก แต่สุดท้ายอยากเอาใจพ่อในช่วงวันพ่อ เลยต้องตามใจพ่อ ยอมร่วมทริปมรณะนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าว Daily Mail รายงานว่า บรรดาญาติของ “ไททัน ไฟฟ์” (Titan Five) ซึ่งหมายถึงผู้เสียชีวิต 5 คนจากเหตุเรือดำน้ำไททันระเบิด ขณะลงไปดูซากเรือไททานิกที่ก้นทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก ต่างใจสลายกับข่าวโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของพวกเขา โดยหนึ่งในนั้นคือนางแอซเมห์ ดาวูด ที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รักไปถึง 2 คน ได้แก่ นายชาห์ซาดา ดาวูด มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวปากีสถาน ผู้เป็นพี่ชายของเธอ และนายซูเลมาน ดาวูด วัย 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยในอังกฤษ ผู้เป็นหลาน 

โดยนางแอซเมห์ เปิดเผยที่บ้านพักในกรุงอัมสเตอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์ว่า คิดแล้วใจสลายที่ว่าหลานชายและน้องชายของเธอต้องขาดอากาศหายใจ ทรมานแค่ไหนก่อนตาย เธอเปิดใจทั้งน้ำตานองหน้าว่า ในตอนแรกซูเลมานบอกว่า เขาไม่ได้อยากลงเรือดำน้ำลำนี้ และไม่ได้อยากไปดูซากเรือไททานิกกับพ่อแต่อย่างใด แต่ที่ยอมไปเพราะอยากเอาใจพ่อของเขาในวันพ่อนั่นเอง เพราะพ่อของเขามีความหลงใหลและศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเรือสำราญไททานิกอับปาง เมื่อปีค.ศ. 1912 เป็นอย่างยิ่ง 

นางแอซเมห์กล่าวว่า ระหว่างที่รอฟังข่าวการค้นหาเรือดำน้ำ เธอได้แต่เฝ้าภาวนาด้วยความหวังว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง แต่สุดท้ายแล้วก็ได้รับฟังข่าวร้าย จากการแถลงของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่า พบชิ้นส่วนเรือดำน้ำไททัน ที่คาดว่าระเบิดจากแรงดันน้ำ ในขณะที่ 5 คนบนเรือเสียชีวิตและไม่แน่ใจว่าจะหาศพเจอหรือไม่. 

ปูตินยันยูเครนระงับตีโต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704051

ปูตินยันยูเครนระงับตีโต้

23 มิ.ย. 2566 09:09 น.

ปูตินยันยูเครนระงับตีโต้

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวยืนยันว่าปฏิบัติการตีโต้ครั้งใหญ่ของกองทัพยูเครนที่สมรภูมิภาคใต้และภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ได้หยุดชะงักลง เหลือเพียงการสาดกระสุนปืนใหญ่และการยกกำลังลาดตระเวนตรวจสอบแนวป้องกัน ขอขอบคุณความเป็นวีรบุรุษของทหารหาญในสมรภูมิ และผู้บัญชาการที่มีความเตรียมพร้อม การทำลายล้างที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างช้าๆ เช้านี้เรายืนยันว่าทำลายรถถังไปแล้ว 245 คัน ยานเกราะ 678 คัน ไม่รวมถึงกำลังพลอีกมหาศาล

แถลงการณ์ของนายปูตินมีขึ้นหลังนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ให้สัมภาษณ์กับสื่อบีบีซีอังกฤษว่า การบุกตีโต้ของยูเครนไม่ให้ผลลัพธ์ตามที่ผู้สังเกตการณ์ชาติตะวันตกคาดหวังไว้ อยากกล่าวว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ฮอลลีวูด การรุกคืบช้ากว่าที่ต้องการ แต่เราขอบอกว่าถึงจะต้องการผลลัพธ์หรือกดดันเราก็ตาม ยูเครนจะดำเนินการรุกตามที่เรามองว่าเหมาะสม ขณะที่สื่อแดร์ชปีเกลของเยอรมนีรายงานอ้างว่าพลรถถังของยูเครนบางส่วนที่เคยมาฝึกในเยอรมนีมีพฤติกรรมหนีการรบ แจ้งว่ารถถังเกิดปัญหาทางเทคนิค เพื่อไม่ต้องลงสมรภูมิ.

“เจมส์ คาเมรอน” ให้สัมภาษณ์แรง ไททันก็เหมือนไททานิก ต้องโทษกัปตันรู้ว่าเสี่ยงตายแต่ยังไปต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704059

"เจมส์ คาเมรอน" ให้สัมภาษณ์แรง ไททันก็เหมือนไททานิก ต้องโทษกัปตันรู้ว่าเสี่ยงตายแต่ยังไปต่อ

23 มิ.ย. 2566 10:54 น.

“เจมส์ คาเมรอน” ให้สัมภาษณ์แรง ไททันก็เหมือนไททานิก ต้องโทษกัปตันรู้ว่าเสี่ยงตายแต่ยังไปต่อ

เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ในตำนานเรื่องไททานิก ให้สัมภาษณ์ว่า โศกนาฏกรรมเรือดำน้ำไททัน มีความเหมือนกันเรือสำราญไททานิก ตรงที่กัปตันเรือรู้อยู่แก่ใจว่า ข้างหน้าจะต้องชนภูเขาน้ำแข็ง และสถานการณ์ไม่ปลอดภัย แต่ก็ยังขับเรือไปสู่จุดจบ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า เรือดำน้ำไททัน บังคับด้วย “จอยคอนโทรลเลอร์” แบบเดียวกับที่ไว้เล่นเกม

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2566 นายเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องไททานิก (Titanic) ที่เคยโด่งดังและกลายเป็นตำนานแห่งหนังโศกนาฏกรรมทางเรือ นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 2540 ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ABC ภายหลังทราบข่าวว่า เรือดำน้ำไททัน ของบริษัทโอเชียนเกต ได้เกิดการระเบิดทำให้คนในเรือ 5 คนเสียชีวิต โดยบอกว่า เขาตกใจในความเหมือนกันระหว่างเรือดำน้ำไททัน กับเรือไททานิก เพราะกัปตันเรือไททานิก เคยได้รับคำเตือนล่วงหน้าหลายครั้ง ว่ามีภูเขาน้ำแข็งอยู่ข้างหน้า และเรือจะไม่ปลอดภัย แต่เขายังเดินเรือเข้าไปชนภูเขาน้ำแข็ง และกัปตันเรือดำน้ำไททันก็เคยได้รับคำเตือนหลายครั้งว่าเรือไม่ปลอดภัย

นายคาเมรอน ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรือไททานิก เพราะเขาเคยลงเรือดำน้ำสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อสำรวจซากเรือไททานิกแล้วถึง 33 ครั้ง และยังกำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ จากเรื่องไททานิก ได้กล่าวโทษว่า เป็นเพราะนายสต็อคตัน รัช ซีอีโอของบริษัทโอเชียนเกต ซึ่งทำหน้าที่บังคับเรือดำน้ำไททัน ไปสู่จุดจบอันน่าเศร้า

ก่อนหน้านี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำสำรวจใต้ท้องทะเล และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเรือดำน้ำหลายคนยังเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า บริษัทโอเชียนเกต และซีอีโอของบริษัท ใช้เรือไททัน ซึ่งมีขนาดเล็กลงไปดำน้ำลึกถึง 3,800 เมตร และยังใช้ชิ้นส่วนที่มีขายตามท้องตลาด ไม่ได้ผลิตขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการดำน้ำลึก 

ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า ภารกิจสำรวจเรือไททานิก ของเรือดำน้ำไททัน ถูกบังคับด้วยอุปกรณ์ “จอยคอนโทรลเลอร์” รุ่น F710 ของ Logitech ซึ่งเป็นเกมคอนโทรลเลอร์ที่บรรดาเกมเมอร์เอาไว้ใช้ในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยจอยคอนโทรลเลอร์ รุ่นนี้มีราคาแสนถูก เพียง 42 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,500 บาท ขณะที่หลายคนสังเกตเห็นจากคลิปวิดีโอของบริษัทโอเชียนเกต ว่ากัปตันใช้อุปกรณ์ตัวนี้ในการบังคับเรือดำน้ำไททันจริง

ล่าสุดบริษัทขายสินค้าออนไลน์ อย่าง แอมะซอน ได้เริ่มตามลบข้อความรีวิว “จอยคอนโทรลเลอร์” รุ่น F710 ของ Logitech หลังจากมีคนแกล้งเข้าไปรีวิวว่า มีคุณภาพไม่ดีสำหรับการบังคับเรือดำน้ำ และมักจะทำสัญญาณขาดหายใต้ทะเล. 

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผย ตรวจจับเสียงตอนเรือดำน้ำไททันโดนบดขยี้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704038

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผย ตรวจจับเสียงตอนเรือดำน้ำไททันโดนบดขยี้ได้

23 มิ.ย. 2566 06:14 น.

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผย ตรวจจับเสียงตอนเรือดำน้ำไททันโดนบดขยี้ได้

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผย ตรวจจับเสียงคล้ายการระเบิดเข้าสู่ภายในได้ หลังจากเรือดำน้ำไททันหายไปไม่นาน และใช้ข้อมูลนี้ในการจำกัดขอบเขตการค้นหา

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิ.ย. 2566 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งบอกกับสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ ว่า พวกเขาตรวจจับเสียงผิดปกติคล้ายเสียงการระเบิดเข้าสู่ภายใน (implosion) ได้ไม่นานหลังจากเรือดำน้ำไททันขาดการติดต่อกับพื้นผิวน้ำไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่บอกอีกว่าข้อมูลนี้ได้รับการถ่ายทอดแก่หน่วยยามฝั่ง ซึ่งใช้มันจำกัดรัศมีการค้นหา

ขณะที่เสียงดังใต้ทะเลที่ตรวจจับได้ก่อนหน้านี้ จนทำให้เกิดความหวังว่ามีโอกาสพบเรือไททัน คาดว่าน่าจะมาจากเรือลำอื่นในพื้นที่แถบนี้มากกว่า

ก่อนหน้านี้ หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ แถลงพบเศษชิ้นส่วนจากเรือดำน้ำไททัน ซึ่งชี้ว่าเรือดำน้ำลำนี้สูญเสียแรงดันในห้องโดยสาร ทำให้เกิดการ implosion หรือการระเบิดเข้าสู่ภายในตัวเรือเพราะแรงดันน้ำ ขณะที่พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะหาศพผู้เสียชีวิตเจอหรือไม่.

ที่มา : bbc

เศร้า เรือดำน้ำไททันถูกแรงดันน้ำบดขยี้-เตรียมถอน จนท.ใน 24 ชั่วโมง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2704034

เศร้า เรือดำน้ำไททันถูกแรงดันน้ำบดขยี้-เตรียมถอน จนท.ใน 24 ชั่วโมง (คลิป)

23 มิ.ย. 2566 04:00 น.

เศร้า เรือดำน้ำไททันถูกแรงดันน้ำบดขยี้-เตรียมถอน จนท.ใน 24 ชั่วโมง (คลิป)

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เผย เศษชิ้นส่วนที่พบทำให้เชื่อว่าเรือดำน้ำไททันสูญเสียแรงดันภายในจนตัวเรือถูกแรงดันน้ำบดขยี้ ผู้โดยสารทั้ง 5 คนไม่น่ารอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พลเรือตรี จอห์น มอเกอร์ ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งเขตที่ 1 ของสหรัฐฯ กล่าวในงานแถลงข่าวที่เมืองบอสตัน เมื่อ 22 มิ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นว่า เมื่อช่วงเช้าพวกเขาพบเศษชิ้นส่วนหางรูปกรวยของเรือดำน้ำไททันที่หายไประหว่างดำน้ำชมซากเรือไททานิกในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ชิ้นส่วนดังกล่าวเชื่อว่าถูกพบห่างจากซากส่วนหัวเรือไททานิก 1,600 ฟุต จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพบเศษชิ้นส่วนอื่นๆ รวมถึงส่วนปลายแหลมด้านหน้าเรือ, ส่วนนอกของห้องแรงดัน และทุ่งชิ้นส่วน (debris field) ขนาดใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ว่าเกิดการสูญเสียแรงดันภายในเรือ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้โดยสารทั้ง 5 คน

ขณะที่ นายคาร์ล ฮาร์สฟีลด์ ผู้อำนวยการสถาบันสมุทรศาสตร์ Woods Hole กล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกันว่า ซากเรือดำน้ำลำที่พบสอดคล้องกับการเกิด implosion หรือการระเบิดเข้าสู่ภายในห้วงน้ำ

ด้านพลเรือตรี มอเกอร์ ย้ำว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเกิดการระเบิดเข้าสู่ภายในขึ้นตอนไหน เพราะตลอดการค้นหานานกว่า 72 ชั่วโมง เครื่องโซนาร์ตรวจไม่พบสัญญาณของเหตุการณ์หายนะใดๆ เลย

ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งเขตที่ 1 กล่าวอีกว่า เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ จะสามารถระบุตำแหน่งร่างผู้เสียชีวิตได้หรือไม่ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายจนน่าเหลือเชื่อ แต่ดูเหมือนว่าเสียงดังใต้ทะเลที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ตั้งแต่คืนวันอังคารจนถึงวันพุธจะไม่เกี่ยวข้องกับเรือไททัน

พลเรือตรี มอเกอร์ ย้ำว่า หน่วยยามฝั่งจะตรวจสอบจุดที่พบซากเรือดำน้ำต่อไป โดยตอนนี้มีเจ้าหน้าที่แพทย์กับเจ้าหน้าที่เทคนิคอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ และมีเรือทำการสำรวจอยู่ 9 ลำ แต่พวกเขาจะเริ่มถอนกำลังเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง โดยที่ยานสำรวจใต้น้ำควบคุมระยะไกล (ROV) จะยังคงอยู่ในพื้นที่ต่อไป.

ที่มา : bbc