อัมพวาไฟลุก! ‘แพท ณปภา’อวดหุ่นสตรองนุ่งบิกินีเว้าสูงปรี๊ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/738279

อัมพวาไฟลุก! 'แพท ณปภา'อวดหุ่นสตรองนุ่งบิกินีเว้าสูงปรี๊ด

อัมพวาไฟลุก! ‘แพท ณปภา’อวดหุ่นสตรองนุ่งบิกินีเว้าสูงปรี๊ด

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.03 น.

19 มิ.ย.66 แซ่บซี๊ดสุดปังจริงๆ สำหรับคุณแม่ลูกหนึ่งอย่าง “แพท ณปภา ตันตระกูล” ได้สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดแซ่บในชุดบิกินีตัวจิ๋วริมขอบอ่างจากุซซี่ อวดหุ่นสุดสตรอง เปรี้ยวจี๊ด ท่ามกลางบรรยากาศวิวธรรมชาติติดแม่ ขณะพักผ่อนเที่ยวอัมพวา งานนี้ทำเอาแฟนคลับต้องกดไลค์กันรัวๆ เลยทีเดียว

ส.ป.ก.แจ้งทายาทเกษตรกร ยื่นคำขอรับมรดกสิทธิในที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738626

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตของเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง พบว่ามีเกษตรกรผู้ได้รับการจัดให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเสียชีวิตทั้งสิ้น 205,930 ราย และ ส.ป.ก.ได้แจ้งให้ทายาทมาดำเนินการยื่นคำขอจัดที่ดินแทนที่ตามระเบียบฯ แล้ว 18,542 ราย คิดเป็นเนื้อที่ 349,561 ไร่ ในปี 2564 ได้แก้ไข/ปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน 2564 ขึ้น มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 กำหนดให้ทายาทของเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินเสียชีวิตยื่นคำขอรับมรดกสิทธิฯ ตามระเบียบข้อ 22 และ 23 หรือขอรับการจัดที่ดินแทนที่ผู้เสียชีวิตตามข้อ 30 และ 31 ภายในระยะเวลา1 ปี และเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่ประสงค์จะทำเกษตรกรรมแต่ไม่มีที่ดินทำกินได้รับความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ตามระเบียบดังกล่าวที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ มีการกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลโดยอนุโลมว่า สำหรับเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินซึ่งเสียชีวิตก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ และทายาทยังไม่ได้มายื่นคำขอภายใน 1 ปี ตามที่ระเบียบกำหนด ให้เริ่มนับวันตั้งแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้และขยายวันไปอีกไม่เกิน 2 ปี จะต้องมายื่นคำขอรับการตกทอดทางมรดกสิทธิ/ขอรับการจัดที่ดินแทนที่ พร้อมทั้งต้องแสดงเหตุผลอันสมควรได้รับการจัดที่ดิน ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ส.ป.ก.จะประกาศเป็นที่ดินแปลงว่าง และจัดให้เกษตรกรหรือผู้ประสงค์จะทำเกษตรกรรมรายอื่นตามระเบียบฯต่อไป

ปลัดฯจี้นโยบายแก้ปัญหาภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738629

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 1/2566 ว่าที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ การใช้จ่ายงบประมาณ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิตสินค้าเกษตรรายสินค้า เพื่อทดแทนการนำเข้าผลผลิตจากต่างประเทศและส่งเสริมให้เกิดการส่งออกเพิ่มมากขึ้น รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษารายละเอียด เร่งรัดการออกใบรับรองมาตรฐาน การอนุมัติ อนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าเกษตร ให้ใช้เวลาดำเนินการอย่างกระชับและรวดเร็วเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการให้ได้รับประโยชน์ และหน่วยงานดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน ปี 2566 โดยกรมชลประทาน รายงานผลการบริหารจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2565/66 ว่าเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 4 ด้าน โดยปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศ (อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง) ข้อมูลวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 จำนวน 20,062 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2566 โดยเตรียมความพร้อมตาม12 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566สู่ 6 แนวทางการปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน พร้อมกันนี้ ได้ร่วมมือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง และการบริหารจัดการเครื่องบินให้เหมาะสม รองรับสถานการณ์การเกิดภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในแต่ละพื้นที่ของทุกภาค มีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 13 หน่วยฯ จัดเตรียมอากาศยานให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติการฯ 26 ลำ รวมทั้งบุคลากร สารฝนหลวง อุปกรณ์ประกอบการปฏิบัติการฝนหลวง และข้อมูลสนับสนุนให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติการ

มกอช.หารือจีน-อาเซียน ยกระดับเครือข่ายข้อมูลการค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738625

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มอบหมายให้ น.ส.รุจิรา จันทร์อร่าม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผอ.กลุ่มนโยบายระหว่างประเทศ 2 กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคด้าน SPS ระหว่างอาเซียน-จีน (ASEAN – China SPS Cooperation : Technical Working Group (TWG) on Animal Inspection and Quarantine, Plant Inspection and Quarantine, and Food Safety) ครั้งที่ 6 พร้อมกับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและจีน

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมด้าน SPS ระหว่างอาเซียนและจีน หรือ ASEAN-China MOU on SPS โดยภายใต้พันธกรณีดังกล่าวมีการประชุม 3 ระดับ ได้แก่ ระดับเจ้าหน้าที่เทคนิค ระดับอธิบดี และระดับรัฐมนตรี เพื่อเป็นเวทีในการหารือยกระดับความร่วมมือด้าน SPS ระหว่างอาเซียนและจีน โดยมีการประชุมร่วมกันทุก 2 ปี สำหรับครั้งนี้จีนเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน และผ่านระบบ Video Conference

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือผลการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติงานประจำปี 2022-2023 และร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติงานฉบับใหม่ สำหรับปี 2024-2025 ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมความร่วมมือด้าน SPS ระหว่างอาเซียนและจีน ที่จัดขึ้นในหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน เช่น การจัดตั้งเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎระเบียบและข้อมูลการค้าระหว่างอาเซียนและจีน การแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ การจัดฝึกอบรมและสัมมนา การศึกษาวิจัยร่วมในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน เป็นต้น โดยในการประชุมครั้งนี้ จีนได้แจ้งความสำเร็จในการพัฒนาเว็บไซต์ China-ASEAN SPS Cooperation Information Website (www.chinaaseansps.com) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กระทรวงศุลกากรของจีน (GACC) ได้พัฒนาขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลกฎระเบียบ ตลอดจนสถิติทางการค้าของจีนและอาเซียน รวมทั้งประเทศสมาชิกอื่น ในกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP โดยจีนได้สาธิตการใช้งานเว็บไซต์ โดยอนาคตหากเว็บไซต์ดังกล่าวสามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบ จะเป็นฐานข้อมูลที่สะดวกต่อการสืบค้นกฎระเบียบและสถิติการค้า เป็นประโยชน์ต่อการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ จีนขอให้ประเทศสมาชิกอาเซียน แจ้งจุดประสานงานที่จะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อให้สามารถหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ

หม่อนไหมวิจัย พันธุ์NANXJ108 เลี้ยงที่ภาคเหนือ มีผลผลิตไหมสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738622

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า การเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมในเขตภาคเหนือ เป็นการเลี้ยงไหมเชิงพาณิชย์ที่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมประกอบเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบันผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตรังไหมจากเกษตรกร 5,000 ตันต่อปี แต่เกษตรกรผลิตรังไหมได้เพียง 2,000 ตันต่อปี เนื่องจากเกษตรกรผลิตรังไหมได้น้อยเพราะขาดพันธุ์ไหมที่ให้ผลผลิตดีและมีความเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ส่งผลทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงสูงในการเลี้ยงไหมคือมีประสิทธิภาพและเปอร์เซ็นต์การเลี้ยงรอดต่ำ จึงทำให้ในแต่ละปีผลผลิตรังไหมไม่เพียงพอต่อการป้อนส่งให้ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในเชิงธุรกิจ จึงวิจัยปรับปรุงไหมพันธุ์ไหม สร้างไหมที่มีความแข็งแรงและการเจริญเติบโตที่ดี สามารถเพิ่มผลผลิตทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพเส้นไหม นั่นก็คือไหมพันธุ์ NAN X J108 (ลูกผสมระหว่างพันธุ์เอ็นเอเอ็นและพันธุ์เจ108) จากไหมรังสีเหลืองสายพันธุ์เอ็นเอเอ็น (NAN) ผสมกับไหมรังสีขาวพันธุ์ J108 ซึ่งเป็นพันธุ์ต่างประเทศ โดยจากการศึกษาวิจัยพบว่าไหมพันธุ์ใหม่ดังกล่าว สามารถเลี้ยงได้ดีให้ผลผลิตรังไหมสูงในเขตภาคเหนือ โดยเฉพาะในฤดูหนาวมากที่สุด มีลักษณะทางเกษตรที่ดี รังไหมสีเหลืองขนาดใหญ่ น้ำหนักรังสดสูง และน้ำหนักเปลือกรังดี มีเปอร์เซ็นต์เปลือกรังสูงขึ้น ประมาณ 20 – 21 เปอร์เซ็นต์มีคุณลักษณะการสาวที่ดี สาวออกง่าย ให้ความยาวเส้นใยต่อรังมาก และสามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตรังไหมได้สูง

เสวนา 55 ปีสันนิบาตสหกรณ์ฯ เดินหน้าแก้อุปสรรคจากกฎหมาย ผลักดันตั้งสภาสหกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738529

เสวนา 55 ปีสันนิบาตสหกรณ์ฯ เดินหน้าแก้อุปสรรคจากกฎหมาย ผลักดันตั้งสภาสหกรณ์

เสวนา 55 ปีสันนิบาตสหกรณ์ฯ เดินหน้าแก้อุปสรรคจากกฎหมาย ผลักดันตั้งสภาสหกรณ์

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.31 น.

55 ปี สันนิบาตสหกรณ์ฯ แห่งประเทศไทย (สสท.) จัดเสวนาเดินหน้าร่วมคิดร่วมแก้ไข ปัญหาอุปสรรคจากผลของกฎหมาย ผลักดันการจัดตั้งสภาสหกรณ์ แก้ปัญหาสหกรณ์ทั้งระบบพร้อมจัดงานแสดงสินค้าตลาดนัดสหกรณ์ผู้ผลิตพบผู้บริโภค จำหน่ายสินค้าราคาถูกช่วยเหลือประชาชน

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) เปิดเผยว่า วันที่ 19 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสถาปนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยในปีนี้สันนิบาตสหกรณ์ฯได้มีการจัดกิจกรรมครบรอบวันสถาปนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ปีที่ 55 ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน มีกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมกับการประชุมวิชาการเพื่อร่วมคิดร่วมแก้ไข ปัญหาอุปสรรคจากผลของกฎหมาย  ที่เป็นอุปสรรคปัญหาในการพัฒนาด้วยสหกรณ์ของประเทศ โดยกราสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับสหกรณ์ และเพื่อส่งเสริมธุรกิจการค้าสินค้าสหกรณ์และจากกลุ่มสมาชิกสหกรณ์

ขณะเดียวกันยังมีให้มีการแก้ไขกฎหมาย ในหลายเรื่องเพื่อผลักดันการพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งในการสัมมนาได้มีการเสนอแนวคิดในการจัดตั้งสภาสหกรณ์ เพื่อผลักดันการช่วยเหลือ สหกรณ์ และสมาชิกสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งในอนาคต ในขณะนี้สหกรณ์ค่อนข้างที่จะมีปัญหาการบริหารการจัดการในบางเรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอย่างมาก รวมทั้งกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนา ขณะที่เงินทุนหมุนเวียนในระบบสหกรณ์มีจำนวนมาก ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมได้

“ตอนนี้ มีรัฐบาลบางรัฐบาลการนำเงินมาแจก ผมว่าไม่จำเป็นต้องมาแจกเงินอย่างเดียว หากสามารถสร้างขบวนการสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งตอนนี้ เงินในขบวนการสหกรณ์ มีจำนวนมาก ที่สามารถนำออกมาใช้ได้เลย ซึ่งสหกรณ์ถือเป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน ได้ อย่างต่อเนื่องและมั่นคงวันนี้ เราได้มีการหารือร่วมกัน ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิก และกลุ่มสหกรณ์ โดยมีการระดมความคิดเห็นในเรื่องการที่จะตั้งสภาสหกรณ์ร่วมกันขึ้น และเชื่อว่าหากทำสำเร็จ จะทำให้เกิดการรวมกลุ่มสมาชิกที่มีความเข้มแข็ง ของประชาชนต่อไป โดยตนจะสรุปเพื่อเสนอ การจัดตั้งสภาสหกรณ์ ต่อรัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป “ นายปรเมศวร์ กล่าว

นอกจากการจัดเสวนาในครั้งนี้ยังการจัดแสดงสินค้าตลาดนัดสหกรณ์ “ผู้ผลิตพบผู้บริโภค” โดยจัดจำหน่ายสินค้าจากสมาชิกให้กับประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการประวัติและผลงานสันนิบาตสหกรณ์ฯ จากอดีตถึงปัจจุบันเพื่อรำลึกถึงวันกำเนิดสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ด้วย

นายปรเมศวร์ บอกด้วยว่าคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 26 ได้ดำเนินงานสันนิบาตสหกรณ์ให้เป็นองค์กรกลางเพื่อพัฒนาขบวนการสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน เป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ภายใต้พันธกิจ 5 ข้อ ได้แก่ 1.ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ไปในทิศทางการพึ่งพาตนเองและร่วมมือระหว่างกัน 2.พัฒนาระบบสนับสนุนการผลิต การแปรรูป การค้าที่เป็นธรรม ขยายโอกาสการดำเนินธุรกิจสหกรณ์จากภายในสู่ภายนอกของขบวนการ ที่ไม่ละเลยหลักและอุดมการณ์สหกรณ์ เพื่อทำประโยชน์คืนสู่สมาชิก ชุมชน และสังคมอย่างมั่นคง ยั่งยืน 3.พัฒนาระบบสนับสนุนการเงิน และการลงทุนในทิศทางที่เกื้อหนุนการดำเนินการบนหลักการพึ่งพาตนเองและความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ก่อให้เกิดความศรัทธา ความเชื่อมั่นเรื่องคุณค่าสหกรณ์ 4.สนับสนุนและช่วยเหลือสหกรณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของสหกรณ์ และร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บรรดาสหกรณ์อย่างแท้จริง 5.พัฒนาระบบบริหารจัดการของสันนิบาตสหกรณ์ฯ ที่เอื้อต่อการทำงานของสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมภิบาล ใช้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารและระบบการกำกับ ตรวจสอบ ประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความเชื่อมั่นของสมาชิก

แจกข้าวพันธุ์พระราชทาน มอบให้ชาวนาเป็นสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738355

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ตามที่มีการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สำหรับภายในงานฯ จะมีการนำนิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานราชการและเอกชนมากมาย มาจัดแสดง การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร แปลงสาธิตพันธุ์ข้าว แปลงสาธิตการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์ นอกจากนั้นผู้ร่วมงานยังสามารถ ชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์จากข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งภายในงานยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่สนใจร่วมลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตร

“นอกจากนั้นการจัดงานในส่วนของภูมิภาค ยังมีการจัดที่ จ.นครราชสีมา ที่ Korat Hall ชั้น 4 เซ็นทรัล นครราชสีมา ในวันที่ 22-23 มิถุนายน 2566 จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมงานในครั้งนี้ และที่สำคัญจะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศ กิจกรรมภายในงานให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage Rice news Channel ด้วย” รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าว

‘มนัญญา’เปิดอาคารฯลดเวลาส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738360

‘มนัญญา’เปิดอาคารฯลดเวลาส่งออก

‘มนัญญา’เปิดอาคารฯลดเวลาส่งออก

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดอาคาร : น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดอาคารตรวจสอบรับรองสินค้าพืชแบบเบ็ดเสร็จ อาคารใหม่ โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วม ที่ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อพัฒนาระบบ ลดเวลาตรวจสินค้าเกษตรส่งออกประเทศปลายทาง

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดอาคารตรวจสอบรับรองสินค้าพืชแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) กรมวิชาการเกษตร อาคารใหม่ โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารคลังสินค้า 4 เขตปลอดอากรโดยนางมนัญญา กล่าวว่า ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม พัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก โดยปรับปรุงอาคารตรวจสอบฯ
เพื่อตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรก่อนส่งออกประเทศปลายทาง แก้ปัญหาทั้งระบบและลดเวลาตามกระบวนการ ซึ่งเดิมกระจายอยู่หลายจุดให้รวมอยู่ในที่เดียว โดยนำความต้องการของประเทศคู่ค้า มาเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรของไทย

ทั้งนี้ สำหรับเวลาในการตรวจสอบสินค้าพืชเพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ตามกระบวนการส่งออก 15–30 นาที โดยขึ้นอยู่กับสินค้าและประเทศปลายทางว่ามีความเข้มงวดมาตรการตรวจแมลงศัตรูพืชมากน้อยเพียงใด คาดการณ์ว่าต่อไปจะมีผู้ประกอบการนำสินค้าเกษตร มาขอรับบริการตรวจและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช เพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่า 80,000 ชิปเมนท์โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนบริการแบบพิเศษ (Premium service) และส่วนบริการแบบปกติ (Normal service) ในส่วนของกระบวนการบริการแบบพิเศษ ทอท.อยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือการตรวจพืชระหว่างรัฐต่อรัฐกับประเทศเยอรมนี เบลเยียมและจีน และกระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานด้านการเกษตรของประเทศปลายทาง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในระบบการตรวจรับรองสินค้าเกษตรของไทย และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตรหรือสินค้าเน่าเสียง่ายสู่ตลาด

กรมชลฯปรับแผนบริหาร ชะลอทำนาปีรับมือเกิดฝนทิ้งช่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738358

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มเข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วงตามที่กรมอุตนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน-กลางเดือนกรกฎาคม 2566 และปรากฏการณ์เอลนีโญ จะเริ่มเด่นชัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป จึงวางแผนรับมือเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกักเก็บสำรองน้ำตั้งแต่ต้นฤดูฝนให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีตสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ และความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ จะปรับลดการระบายน้ำทันทีเมื่อมีฝนตกและปรับเพิ่มการระบายน้ำเมื่อมีฝนน้อย เพื่อใช้น้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักใช้ น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงเท่านั้น รวมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดและกักเก็บน้ำไว้ในแหล่งน้ำของตนเองด้วย

นอกจากนี้ยังได้ปฏิบัติตาม 6 มาตรการในการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนของกรมชลประทาน ซึ่งสอดคล้องกับ 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยทั้งพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและเสี่ยงภัยต่อภาวะฝนทิ้งช่วง การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การตรวจความมั่นคงของเขื่อนและอาคารชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมพร้อม เครื่องมือเครื่องจักร และบุคลากร ตลอดจนการประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือน

ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 แต่ปริมาณฝนที่ตกยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 28% และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บ น้ำของเขื่อนต่างๆ ยังน้อยกว่าการระบายออก จึงต้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มี เพื่อให้น้ำเพียงพอกับความต้องการใช้ตลอดจนช่วงต้นฤดูฝน 3 เดือน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจาก เกษตรกรในพื้นที่ดอนที่ยังไม่ได้เริ่มปลูกข้าวนาปี ให้ชะลอออกไปก่อนจนกว่าจะพ้นภาวะฝนทิ้งช่วง และฝนตกเป็นปกติแล้วค่อยเริ่มทำนาปี ตามวิถีชีวิตเกษตรกรชาวนาดั่งเดิมที่ว่า “ปลูกวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ”

“หลังจากผ่านภาวะฝนทิ้งช่วงแล้วฝนจะตกมากขึ้น และคาดว่าจะมีพายุพาดผ่านประเทศไทย1-2 ลูก จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นจะทำให้ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ แต่อาจจะเกิดภาวะน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ จึงวางรับมือตาม 6 มาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน เน้นย้ำการกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอที่จะใช้ในฤดูแล้งปี 2566/67 ซึ่งปรากฏการณ์เอลนีโญ จะเกิดเด่นชัดขึ้นมากกว่าปีนี้ คาดว่าหลังสิ้นฤดูฝน วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เฉลี่ยรวมทั่วประเทศประมาณ 56,017 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 32,474 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปี 2565 ประมาณ 3,388 ล้าน ลบ.ม. จึงต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด”นายทวีศักดิ์ กล่าว

ปลัดฯ-ทูตออสซี่ปลื้ม ปลูกข้าวพิธีพืชมงคล หารือกระชับสัมพันธ์ นำเข้า-ส่งออกสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738357

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมกิจกรรมปลูกข้าวจากงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2566 โดยมีผู้แทนส่วนราชการฝ่ายไทยและฝ่ายออสเตรเลีย เข้าร่วม ที่สถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย ว่ายินดีและเป็นเกียรติที่ ดร.แองเจลล่า แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียฯให้ความสำคัญกับข้าวจากพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศไทย หวังว่าความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าการค้าและส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน รวมถึงประเด็นการจัดการกับโรคระบาดต่างๆ ทั้งในพืชและสัตว์ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยใส่ใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าว่า สินค้าเกษตรของไทยมีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าในการเจรจาการเปิดตลาดเป็ดปรุงสุกจากไทยไปออสเตรเลีย และอะโวคาโดสดจากออสเตรเลียมาไทย ทั้งสองฝ่ายได้ประสานการทำงานทำให้กระบวนการด้านเทคนิคเพื่อจัดทำเงื่อนไขการนำเข้าของทั้งสองสินค้าสำเร็จเรียบร้อย คาดว่าจะสามารถส่งออกเป็ดปรุงสุกของไทยไปออสเตรเลียได้ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ได้หารือการเพิ่มโอกาสและปริมาณการค้าสินค้าเกษตรกับเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียฯ เพิ่มเติม ได้แก่ ทุเรียนแกะเนื้อแช่เย็น และทุเรียนแช่เยือกแข็งจากไทย เนื่องจากมีปริมาณการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น และอาหารจากพืช ที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้บริโภคออสเตรเลีย