ชวนดื่มด่ำกับศาสตร์แห่งการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจ กับแคมเปญ ‘Relaxing With Thai Crafts’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738595

ชวนดื่มด่ำกับศาสตร์แห่งการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจ  กับแคมเปญ ‘Relaxing With Thai Crafts’

ชวนดื่มด่ำกับศาสตร์แห่งการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจ กับแคมเปญ ‘Relaxing With Thai Crafts’

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชวนดื่มด่ำไปกับศาสตร์แห่งการปรนนิบัติในทางร่างกายและจิตใจ ผ่อนคลายไปกับผลิตภัณฑ์คราฟต์จากฝีมือคนไทย Ignite your holistic wellness through Thai Craft products ในแคมเปญ “Relaxing With Thai Crafts” ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2566 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่

“Relaxing With Thai Crafts” จะนำพาทุกคนได้รับความสบายกายและจิตใจจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Spa Products ที่รวบรวมไว้จากหลากหลายแบรนด์คราฟต์ทุกภูมิภาคทั่วไทย ครบครันทุกประเภทครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Home Spa, Personal and Body Care, Massage Products, Inhaler ที่นอกจากจะมาพร้อมสรรพคุณที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจแล้วนั้น ยังมาพร้อมดีไซน์ที่สวยสะดุดตา ได้รับการออกแบบมาอย่างสง่างามสุดประณีตสะท้อนถึงวัฒนธรรมและศิลปะได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นด้วยแบรนด์ “Pim RumPoey” ตำนานความหอมที่ตราตรึงใจ เปี่ยมไปด้วยสไตล์และความมีรสนิยม พาผ่อนคลายไปกับคอลเลคชั่นเทียนหอม Sanctuary Magic Candle เป็น Soy wax 100% โดยได้ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ซึ่งเป็นถั่วเหลืองออร์แกนิกพร้อมจุดประกายความหอมให้กับทุกพื้นที่สำหรับคุณ กับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร มาด้วยหลากหลายกลิ่นหอมชวนให้ร่างกายได้สัมผัสความผ่อนคลายกันเป็นอย่างดี

“ขจร” แบรนด์เทียนหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นความทรงจำในวัยเด็ก โดยในทุกกลิ่นสามารถถ่ายทอดถึงความรู้สึกที่ชัดเจน ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงเวลาไหนของชีวิต เมื่อได้กลิ่น ได้สัมผัส ก็ชวนให้คิดถึงความทรงจำในอดีต เนื้อเทียนหอมผลิตจากไขถั่วเหลืองออร์แกนิก ไส้เทียนผลิตจากฝ้ายธรรมชาติ ทำให้การกระจายตัวของกลิ่นผ่อนคลาย และมีประสิทธิภาพดีที่สุด

“MUSE SENSES” แบรนด์เทียนหอมที่ผลิตจากถั่วเหลืองออร์แกนิก 100% เนื้อเทียนละเอียดขาวนวลเนียน ดีไซน์เรียบหรูชวนมอง เมื่อได้สัมผัสกลิ่นหอมจากควันเทียนยิ่งชวนให้หลงรัก และได้รับความผ่อนคลายอย่างหาที่สุดไม่ได้

“MER” แบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการไปเที่ยวพักผ่อนกายใจที่ทะเลหัวหิน จากการสัมผัสคลื่นทะเล ลม และหาดทราย จึงนำความรู้สึกที่ได้มาออกแบบเป็น Scents AromaticReed Diffuser ก้านไม้กระจายกลิ่น ที่สื่อสารระหว่าง ชีวิต และ ทะเล ใน 5 ความหมายคือ Vacation Joy, Ocean BlueSea Breeze, Sunshine at the Beach และ Marine Bliss

“SONITE DÉCOR” แบรนด์คราฟต์ที่นำวัตถุดิบธรรมชาติที่เหลือจากภาคอุตสาหกรรมมา Upcycle เป็นสินค้างานคราฟต์อย่างสร้างสรรค์ นับว่าเป็นการสร้างมูลค่าและยังเพิ่มอายุการใช้งานแก่วัสดุเหลือใช้ได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นการจัดการปัญหาขยะเหลือล้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย ทางแบรนด์ชวนทุกท่านมาปรนนิบัติร่างกายตัวเองให้ผ่อนคลายไปกับงานฝีมือสุดครีเอทอย่างขวดสบู่จากเปลือกข้าวแปรรูป และกระปุกใส่ของจากเปลือกข้าวแปรรูปเพราะสิ่งของเหล่านี้เพียงแค่ได้มองก็สุขอยู่ในใจอย่างที่อะไรก็เทียบไม่ได้

“HERBAHOLIC” แบรนด์สมุนไพรธรรมชาติ เริ่มต้นจากแนวคิดของความ “Never OId” ในความรู้สึกและการใช้สอยของ “ผ้าขาวม้า” ประกอบกับความรักในธรรมชาติของสมุนไพร มายกระดับเกิดเป็นแบรนด์ดีๆ ขึ้นมาซึ่งมีสินค้าให้เลือกผ่อนคลายกันหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น สเปรย์สมุนไพร, ลูกประคบสมุนไพร, หมอนประคบสมุนไพร, รองเท้าสมุนไพร, น้ำมันนวดไทย, ชาสมุนไพรตะไคร้หอม, รังไหมขัดผิวหน้า, พรีเมียมบอดี้บาล์ม, น้ำมันนวดอโรมา,โลชั่น, สครับ และลูกประคบอโรมา เป็นต้น

มาร่วมสร้างความภาคภูมิใจในความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ผ่านงานหัตถศิลป์คราฟต์สุดประณีตจากหลากหลายแบรนด์ดังได้แล้ววันนี้กับ “Relaxing With Thai Crafts”ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

City Line Music Station ดนตรีติด Train พร้อมเติมความสุขในการเดินทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738556

City Line Music Station ดนตรีติด Train  พร้อมเติมความสุขในการเดินทาง

City Line Music Station ดนตรีติด Train พร้อมเติมความสุขในการเดินทาง

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และปัจจุบันเป็นผู้ให้การสนับสนุนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ภายใต้การกำกัดูแลของ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท จำกัด ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานดนตรี City Line Music Stations งานดนตรีติด Train ในสถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน เพื่อสร้างสีสันและเติมความสุขในการเดินทางให้กับผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป กิจกรรมฯ ที่จัดขึ้นในวันนี้ยังเป็นครั้งแรกของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้ร่วมจัดแสดงดนตรีในสถานีรถไฟอีกด้วย

ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่การแสดงดนตรีจากนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ที่ได้เตรียมวงดนตรีมากฝีมือมาร่วมสร้างบรรยากาศถึงสองวง สองสไตล์ ได้แก่ วง FineDay Brass ซึ่งเป็นวงดนตรีคลาสสิก และดนตรีร่วมสมัยจากวง Zene and Friends ที่ได้มาร่วมแสดงฝีมือวาดลวดลายสะกดสายตาให้แก่ผู้โดยสารและประชาชนที่เดินทางไป-มา นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่มาช่วงเติมสีสันในการเดินทาง และเติมความสดใสให้แก่สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ติด

ตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ที่ เฟซบุ๊ก @AirportRailLink #CityLineMusicStations #งานดนตรีติดTrain

‘กาแฟพันธุ์ไทย’เปิดรับสมัครบาริสต้าวัยเก๋า หนุนสังคมสูงวัยให้‘อยู่ดี มีสุข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738569

‘กาแฟพันธุ์ไทย’เปิดรับสมัครบาริสต้าวัยเก๋า หนุนสังคมสูงวัยให้‘อยู่ดี มีสุข’

‘กาแฟพันธุ์ไทย’เปิดรับสมัครบาริสต้าวัยเก๋า หนุนสังคมสูงวัยให้‘อยู่ดี มีสุข’

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมสนับสนุนความเท่าเทียมทุกช่วงวัยรับสมัครบาริสต้ารุ่นใหญ่ไม่จำกัดเพศเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยรับรายได้ พร้อมสวัสดิการมั่นคงหลังเกษียณ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เชื่อมโอกาสให้ทุกคนได้ “อยู่ดี มีสุข” มอบคุณค่าสู่สังคมอย่างเสมอภาค พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ในมหกรรม Job Expo Thailand 2023 จัดโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ภายใต้ธีม “คนไทย มีงานทำคนหางาน งานหาคน” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

อนันต์ รัตนมั่นคง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ภายใต้การบริหารของ บริษัท พีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากรายงานของระบบสถิติทางการทะเบียน ด้านสถานการณ์ผู้สูงอายุในไทย ชี้ให้เห็นว่าในปี 2022ที่ผ่านมา ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย เห็นได้จากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มากถึง 12,116,199 คน (18.3%)ของประชากรทั้งหมดประมาณ 70,080,000 คน ประกอบกับวิวัฒนาการในปัจจุบันที่ส่งเสริมให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาวขึ้นดังนั้น พันธุ์ไทยจึงเชื่อมั่นว่าผู้สูงวัยมีศักยภาพ สามารถสร้างรายได้ พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจให้หมุนเวียนต่อไปได้”

กรรณิกา มรุตนนท์ หรือพี่ปุ๊กกี้ บาริสต้ารุ่นใหญ่ วัย 53 ปีประจำสาขาเจริญกรุง ซอย 77มากว่า 7 เดือนแล้ว กล่าวว่า “ไม่ว่าอาชีพไหน สิ่งที่ทำให้เราภูมิใจคือ เราสามารถพึ่งพาตนเองได้ การเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้มีพื้นที่ในการทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและอยากตื่นมาทำงานทุกวัน”

คณิตย์ พันธ์ทา หรือ พี่ไก่บาริสต้าวัยเก๋าแห่งร้านกาแฟพันธุ์ไทยสาขาศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ วัย 53 ปีกล่าวถึงความประทับใจในบ้านหลังนี้ว่า “ผู้สูงอายุในวัยนี้มีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอบดี การมีโครงการที่เปิดกว้างแบบนี้ทำให้เราได้ใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ และยังสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง”

“การสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทยอย่างเสมอภาค เปิดกว้างอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกอายุ เพศเชื้อชาติ ศาสนา เป็นหนึ่งในพันธกิจที่พันธุ์ไทยมุ่งมั่นมาโดยตลอดโดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยการอุดหนุนวัตถุดิบท้องถิ่นมายาวนานกว่า 11 ปี สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุในการนำความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้สานต่อและสามารถนำมาประกอบอาชีพต่อไป” คุณอนันต์ กล่าวเสริม

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพันธุ์ไทย สมัครเป็นบาริสต้าวัยเก๋า สร้างสรรค์เครื่องดื่มหลากหลายเมนูพร้อมเสิร์ฟที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย พร้อมรับรายได้และสวัสดิการมั่นคงหลังเกษียณเพียงมีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป ไม่จำกัดเพศมีสุขภาพแข็งแรง รักงานขาย และมีใจรักงานบริการ สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ https://lin.ee/zqwuXXM

เพอร์นอต ริคาร์ด เปิดตัวโครงการรณรงค์ ‘Drink More Water’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738572

เพอร์นอต ริคาร์ด เปิดตัวโครงการรณรงค์ ‘Drink More Water’

เพอร์นอต ริคาร์ด เปิดตัวโครงการรณรงค์ ‘Drink More Water’

วันพุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพอร์นอตริคาร์ดกำลังขยายโครงการรณรงค์ “Drink More Water” ที่จะเผยแพร่ทางดิจิทัลในไทยเพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของการดื่มน้ำและการดื่มสุราให้ช้าลง

โครงการรณรงค์ “Drink More Water” ได้รับการเปิดตัวในปี 2021 ที่ยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกา และประสบความสําเร็จจากการเข้าถึงผู้คนมากกว่า 110 ล้านคน ใน 3 ทวีป และวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการขยายโครงการรณรงค์นี้อีก14 ประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ด้วยสื่อเผยแพร่ชุดใหม่ที่ปรับให้เหมาะกับภูมิภาคนี้เป้าหมายคือการเข้าถึงผู้คนมากกว่า 87 ล้านคนทั่วเอเชีย

เพอร์นอต ริคาร์ด (PernodRicard) ในฐานะบริษัทสุราระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก และ“ผู้สร้างสรรค์ช่วงเวลาแห่งความสุข”เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าช่วงเวลาของความสนุกสนานนั้นไม่จำเป็นจะต้องมากเกินพอดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีบทบาทสําคัญในการป้องกันและลดการดื่มสุราเกินขนาดโดยการดำเนินกิจกรรมร่วมกับบรรดาสมาชิกในอุตสาหกรรมภาคประชาสังคมรัฐบาลและหน่วยงานทางการของท้องถิ่นตลอดจนสถาบันและกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกโดยรวมโครงการรณรงค์ “Drink More Water” ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานของบริษัทในการพยายามลดพฤติกรรมการดื่มที่เป็นอันตราย เช่นการดื่มหนักในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วหันมาส่งเสริมการดื่มสุราอย่างมีความรับผิดชอบ ในกลุ่มของผู้ที่ต้องการจะดื่ม

การดื่มนํ้าในระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดนํ้าและช่วยปกป้องสมอง ดังนั้นเราจึงแนะนำอย่างยิ่งให้พักดื่มนํ้าสักแก้วในระหว่างดื่มสุรา การแสดงภาพให้ผู้บริโภคเห็นว่ามีการแสดงความยินดีด้วยการชนแก้วนํ้ากันในงานเลี้ยงสังสรรค์ 3 งาน ที่มักจัดขึ้นบ่อยๆ ในเอเชีย เช่นงานสังสรรค์ในบาร์ ระหว่างมื้ออาหารทางธุรกิจและในไนท์คลับ โครงการรณรงค์ “Drink More Water” จึงเน้นความสําคัญของการเลือกดื่มอย่างเหมาะสมในคํ่าคืนแห่งความสนุกสนานที่น่าจดจำอย่างแท้จริง

โครงการรณรงค์นี้จะดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลโดยมุ่งที่กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ดื่มสุราได้แล้วไปจนถึงผู้มีอายุ 35 ปี (หรือ 55 ปี) และจะจัดขึ้นพร้อมกับกิจกรรมในรูปแบบทั่วไปผ่านช่องทางของพันธมิตรของเราสําหรับในประเทศไทยเป้าหมายคือการเข้าถึงผู้บริโภคจำนวน 4.2 ล้านคนเป็นอย่างน้อย

นายจอห์น โอซุลลิแวน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “โครงการรณรงค์ “Drink More Water” เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงพันธกิจที่เพอร์นอต ริคาร์ด ยึดมั่นมาโดยตลอดนั่นคือการสร้างความมั่นใจว่าแบรนด์ของเราส่งเสริมช่วงเวลาของความสนุกสนานที่มีความรับผิดชอบด้วยความสําเร็จของโครงการรณรงค์นี้ จนถึงปัจจุบันเราจึงเชื่อว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเปิดตัวโครงการที่สําคัญนี้ในไทย พันธกิจของเราในการสร้างช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ทำให้เราต้องส่งเสริมผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่ในการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบว่าควรดื่มหรือไม่ดื่มเมื่อใดดื่มอย่างไรและดื่มในปริมาณเท่าใด”

สนใจเกี่ยวกับโครงการรณรงค์ “Drink More Water” ติดตามที่ drinkmorewater.asia และค้นหา #drinkmorewater บน Facebook และ Instagram

IYF จัดค่ายเยาวชนนานาชาติ 2023 แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม – เรียนรู้เรื่องโลกของจิตใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738649

IYF จัดค่ายเยาวชนนานาชาติ 2023 แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม - เรียนรู้เรื่องโลกของจิตใจ

IYF จัดค่ายเยาวชนนานาชาติ 2023 แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม – เรียนรู้เรื่องโลกของจิตใจ

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.14 น.

เยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 3 พันคน เข้าร่วมค่ายเยาวชนนานาชาติ 2023 IYF World Camp ที่มธ.ศูนย์รังสิต ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม – เรียนรู้เรื่องโลกของจิตใจ พัฒนา Mindset สู่การเป็นผู้นำในอนาคต

เมื่อวันที่ 15-17 มิถุนายน 2566 ณ อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship – IYF) ได้จัดงานโครงการค่ายเยาวชนนานาชาติ 2023 IYF Thailand World Camp โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและนิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 3,000 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพราะทั้งนักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองดังนี้ คือ เรียนรู้วัฒนธรรมและเรียนภาษาด้วยจิตใจ, ทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการเปิดโลกทัศน์สากลและรับฟังประสบการณ์ด้านจิตอาสาจากเหล่าอาสาสมัครทั้งจากประเทศไทย และต่างประเทศที่เคยไปใช้ชีวิตการเป็นอาสาสมัครที่ต่างแดน และพัฒนาจิตใจและกรอบความคิด (Mindset) เพื่อสร้างจิตใจของการเป็นผู้นำในอนาคต

สำหรับ IYF ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2004 จนถึงตอนนี้ส่งอาสามัครไปต่างประเทศกว่า 1,000 คน และปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 18 โดยเริ่มจัดงาน World Camp ในปี ค.ศ. 2007 หากนับจนถึงปี ค.ศ.2023 มาแล้ว 44 ครั้ง รวมผู้เข้าร่วมทั้งหมด 51,000 คน 

ด้านดร.ฮักเชิล คิม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า คนเกาหลีมักจะพูด กินข้าวหรือยัง เสมอเมื่อพบหน้ากัน พอใกล้จะนอนหลับ ก็จะบอกว่านอนหลับสบายดีไหม เพราะอดอยาก และอดตาย ชีวิตพบแต่ความยากลำบาก จึงกลัวว่าถ้ากลางคืนนอนหลับไม่รู้ว่าจะตายหรือไม่ คนเกาหลีมีความทุกข์เรื่องนี้มาก แต่ผ่านทางเรื่องนี้ กลับทำให้คนเกาหลีมีจิตใจแข็งแรงมาก ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของประเทศอย่างรวดเร็ว ทาง IYF จึงจัดงานขึ้นเพื่อให้ทุกคนเรียนรู้เรื่องโลกของจิตใจ และผมก็อยากให้ทุกคนนอนหลับอย่างมีความสุข และตื่นขึ้นอย่างมีความหวัง 

นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนเป็นเกียรติที่ปีนี้ทาง IYF เล็งเห็นความสำคัญของจ.ปทุมธานี มาจัดงานค่ายเยาวชนในครั้งนี้ ที่ถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเยาวชนอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และแบ่งปันแนวคิดที่จะนำไปสู่การเป็นผู้นำที่ดี ถือเป็นกำลังสำคัญในการการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 กล่าวแสดงความยินดี ว่า ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ตนมาร่วมงานพิธีเปิดค่ายเยาวชน ทั้งนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับการทำงานของ IYF ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา และจัดค่ายเยาวชนมาต่อเนื่องถึง 14 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาเยาวชนในประเทศไทย และรู้สึกยินดีที่มีเยาวชนเข้าร่วมหลายพันคน ปัจจุบันเยาวชนทุกคนตระหนักดีว่ายุคสมัยนี้มีความก้าวล้ำด้านเทคโนยี และมีความพร้อมด้านวัตถุมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ในประเทศต่างๆ ที่แม้จะมีความเจริญก้าวหน้า กลับพบว่าคนในสังคมไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นตามรายได้ เราจึงต้องมีความพร้อมด้านจิตใจในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ IYF กำลังทำอยู่ ตนพูดมาตลอดว่าการศึกษาที่ดีที่สุดคือการทำกิจกรรมร่วมกัน จึงหวังว่ากิจกรรมนี้จะมีส่วนทำให้คนเข้าร่วมได้เรียนรู้ระหว่างทำกิจกรรมร่วมกัน

ด้านนายนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ว่า ปัจจุบันด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้เกิดความเครียดจนบางครั้งเกินกว่าที่จะทนไหว มีชีวิตที่ไร้เป้าหมาย ไม่มีความหวัง คิดฆ่าตัวตาย ติดเกม ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ติดยาเสพติด ดังนั้นการรู้จักรับมือ ปรับเปลี่ยน พลิกแพลงปัญหาหรือเผชิญกับสถานการณ์ได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและสามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจได้อย่างยั่งยื่น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง พม. ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพคนและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว ชุมชนและสังคม ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณประธานจัดงาน IYF World Camp ที่ได้จัดงานครั้งนี้ และรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเห็นการทำงานเกี่ยวกับเยาวชนและสังคม ตนหวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากงาน และมีช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ดีงามร่วมกัน

จากนั้นเป็นการแสดงจากวงประสานเสียง โรงเรียนดนตรีเซโซรี สาธารณรัฐเกาหลี ขับร้องบทเพลงประสานเสียงหลากหลายภาษา สื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงผ่านเสียงร้องอันไพเราะ ช่วยปลอบประโลมจิตใจของผู้เข้าร่วมที่ได้รับฟัง นอกจากนี้ ยังมีการแสดงวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศ เช่น ทวีปแอฟริกา เกาหลี ยูเครน และฟิจิ ที่นำเสนอเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของชาติอย่างสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก และการเต้นจากทีมเต้น The Righteous Stars ของเหล่าอาสาสมัครไทยที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ

สำหรับช่วงที่สำคัญที่สุดคือการบรรยายจาก ดร.ยองกุก พาร์ค ประธานมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ ประจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา บรรยายว่า ผมรู้จักคนชื่อฮูลิโอ อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ชายคนนี้เสพยามาตั้งแต่อายุ 15 ปี ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน จนได้แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง และมีลูก เวลาผ่านไปภรรยาก็รู้สึกทนไม่ได้ที่สามีมัวแต่เสพยา เขาเองก็พยายามจะเลิก และเข้าออกสถานบำบัดเป็นสิบรอบ แต่ก็เลิกไม่ได้ ต่อมาภรรยาตาย ทำให้เกิดความคิดในใจว่าเขาคงเป็นคนที่ได้แต่ติดยา และต้องตายเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ วันหนึ่งเมื่อหมดหนทาง จึงตัดสินใจโทรไปหาคุณครูที่สถานบำบัด เพื่อขอเข้าบำบัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เพราะเขาสามารถรับฟังแนะนำของคุณครูได้ เวลาผ่านไป 3 เดือน ก็เลิกเสพยาได้

“ก่อนหน้านี้ที่เลิกยาไม่ได้ เพราะอูลีโฮมีใจว่า เขาจะเลิกเสพยาเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อจิตใจเราคิดว่าทำได้ จะทำให้หูเราปิดทีละนิด แต่เมื่อเขารู้ว่าเลิกยาด้วยตัวเองไม่ได้ หูเขาจึงเปิด และรับฟังคำแนะนำการเลิกยาได้ ดังนั้นวิธีเลิกยาง่ายมาก คือแค่ฟังด้วยใจ ปัญหาของทุกคนสามารถแก้ไขได้ ด้วยใจของเรา ถ้าเราหันกลับมาดูตัวเองและคิดว่าปัญหานี้เราแก้คนเดียวไม่ได้ เราจะรับฟังเสียงของคนอื่นที่ช่วยแก้ปัญหาได้ เพราะคนที่มีสติปัญญาที่สุด คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้”

นอกจากนี้ภายในค่ายฯ ยังมีนิทรรศการวัฒนธรรม (Culture Festival) ที่จัดแสดงวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกทวีป เช่น ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ และทวีปโอเชียเนีย เป็นต้น โดยจะมีรุ่นพี่อาสาสมัครในประเทศนั้นๆ คอยอธิบาย และแบ่งปันเรื่องราวความประทับใจระหว่างอยู่ที่ต่างประเทศ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ สนใจการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และมีโอกาสได้รับการเปลี่ยนแปลงเหมือนพี่ๆ ส่วนกิจกรรมเสริมสร้างทักษะอะคาเดมี (Academy) ก็มีให้เลือกสรรกว่า 28 กิจกรรม อาทิ Basic Ballet Moves, Latin Dance, มวยไทย, กังฟูพื้นฐาน, สอนทำน้ำยำแบบไทย และ การถ่ายภาพ เป็นต้น 

กิจกรรมสนุกสนานยังมีต่อเนื่องกับ ช่วง Mind Recreation กิจกรรมสันทนาการที่แบ่งกันเล่นตามฐานต่างๆ ควบคู่การพัฒนาจิตใจ และกิจกรรม Scavenger Hunt ช่วงที่น้องๆ จะได้สนุกสนานไปกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะจะได้ร่วมกันทำกับเพื่อนๆ ที่มาจากหลากหลายสถาบัน ทำให้ได้รู้จักการทำงานเป็นทีมและได้รู้จักเพื่อนๆ มากขึ้น 

สำหรับช่วง Group Talk เป็นช่วงที่น้องๆ จะได้พบกับพี่ๆ สต๊าฟอย่างใกล้ชิด และได้รู้จักเรื่องโลกของจิตใจผ่านประสบการณ์จริง และจะได้เขียนจดหมายถึงชีวิตตัวเองเพื่อทบทวนการใช้ชีวิตที่ผ่านมาว่ามีเรื่องไหนที่น่าขอบคุณบ้าง ผ่านกิจกรรมนี้น้องๆ จะได้รู้จักจิตใจของตัวเอง และรู้จักจิตใจของคนอื่น หรือที่เรียกว่าการไหลเวียนจิตใจ ที่จะช่วยทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมีความสุข

ในช่วง Guest Speaker ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล มาบรรยายถึงประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ทำงาน และความสำคัญของทัศนคติ การเผชิญความท้าทาย และการสร้างภาวะการเป็นผู้นำ เพื่อเป็นแนวทางให้กับเยาวชน

ภายในงานยังเปิดรับสมัครน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครต่างประเทศ Good News Corps (GNC) ของมูลนิธิฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้รับการฝึกฝนและประสบการณ์จริง เรียนรู้จิตใจใหม่ผ่านกิจกรรมจิตอาสา เพราะเราเชื่อว่าเยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นดวงดาวส่องประกายเป็นความหวังให้กับประเทศไทยในอนาคต

-(016)

NRD By HASHI คว้ารางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยม ในงาน International Invention Exhibition 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738596

NRD By HASHI คว้ารางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยม ในงาน  International Invention Exhibition 2023

NRD By HASHI คว้ารางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยม ในงาน International Invention Exhibition 2023

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.55 น.

หลังจากที่ผลิตภัณฑ์สัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ NRD By HASHI คว้ารางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยมจากคณะกรรมการประกวดนวัตกรรมในงาน The International Exhibition of Inventions of Geneva ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 48th ระหว่างวันที่ 26 – 30 เมษายน ที่ผ่านมา ณ หอประชุมนานาชาติ Palexpo ในเมือง Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ซึ่งแบรนด์ NRD By HASHI ผลิตโดย บริษัท ฮาชิ แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด จับมือหน่วยงานชั้นนำระดับประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วยบุคลากรระดับหัวกะทิทั้ง เภสัชกร แพทย์ และ นักวิทยาศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้นอนไม่หลับสัญชาติไทย

เภสัชกรเอ็กซ์ ศรสหณัฐฏ์ อาชามณีภาดาภัทร ได้เข้าร่วมพิธีรับรางวัล Silver Medal Invention Geneva ในงาน International Invention Exhibition 2023 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ไปเรียบร้อยแล้ว

โดยเภสัชกรเอ็กซ์ กล่าวถึงที่มาของงานวิจัยว่า จุดเริ่มต้นเพราะ ผมเป็นโรคนอนไม่หลับมาหลายปี ทำให้ผมทรมานมากรู้สึกตัวทั้งคืน หลับๆตื่นๆ พอเช้ามาจะปวดหัว มึนงง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดเมื่อยตามตัว และร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ทำให้ผมต้องจริงจังกับปัญหานอนไม่หลับ และจากการศึกษาโรคนอนไม่หลับพบว่าคนไทยมีปัญหานอนไม่หลับเพิ่มขึ้นทุกปี และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราป่วยเป็นโรคเสื่อม NCD ตามมาในอนาคต โดยเป้าหมายของการวิจัยปัญหาโรคนอนไม่หลับ คือต้องการมุ่งเน้นให้เรานอนหลับได้แบบมีคุณภาพ โดยไม่พึ่งยานอนหลับ และยาต้านการซึมเศร้า จนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม NRD By HASHI

อย่างไรก็ดี เภสัชกรเอ็กซ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับผมส่วนตัว ผมมีความเชื่อเสมอว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งครั้งนี้ NRD By HASHI เป็นหนึ่งหลักฐานยืนยันว่า อาหารเสริมที่พัฒนาโดยคนไทย ผลิตในเมืองไทย โดยบริษัทฮาชิแลบอราทอรี่ (ประเทศไทย) ร่วมมือกับทีมที่แข็งแกร่ง ทั้ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ FG Global สามารถผ่านการยอมรับและได้รับรางวัลระดับโลก ที่งาน invention เจนีวา 2023 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเวทีที่นักวิจัยทั่วโลกใฝ่ฝันรางวัลจากที่นี่ เหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐาน ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรสารนวัตกรรมมาเป็นองค์ประกอบ โรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานส่งออกยุโรปและ อเมริกา รวมถึงกระบวนการการสื่อสารข้อมูลสินค้าเชิงวิทยาศาสตร์ ผมภูมิใจมากๆครับที่ได้นำสินค้าไทย เป็นตัวแทนประเทศไทย ในที่นี้ผมต้องขอขอบคุณทาง สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เล็งเห็นความพิเศษของ NRD By HASHI ให้โอกาสเราได้โกอินเตอร์ ในนามประเทศไทยไปคว้ารางวัล เพื่อเป็นของขวัญให้คนไทยครับ

ทั้งนี้ อาจารย์ปอง รศ.ดร.สุภกร บุญยืน นักวิจัย และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า รางวัลที่ได้ จากงานจัดแสดงผลงานนวัตกรรมนานาชาติ The International Exhibition of Inventions Geneva เป็นงานระดับนานาชาติที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 48th จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 เมษายน ที่ผ่านมา ณ หอประชุมนานาชาติ Palexpo ในเมือง Geneva ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์

โดยที่มีนักวิจัย องค์กร มหาวิทยาลัย และ บริษัทผู้นำทางด้านนวัตกรรมและนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 1,000 ผลงานจากนานาประเทศ ในทุกทวีปของโลกใบนี้เข้าร่วมงาน ซึ่งทางผู้จัดได้เลือกให้รางวัลเหรียญ The International Exhibition of Inventions of Geneva ให้แก่นักวิจัยในบางผลงานที่ได้รับการยกย่องว่ามีผลงานที่โดดเด่นและนำมาจัดเผยแพร่ในงานแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติยศรางวัลอันสูงสุดในผลงานวิทยาศาสตร์และศึกษาศาสตร์ในแขนงต่างๆในระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ทาง NRD By HASHI ได้ถูกรับเลือกโดยสถาบันวิจัยแห่งชาติในประเทศไทย ให้นำสินค้า นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนำไปจัดแสดงเพื่อการเผยแพร่ผลงานที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาในระดับสากลจนทำให้ได้รับการรับการรับรองและเชื่อถือจากวงการสุขภาพและการแพทย์ในระดับโลกถึงความมีประสิทธิภาพในการรักษาและความปลอดภัยอย่างสูงแก่ผู้บริโภค

นอกจากจะทำชื่อเสียงและเป็นการเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมทางด้านสุขภาพของนักวิจัยมหาลัยในระดับชาติของประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือกับบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงในประเทศที่ร่วมกันค้นคว้าและวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อการเสริมสร้างสุขภาพการนอนและลดสภาวะความเครียดให้แก่ผู้บริโภค ทางคณะกรรมการจาก The International Exhibition of Inventions of Geneva ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์นี้ที่มีต่อผู้บริโภคและคุณประโยชน์ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงมอบเหรียญรางวัล    โดย รศ.ดร.สุภกร บุญยืน(ตัวผมเอง) จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยฯและทีมวิจัยที่ประกอบด้วย ภก.ศรสหณัฐฏ์ อาชามณีภาดาภัทร และ ภก.ยอดชาย ตั้งใจดีบริสุทธิ์ ได้รับรางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยมจากคณะกรรมการ The International Exhibition of Inventions of Geneva และ Special Prize Award จาก Research Institute of Creative Education ประเทศเวียดนาม ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่เราได้ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอย่างสูง

“ก่อนอื่นก็ขอกล่าวแสดงความยินดีกับทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ทุกท่านอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสถาบันเอกชนของประเทศไทยมีชื่อ

เสียงในระดับโลก จนสามารถคว้ารางวัลในการประกวด สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva”ในปีนี้ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะขอกล่าวขอบคุณการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประเทศไทยเป็นอย่างสูง” อาจารย์ปอง กล่าว

ในปีนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 25 รางวัล ได้แก่ เหรียญทองเกียรติยศ 1 รางวัล เหรียญทอง 2 รางวัล เหรียญเงิน 6 รางวัล เหรียญทองแดง 7 รางวัล และรางวัลพิเศษ 9 รางวัลแสดงถึงความสำเร็จในนโยบายอันแรงกล้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และนับเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีที่มีความสำคัญระดับโลก ซึ่งในที่นี่เป็นการร่วมมือกันของสถาบันและบริษัท ฮาชิ แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้คิดค้นและศึกษาสินค้าเพื่อคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นและยังมีผลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ถือว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ได้รับความประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านการได้รับรางวัลระดับโลกมาถึงสองรางวัลและการร่วมพัฒนาสินค้าสุขภาพที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยได้รับประโยชน์อย่างสูง ตามที่เจตนารมณ์ของคณะวิทยาศาสตร์และนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งธรรมศาสตร์ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

ด้าน หมอพล ดร.กำพล ภูผาวัฒนากิจ Chief Medical Research officer บริษัท FG Global เผยว่า งานจัดแสดงผลงานนวัตกรรมนานาชาติ The International Exhibition of Inventions Geneva เป็นงานระดับนานาชาติที่ปีนี้จัดขึ้น ซึ่งจุดประสงค์ของการจัดงานในทุกๆปี คือการเสาะหางานวิจัยและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมไปในทิตทางที่ดีขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตของคนได้เกิดการพัฒนาไปถึงจุดสูงสุดในทุกๆด้าน ดังนั้น การที่ผลิตภัณฑ์ NRD By HASHI ได้รับเกียรติในการได้รับรางวัลเหรียญเงินยอดเยี่ยมจากคณะกรรมการประกวดนวัตกรรมในงาน The International Exhibition of Inventions of Geneva และได้รับเกียรติบัตรพิเศษ Special Prize Award จาก Research Institute of Creative Education ในนามของประเทศเวียดนาม ซึ่งถือว่า เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่เราได้ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอย่างสูง

NRD By HASHI ใช้เทคโนโลยีโภชนเภสัชขึ้นสูงที่นำแนวคิดทางด้านนวัตกรรมนทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่ได้รับรางวัลโนเบิลสาขาสรีระศาสตร์และการแพทย์ในปี 1999 โดยค้นพบ Chaperone Protein หรือโปรตีนนำทางสารอาหารที่จะทำให้การนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์มีประสิทธิภาพในทางด้านสุขภาพและความแม่นยำในการนำสารอาหารไปใช้ได้มากกว่าและดีกว่าสารอาหารเชิงเดี่ยวอื่นๆที่ไม่ได้ใช้กลไกนี้ จึงทำให้สารอาหารที่ถูกสกัดโดยใช้เทคโนโลยี Cell Matrix ถูกนำมาใช้ในรูปแบบของ Pharmanutrition หรือสารอาหารที่มีผลดีต่อการดูแลและรักษาสุขภาพและการแพทย์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ชั้นนำทั่วโลกในปัจจุบัน

NRD By HASHI เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีจุดประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพการนอน

การนอนหลับพักผ่อนมีประโยชน์ทำให้ร่างการกระปรี้กระเปร่าสดใสในเวลากลางวันที่เราจะต้องใช้ชีวิตและทำงาน นอกจากคุณภาพการนอนของทุกคนพัฒนาดีขึ้น ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพจิตใจทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างดี

NRD By HASHI ใช้สารอาหารและสมุนไพรที่อยู่ในกลุ่ม Cell Matrix มาพัฒนาสูตรโภชนาเภสัชนี้

“การตอบรับของทั้งคณะกรรมการ ผู้เข้าร่วมงานจัดแสดง และผู้เข้าชมทั่วไป พบว่ามีความสนใจอย่างสูง จะเห็นได้จากการที่มีผู้สนใจสอบถาม และ พูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างมากมาย คณะผู้เข้าชมในงานแห่งนี้ มาจาก ทุกทวีปทั่วโลกรวมทั้งประชากรเจ้าของประเทศอย่างชนชาวสวิตเซอร์แลนด์ ต่างให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการส่งเสริมการนอนหลับพักผ่อนให้ดีขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ดั่งที่เราได้นำภาพในงานที่ได้เก็บไว้ในระยะเวลาที่เราเข้าร่วมในงาน จะพบว่ามีผู้คนหลั่งไหลมาชื่นชมสินค้าอย่างไม่ขาดสาย เป็นที่น่าภูมิใจของประเทศไทยและบริษัท ฮาชิ แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด อย่างสูง” หมอพลกล่าวทิ้งท้าย

-(016)

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พบข้าราชการใหม่ รุ่นที่ 96

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738589

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พบข้าราชการใหม่ รุ่นที่ 96

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พบข้าราชการใหม่ รุ่นที่ 96

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.46 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระจริยวัตรที่ควรเป็นแบบอย่าง และข้าราชการเดินตามรอยพระยุคลบาท” ให้แก่ ข้าราชการผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร การเป็นข้าราชการที่ดี รุ่นที่ 96 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของกระทรวงมหาดไทย จัดโดย สถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 สถาบันดำรงราชานุภาพ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจถวายงานตามพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วยความจงรักภักดี มีความกตัญญูกตเวที และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณธรรมจริยธรรมหลักที่สำคัญในการวางรากฐานทางด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา และด้านการปกครอง อันถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและการป้องกันรักษาชาติบ้านเมืองจากสถานการณ์ของโลกในขณะนั้น จึงกล่าวได้ว่าการปฏิบัติพระกรณียกิจในห้วงเวลานั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความสามารถ สติปัญญาอันเฉลียวฉลาดรอบคอบ และพระจริยวัตรที่เป็นพิเศษเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ดำเนินอยู่

ในห้วงระยะเวลาที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้ทรงมีพระดำรัสถึงความหมายของคำว่า “มหาดไทย” ซึ่งมาจากคำว่า “มหทย” แปลว่า เมตตายิ่ง หรือกรุณายิ่ง ตรงกับงานและหน้าที่ของมหาดไทยเป็นที่สุด…”

มีความสอดคล้องกับพระดำรัสคำสอนที่ทรงตรัสไว้ว่า “ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างของคนดีแก่สังคม”

และพระดำรัสสำคัญที่พึงมีในข้าราชการทุกคน คือ “จิตวิญญาณของผู้เป็นข้าราชการของแผ่นดิน คือ ความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใดที่จะให้ผู้ใดมาลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้”

พระกรณียกิจและพระดำรัสทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเกิดขึ้นจากความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนพระประสงค์ที่จะให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และบ้านเมืองมีการพัฒนาทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ

ดังนั้น เราทุกคนในฐานะข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และมีหน้าที่ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนต่างพระเนตรพระกรรณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ต้องดำรงตนอยู่ในระเบียบวินัยของทางราชการ มีความกตัญญูกตเวที มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นในหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามอันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ชาติบ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมาตราบจนทุกวันนี้ เราทุกคนมีหน้าที่สืบสาน รักษา และต่อยอดความภาคภูมิใจที่บรรพบุรุษได้สร้างสมและรักษาไว้ให้คงอยู่ การเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน รวมถึงดูแลชาติบ้านเมืองให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้เป็นพื้นฐานที่เข้มแข็งและพร้อมในการพัฒนาต่อยอดให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป”

#วุฒิสภา

#สถาบันดำรงราชานุภาพกระทรวงมหาดไทย

#พิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

-(016)

หลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ จ.เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738586

หลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ จ.เชียงใหม่

หลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ จ.เชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.43 น.

เมื่อเร็วๆนี้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการพัฒนาประเทศ” ให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 3/66 จัดโดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 (กองบิน 41) จังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ลูกหลานเยาวชน ล้วนเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามารับการฝึกฝนหลักการของ “จิตอาสา” ตามพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะ ทั้งในด้านวิชาการและประสบการณ์จริงในหลากหลายสาขาวิชา เพื่อให้ทุกท่านเกิดความสมบูรณ์พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่จิตอาสา ซึ่งหมายถึง ผู้ที่มีจิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ สมัครใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย แรงสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจ เข้าถึง จนนำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่ความรักความผูกพันที่เป็นพื้นฐานสำคัญของความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ

ดังนั้น ทุกท่านพึงมีความตระหนักร่วมกันในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราคนไทยทุกคน ที่ทรงยึดมั่นอยู่ในหลักทศพิธราชธรรม, หลักศีลธรรม, หลักกฎหมาย, ภูมิสังคม, การมีส่วนร่วม, เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา, ยึดประโยชน์ของสังคมส่วนรวม, สร้างเสริมความรู้รักสามัคคีของผู้คนในชาติ และทรงตั้งพระราชหฤทัยในการดำรงพระราชจริยวัตรและการทรงงาน เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชน และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ทุกท่านพึงยึดถือแนวทางในการดำรงชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยหลักความรู้คู่คุณธรรม ฝึกครองสติและเจริญปัญญา อันหมายถึง การฝึกฝนอบรมพัฒนาตนให้เกิดปัญญา 3 ประการ ได้แก่ ปัญญาที่เกิดจากการฟัง การอ่านหรือการศึกษาเล่าเรียน, ปัญญาที่เกิดจากการคิดพิจารณา และปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ ด้วยจิตอันมีสติและสมาธิเป็นพื้นฐาน ใชัปัญญานำหน้าชีวิตสู่ความสำเร็จ เพื่อให้สามารถปรับตัวเท่าทันต่อกระแสโลกาภิวัตน์ ดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ มีความกตัญญูกตเวที สัตย์ซื่อสุจริต สร้างเสริมความรู้รักสามัคคีในหมู่คนไทยทั้งมวล เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบสุขของชาติบ้านเมือง”

#วุฒิสภา

#สถาบันดำรงราชานุภาพกระทรวงมหาดไทย

#ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค3

#พิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

-(016)

Safe Surgery ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล ที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738552

Safe Surgery ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล ที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

Safe Surgery ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล ที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.43 น.

ปัจจุบันโรคอ้วนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญของโลกและประเทศไทย ประชาชนทั่วโลกมากกว่า 4 ล้านคน เสียชีวิตจากการที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือ “โรคอ้วน” คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนถึง 21.4% หรือราว 17.6 ล้านคนซึ่งอาจกลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพอาจมีปัญหา สุขภาพจิต เครียด ซึมเศร้า รวมถึงมีผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆอาทิ หัวใจ มะเร็ง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และอื่นๆอีกมากนับเป็นภาวะของการเป็น “โรค” ที่เนื่องมาจากความอ้วนโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้ร่วมนำเสนอศักยภาพความพร้อมของศูนย์ศัลยกรรมและผ่าตัดรักษาโรคอ้วนเมื่อเร็วๆ นี้ ภายในงาน Asia Pacific Metabolic and Bariatric Surgery Society 2023 เพื่อเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญมุ่งสู่ระดับเอเชียแปซิฟิกต่อไป

อีกทั้งเรายังได้ดำเนินการภายใต้นโยบาย Safe Surgery เน้นหลักการ Patient Safety Goal ซึ่งทำให้การผ่าตัดผ่านกล้องรักษาโรคอ้วน ของศูนย์ศัลยกรรมและผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ที่มุ่งแก้ปัญหาที่สาเหตุ พร้อมการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพจากความอ้วน ภายใต้กระบวนการดูแลของทีมแพทย์ และทีมสหสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ Safe Surgeryทุกความซับซ้อน เราพร้อมดูแลให้การ“ผ่าตัด” ปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากลดังนี้

-การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วน และโรคแทรกซ้อนที่มาจากสาเหตุของความอ้วนโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

-Coaching ดูแล วางแผน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทีมแพทย์ชำนาญการ ร่วมกับนักกำหนดอาหาร และนักกายภาพบำบัด

-การผ่าตัดเพื่อบำบัดรักษาโรคอ้วนด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์ทุกปัญหา และความต้องการของผู้ป่วยเฉพาะราย

-การเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด โดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ ร่วมกับวิสัญญีแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางสหสาขาร่วมประเมินความพร้อม และวางแผนให้การดูแล ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังรับการผ่าตัดเพื่อคลายความกังวลใจโดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว

-ให้การดูแลผู้ป่วยด้วยหลัก Patient Safety Goal ในระดับสากล คือการผ่าตัดที่ถูกต้อง ถูกคน ปลอดภัย โดยศัลยแพทย์ที่คร่ำหวอดด้วยประสบการณ์เฉพาะทางผ่าตัด2 ท่าน เพื่อร่วมดูแล และแก้ปัญหา กรณีเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดรวมถึงมาตรฐานการดูแลและป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันขณะผ่าตัด และการป้องกันการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่อาจนำมาซึ่งความสูญเสียได้

-พักฟื้นหลังรับการผ่าตัดรักษาภายในห้องพักฟื้นที่มีอุปกรณ์ครบครัน โดยการดูแลด้วยพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรองรับสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสูดของผู้ป่วย

-อุ่นใจ เสมือนมีเลขาที่ปรึกษาส่วนตัวด้านสุขภาพ กับ Nurse  Case Manager ให้การดูแล และติดตามผลการรักษา ตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังการรักษา เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การรักษานั้นสัมฤทธิ์ผล ตรงตามความต้องการของผู้ป่วยเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ทุกความซับซ้อน เราพร้อมดูแล Safe Surgery เป็นทางเลือกที่ครบครัน ตั้งแต่ลงทะเบียนปรึกษาแพทย์ฟรีในครั้งแรก ตรวจสุขภาพก่อนการผ่าตัดไม่เสียค่าใช้จ่าย สิทธิประโยชน์ราคาห้องพักรักษา รับสิทธิ์เพียงนำผลการรักษามาปรึกษาเพื่อประเมินก่อนการผ่าตัดลงทะเบียนนัดหมายที่ www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Home หรือ โทร.1772

นศ.ไอเดียเจ๋ง! ใช้ NFT-Token กระตุ้นเศรษฐกิจ หมุนเวียนการท่องเที่ยว ดัน ‘SUKJAI SMART TRAVEL’ ร่วมสถานประกอบการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738508

นศ.ไอเดียเจ๋ง! ใช้ NFT-Token กระตุ้นเศรษฐกิจ หมุนเวียนการท่องเที่ยว  ดัน 'SUKJAI SMART TRAVEL' ร่วมสถานประกอบการ

นศ.ไอเดียเจ๋ง! ใช้ NFT-Token กระตุ้นเศรษฐกิจ หมุนเวียนการท่องเที่ยว ดัน ‘SUKJAI SMART TRAVEL’ ร่วมสถานประกอบการ

วันอังคาร ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.37 น.

นักศึกษาวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ที่ปฏิบัติงานสหกิจศึกษากับทางบริษัท คริปโต ซิตี้ คอนเน็กซ์ จำกัด หรือ Crypto City Connext ร่วมทำโปรเจกต์โครงการ “SUKJAI SMART TRAVEL” ต้อนรับ “น้องสุขใจ” โฉมใหม่ในรูปแบบ Digital Coupon (NFT)  ของ ททท. และพันธมิตร กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยรูปแบบ Digital ด้วยระบบ “Sharing Tokenomy” ที่แรกของโลก ในการใช้โทเคนเป็นตัวกลางปันผลประโยชน์นักท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการ สร้างความสนุกและเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน โดยการ “ตามเก็บน้องสุขใจ”     

เมื่อเร็วๆ นี้ (14 มิ.ย. 66) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดงาน “DPU CWIE Day” ประจำปีการศึกษา 2565 โดยมีการนำเสนอโครงงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาบนเวที เชิญสถานประกอบการของนักศึกษามาบอกเล่าประโยชน์ที่ได้รับ และร่วมชมนิทรรศการ “What Are Your CWIE Projects: สร้างอะไรให้สถานประกอบการ” ซึ่งคัดสรรและให้รางวัลโครงงาน 4 ประเภทจาก 36 ผลงาน ได้แก่ รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น รางวัลนวัตกรรม CWIE ดีเด่น รางวัลมนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์/การจัดการดีเด่น รางวัลโครงงาน CWIE นานาชาติดีเด่น รางวัล Popular Vote และรางวัล Workplace Fan Favorite นอกจากนี้ยังจัดงาน Job Fair พบปะสถานประกอบการที่สนใจเข้าร่วมภาคีเครือข่าย การรับสมัครงานแนะนำบริษัทไทย-จีน พร้อมทั้งการอบรมทักษะการเข้าสัมภาษณ์ และอบรมเสริมสร้างทักษะการทำงาน  

โครงการงาน DPU CWIE Day นี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังความสำเร็จในปีการศึกษาก่อนหน้า โดยพบว่านักศึกษา CWIE ทุกคนในทุกหลักสูตรของโครงงานสหกิจศึกษาสามารถนำเสนองานที่ร่วมทำกับสถานประกอบการสู่สาธารณะเพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพของนักศึกษาได้เป็นอย่างดีตามเป้าหมายของนโยบาย และแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เรื่อง “การส่งเสริมจัดการศึกษาในรูปแบบสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน” (Cooperative and Work Integrated Education: CWIE) ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนการปฏิรูปประเทศและพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 ที่มีทิศทางเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยออกแบบหลักสูตรแบบอิงสมรรถนะ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าไปเพิ่มพูนประสบการณ์ในสถานประกอบการ เสริมสร้างทักษะการทำงาน-ทักษะชีวิตในโลกยุคใหม่ เชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนไปสู่การประยุกต์หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมพร้อมเข้าสู่โลกของการทำงานก่อนเป็นบัณฑิต ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นผู้รับบัณฑิตไปร่วมพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

อาจารย์สุรชัย อเล็กซ์ สวนทับทิม หัวหน้าหลักสูตรธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เกิดประโยชน์ต่อหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา อาจารย์ นักศึกษา รวมถึงสถานประกอบการ ต่างล้วนได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบบูรณาการกับการทำงาน การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงงานต่างสาขา การที่นักศึกษาที่ได้รับการยกย่องและภาคภูมิใจในผลงาน จะทำให้นักศึกษารุ่นน้องมีแรงบันดาลใจในการรับฟังแล้วนำเอาไปต่อยอดเลือกสถานประกอบการในอนาคต  โครงการดังกล่าวฯ ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต โดยนักศึกษาจะมีโอกาสได้งานหรือได้สถานที่ปฏิบัติงานหลังเรียนจบทันที ขณะที่สถานประกอบการคุณภาพเองก็ยังได้เห็นศักยภาพของนักศึกษา หลักสูตร คณะวิชาและการทำงานด้วยแนวคิด “Work Based Learning” ปรับทฤษฎีในห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริงของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

“การออกไปปฏิบัติงานสหกิจ หรือ CWIE คือวิธีการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยทำงานควบคู่ไปกับสถานประกอบการ โดยเราจะเรียกย่อๆ ว่าปฏิบัติสหกิจ คือส่งนักศึกษาไปทำงาน แทนคำว่าฝึกงาน เพราะนักศึกษาต้องไปเรียนรู้วิธีการและทำงานจริงทุกอย่างและได้ค่าตอบแทน โดยมีชั่วโมงในการปฏิบัติสหกิจเพิ่มจาก 4 เดือน เป็น 6 เดือน ระยะเวลาการทำงาน 900 ชั่วโมง นักศึกษาจะได้นำความรู้ภาคทฤษฎีที่เรียนมาจากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานจริง ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะหรือศักยภาพแก่นักศึกษาได้อย่างเต็มที่ ทำให้สามารถเลือกงานในอนาคตหลังจบการศึกษาได้ตรงความสามารถและตรงใจ ทางสถานประกอบการเองก็จะได้วามคิดสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งนับวันก็เกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็น AI, Blockchain, NFT หรือ ChatGPT เราทุกคนก็ต้องอัพเดตตัวเองให้ทันโลกไปด้วยกัน นักศึกษาก็ได้รับโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้เกิดทักษะ ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ เพื่อจะได้นำไปปรับใช้การทำงาน การสื่อสารใหม่ๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ” อาจารย์สุรชัย กล่าว

อาจารย์สุรชัย ย้ำว่า การเรียนควบคู่กับการปฏิบัติงานจริงก่อให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจโดยอัตโนมัติและทักษะก็จะติดตัวเขาไป ภารกิจนี้จึงได้รับเสียงตอบรับจากสถานประกอบการเป็นอย่างดี แทบทุกบริษัท ทุกองค์กรชื่นชมความสามารถของเด็ก DPU และที่สำคัญคือเสนอตำแหน่งให้กับนักศึกษาของเราหลังเรียนจบอีกด้วย อย่างนักศึกษาตัวแทนหลักสูตรธุรกิจระหว่างประเทศ CIBA ที่ได้รางวัลดีเด่น เข้าทำงานกับบริษัทเทคโนโลยี Blockchain และสร้างธุรกิจโดยใช้ NFT เป็นเครื่องมือ จากนั้นได้ไปนำเสนอโครงการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในโครงการ SUKJAI SMART TRAVEL ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้คึกคักหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ให้เกิดการหมุนเวียนอย่างยั่งยืนระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว โดยเน้น 5 จังหวัดนำร่องคือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ และระยอง ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

คุณหรรษธร ศรีสุข ผู้บริหารโครงการ SUKJAI SMART TRAVEL และ Co-Founder บริษัท คริปโต ซิตี้ คอนเน็กซ์ จำกัด ระบุว่า โปรเจกต์ดังกล่าวเป็นครั้งแรกของโลกที่นำเทคโนโลยี NFT มาสร้างระบบ Sharing Tokenomy หรือเรียกว่า ระบบการแบ่งปันโดยการใช้โทเคนเป็นตัวกลางในการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน และผู้ประกอบการในการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยว

คุณหรรษธร กล่าวอีกว่า ตอนที่รับน้องเข้ามาร่วมทำงาน ให้น้องทำโปรเจกต์นี้ในฐานะผู้จัดโครงการดูแลทั้งโครงการเลย โดยทางเราไปร่วมกับ ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain สร้างน้องสุขใจเป็น NFT แล้วผูกสิทธิประโยชน์พาร์ทเนอร์ต่างๆ เช่น เซ็นทรัล Jaymart  มีทั้งส่วนลดค่ากาแฟ อาหาร ฯลฯ เกิดการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน เกิดการท่องเที่ยวชุมชน สร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ ในพื้นที่  โดยหนึ่งรอบที่หมุนเวียนเกิดมูลค่าทบทวีคูณมหาศาล มากกว่านั้นถ้าเราขยายไป 77 จังหวัด สามารถกระตุ้น GDP ของประเทศได้เลยเพราะนักท่องเที่ยวที่เล่น NFT มีกำลังจ่ายสูง โดย Pilot Test เกมตามล่าหาสมบัติไปกับน้องสุขใจที่เราแจก หลังประเมินความสนใจจากทั้งหมดมี 5,550 ชิ้น ก็มีคนใช้จริงทั้งหมด 5,363 ชิ้น เรียกว่า 99% คือได้ผลตอบรับดีมากในแค่ 3 วัน และทุกวันนี้ NFT ที่เก็บไปมีคนซื้อกันอยู่ โดยตัวหายาก ราคาไปที่ 2,000 บาท

“เรามาร่วมงาน CWIE Day เพราะต้องการขยายความร่วมมือ โดยได้ทำ MOU เพื่อจะได้น้องๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มาร่วมขยายโครงการนี้ไปให้ทั่วประเทศ จากความเชื่อมั่นที่เราและน้องได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เรามั่นใจว่าจะสร้างกลุ่มเด็กที่มีคุณภาพเพื่อร่วมกันทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งองค์กร พาร์ทเนอร์ ประเทศ เพราะไม่ว่าจะทักษะการเจรจาต่อรอง การพูดคุยกับการท่องเที่ยวฯ ในการเสนอไอเดีย ทำการตลาด ให้กับพื้นที่ชุมชน การนำเสนอ การงบจัดสรรงบลงทุน น้องนักศึกษาทำออกมาได้อย่างดี ประสบความสำเร็จ ซึ่งเราได้รับการชื่นชมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการต่างๆ มากมาย” คุณหรรษธร กล่าว

น.ส.เขมจิรา กินแก้ว นักศึกษาวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) หลักสูตรธุรกิจระหว่างประเทศ (IB) ชั้นปีที่ 4 ได้แชร์ประสบการณ์ในการเรียนและปฏิบัติงานสหกิจศึกษาว่า ขอขอบคุณคณาจารย์และผู้บริหารที่นอกจากดูแลให้ความรู้ทางด้านวิชาการ ยังเสริมสร้างทักษะการทำงานและทักษะชีวิต ที่นำมาปรับใช้จนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญสามารถสร้างผลงานออกมาได้สำเร็จ โดยหลักสูตร IB ที่เรียนไม่ใช่แค่รู้ธุรกิจระหว่างประเทศ แต่สามารถนำกลยุทธ์ต่างๆ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะการตลาด โลจิสติกส์ การเงิน บัญชี หรือแม้แต่การบริหารจัดการต่างๆ ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้จริง ซึ่งเป็นผลดีมากทำให้ได้เป็นผู้จัดการโครงการนี้

“หลังการทำงานผ่านไป อาจารย์ก็มาช่วยให้เราร่วมงานกับพี่หรรษธรได้ดี จนเขาเห็นความสามารถ เราต้องประสานงานเอง ตัดสินใจเองทั้งหมด ดูแลงบการตลาดและประชาสัมพันธ์ กับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มพัฒนาเมือง 5 จังหวัด นอกจากนี้พื้นฐานเดิมที่มหาวิทยาลัยปูให้ ไม่ว่าเรื่อง Metaverse NFT หรือ การสนับสนุนแข่งขันสตาร์ทอัพไทยแลนด์ที่ท่านอธิการบดีนำเข้ามา ก็ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้มาก่อน เป็นการส่งเสริมให้ชอบเทคโนโลยี กล้าที่จะแสดงศักยภาพของเราเพิ่มมากขึ้น ช่วยต่อยอดทั้งความรู้ การทำงาน การทำในสิ่งที่ชอบ ไปด้วยกันหมดในทุกทิศทาง” น.ส.เขมจิรา กล่าว