รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หวานเป็นลม ขมเป็นยา (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) ตอนที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738083

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หวานเป็นลม ขมเป็นยา (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) ตอนที่ 3

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หวานเป็นลม ขมเป็นยา (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) ตอนที่ 3

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.40 น.

เราพูดถึงเรื่องการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมาต่อเนื่องกัน 3 สัปดาห์แล้ว โดยเฉพาะสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น acesulfame potassium, advantame, aspartame, cyclamate, neotame, saccharin, steviol glycosides, sucralose และเราก็ทราบแล้วว่า สารเหล่านี้ไม่ได้ช่วยควบคุมน้ำหนัก ไม่ได้ทำให้เป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาล แต่ที่น่าตกใจคือ คนที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเหล่านี้ ยังมีความเสี่ยงเป็นโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือดสูงกว่าคนที่ไม่บริโภค 

นั่นหมายความว่าการบริโภคน้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลปกติ ไม่ช่วยป้องกันโรคอย่างที่เราคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังคงย้ำว่า เราสามารถใช้น้ำตาลเทียมเหล่านี้เพื่อลดปริมาณน้ำตาลและพลังงานที่เรารับสู่ร่างกายได้

สัปดาห์นี้ จะพูดถึงผลต่อสุขภาพของคนในกลุ่มใช้น้ำตาลเทียมเป็นประจำอีก 2 หัวข้อ คือ โอกาสเกิดมะเร็ง และการคลอดก่อนกำหนด

ในรายงานการวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าผู้ใช้น้ำตาลเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขัณฑสกร หรือ saccharine เป็นประจำ เสี่ยงเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างตกอกตกใจเกินไปว่า น้ำตาลเทียมเป็นสารก่อมะเร็ง เพราะเมื่ออ้างจากงานวิจัยลักษณะ โดยการเก็บข้อมูลย้อนหลังเท่านั้น แต่อันที่จริงก็ยากที่จะระบุถึงปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดของโรคมะเร็ง ระหว่างคนใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลกับผู้ไม่ใช้น้ำตาลเทียม ได้อย่างละเอียด

ขัณฑสกร หรือ saccharine เป็นสารให้ความหวานสังเคราะห์ที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 300-700 เท่า มักถูกนำไปใช้ในอาหารจำพวก ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กวน 

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. ของไทยไม่อนุญาตให้ใช้สารนี้ในเครื่องดื่ม แต่เพราะสารนี้มีราคาถูก ผู้ผลิตอาหารที่ไม่มีความรู้ หรือไร้จรรยาบรรณ ก็ยังใช้เพื่อลดต้นทุน ดังนั้น ถ้าเราจะเลี่ยงขัณฑสกร เพื่อลดความเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ก็ต้องเลี่ยงการบริโภคอาหารหวานจัด จากผู้ผลิตที่ไม่น่าไว้วางใจ

อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องสารให้ความหวานแทนน้ำตาลกับการคลอดก่อนกำหนด รายงานของ WHO ระบุว่าการบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย 

ในส่วนนี้ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลตัวใด แต่กลุ่มคนที่น่าห่วงก็คือคุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งต่อไปนี้ต้องระวังมากขึ้น

ข้อคิดที่ได้จากรายงานเรื่องสารให้ความหวานแทนน้ำตาลของ WHO คือ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีทางลัด สำหรับการมีสุขภาพดี แต่ต้องปฏิบัติตัวตามองค์ความรู้ที่เรียนมาสมัยเด็กๆ คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสม ลดความหวาน (ไม่ใช่แค่ลดน้ำตาล)ลดเค็ม ลดมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างสม่ำเสมอ เมื่ออายุมากขึ้นก็มีโอกาสป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น หากเจ็บป่วยก็ต้องไปพบแพทย์ตามนัด และใช้ยาตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

6 วิตามินและสารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738082

6 วิตามินและสารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

6 วิตามินและสารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกสลับแดดออก ทำให้ป่วยกันได้ง่ายโดยเฉพาะคนที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงนอกจากนี้ภาวะความเครียดจากการทำงาน นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกายแม้แต่ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย เดินทางข้ามโซนเวลา ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ส่งผลให้เจ็บป่วยง่าย

พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะนำวิธีการป้องกันการเจ็บป่วย คือการแก้ไขที่สาเหตุ ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน

แต่ถ้าไม่สามารถจัดการกับต้นเหตุได้ เราสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง ด้วย 6 วิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่ Vitamin C มีประโยชน์ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และยังช่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วยบางชนิดอย่างไข้หวัดได้ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณได้

Vitamin D ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียได้ ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ลดอาการเมื่อยล้าและอักเสบของกล้ามเนื้อ

NAC หรือ N-Acetylecysteine นอกจากช่วยละลายและขับเสมหะแล้ว ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

Zinc เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้หวัดและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ช่วยลดการอักเสบ ช่วยให้แผลหายเร็ว บำรุงผิว ผม เล็บ

Garlic ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน

Beta Glucan เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัสและพยาธิ ช่วยให้ภูมิแพ้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าวิตามินและสารอาหารเหล่านี้จะมีประโยชน์ แต่ถ้ารับประทานในปริมาณไม่เหมาะสมอาจเกิดโทษได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนเพื่อประโยชน์และความปลอดภัย รวมถึงอาจมีการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมของการอ่อนเพลีย หรือภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738081

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์’

ติดอาวุธเสริมให้แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล กับ ‘โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์’

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.นพ.สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล

เดินหน้าพัฒนาตามปรัชญา“เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” ล่าสุด “โครงการทุนเฉลิมพระเกียรติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุครบ 60พรรษา เพื่อพัฒนานักอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจัดโดย โรงเรียนนักอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งปฏิบัติงานในโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบทห่างไกลให้มีความรู้ ทักษะและความเชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ ได้จัดอบรมแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการฯตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีแพทย์และผู้ช่วยที่ผ่านการอบรมแล้ว 782 คน กระจายอยู่ใน 72 จังหวัด ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาแก่ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลอย่างทันท่วงที

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนักอัลตราชาวนด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีด้านอัลตราซาวนด์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจหรือพบเจอความผิดปกติในส่วนต่างๆ ของอวัยวะได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา การรักษาในประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้รักษา หรือไม่ก็ส่งคนไข้ไปที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยผลิตนักอัลตราซาวนด์หรือพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้ทำอัลตราซาวนด์เพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้กระจายไปในโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล ทำให้คนไข้ได้รับบริการอย่างมีมาตรฐาน และแพทย์สามารถช่วยกันวินิจฉัยของผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ย่นระยะเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งลดความทรมานจากการรอคอย

“ความท้าทายของโครงการ คือแพทย์ค่อนข้างมีภาระงานมาก การลาเพื่อมาเรียนมีข้อจำกัด การลางานมารียนทั้งเดือนก็ยากลำบาก ดังนั้นเราจึงปรับเปลี่ยนตามบริบท โดยปรับเนื้อหาภาคบรรยายให้แพทย์เรียนออนไลน์ สามารถซักถามออนไลน์ได้ ส่วนการฝึกทักษะต้องมาฝึกทำที่
โรงเรียนฯ หลังจากนั้นก็จะมีการสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ปัจจุบันนี้เราเทรนแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปเกือบทั่วประเทศกว่า 90% ซึ่งแพทย์ที่มาเรียนเหล่านี้จะกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลอำเภอทั่วประเทศและโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีเครื่องอัลตราซาวนด์ อาจมีขนาดเล็ก กลางแตกต่างกันไป แพทย์ที่เรียนไปแล้วก็สามารถใช้เครื่องมือที่โรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมวิชาชีพ และวิชาชีพอื่นได้ด้วย นอกจากนี้หลังจบโครงการฯ กรณีที่พบปัญหาหรือว่ามีเคสที่ยากต่อการวินิจฉัย โรงเรียนฯ ก็ยังช่วยเหลือ รับปรึกษาและให้คำแนะนำแก่แพทย์ที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วย

เท่าที่ผ่านมาโครงการฯก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จแล้ว แพทย์ที่มาเรียนก็มีความมั่นใจมากขึ้นในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลของตนเอง สามารถให้บริการคนไข้จำนวนมากและครอบคลุมมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าคนไข้ที่วินิจฉัยจากแพทย์ที่เรียนกับเราก็อาจจะเจอโรคมากขึ้น เช่น เจอมะเร็งตับ เจอนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในไต ฯลฯ ซึ่งโรคเหล่านี้หากเจอเร็วก็สามารถให้การวินิจฉัยและสามารถจัดการผู้ป่วยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายไปผ่าตัดหรือว่าให้ยารักษา โดยที่ไม่ต้องรอส่งตัวไปโรงพยาบาลใหญ่”

อาจารย์ทรงพล ศรีสิทธิมงคลกล่าวถึงรูปแบบและคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ว่า โครงการนี้ เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับการรับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมสำหรับใช้ในการวินิจฉัยรอยโรคของคนไข้ โดยคุณสมบัติสำคัญที่โครงการฯ ต้องการคือเป็นแพทย์ใช้ทุนในโรงพยาบาลต่างจังหวัด รวมไปถึงพยาบาล นักรังสีเทคนิค ฯลฯ โดยมีความคาดหวังให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ สามารถทำอัลตราซาวนด์ได้มากขึ้น และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากอัลตราซาวนด์ให้คนอื่นได้อีกด้วย รูปแบบการอบรม มีลักษณะเป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และเสริมทักษะ ในรูปแบบ Hybrid ที่มีการเรียนภาคทฤษฎี ในรูปแบบ Online แบบไม่จำกัดระยะเวลาเรียน และสถานที่เรียนผ่านระบบจัดการเรียนการสอน Moodle ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กว่า 32 บทเรียน พร้อมทำ Post-Testเพื่อประเมินการเรียนรู้ พร้อมกับเข้ารับการฝึกปฏิบัติที่โรงเรียน โดยสอนอัลตราซาวนด์ด้วยเทคนิคทั้งหมด เพื่อประเมินพวกรอยโรคต่างๆ อาทิ ในตับ ถุงน้ำดี ไต เป็นต้น

ท้ายสุด อาจารย์พันธจารีย์ หิรัญรัตน์ กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการฯ ว่า ถือเป็นโครงการฯที่ตอบสนองพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์โดยให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงการบริการสาธารณสุขให้เท่าเทียมไม่ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัดหรือว่าในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทางโรงเรียนนักอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ คาดหวังว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่นักรังสีเทคนิค จะมีส่วนช่วยในการช่วยวินิจฉัยเพื่อให้คนไข้ในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการรักษาการรักษาได้รวดเร็วขึ้นทันท่วงที สำหรับโครงการฯนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 ตอนนี้เราเดินทางมาถึงรุ่นที่ 25 รวมบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่เข้ารับการอบรมกับเราประมาณ 782 คน จากทั้งหมด 72 จังหวัดทั่วประเทศ

ด้านแพทย์ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนหนึ่ง ได้แก่ นายแพทย์ธนาสิทธิ์ วิจิตราพันธ์ โรงพยาบาลสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ แพทย์หญิงสุปรีญา วรญาณปรีชาพงศ์ โรงพยาบาลดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และ นายแพทย์ ปิยพล มิตรภานนท์ โรงพยาบาลเพ็ญ จ.อุดรธานี ร่วมกันกล่าวถึงประโยชน์ของโครงการฯนี้ว่า โดยสรุปจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านอัลตราซาวนด์ทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ความสามารถในการวินิจฉัยที่ดีขึ้น ช่วยให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น เพราะตรวจพบโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อบุคคลและระบบการดูแลสุขภาพโดยรวม ต้องขอขอบคุณโครงการฯ ที่เห็นความจำเป็นและให้ความสำคัญ จัดอบรมความรู้และถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ ให้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

(ซ้าย) อาจารย์พันธจารีย์ หิรัญรัตน์, ผศ.นพ.สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล, นพ.ปิยพล มิตรภานนท์

(ซ้าย) อาจารย์พันธจารีย์ หิรัญรัตน์, ผศ.นพ.สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล, นพ.ปิยพล มิตรภานนท์

พญ.สุปรีญา วรญาณปรีชาพงศ์

พญ.สุปรีญา วรญาณปรีชาพงศ์

นพ.ธนาสิทธิ์ วิจิตราพันธ์

นพ.ธนาสิทธิ์ วิจิตราพันธ์

ปรากฏการณ์ความอร่อยระดับตำนานของ 2 สัญชาติ ‘คริสปี้ ครีม x ทไวนิงส์ โดนัท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738091

ปรากฏการณ์ความอร่อยระดับตำนานของ 2 สัญชาติ  ‘คริสปี้ ครีม x ทไวนิงส์ โดนัท

ปรากฏการณ์ความอร่อยระดับตำนานของ 2 สัญชาติ ‘คริสปี้ ครีม x ทไวนิงส์ โดนัท

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme)โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 จากสหรัฐอเมริกาที่ครองใจคนทั่วโลก ชวนคุณมาดื่มด่ำกับความละมุนระดับพรีเมียมของชาสัญชาติอังกฤษ ทไวนิงส์ (Twinings) ที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 300 ปี กับการคอลแลปส์ครั้งแรกในคอลเลคชั่น “คริสปี้ ครีม x ทไวนิงส์ โดนัท” (Krispy Kreme x Twinings Doughnuts) เป็น 3 รสชาติเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มที่ “ออเร้นจ์ เอิร์ล เกรย์” (Orange Earl Grey) ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเอิร์ล เกรย์ รังสรรค์เป็นเกลซแสนพิเศษเคลือบบนโดนัทเนื้อนุ่ม พร้อมตกแต่งด้วยเนื้อส้มและแผ่นทอง ตามมาด้วย “ซูพีเรีย เลมอน ที” (Superior Lemon Tea) โดนัทสอดไส้เอิร์ล เกรย์ คัสตาร์ด เนื้อเนียน กับท็อปปิ้งเยลโล ไดมอนด์ เกลซ ด้านบน ให้ความกลมกล่อมลงตัวสไตล์เลมอน ที และปิดท้ายกับ “สตรอว์เบอร์รี่บลอสซั่ม” (Strawberry Blossom) โดนัทฟิล ริง สอดไส้ความหวานอมเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่แบบเต็มวง เคลือบเรด ไดมอนด์ ซิลเวอร์ เกลซ สีสดใส ท็อปดอกไม้และสตรอว์เบอร์รี่ ให้อร่อยทวีคูณ

มาลิ้มลองรสชาติสุดพิเศษ ครั้งแรกในไทยที่ยากจะลืมของ “คริสปี้ ครีม x ทไวนิงส์ โดนัท” ราคาชิ้นละ 35 บาทหรือแบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (ทไวนิงส์ โดนัท 3 ชิ้น)หรือจัดเต็มความอร่อยกับแบบเซต ในราคา เพียง 296 บาท (ออริจินัล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 2 ชิ้น และทไวนิงส์ โดนัท4 ชิ้น) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 16 กรกฎาคม 2566 ณ ร้านคริสปี้ ครีมกว่า 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง) หรือสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น ฟู้ดเดลิเวอรี่ ติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีมโดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

VICKTEERUT ยกย่องและเฉลิมฉลองให้กับพลังของหญิงสาว ผ่าน Pre-Fall 2023 Collection‘Aphrodite’เทพีแห่งความรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738085

VICKTEERUT ยกย่องและเฉลิมฉลองให้กับพลังของหญิงสาว  ผ่าน Pre-Fall 2023 Collection‘Aphrodite’เทพีแห่งความรัก

VICKTEERUT ยกย่องและเฉลิมฉลองให้กับพลังของหญิงสาว ผ่าน Pre-Fall 2023 Collection‘Aphrodite’เทพีแห่งความรัก

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

VICKTEERUT (วิคธีร์รัฐ) Pre-Fall 2023 Collection นี้ ถูกตั้งชื่อตาม “Aphrodite” (อะโฟร์ไดต์) เทพีแห่งความรักตามความเชื่อกรีกโบราณ หรือเทพีวีนัส (Venus) ตามตำนานของโรมัน ซึ่ง อรประพันธ์ (แป้ง) สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้นเทพีวีนัสที่มีชื่อเสียง “Venus de Milo” โดยถ่ายทอดผ่านการจับเดรป (Draping) และการตัดเย็บสไตล์เทเลอร์ (Tailoring) เพื่อยกย่องและเฉลิมฉลองให้กับพลังของความเป็นผู้หญิง

การจับเดรปและการตัดเย็บสไตล์เทเลอร์นั้นเป็นเทคนิคหลักที่นำมาใช้ในคอลเลคชั่นนี้ โดยการจับเดรปถูกใช้ในรูปแบบที่ดูมีสไตล์แบบโมเดิร์น มีเส้นสายที่ดูแข็งแรง แต่ก็ดูอ่อนไหวลึกซึ้ง เน้นย้ำถึงพลังและความเข้มแข็งที่ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะเพศชายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเพศหญิงอีกด้วยสำหรับการตัดเย็บสไตล์เทเลอร์นั้นเพิ่มความเฉียบคมและกลิ่นอายของความมาสคิวลีน (Masculinity) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่วนผสมอันลงตัวนี้สามารถสร้างจุดเด่นของการออกแบบเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นที่เต็มไปด้วยความโมเดิร์น (Modernity) และเอ็มพาวเวอร์เมนท์ (Empowerment) พร้อมจะทำให้ผู้คนที่สวมใส่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ผ้าซาตินในโทนสีชมพูฟูเชีย สีม่วง และสีกรมท่า ได้ถูกนำมาจับจีบและเดรปเป็นทั้งเสื้อชิ้นเด่น ค็อกเทลเดรส และเดรสสำหรับงานกลางคืน ส่วนผ้าทูลในโทนสีดำและสีกรมท่าก็ได้ถูกนำมาเดรปเป็นเสื้อ และเดรสที่สวมใส่ง่าย แต่ก็ยังดูแฟชั่น ให้ความทะมัดทะแมง โดยเสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตและเฉียบคม อย่างเสื้อ เดรส และจัมพ์สูทแบบปกสูท ที่ฤดูกาลนี้ออกแบบให้มีทรงที่ใหญ่กว่าปกติ (Oversize) โดดเด่นด้วยเข็มขัดเข้าชุดที่นำมาผูกเพื่อเน้นรอบเอว ทำให้ชุดดูพอง ดูเป็นโครง (Sculptural) เพื่อเสริมรูปร่างให้ดูดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

มาร่วมแสดงออกถึงพลังของหญิงสาวผ่านงานแฟชั่นดีไซน์ไปพร้อมกับ Pre-Fall 2023 Collection “Aphrodite” จาก VICKTEERUT ที่จะทำให้คุณหลงใหลเพลิดเพลินไปกับความนุ่มนวล และอ่อนโยนได้ที่ Website : https://vickteerut.com/, Instagram : @vickteerutofficial, Facebook : vickteerut และ Line Official Account : @vickteerut

อรประพันธ์ (แป้ง) สุทธินรเศรษฐ์

อรประพันธ์ (แป้ง) สุทธินรเศรษฐ์

MQDC ฉายภาพสุดลํ้าโครงการ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์ เมตตาเวิร์ส’ ครั้งแรกของโลกที่จะเชื่อมโลกจริงของที่อยู่อาศัยและโลกเสมือนเข้าด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738070

MQDC ฉายภาพสุดลํ้าโครงการ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์ เมตตาเวิร์ส’ ครั้งแรกของโลกที่จะเชื่อมโลกจริงของที่อยู่อาศัยและโลกเสมือนเข้าด้วย

MQDC ฉายภาพสุดลํ้าโครงการ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์ เมตตาเวิร์ส’ ครั้งแรกของโลกที่จะเชื่อมโลกจริงของที่อยู่อาศัยและโลกเสมือนเข้าด้วย

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย จัดงานสุดล้ำ “The Forestias Story & Beyond :The Immersive Experience of Imagine Happiness” สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลกกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมที่อยู่อาศัยในโลกจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ด้วยโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์เมตตาเวิร์ส พร้อมเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ล่าสุด “เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ซีรี่ส์” คอนโดมิเนียมหรูที่มุ่งตอบโจทย์ผู้ต้องการคอนโดฯพื้นที่ขนาดใหญ่ มีความเป็นส่วนตัว และใกล้ชิดธรรมชาติ ในรูปแบบ Virtual Realityสุดล้ำ รวมทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ได้อย่างน่าตื่นเต้นและประทับใจ ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

ตื่นตาตื่นใจไปกับการอัปเดตความคืบหน้าของ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” โครงการ Theme Project มูลค่า 1.25 แสนล้านบาท โดยมี ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ หรือ “ดร.แตน” ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) และ นางทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริษัท MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่น ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้แก่ นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ประธานผู้อำนวยการ โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ โดย MQDC, นางสาว อรดา เกิดหงส์ ประธานผู้อำนวยการ Storied Place Managementผู้พัฒนาโครงการ Happitat ภายใต้เครือ MQDC,นายภารุต เพ็ญพายัพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการ MQDC Idyllias, นายพันธบัตรสันติมากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ ทรานส์ลูเซีย พร้อมด้วยเหล่าดารานักแสดงชื่อดัง นำทีมโดย ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ, แจม-รชตะ หัมพานนท์, ไบร์ท นรภัทร วิไลพันธุ์, ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา, วิน-ทรงสิน ใจพันธ์ และ เอิร์ท-ธนกฤต ตาละโสภณ, เต๋า-เศรษฐพงศ์เพียงพอ พร้อมด้วย “ครอบครัว บีม-กวี, ออย-อฏิพรณ์, น้องธีร์, น้องพีร์ ตันจรารักษ์” เคลียร์คิวเข้าร่วมงาน

งานครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Immersive Theme Park ฉายภาพความคืบหน้า โครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ต่างๆ ภายใน เดอะ ฟอเรสเทียส์ อาทิ วิสซ์ดอม เดอะ ฟอเรสเทียส์, มัลเบอร์รี่โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์, ดิ แอสเพน ทรี เดอะ ฟอเรสเทียส์, ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ เดอะฟอเรสเทียส์ รวมถึงการเปิดตัว โรงแรมซิกส์เซนส์ และ โรงแรมอินดิโก ตลอดจนการเปิดให้เยี่ยมชม ห้องตัวอย่างแบบ Virtual Reality ของโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ซีรี่ส์ ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ล่าสุดใน เดอะ ฟอเรสเทียส์

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “Happitat” (แฮปปี้ แทท) ที่มาเติมเต็มให้เดอะ ฟอเรสเทียส์ สมบูรณ์ พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ได้อย่างแท้จริง ด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เป็นพื้นที่ที่จะมอบประสบการณ์ความสุขในรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ การจับจ่าย และกิจกรรมความบันเทิง พร้อมนำเสนอภาพความเชื่อมโยงพื้นที่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่กิจกรรมและไลฟ์สไตล์ต่างๆเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับมิติใหม่ แห่งการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่สร้างความสุขเหนือจินตนาการที่เป็นจริงได้ที่ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ที่ทางโครงการทุ่มเทพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

อีกทั้ง ภายในงานยังได้ฉายภาพแนวคิดการเชื่อมโยงโครงการที่อยู่อาศัยในโลกจริงและ โลกเสมือนเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยโครงการ The Forestias Mettaverse (เดอะ ฟอเรสเทียส์ เมตตาเวิร์ส) โครงการแรกของโลกที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่เพียงแค่ออกแบบโครงการเพื่อรองรับทุกมิติการใช้ชีวิตให้กับทุกเจเนอเรชั่น สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้น แต่ยังพัฒนาโครงการรูป แบบเดียวกันขึ้นในโลกเสมือน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตในโลกจริงและโลกเสมือน ที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตใน เดอะ ฟอเรสเทียส์ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เดวิด เบ๊คแฮม ร่วมออกแบบ มาเซราติ คอลเลคชั่นฟูโอริเซรี สุดลํ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738086

เดวิด เบ๊คแฮม ร่วมออกแบบ มาเซราติ คอลเลคชั่นฟูโอริเซรี สุดลํ้า

เดวิด เบ๊คแฮม ร่วมออกแบบ มาเซราติ คอลเลคชั่นฟูโอริเซรี สุดลํ้า

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักฟุตบอลระดับตำนานเดวิด เบ๊คแฮม ผู้เป็นสไตล์ไอคอนและแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของค่ายมาเซราติ ร่วมออกแบบยนตรกรรมพิเศษคอลเลคชั่นฟูโอริเซรี (Fuoriserie Essentials)ครั้งแรกที่สะท้อนตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์

มาเซราติ เผยโฉม ฟูโอริเซรีเอสเซนเชียล (Fuoriserie Essentials) คอลเลคชั่นสุดพิเศษของยนตรกรรมที่รังสรรค์ขึ้นจากมุมมองของเหล่ามิตรแท้ของค่ายตรีศูล ผู้มีรสนิยมด้านการออกแบบและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยยนตรกรรมคอลเลคชั่นแรกนี้ถูกออกแบบโดย เดวิด เบ๊คแฮม นักกีฬาระดับตำนานของโลกที่ล้ำด้วยรสนิยมหรู พร้อมทั้งเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของมาเซราติผู้พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักรถร่วมสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มีต่อสปอร์ตคาร์สุดหรูสัญชาติอิตาเลียนนี้ ในแบบของตนเอง

เดวิด เบ๊คแฮม ออกแบบตกแต่งซูเปอร์คาร์ชุดนี้ ด้วยแรงบันดาลใจที่มาจากมาเซราติรุ่นคลาสสิก และมองว่า “ฟูโอริเซรีเอสเซนเชียล” จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนสไตล์และความหรูหรา เสริมจากเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยช่างฝีมือขั้นสูงแห่งSavile Row เบ๊คแฮม จึงได้ออกแบบให้ ฟูโอริเซรี ดีบีเอสเซนเชียล (Fuoriserie DB Essentials) คอลเลคชั่นนี้โดดเด่นด้วยการปรับแต่ง (carconfiguration) 2 แบบ เพื่อให้ยนตรกรรมสุดหรูสามารถสะท้อนกลิ่นอายการออกแบบร่วมสมัย และเป็นการตีความแก่นแท้ของยนตรกรรมอมตะจากค่ายตรีศูลในมุมมองของตนเองได้อย่างชัดเจน

ด้วยความหลงใหลในมาเซราติกิบลี่ คูเป้ (Maserati Ghibli coupé) รุ่นปี 1967 สุดคลาสสิกเบ๊คแฮม ได้เลือกสีน้ำเงิน ไนท์อินเตอร์แอ๊กชั่น (Night Interaction) เป็นสีภายนอกสำหรับรถในคอลเลคชั่นฟูโอริเซรี ดีบี เอสเซนเชียล คันแรกผสานกับการตกแต่งในห้องโดยสารด้วยหนังแท้โทนสีน้ำตาลแดง ส่วนการปรับแต่งในสไตล์ตนเองชุดที่ 2 คือ แรงบันดาลใจจากมาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ รอแยล (Maserati Quattroporte Royale)รุ่นปี 1986 ซึ่งผลิตขึ้นเพียง 51 คันเท่านั้น โดยเลือกสีภายนอกเป็นสีเขียวเข้ม Verde Royale เข้ากับการตกแต่งภายในด้วยโทนสีน้ำตาลอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีแผ่นโลหะที่บ่งบอกการฉลองความร่วมมือระหว่างมาเซราติและเดวิด เบ๊คแฮม ติดอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างเบาะหน้าหรือระหว่างพนักพิงศีรษะ

คลอส บัส หัวหน้าฝ่ายออกแบบ มาเซราติ กล่าวว่า “ฟูโอริเซรี” ในภาษาอิตาเลียน หมายถึง “การออกแบบผลิตตามความต้องการ” โครงการปรับแต่งรถยนต์ในสไตล์ของลูกค้าที่ค่ายตรีศูลจัดขึ้นนั้น เป็นการริเริ่มเพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษเพียงหนึ่งเดียวกับรถยนต์สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวลูกค้า เนื่องจากมาเซราติต้องการให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมที่สื่อบุคลิกและแพสชั่นส่วนตัวได้ผ่านซูเปอร์คาร์จากรถยนต์มาเซราติ ลูกค้าสามารถเลือกการปรับแต่งรถยนต์ในสไตล์ตัวเองได้เช่นเดียวกับ เดวิดเบ๊คแฮม โดยเลือกจากฟีเจอร์ต่างๆ ที่มาเซราติจัดเตรียมไว้มากมายในคอลเลคชั่น ฟูโอริเซรีคอร์เซ่ (Fuoriserie Corse) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานการแข่งรถของมาเซราติ และคอลเลคชั่นฟูโอริเซรี ฟูทูรา (Fuoriserie Futura) ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีและวัสดุล้ำสมัย

สำหรับแฟนรถยนต์มาเซราติเมืองไทย คอลเลคชั่นฟูโอริเซรี ดีบี เอสเซนเชียล ที่ปรับแต่งทั้ง 2 แบบ จะเปิดให้สั่งจองได้ในเร็วๆ นี้

‘๔๐ ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738088

‘๔๐ ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ’

‘๔๐ ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ’

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวาย พระพุทธโสธร รุ่นร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จาก สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ปรึกษาการจัดงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “๔๐ ปี ทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ” ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ก่อตั้งครบ 40 ปี ในปี พ.ศ.2565 โดยมี ภราดา ดร.บัญชาแสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นประธานจัดงาน มีกรรมการมูลนิธิฯ และผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์,ปลัดกระทรวงมหาดไทย สุทธิพงษ์-ดร.วันดี จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, อารยา อรุณานนท์ชัย, อุบล อัครพัฒน์, ดร.พรชัย มงคลวนิช, ทิพวิภา สุวรรณรัฐ,ดร.ประวิช รัตนเพียร, ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย สมคิด จันทมฤก, ชัยวัฒน์-กุลทรัพย์ ชื่นโกสุม, อธิบดีกรมการปกครอง แมนรัตน์-วรสุดา รัตนสุคนธ์, ขจร ศรีชวโนทัยอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองพงศ์รัตน์-ศลิษา ภิรมย์รัตน์, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อรรษิษฐ์-จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงกลาโหม, กรมประชาสัมพันธ์, สพฐ., คุรุสภา, สภาสังคมฯ, สภาสตรีแห่งชาติฯ, พุทธสมาคม, สมาคมแม่บ้านเหล่าทัพและหน่วยราชการต่างๆ

งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงปฐมเหตุแห่งการก่อตั้งมูลนิธิฯ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2525 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้งตามคำกราบทูลเชิญของหม่อมงามจิตต์บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้ง ปัจจุบัน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดี และกตเวทิตาคุณถวายแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษของเราผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต สร้างความเป็นปึกแผ่นและพัฒนาประเทศชาติสืบมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติสืบไป โดยคณะรัฐมนตรีสมัยนั้นมอบให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าของเรื่องสนับสนุนการดำเนินงาน

การนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรแถบวีดิทัศน์ ชุด “๔๐ ปีทวีสุข มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์” ทรงรับฟังหลักการทำงานของเยาวชนทุนต้นแบบของมูลนิธิฯ ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จำนวน 6 คน และทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิฯ และประวัติ-ผลงานเยาวชนทุนมูลนิธิฯ ต้นแบบ

การดำเนินงานของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้รับความร่วมมือและแรงศรัทธาของประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ คณะกรรมการภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาที่ “ร่วมจิตต์รวมใจ” ในการพัฒนาเยาวชน โดยการให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 3,000 ทุน เป็นเงินปีละประมาณ 11 ล้านบาท ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบ 32,000 ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 262 ล้านบาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการทุนการศึกษาประจำจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดและที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำกรุงเทพมหานครได้ไปเยี่ยมเยียน ติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชน ด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนมูลนิธิฯ อย่างใกล้ชิดด้วย ซึ่งเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลน อันจะเป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยวเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งและเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยประสบการณ์ชีวิตได้อย่างดีที่สุด

พระราชทานของที่ระลึกแก่ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี ม.อัสสัมชัญ ประธานจัดงาน

พระราชทานของที่ระลึกแก่ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี ม.อัสสัมชัญ ประธานจัดงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อ
เยาวชนฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะ กก.มูลนิธิฯ อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย สุทธิพงษ์-ดร.วันดี จุลเจริญ, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, อารยา อรุณานนท์ชัย, อุบล อัครพัฒน์,
ดร.พรชัย มงคลวนิช, ทิพวิภา สุวรรณรัฐ, ดร.ประวิช รัตนเพียร, สาวิตรี บริพัตรฯ, ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม., ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาฯ, พญ,สุวณี รักธรรม รองประธานสภาสังคมฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อ เยาวชนฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะ กก.มูลนิธิฯ อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย สุทธิพงษ์-ดร.วันดี จุลเจริญ, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, อารยา อรุณานนท์ชัย, อุบล อัครพัฒน์, ดร.พรชัย มงคลวนิช, ทิพวิภา สุวรรณรัฐ, ดร.ประวิช รัตนเพียร, สาวิตรี บริพัตรฯ, ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม., ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาฯ, พญ,สุวณี รักธรรม รองประธานสภาสังคมฯ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 5 ศิลปินดังชวนทุกคน‘แช่มชื่นใจ’ กับของที่ระลึกการกุศลใหม่ Giving and Happiness ปีที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738071

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 5 ศิลปินดังชวนทุกคน‘แช่มชื่นใจ’  กับของที่ระลึกการกุศลใหม่ Giving and Happiness ปีที่ 8

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือ 5 ศิลปินดังชวนทุกคน‘แช่มชื่นใจ’ กับของที่ระลึกการกุศลใหม่ Giving and Happiness ปีที่ 8

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จับมือศิลปินดัง “ครูโต” ม.ล.จิราธร จิรประวัติ “ครูปาน” สมนึก คลังนอกและสองพี่น้อง “แป้ง” ภัทรีดา-“นวล” นวลตอง ประสานทอง โดยมี เพียว โลกุตรา มาร่วมออกแบบเป็นปีแรกกับของที่ระลึกการกุศลคอลเลคชั่น Giving and Happiness (กีฟวิ่ง แอนด์ แฮปปี้เนส) ปีที่ 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แช่มชื่นใจ” โดยร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ พร้อมร่วมทำกิจกรรมเวิร์กช็อป ART ON THE PARTY TABLE โดย 5 ศิลปิน ชวนออกแบบแผ่นรองจาน และโชว์ไอเดียศิลปะการจัดโต๊ะปาร์ตี้ที่ตกแต่งด้วยของที่ระลึกการกุศล เช่น จานเซรามิก แก้วน้ำ เป็นต้น ณ OPEN HOUSE ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อเร็วๆ นี้โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายของที่ระลึกการกุศลจะนำไปมอบให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “แช่มชื่นใจเป็นคำที่ได้มาจากการคุยกับครูโต ที่พูดถึงความรู้สึกของผู้ให้จากการแบ่งปัน ซึ่งเราคิดว่าผู้รับเองก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เมื่อได้ทำบุญและได้ใช้ของที่ระลึกการกุศลที่มีลวดลายสวยงาม ศิลปินทุกท่านตีความความแช่มชื่นใจด้วยลายเส้นที่เป็นซิกเนเจอร์จัดทำเป็นของที่ระลึกคุณภาพดี ทันสมัยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่มีสีสันให้ชีวิตประจําวันซึ่งความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ นอกจากจะได้รับเกียรติ จาก 4 ศิลปินที่ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ยังเพิ่มเติมความสนุกจากศิลปินท่านใหม่ คือ เพียว โลกุตรา ดิจิทัลอาร์ติสท์หนุ่มเจ้าของภาพพอร์เทรทแนวมินิมอล ที่ทํางานกับแบรนด์ดังมากมายมาร่วมเพิ่มความหลากหลายของลายเส้น และยังมีชิ้นงาน ซึ่งผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกสําหรับคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ อย่างชุดจานเซรามิก 5 ศิลปิน โดยในแต่ละเซตจะมีจาน 5 ใบ พิมพ์ลวดลายที่สร้างสรรค์จากทั้ง 5 ศิลปิน”

ภายในงานทั้ง 5 ศิลปินได้ร่วมเปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบของที่ระลึกการกุศลคอลเลคชั่นพิเศษ Giving and Happiness (กีฟวิ่ง แอนด์ แฮปปี้เนส) ปีที่ 8ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แช่มชื่นใจ” เริ่มที่ “ครูโต”ม.ล.จิราธร จิรประวัติ เผยว่า “แช่มชื่นใจ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ได้น้ำ ที่มอบความสุขสดชื่นแก่ผู้พบเห็น โดยปีนี้ครูวาดรูปให้หลายรูป รูปแตกต่างจากปีก่อนๆ โดยวาดเป็นรูปคนผิวสีเข้ม หมายถึงความหนักแน่นและอดทน สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับครูโต เตรียมตัวร่วมกุศลด้วยกัน”

“ครูปาน” สมนึก คลังนอก เล่าว่า “เพราะเชื่อว่า ผู้ให้จะมีความอิ่มใจ จึงวาดเป็นรูปผู้หญิงอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานโอบล้อมอยู่รอบตัว มีนกเกาะและหน้าตาอิ่มเอิบ ยิ้มแย้ม หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข และเป็นความรู้สึกที่ทุกคนจะได้รับเมื่อสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่อยากชวนทุกคนมา อิ่มใจ ด้วยกัน”

“แป้ง” ภัทรีดา ประสานทอง ส่งพลังแห่งความโชคดีที่มาพร้อมความน่ารักของนักษัตรประจำปี 2566 “กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของโชคดีและรูปทรงของกระต่ายเป็นรูปทรงที่น่ารัก ดูแล้วมีความสุข รวมทั้งเลือกใช้สีสันสดใส เรียกรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่หยิบไปใช้”

“นวล” นวลตอง ประสานทอง กล่าวว่า “การเป็นผู้ให้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี เพราะผู้ให้สามารถแบ่งปันสิ่งที่ตนมีให้เป็นความสุขแก่ผู้อื่นได้ด้วย คอลเลคชั่นปีนี้ก็เลยวาดลายที่มีทั้งลายหัวใจ และลายที่นำหัวใจมาต่อกันเป็นดอกโคลเวอร์สี่กลีบ สัญลักษณ์แห่งความโชคดีเช่นกัน”

“เพียว” โลกุตรา ศิลปินหนุ่มที่ร่วมออกแบบคอลเลคชั่น Giving and Happiness เป็นปีแรก เล่าไอเดียว่า “เพียวได้แรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้จากหนังสือของคุณแม่ เรื่อง “หิมะกลางฤดูร้อน” อาจารย์สายวิปัสสนา ชาวพม่า ท่านเปรียบธรรมะเป็นหิมะ เป็นความสงบสุขในใจของเรา ท่ามกลางความร้อนซึ่งก็คือสิ่งไม่ดีต่างๆ ภายนอกที่เราต้องเจอ สอดคล้องกับธีมหลักคือ “ความแช่มชื่นใจ” ของคอลเลคชั่นนี้”

สำหรับของที่ระลึกการกุศลคอลเลคชั่น Giving and Happiness ปีที่ 8 ได้รับการสร้างสรรค์ มีทั้ง เสื้อยืดทีเชิ้ต สำหรับผู้ใหญ่ และเด็ก (199 และ 169 บาท) กระเป๋าสะพายผ้าไมโคร (69 บาท) กระเป๋าสะพาย (120 บาท) กระเป๋าดินสอ (59 บาท) กระเป๋าถือพร้อมสายสะพายผ้าแคนวาส (299 บาท) กระเป๋าถือผ้าแคนวาส (350 บาท) ปลอกหมอนบทสวดมนต์ (180 บาท) แก้วเก็บอุณหภูมิ (329 บาท) สมุดฉีก (59 บาท) และพิเศษครั้งแรกกับชุดจานเซรามิก5 ศิลปิน (699 บาท) มีจำหน่ายแล้วที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) หรือสั่งออนไลน์ที่ www.ramafoundation.or.th, LINE @RAMAFOUNDATION, LINE SHOPPING และ Robinhood สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-2012222 ในวันและเวลาราชการติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION

โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย คว้าอันดับ 1 ใน 10 รีสอร์ทบนเกาะที่ดีที่สุดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738073

โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย คว้าอันดับ 1 ใน 10 รีสอร์ทบนเกาะที่ดีที่สุดในไทย

โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย คว้าอันดับ 1 ใน 10 รีสอร์ทบนเกาะที่ดีที่สุดในไทย

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อโรงแรมเคปฟานเกาะส่วนตัว สมุย ติดอันดับ 1 ใน 10 “รีสอร์ทบนเกาะ/ติดทะเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย” ประจำปี 2566 (Thailand’s Best Beach or Island Resorts 2023) จาก แทรเวล แอนด์ เลเชอร์ :ลักซ์ชัวรี่ อวอร์ดส เอเชียแปซิฟิก (Travel &Leisure : Luxury Awards Asia Pacific) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยรางวัลนี้เป็นการรวบรวมคะแนนโหวตจากความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวผู้อ่านแทรเวล แอนด์ เลเชอร์ จากนานาประเทศซึ่งโรงแรมเคปฟาน เกาะสมุยอยู่ในอันดับที่ 8ด้วยบริการอันเป็นเลิศ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับลักซ์ชัวรี่และความสวยงามของโรงแรมเคปฟาน ซึ่งเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามบนยอดมงกุฎของสมุยที่โอบล้อมด้วยท้องทะเลสีครามและหาดทรายขาวบริสุทธิ์ วิวที่ดีที่สุดในการชมความงามของพระอาทิตย์ลับฟ้าบนจุดสูงสุดของเกาะส่วนตัว ซึ่งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจ และผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ทั้ง 23 แห่ง กล่าวขอบคุณด้วยความรู้สึกยินดีว่า “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงแรมเคปฟาน สมุย ได้รับรางวัลติดอันดับ 1 ใน 10 รีสอร์ทบนเกาะ/ติดทะเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นเสมือนขวัญและกำลังใจให้พวกเราทุกคน ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร นำโดย มร.อูร์ส เอบิ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมฯ และพนักงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทใส่ใจในการให้บริการและทำหน้าที่ด้วยดีเสมอมา การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาโรงแรม บุคลากรรวมทั้งการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแขกผู้เข้าพัก และที่สำคัญที่สุด คือ ขอขอบคุณแขกที่เข้าพักทุกคนจากทั่วโลก ที่ได้สนับสนุนและให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการโรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย ด้วยดีมาโดยตลอด”

โรงแรม เคป ฟาน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โรงแรมหรูระดับห้าดาวบนเกาะส่วนตัว หนึ่งในสมาชิก Small Luxury Hotels of the World พร้อมให้บริการห้องพักลักซ์ชัวรี่สไตล์พูลวิลลาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว จำนวน 22 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของท้องฟ้าที่บรรจบกับท้องทะเลสีครามของอ่าวไทยอย่างลงตัว พร้อมลิ้มลองความอร่อยเลิศรสของอาหารไทยสไตล์ปักษ์ใต้ต้นตำรับบนท็อปวิวของเกาะส่วนตัวสุดหรูกับห้องอาหาร “ล่องใต้” (Long Dtai) ภายใต้การกำกับดูแลของเชฟระดับมิชลินสตาร์ เดวิด ทอมป์สัน(David Thompson) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยและมีชื่อเสียงในระดับโลก และห้องอาหาร “หิว” (Hue) พร้อมเพลิดเพลิดผ่อนคลายไปกับ“เคปสปา” สปาไทยมาตรฐานระดับสากล ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สนุกสนานกับทุกกิจกรรมระดับเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ ล่องเรือยอชต์ชมพระอาทิตย์ตกดิน ปิกนิกสุดชิคริมทะเล มูนไลท์ซีนีม่า (Moonlight Cinema) ฟรุตซอมเมอลิเยร์ (Fruit Sommelier) พายเรือคายัค แพดเดิลบอร์ด การดำน้ำ คลาสเรียนโยคะ คลาสเรียนมวยไทย คลาสเรียนการทำอาหารไทย นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับการจัดงานวิวาห์ในฝัน หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ปาร์ตี้บนเกาะส่วนตัว ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ https://www.capefahnhotel.com/หรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร.1627