ลากไส้!‘โบว์’ฉะบางพรรคโหนเคส‘หยก’ ปลุกปั่นชี้นำสังคมไปผิดทิศผิดทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737488

ลากไส้!‘โบว์’ฉะบางพรรคโหนเคส‘หยก’ ปลุกปั่นชี้นำสังคมไปผิดทิศผิดทาง

ลากไส้!‘โบว์’ฉะบางพรรคโหนเคส‘หยก’ ปลุกปั่นชี้นำสังคมไปผิดทิศผิดทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.45 น.

ลากไส้!‘โบว์’ฉะบางพรรคโหนเคส‘หยก’ ปลุกปั่นชี้นำสังคมไปผิดทิศผิดทาง

15 มิถุนายน 2566 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกร และอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณี “หยก” ดังนี้…

เด็กมีปัญหา แม่ตัดการติดต่อ ถูกดำเนินคดียังไม่มาดูแล ล่าสุดเข้าโรงเรียนใหม่ ไม่มีใครไปเซ็นมอบตัว โรงเรียนยืดหยุ่นให้แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะทำตามกฎ ไม่เข้าเรียนคาบเช้า ไม่เรียนวิชาที่ไม่อยากเรียน ไม่ร่วมกิจกรรมที่ไม่อยากร่วม ไม่ใส่เครื่องแบบ ย้อมผมผิดระเบียบ ไม่ร่วมมือกับครูที่พยายามพูดคุย ล่าสุดไปโรงเรียนสายรั้วปิดแล้ว ขนเพื่อนไปยืนระรานด่าทอ รปภ.หน้าประตูอย่างหยาบคาย

แทนที่จะเห็นปัญหาหนักของการขาด “ผู้ปกครอง” และเร่งช่วยเหลืออย่างเป็นมืออาชีพ อย่างผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ นักการเมืองบางคน พรรคการเมืองบางพรรค ผู้เล่นทางการเมืองและแนวร่วม กลับส่งเสริมให้ท้ายพฤติกรรมจักรวาลหมุนรอบตนเองนี้ต่อไป เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

แต่ความอดทนของสังคมมีขีดจำกัด ผู้คนรู้ว่าสังคมมีปัญหาอยู่เสมอและต้องหาทางออกอย่างมีวุฒิภาวะ เขาจะไม่ปล่อยให้กระแสความโกรธแค้นเกลียดชังที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมานำพาสังคมไปอย่างผิดทิศผิดทางแล้วนั่งมองเฉยๆอีกต่อไป

It takes a village to raise a child.

‘หยก’ฟังไว้! เลขา กพฐ.ยันพร้อมให้เข้าเรียน แต่ต้องทำตามระเบียบ’โรงเรียน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737473

'หยก'ฟังไว้! เลขา กพฐ.ยันพร้อมให้เข้าเรียน แต่ต้องทำตามระเบียบ'โรงเรียน'

‘หยก’ฟังไว้! เลขา กพฐ.ยันพร้อมให้เข้าเรียน แต่ต้องทำตามระเบียบ’โรงเรียน’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.50 น.

“เลขาธิการ กพฐ.”ยืนยัน แม้”หยก”จะไม่มารายงานตัวตามกำหนดทางโรงเรียน ก็พร้อมให้เข้าเรียน แต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่โรงเรียนกำหนดไว้

จากกรณี น.ส.หยก เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อายุ 15 ปี โพสต์ข้อความช่วงกลางดึกว่าถูกไล่ออกจากโรงเรียน พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้รับแจ้งว่าจากนี้ไปตนคือบุคคลภายนอก ล่าสุด คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงสาเหตุทำไมไม่มีสถานะเป็นนักเรียนนั้น (อ่านข่าวประกอบ : อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้หารือเรื่องดังกล่าวกับผู้อำนวยการโรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนได้ชี้แจงรายละเอียด โดยน้องหยกได้มีชื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แต่ในวันมอบตัวซึ่งทางโรงเรียนกำหนดไว้ในวันที่ 2 เมษายน 2566 น้องหยกไม่สามารถมารายงานตัวได้ เนื่องจากยังถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจ ดังนั้น ทางโรงเรียนจึงกันที่นั่งไว้ให้ และยืดระยะเวลารายงานตัวเข้าเรียนให้จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ทางโรงเรียนต้องส่งข้อมูลนักเรียนให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ก็ไม่ได้มีการมารายงานตัวในวันดังกล่าว จึงไม่มีชื่อนักเรียนในฐานข้อมูลระบบ ซึ่งแม้จะไม่มารายงานตัว ทางโรงเรียนและทางราชการก็พร้อมให้น้องหยกเข้าเรียน เพียงแต่ต้องปฏบัติตามระเบียบที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้

“ทางคณะกรรมการสถานศึกษา จึงออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว และจนถึงวันนี้ หากน้องหยกต้องการเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ ก็ยังมีที่นั่งว่างสำหรับให้น้องหยกเข้าเรียน เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจาก 3 ส่วน คือ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ก่อนออกมาเป็นข้อกำหนดที่ใช้ร่วมกันภายในสถานศึกษา ดังนั้น ผมเองอยากให้สังคมมีความเข้าใจในส่วนนี้ แต่หากน้องหยกไม่อยากทำตามกติกาดังกล่าว ก็สามารถเลือกเรียนได้ในช่องทางอื่นๆ ทั้งการศึกษานอกระบบ หรือการเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน หรือ โฮมสคูล เป็นต้น”นายอัมพร กล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเครื่องแต่งกายชุดนักเรียน หรือชุดไปรเวตมาเรียนนั้น ทาง ศธ.กำหนดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 ไว้เป็นกรอบ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถานศึกษา ซึ่งมีบางแห่ง กำหนดให้มีการแต่งกายชุดไปรเวตสัปดาห์ละ 1 วัน แต่ต้องเป็นไปตามความคิดเห็นของส่วนรวมที่กำหนดร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงเรื่องทรงผมก็มีการเปิดกว้างให้สถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง สามารถกำหนดได้เอง ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้สังคมมีความเข้าใจ เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่บ่มเพาะให้เด็กเป็นคนดี สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ สิ่งที่กำหนดขึ้นมาเป็นกรอบ เพื่อให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ เช่นเดียวกับประเทศชาติ ที่ต้องมีรัฐธรรมนูญ มีกฎหมาย เป็นกรอบในการดำเนินชีวิต เพื่อประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโรงเรียนมีการออกระเบียบในคู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โดยระบุว่า “ต้องไม่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีความ หรือการถูกลงโทษทางกฎหมาย” นั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ในการยกร่างแถลงการณ์ของกรรมการสถานศึกษา ไม่มีเรื่องดังกล่าว ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่สามารถกำหนดเช่นนั้นได้ เพราะถือเป็นการริดรอนสิทธินักเรียน

เบิกเนตร‘หยก’!หมออั้มโพสต์ดึงสติ ในฐานะหมอและพ่อคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737465

เบิกเนตร‘หยก’!หมออั้มโพสต์ดึงสติ ในฐานะหมอและพ่อคน

เบิกเนตร‘หยก’!หมออั้มโพสต์ดึงสติ ในฐานะหมอและพ่อคน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.59 น.

เบิกเนตร‘หยก’!หมออั้มโพสต์ดึงสติ ในฐานะหมอและพ่อคน

15 มิถุนายน 2566 นายแพทย์ อิราวัต อารีกิจ หรือ “หมออั้ม” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “อั้ม อิราวัต” แสดงความคิดเห็นถึงกรณี “หยก” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน) ดังนี้…

“หยก หนูไม่ได้ผิด ที่คิดต่าง คิดนอกกรอบ ไม่ได้ผิด ที่มีความคิดอ่านเป็นของตนเอง ตราบใดที่ไม่ไปล่วงล้ำ หมิ่นประมาท หรือล่วงละเมิดใคร..

สิ่งที่ผิด ไม่ใช่หนู แต่คือ “สถานที่” และ “เวลา”

#เสรีภาพ เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมาพร้อมกับ #สิทธิ  

สิทธิทั้งของตัวเราเอง และของผู้อื่น

พวกเราต่างกันตรงไหนรู้ไหม? พวกเราต่างกันตรง #หน้าที่ ของเรา ความต่างนี้ ทำให้สิทธิและเสรีภาพ บางอย่าง มันแตกต่างออกไป ในแต่ละบทบาท ในแต่ละบริบทของ #สังคม

————————-

ถ้าในสังคมนั้นๆ เขาไม่เลือกหนู คนในสังคมนั้น ไม่เป็นดั่งใจหนู สิ่งที่หนูทำได้ คือ #เลือกสังคมของหนูเอง เลือกคนรอบข้าง ที่ส่งเสริมตัวหนูทุกด้าน เลือกสังคมที่ชีวิตหนู #ก้าวต่อไปได้ โดยไม่กระทบสิทธิ ไม่ละเมิดหน้าที่ใคร

มันมีอีกหลายวิธี ที่หนูจะทำไปพร้อมๆกันได้ แต่ไม่ใช่ในที่ที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมนั้น เขาทำอีกแบบ สังคมที่คิดและปฏิบัติอีกแบบ ซึ่งแน่นอน เขาก็มีสิทธิ์ ที่จะไม่ทำตามใจหนู และแน่นอน ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะคิดต่างจากหนู

ราชสีห์ ไม่มีทางเติบโตได้ในท้องทะเล แต่สิ่งมีชีวิตอื่นๆนั้น ยังเติบโตได้ดีในทะเลแห่งนี้ และนี่ก็คือสิทธิเสรีภาพ ของพวกเขาเช่นกัน

ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดไม่ได้ ก็ต้องปรับวิธีคิด

ถ้าทั้งเปลี่ยนและปรับวิธีคิดแล้ว ก็ยังทำไม่ได้

ก็ต้องเปลี่ยนสังคมรอบข้างแทน..

แม้มันจะไม่ง่าย แต่ก็โทษใครไม่ได้

มองหาทุ่งหญ้ากว้างๆ แทนทะเลที่คลื่นลมแรง ซึ่งแน่นอน เวลาของเรา กำลังหมดลงเรื่อยๆ หวังว่าวันหนึ่ง เมื่อชีวิตของหนูตกผลึกแล้ว

หนูจะเข้าใจบทความบทนี้..ที่เจ้าของบทความ เค้าพูด เค้าเขียน ในฐานะของหมอ และพ่อคน”

‘ธีระชัย’ฝากถึง‘เด็กปฏิวัติ’มองกฎล้าสมัยแต่ต้องค่อยๆปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737444

‘ธีระชัย’ฝากถึง‘เด็กปฏิวัติ’มองกฎล้าสมัยแต่ต้องค่อยๆปรับ

‘ธีระชัย’ฝากถึง‘เด็กปฏิวัติ’มองกฎล้าสมัยแต่ต้องค่อยๆปรับ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.21 น.

‘ธีระชัย’ฝากถึง‘เด็กปฏิวัติ’มองกฎล้าสมัยแต่ต้องค่อยๆปรับ แนะ‘นักการเมืองผสมโรง’ลงขันตั้ง‘โรงเรียนทางเลือก’

15 มิถุนายน 2566 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียนบทความ “เด็กปฏิวัติ” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ดังนี้

กรณีที่เด็กปฏิวัติคนหนึ่ง มีปัญหากับโรงเรียนนั้น โรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการได้ทำคำชี้แจง สรุปปัญหาว่า เด็กปฏิวัติ”ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียนหลายข้อ อาทิ ไม่แต่งชุดนักเรียน ย้อมสีผม เลือกเรียนวิชาตามความพอใจ ไม่เข้ากิจกรรมโฮมรูป กิจกรรมหน้าเสาธง และอื่นๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าไม่ยอมรับกฎระเบียบและไม่เข้าสู่กระบวนการของโรงเรียน”

ผมมีข้อสังเกตว่า ในสังคมนี้ยังมีผู้ปกครองจำนวนมาก ที่ต้องการให้ลูกหลานในโรงเรียนยอมรับกฎระเบียบ และเข้าสู่กระบวนการของโรงเรียน แม้แต่อาจมีบางราย ที่เห็นว่า บางกฎล้าสมัยและควรปรับปรุง แต่ก็ให้ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านขบวนการหารือตามครรลองของตนเอง ไม่ใช่ต้องเดินตามกำหนดเวลาของเด็กปฏิวัติ หรือของนักการเมืองที่เข้ามาผสมโรง

ดังนั้นเพื่อให้มีข้อยุติและบุคคลที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาแนวทางอนาคต ผมจึงเห็นว่า เด็กปฏิวัติควรไปหาโรงเรียน หรือวิธีการเรียน ที่เปิดรับความเป็นอิสระตามที่ตนเองต้องการ ส่วนนักการเมืองที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงก็สามารถร่วมทุนกันจัดตั้งโรงเรียนที่เปิดรับความเป็นอิสระทำนองนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งถ้าแนวทางโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นดังกล่าวเกิดประสบความสำเร็จ  เป็นที่นิยมก็จะเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวมต่อไป

หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และเป็นความเห็นส่วนตัว มิใช่ของพรรคการเมือง

แทนคุณชี้‘หยก’เป็นเหยื่อลัทธิคลั่งเสรีภาพ​แบบก้าวร้าวสุดโต่ง ผ่านกลไกพรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737442

แทนคุณชี้‘หยก’เป็นเหยื่อลัทธิคลั่งเสรีภาพ​แบบก้าวร้าวสุดโต่ง ผ่านกลไกพรรคการเมือง

แทนคุณชี้‘หยก’เป็นเหยื่อลัทธิคลั่งเสรีภาพ​แบบก้าวร้าวสุดโต่ง ผ่านกลไกพรรคการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.05 น.

‘อี้ แทนคุณ​’ชี้‘หยก’คือเหยื่อลัทธิ​คลั่งเสรีภาพแบบก้าวร้าวสุดโต่ง ผ่านกลไกพรรคการเมือง แนะโรงเรียน​ใช้นักจิตวิทยา​แนะแนวชีวิต สร้างความอบอุ่น​ใหม่ให้แทน

15 มิ.ย.66 นายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธิ​ปัตย์​กล่าว​ถึง​กรณี​ “หยก” เยาวชน​ที่มีพฤติกรรม​ต่อต้าน​ระบบ​ระเบียบ​วินัยทางโรงเรียน  รวมไปถึงจารีตทางสังคม​ไทยจนเป็น​เหตุให้ถูกดำเนินคดี​และมีพฤติกรรม​ที่ก้าวร้าวรุนแรง​นั้น ว่า เกิดจากสาเหตุ​จากการเสพข่าวและรับสารทางการเมือง​ของลัทธิ​คลั่งเสรีภาพแบบก้าวร้าวสุดโต่ง ของพรรคการเมืองหนึ่งที่มองทุกอย่าง​ในสังคมไทยในแง่ลบแง่ร้ายซึ่งเกิดจากการป้อนข้อมูล​และทัศนคติ​ทางการเมือง​แบบต่อต้านผ่านกลไกการสื่อสารทั้งทางโซเชียล​มีเดีย​ การทำกิจกรรม​กลุ่ม​ การคบคุ้นกับรวมกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติ​โน้มเอียงแบบต่อต้านสังคม ซึ่งแม้ว่าในมุมมองของสังคมจะมองว่าเป็นพฤติกรรม​ที่ก้าวร้าวรุนแรงมีลักษณะ​เป็น​ไปในเชิงลบแต่สำหรับ​ตัวเยาวชน​คนดังกล่าวและกลุ่มเพื่อนที่ได้รับความสนใจ​ จากกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติ​ไปในทางเดียว​กัน กลับทำให้เกิดการเสริมแรงทางบวก (positive reinforcement ) กล่าวคือ กลายเป็น​ความเท่ห์ ตื่นเต้น ท้าทาย ห้าวหาญ​มีสามารถ​เอาชนะระบบ ระเบียบ​และกลไกทางสังคมที่ตนและพวกต่อต้านจนได้รับการยอมรับ

นายแทนคุณ กล่าวว่า ซึ่งในความรู้สึก​ของพวกเขา​มันคือการชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากครอบครัว​หรือเพื่อนที่ต้องปฏิบัติ​ตามกฎระเบียบ​และอยู่​ในความปกติของสังคม การเสริมแรงทางบวกในมุมกลับทำให้เกิด​พฤติ​กรรมต่อต้านสังคมที่เข้มข้นขึ้น และมีการขยายผล จากเครือข่าย​ที่ มีลัทธิ​คลั่งเสรีภาพแบบก้าวร้าว ผ่านกลไกของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งป้อนความคิดเหล่านี้โดยไม่คำนึงถึง​ผลกระทบ​และทำอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เป็น​กระบวนการ​จะยิ่งทำลายคุณ​ค่าและอัตลักษณ์​แบบประนีประนอม​ของเยาวชน​ไทยในระยะยาว  เพราะยิ่งสังคมให้ความสนใจมากเท่าไหร่​ ยิ่งมีเหยื่อที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดพร่อง และไปเสพติด​การให้คุณค่าทางสังคมแบบก้าวร้าวและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองและเพื่อนที่อยู่ในห้องแห่งเสียงสะท้อน​ทางความคิดใช้เป็นหลักดำเนินชีวิต​ซึ่งมีแต่จะทำให้ตัวเองติดบ่วงความรุนแรง​ไปเรื่อยๆ

“ผมอยากให้ทางคณาจารย์​ใช้ความอดทนอดกลั้น​ให้มากและหาโปรแกรม​ทางจิตวิทยา​เชิญ​ผู้​เชี่ยว​ชาญ​มาช่วยเหลือ​ดูแล​หยก และมองหาทางออกร่วมกันกับครอบครัว​และสังคม เพื่อเสริมหนุนให้เขาได้มีทางรอดทางอื่นไม่ผลักไส​ให้ไปตกเป็น​เหยื่อ​ของกลุ่มขบวนการลัทธิคลั่งเสรีภาพ​แบบก้าวร้าวสุดโต่ง ที่ขับเคลื่อน​โดยพรรคการเมือง​บางพรรคที่เน้นปลุกปั่นไปที่เด็กและเยาวชนจนตนอดห่วงไม่ได้​ว่าในอนาคตเราจะมีเหยื่อแบบหยกเพิ่มขึ้น​เรื่อยๆ แม้ว่าเสรีภาพ​จะเป็น​สิ่งที่สวยงามและเป็นคุณ​ค่าหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย​แต่หากมุ่งทำลายระบบและค่านิยมแห่งการประนีประนอม​ที่ช่วยรักษาระเบียบ​วินัย กฎกติกาไปจนถึงจารีตที่ดีงามทางสังคมและนำมาซึ่งความแตกแยกที่รุนแรงของครอบครัว​ โรงเรียน​ และสังคมแล้วก็ควรหาทางแก้ไขต่อไป”นายแทนคุณ​ กล่าว

ซัดเดือดปม‘หยก’!อดีตการ์ดเสื้อแดงฉะพวกช่างยุ เริ่มที่ลูกคุณก่อน คุกไม่ใช่สวนสนุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737441

ซัดเดือดปม‘หยก’!อดีตการ์ดเสื้อแดงฉะพวกช่างยุ เริ่มที่ลูกคุณก่อน คุกไม่ใช่สวนสนุก

ซัดเดือดปม‘หยก’!อดีตการ์ดเสื้อแดงฉะพวกช่างยุ เริ่มที่ลูกคุณก่อน คุกไม่ใช่สวนสนุก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.50 น.

ซัดเดือดปม‘หยก’!อดีตการ์ดเสื้อแดงฉะพวกช่างยุ เริ่มที่ลูกคุณก่อน คุกไม่ใช่สวนสนุก

15 มิถุนายน 2566 นายสมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ดเสื้อแดง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีถึง “หยก” ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ว่า “ถ้าคุณเห็นเด็กที่เป็นนักเคลื่อนไหว ทำสิ่งเหล่านั้น เป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าคุณมีลูก คุณก็ปลูกฝังให้ลูกคุณทำให้ได้ แบบที่เด็กเหล่านั้นทำ อย่ามายุลูกชาวบ้านเขา ให้ทำในสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่เขายังรับไม่ได้และไม่ทำกัน”

“เริ่มต้นที่ลูกคุณก่อน ไม่ใช่ตื่นเช้ามา ส่งลูกไปรร. แล้วพร่ำสอนเขา ตั้งใจเรียนนะลูก อย่าเหลวไหลนะ กลับบ้านให้ตรงเวลา แต่งตัวให้เรียบร้อย คุณครูจะได้ให้เกรดดีๆ พอได้เกรดดี ก็จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ พ่อแม่จะได้ชื่นใจ เริ่มต้นที่ลูกคุณก่อนเลยครับ ถ้าจะเปลี่ยนแปลแบบที่ยุให้ลูกคนอื่นทำครับ”

“อยากให้ลูกไอ้พวกยุๆ ติดคุก ติดรางดูบ้าง ดูซิ แม่งงงจะจุดพลุฉลอง7วัน7คืนไหม เอาสักเดือน ยุจัง คุกนะ ไม่ใช่สวนสนุก ที่ลูกๆมึงเข้าไปจะได้กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนนั่งรถไฟเหาะ”

‘คุณปลื้ม’หนุนโรงเรียนปกป้องกฎ ดึงสติพวกให้ท้าย‘หยก’ระวังผลต่อเด็ก-สังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737430

‘คุณปลื้ม’หนุนโรงเรียนปกป้องกฎ ดึงสติพวกให้ท้าย‘หยก’ระวังผลต่อเด็ก-สังคม

‘คุณปลื้ม’หนุนโรงเรียนปกป้องกฎ ดึงสติพวกให้ท้าย‘หยก’ระวังผลต่อเด็ก-สังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 08.52 น.

‘คุณปลื้ม’หนุนโรงเรียนปกป้องกฎ ดึงสติพวกให้ท้าย‘หยก’ระวังผลต่อเด็ก-สังคม

15 มิถุนายน 2566 หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” พิธีกร และผู้ดำเนินรายการข่าว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก M.l. Nattakorn Devakula แสดงความคิดเห็นต่อกรณี “หยก” ดังนี้…

1.ในด้านสิทธิเสรีภาพ สิทธิเสรีภาพก็ยังอยู่ใต้กฎหมายคุณมีสิทธิเสรีภาพ ภายใต้ที่กฎหมายกำหนด นี่เรียกว่าสังคมที่มีกฎระเบียบ ในกรณีนี้สถาบันการศึกษาก็มีกฎของสถาบัน อยู่ในโรงเรียนก็ต้องมีกฎระเบียบของสถานการศึกษานั้นๆ

2. เราจะสอนให้เด็กรุ่นต่อไปไม่เคารพกฎไปเรื่อยๆหรือ? อย่างนี้ถ้าอนาคตมีคนไม่พอใจจะเปลี่ยนกฎอะไรก็ให้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎนั้นเลยง่ายง่ายทั้งที่โดยส่วนรวมผู้อื่นก็ยังยินดีปฏิบัติตามกฎนั้นอยู่? มันเเฟร์ต่อผู้อื่นซึ่งร่วมศึกษาในสถาบันนั้นนั้นไหม?

คนส่วนใหญ่มีเหตุผลและเคารพกติกา โรงเรียนไม่ต้องกังวลกับนักการเมืองหรือสื่อหรือพิธีกรหรือเอ็นจีโอที่เก็บเเต้มเข้าตนเองด้วยการให้ท้ายเด็กหรอกครับ ทำในสิ่งที่เหมาะสมเเล้วสังคมจะเห็นเองว่าใครผิดใครถูก การเรียนเป็นโอกาสที่พิเศษ เป็น Privilege ของเด็กที่ได้เรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพที่มีชื่อเสียง นักเรียนผู้นั้นควรตระหนักถึงสิทธิพิเศษตรงนี้ การทำสีผมหรือเเต่งตัวอะไรยังไงก็ได้ไม่ใช่สิทธิ ไม่เคยเป็นสิทธิ มันเเค่เป็นสิ่งที่คุณอยากทำตามอำเภอใจเท่านั้น รณรงค์ให้เด็กปฏิบัติตามกฎระเบียบสถานการศึกษาจะดีกว่า ไม่ใช่วันวันเอาเเต่ให้ท้ายนักเรียนเพื่อให้ตนเองดูเหมือนเป็นคนที่เชียร์เรื่องสิทธิเสรีภาพ

โรงเรียนจำนวนมากในโลก ถ้าเป็นเอกชน ต้องจ่ายเงิน ก็มียูนิฟอร์ม และให้ความสำคัญกับการปลูกฝังค่านิยมการเคารพกติกาตั้งแต่เล็กๆเลย เน้นความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นมาก ไม่ใช่เอาเเต่ให้ท่องเรื่องสิทธิของตนเองตามที่ตอนนี้มีการเชื่อกัน เรียนโรงเรียนมัธยมประจำในยุโรป/สหรัฐฯ เขามีกฎแม้แต่เรื่องกรอบเวลาในการใช้อุปกรณ์สื่อสารหรือเรื่องอื่นๆ โซนเอเชียก็เช่นกัน การปฏิบัติตามกฎที่ไม่ได้เป็นภัยต่อสวัสดิภาพของนักเรียนคือการฝึกการควบคุมตนเอง เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญมาก อีกครั้ง: ถ้ารักรุ่นต่อไปจริงจริง ไม่ใช่รักเพื่อให้ตนเองดูเหมือนว่าเป็นฮีโร่ของฝ่ายประชาธิปไตยก็ควรที่จะสอนให้เขาปฏิบัติตามกฎ

ส่วนใครอยากให้ท้ายเด็กไปเรื่อยๆ ก็เชิญ..เเล้ววันหนึ่งก็จะเข้าใจเองว่าผลต่อตัวเด็กผู้นั้นเเละผลต่อสังคมจะเป็นเช่นไร

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737418

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.12 น.

อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน

15 มิถุนายน 2566 ความคืบหน้ากรณี “หยก” เยาวชนหญิงวัย 15 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 ที่มีอายุน้อยที่สุด นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกโรงเรียนไล่ออกนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอบนี้ชาวเน็ตไม่เข้าข้าง’หยก’ ชี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว แห่ให้กำลังใจครู-โรงเรียน)

ล่าสุดนายปรีชา จิตรสิงห์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ลงนามในแถลงการณ์ เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว เนื้อหาระบุว่า…

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตามสื่อต่างๆ และช่องทางโซเชียลมีเดียนั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน สมาคมนักเรียนเก่า ชมรมครูเก่า เครือข่ายผู้ปกครอง รวมถึงสภานักเรียน ขอแถลงการณ์ ดังนี้⁣

1. น้องหยก สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย วันที่ 1 เม.ย.2566 มารดาของน้องหยก มาบันทึกขอเลื่อนการมอบตัวเพื่อศึกษาต่อระดับชั้น ม.4 ⁣

ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 2566 โรงเรียนได้รับรายงานตัวน้องหยกไว้ก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการศึกษาต่อ (หลังจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี จ.นครปฐม ได้ปล่อยตัวในคดี ม.112)⁣

ซึ่งในการรายงานตัวดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการมอบตัวตามประกาศการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ซึ่งโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนเข้าเรียนก่อน และเน้นย้ำให้นำผู้ปกครอง (มารดา) มามอบตัวนักเรียนให้สมบูรณ์ภายในวันที่ 10 มิ.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่โรงเรียนจะต้องยืนยันข้อมูลจำนวนนักเรียนในระบบ DMC ของกระทรวงศึกษาธิการ⁣

แต่นักเรียนไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ทำให้ไม่มีฐานข้อมูลในระบบ จึงไม่ได้เป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ในปีการศึกษา 2566⁣

2. หลังจากน้องหยก เข้าเรียนในวันที่ 22 พ.ค. 2566 โรงเรียนได้ชี้แจงให้รับทราบระเบียบแนวปฏิบัติตามคู่มือนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ที่ผ่านการประชาพิจารณ์โดยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และนักเรียนทุกคนได้ปฏิบัติตามระเบียบนี้ แต่น้องหยก ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เช่น ไม่แต่งกายชุดนักเรียน การทำสีผม การมาเรียนตามเวลา/รายวิชาตามความพอใจของนักเรียน รวมทั้งขอไม่เข้าร่วมกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการไม่ยอมรับกฎระเบียบและไม่เข้าสู่กระบวนการของโรงเรียน⁣

3. โรงเรียนขอเน้นย้ำให้ทราบว่า ไม่เคยปฏิเสธการรับนักเรียนเข้าเรียน และได้ให้การดูแลตามระบบ ดูแลการช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ถึงแม้นักเรียนไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปรับปรุงพฤติกรรม ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น⁣

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737304

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

สมศ.บันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737305

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี  สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลายเป็นกระแสการพูดถึงและแชร์ต่อในโลก Social Media เมื่อ Page Facebook “สังคมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม” โพสต์ภาพรายวิชาเลือกเสรีที่ระบุชื่อวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ คือ วิชา “ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นหูจากนิยายและภาพยนตร์เรื่อง “แฮร์รี่พอตเตอร์” หลายคนคงสงสัยว่าวิชาที่ชื่อสะดุดตานี้ จะสอนเกี่ยวกับอะไร และจะสอนร่ายเวทมนตร์คาถาเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่?

อาจารย์พรพรหม ไชยฉัตรพรสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และรองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการออกแบบหลักสูตรว่า เดิมนักเรียนจะต้องเรียนในวิชาที่กำหนด จึงมีข้อเสนอแนะที่อยากมีวิชาที่ตนสนใจ ในปี 2562 โรงเรียนจึงปรับหลักสูตรเพิ่มวิชาเลือกเสรี นอกจากวิชาพื้นฐานที่เข้มข้นแล้ว จะมีวิชาเลือกเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคตของนักเรียน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มวิชาที่เป็นสมรรถนะสำคัญ และเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ด้านสุขภาพ มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร ด้านกีฬา มีวิชาที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ตัดสินกีฬา ส่วนวิชา “ป้องกันตัวในศาสตร์มืด”เป็นอีกวิชาหนึ่งซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีที่โรงเรียนเปิดสอนมาเป็นปีที่ 3 แล้ว  

อาจารย์กมลชนก สกนธวัฒน์ อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม เจ้าของรายวิชานี้อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของวิชาประกอบด้วย 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรก คือมีโอกาสได้คุยกับนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนแต่ละคนมีโจทย์ในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคืออยากจะก้าวข้ามผ่านโจทย์ในชีวิตไปให้ได้ ประกอบกับช่วงนั้นสังคมกำลังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับด้านจิตใจ ความเครียด โรคซึมเศร้าจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นครู เราจะช่วยนักเรียนได้อย่างไร

เหตุการณ์ที่สอง เกิดจากโลก Social Media ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ มีการสร้าง Hate Speech สร้างความเกลียดชัง หรือแม้กระทั่งคนที่ใช้ความรู้ในทางที่ผิด ใช้กลโกงทำร้ายผู้อื่น จึงมีความคิดว่า ถ้านักเรียนออกไปเจอกับสังคมที่โหดร้าย เราทำอย่างไรให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงอยากให้มีวิชาที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียน

อ.กมลชนก เล่าต่อไปว่า ตอนคิดชื่อวิชา อยากได้ชื่อวิชาที่มีองค์ประกอบ 3 ประการ ประการแรกคือสะท้อนจุดมุ่งหมายของวิชา เมื่อนักเรียนเห็นชื่อวิชาแล้วพอจะรู้ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร ประการที่สองอยากได้ชื่อวิชาที่มีความคิดสร้างสรรค์ แตกต่างจากชื่อวิชาเดิมที่เคยมี ส่วนประการสุดท้ายคือต้องเป็นชื่อที่เป็น First Impression ที่ดี จึงนึกถึง “วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” จากเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ซึ่งชื่อนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากนำเสนอทั้ง 3 ประการ  

“ศาสตร์มืด” หมายถึง ปีศาจตัวหนึ่งที่เข้ามาขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเราในวิชานี้เกี่ยวโยงกับความมืด 2 ด้านด้วยกัน อย่างแรกคือ ความมืดในใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความท้อแท้ใจการไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเป็นปีศาจตัวหนึ่งที่ขัดขวางไม่ให้เรามีความสุขในชีวิต เป็นความมืดภายในตัวที่เราต้องจัดการมันให้ได้ ส่วนด้านที่สองคือ ความมืดจากภายนอกในสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยการแสดงออกหรือการใช้คำโดยเฉพาะใน Social Media ที่มีส่วนสร้างความเกลียดชังใช้ความรู้เอาเปรียบผู้อื่น เราจึงควรสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีแก่เด็ก มีเครื่องมือที่จะออกไปเอาชนะได้

สำหรับการเรียนการสอนรายวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ประกอบด้วยการทำกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การจำลองเหตุการณ์ และมีการสะท้อนความคิด สะท้อนการเรียนรู้ สะท้อนคุณค่าของตนเอง เช่น ในอนาคตนักเรียนเจอกับเหตุการณ์ที่กระทบกับตนเอง เมื่อนักเรียนเคยเจอครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าเจอกับเหตุการณ์เดียวกันนี้อีก จะสามารถย้อนนึกถึงในสิ่งที่เคยเรียน วิธีการที่ใช้ในการป้องกัน เมื่อเจอกับสิ่งนี้สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้

“ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากยุคสมัยก่อนมากโดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูล สังคมที่ต้องเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่สังคมในชีวิตประจำวัน มีสังคมอีกโลกหนึ่งคือใน Social Media ทำอย่างไรให้นักเรียนใช้ชีวิตทั้งสองอย่างได้อย่างมีความสุข” อ.กมลชนก กล่าวในที่สุด

นางสาวจิณห์จุฑา เปรมประชา, นายธรรศ อินทรารักษ์สกุล, นายวรดร โกศลพิศิษฐ์กุล และนายธัญฑ์ กฤษณะเศรณี ตัวแทนนักเรียนที่เรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด กล่าวว่า สนใจเพราะชื่อวิชาน่าสนใจ ส่วนใหญ่วิชาเรียนจะตั้งชื่อค่อนข้างวิชาการ เมื่อได้อ่านรายละเอียดรายวิชาแล้วก็ชอบ เพราะสอนเกี่ยวกับทักษะการใช้ชีวิตประจำวันของเราที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป หลังจากได้เรียนแล้วก็สนุก เนื้อหาไม่เครียด กิจกรรมสับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เช่น การแสดงละครที่มีบทเกี่ยวกับการปฏิเสธ ต้องปฏิเสธอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่เสียใจ สอนเรื่องการเลือกใช้คำพูดการเป็นผู้พูด และการเป็นผู้ฟังที่ดี  กิจกรรมดูภาพยนตร์ โฆษณา แล้วถอดบทความออกมาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตว่าได้บทเรียนอย่างไร นำทักษะไปใช้ชีวิตในอนาคตอย่างไร เป็นต้น