‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ฉลองครบรอบ 12 ปี ใน ‘งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30’

'ติ๊ก เจษฎาภรณ์'ฉลองครบรอบ 12 ปี  ใน 'งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30'

‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ฉลองครบรอบ 12 ปี ใน ‘งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30’

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.24 น.

จัดหนักจัดเต็มขึ้นทุกปีกับงานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย โดย “คุณบุ๋ม-กุลชลี ปรีชญาดีกุล” กรรมการบริหาร บริษัท เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวลแอนด์เอเจนซี่ จำกัด จัดงาน เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนล X เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30 นำทีมพันธมิตรออกบูธในงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30 ด้วยแพ็คเกจทัวร์สุดพิเศษให้กับเหล่านักเดินทางในหลากหลายเส้นทางท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมฉลองครบรอบ 12 ปี จัดหนักแจกคุ้มถึง 4 ต่อ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท และพิเศษสุดกับซุปตาร์คนดังที่ยกทัพกันมาบุกบูธเบสท์อินเตอร์เนชั่นแนลอย่างใกล้ชิด นำทีมโดย พระเอกตลอดกาล “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” ร่วมแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ร่วมด้วย เก่ง-ธชย แบรนด์แอมบาสเดอร์ เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนล, เจนนี่-รัชนกจีน่า วิรายา, ปิงปอง–ธงชัย โดยมี ดีเจดาด้า-วรินดา และ ดีเจโบ–ธนากร รับหน้าที่พิธีกร ณ บริเวณบูธ เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“คุณบุ๋ม-กุลชลี” เผยว่า “ด้วยคุณภาพบริษัททัวร์และคุณภาพของการให้บริการ ที่เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนลยึดเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานมาตลอดระยะเวลา 12 ปี ส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับเราอย่างไม่ลังเล และทำให้วันนี้เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนลยังคงความเป็นบริษัททัวร์คุณภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ไว้ได้เช่นเคย จึงอยากตอบแทนลูกค้าทุกท่านไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ด้วยความพิเศษมากมายที่นำมามอบให้ในงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 30 โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ของเราในการจัดแพ็คเกจทัวร์ราคาดีๆ รวมถึงให้สิทธิ์ผู้ที่ซื้อแพ็คเกจทัวร์กับเราได้ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษอีกหลายรายการ

นอกจากนั้น ยังมีดาราศิลปินดังมากมายมาร่วมแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวในบูธของเราด้วย ซึ่งทยอยกันมาร่วมสร้างสีสันในบูธเบสท์อินเตอร์เนชั่นเนล ยิงยาวตลอด 4 วันเต็ม เรียกว่าเป็นการฉลองครบรอบ 12 ปี พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 แบบยิ่งใหญ่จัดเต็มเลยค่ะ แถมได้กระทบไหล่ดาราดัง อาทิ ติ๊ก เจษฎาภรณ์, เก่ง ธชย, เจนนี่ รัชนก, จีน่า วิรายา, ปิงปอง ธงชัย, โอปอล สุชาตา, แอนนา เสืองามเอี่ยม, แนท อนิพรณ์, น้ำตาล ชลิตา, หมอปลาย และ อาจารย์เป็นหนึ่ง ตลอด 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 16-19 มกราคม 2568”

สนใจแพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยว ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bestinternational.com หรือ Facebook Fanpage : Bestinternational / Line Official Account : @bestinternational / โทร.02-868-2233 หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ…ไปกับทัวร์ ชัวร์กับเบสท์

014

ใจหายใจคว่ำ!’บอย – เจี๊ยบ’เตือนภัยหลังถูกแฮ็กเกอร์ป่วนแฮกยูทูบ

ใจหายใจคว่ำ!'บอย – เจี๊ยบ'เตือนภัยหลังถูกแฮ็กเกอร์ป่วนแฮกยูทูบ

ใจหายใจคว่ำ!’บอย – เจี๊ยบ’เตือนภัยหลังถูกแฮ็กเกอร์ป่วนแฮกยูทูบ

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.01 น.

ทำเอา บอย อนุวัฒน์ และเจี๊ยบ พิจิตตรา หัวจะปวดหลังจากก่อนหน้านี้ยูทูบช่อง Boy Peacemaker และช่อง BoyJeab Channel ถูกมือมืดแฮกจนใช้งานไม่ได้ แต่ล่าสุด บอย ได้โพสต์ประกาศข่าวดีให้แฟนๆได้เฮ เมื่อได้ยูทูบทั้ง 2 ช่องคืนกลับมาเป็นที่เรียบร้อย แต่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากได้ช่องกลับคืนมา

บอย อนุวัฒน์ “ ช่องกลับมาแล้วค้าบ ขอบคุณ ทีมงาน แหล่งรวมเพลงฮิต  by MCN Solution One น้องเฟิร์น ที่ช่วยประสานงาน แนะนำวิธี จนได้ช่องคืนกลับมานะครับ  ขอบคุณผู้ติดตามทุกๆคนที่เอาใจช่วยนะครับ แต่ช่อง Boy Peacemaker ผู้ติดตามหายไป 5000 กว่าคน  ใครยกเลิกติดตามไป กลับมาใหม่นะครับ มาฟังเพลงด้วยกันก่อนครับ เดี๋ยวจะร้องบ่อยๆเลยค้าบ  https://youtube.com/@boypeace?si=7RiCXwvRVtdiQ7ew ส่วนช่อง BoyJeab Channel ผู้ติดตามยังเท่าเดิมครับ https://youtube.com/@boyjeabchannel?si=5HYfXkh126lqeNdW

มาเยี่ยม มาชมกันเยอะๆนะครับ 

หลังจากที่แฟนๆได้เห็นข้อความที่บอยโพสต์ต่างก็เข้ามาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม “ ติดตามตลอดกาลครับ , กลับมาอลังการ ปังกว่าเดิม , ดีใจด้วยนะครับพี่ , กดติดตาม Boy Peacemaker และ BoyJeab Channel ให้แล้วครับ “ หลังจากบอย-เจี๊ยบได้เห็นกำลังใจที่แฟนๆส่งมาให้รัวๆก็ทำเอาทั้งคู่ใจฟูยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

014

มัดรวมลุคสุดซี้ด!’เบนซ์ พริกไทย’คัมแบ็คทั้งทีจะธรรมดาได้ไง!สวยแซ่บทุกลุค

มัดรวมลุคสุดซี้ด!'เบนซ์ พริกไทย'คัมแบ็คทั้งทีจะธรรมดาได้ไง!สวยแซ่บทุกลุค

มัดรวมลุคสุดซี้ด!’เบนซ์ พริกไทย’คัมแบ็คทั้งทีจะธรรมดาได้ไง!สวยแซ่บทุกลุค

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.56 น.

ห่างหายจากวงการเพลงไปนานกว่า 10 ปี เพื่อดูแลครอบครัว วันนี้ “เบนซ์ พริกไทย” (ดริณทร์รัฎ มีนะวาณิชย์) นักร้องสาวเสียงหวานจากยุค 90s-2000s กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในฐานะศิลปินหญิง กับแนวเพลง “Sweet Poprock” และลุคใหม่สุดแซ่บที่ทำเอาแฟนๆ ตาค้างการกลับมาครั้งนี้ เบนซ์ทุ่มเทเต็มที่ ทั้งฟิตเนส ออกกำลังกาย ฝึกซ้อมร้องเพลงกับ “ครูโรจน์” (รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์) โค้ชระดับแนวหน้าของไทย และที่สะดุดตาที่สุดคือ ชุดการแสดงสุดปัง! ซึ่งออกแบบโดย ‘พี่อัน’ ดีไซเนอร์ชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังลุคสวยของศิลปินทั้งไทยและระดับโลก แถมบางงานยังได้ทีมสไตลิสต์จากรายการ “สามแซ่บ” มาช่วยออกแบบลุคให้

‘ไลแคน’ (LYKN) ร่วมแสดงในขบวนพาเหรดนานาชาติยามค่ำคืนรับตรุษจีนของ ‘ฮ่องกง’

‘ไลแคน’ (LYKN) ร่วมแสดงในขบวนพาเหรดนานาชาติยามค่ำคืนรับตรุษจีนของ ‘ฮ่องกง’

‘ไลแคน’ (LYKN) ร่วมแสดงในขบวนพาเหรดนานาชาติยามค่ำคืนรับตรุษจีนของ ‘ฮ่องกง’

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

งานสเกลยักษ์ประจำปี Cathay International Chinese New Year Night Parade จัดโดยการท่องเที่ยวฮ่องกง พร้อมการสนับสนุนหลักจากคาเธ่ย์ (Cathay) พร้อมแล้วที่จะกลับมาวาดลวดลายความอลังการในย่านจิมซาจุ่ยของฮ่องกง เป็นปีที่ 23 ภายใต้ธีม “Unfold a Year of Good Fortune” เพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของปีงู (29 มกราคม) ยกทัพ 55 ชุดการแสดงมาจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมผสมผสานเสน่ห์และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของฮ่องกง ผ่านรถขบวนหลากหลายรูปแบบ เพื่อสะท้อนบทบาทของฮ่องกงในฐานะ “เมืองหลวงแห่งการเฉลิมฉลอง” ที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหลและเสน่ห์เฉพาะตัว

ทัพการแสดงนานาชาติจาก 14 ประเทศ – บอยแบนด์ ‘ไลแคน’ (LYKN) ตัวแทนประเทศไทย ร่วมทัพความอลังการเป็นปีแรก สิ่งที่พิเศษก็คือ เราจะได้ต้อนรับทีมศิลปินจากประเทศที่เพิ่งมาเข้าร่วมเป็นปีแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา ออสเตรีย อินเดีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย ซึ่งบางกลุ่มมีชื่อเสียงระดับโลก เช่น V.UNBEATABLE DANCE GROUP ผู้ชนะจาก America’s Got Talent: The Champions 2020 กลุ่มกายกรรมจากออสเตรียและรองชนะเลิศจาก America’s Got Talent 2018 อย่าง Zurcaroh รวมถึงกลุ่มนักเต้นที่คว้ารางวัล Golden Buzzer จาก Indonesia’s Got Talent 2023

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากกลุ่มศิลปินชาวจีนที่จะมาเติมเต็มความประทับใจให้กับผู้ชมอย่าง Shaanxi Performing Arts Troupe ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในงานพิธีเปิดและปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติของจีน ครั้งที่ 14  ผู้ชมยังจะได้ชมการแสดงของ LYKN บอยแบนด์ไทยผู้ชนะจากรายการแข่งขัน Project Alpha ของ GMMTV การแสดงของพวกเขาผสมผสานเพลงป๊อปสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายของความเป็นไทยผ่านท่าเต้นที่โดดเด่น รวมถึงการแสดงจาก Kep1er เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีที่เต็มไปด้วยพลังและความสดใส

การแสดงจากศิลปินท้องถิ่นฝีมือระดับโลกในเทศกาลสุดอลังการ

ฮ่องกงภูมิใจนำเสนอ 12 กลุ่มการแสดงท้องถิ่นที่มีทักษะหลากหลาย นับตั้งแต่การเต้น เชียร์ลีดดิ้ง กายกรรม ไปจนถึงการกระโดดเชือก โดยหลาย ๆ กลุ่มมีชื่อเสียงในระดับสากลและคว้ารางวัลจากการแข่งขันระดับโลก อาทิ Chestroll Dance Crew ผู้ชนะจาก World of Dance Hong Kong 2019 และ 2023 พร้อมด้วย SDM Jazz & Ballet Academie และ Hong Kong Rope Skipping Association, China ซึ่งเคยคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันนานาชาติมามากมาย นอกจากนี้ สำหรับการแสดงจาก Hong Kong Rope Skipping Association, China ที่เข้าร่วมขบวนพาเหรดทุกปี จะมีนักกระโดดเชือกระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น มาร่วมเล่นและเพิ่มสีสันให้กับงานเฉลิมฉลองอันสุดพิเศษนี้

ขบวนพาเหรดจะเริ่มต้นขึ้นที่ Hong Kong Cultural Centre Piazza และเคลื่อนผ่านถนนแคนตัน ถนนไห่ผิง และถนนนาธาน ก่อนจะไปถึง Sheraton Hong Kong Hotel & Towers โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการในเวลา 20:00 น. ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไปนั้น ในเวลา 18:00 น. จะมีการแสดงจาก 18 กลุ่มศิลปินท้องถิ่นที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศแบบคาร์นิวัลผ่านการแสดงกายกรรม การแสดงมายากล การเต้น และเล่นดนตรี เพื่อให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับความสนุกสนานและความรื่นเริงของเทศกาลตรุษจีน

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนของการท่องเที่ยวฮ่องกงได้ที่:

‘เข็ม รุจิรา’ประสบอุบัติเหตุใหญ่สุดในชีวิต โพสต์ขอโทษผู้เสียหายทุกคน

'เข็ม รุจิรา'ประสบอุบัติเหตุใหญ่สุดในชีวิต โพสต์ขอโทษผู้เสียหายทุกคน

‘เข็ม รุจิรา’ประสบอุบัติเหตุใหญ่สุดในชีวิต โพสต์ขอโทษผู้เสียหายทุกคน

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

ทำเอาแฟนๆ ต่างเป็นห่วงไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อนักแสดงสาวอย่าง “เข็ม รุจิรา ช่วยเกื้อ” ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เผยให้เห็นภาพรถที่ถูกชนจนสภาพเละ พร้อมระบุข้อความว่า

“เช้า 20 ม.ค. 2568 : 06:09 น. อุบัติเหตุใหญ่สุดในชีวิต เข็มขอโทษอาปิ่น นักแสดง และทุกรายการที่เข็มไม่สามารถไปได้วันนี้นะคะ

ขอบคุณมูลนิธิร่วมกตัญญู ทีมน้องต้น ที่มาเร็วมาก ดูแลผู้เสียหายและพาเข็มส่ง รพ. ขอบคุณที่มตำรวจ สน.โชคชัย

สำคัญสุด เข็มขอโทษผู้เสียหายทุกท่านนะคะ ที่ทำให้เสียเวลา เสียทรัพย์สิน และขอโทษที่ไม่ได้อยู่รอประกันและดูแลทุกอย่างจนจบ

ตอนนี้ CT SCAN และ X-RAY แล้ว ปลอดภัยดี หมอให้นอน รพ. 1 คืน เพื่อดูอาการ

ขอโทษทุกท่านอีกครั้งค่ะ
เข็ม 20012568”

หลังจากที่โพสต์ไปแล้วนั้น ก็มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเป็นห่วง ขอให้หายไวไว และขอให้พระคุ้มครอง

ทำแฟนคลับใจฟู! ‘ไมกี้ ปณิธาน’ นั่งสบตา กระทบไหล่

ทำแฟนคลับใจฟู! ‘ไมกี้ ปณิธาน’ นั่งสบตา กระทบไหล่

ทำแฟนคลับใจฟู! ‘ไมกี้ ปณิธาน’ นั่งสบตา กระทบไหล่

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.27 น.

อบอุ่นไปทั้งตึกมาลีนนท์ กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกของหนุ่มสุดฮอตเจ้าเสน่ห์ “ไมกี้ ปณิธาน” ที่เสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ในงาน FANSIGN PHOTOBOOK: MIKEY One Fine Day” เปิดตัวตนของหนุ่มไมกี้ ผ่านเซตภาพถ่ายวันสบาย ๆ ที่แจกเท่ ความสดใส เป็นของขวัญให้แฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตและสนับสนุนมากันมาตลอด โดยมีแฟน ๆ มาร่วมในงานกันอย่างล้นหลาม เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ณ ตึกมาลีนนท์ ช่อง 3

นับเป็นโมเมนต์สุดประทับใจ กับงาน FANSIGN PHOTOBOOK: MIKEY One Fine Day ที่เปิดงานมาก็จัดเต็มด้วยบิ๊กเซอร์ไพรส์จากคุณแม่ ถือเค้กวันเกิดจาก คุณดิว ปิ่นกมล มาลีนนท์ ขึ้นอวยพรพรีเบิร์ดเดย์ (31 มกราคม 68) พร้อมด้วยแฟนคลับที่ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้อย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มงานแฟนไซน์แจกลายเซ็นพร้อมพูดคุยกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด งานนี้ไม่ได้แฮปปี้กับโฟโต้บุ๊คพร้อมลายเซ็นเท่านั้น รวมถึงยังได้ใกล้ชิดตักตวงความฟินกันไปแบบเต็มสูบ ด้วยเซอร์ไพรส์ที่เจ้าตัวเล่นกีต้าร์ร้องเพลง เปลี่ยนเป็นรัก และ it had to be you เรียกเสียงกรี๊ดลั่นชั้น อีกทั้งยังมีสุ่มแจกของรางวัล special อีกมากมาย ซึ่งงานนี้หนุ่มไมกี้ทุ่มสุดตัวเสิร์ฟความสุขให้ได้ฟินกันแบบจุใจถึง 5 ชั่วโมงเต็ม!

ซึ่งงานนี้ “ไมกี้” เผยว่า “งานแฟนไซน์ครั้งแรกตื่นเต้นมาก ขึ้นเวทีมาปุ๊บคุณแม่มาเซอร์ไพรส์วันเกิดล่วงหน้าเลย เป็นบรรยากาศที่ดีมากครับ งานวันนี้อบอุ่นมากจริง ๆ ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่มาร่วมอยู่ในโมเมนต์ที่ดีด้วยกัน คอยสนับสนุนและอยู่ซัพพอร์ตกันมาตลอด โฟโต้บุ๊คเล่มนี้ ผมตั้งใจทำมาก อยากให้แฟน ๆ ได้รู้สึกเหมือนว่าได้ใกล้ชิด และรู้จักผมมากขึ้น ด้วย Mood  &Tone ในโฟโต้บุ๊คเล่มนี้มีทั้งความอบอุ่น มีกลิ่นอายสไตล์โฮมมี่ ที่ถ่ายทอดความเป็นตัวผมออกมาได้เยอะมาก หวังว่าทุกคนจะชอบและประทับใจกับโฟโต้บุ๊คเล่มนี้นะครับ”

รายงานพิเศษ : ‘Chiang Mai Greentopia’ ต้นแบบอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพ พัฒนาระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ

รายงานพิเศษ : ‘Chiang Mai Greentopia’  ต้นแบบอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพ  พัฒนาระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ

รายงานพิเศษ : ‘Chiang Mai Greentopia’ ต้นแบบอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพ พัฒนาระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 08.22 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตัวแทนเกษตรกร ภาคีเครือข่ายติดตามการดำเนินงานโครงการ Chiang Mai Greentopia : ต้นแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่วิถีการบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนา “ระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่” ส่งเสริมให้หมุนเวียนสินค้าการเกษตรในพื้นที่ไปสู่การบริโภคที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมแปลงผักสาธิต และสุ่มวัดสารเคมีจากตัวอย่างผักผ่านนวัตกรรม “Lab ทดสอบสารเคมีในพืชผัก”

ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ในฐานะผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia สสส. กล่าวว่า โครงการ Chiang Mai Greentopia ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะของ สสส. 4 ด้าน 1.สร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Literacy) ส่งต่อความรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะให้เครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ นำไปสู่การพัฒนาแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยในชุมชน เกิดพลเมืองอาหารและชุมชนอาหารกว่า 500 ราย, 2.สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Environment) เกิดเครือข่ายตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม กระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคกว่า 200 แห่ง,
3.ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจอาหารชุมชน (Food Economy) เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง และสร้างระบบเศรษฐกิจ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนในภาคบริการอาหารให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนรักสุขภาพ และนักท่องเที่ยว, 4.ส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหาร (Food Policy Advocacy) ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน สร้างระบบนิเวศเกษตรไร้สารเคมีการเกษตร ลดการเผาภาคเกษตรต้นเหตุ PM2.5 เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ PGS และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9002-2559

“ผลจากการขับเคลื่อนประสบความสำเร็จ จากผลสุ่มตรวจเลือดของชาวเชียงใหม่ 400 คน ล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2567 พบสารเคมีตกค้างในเลือดลดเหลือ 66% จากเดิม 90% ในปี 2565 และพบสารเคมีตกค้างในเลือดอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพิ่มเป็น 34% จากเดิม 10% ในปี 2565 ส่งผลให้การจัดอันดับจังหวัดที่ประชากรมีสารเคมีตกค้างในเลือดของ จ.เชียงใหม่ ลดลงมาอยู่อันดับ 4 จากเดิมสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าขยายผล โดยเพิ่มระดับปลอดภัยของสารเคมีตกค้างในเลือดให้อยู่ที่ 50% ภายในปี 2568 พร้อมเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้ข้อมูลชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลพิษและประโยชน์ของการเกษตรอินทรีย์ และขยายผลสร้างพลเมืองอาหารและพื้นที่กระจายผลผลิตที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง” ผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia สสส. กล่าว

พญ.วิมาลา วิวัฒน์มงคล แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าวว่า สารเคมีการเกษตรที่ใช้ฉีดพ่นพืชผักหลายชนิดสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งจากสัมผัส
รับประทาน และสูดดม หากได้รับพิษแบบเฉียบพลันจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่าซึ่งอาการจะเกิดเร็วหรือมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ได้รับ หากมีอาการต้องเร่งพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโดยทันที หรือหากสะสมสารพิษระยะยาวจะส่งผลอาจทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น ความดันโลหิตผิดปกติ เสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของโลก

“การเลือกปลูก/บริโภคผักพื้นบ้านอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและปราศจากสารเคมีการเกษตรเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการของกลุ่มโรค NCDs อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งตำลึง มะระขี้นก ใบย่านาง กระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง ชะพลู มีสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพ เช่น วิตามินซี วิตามินเอแร่ธาตุ ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลและความดันโลหิต มีใยอาหารสูง ช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลระดับครัวเรือนและระดับประเทศ” แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าวทิ้งท้าย

‘ชลวิทย์’ รักษาการอธิการบดีใหม่ มศว ปลุกพลังพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ‘LOVES SWU’

‘ชลวิทย์’ รักษาการอธิการบดีใหม่ มศว  ปลุกพลังพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ‘LOVES SWU’

‘ชลวิทย์’ รักษาการอธิการบดีใหม่ มศว ปลุกพลังพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ‘LOVES SWU’

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีรากฐานการศึกษาแข็งแกร่งในการผลิตวิชาชีพครูชั้นสูงแห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทย กับปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 76 ของมหาวิทยาลัย ภายใต้ปรัชญา “Education is Growth การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” ล่าสุด รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) คนใหม่ กล่าวว่า “ผมตั้งใจจะพัฒนามหาวิทยาลัย ให้ตอบโจทย์สังคมและทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อเตรียมตัวให้นิสิตจบออกไปเป็นบัณฑิตที่พร้อมทั้งด้านวิชาการและเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าแก่สังคม พร้อมพัฒนามหาวิทยาลัยทั้งด้านกายภาพ และพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้ก้าวหน้าในระดับสากลด้วยแนวคิดเชิงรุก “Learning University for Society” LOVES SWU Growth for All”

โดยแต่ละประเด็นในการพัฒนาแต่ละด้าน มีรายละเอียดดังนี้ L Lifelong Learning มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ กับแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านการร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงศูนย์กลางทางวิชาการเพื่อสังคม (SWU Scholar Hub for Society) มีคณาจารย์และนักวิชาการในฐานะผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ ที่สามารถสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางความรู้ให้กับสังคมไทย มศว พร้อมที่จะให้นักข่าวมาสัมภาษณ์อาจารย์และนักวิชาการในมหาวิทยาลัยเพื่อคืนความรู้สู่สังคม และ Excellent Center ศูนย์กลางนักวิชาการระดับสากลทั้งในไทยและต่างประเทศ และการส่งเสริมและสนับสนุนนิสิตที่มีศักยภาพให้กลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย (One Faculty, One Teacher), Opportunity โอกาสของทุกคน ผู้เรียนนิสิตให้ทุนการศึกษา ให้สวัสดิการต่างๆ ผลักดันนิสิตสู่การเป็นพลเมือง (Global Citizen) และมี Societal Mindset ให้เด็กเห็นคุณค่าสังคมพร้อมออกสู่สังคมอย่างมีความสุข และสานพลังเสริมศักยภาพในระดับนานาชาติ กับการทำความร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ที่เสริมสร้างศักยภาพนิสิตและคณาจารย์,

V Value Added ยกระดับคุณค่าขององค์กร พื้นที่การเรียนรู้แห่งอนาคต AI UNIVERSITY และ SWU Holding Company กับการบริหารการลงทุนเพื่อนำองค์ความรู้มาสร้างนวัตกรรมอย่างมืออาชีพ พัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์รัฐบาลและทิศทางของโลก, E Environment กับแนวคิด พื้นที่ของทุกคนเพื่อทุกคน University for all ปรับภูมิทัศน์ให้เป็น Universal Design รองรับการใช้พื้นที่สำหรับคนทุกแบบ และเพิ่มศักยภาพ Green University รวมถึงHealth and Well-being areas,S Social Engagement พันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม มศว มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมร่วมผลักดัน มหาวิทยาลัยเข้าสู่มาตรฐาน ESG โดยการบริการวิชาการสู่สังคม (OFOC – One Faculty, One Community) 1 คณะ 1 ชุมชน, อโศก โมเดล และ องครักษ์ โมเดล กับการส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจ เช่น เปิดพื้นที่การออกกำลังกาย การใช้สนามในการวิ่ง ทำกิจกรรม มีการจัดสอนโยคะ ทุกวันจันทร์และพุธ ช่วง 17.00 น. และแอโรบิกเพื่อสุขภาพ ทุกเย็นวันอังคารและพฤหัสบดี ณ ลาน 400 ล้าน อาคารนวัตกรรมศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี เริ่ม 17.30 น. เป็นต้นไป และ เซิร์ฟสเก็ต สเก็ตบอร์ดทุกเย็นวันพุธ ณ บริเวณลานเล่นล้อ เริ่ม 16.30 น. เป็นต้นไป

GISTDA จับมือ ญี่ปุ่น ร่วมจัดสัมมนาสร้างความรู้กฎหมายอวกาศสากล

GISTDA จับมือ ญี่ปุ่น ร่วมจัดสัมมนาสร้างความรู้กฎหมายอวกาศสากล

GISTDA จับมือ ญี่ปุ่น ร่วมจัดสัมมนาสร้างความรู้กฎหมายอวกาศสากล

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ ร่วมกับสํานักงานกิจการอวกาศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for Outer Space Affairs หรือ UNOOSA) และ Ministry of Foreign Affairs of Japan จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Space Law Technical Advisory Mission in Thailand”
ระหว่างวันที่ 15-17 มกราคม 2568 เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในกฎหมายอวกาศระดับสากลและการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ให้แก่บุคลากรในหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ณ ห้องบอลลูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า อว. ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอวกาศมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยีต้องควบคู่กับกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งอวกาศเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องทำงานร่วมกับนานาชาติ งาน Space Law Technical Advisory Mission ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในวันนี้ นับเป็นอีกความก้าวหน้าที่สำคัญของประเทศในด้านกิจการอวกาศ ในงานมีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านอวกาศ การลงทะเบียนวัตถุอวกาศและตัวอย่างรูปแบบการพัฒนากฎหมายอวกาศจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าพ.ร.บ.กิจการอวกาศของประเทศไทยที่กำลังจะประกาศใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนด้านอวกาศทั้งในและต่างประเทศ ตอบสนองนโยบายของทางกระทรวง อว.ที่ต้องการผลักดันให้กระทรวง อว. เป็นหนึ่งในกระทรวงด้านเศรษฐกิจ

“ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมาโดยตลอด งานในครั้งนี้
ไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับกฎหมายอวกาศและผลกระทบต่ออนาคตของประเทศอีกด้วยและต้องขอขอบคุณ GISTDA สำหรับความทุ่มเทในการเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในประชาคมอวกาศโลก รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับการสนับสนุนและเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานนี้ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความร่วมมือที่ยั่งยืนและแนวทางแก้ไขที่สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต” ผู้ช่วย รมว.อว. กล่าว

ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวเพิ่มเติมว่างาน Space Law Technical Advisory Mission นี้เป็นหนึ่งในการดำเนินงานสนับสนุนความรู้ด้านอวกาศของทาง UNOOSA โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประเทศที่กำลังเข้าสู่การดำเนินกิจการอวกาศ ซึ่งเป็นกิจกรรมในระดับสากลได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายอวกาศระหว่างประเทศ รวมไปถึงแนวทางของการบูรณาการกฎหมายและนโยบายด้านอวกาศให้เข้ากับบริบทระดับชาติ โดยในงานจะมีทั้งตัวอย่างของการกำกับดูแล-ออกใบอนุญาตของกิจกรรมด้านอวกาศของประเทศญี่ปุ่น, แนวทางของการทำธุรกิจประกันภัยด้านอวกาศ, รวมไปถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรมด้านอวกาศระดับสากล ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ด้านอวกาศในประเทศ และในฐานะหน่วยงานอวกาศแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนขีดความสามารถด้านอวกาศของประเทศไทย GISTDA มีความมุ่งมั่นไม่เพียงแต่ในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นความร่วมมือ และการเสริมสร้างศักยภาพในการกำกับดูแลกิจการอวกาศอีกด้วย

งานในครั้งนี้จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าผู้กำหนดนโยบาย และผู้ที่อยู่ในวงการอวกาศจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อร่วมกันหารือและให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นสำคัญด้านกฎหมายอวกาศ ผ่านการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์, ถกเถียงและแสดงความคิดเห็น มีสถานการณ์จำลองที่น่าสนใจซึ่งผู้เข้าร่วมและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจะทำการแบ่งปันความรู้ในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทั้งในระดับสากลและกฎหมายในประเทศ นอกจากนี้ การจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการได้ร่วมงานกับหน่วยงานด้านอวกาศระดับโลก (UNOOSA) ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำคัญต่อการแสดงจุดยืนในการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอวกาศอย่างมีความรับผิดชอบและจะส่งผลที่ดีต่อการขับเคลื่อนกิจการอวกาศของประเทศไทยในระดับสากลต่อไปในอนาคต ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

‘คอนเน็กซ์อีดี’รับสมาร์ทโฟนซัมซุง ส่งมอบโรงเรียน เพิ่มโอกาสเด็กไทยเรียนรู้ยุคดิจิทัล

‘คอนเน็กซ์อีดี’รับสมาร์ทโฟนซัมซุง ส่งมอบโรงเรียน เพิ่มโอกาสเด็กไทยเรียนรู้ยุคดิจิทัล

‘คอนเน็กซ์อีดี’รับสมาร์ทโฟนซัมซุง ส่งมอบโรงเรียน เพิ่มโอกาสเด็กไทยเรียนรู้ยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี รับมอบสมาร์ทโฟนซัมซุง 384 เครื่อง ส่งมอบโรงเรียน เพิ่มโอกาสให้เด็กไทยเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างเท่าเทียม

20 มกราคม 2568 ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การศึกษาไทยก้าวทันยุคดิจิทัล…มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี โดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน (ขวาสุด) กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี และคณะทำงานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนรับมอบสมาร์ทโฟนซัมซุง รวม 384 เครื่อง ซึ่งประกอบด้วย รุ่น Galaxy Z Flip4  จำนวน 147 เครื่อง และรุ่น Galaxy Z Fold4 จำนวน 237 เครื่อง จากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด โดยนางพรรณวลัย อินทราพิเชฐ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร ที่เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและต้องการให้เยาวชนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม พร้อมกันนี้ นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ในนาม BT beartai ผู้เชื่อมโยงโอกาสแห่งการให้ในการส่งมอบสมาร์ทโฟนซัมซุงคุณภาพดีที่ใช้ในการสาธิตการใช้งาน (Demo Device) ผ่านมูลนิธิฯ ให้แก่โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี เข้าร่วมพิธีมอบด้วย  ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ในการนี้ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จะนำร่องนำสมาร์ทโฟนซัมซุงทั้ง 384 เครื่อง ไปกระจายมอบให้แก่โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ค้นคว้าหาข้อมูล เสริมความรู้ ประสบการณ์ และทักษะสำคัญ อีกทั้ง ยังเป็นประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หรือ Learning Center โดยเฉพาะคอร์สการเรียนรู้ออนไลน์ต่างๆ อีกทั้งใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ในหลากหลายวิชาสำคัญ รวมถึงกิจกรรมนอกหลักสูตร ส่งเสริมการเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน โดยจะมีผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ประจำแต่ละโรงเรียนภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ ทำหน้าที่บริหารจัดการ มีระบบการยืมคืน ให้คำแนะนำในการใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งติดตามผลและจัดทำรายงานผลสัมฤทธิ์โครงการ ภาคเรียนละ 2 ครั้งอีกด้วย ///-005