หลิง-ออม เสิร์ฟจิ้น ทำแฟนคลับฟินห้างแตก เขินถูกมอบฉายาเจ้าแม่พรีเซนเตอร์

หลิง-ออม เสิร์ฟจิ้น ทำแฟนคลับฟินห้างแตก เขินถูกมอบฉายาเจ้าแม่พรีเซนเตอร์

18 ม.ค. 2568 20:32 น.

หลิง-ออม เสิร์ฟจิ้น ทำแฟนคลับฟินห้างแตก เขินถูกมอบฉายาเจ้าแม่พรีเซนเตอร์

ฮอตแรงเกินต้านแบบไม่มีใครเทียบแถมยังสร้างปรากฎการณ์ห้างแตกทุกครั้งที่ปรากฎตัว สำหรับคู่จิ้นเกิร์ลเลิฟแห่งยุค หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส ที่ล่าสุด The Touch Clinic ผู้ให้บริการด้านความงามและสุขภาพครบวงจร ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 13 ด้วยการทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท คว้า หลิง-ออม เปิดตัวเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ 

โดยได้จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองไปเมื่อวันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ เซ็นทรัลลาดพร้าว มีแฟนคลับชาวไทยและอินเตอร์แฟน มาร่วมส่งกำลังใจและส่งเสียงกรี๊ดกันดังสนั่นห้าง ซึ่งได้วงลิปตา มาจัดโชว์พิเศษเปิดตัว หลิง-ออม แถมภายในงาน หลิง-ออม ก็ยังได้ร่วมเล่นเกมใบ้คำ และเกมทายคำจากอิโมจิ กับแฟนคลับผู้โชคดีแบบใกล้ชิด ทำเอาแฟนคลับฟินกันหนักมาก



ในขณะที่ หลิงหลิง คอง ก็ได้เปิดใจว่า “ตำแหน่งเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ ก็ยังไม่น่าจะใช่หลิงออมหรอกค่ะ ก็คงต้องยกให้คนอื่นไปก่อน ส่วนเราก็ทำงานไปเรื่อยๆ แต่ก็ดีใจที่ผู้ใหญ่เอ็นดู มีแฟนๆ ที่รัก แค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ”


ด้าน ออม กรณ์นภัส ก็เปิดใจว่า “เราก็ดีใจที่มีคนให้ความรักกับเราขนาดนี้ ที่มีผู้ใหญ่สนับสนุนเราด้วย รวมถึงแฟนๆ ก็สนับสนุนเรา และเราก็เชื่อว่าสุขภาพที่ดีก็ต้องดูแลทั้งภายนอกและภายในด้วย ต้องขอบคุณทุกคนเลยที่คอยสนับสนุนด้วย เราก็จะเติบโตไปด้วยกันค่ะ”

ฟังอีกมุมจากคู่กรณี แสตมป์ อภิวัชร์ โต้กลับอีกฝ่ายพยายามติดต่อหาแฟนของตน

ฟังอีกมุมจากคู่กรณี แสตมป์ อภิวัชร์ โต้กลับอีกฝ่ายพยายามติดต่อหาแฟนของตน

18 ม.ค. 2568 18:44 น.

ฟังอีกมุมจากคู่กรณี แสตมป์ อภิวัชร์ โต้กลับอีกฝ่ายพยายามติดต่อหาแฟนของตน

เรื่องนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน กับเรื่องราวของ แสตมป์ อภิวัชร์ นักร้องชื่อดังและบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าคุกคามนักร้องดังและภรรยา และพ่อของอีกฝ่ายที่เป็นนายพลพยายามข่มขู่ไม่เลิก 

ล่าสุด คู่กรณีของ แสตมป์ อภิวัชร์ ได้ออกมาชี้แจงในมุมของตนผ่านทางเพจ Tilly Birds โดยเขียนแคปชั่นว่า “แถลงการณ์จาก Sound Engineer ของวงครับ”  และนอกจากนี้ คู่กรณียังได้โพสต์ข้อความเดียวกันลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และเขียนแคปชั่น “ชี้แจงจากกระแสที่เกิดขึ้นกับพวกเราตอนนี้นะครับ” ซึ่งมีเนื้อหาใจความดังต่อไป 

“จากกระแสที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียลในขณะนี้ว่าแฟนผมเป็นซาแซง ร่วมกันกับผม ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมงาน FOH Engineer ของวงดนตรีวงหนึ่ง ร่วมกัน โกหก แต่งเรื่อง บุกไปตามที่ต่างๆ เพื่อดักเจอหรือคุกคามศิลปินคนหนึ่งกับภรรยานั้น

ผมขอยืนยันว่าเรื่องที่ว่ามานั้นไม่เป็นความจริง สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ และยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายต่างหากที่เป็นฝ่ายพยายามติดต่อแฟนผมมาโดยตลอด ทั้งชักชวนไปทำงาน มอบหมายความรับผิดชอบในส่วนต่างๆให้

รวมถึงหน้าที่ที่ฝ่ายนั้นบอกว่าทางเราแอบอ้าง ส่งข้อความมาหาในเรื่องงาน จนลามไปถึงเรื่องส่วนตัวซึ่งยอมรับตามตรงว่าเราเองในฐานะแฟน ก็ไม่ได้พอใจที่มีการส่งข้อความแปลกๆ เหล่านั้นมาโดยตลอด

วันที่เจอหลังเวที งาน Monster Music Festival 2023 ผมได้ถ่ายคลิปไว้จริง ซึ่งเกิดจาก ณ เวลานั้น ผมอยู่ที่บริเวณนั้นคนเดียว ภรรยาอีกฝ่ายได้ตะโกนด่าผมด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย พร้อมกันนั้นตัวศิลปินคนนั้นเดินตรงเข้ามาผลักอกผมอย่างรุนแรง ผมจึงต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายไว้เพื่อป้องกันตัว

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ไม่ออกมาเคลื่อนไหวหรือแถลงข้อเท็จจริง เพราะว่ากลัวว่าหากเราแสดงตัว เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องนี้จะกระทบทุกคนที่อยู่รอบข้าง กระทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ข้างๆ วงดนตรีที่ผมรัก

แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาทางเราเป็นฝ่ายที่ถูกคุกคามจากอีกฝ่าย ทั้งจากการเอาไปพูดตามที่ต่างๆ ใช้สื่อ หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อหวังให้ต้นสังกัดเข้าใจตามที่ปรากฎในสื่อช่องทางต่างๆ ในแบบที่เค้าต้องการ เพื่อให้ผมถูกต้นสังกัดยุติการจ้างงาน และไม่สามารถร่วมงานกับใครได้อย่างที่เคย รวมถึงพูดให้น้องที่สนิทกับผมออกจากต้นสังกัด

ในเรื่องของคดีความที่ฝั่งเราถูกฟ้องร้องทุกคดี ปัจจุบันคดีความเป็นที่ยุติแล้ว โดยไม่มีการวินิจฉัยว่าเรากระทำการตามที่ถูกกล่าวหา ฝั่งเราก็คิดมาตลอดว่าคดีจบแล้วก็ควรจะต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่ได้เป็นไปตามนั้นเลย อีกฝั่งยังคงคุกคามเราในหลากหลายช่องทางจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผมอยากจะขอโทษทุกๆคนที่ถูกพาดพิง และถูกอ้างอิงโดยไม่ได้เกี่ยวข้อง จนได้รับความเดือดร้อน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยในส่วนของข้อกฎหมาย ตอนนี้กำลังปรึกษาทนายและจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปครับ”

ฟังอีกมุม Tilly Birds เผยข้อมูลไม่ตรงกัน หลังฟังความแสตมป์และคู่กรณี

ฟังอีกมุม Tilly Birds เผยข้อมูลไม่ตรงกัน หลังฟังความแสตมป์และคู่กรณี

18 ม.ค. 2568 17:44 น.

ฟังอีกมุม Tilly Birds เผยข้อมูลไม่ตรงกัน หลังฟังความแสตมป์และคู่กรณี

ทำเอาโซเชียลฮือฮาเมื่อได้อ่านแถลงการณ์ของวง Tilly Birds ที่ออกมายอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ แสตมป์ อภิวัชร์ และคู่กรณีที่หลายคนกำลังพยายามตามหากันอยู่ โดยเนื้อความในแถลงการณ์ดังกล่าวเขียนเอาไว้ว่า 

“แถลงการณ์จาก Tilly Birds

สืบเนื่องจากประเด็นที่มีการพูดถึงวงดนตรีของพวกเรา Tilly Birds ว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ คุณ แสตมป์ อภิวัชร์ ตามที่ได้เห็นบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

พวกเราขอเรียนชี้แจงว่ารู้จักกับคู่กรณีจริง โดยบุคคลดังกล่าวเป็นแฟนสาวของ Sound Engineer (FOH) ประจำวง ซึ่งพวกเราได้ทราบและติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงปี 2566 แต่เนื่องจากว่าเรื่องราวที่เราได้รับจากทั้ง 2 ฝ่าย (คุณแสตมป์ & คู่กรณี) เป็นเรื่องที่ไม่ตรงกันโดยสิ้นเชิง และเป็นเพียงการบอกกล่าวโดยไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด

เนื่องจากเรื่องดังกล่าวค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นเรื่องส่วนตัว จึงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายไปตกลงกันเองให้จบสิ้น ซึ่งหลังจากนั้นข้อมูลที่ทางวงได้รับมาจากคุณแสตมป์ และคู่กรณี คือการฟ้องร้องในคดีชู้สาว มิใช่คดีคุกคามแต่อย่างใด

จากที่วงได้รับทราบมา ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจายอมความกันโดยมีค่าเสียหาย เราจึงวางใจว่าเรื่องคดีความนี้จบลงไปแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อหรืออัปเดทใดๆ ในเรื่องดังกล่าวอีก

จนกระทั่งงาน Monster Music Festival 2024 ซึ่งบุคคลดังกล่าว (คู่กรณีสาว) ได้มาช่วยงานที่บูธของวง และคุณแสตมป์มาพบเห็นเข้า จึงมีความพยายามติดต่อมาอีกครั้งเพื่อขอให้วงไล่บุคคลดังกล่าวออก ไม่ให้มาทำงาน เนื่องจากตนมีความไม่สบายใจในการพบเห็น ซึ่งกรณีนี้ ทางวงตัดสินใจไม่ทำตามคำขอ เนื่องจากมองว่าการจ้างงานในลักษณะดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกันในเรื่องคดีแต่อย่างใด

ขออภัยที่ทางเราไม่ได้ชี้แจงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคลอย่างยิ่ง ทางวงจึงไม่อยากพูดถึง และประสงค์จะวางตัวเป็นกลางไปจนกว่าคู่กรณีจะสามารถแสดงพยานหลักฐานได้ชัดเจน หากพยานหลักฐานจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายปรากฏชัดเจน ทางวงก็จะไม่เพิกเฉย และพร้อมจะเทคแอ็กชั่นในส่วนที่วงทำได้ต่อไป

ทั้งนี้ วงดนตรีของพวกเราขอยืนยันว่าไม่สนับสนุนการคุกคามหรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นแต่อย่างใดครับ”

แม่โบว์-น้องมะลิ ทำบุญครบรอบ 9 ปีที่ ปอ ทฤษฎี จากไปด้วยความคิดถึง

แม่โบว์-น้องมะลิ ทำบุญครบรอบ 9 ปีที่ ปอ ทฤษฎี จากไปด้วยความคิดถึง

18 ม.ค. 2568 16:57 น.

แม่โบว์-น้องมะลิ ทำบุญครบรอบ 9 ปีที่ ปอ ทฤษฎี จากไปด้วยความคิดถึง

เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านมาแล้ว 9 ปี สำหรับการจากไปของพระเอกชื่อดัง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่จากไปอย่างกะทันหันด้วยโรคไข้เลือดออก เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 แต่ถึงจะผ่านมา 9 ปีแล้ว แฟนๆ ก็ยังคงระลึกถึงเสมอ

ในวันนี้ (18 ม.ค. 68) โบว์ แวนดา พร้อมด้วย น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวคนเดียวของปอ พร้อมด้วยคุณพ่อคุณแม่ของปอได้ไปทำบุญแบบเรียบง่ายให้กับพระเอกผู้ล่วงลับ ณ วัดธรรมธีราราม หรือวัดป่าหลังโรงเลื่อย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของปอ

โดยแม่โบว์ได้โพสต์คลิปไปทำบุญให้กับปอลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “9 ปี ตรงนี้ตลอดไป” งานนี้แฟนๆ ของปอ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความระลึกถึง ปอ ทฤษฎี อย่างมากมาย 

บุคคลในข่าว 19 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 19 มกราคม 2568

19 ม.ค. 2568 05:35 น.

บุคคลในข่าว 19 มกราคม 2568

ทุกความสำเร็จต้องเริ่มจากความพยายาม

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากกรณีที่เกิดปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุลอบทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ประชาชน สร้างสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง…เมื่อวันที่ 16 ม.ค. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทิ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไปที่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อพบปะนักศึกษาและผู้ปกครอง ที่เข้าร่วม มหกรรมไกล่เกลี่ยช่วยลูกหนี้ “มีอยู่ มีกิน มีใช้”…ทั้งนี้ นายกฯแพทองธาร ระบุว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาเจอกับพี่น้องทุกคนที่ จ.นราธิวาส ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องหนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนาน เป็นเรื่องพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรจะได้รับการดูแล ต่อจากนี้คือเรื่องของ การหารายได้เพิ่ม แน่นอนว่า รัฐบาล จะพยายาม กระตุ้นเศรษฐกิจ และ สร้างโอกาสดีๆ ให้กับประชาชน เพราะปีนี้เป็นปีแห่งโอกาสและ รัฐบาล จะพยายามที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับโอกาสในทุกพื้นที่…ขอฝากไปยัง เลขาฯ ศอ.บต. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหารือกับ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึง การไกล่เกลี่ยหนี้ ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ตอนนี้นโยบายของ รัฐบาล สนับสนุนช่วยกันในเรื่องของการศึกษา เพื่อให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับธุรกิจใหม่ๆ การจ้างงานใหม่ๆ

ตรุษจีน ปณต สิริวัฒนภักดี มอบเสื้อแดงงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2568 ให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมี ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี, วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ และ ดร.ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ทำเนียบรัฐบาล วันก่อน.

นอกจากช่วย ลดปัญหาหนี้สิน ยังเน้นเพิ่ม โอกาสในการศึกษา และ การสร้างงานสร้างรายได้เพิ่ม เพื่อให้คนในพื้นที่อยู่ดีมีสุข ลดความเหลื่อมล้ำ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการช่วยสร้างสันติสุขชายแดนด้ามขวานไทย

เย็นสบาย โทชิยูกิ อีซูกะ เปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ “XZ Series” จากมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ชูนวัตกรรม 3D Move-eye Comfort Sensor มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยมี ประพนธ์ โพธิวรคุณ, อาทิตย์ โพธิวรคุณ และ ธนนท์ จำเริญ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

เฮ้อ…ปัญหาวิกฤติฝุ่น PM 2.5 มาตามฤดูกาล สถานการณ์ล่าสุดพื้นที่ทุกเขตใน กทม. และ ปริมณฑล ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันฝุ่น PM 2.5 เกินกว่าค่ามาตรฐาน เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน…เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายกฯแพทองธาร ได้เรียกประชุมติดตามการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม…โดย นายกฯแพทองธาร ระบุว่า เรียกประชุมด่วนเพื่อติดตามการแก้ปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ที่ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ค่าฝุ่นสูงมาก ถ้าดูในแอปพลิเคชันก็จะเห็นเป็น สีส้ม สีแดง จน สีม่วง ทุกวัน จึงมารับฟังว่าแต่ละกระทรวงได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว หลังจากที่ได้สั่งการไปในที่ประชุม ครม. เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เด็ก เยาวชน และ ผู้สูงอายุ ได้รับผลกระทบ อย่างล่าสุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ ค่าเฉลี่ยตรวจวัดค่าได้ 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และบางช่วงบางวันตัวเลขสูงมากกว่านี้ ที่ผ่านมาอาจจะทำอะไรไม่เต็มที่จึงจะต้องมีอะไรเพิ่มเติม เพราะตอนนี้สิ่งที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่

รถเคลื่อนที่ ศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ และ วรุณเทพ วัชราภรณ์ เปิด “โครงการรถรักษา อัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ” พร้อมนำโครงข่าย 5G ของเอไอเอสมาเสริมการทำงานของแพทย์ โดยมี สุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน มาร่วมงานด้วย ที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน วันก่อน.

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ กระทรวงเกษตรฯ ออกมาตรการ เพราะค่าฝุ่น PM 2.5 มาเร็วกว่าปกติ จากการติดตามพบว่าสาเหตุมาจาก เกษตรกรเร่งเผา เนื่องจากอากาศหนาวมากกว่าปกติ โดยแนะให้ มีบทลงโทษ เช่น ลดค่าช่วยเหลือเกษตรกร ที่เคยได้รับต่อไร่…ขณะที่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับนโยบายกำชับให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ รวมถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ในสัปดาห์หน้า และจดบันทึก ผู้ที่เผาในแต่ละพื้นที่ว่าเป็นใคร จำนวนเท่าไหร่ เพื่อลดจำนวนมลพิษ PM 2.5…งานนี้ต้องรีบขันนอต กำชับทุกหน่วยงานให้เข้มงวดกวดขัน เพราะนายกฯประกาศไปแล้วว่าปีนี้ฝุ่น PM 2.5 จะลดน้อย เบาบางกว่าปีที่ผ่านมา ถ้าทำไม่ได้ ปล่อยให้ประชาชนสำลักฝุ่นพิษ เสียเครดิตแย่เลย

ศาลาการเปรียญ ดร.อารักษ์–สุรีย์พร พรประภา จัดพิธีทำบุญถวายศาลาการเปรียญ ไพโรจน์–พรสุข พรประภา เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณความดี โดยมี บัญชา พรประภา, บุษกร พรประภา, วรพจน์ พรประภา และ อัจฉริยา ลิ่มวิบูลย์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดธาตุทอง วันก่อน.

ผ่างๆ…ช่วยกันตีเหล็กกำลังร้อน ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกฯ หนึ่งในทีมผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ระบุถึงกรณีที่มีข้อกังวลว่า เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กาสิโนถูกกฎหมาย จะเอื้อต่อ การฟอกเงิน ว่า ในร่าง พ.ร.บ.กำหนดการลงทุนต้องมีเงินขั้นต่ำ 1 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจึงบอกว่าควรต้องดึง ผู้ประกอบการระดับโลก ที่บริษัทเหล่านี้ถูกกำกับโดยสหรัฐอเมริกา เช่น ลาสเวกัส, มาเก๊า และ สิงคโปร์ หากมี ปัญหาการฟอกเงิน ในไทย มีการติดการพนันส่งผลกระทบต่อ สังคม บริษัทเหล่านี้อาจจะต้องถูกถอนใบอนุญาต จึงต้องใช้ บริษัทที่มีประสบการณ์ ที่จะมาพร้อมกับระบบป้องกันฟอกเงินและมีกฎเกณฑ์รัดกุม…พยายามชูจุดเด่นแก้ลำ แต่ฝ่ายต้านจะฟังหรือไม่ ต้องติดตาม

ดาวเทียม เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ สดช. เป็นประธานการประชุมเรื่อง “การอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ ในการให้บริการในประเทศเชิงพาณิชย์” โดยมี พรพรรณ ตันนุกิจ และ ผศ.ดร.ประพันธ์พงษ์ ขำอ่อน มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ วันก่อน.

สังคมทั่วไป…สาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล จัดประชุมวิชาการ Ramathibodi International Robotics and urology Symposium (RIRS) 2025 “Innovative Dreams” ที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์ฯ รพ.รามาฯ 20-21 ม.ค.

ให้โรงพยาบาล กิตติ ภัทรเลาหะ พร้อมเพื่อนนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา มอบเงิน จำนวน 5,000,000 บาท ให้ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ผศ.นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

กองทัพอากาศ ร่วมกับ ตลาดยิ่งเจริญ สภาลูกเสือไทย และ สมาคมสโมสรลูกเสืออากาศ จัดงานวิ่งมหากุศล “วิ่งติดปีก แชริตี้ รัน ครั้งที่ 2 วิ่งสืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” วันที่ 9 ก.พ.นี้ บนเส้นทางวิ่งในฐานทัพอากาศดอนเมือง รายได้มอบให้กับกรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และโรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) สามารถสมัครร่วมวิ่งได้ที่ http://race.thai.run/runwithwings 2025 หรือสอบถามเพิ่มเติม 09-8945-6568

เพลิดเพลิน ณัฐธีรา บุญศรี จัดงาน “Central Children’s Day” พร้อมพาเด็กสำรวจความคิดและ ค้นพบพลังแห่งจินตนาการผ่านกิจกรรมสนุกสุดมันส์ โดยมี รพีพร จิราธิวัฒน์, จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ และ วัฒน์ศรี ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.

พระราชทานเพลิงศพ รศ.สุทิน ศิริไพรวัน วัดธาตุทอง 19 ม.ค. 14.00 น.


“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ผู้ใช้ TikTok เริ่มจอดำ ก่อนถูกแบนในสหรัฐฯ

ผู้ใช้ TikTok เริ่มจอดำ ก่อนถูกแบนในสหรัฐฯ

19 ม.ค. 2568 11:56 น.

ผู้ใช้ TikTok เริ่มจอดำ ก่อนถูกแบนในสหรัฐฯ

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TikTok ไม่สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ใช้บางรายในสหรัฐฯ แล้ว ในช่วงเย็นวันเสาร์ (18 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีข้อความป๊อปอัปแจ้งว่า “ขออภัย TikTok ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้”

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TikTok ไม่สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ใช้บางรายในสหรัฐฯ แล้ว ในช่วงเย็นวันเสาร์ (18 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีข้อความป๊อปอัปแจ้งว่า “ขออภัย TikTok ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้”

การแจ้งเตือนดังกล่าวระบุว่า “กฎหมายห้าม TikTok ได้ถูกบังคับใช้ในสหรัฐอเมริกา น่าเสียดายที่นั่นหมายความว่าคุณไม่สามารถใช้ TikTok ได้ในตอนนี้ เราโชคดีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งว่าเขาจะร่วมมือกับเราในการหาทางนำ TikTok กลับมาใช้งานอีกครั้งเมื่อเขาเข้ารับตำแหน่ง โปรดติดตามข่าวสารต่อไป” 

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ใช้ 170 ล้านคนในสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจนว่ายังมีผู้ใช้อีกกี่คนที่ยังใช้แพลตฟอร์มนี้ได้ หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำตัดสินให้คงกฎหมายห้าม TikTok เว้นแต่แพลตฟอร์มจะตัดความสัมพันธ์กับไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ซึ่งตั้งอยู่ในจีนภายในวันที่ 19 มกราคม

ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า จะไม่บังคับใช้กฎหมายห้ามดังกล่าวก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งในวันจันทร์ แต่ไบต์แดนซ์กล่าวว่า ต้องการคำรับรองที่ “ชัดเจน” มากขึ้นจากรัฐบาลกลางเพื่อให้ยังคงออนไลน์ได้

ด้านโฆษกทำเนียบขาว คารีน ฌอง-ปิแอร์ เรียกข้อเรียกร้องของ TikTok ว่าเป็น “กลอุบาย” โดยระบุว่า  “เราไม่เห็นเหตุผลที่ TikTok หรือบริษัทอื่นๆ จะต้องดำเนินการใดๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก่อนที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่ง” 

ส่วนว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาอาจจะให้ TikTok ได้รับการผ่อนผันการแบนเป็นเวลา 90 วัน เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งในวันจันทร์ ขณะที่ผู้ใช้รายงานว่าแอปดังกล่าวถูกลบออกจากแอปสโตร์ของทั้งแอปเปิลและกูเกิลในสหรัฐฯ และ TikTok.com ก็ไม่ได้แสดงคลิปวิดีโอ

สมาชิกรัฐสภาลงมติให้แบนแอปดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของแอปกับรัฐบาลจีน TikTok กล่าวย้ำหลายครั้งว่าจะไม่แบ่งปันข้อมูลกับรัฐบาลจีน

กฎหมายซึ่งผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว กำหนดให้ไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ของ TikTok ที่ตั้งอยู่ในจีน ต้องขายแพลตฟอร์มเวอร์ชันสหรัฐฯ ให้กับบุคคลที่เป็นกลางภายในวันที่ 19 มกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงการแบนโดยสมบูรณ์ ซึ่งบริษัทไม่ได้ทำเช่นนั้น โดย TikTok ท้าทายกฎหมายดังกล่าว โดยโต้แย้งว่าละเมิดการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นสำหรับผู้ใช้ 170 ล้านคนในสหรัฐฯ

ในช่วงหลายชั่วโมงก่อนที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะออฟไลน์ ผู้สร้างคอนเทนต์ต่างก็โพสต์วิดีโอเพื่ออำลาผู้ติดตามของตน อย่างไรก็ตาม แอปฯ อื่นๆ ที่เป็นของไบต์แดนซ์ รวมถึงแอปตัดต่อวิดีโอ Capcut และแอปโซเชียลไลฟ์สไตล์ Lemon8 ก็ออฟไลน์ และไม่สามารถใช้งานได้ในแอปสโตร์ของสหรัฐฯ เช่นกันในช่วงค่ำวันเสาร์

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้พลังอำนาจของรัฐอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อปราบปราม TikTok โฆษกของสถานทูตฯ กล่าวว่า “จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนอย่างเด็ดขาด”.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีใต้รวบ 45 ผู้ประท้วง บุกพังศาลกรุงโซล ประท้วงการจับกุม ปธน.ยุนซอกยอล

เกาหลีใต้รวบ 45 ผู้ประท้วง บุกพังศาลกรุงโซล ประท้วงการจับกุม ปธน.ยุนซอกยอล

19 ม.ค. 2568 11:25 น.

เกาหลีใต้รวบ 45 ผู้ประท้วง บุกพังศาลกรุงโซล ประท้วงการจับกุม ปธน.ยุนซอกยอล

ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้ประท้วง 45 คน ซึ่งบุกเข้าไปในศาลกรุงโซล เพื่อประท้วงการตัดสินใจจับกุมประธานาธิบดียุน ซอก ยอล อย่างเป็นทางการ หลังความล้มเหลวในการประกาศกฎอัยการศึก

ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้ประท้วง 45 คน ซึ่งบุกเข้าไปในศาลกรุงโซล เพื่อประท้วงการตัดสินใจจับกุมประธานาธิบดียุน ซอก ยอล อย่างเป็นทางการ หลังความล้มเหลวในการประกาศกฎอัยการศึก

เมื่อเวลา 03.00 น. ในเช้าวันนี้ (19 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ศาลแขวงโซลตะวันตกได้อนุมัติการขยายระยะเวลาการควบคุมตัวประธานาธิบดียุน โดยอ้างถึงความเสี่ยงของการทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการก่อกบฏและการใช้อำนาจในทางมิชอบ เมื่อเขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม

เพื่อเป็นการตอบโต้ กลุ่มผู้สนับสนุนนายยุนส่วนหนึ่ง จากกลุ่มผู้สนับสนุนนายยุนประมาณ 44,000 คน ได้บุกไปที่อาคารที่ทำการของศาล แต่ตำรวจปราบจลาจลไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้เนื่องจากมีจำนวนน้อยกว่า โดยคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นภาพผู้ประท้วงใช้ถังดับเพลิงฉีดเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนเป็นแนวป้องกันทางเข้าอาคาร ก่อนที่บรรดาผู้ประท้วงจะบุกเข้าไปภายในและทำลายอุปกรณ์สำนักงานและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กล่าวว่า สามารถจับกุมผู้ประท้วงไปแล้ว 46 ราย โดยตำรวจกรุงโซลกล่าวในแถลงการณ์ว่า จะติดตามผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย หรือยุยงและช่วยเหลือให้มีการกระทำผิดกฎหมายมาลงโทษทั้งหมด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยประมาณ 40 คน

ตั้งแต่วันเสาร์ ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ประท้วงไปแล้ว 86 คน และจัดตั้งทีมสอบสวนพิเศษขึ้นเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวและกำหนดมาตรการเพิ่มเติมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะจัดการ “อย่างเข้มงวด” กับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ด้านนายชเว ซัง-มอก รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความรุนแรงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้ในสังคมประชาธิปไตย” พร้อมเสริมว่าทางการจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในบริเวณที่มีการชุมนุม

สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 9 นายจากเหตุวุ่นวายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บได้ใน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินใกล้ศาลแขวงตะวันตกกรุงโซลกล่าวว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยประมาณ 40 คน.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ศาลอินเดียพิพากษา หนุ่มอาสาผิดจริงคดีข่มขืน-ฆ่า หมอหญิงในโรงพยาบาล

ศาลอินเดียพิพากษา หนุ่มอาสาผิดจริงคดีข่มขืน-ฆ่า หมอหญิงในโรงพยาบาล

19 ม.ค. 2568 05:40 น.

ศาลอินเดียพิพากษา หนุ่มอาสาผิดจริงคดีข่มขืน-ฆ่า หมอหญิงในโรงพยาบาล

หนุ่มอาสาสมัครในอินเดีย ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง ข้อหาข่มขืนและฆาตกรรมแพทย์หญิงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองโกลกาตา โดยเขาอาจต้องรับโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2568 ศาลในประเทศอินเดียพิพากษาให้นาย สันชัย รอย (Sanjay Roy) หนุ่มอาสาสมัคร มีความผิดจริงในข้อหาข่มขืนและฆาตกรรมแพทย์หญิงวัย 31 ปี ผู้ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองโกลกาตา รัฐเบงกอลตะวันตก เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน

ผู้พิพากษาอาเนียร์บัน ดาส กล่าวว่า บทลงโทษที่จะมีการประกาศในวันจันทร์ที่ 20 ม.ค.นี้ จะอยู่ระหว่างการจำคุกตลอดชีวิตไปจนถึงประหารชีวิต ขณะที่นายรอยยืนยันว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และว่าตัวเขากำลังถูกใส่ความ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศอินเดีย นำไปสู่การประท้วงเป็นวงกว้าง และทำให้ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ในอินเดีย โดยเฉพาะผู้หญิง ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ร่างของหมอหญิงวัย 31 ปี ถูกพบเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 ใกล้กับโพเดียมในห้องประชุมของโรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทย์ “RG Kar” ในเมืองโกลกาตา ในสภาพกึ่งเปลือย และมีบาดแผลสาหัสหลายแห่ง โดยผลการชันสูตรในเวลาต่อมาพบว่า เธอมีร่องรอยการถูกรัดคอ และการที่เธอมีบาดแผลหลายแห่งแสดงให้เห็นว่า เธอต่อสู้ขัดขืน

ตามเอกสารคำฟ้องร้องของสำนักงานสืบสวนกลาง (CBI) ของอินเดีย นายรอยถูกกล่าวหาว่า เขาไปในโรงพยาบาลในสภาพเมามาย และพบหมอหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้นอนหลับอยู่คนเดียว หลังเข้าเวรต่อเนื่องถึง 36 ชั่วโมง

นายรอยถูกจับกุมตัว 1 วันหลังเกิดเหตุ โดยในตอนแรก ตำรวจโกลกาตาเป็นผู้นำคดีนี้ แต่ในเวลาต่อมาศาลได้มอบการสืบสวนให้แก่ CBI เนื่องจากเจ้าหน้าที่กังวลเรื่องการสืบสวนไม่เป็นธรรม ระหว่างนั้นบรรดาแพทย์กับนักศึกษาแพทย์ทั่วอินเดีย ต่างออกมารวมตัวประท้วงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิต

ด้านมารดาของแพทย์หญิงผู้เสียชีวิต บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี หลังศาลมีคำพิพากษาว่า ผู้คนจะสูญเสียศรัทธาในระบบยุติธรรมของอินเดีย หากนายรอยไม่ได้รับโทษประหารชีวิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผย เล็งขยายเส้นตายแบน TikTok 90 วัน หลังรับตำแหน่ง ปธน.

ทรัมป์เผย เล็งขยายเส้นตายแบน TikTok 90 วัน หลังรับตำแหน่ง ปธน.

19 ม.ค. 2568 05:00 น.

ทรัมป์เผย เล็งขยายเส้นตายแบน TikTok 90 วัน หลังรับตำแหน่ง ปธน.

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย มีแผนขยายเส้นตายการแบนแอป TikTok ออกไปเป็นเวลา 90 วัน หลังจากเขาสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ น.ส.คริสเทน เวลเคอร์ จากสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ ว่า เขากำลังพิจารณาขยายเส้นตายการแบนแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ (19 ม.ค.) ออกไปเป็นเวลา 90 วัน แม้ว่าเขาจะยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็ตาม

“แน่นอน ผมคิดว่านั่นเป็นตัวเลือกที่เราพิจารณา การขยายเวลา 90 วันเป็นสิ่งที่เราน่าจะทำแน่นอน เพราะมันเหมาะสม คุณก็รู้ มันเหมาะสม เรากำลังพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะนี่เป็นสถานการณ์ใหญ่” นายทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “ถ้าผมตัดสินใจจะทำ ผมอาจจะประกาศในวันจันทร์ (20 ม.ค.)”

ทั้งนี้ แอป TikTok กำลังจะถูกแบนในวันอาทิตย์นี้ (19 ม.ค.) ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง จากความกังวลว่า ข้อมูลผู้ใช้งานอาจถูกเก็บและมอบให้แก่รัฐบาลจีน ซึ่งสภาคองเกรสผ่านกฎหมายเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน ให้เวลา ไบท์แดนซ์ 9 เดือน เพื่อหาผู้ซื้อกิจการที่สหรัฐฯ ยอมรับ หรือถูกแบนจากการให้บริการในสหรัฐฯ

กฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้ขยายเส้นตายออกไป 90 วัน แต่ TikTok ในสหรัฐฯ อาจจะต้องจอดำเป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน เนื่องจากเส้นตายในปัจจุบันคือวันที่ 19 ม.ค. ก่อนที่นายทรัมป์กับรัฐบาลชุดใหม่ของเขาจะสาบานตนรับตำแหน่ง 1 วัน และศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ก็มีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ ว่าจะไม่เลื่อนเส้นตายออกไป

รัฐบาลไบเดนที่กำลังจะหมดวาระ ระบุว่า พวกเขายังไม่มีแผนจะบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว แต่ TikTok ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้แสดงความชัดเจนเพียงพอว่าแอปของพวกเขาจะถูกแบนหรือไม่ พวกเขาจึงตัดสินใจจะระงับบริการในวันอาทิตย์ หากไม่ได้รับการรับประกันและแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับผลที่ตามมาทางกฎหมายมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม น.ส.คารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา การบังคับใช้กฎหมายหลังจากนี้จะอยู่ในมือของคณะบริหารชุดใหม่ ดังนั้น TikTok หรือบริษัทอื่นๆ ควรไปร้องเรียนกับพวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nbcnews

เนทันยาฮูลั่น หยุดยิงแค่ชั่วคราว อิสราเอลมีสิทธิ์กลับไปทำสงครามต่อ

เนทันยาฮูลั่น หยุดยิงแค่ชั่วคราว อิสราเอลมีสิทธิ์กลับไปทำสงครามต่อ

19 ม.ค. 2568 03:33 น.

เนทันยาฮูลั่น หยุดยิงแค่ชั่วคราว อิสราเอลมีสิทธิ์กลับไปทำสงครามต่อ

ผู้นำอิสราเอลขอบคุณไบเดน-ทรัมป์ ช่วยบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่ย่ำว่าเป็นการหยุดยิงแค่ชั่วคราว และอิสราเอลมีสิทธิ์กลับสู่การต่อสู้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ต่อประชาชนในประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดคณะรัฐมนตรีให้การรับรองแล้ว และการหยุดยิงจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. 2568

ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า “พี่น้องหญิงชาย 33 คนจะได้กลับบ้าน พวกเขาส่วนใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะการยืนหยัดอย่างแน่วแน่ของเรา” และเสริมว่า การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นได้ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน และว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม นายเนทันยาฮูย้ำด้วยว่า การหยุดยิงเฟสที่ 1 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 ม.ค.นี้ เป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราว ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กับว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้การสนับสนุนเป้าหมายในการทำสงครามของเราอย่างเต็มที่ พวกเขาจะขอบคุณในสิ่งที่เรากำลังทำ

นายเนทันยาฮูพูดต่อว่า นายทรัมป์จะรับประกันว่า อิสราเอลจะมีอาวุธและเครื่องกระสุนทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ เนื่องจากอิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะกลับสู่การต่อสู้หากจำเป็น

ผู้นำอิสราเอลจับการแถลงของเขาด้วยการแจกแจงความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงการสังหารนาย ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส “เราเปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลาง” เนทันยาฮูกล่าวและเสริมว่า ผลก็คือตอนนี้กลุ่มฮามาสโดดเดี่ยวอย่างสิ้นเชิงในแนวหน้า

เนทันยาฮูบอกอีกว่า ในการทำข้อตกลงหยุดยิงกับฮามาส อิสราเอลสามารถทำให้ฮามาสยอมตกลงในเงื่อนไขที่พวกเขาจะไม่ยอมตกลงในอดีตได้สำเร็จ ก่อนจะกล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนมาตลอด 15 เดือนของการต่อสู้

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งแบ่งเป็น 3 เฟส กลุ่มฮามาสจะทยอยคืนตัวประกัน 33 คนจากทั้งหมด 94 คนให้แก่อิสราเอล ตลอดการหยุดยิงเฟสที่ 1 นาน 6 สัปดาห์ ขณะที่อิสราเอลก็จะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน โดยทูตอียิปต์เผยว่า อิสราเอลจะปล่อยนักโทษถึง 1,890 คน

นอกจากนั้น กองทัพอิสราเอลจะถอนทหารออกจากเขตที่มีประชาชนหนาแน่นในกาซา อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นเดินทางกลับบ้าน และเปิดทางให้รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือเดินทางเข้าสู่ดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ได้วันละหลายร้อยคัน

การเจรจาข้อตกลงสำหรับการหยุดยิงเฟสที่ 2 ก็จะเริ่มขึ้นในวันที่ 16 ของการหยุดยิงเฟสที่ 1 โดยคาดกันว่าในเฟสที่ 2 จะมีการปล่อยตัวประกันคนที่เหลือ, อิสราเอลจะถอนทหารทั้งหมดออกจากกาซา และฟื้นความสงบอย่างยิ่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าสุดท้ายข้อตกลงจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะอิสราเอลยืนกรานจะคงทหารส่วนหนึ่งเอาไว้ที่ “ฉนวนฟิลาเดลฟี” บริเวณชายแดนกาซา-อียิปต์

และเฟสที่ 3 จะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูความเสียหายในกาซา ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลานานหลายปี และส่งคืนร่างตัวประกันที่เหลือทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc