OKMD ดัน ‘มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI’ เปิดตัวโครงการ Learn Lab : Creativity Beyond AI

OKMD ดัน ‘มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI’  เปิดตัวโครงการ Learn Lab : Creativity Beyond AI

OKMD ดัน ‘มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI’ เปิดตัวโครงการ Learn Lab : Creativity Beyond AI

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.OKMD

สำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเดิมปีใหม่จัด Learn Lab 2025 : Mega Trend Meta Learning ภายใต้โครงการมหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI มุ่งเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการพัฒนาและนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า “ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทเกือบทุกมิติของชีวิตประจำวัน
เราอาจคุ้นเคยกันแล้วว่า AI ช่วยงานด้านการเงินการแพทย์ หรือ E-commerce แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างดนตรี อาหารและศิลปะกำลังถูกยกระดับด้วย AI อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน ดังนั้น Learn Lab 2025 : Creativity Beyond AI ที่ OKMD ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Meta Learning หรือการเรียนรู้วิธีเรียนรู้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ”

พริษฐ์ เที่ยงธรรม

การสมัครเข้าร่วมโครงการ มี 2 ขั้นตอนคือ 1) ผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนแปลงสังคมไม่จำกัดอายุ อาชีพ การศึกษา รวมสมาชิกให้ได้จำนวน 2-5 คน 2) นำเสนอโมเดลธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Mega Trend 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมดนตรีและศิลปะ และอุตสาหกรรมความงามและการดูแลสุขภาพ ที่กำลังดำเนินการอยู่หรือเป็นแนวคิดใหม่ และมีการผสานการใช้เทคโนโลยี AI แต่ก็สามารถนำเสนอโมเดลธุรกิจใน Mega Trend ด้านอื่นๆ ที่ผู้สมัครสนใจได้ เมื่อได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการแล้วจะได้รับการบ่มเพาะผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่ Bootcamp : การอบรมเชิงลึกเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ในด้าน AI และธุรกิจ และ Mentoring : การให้คำปรึกษาเฉพาะด้านจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยี AI ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายในการนำเสนอผลงานซึ่งจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2568 เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท

ดร.ทวารัฐ กล่าวย้ำว่า “Learn Lab : Creativity Beyond AI คือก้าวสำคัญในการผสานพลังของคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี AI และเราเชื่อมั่นว่า การศึกษาและการเรียนรู้แบบ Meta Learning จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทยได้อย่างแท้จริง”

สุพิชญา พู่พิสุทธิ์

ภายในงานยังได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน 2 Forum ได้แก่ Meta Learning : CREATIVITY BEYOND AI โดย โตมร ศุขปรีชา จาก OKMD, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง divana, ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ อดีตนายกสมาคม
ผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย, พริษฐ์ เที่ยงธรรม ผู้ชนะเลิศ LearnLab 2023 จาก ทีม Edsy และ ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ ผู้ร่วม
ก่อตั้ง Alpha Plus Sandbox ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิด Meta Learning และศักยภาพของคนรุ่นใหม่ พร้อมด้วย AI Super X Forum ที่แบ่งปันเรื่องเล่าโอกาสต่างๆ ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และ Mega Trend ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีAI ตั้งแต่ Agriculture Industry ไปจนถึง Wellness ผ่านการพูดคุยระหว่าง วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง จาก Insiderly.ai, อริญชย์ พฤกษานุศักดิ์ จากศรีตรัง, ธเนศ จิระเสวกดิลก จาก divana, และวันรบ บุญธรรม จาก Token X นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้สัมผัสกับ Bootcamp ถึง 8 ครั้งโดยนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญตัวจริง อาทิ ตรีภพ เที่ยงตรง จาก Spectre Technologies, สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ CEO & Co-Founder Perceptra และวิชัย มาตกุล จาก Salmon house เป็นต้น

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร, โตมร ศุขปรีชา, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์, ธเนศ จิระเสวกดิลก และ ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ เป็นอาทิร่วมงาน

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและอนาคตใหม่ของประเทศไทยไปพร้อมกันกับ “Learn Lab 2025” ก้าวสู่ “มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI”
เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook “OKMD” : http://www.facebook.com/OKMDInspire หรือ Facebook “Alpha Plus SANDBOX” : www.facebook.com/
alphaplus.sandbox

โตมร ศุขปรีชา, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์, ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร,
พริษฐ์ เที่ยงธรรม และ ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์

โตมร ศุขปรีชา, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์, ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร, พริษฐ์ เที่ยงธรรม และ ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์

ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์, ธเนศ จิระเสวกดิลก, วันรบ บุญธรรม,
อริญชย์ พฤกษานุศักดิ์

ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์, ธเนศ จิระเสวกดิลก, วันรบ บุญธรรม, อริญชย์ พฤกษานุศักดิ์

คิง เพาเวอร์ สร้างฝัน สร้างพลัง ปั้นเยาวชน-โค้ชฟุตบอล 7 ปีทะยานสู่เป้าหมายใกล้ครบ ‘ล้านลูก’ และ ‘100 สนามฯ’

คิง เพาเวอร์ สร้างฝัน สร้างพลัง ปั้นเยาวชน-โค้ชฟุตบอล  7 ปีทะยานสู่เป้าหมายใกล้ครบ ‘ล้านลูก’ และ ‘100 สนามฯ’

คิง เพาเวอร์ สร้างฝัน สร้างพลัง ปั้นเยาวชน-โค้ชฟุตบอล 7 ปีทะยานสู่เป้าหมายใกล้ครบ ‘ล้านลูก’ และ ‘100 สนามฯ’

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย

คนไทยทุกคนมีความฝัน แต่การที่ฝันนั้นจะไปได้ไกลเพียงใด การได้รับแรงสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาช่วย “เสริม” และ “สร้าง” โอกาสแห่งความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นนั้น ก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการส่งเสริมศักยภาพคนไทยให้ก้าวไกลในด้านกีฬา “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” เปิดตัว 2 โครงการภายใต้แนวคิด “THE POWER OF POSSIBILITIES” ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้ กับ โครงการ“ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย”ส่งมอบลูกฟุตบอล 1,000,000 ลูก ให้ถึงมือเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ และ โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” มอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล ขนาด 7 คนเล่น จำนวน 100 สนามฯ ทั่วประเทศ ซึ่งทั้งสองโครงการกำลังทะยานสู่เป้าหมายใกล้ครบ “ล้านลูก” และ “100 สนามฯ” ในปี 2568

ธีรพงษ์ อรมัย

โครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” สานฝัน สร้างโอกาส

ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมา(2560-2567) ในทุกๆ ปี ขบวนคาราวานแห่งความสุข ภายใต้ โครงการ“ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” จะเดินสายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศขึ้นเหนือล่องใต้ไม่ว่าจะเป็นถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ก็จะบุกบั่นเข้าไปเพื่อส่งมอบลูกฟุตบอลให้ถึงมือน้องๆ เพราะเชื่อว่าการที่เด็กๆ ได้มีลูกฟุตบอลเป็นของตัวเองนั้น เป็นสิ่งดีที่จะได้ฝึกฝนทักษะสร้างแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอล เติมเต็มความฝัน ไม่เพียงเท่านี้ลูกฟุตบอลยังถูกส่งผ่าน กิจกรรมในงาน “วันเด็กแห่งชาติ” ตามสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เด็กๆ เฝ้ารอคอยและอยากไปตามสถานที่ ที่ คิง เพาเวอร์ไปร่วมแจกลูกฟุตบอล รวมถึงผ่าน Thai Power Team พนักงานกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ในกิจกรรม “สะพานบอล”ซึ่งบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานได้นำเสนอสถานที่ในการมอบลูกฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ชุมชน สถานที่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ และนำไปมอบให้ตามพื้นที่ที่พนักงานตั้งใจ จนถึงปัจจุบันคิง เพาเวอร์ ได้มอบลูกฟุตบอลไปแล้วกว่า 9 แสนลูก

ซูเฟียน ดอเล๊าะ

สนามฟุตบอลที่สร้างพลังและแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ

โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย เป็นโครงการที่จัดสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 100 สนาม ให้กับโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้เยาวชนและคนไทยได้มีสนามฟุตบอลหญ้าเทียมระดับมาตราฐานสากลไว้ฝึกซ้อม และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ที่รักฟุตบอลได้พัฒนาทักษะตัวเอง ต่อยอดความฝันเพื่อมุ่งสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพในอนาคต ปัจจุบันคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้ส่งมอบสนามฟุตบอลไปทั่วประเทศจนใกล้ครบเป้าหมาย 100 สนามฯ แล้ว ซึ่งสนามฟุตบอลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามเพื่อการฝึกซ้อมหรือแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของโอกาสและความเป็นไปได้ เป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยสานฝันให้หลายต่อหลายคนได้ประสบความสำเร็จในชีวิตเยาวชนได้เข้าอะคาเดมี จากนักการภารโรงสู่การเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพ และหลายคนได้ก้าวไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพ

เลิศฤทธิ์ เรือนละหงส์

สนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ พื้นที่แห่งโอกาสและความเป็นไปได้

นายธีรพงษ์ อรมัย อดีตนักการภารโรง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลกรับใหญ่ จังหวัดราชบุรี ที่ผันตัวไปเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพ เล่าว่า ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เห็นเด็กนักเรียนชอบเล่นฟุตบอล จึงขอผู้อำนวยการโรงเรียนสอนฟุตบอลให้นักเรียน ไม่คิดว่าจะได้ จึงเป็นที่มาของการไปอบรม License ของโค้ช ประกอบกับวันหนึ่งไปเห็นสนามฟุตบอลสีฟ้าของ คิง เพาเวอร์ จึงไปสอบถามว่าได้มาอย่างไร และทำหนังสือขอไปบ้างตามประกาศรับสมัครคัดเลือกของทาง คิง เพาเวอร์ ในที่สุดก็ได้รับคัดเลือก รู้สึกเหมือนฝันมาก ได้สนามดีๆ มาให้เด็กๆ ได้ฝึกซ้อม ปัจจุบันเป็นโค้ชผู้ช่วยของทาง FA Thailand ทำหน้าที่เฟ้นหานักเตะดาวรุ่งเพื่อเป็นทีมชาติ ทุกวันนี้เรามีเด็กอยู่ในฐานข้อมูลทีมชาติแล้ว 7 คน

พระปลัดศิวนัฐ เมธีปชฺโชโต ผู้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลธรรม สาธิต ยูไนเต็ด

นายซูเฟียน ดอเล๊าะ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี จากโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี นักฟุตบอลทีมชาติ U17 และนักเตะอาชีพในสโมสรฟุตบอลยะลา (FC YALA) ในไทยลีก 3 บอกว่า ชอบเตะฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณพ่อกับคุณปู่ก็ชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน ฟุตบอลเปรียบเสมือนกับอวัยวะในร่างกายชนิดหนึ่ง รู้สึกว่ามีความสุขมากที่ได้สัมผัสบอล โชคดีที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนเขียนโครงการไปสมัครตามที่ คิง เพาเวอร์ ประกาศ และได้รับคัดเลือกจนได้สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมา สนามนิ่มกว่าสนามอื่น ช่วยลดอาการบาดเจ็บ สนามเรียบได้ซ้อมเทคนิคแท็กติกต่างๆ ดีขึ้น ตนใช้สนามฟุตบอลฯนี้ฝึกซ้อม มา 5 ปีแล้ว ทำให้ทักษะการเตะบอลพัฒนาโดดเด่นจนติดทีมชาติไทยชุด U17 และเป็นนักเตะอาชีพที่ FC YALA ทุกวันหลังเลิกเรียนต้องเดินทางข้ามจังหวัดจากปัตตานีไปยะลาเพื่อฝึกซ้อม สำหรับตนภูมิใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสแบบนี้ แม้ว่าจะเหนื่อยแต่การได้ร่วมกับสโมสรฯ ถือเป็นเวทีใหญ่สำหรับเด็กบ้านๆ คนหนึ่งที่จะได้เข้าไปเล่นฟุตบอลในไทยลีก 3 ซึ่งมันยากมากแต่ตนก็มีโอกาสไปจุดนั้น และยังได้เงินเดือนมาช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วย

คาราวาน ล้านลูกฯ ส่งมอบบอลให้เยาวชนแม้ในถิ่น ทุรกันดาร

นายเลิศฤทธิ์ เรือนละหงษ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคม จังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากโรงเรียนที่กำลังจะถูกยุบ เพราะเหลือนักเรียนเพียง 45 คน ตนจึงคิดหาวิธีต่อลมหายให้โรงเรียนว่าอะไรบ้างที่จะดึงนักเรียนให้เข้ามาเยอะๆ ฟุตบอลคือคำตอบ ตนจึงเดินหน้าหานักเรียนที่สนใจฟุตบอลมาตั้งทีม ติดต่อกับสโมสรฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ด สร้างอะคาเดมีกินนอน และเริ่มส่งทีมเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ จนมีชื่อเสียง ก่อนเขียนโครงการขอสนามฟุตบอลจาก คิง เพาเวอร์จนมีนักเรียนกว่า 200 คน เรียกได้ว่าห่างไกลจากการถูกยุบแบบยั่งยืนเพราะฟุตบอล หลังได้สนามฟุตบอล พัฒนาการทักษะฟุตบอลของนักกีฬาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้เป็นแชมป์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี 2567 (ราชบุรีเกมส์) ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้กับท่าข้ามวิทยาคม เหมือนเครื่องช่วยหายใจ ทำให้ท่าข้ามฯ สามารถเดินหน้าต่อไปในการพัฒนาเยาวชนของประเทศไทย ต้องขอบคุณ คิง เพาเวอร์ แทนน้องๆตัวเล็กๆ ที่ได้ให้สิ่งที่เราต้องการและมองเห็นว่าสิ่งนี้สามารถพัฒนาเยาวชนได้ต่อเนื่อง ยั่งยืน และยาวนาน

ธีรพงษ์ อรมัย ฝึกสอนฟุตบอลให้เยาวชน

พระปลัดศิวนัฐ เมธีปชฺโชโต ผู้ริเริ่มก่อตั้งสโมสรฟุตบอลธรรมสาธิต ยูไนเต็ด จากโรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา จังหวัดลำพูน เล่าว่า จุดเริ่มทุกอย่างมาจากความตั้งใจที่จะกล่อมเกลาเด็กวัดให้ได้ดีด้วยกีฬาฟุตบอล จึงสมัครขอรับสนามฟุตบอลจาก คิง เพาเวอร์ ประกอบกับเรามีโค้ชที่รวมกลุ่มเด็กๆ มาช่วยส่งเสริมทักษะด้านกีฬา ให้พวกเขาได้พัฒนาและต่อยอด จากความหมั่นเพียรฝึกซ้อมทำให้เรามีนักกีฬาที่เติบโตในสายอาชีพนี้หลายคนด้วยกัน เช่น ธีรพงศ์ เสรี นักเตะสังกัด JINNAPHAT FC เป็นนักกีฬาฟุตบอลเดินสายที่โด่งดังเป็นที่รู้จักในโซนภาคเหนือ, โค้ชปุริมปรัชญ์ สิงห์ใจ จากผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด อาคาเดมี รุ่น U14 สู่การเป็นโค้ชรุ่นเยาวชนของสโมสรพระอาจารย์กล้าพูดได้เต็มปากว่าคิง เพาเวอร์ เป็นผู้ให้จริงๆ ทำให้เราได้มีสนามหญ้าเทียมดีๆ ให้เด็กใช้ วันที่สนามสร้างเสร็จได้เห็นเด็กๆ เข้าไปเล่นในสนาม พระอาจารย์ยืนน้ำตาซึมดีใจว่าสิ่งที่เป็นความฝันกลายเป็นจริงแล้ว

ความฝันและความหวังของเยาวชนไทย ถูกเติมเต็มมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า “ฟุตบอล” สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง และสร้างความ “เป็น ไป ได้” ให้เกิดขึ้นซึ่งในปี 2568 ที่กำลังจะถึงนี้ โครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” และ โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” กำลังจะก้าวสู่เป้าหมายครบ “ล้านลูก” และ“100 สนามฯ” แล้ว สำหรับโรงเรียนและชุมชนที่สนใจสมัครขอรับการสนับสนุนสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล 3 สนามฯ สุดท้ายมุ่งสู่ 100 สนามฯ อย่ารอช้า เพราะตอนนี้เปิดรับสมัครแล้วที่ https://100football.kingpowerthaipower.com/ ตั้งแต่วันนี้-21 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : King Power Thai Power พลังคนไทย

Kind+Jugend ASEAN 2025 นำของเล่นพัฒนาทักษะ มอบให้น้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาในงาน WOW Festival 2025

Kind+Jugend ASEAN 2025 นำของเล่นพัฒนาทักษะ  มอบให้น้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาในงาน WOW Festival 2025

Kind+Jugend ASEAN 2025 นำของเล่นพัฒนาทักษะ มอบให้น้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาในงาน WOW Festival 2025

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Kind+Jugend ASEAN 2025 งานมหกรรมสินค้าแม่และเด็กเพื่อสร้างเครือข่ายและเจรจาธุรกิจ (B2B) ที่จัดโดย บริษัท โคโลญเมสเซ่ (ประเทศไทย) ร่วมส่งเสริมการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยการนำของเล่นพัฒนาทักษะไปแจกให้กับน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ในงาน WOW Festival 2025 ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ ในช่วงวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา

โครงการมอบของเล่นพัฒนาทักษะนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ Kind+Jugend ASEAN ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้เด็กๆ ทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาและการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกันโดยเฉพาะเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งของเล่นที่มอบให้ในครั้งนี้จะช่วยเสริมทักษะต่างๆ เช่น การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การฝึกการประสานงานระหว่างมือและตา รวมถึงการพัฒนาทักษะทางสังคมและจินตนาการ

งาน Kind+Jugend ASEAN 2025 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1960 ที่ประเทศเยอรมนี และมีเครือข่ายจัดงานทั่วโลกจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร งานนี้เป็นงานสำคัญที่รวบรวมผู้ผลิตผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้ารายใหญ่จากทั่วโลกในอุตสาหกรรมสินค้าสำหรับแม่และเด็ก เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายและเจรจาธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน นอกจากความสำคัญทางธุรกิจแล้ว งานยังเป็นโอกาสในการเผยแพร่และสนับสนุนการพัฒนาสินค้าสำหรับการเรียนรู้และการเล่นที่มีคุณค่าซึ่งมุ่งเสริมสร้างทักษะและพัฒนาศักยภาพของเด็กๆ ทุกคน

ส่วนเทศกาลอัศจรรย์เมืองน่าอยู่ WOW Festival 2025 : Wonder Of Well-Living City หรือเทศกาลอัศจรรย์เมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน กำลังส่งความสนุก ปลุกพลังคน พร้อมสร้าง “เมืองน่าอยู่” อย่างยั่งยืนร่วมกัน พร้อมกิจกรรมสนุกมากมายที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้ เพลิดเพลิน ไปจนถึงวันที่ 19 มกราคม นี้ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ และ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าเที่ยวชมงานฟรี สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook WOW อัศจรรย์เมืองน่าอยู่

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : ฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง เล็งความอร่อยกับอาหารเพื่อสิริมงคล

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : ฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง เล็งความอร่อยกับอาหารเพื่อสิริมงคล

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : ฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง เล็งความอร่อยกับอาหารเพื่อสิริมงคล

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ จะพาท่านไปฉลองเทศกาลสำคัญ“วันตรุษจีน” วันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนซึ่งตรงกับวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจากโรงแรมชั้นนำ มาเริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ลาดพร้าว นำเสนอเมนูสุดพิเศษกับรสชาติที่ดีที่สุดที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อคุณจากห้องอาหารต่างๆ ถึง 28 ก.พ.ที่ ห้องอาหารดอน จิโอวานนี, ห้องอาหารบลูสกาย, ห้องอาหารไดนาสตี้, ห้องอาหารฮากิ, ห้องอาหารสวนบัว, ล็อบบี้ เลาจน์และเบเกอรี่ โทร.02-5411234

โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารจีนกวางตุ้งเลิศรส พร้อมเมนูมงคลต้อนรับปีใหม่จีน อาทิ หยี่ซัง ฯลฯ มื้อกลางวันวันพุธที่ 29 ม.ค. ท่านละ 1,250 บาท พบเมนูพิเศษเป็ดปักกิ่ง ซุปหูฉลามน้ำแดง ฯลฯ ที่ ห้องอาหารจีนดิ เอมเพอเรอร์ โทร.02-2922999

โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์นำเสนอบุฟเฟต์ติ่มซำพรีเมียมมากกว่า 50 เมนู อาทิ ฮะเก๋าล็อบสเตอร์,ขนมจีบเป๋าฮื้อ, เกี๊ยวซ่าวากิวพริกไทยดำ, ทอดมันกุ้งเห็ดทรัฟเฟิล ฯลฯ และสเตชั่นอาหาร อาทิ ซีฟู้ดออนไอซ์,เป็ดปักกิ่ง, หมูกรอบ รวมของหวานห้ามพลาด อาทิ เปาะเปี๊ยะมะม่วงน้ำดอกไม้ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา, พุทราจีนทอด, วุ้นบ๊วยส้มจี๊ดฯลฯ พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตสุดอลังการ วันพุธที่ 29 ม.ค. ท่านละ1,199 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารจีน“สไปซ์ แอนด์ บาร์เลย์” ชั้น 3 ศูนย์การค้าริเวอร์ไซด์พลาซ่า โทร.02-4760022

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนออาหารมงคลชุดใหญ่ “มั่งมีตลอดไป”และ “ร่ำรวยเงินทอง” หรือชุดเล็ก“สมบูรณ์พูนสุข” และ “อยู่เย็นเป็นสุข”เริ่มต้นชุดละ 6,999 บาท++ สำหรับ 5 ท่าน และ 10,999 บาท++สำหรับ 10 ท่าน พร้อมเมนูตามสั่ง อาทิ“หยี่ซัง-สลัดปลานำโชค”ที่ ห้องอาหารจีนหยก โทร.02-2764567

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนออาหารจีนกวางตุ้ง 2 เซตพิเศษ ราคาท่านละ 2,888 บาท++ และ 3,888บาท++ พร้อมเมนูอาหารจีนแบบอะลาคาร์ท และติ่มซำสำหรับมื้อกลางวัน 28 ม.ค. ถึง 2 ก.พ. รวมทั้งเมนูมงคลสุดพิเศษ “โหลวเฮหยี่ซัง” ที่ ห้องอาหารจีน แชงพาเลซ โทร.02-2367777

โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล นำเสนออาหารจีนสไตล์กวางตุ้งร่วมสมัยโดยมีอาหารพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีนปีงู อาทิ สลัดเป็ดโชคลาภ,กุ้งมังกรบอสตันผัดซอสไข่แดงเค็มและของหวานมงคลประจำเทศกาล ขนมเข่งรูปปลาคาร์ป พร้อมด้วยบริการติ่มซำแบบไม่จำกัด ท่านละ 1,588บาทถ้วน ถึง 7 ก.พ. ที่ ห้องอาหารจีน ซัมเมอร์ พาเลซ โทร.02-6560444

โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น นำเสนอบุฟเฟต์อาหารนานาชาติเมนูหลากหลายสไตล์ อาทิเป็ดย่าง หมูกรอบ ติ่มซำ มื้อกลางวันท่านละ 690 บาท และเพิ่มซีฟู้ดอาหารทะเลสดๆ ชาบู เทปันยากิ ในมื้อเย็นท่านละ 790 บาท ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

คาเฟ่ แคนทารี นำเสนอเมนู “ทาร์ตไข่มงคล” สีเหลืองทองหอมกรุ่น กรุบกรอบกับความลงตัวของแป้งทาร์ตโฮมเมดเนื้อบางเบา พร้อมไส้คัสตาร์ดไข่สุดพรีเมียมรสหวานมัน ชิ้นละ 45 บาทถ้วนถึง 29 ม.ค. ที่ คาเฟ่ แคนทารี สาขาพระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ โคราช ภูเก็ตปราจีนบุรี ศรีราชา ระยอง และ ระยองบาย เดอะซี (หาดแสงจันทร์) โทร.1627

ตรุษจีน 2568 “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้” ขอให้ทุกท่านได้รับสิริมงคล ความโชคดี มั่งมีเงินทอง ร่วมฉลองเทศกาลกับ มื้อพิเศษและอร่อยถูกใจ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

คุณแหน : 18 มกราคม 2568

คุณแหน : 18 มกราคม 2568

คุณแหน : 18 มกราคม 2568

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2567 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ท่าน และอนุมัติแต่งตั้งศาสตราจารย์เกียรติคุณ จำนวน 6 ท่าน โดยได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และเกียรติบัตร จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 59 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เมื่อ 15 ม.ค. ณ หอประชุม
มช.…ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ท่าน ได้แก่ 1.นายกมล โอภาสกิตติ ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา,2.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลงปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล, 3.นางวีณา ภัทรประสิทธิ์ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์,4.ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดาราศาสตร์, 5.นายสมภพ มงคลพิทักษ์สุข ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์, 6.รองศาสตราจารย์ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์,7.Dr.Gonzague Jourdain (ดร.กอนซากัว จัวร์เดียน)ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์…สำหรับผู้ได้รับเกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ 1.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.วัชระกสิณฤกษ์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะเทคนิคการแพทย์, 2.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ธีรชัยอภิวรรธกกุล สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์,3.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์, 4.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ สาขาวิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ 5.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล สาขาวิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์, 6.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ไพโรจน์ วิริยจารี สาขาวิชาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร…ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้…

ll เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญ ก็คงไม่เกินไป …ทราบว่า ผุสดี ตามไท ผู้จัดการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มีวันเกิดตรงกับ “วันครูแห่งชาติ” 16 ม.ค.พอดี…บอร์นทูบี “คุณครู” โดยแท้…

ll ช่วงนี้มีภารกิจยุ่งเหยิง พล.ต.ท.อดิเทพ-วรินทร์ทิพย์ ปัญจมานนท์ เพราะญาติๆ มากันจากต่างประเทศ โดยพี่สาวใหญ่ เฉลียววรรณ เฮนชอร์น, นราพร เฮลวิค จากออสเตรเลีย และ วีณา โบลีน จากสวีเดน นัดกันมาทำบุญให้คุณพ่อ พล.อ.สมศักดิ์ และ คุณหญิงอาภัสร ปัญจมานนท์ และจะอยู่เที่ยวกับพี่น้องต่ออีก 2 สัปดาห์…

ll แอนดรูว์ หลานย่า ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน มีตุ๊กตาที่รักมาก ไปไหนเอาไปด้วยทุกที่ แม้ตอนไปเรียนเปียโน…ตัวตุ๊กตา Capybara นี้ มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาใต้ เด็กชายแอนดรูว์ มีสะสมถึง 4 ตัว 4 ขนาดด้วยกัน…

ll ดร.สตีฟ สามี ดร.นิตยา มิลห์ จากสกอตแลนด์ได้วีซ่าครอบครัวอยู่เมืองไทยได้คราวละ 3 เดือน หากจะอยู่ต่อ ต้องขอต่อวีซ่าใหม่ อยากอยู่กับภรรยานานๆ ยอมได้ทุกอย่าง…

ll พล.อ.ต.หญิง ยลสลวย วาริทสวัสดิ์ ชวนญาติๆ และเพื่อนๆ ที่รักการรำไทย ร่วมกันแสดงรำในงานสมโภชพระอารามวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เมื่อวันจันทร์ที่ผ่าน…ในนามทายาทสกุล “บุนนาค” (สกุลเดิมของคุณยาย) และกลุ่มบริหารร่างกายด้วยการรำไทย ในวัยเกษียณ…ได้ทำสิ่งที่รัก น่าภูมิใจนัก!!…ll

บารอนเนส

แนวหน้า Talk : ‘สุทิน วรรณบวร’ การเมืองไทยในสายตาสื่ออาวุโส ต่างชาติไม่มั่นใจใครนายกฯตัวจริง

แนวหน้า Talk : ‘สุทิน วรรณบวร’  การเมืองไทยในสายตาสื่ออาวุโส  ต่างชาติไม่มั่นใจใครนายกฯตัวจริง

แนวหน้า Talk : ‘สุทิน วรรณบวร’ การเมืองไทยในสายตาสื่ออาวุโส ต่างชาติไม่มั่นใจใครนายกฯตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เหมาะสมหรือไม่? และทำได้จริงหรือ? : ย้อนไปในวันที่ 7 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ Aseannow.com ได้เผยแพร่ข่าวซึ่งอ้างว่า ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2567 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยได้หารือกับตัวแทนจากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร รวมถึงกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) สภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (KNPP) และองค์การแห่งชาติกะฉิ่น (KNO)

ในเวลาต่อมา วันที่ 14 พ.ค. 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
นายทักษิณผู้เป็นบิดา ปัจจุบันไม่ได้มีตำแหน่งอะไร แต่สมัยที่เป็นนายกฯ ก็มีการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งก็มีโอกาสที่ได้รู้จักทั้งกลุ่มชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อย รวมไปถึงทหารของเมียนมา จึงยังมีความสัมพันธ์ต่อกันอยู่ซึ่งก็เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ได้สร้างไว้ ฉะนั้นด้วยความเป็นห่วงประเทศ ถ้ามีการได้พูดคุยอะไร เป็นเพียงเพราะอยากมีส่วนร่วมในการช่วยประเทศไทยเท่านั้น ส่วนจะประสบผลสัมฤทธิ์มากน้อยขนาดไหนนั้น ตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะยังไม่ได้พูดคุยกับนายทักษิณ

แต่อีกด้านหนึ่ง ในวันที่ 8 พ.ค. 2567 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ซึ่งเคยถูกจำคุก ได้ตั้งคำถามว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ และหากเป็นความจริง เวลานั้นนายทักษิณยังอยู่ในมาตรการพักโทษ ไม่ว่าจะเป็นการข้ามไปฝั่งเมียนมา หรืออยู่ในประเทศไทยบริเวณชายแดน ได้ขออนุญาตหรือแจ้งกับกรมคุมประพฤติหรือไม่ ซึ่งแม้ไม่มีระเบียบต้องห้ามของกรมคุมประพฤติที่ชัดเจน แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีความเหมาะสม กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม หรือภาษาพระเรียกว่า โลกวัชชะ หมายถึงโลกตำหนิติเตียน

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ“แนวหน้าออนไลน์” วันที่ 8 ม.ค. 2568 นายสุทิน วรรณบวร สื่อมวลชนอาวุโส คอลัมนิสต์ นสพ.แนวหน้า และอดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าว AP ร่วมพูดคุยในประเด็นการเมืองไทยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไล่ตั้งแต่ 1.ความเคลื่อนไหวที่มากขึ้นเรื่อยๆ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นนี้มองว่า นายทักษิณ ณ ปัจจุบัน มีความเหมือนกับนายทักษิณช่วงปี 2547-2549 กล่าวคือ นายทักษิณควบคุมทุกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และมองว่าตนเองเก่งที่สุด

แต่สิ่งที่นายทักษิณทำนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและประเทศไทยโดยตรง อย่างที่นายทักษิณบอกว่าตนเองยุ่งทุกเรื่องเพราะไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ แต่จริงๆ เรื่องนี้นายทักษิณไม่จำเป็นต้องพูดเพราะใครๆ ก็รู้ และไม่ใช่เฉพาะคนไทยแต่ยังรวมถึงต่างชาติอีกหลายประเทศด้วย จากรัฐบาลนายกฯหลายๆ คนที่ผ่านมา ตั้งแต่ นายสมัคร สุนทรเวชนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน มาจนถึงลูกสาวของตนเองอย่าง น.ส.แพทองธารชินวัตร นายกฯ คนปัจจุบัน

“แกกำหนดทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้ว่าหน้าของลูกสาวตัวเองเป็นอย่างไร คือแกไปบอกว่าคนแอฟริกาตัวดำบ้าง จมูกแบนบ้าง ก็ยังส่งเข้าประกวดได้ เพราะฉะนั้นคนไทยไม่ต้องไปเหลาหน้า ไม่ต้องไปทำจมูกก็เป็นนางแบบได้คนที่เหลาหน้าทำจมูก แกรู้ไหมว่าคนที่เป็นลูกสาวแกตอนนี้ไปทำอะไรมาบ้างกับหน้า ถ้าแกรู้จะไม่พูดเรื่องนี้มาเพราะฉะนั้นคุณทักษิณรู้ทุกเรื่องนอกจากเรื่องตัวเอง”

ทั้งนี้ ตนมองว่า หากนายทักษิณยังเคลื่อนไหวแบบนี้ต่อไปจะส่งผลเสียหายต่อประเทศไทย ต่างชาติจะไม่ให้ความเชื่อถือ เพราะไม่รู้ว่าประเทศไทยมีใครเป็นนายกรัฐมนตรี แนวทางของประเทศไทยใครเป็นผู้กำหนด เพราะทุกคนต้องฟังนายทักษิณ และสิ่งที่นายทักษิณพูดก็ถูกนำมาใช้ในรัฐบาล หรืออย่างกรณีอดีตนายกฯ เศรษฐา ก็มีคนไปกดดันให้ตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี

ซึ่งนายทักษิณเข้าใจว่าตนเองรู้ทุกเรื่องและอยู่เหนือกฎเกณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่เดินทางกลับมาประเทศไทย ได้รับพระราชทานอภัยโทษในคดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว ลดโทษจากจำคุก 8 ปี เหลือ 1 ปี ก็ไม่ต้องเข้าคุกแม้แต่วันเดียว แต่คนที่ต้องรับกรรมจากนายทักษิณคือคนที่กำลังถูกสอบสวนอยู่ในขณะนี้ ทั้งคนจากกรมราชทัณฑ์และจากโรงพยาบาลตำรวจ เป็นการทำข้ามกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด จะเห็นว่าพอนายทักษิณกลับมาประเทศไทยความวุ่นวายก็เกิด แล้วยังไม่พอใจคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่จริงๆ นายทักษิณทำผิดทั้งหมด

และต้องบอกว่านายทักษิณพยายามควบคุมการบริหารประเทศทั้งหมด ส่วนนายกฯ ที่มีตำแหน่งอยู่นั้นให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับตัวหนังตะลุงที่มีคนเชิดอยู่หลังจอ อย่างสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีคนมาเล่าให้ตนฟังว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องถ่ายทอดไปต่างประเทศ ตนจึงเชื่อว่าการประชุม ครม. ยุคนี้ก็น่าจะมีการถ่ายทอดไปที่คนใดคนหนึ่งที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถรู้ได้ว่ารัฐมนตรีคนใดไม่มาประชุม ถึงขนาดออกปากไล่ออกไปได้ ซึ่งเมื่อทั้งนายกฯ และ ครม. เหมือนกับตัวหนังตะลุงที่ถูกเชิดขณะที่คนไทยก็รู้สึกไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลแบบนี้แล้ว คำถามคือคนต่างชาติจะเชื่อมั่นหรือไม่

2.การเมืองในประเทศเกาหลีใต้เทียบกับไทย ที่ ณ ปัจจุบัน เกาหลีใต้เหมือนกับไทยในปี 2549 ซึ่งต้องบอกว่ากระบวนการประชาธิปไตยของเกาหลีใต้นั้นที่ผ่านมาฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ คานอำนาจกันมาตลอดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีประธานาธิบดี 3 คน ถูกถอดถอน โดยเมื่อประธานาธิบดีทำผิด ฝ่ายนิติบัญญัติก็ยื่นถอดถอน แล้วฝ่ายตุลาการก็ตัดสินไปตามกฎหมาย ประธานาธิบดีสามารถถูกให้ออกจากตำแหน่งและถูกจำคุกได้

แต่ในยุคสมัยประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนล่าสุด แม้จะถูกลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง กลับไม่ยอมให้ความ
ร่วมมือกับทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการ ไม่ยอมไปให้การ อีกทั้งขนคนออกมาปกป้องและให้ทหารมาคุ้มกัน ซึ่งหากมองกลับมายังประเทศไทย ในปี 2549 ที่รัฐบาลขณะนั้นประกาศยุบสภาวันที่ 24 ก.พ. 2549 แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. 2549 แต่กลับเป็นการเลือกตั้งที่สับสนวุ่นวาย ถึงขนาดที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเวลานั้นถูกตัดสินจำคุก และศาลรัฐธรรมนูญของไทยวินิจฉัยให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ

ซึ่งต้องบอกว่า ตั้งแต่การยุบสภาวันที่ 24 ก.พ. 2549 เป็นต้นมา นายทักษิณกลับยังคงใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อไปจนถึงวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่ถูกรัฐประหารและต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ทั้งที่จริงๆ ช่วงเวลาดังกล่าวนายทักษิณไม่มีสิทธิ์ใช้อำนาจอีกแล้วเพราะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเรื่องนี้ก็คล้ายกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบันที่ถูกลงมติถอดถอน แต่ยังมองว่าตนเองเป็นประธานาธิบดีอยู่ มองข้ามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ยอมให้ความร่วมมือ มองว่าตนเองมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ไม่สามารถถูกจับกุม ไม่ต้องไปเข้ากระบวนการสอบสวน

3.ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา กัมพูชาและมาเลเซีย ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง3 ประเทศ ล้วนดูถูกประเทศไทยและไม่ให้ค่ารัฐบาลไทย อย่างกรณีของ “เมียนมา” ที่ผ่านมาให้เกียรติประเทศไทยมากกว่าชาติอื่นๆ ในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) อย่างสมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุคนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเป็นบุคคลเดียวในโลกที่รัฐบาลทหารเมียนมาอนุญาตให้เข้าพบออง ซานซู จี และนำเรื่องที่ได้พูดคุยกันไปแจ้งต่อที่ประชุมอาเซียน ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมานั้นคาดหวังการหาข้อยุติด้วยการเจรจามากกว่าการสู้รบ

“เมื่อได้ยินอย่างนี้ มติของอาเซียนจึงได้อนุมัติหรือแต่งตั้งให้ไทยเป็นคนกลางในการเจรจากับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้-เสียในเหตุการณ์ในพม่า (เมียนมา) ตั้งแต่นั้นมา รัฐบาลไทยในสมัยลุงตู่ก็กำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่ออำนวยการเจรจาของทุกฝ่าย เพราะไทยเข้าถึงทุกฝ่ายไม่ว่าจะฝ่ายต่อต้าน ชนกลุ่มน้อยหรือรัฐบาล แต่ขณะที่รัฐบาลกำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมานั้น ปรากฏว่าประเทศไทยเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ท่าทีของพม่าก็เปลี่ยนไปทันที”

ผู้นำรัฐบาลเมียนมาหารือนายกฯ ไทย เรื่องแรงงาน : วันที่ 7 พ.ย. 2567 ระหว่างการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 10 หรือ ACMECS SUMMIT ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีเมียนมา ซึ่ง น.ส.แพทองธารเปิดเผยว่า เมียนมา ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับแรงงานเมียนมาที่อยู่ในไทย ซึ่งบางส่วนยังไม่ได้ลงทะเบียนจึงอยากได้ตัวเลขว่าประชาชนของเขาไปอยู่ที่ไหนอย่างไรและขอข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งตนได้ฝาก รมว.ต่างประเทศไปแล้ว ก็จะพูดคุยเรื่องนี้กันต่อไป

หากย้อนไปในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้วพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง ในเวลานั้นมีการจับมือกับพรรคเพื่อไทยเตรียมจัดตั้งรัฐบาล ผู้นำระดับสูงของรัฐบาลทหารเมียนมาออกแถลงการณ์เตือนประชาชนให้ระวังภัยจากพรรคก้าวไกลมีการระบุว่าพรรคก้าวไกลสนับสนุนชาติตะวันตกและก่อการร้าย ให้ประชาชนช่วยกันจับตาไม่ว่าจะทำสิ่งใด และแม้ต่อมาพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลแทน แต่รัฐบาลเมียนมายังมองว่าทั้ง 2 พรรคเป็นเนื้อเดียวกัน เพียงแต่ปัจจุบันต้องแยกกันอยู่เพราะสถานการณ์ไม่อำนวยให้อยู่ด้วยกัน

และเมื่อนายทักษิณเสนอตัวว่าจะช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างฝ่ายต่างๆ ในเมียนมา ซึ่งเมื่อมีข่าวว่านายทักษิณไปพบกับผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร โฆษกของฝ่ายรัฐบาลทหารก็บอกว่าเป็นการแทรกแซงการเมืองของประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้มารยาท ขณะที่ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไทยจัดประชุมอาเซียนนอกรอบเพื่อปรึกษาปัญหาวิกฤตในเมียนมา ทหารของทั้ง 2 ประเทศก็ยังไปมาหาสู่กัน

แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล แล้วรัฐบาลทหารเมียนมาขอให้ไทยส่งข้อมูลชาวมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่จำนวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ในเดือนพ.ย. 2567 ระหว่างการหารือทวิภาคีในการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ที่ประเทศจีน โดยนายกฯ แพทองธาร บอกว่าให้กระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าให้อะไร คือไม่ได้บอกว่ามอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปสำรวจ และหลังจากนั้นไทยก็ไม่ได้ตอบสนองใดๆ กับทางเมียนมา

ซึ่งเหตุที่รัฐบาลทหารเมียนมายกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะสงสัยว่าอาจมีแนวร่วมของฝ่ายต่อต้านเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทย โดยมีพรรคฝ่ายค้านใหญ่ในไทยเป็นผู้สนับสนุน แต่ไทยไม่ให้คำตอบ จนมาถึงเหตุการณ์ที่ทหารเมียนมายิงเรือและจับลูกเรือชาวไทยไป 4 คน ส่งดำเนินคดีและตัดสินใจจำคุกแต่การที่คนในรัฐบาลไทยออกมาให้ข่าวว่าจะปล่อยตัวอยู่หลายครั้ง แสดงว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้รับข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง โดยกองทัพไทยนั้นจะมีหน่วยงานหนึ่งที่บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด เพื่อแจกจ่ายภารกิจให้ติดตามสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน

“ศูนย์นี้ไม่ได้แจ้งกับรัฐบาลไทยว่าอะไรเกิดขึ้นที่ไม่ได้แจ้งเพราะทหารไทยโดยเนื้อแท้แล้วเขาไม่กล้าหรือไม่มั่นใจในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเมื่อปี 2545 จำได้ไหมว่าผู้บัญชาการทหารบกตอนนั้นนำกำลังเข้าไปปะทะกับว้า แล้วถูกนายกรัฐมนตรีตอนนั้นตำหนิว่า Overreaction(ทำเกินกว่าเหตุ) และไม่ปรึกษาก่อน”

หรืออย่าง “กัมพูชา” ที่ล่าสุดเพิ่งเกิดเหตุลอบสังหารอดีตนักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชากลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2568 เรื่องนี้ถือเป็นการหยามหน้าฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยเชื่อว่าน่าจะมีการติดตามกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ในกัมพูชา แต่เลือกที่จะไม่ลงมือในกัมพูชา คำถามคืออดีตนักการเมืองคนนี้สร้างศัตรูในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด
นอกเสียจากเป็นศัตรูกับรัฐบาลกัมพูชา และคนที่หนีไปอยู่ฝรั่งเศสจนได้สัญชาติแบบนี้คงไม่มาสร้างศัตรูในประเทศไทย

“โดยสรุปก็คือว่าตราบใดที่ประเทศไทยไม่มีนายกฯ ตัวจริง ไม่มีรัฐบาลตัวจริง มีคนนอกรัฐบาล มีคนนอกกฎหมายมาควบคุมการบริหารประเทศอยู่ ประเทศไทยจะต้องเรือหายและต่างประเทศจะไม่ให้ความมั่นใจ”นายสุทิน กล่าวในตอนท้าย

หมายเหตุ : สามารถรับชมรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นวันที่ ๓

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นวันที่ ๓

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นวันที่ ๓

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.22 น.

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ และคณาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นวันที่ ๓ ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๒.๓๐ น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังชั้น ๓ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยทรงบรรยายพิเศษพระราชทานแก่คณาจารย์ นักวิชาการ และนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน รวม ๗๐ คน ต่อเนื่องในหัวข้อ เรื่อง “การควบคุมการเพิ่มจำนวนของเซลล์ และการเกิดเซลล์ตายและเมแทบอลิซึมของเซลล์มะเร็ง” ซึ่งวัฏจักรของเซลล์ หรือ วงจรการแบ่งตัวของเซลล์มี ๔ ระยะ ในแต่ละระยะจะมีจุดที่ตรวจสอบและควบคุมความถูกต้องและคุณภาพการทำงานของเซลล์ โดยมีความสำคัญของกระบวนการส่งสัญญาณเข้าสู่เซลล์ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองของเซลล์ ซึ่งปกติร่างกายจะมีการควบคุมให้มีความสมดุลและเหมาะสมหากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการควบคุมในระบบก็จะนำไปสู่การเกิดเป็นมะเร็งขึ้นได้ การที่เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบของกระบวนการเมแทบอลิซึม  ซึ่งประกอบด้วยปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามลำดับ เพื่อช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย และเรื่อง “กลไกการเกิดพยาธิสภาพ ของมะเร็งในระดับโมเลกุลและระดับเซลล์ เป็นกุญแจไปสู่การรักษาในอนาคต” ซึ่งมีการค้นพบและเข้าใจกลไกการเกิดพยาธิสภาพของมะเร็งในระดับโมเลกุลและเซลล์ จนสามารถวินิจฉัยโรคให้เข้าถึงลักษณะเฉพาะของเซลล์มะเร็งมากขึ้น

 ปัจจุบัน มีการใช้เทคนิคการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงและแสดงออกของยีนต่าง ๆ โดยสามารถแยกความแตกต่างของมะเร็งแต่ละชนิดในระดับยีนได้ ทำให้แพทย์มีการพยากรณ์โรคแม่นยำ สามารถเลือกแผนการรักษาและยาได้ตรงกับโรค  โดยกว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งที่หลากหลายหนึ่งในนั้นคือการพัฒนา ยากลีเวค หรือ ยาอิมาทินิบ ที่รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง ซึ่งเป็นยาตัวแรกที่พิสูจน์ให้เห็นความสำเร็จของหลักการในการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า ด้วยการใช้ข้อมูลพันธุกรรมที่จำเพาะของมะเร็ง มาพัฒนาหาแนวทางการรักษา นำไปสู่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านโรคมะเร็ง

ซึ่งวันนี้ เป็นการบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง ใน ๖ หัวข้อหลัก เสร็จสิ้นสมบูรณ์  โดยตลอด ๓ วันที่ผ่านมา ทรงมุ่งมั่นและมีพระวิริยะอุตสาหะ ทรงบรรยายด้วยความตั้งพระทัย โดยมีพระประสงค์ที่จะพระราชทานความรู้แก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถนำไปต่อยอดช่วยเหลือประชาชนได้ต่อไปในอนาคต

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’โพสต์ให้กำลังใจ’กวาง เดียร์ลอง’ ลั่นควรให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์

'เบียร์ เดอะวอยซ์'โพสต์ให้กำลังใจ'กวาง เดียร์ลอง' ลั่นควรให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’โพสต์ให้กำลังใจ’กวาง เดียร์ลอง’ ลั่นควรให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.07 น.

18 มกราคม 2568 จากกรณีที่ ‘กวาง อาริศา’ หรือ ‘กวาง เดียร์ลอง’  ได้ออกมาประกาศยุติบทบาทการเป็น Sex Creatorโดยเจ้าตัวได้ให้เหตุผลว่า ช่วงหลังๆ งานในส่วนนี้เริ่มกระทบจิตใจค่อนข้างมาก รู้สึกว่ามันเบียดเบียนตัวตนของเธอจนรู้สึกกระทบต่อสุขภาพจิต เพราะต้องเห็นคอมเมนต์ทางเพศตลอด แม้แต่ในโพสต์ที่แทบจะไม่มีอะไรเซ็กซี่เลย จึงอยากจะขอถอยกลับมาในจุดที่สบายใจ

ล่าสุด ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ สาวที่เคยออกมาโพสต์ในเพจเฟซบุ๊กว่า กำลังคิดจะย้าย Sexy Content ไปทำใน OnlyFans ได้แชร์โพสต์ของกวาง เดียร์ลอง พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ ระบุว่า 
“เบียร์เป็นกำลังใจให้คุณกวางค่ะ ก่อนคุณกวางจะโพสต์ คุณกวางก็ทักมาหาเบียร์นะคะ มาถามไถ่เบียร์ว่าเป็นอย่างไรบ้างตอนมีข่าว เป็นช่วงที่คุณกวางจะประกาศเลิกทำพอดี สำหรับเบียร์คุณกวางมีภาพจำ ที่ร้องเพลงเพราะและเป็นคนที่มีความตั้งใจในการสร้างงานเสมอ เห็นได้จาก asmr หรือสตรีมเกม และหลายๆงาน บางทีที่คุณกวางเสียความมั่นใจไป ก็เพราะพวกที่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น เอาแต่สนุก

เชื่อไหมว่ามีคนมาถามเบียร์ อยากจ้างให้คุณกวางไปร้องเพลงด้วยซ้ำ ขอเป็นอีก 1 คนที่จะบอกว่า อยากเห็นเหมือนกัน คนเรานะคะ ไม่ว่าเค้าจะทำอาชีพอะไร เค้าไม่ได้ไประรานชีวิตใคร ควรให้เกียรติเค้าในฐานะมนุษย์คนนึงอยู่ดีค่ะ คุณเป็นคนมีความสามารถ และทำได้ดีด้วยค่ะ ดีกว่าพวกวันๆพ่นขยะไปเรื่อย ไร้ความหมาย คนที่ชอบดูถูกคนอื่น คือชีวิตเขาเห็นใครได้ดีไม่ได้แค่นั้นเองค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ”

เก็บหลักฐานจ่อเอาผิด! นักดนตรีดังโร่ชี้แจงหลังถูกชาวเน็ตโยงเอี่ยวคุกคาม’เมียแสตมป์’

เก็บหลักฐานจ่อเอาผิด! นักดนตรีดังโร่ชี้แจงหลังถูกชาวเน็ตโยงเอี่ยวคุกคาม'เมียแสตมป์'

เก็บหลักฐานจ่อเอาผิด! นักดนตรีดังโร่ชี้แจงหลังถูกชาวเน็ตโยงเอี่ยวคุกคาม’เมียแสตมป์’

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.27 น.

18 มกราคม 2568 จากกรณีที่นักร้องดัง ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ได้ออกมาเปิดเผยเหตุที่ตนเองนั้นหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง เนื่องจากภรรยาถูกคุกคามร่วม 10 ปี จากคนที่ไม่เคยรู้จัก แถมเจอพ่อคู่กรณีที่อ้างว่าเป็น’นายพล’ข่มขู่ยัดคดีการเมือง งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่เปิดว๊าปโยงไปที่บุคคลหรือจะเป็นนักดนตรีวงดังๆ หลายต่อหลายชื่อ

โดยล่าสุดผลกระทบก็ไปตกที่ นักร้องนักดนตรีหนุ่ม ‘โทนี่ เเฮปปี้’ เจ้าของแอคเคาท์ tonyhappyy นักดนตรีแบคอัพให้กับ นักร้องสาวชื่อดัง ‘โบกี้ไลอ้อน’ ถูกลากเข้ามาเอี่ยวกับประเด็นดราม่า จนกระทั่งล่าสุดได้ออกมาโพสต์ว่า “ทุกท่านครับ ตอนนี้ทุกท่านกำลังเข้าใจผิดนะครับ ผมและวิวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาในครั้งนี้นะครับ ท่านที่พิมมาด่าหรือโพสดูหมิ่นไปแล้วไม่เป็นไรนะครับ ผมและวิวได้เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอย้ำนะครับ ผิดตัวเต็มๆเลยนะครับ” ทั้งยังชี้แจงอีกว่า “ขอชี้แจงสั้นๆนะครับ ผิดตัวนะครับ เพจและบุคคลทั้งหลายที่เข้าใจผิดอยู่ตอนนี้ ผมและวิวเป็นผู้เสียหายอยู่นะครับ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับคดีนะครับ”

ส่วนทางด้านนักร้องนำ Moving and Cut ก็ออกมาโพสต์ นำเอาคอมเมนต์ที่เข้าไปสอบถาม ว่าคนที่คุกคามภรรยาแสตมป์เคยทำงานกับวงนี้หรือไม่ ก่อนชี้แจงว่า “อยู่ๆก็มีคอมเมนต์อะไรแบบนี้มาในเพจวง แค่อยากจะบอกว่า วงมี 5 คน ไม่เคยมีใครออกไปเล่นวงอื่น Moving and Cut ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับพี่แสตมป์นะครับ เคยแค่เล่นดนตรีกันในงานเฟสติวัลเฉยๆ ใจเย็นๆกันนะเพื่อนๆ”

‘แสตมป์’เล่าเหตุหายหน้าไป2ปี ภรรยาถูกคุกคามหนัก พ่อคู่กรณียศนายพลขู่ยัดคดีการเมือง (คลิป)

'แสตมป์'เล่าเหตุหายหน้าไป2ปี ภรรยาถูกคุกคามหนัก พ่อคู่กรณียศนายพลขู่ยัดคดีการเมือง (คลิป)

‘แสตมป์’เล่าเหตุหายหน้าไป2ปี ภรรยาถูกคุกคามหนัก พ่อคู่กรณียศนายพลขู่ยัดคดีการเมือง (คลิป)

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 08.09 น.

18 มกราคม 2568 จากกรณีที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วนักร้องหนุ่ม ‘แสตมป์’ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข โพสต์ข้อความปริศนาที่ทำเอาหลายคนสงสัยหมายถึงใคร โดยรุะบุว่า วงดนตรีวงหนึ่ง SUPPORT โจร ไม่มีคุณธรรม ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้ามาแห่สงสัยแห่สอบถามวงไหน พร้อมทั้งให้กำลังใจนักร้องหนุ่ม 

หลังจากที่นักร้องคนดังหายหน้าหายตาไปพักใหญ่เกือบ 2 ปี ล่าสุด ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ได้มาเล่นคอนเสิร์ต Wednesday Song ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ช่วงหนึ่งเจ้าตัวออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่หายหน้าไปจากวงการดนตรี โดยมีเจ้าของช่องยูทูบชื่อ SarutaTa บันทึกคลิปวิดีโอมาให้รับชม ดังนี้..

“ขอบคุณทุกคนที่ยังจำผมได้อยู่นะครับ ผมขอเล่าเรื่องบางเรื่อง ซึ่งมันจะปกป้องชีวิตคนในครอบครัวผมได้ แล้วผมเอามันออกมาสู่แสงสว่าง เพราะว่าภรรยาผมถูกโจมตีในที่มืดมานานเกินไปแล้ว ผมหายไปเพื่อฟ้องร้องคน 2 คน ที่บุกมาถ่ายคลิปแบล็กเมลภรรยาผมหลังเวที

มันเริ่มจากมีคนคนนึงสร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความเข้าใจผิดให้กับภรรยาผมในวงการเพลง ทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้จักส่วนตัวกับภรรยาผมมาก่อน แล้วก็มีคนเชื่อถึงขั้นมาโพสต์ด่าโจมตี บุกรุกมาหลังเวที จนผมทำงานไม่ได้ คน ๆ นี้ โผล่หน้ามาให้ภรรยาผมรำคาญใจมาเป็น 10 ปีแล้ว ทั้งที่ไม่รู้จักกัน

แต่เรื่องมันร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2565 มีตัวละครเพิ่มขึ้นมาซึ่งคือแฟนหนุ่มของเขา ซึ่งทำงานอยู่ในวงดนตรีวงหนึ่ง ทำให้ฝ่ายหญิงมีป้ายให้คอที่จะบุกรุกเข้ามาหลังเวที

ในช่วงปี 2565 ขณะที่ผมเล่นดนตรีบนเวที 2 คนนี้จะแวะมาโฉบผ่านหน้าภรรยาผม บางครั้งก็สร้างสถานการณ์มานั่งร้องไห้ใกล้ ๆ ภรรยาผม ซึ่งภรรยาผมก็ไม่รู้มันคืออะไร แต่เธอก็ไม่อยากมีเรื่อง ไม่อยากให้ผมเป็นข่าว เธอใช้วิธีการหลบเลี่ยงเอา ภรรยาผมบอกกับผู้จัดการว่า ขอไม่รับงานร่วมกับวงดนตรีวงนี้ไปก่อน คิดว่าจะจบได้โดยไม่มีการปะทะกัน

จนวันที่ 26 ก.พ. 2566 มีงานคอนเสิร์ตที่ เดอะสตรีท รัชดา เราทราบไม่กินวันก่อนหน้าว่า เราต้องเล่นกับวงดนตรีวงนี้ เราแคนเซิลไม่ทัน เมื่อไปถึงพบว่าคู่กรณีทั้ง 2 คน มาดักหน้าห้องพักศิลปิน พอเห็นภรรยาผมทั้งสองพุ่งเข้ามาหาภรรยาผม พูดจากล่าวหาใส่และมีคนอัดคลิปวิดีโอไว้ แล้วไปบอกคนในวงการเพลงว่า บังเอิญเจอภรรยาผมหลังเวที แล้วหาว่าภรรยาผมไปคุกคามเขาโดยไม่มีสาเหตุ จากนั้นเราเริ่มใช้การ์ดมาดูแลความปลอดภัย คอยลาดตระเวนก่อนคอนเสิร์ตเริ่มว่ามี 2 คนนี้มาไหม

ผ่านไปไม่นานทั้ง 2 คนย้ายไปทำงานกับอีกวงดนตรีหนึ่ง ตนก็ติดต่อไปหาหัวหน้าวงนั้นว่า ขอไม่รับงานร่วมกัน เพื่อความปลอดภัย ไม่อยากปะทะ ไม่อยากเป็นข่าว ก็คิดว่าจะจบได้ดี จนวันที่ 21 ต.ค. 2566 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ก็ไปเจอกับหญิงคนเดิมนี้ที่รออยู่ ภรรยาเลยพาผมเบี่ยงตัวออกไปหลบในห้องพักนักดนตรี จนพอผมเตรียมขึ้นแสดง เปิดประตูมาเจอหญิงคนนี้ชูมือถือถ่ายอยู่หน้าห้อง แล้วไปโพสต์ในโซเชียลว่าภรรยาผมไปคุกคามเขาเช่นเดิม

28 ต.ค. 2566 ทั้ง 2 คนนี้ไปนั่งดักรอเจ้าของค่ายเพลง ค่ายใหญ่ที่สุดค่ายหนึ่งในประเทศ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน แล้วไปร้องไห้ฟ้องว่าถูกคุกคามโดยภรรยาผม ผู้ใหญ่ท่านนั้นรับฟังให้คำปรึกษา ก่อนติดต่อมาหาผมเพื่อฟังความอีกข้าง ผมจึงเล่าความจริงไป จนในปีที่ผ่านมาผู้ใหญ่ท่านนั้น ยอมไปขึ้นศาลเพื่อเป็นพยานให้ว่า 2 คนนี้ทำลายชื่อเสียงภรรยาผม

ผมตัดสินใจโทรหานักร้องนำวงนี้ ที่เขาสังกัดอยู่ ขอโทษที่ร่วมงานกันไม่ได้ตราบใดที่ 2 คนนั้นยังอยู่กับคุณ เราทำงานไม่ได้จริง ๆ ตลอดการสนทนา ก็แน่ใจได้ว่านักร้องท่านนี้อัดเสียงผมอยู่ตลอด นั่นแปลว่า 2 คนนั้นไปบลัฟไว้ก่อนแล้ว ว่าภรรยาผมไปคุกคามเขาและเขาเชื่อ แต่ภรรยาผมจะไปคุกคามเขาก่อนได้อย่างไร เมื่อทุกครั้งที่เกิดเหตุ มันเกิดที่หน้าห้องพักศิลปินของผม

ในเมื่อภรรยาผมไม่ปลอดภัย และไม่มีใครช่วยเราได้ ผมจึงต้องไปพึ่งศาล ไม่เช่นนั้น 2 คนนี้จะไปวาดภาพว่าภรรยาผมไปทำอะไรก็ได้ แต่เรื่องที่น่ากลัวที่สุดของครอบครัวผมก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ครับ

ระหว่างที่ไปศาลกัน พ่อของจำเลยท่านหนึ่ง เป็นทหารยศนายพลจาก พิษณุโลก มาขึ้นศาลแทนลูกของเขา พร้อมบอกว่าขอให้ผมกับภรรยาถอนฟ้องลูกของเขาซะ ไม่เช่นนั้นผมจะโดนยัดคดีทางการเมือง นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นในศาล

ขณะที่นอกศาล นายพลท่านนี้เคยขับรถไปบ้านแม่ของผม บอกว่าเป็นแฟนคลับเอาของมาให้ แล้วถ่ายรูปแม่ผมเก็บไว้ ส่วนภรรยาของนายพลแฝงตัวเข้าไปในกรุ๊ป Open Chat แฟนคลับ เพื่อสืบว่าไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหน แล้วแฝงตัวเข้าไปดูคอนเสิร์ต พยายามแสดงตัวให้เห็นว่าจับตาดูอยู่ตลอด จนผมตัดสินใจปิด Open Chat

แต่คู่กรณียังคงตามติดตลอดทั้ง หน้าโรงแรมที่เราพัก ปั๊มน้ำมันที่เราเข้า หนักที่สุดเคยมานั่งข้าง ๆ ผมบนเครื่องบิน ระหว่างที่ทำการฟ้องร้อง ผมลองตรวจสอบดู พบว่ามีการล็อกที่นั่งไว้จริง ๆ จากเพื่อนของเขาสมัยมหาวิทยาลัย ที่ทำงานสายการบินนั้น หลังจากนั้นผมไม่รับงานที่ไหนๆ ที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินอีกเลย และขอไม่รับงานใด ๆ อีกจนกว่าศาลจะคุ้มครองเรา

วันที่ 30 พ.ค. 2567 เราชนะคดีได้ ด้วยการที่จำเลยรับสารภาพเอง ตอนนั้นเขาจำนนต่อหลักฐานในชั้นสืบพยาน มีการยกมือไหว้ภรรยาผม ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และจะไม่ยุ่งกับภรรยาผมอีก แต่พอผ่านมา 2 สัปดาห์ เขาก็มาโพสต์ด่าภรรยาผมเหมือนเดิม

ผมเลยบอกว่าไม่อยากให้มายุ่งแล้ว ช่วยทำตามคำสั่งศาลด้วย ไม่เช่นนั้นจะเอาเรื่องอย่างเด็ดขาด และเอาข้อมูลทั้งหมดมาเปิดเผย ทั้งชื่อวงดนตรีที่จำเลยทำงานอยู่ รวมไปถึงชื่อนายพลด้วย”

โดยหลังจากที่คลิปนี้เผยแพร่ออกไปนั้น ได้มีชาว X (ทวิตเตอร์) ได้ติดแฮชแท็ก #แสตมป์อภิวัชร์ หลังจากนั้นได้มีคนเข้ามาโควทพร้อมแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังไปตามหาคู่กรณีของ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’กันเป็นจำนวนมากอีกด้วย 

ขอบคุณคลิปจาก : SarutaTa