ครม.ความมั่นคงอิสราเอลไฟเขียวข้อตกลงหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา

ครม.ความมั่นคงอิสราเอลไฟเขียวข้อตกลงหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา

18 ม.ค. 2568 04:32 น.

ครม.ความมั่นคงอิสราเอลไฟเขียวข้อตกลงหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา

คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของอิสราเอลอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันกับกลุ่มฮามาสแล้ว ส่งต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ประชุมเพื่อลงมติข้อตกลงต่อไป

วันที่ 18 มกราคม 2568 สำนักงานนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลออกแถลงการณ์ระบุว่า คณะรัฐมนตรีความมั่นคงมีมติอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา ตามที่มีการประกาศในกาตาร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยสมาชิกคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจำนวน 11 คนได้อนุมัติข้อตกลงฉบับนี้ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

โดยมตินี้จะถูกส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ซึ่งมีสมาชิก 33 คนประชุมพิจารณา ซึ่งการประชุมจะมีขึ้นในเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 8.30 น. ตามเวลาในไทย

ทางด้านนายไอแซก เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล กล่าวชื่นชมคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงที่อนุมัติข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน พร้อมย้ำคำเรียกร้องของเขาที่จะนำตัวประกันทั้งหมดกลับบ้าน พร้อมกล่าวว่าอิสราเอลจะต้องเอาชนะภาพลวงตาว่าข้อตกลงนี้จะนำมาซึ่งความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่และเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดทรมาน และเชื่อว่าทุกคนจะเผชิญช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน โดยคาดว่าข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันระยะแรกจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์

ทางด้านนายมะห์มุด บาซาล โฆษกกระทรวงกลาโหมของฮามาสในฉนวนกาซา กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง จนถึงตอนนี้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 111 ศพ ซึ่งรวมไปถึงเด็ก 28 ศพ และผู้หญิง 31 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 264 ราย

ก่อนหน้านี้กลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ระบุว่า อิสราเอลจงใจก่อเหตุสังหารหมู่เพื่อขัดขวางข้อตกลงหยุดยิง และเรียกร้องให้ผู้ไกล่เกลี่ยกดดันอิสราเอลให้หยุดการสังหารหมู่ในฉนวนกาซา โดยกองกำลังอิสราเอลได้โจมตีอย่างหนักหน่วงในพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือของฉนวนกาซาประมาณ 50 แห่ง ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 88 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 189 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาสูงสุดในรอบ 11 วัน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46,876 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 110,642 ราย ในฉนวนกาซา ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566.

‘กรมการข้าว’ใส่ใจแก้ปัญหา ชวนลดและงดการเผาตอซังฟางข้าว

'กรมการข้าว'ใส่ใจแก้ปัญหา ชวนลดและงดการเผาตอซังฟางข้าว

‘กรมการข้าว’ใส่ใจแก้ปัญหา ชวนลดและงดการเผาตอซังฟางข้าว

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 21.23 น.

PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน กรมการข้าว ใส่ใจแก้ปัญหา ชวนลดและงดการเผาตอซังฟางข้าว

หลายพื้นที่ในภาคเหนือ ยังคงเผชิญวิกฤติฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับที่ 1 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (การจัดอันดับ World’s Best Awards ของนิตยสารทราเวล แอนด์ เลซเซอร์ ปี 2559) ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องฝุ่นควัน สาเหตุหลักคือ การเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

กรมการข้าว ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) “ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ลดและงดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และ เพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเกษตรกร เข้าร่วมงานฯกว่า 5,000 คน

งานฯ ดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างปลอดภัยด้วยการจัดการตอซังและฟางข้าว ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อปลอดการเผา และผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ให้แก่เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน smart farmer ชาวนาอาสา ผู้นำองค์กรชาวนา และประชาชนทั่วไป

ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วิธีการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการงดเผาตอซังและผลิตข้าวอย่างปลอดภัย เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จนเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว

กรมการข้าว ได้ร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ให้เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเผา ที่จะสามารถช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ “นาแปลงใหญ่” เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิต และบริหารจัดการผลิตข้าว มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ กลุ่มเกษตรกรให้มีความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ห่วงโซ่การผลิตข้าวแบบเดิม โดยการผสานเชื่อมโยงกันตั้งแต่เริ่มการจัดการการเพาะปลูกข้าว ไปจนถึงการตลาด โดยกระบวนการรับรองการผลิตข้าวมีทั้งการรับรองรายเดี่ยวและการรับรองแบบกลุ่ม ซึ่งการขอการรับรองแบบกลุ่มนั้น จะช่วยประหยัดงบประมาณและเวลา สร้างความเข็มแข็งและความยั่งยืนในการผลิตให้กับ กลุ่มเกษตรกร ที่ผ่านมากรมการข้าว ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เกษตรกรเผาฟางข้าว จึงมอบหมายให้สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ คิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกษตรกรไม่เผาฟาง จึงได้คิดค้นจุลินทรีย์ชีวภัณฑ์ที่ช่วยในการย่อยสลายตอซัง และฟางในนาข้าว โดยมีประสิทธิภาพ สามารถย่อยสลายได้ภายใน 7-10 วัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มปริมาณธาตุอาหารให้กับนาข้าว ลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้สูงสุด 20% – 30% เพื่อให้เกษตรกรหยุดการเผาไร่นา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ กรมการข้าวได้ถ่ายทอดวิธีการปลูกข้าวให้แก่เกษตรกร โดยเป็นการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดการน้ำในแปลงนาที่มีประสิทธิภาพ สามารถให้น้ำได้ตามความต้องการของข้าวในแต่ระยะการเจริญเติบโต โดยปล่อยให้น้ำแห้งตามธรรมชาติ เพื่อให้ดินมีการระบายน้ำและอากาศที่ดี กระตุ้นให้รากและลำต้นข้าวมีความแข็งแรง โดยเทคนิคการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งดังกล่าว สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาค่ามลพิษทางอากาศ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ที่เป็นปัญหาใหญ่ในการดำเนินชีวิต และมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ

– 006

‘สุริยะ’มอบที่ปรึกษาฯติดตามผลการดำเนินงาน’ธนาคารที่ดิน’

'สุริยะ'มอบที่ปรึกษาฯติดตามผลการดำเนินงาน'ธนาคารที่ดิน'

‘สุริยะ’มอบที่ปรึกษาฯติดตามผลการดำเนินงาน’ธนาคารที่ดิน’

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.54 น.

ที่ปรึกษารองนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจติดตามผลการดำเนินงานของ “ธนาคารที่ดิน” ชี้เป็นหน่วยงานตอบโจทก์การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน หนุนยกระดับผลิตภัณฑ์การเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชน วอนทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุน

วันที่ 17 มกราคม 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) มอบหมายนายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ที่ปรึกษารองนายกฯ และ นายภัทร ภมรมนตรี ประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม และพบปะเกษตรกร สมาชิกวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย และ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย พื้นที่ดำเนินโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ของ “ธนาคารที่ดิน”

โดยมี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พระอาจารย์ วิบูลย์ ธัมเตโช วัดพุธอุทยานดอยอินทรีย์ นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พร้อมผู้บริหาร “ธนาคารที่ดิน” และส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

นายศรัณยสัณฑ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาที่ทำกินของพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด วันนี้รู้สึกยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามภารกิจของ “ธนาคารที่ดิน” ที่เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน จนกลายมาเป็นชุมชนต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ที่ยั่งยืน ทั้งยังเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้การบริหารจัดการที่ดินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของหลายหน่วยงาน ทั้งองค์กร นักเรียน นักศึกษา ในและต่างประเทศ 

ขณะที่พื้นที่ วิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ นั้น ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง ปลา รวมถึงถนน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้รับความเสียหาย จึงขอกำลังใจพี่น้องเกษตรกร และได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสนับสนุนฟื้นฟู พัฒนาพื้นที่ให้กลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ดังเดิม 

“การที่ได้มาเห็นพื้นที่จริง ทำให้ทราบว่า การบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบการจัดการแบบมีส่วนร่วมของภาคประชาชนของ “ธนาคารที่ดิน” จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในอีกหลายพื้นที่ของประเทศได้ การทำให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้มีสิทธิในที่ดินทำกินเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ขอฝากให้ทุกหน่วยช่วยกันสนับสนุน เพื่อให้พี่น้องชาวบ้านจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป”นายศรัณยสัณฑ์ กล่าว

ด้านนายกุลพัชร เปิดเผยว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานภาคีที่ร่วมกันสนับสนุน ให้ “ธนาคารที่ดิน” ดำเนินโครงการตามภารกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องเกษตรกร ขยายไปทุกพื้นที่ที่เดือดร้อน มุ่งกระจายการถือครองที่ดินอย่างยั่งยืน และให้พี่น้องเกษตรกรและผู้ยากจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้ 

จากนั้น นายศรัณยสัณฑ์ คณะผู้บริหารธนาคารที่ดิน ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาในบ่อส่วนกลางของวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ โดยรับความอนุเคราะห์พันธุ์ปลาจำนวน 10,000 ตัว  จากประมงจังหวัดเชียงราย เพื่อให้สมาชิกได้เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์จำหน่ายเป็นอาชีพต่อไป

สำหรับ วิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีสมาชิกจำนวน 64 ครัวเรือน ในเนื้อที่ 84-0-50.3 ไร่ ส่วนวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย สมาชิกจำนวน 65  ครัวเรือน พื้นที่ 68 ไร่

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.41 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ลด งดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เวลา นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ลด งดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานฯ และมีผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานฯ ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

พร้อมรับฟังการปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวทางการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน” ซึ่งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างปลอดภัยด้วยการจัดการตอซังและฟางข้าว ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อปลอดการเผา และผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ให้เกษตรกรได้รับรู้ถึงผลกระทบจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วิธีการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนให้เกษตรกรเล็งเห็นถึงความสำคัญของการงดเผาตอซัง ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

– 006

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมพิธีเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.12 น.

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมพิธีเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ…ลดและงดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี โดยการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีการจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ ชาวนายุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ลดและงดการเผาตอซัง ฟางข้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อการผลิตข้าวที่ยั่งยืน โดยหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน กว่า 22 หน่วยงาน ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

– 006

เผยสาเหตุราคามันสำปะหลังดิ่งหนักเหลือไม่ถึงกิโลฯละ 2 บาท จี้รัฐประกันราคาด่วน

เผยสาเหตุราคามันสำปะหลังดิ่งหนักเหลือไม่ถึงกิโลฯละ 2 บาท จี้รัฐประกันราคาด่วน

เผยสาเหตุราคามันสำปะหลังดิ่งหนักเหลือไม่ถึงกิโลฯละ 2 บาท จี้รัฐประกันราคาด่วน

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.01 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านมันสำปะหลัง เผยสาเหตุราคาดิ่งหนักเหลือไม่ถึง 2 บาทต่อกิโลกรัม หลังตลาดใหญ่จีนลดการนำเข้า และผลผลิตในประเทศออกมาเป็นจำนวนมาก ชี้รัฐจำเป็นต้องประกันราคาเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 ดร.สิรทัศน์ วีระพิริยะชาติ เจ้าของช่อง YouTube ส.เกษตรวันหยุด ให้สัมภาษณ์ภาพรวมของปัญหาเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังที่เผชิญสภาวะราคารับซื้อตกต่ำมากร่วงต่ำกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม และบางพื้นที่แค่ 1.20 ว่า สถานการณ์ราคามันสำปะหลังตกต่ำ เพราะปริมาณส่งออกต่ำลงมาก คือเหลือจำนวน 6 ล้านตัน ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี  62 ก่อนที่ปริมาณการส่งออกจะขยับขึ้นมาในปีถัดๆมา จำนวน 7 ล้านตัน จนปี 65 ขยับถึง 10 ล้านตัน

“แต่ในปี 66 ลดเหลือจำนวน 8 ล้านตัน ซึ่งคิดว่าในอนาคตปริมาณการส่งออกมันสำปะหลังที่ลดลงก็คงจะขยับขึ้นอีกเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกไปจีนที่ลดลงเนื่องจากจีนได้มีการนำข้าวโพดที่ปลูกในประเทศจีนมาใช้ทดแทนปริมาณนำเข้ามันสำปะหลังจากไทย รวมทั้งซื้อจากประเทศอื่นที่ราคาถูกกว่าไทย เช่น เวียดนาม” ดร.สิรทัศน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศเราด้วย โดยต้องเข้าใจตลาดมันสำปะหลังว่า ผู้ประกอบการที่รับซื้อมันสำปะหลังมี 2 แบบ คือ1)ลานขนาดใหญ่ 20- 30 ไร่ ซื้อหัวมันสดเพื่อตากทำมันเส้น 2) ลานย่อยจะซื้อมา ขายไปเพื่อส่งต่อโรงแป้งหรือลานขนาดใหญ่อีกทอด  ซึ่งเกษตรกรจะขายมันสำปะหลังราคาสูงหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ อยู่ระยะทางใกล้โรงแป้งเพราะลานรับซื้อจะมีต้นทุนค่าขนส่งให้โรงแป้งไม่มาก หรือ พื้นที่โซนที่มีลานรับซื้อจำนวนมากก็จะมีการแข่งขันราคารับซื้อ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับแหล่งพื้นที่เกษตรกรปลูกและพื้นที่จะไปขายทำให้ราคาต่างกัน ถ้าอยู่ใกล้โรงแป้งซึ่งรับซื้อราคาสูงเกษตรกรก็จะขายได้ราคาสูง

ทั้งนี้ ลานรับซื้อส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในโซนภาคอีสานที่มีแหล่งปลูกมันสำปะหลังเยอะ โดยมากที่สุด จังหวัดนครราชสีมา รองลงมาจังหวัดกำแพงเพชร , ชัยภูมิ, กาญจนบุรี , อุบลราชธานี

จากปัญหาราคาส่งออกมันสําปะหลังร่วงหนักในช่วงนี้นั้น  ดร.สิรทัศน์ เห็นว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น ต้องมีการนำมันสำปะหลังมาใช้ในประเทศไทยให้มีปริมาณมากขึ้น เพราะประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก จึงมีการผลิตในปริมาณที่เกินใช้ในประเทศ ดังนั้นเมื่อประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จากไทยลดปริมาณการสั่งซื้อมันเส้น จากปี 2566 จำนวน 4.6 แสนตัน ปี 2567 การซื้อลดปริมาณเหลือ 2 แสนตัน จึงทำให้สถานการณ์ราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างที่เห็น

“ส่วนการแก้ปัญหานั้น 1)ไทยจะต้องมีการหาตลาดใหม่เพื่อขยายตลาดส่งออกควบคู่ไปกับ และ 2)การเน้นให้ใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมประเทศให้มากขึ้น นอกจากนี้เดิมไทยส่งออกในปริมาณ 70% ควรส่งออกลดลงเหลือ 50% ใช้ในประเทศ 50% ก่อน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเกษตรกรมันสำปะหลังต้องการให้ช่วยเร่งด่วนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคามันสำปะหลังเนื้อแป้ง 25%ราคา 2.50 บาท/กิโลกรัม ขณะที่มันสำปะหลังมีต้นทุนการปลูกขั้นต่ำเฉลี่ย 2 บาทกว่าต่อกิโลกรัม ขณะที่ปัจุบันราคามันสำปะหลัง อ้างอิงจากสำนักงานเศรษฐกิจการ เกษตร ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.83บาท/กิโลกรัม”ดร.สิรทัศน์ กล่าวย้ำ

พร้อมคาดการณ์ว่าปีนี้ฤดูกาลผลิต 67/68 หัวมันสดจะมีปริมาณ 22 ล้านตัน ขณะที่ปี 2567 ปริมาณมันเส้นส่งออกแค่ 2 ล้านกว่าตัน แป้งมันส่งออก 1.9 ล้านตัน ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง 6 ล้านตัน ส่วนฤดูกาลผลิตปี 66/67 ส่งออกได้ 8 ล้านตัน โดยปีก่อนหน้านั้น จำนวน 10 ล้านตัน

“เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำหน้าที่เป็นเซลล์ใหญ่พาไปขาย ช่วงนี้มีนักการเมืองหลายคนฝั่งรัฐบาลที่เป็นเจ้าของโรงแป้ง โดยเฉพาะโซนโคราช,อุบลฯ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตีข่าวว่ากำลังพยายามไปเปิดตลาดที่จีน ว่าเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกฯทำ MOU กับจีนคำสั่งซื้อล่วงหน้า 5,300 ล้านบาท แต่ก็จะอาศัยระยะเวลานาน  ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคามันสำปะหลังในช่วงนี้ก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพราะเพิ่งเก็บผลผลิตมันสำปะหลัง จึงทำให้ช่วงนี้ปริมาณในประเทศมีเยอะ แต่สักระยะหนึ่งปริมาณมันสำปะหลังในประเทศจะน้อยลง จึงมีความหวังว่าสถานการณ์หลังเดือนกุมภาพันธ์น่าจะดีขึ้น พร้อมๆไปกับที่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้ในประเทศมากขึ้น”ดร.สิรทัศน์ กล่าว

คลี่คลาย!‘ประมงราชบุรี’มั่นใจ คุมสถานการณ์‘ปลาหมอคางดำ’ได้

คลี่คลาย!‘ประมงราชบุรี’มั่นใจ คุมสถานการณ์‘ปลาหมอคางดำ’ได้

คลี่คลาย!‘ประมงราชบุรี’มั่นใจ คุมสถานการณ์‘ปลาหมอคางดำ’ได้

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.23 น.

คลี่คลาย!‘ประมงราชบุรี’มั่นใจ คุมสถานการณ์‘ปลาหมอคางดำ’ได้

17 มกราคม 2568 นายจิระพงศ์ ศิริวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนประมงจังหวัดราชบุรี มอบหมายให้นางสาวจินตนา นิธรรม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง นางสายหยุดฤทธิ์ ช่วยประมง อำเภอโพธาราม พร้อมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานพันธมิตร ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” จับปลาหมอคางดำในคลองหนองบางงู ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม ตามแผนปฏิบัติการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ตั้งเป้าจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ครบทั้ง 6 อำเภอ ควบคู่กับการวางแผนการปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำเพื่อช่วยกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ และในระยะต่อไปมีการวางแผนการปล่อยปลาพื้นถิ่นกลับคืนลงสู่แหล่งน้ำเพื่อทดแทนปลาที่ถูกกำจัดออก และเพิ่มความหลากหลายในระบบนิเวศ 

จังหวัดราชบุรี ยังพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ 6 อำเภอ แต่มีปริมาณน้อยและไม่รุนแรง อยู่ในระดับสีเขียว หรือพบน้อยกว่า 10 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ที่สำคัญในคลองต่างๆ ยังพบปลาพื้นถิ่นชนิดอื่นๆ เช่น ปลาสร้อย ปลาตะเพียน เป็นต้น และเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเพาะปลูกพืชในร่องสวน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ ส่วนในพื้นที่อำเภอบางแพซึ่งมีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากของจังหวัด พบจำนวนปลาหมอคางดำน้อยมาก และเกษตรกรยังมีเตรียมความพร้อมจัดการบ่อเลี้ยงป้องกันปลาหมอคางดำรุกล้ำเข้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

ปีนี้ราชบุรียังคงดำเนินการต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศและดูแลเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด  จะมีการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองจับปลาออกจากลำคลองในพื้นที่ 6 อำเภอ และดำเนินการปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อช่วยตัดวงจรปลาหมอคางดำ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะเดียวกัน ประมงจังหวัดยังดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบปลาชนิดนี้ในลำคลอง ตามมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ”  พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ปลาหมอคางดำมีประโยชน์สามารถนำมาบริโภค หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนนำมาหมักเป็นน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกรปลูกพืชได้อีกด้วย

กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งเข้มห้ามเผาในเขตพื้นที่นิคมฯ พบฝ่าฝืนตัดสิทธิ์ทันที

กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งเข้มห้ามเผาในเขตพื้นที่นิคมฯ พบฝ่าฝืนตัดสิทธิ์ทันที

กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งเข้มห้ามเผาในเขตพื้นที่นิคมฯ พบฝ่าฝืนตัดสิทธิ์ทันที

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร และการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตพืชเศรษฐกิจให้ได้หลายรอบต่อปี เช่น การเผาใบอ้อย ตอซังฟางข้าว และตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากปัญหาดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ภาคการเกษตร จึงมีมติให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาตรการเชิงรุกกับเกษตรกรที่ไม่ให้ความร่วมมือทำการเผาผลผลิตทางการเกษตรในที่ดินของรัฐจัดให้ พร้อมวางบทลงโทษพิจารณาตัดสิทธิ์ ไม่ให้สิทธิ์ เพิกถอนสิทธิ์ หรือไม่ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งพิจารณาตัดสิทธิ์ความช่วยเหลือหรือชดเชยต่าง ๆ จากภาครัฐ และสิทธิ์การทำการเกษตรในที่ดินของรัฐบาลด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ภายใต้การกำกับดูแลของศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญเรื่องแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นอย่างมาก เนื่องจากเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วน จึงออกแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ภาคการเกษตร ในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์ โดยสั่งการไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ที่มีพื้นที่ Hotspot ให้กำชับกวดขัน “นิคมสหกรณ์” ในพื้นที่รับผิดชอบให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ไม่ให้มีการเผาในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์โดยเด็ดขาด หากตรวจสอบพบว่ามีเกษตรกรสมาชิกที่ฝ่าฝืนเผาในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะดำเนินการชะลอการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3) และชะลอการได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) ซึ่งเป็นเอกสารที่สามารถนำไปขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ รวมทั้งจะไม่ได้รับการสนับสนุนแผนงาน/โครงการ/เงินอุดหนุนของรัฐบาล ในฐานะสมาชิกนิคมสหกรณ์ และจากสหกรณ์ที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ด้วย

“อย่างไรก็ตาม นิคมสหกรณ์ต้องรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการรายเดือน ภายใต้มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี พ.ศ.2568 ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ทราบ ภายในวันที่ 7 ของทุกเดือน จนกว่าจะสิ้นสุดสถานการณ์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รวบรวมผลการดำเนินการ และรายงานให้กรมควบคุมมลพิษทราบเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

มัดรวมบรรยากาศ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัดเต็มภายใต้คอนเซ็ปต์ KID’S VENTURE

มัดรวมบรรยากาศ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  จัดเต็มภายใต้คอนเซ็ปต์ KID’S VENTURE

มัดรวมบรรยากาศ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัดเต็มภายใต้คอนเซ็ปต์ KID’S VENTURE

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เก็บตก บรรยากาศ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค เนรมิตพื้นที่ภายในศูนย์การค้าจัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ KID’S VENTURE ฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ 2568 ชวนเด็กๆ พร้อมครอบครัว มาร่วมสนุก สุดมันส์ พร้อมแจกของขวัญรวมกว่า 2,025 ชิ้น โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค ต้อนรับเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ ขนทัพของขวัญ จัดกิจกรรมความสนุก เอาใจน้องๆ หนูๆ ร่วมสร้างเสียงหัวเราะ พร้อมด้วยเล่นเกมอย่างบ้านลมยักษ์ โบว์ลิ่งลูกบอลหรรษา แลกรับของขวัญรวมกว่า 2,025 ชิ้นในงาน KID’S VENTURE 2025 และสนุกไปกับสนามทดสอบความแม่นยำ ปืนยิงลูกเทนนิส ถ่ายรูปกับรถรบสุดเท่ ผจญภัยในป่าซาฟารีลุยไปกับด่านต่างๆ บ้านลมสุดมันส์ยาวกว่า 12 เมตร ทำให้น้องๆ หนูๆ ที่มาได้รับความสุขความสนุก แถมขนของกลับบ้านกันอย่างเต็มไม้เต็มมือ ทั้ง 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค

นอกจากนี้ MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แจกของขวัญทั่วกรุง ให้น้องๆ หนูๆ ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี
2568 อาทิ กรมพลศึกษา ซึ่ง เอ็ม บี เค ได้ร่วมสนับสนุนของรางวัลเป็นจักรยานและร่วมเปิดบูธเล่นเกมขยะชิ้นนี้ ทิ้งถังไหนดี? เพื่อแจกของรางวัลให้แก่เด็กๆ ที่มาร่วมงาน ณ ลานอเนกประสงค์หน้าอาคารกีฬานิมิบุตรสนามกีฬาแห่งชาติ รวมถึง สำนักงานเขตประเวศ ที่ทาง ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ร่วมออกบูธเล่นเกมแจกของรางวัล พร้อมสนับสนุนของรางวัลมาร่วมจับสลาก เพื่อมอบความสุขให้แก่น้องๆในพื้นที่เขตประเวศ ณ ลานสุขภาพและกีฬาเขตประเวศ อีกด้วย

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 มกราคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 มกราคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 มกราคม 2568

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชวนชิม 2 เมนู เครื่องดื่มใหม่รับเทศกาลตรุษจีน Lucky Drinks PERFECT TOGETHER ซื้อเมนูใดก็ได้ 1 แก้ว 110 บาทรับโดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินอลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 30 ม.ค.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม

OISHI EATO ชวนชิมเมนูเกี๊ยวซ่าฟิวชัน ไส้กะเพราหมูไก่ ขนาด 12 ชิ้น ราคา 119 บาท ที่ โลตัส ทุกสาขาwww.facebook.com/OishiEatoThailand

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว ชวนชิม “Four Hand Exclusive Dining Course” มื้อค่ำ6 คอร์สสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ท่านละ3,999 บาท++ เสาร์ที่ 18 ม.ค. ที่ ห้องอาหารบลู สกายโทร.02-5411234

ชวนชิม

ชวนชิม “บุฟเฟต์ข้าวต้มมื้อค่ำ” เมนูกับข้าว 12 อย่างพร้อมชามะนาวและชาข้าวหอม แบบไม่อั้น ท่านละ129 บาทถ้วน ถึง 31 ม.ค. ที่ ศูนย์อาหาร ฟู้ด เลเจ้นด์ส ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

OOTOYA ชวนชิมสุกียากี้หมูนาเบะ น้ำดำสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมเส้นบุก เต้าหู้ และผักหลากหลายชนิด ที่ ร้านโอโตยะ ทุกสาขา

KATSUYA ชวนชิมเมนู “คัตสึ โทจิ” และ“ไอโมริ คัตสึ โทจิ”สูตรเฉพาะของคัตสึยะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่นและซุปมิโซะ ที่ ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

ชวนช็อป

ชวนช็อปของขวัญที่เปี่ยมด้วยความหมายมงคลประจำช่วงเทศกาล กระเช้าของขวัญ และขนมมงคลสำหรับเทศกาลตรุษจีน ถึง 6 ก.พ.
ที่ ห้องอาหารจีน แชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา โทร.02-2367777

ชวนช็อปในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2025” จับจ่าย ไหว้ กิน เที่ยวครบจบที่เดียว ถึง 6 ก.พ. ที่ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ และ เอสพลานาด รัชดา

ชวนช็อปแคมเปญ “ช็อป ดวง ปัง” ขบวนพาเหรด 12 นักษัตร ชมพญานาคาลอยฟ้ายาว 36 เมตร ฯลฯ พร้อมพิธีเปิดในวันพุธที่ 22 ม.ค. ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ชวนใช้

ชวนทำบุญใส่บาตรหนังสือให้กับพระสงฆ์และสามเณร พร้อมฟังปาฐกถาธรรม “อ่านเพื่อสติ” ในวันพุธที่ 22 ม.ค.เวลา 06.00-09.00 น. ที่ Park @ Siam ข้าง ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์โทร.02-2189893-5

ชวนร่วมเวิร์กช็อปสนุกๆ ในงาน “FAM PLAYS 2025” 22 ม.ค. จัดสวนในขวด และ 29 ม.ค. Chinese New Year Snake Hanging ที่ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 โทร.1285

ชวนบริจาคปฏิทินเก่า ภายใต้โครงการ MBK Care เพื่อนำไปสร้างสื่อการเรียนรู้ (อักษรเบรลล์) ให้แก่น้องๆผู้พิการทางสายตา ถึง 31 ม.ค.ที่ ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค

ชวนชม

ชวนชมสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย”ชุด “70 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ตอน “เจ้าฟ้ามหาบัณฑิต” ในวันอาทิตย์ที่ 26ม.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมการสัมมนาเรื่อง “คู่รัก..คู่ใจ..คู่ชีวิต” กิจกรรมส่งเสริม “สุขภาพดี ชีวิตมีสุข” ในโครงการ “Health & Wellness Paradise” อาทิตย์ที่ 19 ม.ค. ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค โทร.063-8689925

ชวนชมและเชียร์มวยมันส์ใจกลางกรุง “MBK Center Fight Night” มวยไทยจากนักชกชาวไทยและต่างชาติ ชมฟรี พุธที่ 29 ม.ค. (ทุกวันพุธแรกและวันพุธสุดท้ายของเดือน)ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com