อ๋อม สกาวใจ ส่งกำลังใจให้ แสตมป์ อภิวัชร์ และครอบครัว หลังมีข่าวโดนคุกคาม

อ๋อม สกาวใจ ส่งกำลังใจให้ แสตมป์ อภิวัชร์ และครอบครัว หลังมีข่าวโดนคุกคาม

18 ม.ค. 2568 12:39 น.

อ๋อม สกาวใจ ส่งกำลังใจให้ แสตมป์ อภิวัชร์ และครอบครัว หลังมีข่าวโดนคุกคาม

หลังจากที่นักร้องหนุ่มชื่อดัง แสตมป์ อภิวัชร์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงที่หายหน้าไป 2 ปีนั้น ตนและภรรยาถูกคนคุกคามอย่างหนัก จนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย และถึงขั้นมีการขึ้นศาลและแสตมป์ชนะคดีในที่สุด ก่อนจะออกมาพูดเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะถูกพ่อที่เป็นนายพลของคู่กรณีตามข่มขู่

จากกรณีดังกล่าว นักแสดงสาว อ๋อม สกาวใจ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจ แสตมป์ และครอบครัว ผ่านทางอินสตาแกรมของตัวเองว่า “เป็นกำลังใจให้น้องแสตมป์และครอบครัวนะคะ… sasaeng และเคารพการตัดสินใจในทุกๆ เรื่องค่ะ ด้วยความรักและเป็นห่วง พี่อ๋อม สกาวใจ”

พี่อ้อย โพสต์ให้กำลังใจ แสตมป์ อภิวัชร์ อย่าเพิ่งร้องไห้ หลังเจอคนตามคุกคาม

พี่อ้อย โพสต์ให้กำลังใจ แสตมป์ อภิวัชร์ อย่าเพิ่งร้องไห้ หลังเจอคนตามคุกคาม

18 ม.ค. 2568 11:57 น.

พี่อ้อย โพสต์ให้กำลังใจ แสตมป์ อภิวัชร์ อย่าเพิ่งร้องไห้ หลังเจอคนตามคุกคาม

หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า นักร้องหนุ่มชื่อดัง แสตมป์ อภิวัชร์ ถูกคุกคามอย่างหนัก จนต้องหายไปและไปสู้คดีกันจนชนะ แต่ก็ยังถูกคุกคามและข่มขู่จากพ่อของคู่กรณีที่บอกว่าเป็นนายพล

ล่าสุด พี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมของตัวเอง เพื่อให้กำลังใจนักร้องหนุ่มซึ่งมีข้อความว่า 

“ไปร้องเพลงก๊อนนนนน อย่าเพิ่งร้องไห้ เราเคยคุยกันในวันที่น้องเจอเรื่องยากๆๆ น้องเหนื่อยจนไม่อยากร้องเพลงอีกแล้ว ยังบอกน้องเสมอเราสามารถทำงานที่รัก พร้อมๆ ดูแลคนที่เรารักไปด้วยนะน้องจะหยุดได้ยังไง ในเมื่อน้องเป็นความสุขของทุกคนขนาดนี้ เป็นคอนฯ ที่สนุกมาก เด็ดทุกเพลง วันที่น้องกลับมาร้องเพลง พี่จะอยู่ตรงนั้น ทำตามสัญญาแล้วนะ #Wednesday song.”

หนุ่มที่โดนโยงเป็นคู่กรณีนักร้องดัง โพสต์ชี้แจงทัวร์ลงผิดตัว ตนคือผู้เสียหาย

หนุ่มที่โดนโยงเป็นคู่กรณีนักร้องดัง โพสต์ชี้แจงทัวร์ลงผิดตัว ตนคือผู้เสียหาย

18 ม.ค. 2568 10:40 น.

หนุ่มที่โดนโยงเป็นคู่กรณีนักร้องดัง โพสต์ชี้แจงทัวร์ลงผิดตัว ตนคือผู้เสียหาย

ทำเอาหลายคนสงสัยและตามหาคู่กรณีของนักร้องคนดังที่ออกมาเล่าเรื่องราวของตนระหว่างที่ขึ้นคอนเสิร์ตว่า โดนคนตามคุกคาม และภรรยาถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้าและฉ้อโกง จนต้องหายไป 2 ปี และไปต่อสู้คดีจนชนะ แต่ก็ยังถูกคุณพ่อของอีกฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นนายพลตามขู่ไม่เลิก

และล่าสุด คนที่โดนโซเซียลโยงว่าเป็นคู่กรณีของนักร้องดังที่กำลังเป็นประเด็นข่าวในขณะนี้ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในฝั่งของตนผ่านทางโซเชียลว่า

“ขอชี้แจ้งสั้นๆ นะครับ ผิดตัวนะครับ เพจและบุคคลทั้งหลายที่เข้าใจผิดอยู่ตอนนี้ ผมและ…เป็นผู้เสียหายอยู่นะครับ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดีนะครับ” และยังโพสต์รูปไปแจ้งความและเขียนข้อความว่า “ลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐาน โพสต์หมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียครับ”

และยังโพสต์อีกข้อความว่า “ทุกท่านครับ ตอนนี้ทุกท่านกำลังเข้าใจผิดนะครับ ผมและ…ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาในครั้งนี้นะครับ ท่านที่พิมพ์มาด่าหรือโพสต์ดูหมิ่นไปแล้ว ไม่เป็นไรนะครับ ผมและ…ได้เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอย้ำนะครับ ผิดตัวเต็มๆ เลยนะครับ” 

นอกจากนี้ยังมีคนเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ที่หนุ่มคนดังกล่าวชี้แจงว่า “เอาให้หนัก…ถือว่าเป็นการสร้างสังคมให้ตระหนักรู้กับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนพูดหรือคอมเมนต์” ซึ่งเจ้าตัวก็ได้มาคอมเมนต์ตอบกลับว่า “ขอบคุณค้าบพี่ ไม่มียั้งครับพี่… ทำอะไรกันไป ก็ต้องรับผิดชอบครับ” 

‘‘อาจารย์ช้าง” เช็กดวง 12 ราศี รับตรุษจีน 2568 ปีงู ธาตุไฟ ร้อนแรงดั่งกะไฟเออร์ ใน “3 แซ่บ”

‘‘อาจารย์ช้าง” เช็กดวง 12 ราศี รับตรุษจีน 2568 ปีงู ธาตุไฟ ร้อนแรงดั่งกะไฟเออร์ ใน "3 แซ่บ"

18 ม.ค. 2568 08:09 น.

‘‘อาจารย์ช้าง” เช็กดวง 12 ราศี รับตรุษจีน 2568 ปีงู ธาตุไฟ ร้อนแรงดั่งกะไฟเออร์ ใน “3 แซ่บ”

ตรุษจีนนี้!! ปีงู!! ธาตุไฟ!!! อะไรยังไงกัน?? ต้องถามกูรูมูตัวพ่อ “อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา” เดินมาพร้อมซองแดงๆ “พ่อหนุ่ม แม่แอฟ” ยิ้มหวานเลย…อั่งเปาใช่มั้ยนะ?? เดี๋ยวรู้กัน!!

ดวงดีอันดับ 1 ได้แก่…ราศี…

ปีงูมูยังไงให้ปัง? “ปีนี้ปีมะเส็งธาตุไฟ ปีงูเล็กธาตุไฟ ไฟหมายถึงความร้อนแรง จะมีความร้อนแรงเพิ่มมากขึ้น ของบางอย่างจากแพงกลายเป็นถูก ถูกกลายเป็นแพงได้ ปีแห่งความผันผวน แต่ว่าข้อดีอย่างนึง ธาตุไฟ หมายถึง สื่อ แสงสว่าง ก็จะมีการปรับเปลี่ยนเกิดขึ้น

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ใครใส่(ซอง)??

68 ทุกอย่างไม่ค่อยนิ่ง หุ้น ราคาทอง น้ำมัน มีความขัดแย้งเพราะไฟคือสุม คนทะเลาะกัน ไม่ได้แค่ระดับประเทศอย่างเดียว ระดับโลก” ทุกคนต้องเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เช็กดวง กันหน่อย

กินก่อนเทพ…ก็พ่อนี่แหละ…ปังมาก!

อาจารย์ช้าง จัดให้!! จัดอับดับดวง 12 ราศี ต้อนรับตรุษจีนปี 68 อันดับ 1 ไม่ใกล้ไม่ไกลเค้าปังจริง!! การงาน การเงิน ความรัก ในภาพรวมดีทุกด้าน!! และที่พลาดไม่ได้ ใครอยากปัง! ต้องเตรียมตัวให้ดี 28 มกราคมนี้ ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี๊ยะ” การจัดโต๊ะ การเตรียมของไหว้ วิธีการไหว้ ฯลฯ ที่ถูกต้อง ตามอาจารย์ช้างมาได้เลย! อย่าลืม เปิดหน้าผากสวยๆรอรับทรัพย์กันจ้า!

ติดตามเรื่องราวกันต่อใน “3 แซ่บ” วันอาทิตย์นี้ บ่ายโมง 15 ช่อง 3 HD และชมย้อนหลังได้ที่ www.youtube.com/polyplusentertainment

เปิดใจ “Better Weather” วงเก่าน้องใหม่ SPICYDISC ในวันที่ไฟยังลุกโชน

เปิดใจ "Better Weather" วงเก่าน้องใหม่ SPICYDISC ในวันที่ไฟยังลุกโชน

18 ม.ค. 2568 08:00 น.

เปิดใจ “Better Weather” วงเก่าน้องใหม่ SPICYDISC ในวันที่ไฟยังลุกโชน

ผ่านร้อนหนาวมาทุกสภาพอากาศกับวง “Better Weather” ที่เติบโตจากความ เป็นเพื่อนวัยเด็กที่ร่วมทำวงดนตรีสู่วงที่มีเพลงดังเป็นที่รู้จักและมีสไตล์ชัดเจน เดินบนเส้นทางดนตรีมากว่า 16 ปี ล่าสุด สมาชิก ดิว–ธนภัทร์ ธนากรกานต์ (ร้องนำ), ฟุ้ง–อัครชนช์ ราชปันดิ (กีตาร์) และ แจ็ค–พร้อมพงษ์ พรหมปัญโญ (เบส) เปิดตัววง “Better Weather” ในฐานะศิลปินใหม่ภายใต้สังกัด SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) พร้อมซิงเกิลเปิดตัว “บ้านฉันเน็ตแรง” (Come with me free WiFi) ที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นดิสโก้ เล่าถึงคนที่บังเอิญเจอกับใครสักคน จนเกิดอาการตกหลุมรักแล้วอยากเข้าไปเชื่อมต่อความสัมพันธ์ก้าวข้ามจากสถานะแค่คนที่เจอโดยบังเอิญมาเป็นคนรักโดยที่ตั้งใจ เลยชวนพวกเค้ามาพูดคุยถึงการเป็นศิลปินใหม่ประสบการณ์แน่นและการเติบโตของวงที่ยังเดินหน้าต่อด้วยไฟที่ยังลุกโชน เริ่มจาก…

ถามถึงการกลับมากลับบ้าน SPICYDISC ซึ่งเป็นบ้านจุดเริ่มต้นของวง?

ดิว “มันก็ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาสู่บ้านหลังแรกของพวกเราครับ วงเราเริ่มจากวันแรกจากที่เพลง “ไม่รู้” ได้มาบันทึกเสียงลงในอัลบั้ม “U Band Battle Project I” ของ SPICYDISC ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงจากศิลปินที่เข้ารอบสุดท้ายของการประกวด U Band Battle หลังจากนั้นเราก็ได้ไปอยู่ค่าย Sony และ Tero ยาวกว่า 13-14 ปี ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง กลับมาครั้งนี้ก็เหมือนเรายังได้เจอกับคนทำงานตั้งแต่วันแรกๆ เจอผู้ใหญ่ใจดีทุกๆคน บวกกับทีมงานใหม่ที่ไฟแรง ทำให้เรามีความสุขกับการทำงานอีกครั้ง”

ฟุ้ง “ก็จริงๆผมอยู่ Spicy Disc ในฐานะโปรดิวเซอร์ เป็นพนักงานก็จะเข้า 10 ปี ไม่เคยห่างหายตั้งแต่วงออกมา วันนึงพอเราหมดสัญญา เราก็สัญญาใจกันไว้แต่วันแรกๆเลยกลับมาอยู่สไปร์ซซี่ ดิสก์ ถึงแม้ว่าเราจะมีอายุวงที่ยาวนานแต่ว่าความรู้สึกเหมือนเราเริ่มต้นนับหนึ่งเสมอ เรายังรู้สึกเฟรซกับการทำงานกับน้องๆ ทีมงานศิลปินน้องๆ ตื่นเต้นตลอด ไฟลุกโชกโชน จริงๆผมโปรดิวซ์ให้หลายวงในสไปร์ซซี่ ดิสก์ พอทำงานด้วยกันรู้สึกว่ามันง่าย คลิกกันไปหมด ก็แนะนำแชร์อะไรก็เหมือนเราก้าวไปด้วยกัน”

แจ็ค “อย่างที่ฟุ้งบอกครับ คือจากปกติเมื่อก่อนเราโซเชียลน้อยมาก แล้วมาอยู่ที่ที่มีเด็กๆไฟแรง จากที่ไม่เคยเต้น ไม่เคยอะไรเลย มันก็มีคอนเทนต์มีอะไรทำ ก็รู้สึกสนุกครับ เหมือนการกลับมาครั้งนี้มันเติมเต็มอะไรที่เราไม่เคยที่จะทำจริงๆ”

กับศิลปินรุ่นน้องๆล่ะ?

ดิว “ดีครับ ผมว่าการคัดเลือกศิลปินของสไปซี่ดิสก์มันมีความเป็นครอบครัวเพราะฉะนั้นการที่เราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน มันต้องมีเคมีที่เหมือนกัน”

ฟุ้ง “คือ DNA ของสไปซี่ดิสก์ เราจะรู้ว่าวงนี้ใช่ คุยกันรู้เรื่อง”

มองศิลปินรุ่นน้องเป็นยังไง?

“เด็กๆเก่ง องค์ความรู้ครบ เรียกว่าเราต้องแชร์กัน วิธีการเขียนเนื้อของคนในยุคนี้ก็จะมีภาษาของคนยุคนี้ซึ่งเราอาจจะต้องแชร์กันศึกษากันว่าเด็กวัยรุ่นในยุคนี้เขาฟังกันแบบไหน”

เราเริ่มค่ายใหม่ในวันที่เรามีชื่อเสียงมีตัวตนมาแล้ว มันมีความกดดันอะไรมั้ย?

ดิว “ไม่กดดันเลยครับ ส่วนตัวรู้สึกว่ามันเป็นการชาเลนจ์เบาๆ เช่น การที่ไปเล่นตามแคมปัส มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน มันกลายเป็นเหมือนมิติใหม่ในการที่บางคนอาจจะเคยได้ยินเพลงของเรา แต่อาจจะไม่ค่อยเห็นหน้าตา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสร้างความประทับใจใหม่ สร้างความทรงจำใหม่ให้กับเค้า มันก็ทำให้เรารู้สึกมีการสูบฉีดของการเพอร์ฟอร์มที่มันแบบเฮ้ยอยากจะเอาชนะใจเค้าให้ได้ มันไม่มีความกดดันเลย ที่สำคัญคือมันเป็นความสุขมากกว่าคือได้เจอเพื่อนบ่อยขึ้น แต่ละคนมันก็โตขึ้นก็จะมีพาร์ตของแต่ละคน พอเรามีงานด้วยกันมันก็มีเรื่องต้องเจอกัน ถกกันและนอกจากเรื่องดนตรี เรื่องส่วนตัว สิ่งที่เราชอบร่วมกัน ฟุตบอลหรือเรื่องการทำอาหาร การกิน นู่นนี่นั่น สนุกดีครับ”

ทิศทางเพลงของวง Better Weather จะเติบโตไปยังไง?

ฟุ้ง “อย่างเรื่องเพลงผมอยากให้แฟนเพลงพอฟังเพลงขึ้นเพลงมาก็จะรู้ว่านี่คือเพลงของเรา มันเป็นสูตรในการทำงานของผม อย่างน้อย 10 วินาที มันต้องรู้แล้ว เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ ทำไปเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันไวขึ้น ก็เลยทำยังไงก็ได้ให้รู้สึกว่า 10 วินาทีที่มันโดนเลย ถามว่าทำแนวไหน ท้ายที่สุดแล้วมันคือการที่คนฟังมันจำได้ว่าเป็น Better Weather เนี่ยผมว่ามันน่าจะสำคัญที่สุด”

ดิว “ทิศทางของปีนี้ ซิงเกิลหน้าน่าจะอยู่ในช่วงของไตรมาสแรกครับ แล้วก็อยากให้มันมีความต่อเนื่องเพื่อที่จะนำไปสู่เทศกาลต่างๆ”

เอกลักษณ์ตรงนี้ที่พูดถึงมันคืออะไร?

ฟุ้ง “มันคือการเล่นที่เราเอาง่ายๆคือเล่นไม่เก่งแล้วก็ทำอะไรซ้ำๆจนคนจำได้”

ดิว “เหมือนเป็นเอกลักษณ์ของวงที่มันเข้าใจได้ง่ายไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ย่อยง่าย”

เป็นไงบ้างกับการอยู่ด้วยกันมายาวนาน 16 ปี?

ดิว “ผมว่าความโชคดีของผม 3 คนคือเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ลำปาง รุ่นเดียวกันหมดเลย เพราะฉะนั้นเรื่องของการทำงานมันก็จะเป็นเหมือนการถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้ใจกันรู้ว่าคนนี้ชอบหรือไม่ชอบแบบนี้ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนนี้คืออะไรไม่มีปัญหาทะเลาะกัน เราเข้าใจซึ่งกันและกันแล้วก็พยายามผลิตผลงานดีกว่า”

กับการที่คนวงเราเป็นวงรุ่นพี่?

ฟุ้ง “ไม่ค่อยมีคำนั้น ตอนนี้จะเป็นแนวมีคนมาถามประเด็นว่านึกว่าวงพี่เลิกไปแล้ว 90% ทุกคนจะบอกว่านึกว่าเลิกทำไปแล้ว บอกว่าพี่อย่าหยุดทำนะทั้งที่จริงๆเราก็ปล่อยเพลงออกมาตลอด”

เวลาคนมาทักแบบนั้นรู้สึกยังไง?

ฟุ้ง “เราก็แค่แนะนำไปครับ ว่าเพลงเก่าๆนะ มีนี่ๆปล่อยมานะ ตรงนี้ๆนะ คือเราเข้าใจยุคนี้ algorithm มันยากด้วย เราก็เลยต้องรู้ว่าต้องแก้จุดไหน เช่น เราอาจจะต้องทำคอนเทนต์ TikTok มากขึ้นหรือเปล่า หรือต้องเล่นโซเชียลให้มากขึ้น เพราะว่าการปล่อยยูทูบอย่างเดียว อาจจะทำให้เพลงไม่ถึงคนฟัง เพราะว่าตอนนี้มันมีช่องเยอะแยะมากมาย ก็เลยรับฟังจากคำแนะนำของแต่ละคน”

ไม่ได้รู้สึกน้อยใจ?

ฟุ้ง “ไม่ครับ ตอนนี้เราอาจจะไม่ได้เก่งเรื่องโซเชียลอะไรมากมายอาจจะต้องขยันมากขึ้นหรือเปล่า มันไม่ได้มีแค่เพลงอย่างเดียวแล้วมันมีอะไรอีกหลายอย่าง”

รู้สึกยังไงที่เพลงแรกๆของเรา ผ่านเวลามานาน คนก็ยังจำได้ยังฮิต?

ดิว “ดีใจครับ ช่วงหลังๆมาเวลาไปเล่นที่ต่างๆ อย่างเพลง Is This Love ถือว่าเป็นเพลงแรกที่อาจจะทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น แฟนๆเค้าก็ร้องตามได้ ผมก็ดีใจนะบางทีเป็นเด็กๆ คนที่มาดูร้องได้ ส่วนมากจะเป็นรุ่นน้องๆ เรา ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้ไปเล่นแคมปัสทัวร์ต่างๆ และต้องขอบคุณอินฟลูเอนเซอร์และคนที่มีเล่นคัฟเวอร์ที่ทำให้เพลงเราวนอยู่ อย่างเช่นล่าสุดที่เราไป อยู่บ้านเพื่อน โฮมสเตย์ น้องมอสน้องเค้าก็เอาเพลง อย่าเสียใจคนเดียว มาเล่นในเวอร์ชันให้กำลังใจ เค้าก็มาขออนุญาตบอกว่าคนนี้หายจากซึมเศร้าเพราะเพลงพี่เลยนะ เราได้ฟังเราก็รู้สึกว่าเฮ้ยเต็มที่เลย ใครอยากเอาเพลงเราไปทำประโยชน์ให้สังคมหรือแบบช่วยคน เรายินดีเลย ก็จะเจอเรื่องราวมีเยอะแยะมากมาย ล่าสุดไปเล่นคอนเสิร์ตที่ จ.พิษณุโลก มีคนที่เค้าป่วยเป็นสโตรก เป็นแฟนเพลงเรา แล้วกำลังจะหัดกลับมาเดิน เค้ามาดูเรา เราก็ร้องเพลงให้กำลังใจเค้า พูดให้กำลังใจเค้า มันไม่ใช่แค่เราให้เค้า เค้าก็ให้เราด้วยในเรื่องเดียวกัน เค้ายังอุตส่าห์มาฟังเราถึงแม้ว่าร่างกายเค้าอาจจะประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็ดีใจมากครับ”.

ไม่ธรรมดา แสตมป์ อภิวัชร์ จากเด็กสถาปัตย์ กลายเป็นตัวพ่อแนวเพลงฟังสบาย

ไม่ธรรมดา แสตมป์ อภิวัชร์ จากเด็กสถาปัตย์ กลายเป็นตัวพ่อแนวเพลงฟังสบาย

17 ม.ค. 2568 21:10 น.

ไม่ธรรมดา แสตมป์ อภิวัชร์ จากเด็กสถาปัตย์ กลายเป็นตัวพ่อแนวเพลงฟังสบาย

แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ถือเป็นศิลปินชื่อดังเบอร์ต้นๆ ของวงการเพลงไทย ที่มีเพลงเพราะ เพลงฮิตหลายเพลงที่ครองใจแฟนๆ เพราะเพลงของแสตมป์นั้นเป็นเพลงแนวสบายๆ ฟังง่าย เข้าถึงคนฟังอย่างลึกซึ้ง เพราะเหตุนี้จึงทำให้แสตมป์มีแฟนเพลงแทบจะทุกเพศทุกวัย 

และแสตมป์ยังมีภาพลักษณ์ที่ดูเป็นหนุ่มอารมณ์ดี ทำให้แสตมป์กลายเป็นศิลปินที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปทำความรู้จักหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้น 

แสตมป์ มีชื่อจริงว่า อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2525 ปัจจุบันอายุ 42 ปี เป็นคนกรุงเทพมหานคร แสตมป์แต่งงานกับ นิว จีนิสุดา ศรีวัฒน์ แฟนสาวนอกวงการที่คบหาดูใจกันมากว่า 10 ปี

การศึกษา แสตมป์จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนบางกะปิ และจบปริญญาตรี สาขาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เพราะมีความสนใจในเรื่องดนตรีตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มจากการที่เข้าไปคลุกคลีอยู่ในวงดนตรีสมัยมัธยม เมื่อเล่นดนตรีเป็นก็ฟอร์มวงขึ้นมาชื่อว่า “วงซ่าน” และยังได้เข้าประกวดฮอตเวฟมิวสิกอวอร์ดส์ถึง 2 ครั้งด้วย

เมื่อศึกษาในระดับอุดมศึกษา เริ่มทำเพลงประกอบละครเวทีสถาปัตย์ (ละคอนถาปัด) และรวมตัวกับเพื่อนตั้งวงดนตรีทำเพลงของตัวเองส่งไปที่รายการวิทยุคลื่น 104.5 (Fat Radio) และได้โอกาสในการเข้าสู่วงการดนตรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แสตมป์เข้าสู่เส้นทางสายดนตรีจากการเป็นสมาชิกวงกล้วยไทย ซึ่งเป็นวงแนวนูเมทัล ในตำแหน่งมือกีตาร์ และต่อมาได้ย้ายไปอยู่วง 7thSCENE (เซเว่นธ์ซีน) สังกัด LOVEis และออกผลงานอัลบั้มแรกในชื่อเดียวกับวงในปี 2548 ที่มีเพลงดังอย่าง รอฟังคำนั้น, คลั่ง, ถามจริง ๆ เป็นต้น จนมาถึงเพลงแจ้งเกิดของแสตมป์ที่ทำให้คนเริ่มรู้จักเขามากขึ้นก็คือเพลง ทฤษฎีสีชมพู และ ความคิด

นอกจากเป็นนักร้อง แสตมป์ยังเป็นนักแต่งเพลงฝีมือดี และเริ่มแต่งเพลงให้กับศิลปินหลายคน รวมถึงแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และโฆษณาสินค้าชื่อดังมากมาย จนได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมจาก สีสันอะวอร์ดส์ จากเพลง น้ำตา ของ ธงไชย แมคอินไตย์ นับเป็นรางวัลแรกบนเส้นทางดนตรีของแสตมป์ และนอกจากนี้เพลง เงินล้าน ของโมเดิร์นด็อก, เพลงราตรีสวัสดิ์ ของฟักกลิ้ง ฮีโร่, เพลงประกอบภาพยนตร์ ฝัน หวาน อาย จูบ และเพลง ความคิด จากอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง ที่กลายเป็นเพลงยอดฮิตจนได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน 

ต้องยอมรับว่าแสตมป์เป็นศิลปินที่มีความสามารถไม่เป็นสองรองใครจริงๆ 

สรุป แสตมป์ เล่าเหตุหายไป 2 ปี พ่อคู่กรณีเป็นนายพล ถูกคุกคาม-กล่าวหาเมียเป็นบ้า (คลิป)

สรุป แสตมป์ เล่าเหตุหายไป 2 ปี พ่อคู่กรณีเป็นนายพล ถูกคุกคาม-กล่าวหาเมียเป็นบ้า (คลิป)

17 ม.ค. 2568 20:22 น.

สรุป แสตมป์ เล่าเหตุหายไป 2 ปี พ่อคู่กรณีเป็นนายพล ถูกคุกคาม-กล่าวหาเมียเป็นบ้า (คลิป)

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แสตมป์ อภิวัชร์ นักร้องหนุ่มชื่อดัง เคยออกมาเปิดเผยว่าที่หายไป 2 ปี เพราะไปปกป้องภรรยา และสู้คดีมาจนชนะคดี หลังจากที่ถูกกลุ่มคนบุกรุกหลังเวที และกล่าวว่าเป็นบ้า วิปริต และฉ้อโกง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลายคนตกใจไม่น้อย แต่สแตมป์ยืนยันว่าเรื่องที่ภรรยาตนถูกอีกคนกล่าวหาเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

แต่ล่าสุด แสตมป์ อภิวัชร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งบนเวทีคอนเสิร์ต พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกครั้งอย่างละเอียด พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า หากคู่กรณียังไม่หยุดให้พ่อที่เป็นนายพลเลิกคุกคาม จะเปิดเผยเรื่องทั้งหมด 

– เริ่มจากว่ามีคนๆ หนึ่ง สร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับภรรยาของตนในวงการเพลงและนอกวงการเพลง

– ทั้งที่คู่กรณีไม่ได้รู้จักกับภรรยาของตนเป็นการส่วนตัวมาก่อน

– มีคนหลงเชื่อถึงขั้นมาโพสต์ด่าโจมตี บุกเข้ามาหลังเวทีจนทำงานไม่ได้

– บุคคลคนนี้ทำให้ภรรยาตนมีความรำคาญใจมาเป็นกว่า 10 ปี

– เรื่องมันร้ายแรงมากขึ้น ในปี 2565 ที่เพิ่มเข้ามาคือแฟนของเขาที่อยู่ในวงการเพลงวงหนึ่ง ให้ป้ายคล้องคอ ซึ่งสามารถบุกรุกเข้ามาหลังเวทีที่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ

– ในช่วงปี 2565 ขณะที่ตนเล่นดนตรีอยู่บนเวที 2 คนนี้จะโฉบผ่านหน้าภรรยาตน

– บางวันก็มาสร้างสถานการณ์ มานั่งร้องไห้ใกล้ๆ ภรรยาตนทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว

– ภรรยาตนไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่ามันจะไม่ปลอดภัย ไม่อยากมีเรื่องไม่อยากตกเป็นข่าวจึงหลบเลี่ยงเอา

– ภรรยาตนได้บอกกับผู้จัดงานว่าขอไม่รับงานร่วมกับวงดนตรีวงนี้ไปก่อน คิดว่าจะจบได้โดยที่ไม่ปะทะกัน

– จนในวันที่ 26 ก.พ. 2566 1 ปีต่อมา มีงานเฟสที่เดอะสตรีทรัชดา เราทราบไม่กี่วันว่าจะต้องไปเล่นกับวงนี้ แคนเซิลไม่ทัน ทำให้ต้องเดินทางไป

– เมื่อไปถึงพบว่ามีคนมาดูต้นทาง มีพยานรู้เห็นเป็นคนในวงเรา ว่าสองคนนี้มาดักรอ มานั่งรอหน้าห้องพักศิลปินเป็นชั่วโมงแล้ว

– เมื่อเดินทางไปถึงรู้ว่าอันตราย ตนกับภรรยาเดินเข้าไป สองคนนี้ก็รีบเข้ามาประชิดตัวภรรยาตนพูดจากล่าวหา หาเรื่อง มีคนอัดคลิปไว้ไม่ทราบว่าจากทิศทางไหน

– เขาไปบอกกับคนอื่นในวงการเพลงว่า บังเอิญเจอภรรยาตนหลังเวที แล้วไปคุกคามเขาโดยไม่มีสาเหตุ มีคนติดต่อเรามา ภรรยาตนก็ไม่เอาเรื่อง เลยขอให้การ์ดไปลาดตระเวนก่อน 1 ชั่วโมงว่ามีสองคนนี้ไหม

– ไม่นานหลังจากนั้น สองคนนี้ก็ลาออกจากวงดนตรีวงนั้นไป

– ตนติดต่อไปทางหัวหน้าวงว่าขอโทษจริงๆ ที่ผ่านมาร่วมงานกันไม่ได้ แต่ไม่ได้มีอะไรกับคุณเลย

– แต่สองคนนั้นเขาป่วนเราตลอดจนทำงานไม่ได้ ตอนนี้ทำงานได้แล้วเพราะเป็นเพื่อนกันมาตลอด

– เขาให้ข้อมูลว่าสองคนนั้นเป็นแค่แฟนของทีมงาน รู้จักแค่นั้นไม่เคยร่วมงานในตำแหน่งใด

– ตนทักไปหาในคนที่เคยโพสต์ในโซเชียลว่าเป็นสไตลิสต์ แต่เขายังไม่ตอบ ถ้าได้ยินสิ่งนี้ตอบมาด้วยว่าเอามาจากไหน

– ผ่านไปไม่นาน 2 คนนี้ย้ายไปอีกวงซึ่งอยู่มานานจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่วันแรกที่รู้ เราก็ขอไม่รับงานร่วมกันเพราะไม่อยากปะทะ ไม่อยากเป็นข่าว

– คิดว่าเรื่องจะจบได้ ผ่านมาถึง 21 ต.ค. 2566 ที่ธันเดอร์โดม เดินเข้ามาก็มีจำเลยคนนี้ยืนดักรออยู่ ภรรยาพาตนเบี่ยงตัวไปซ่อนในห้องพักศิลปิน จนถึงสแตนบายโชว์เลยออกไปเปิดประตูไป

– แต่เจอคนนี้ยืนรออยู่ มองด้วยความอาฆาตชูมือถือขึ้นสูงพร้อมอัด ก็ปะทะกัน และเช่นเคยไปบอกคนอื่นว่าบังเอิญเจอหลังเวทีแล้วภรรยาตนไปคุกคามเขาโดยไม่มีเหตุผล

– แต่วันนั้นตนไม่ได้ใช้การ์ดเพราะเช็คแล้วว่าไม่มีวงนั้น เลยสงสัยว่าเข้ามาได้อย่างไร เขาส่งชื่อมารายชื่อทุกตำแหน่งไม่มีชื่อคนนี้อยู่ เขามาเพื่อดักรอเรา ถึงกระนั้นก็ยังไม่เอาความ

– 7 วันต่อมา 28 ต.ค 2566 สองคนนี้ไปดักรอผู้บริหารเจ้าของค่ายเพลงค่ายใหญ่ที่สุดในตอนนี้ของประเทศเรา ไปดักรอที่โซฟาแล้วร้องไห้ เล่าว่าไปงานเฟสติวัลแล้วไม่ปลอดภัย ถูกคุกคามจากภรรยาตน

– ผู้บริหารรับฟังแล้วรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล เลยติดต่อตนมา เพื่อฟังความข้างเรา ก็รู้สึกว่าเดือดร้อน ในปีต่อมาท่านไปขึ้นศาลเป็นพยานให้เราว่าสองคนนี้มาทำลายชื่อเสียงภรรยาตน

– เหตุการณ์ที่ธันเดอร์โดมทำให้ตนต้องโทรไปหานักร้องนำของวงดนตรีวงนี้ที่เขาสังกัดอยู่ ขอโทษอีกฝ่ายว่าร่วมงานไม่ได้เหมือนเคสที่แล้ว ตราบใดที่สองคนนี้ยังอยู่กับคุณ เราทำงานด้วยไม่ได้จริงๆ

– ตลอดการสนทนา ตนรู้สึกได้ว่านักร้องนำท่านนี้อัดเสียงตนอยู่ตลอด นั่นแปลว่าสองคนนั้นไปบลัฟไว้ก่อนแล้ว และเขาเชื่อด้วย

– ภรรยาตนจะไปคุกคามเขาก่อนได้อย่างไร เมื่อทุกครั้งที่เกิดเหตุเจอหน้าห้องแต่งตัว ซึ่งตนเช็คดีแล้วว่าไม่มีอีกฝ่าย

– สุดท้ายแล้วแต่ว่าใครจะเชื่อแบบไหน ในเมื่อไม่มีความปลอดภัยก็ต้องไปพึ่งบารมีศาลไม่เช่นนั้น สองคนนั้นจะไปวาดภาพว่าภรรยาตนเป็นอย่างไรก็ได้

– มีหลักฐานมากมายที่คนในวงการเพลงส่งมา เพราะเขาไป DM ไปเล่าให้คนอื่นฟังว่า “อีป้านี่มันเป็นอะไร โรคประสาทกำเริบเหรอ”

– แขวนโพสต์ภรรยาตนว่าโรคประสาทกำเริบ เพราะการที่จะทำให้น้ำหนักคำพูดใครหายไปง่ายสุดคือบอกว่าคนเป็นบ้า

– ในปี 2567 เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในครอบครัวตนเกิดจากตรงนี้ ระหว่างที่ไปศาล พ่อของจำเลยท่านนึงเป็นทหารยศนายพล ยศพลตรีจากพิษณุโลกมาขึ้นศาลแทนลูก ในนั้นเป็นเรื่องยศ พลงาน เครื่องราชย์ฯ และกำลังจะบรรจุเป็นองครักษ์

– ขอให้ตนกับภรรยาถอนฟ้องลูกของเขา ไม่เช่นนั้นจะโดนยัดคดีทางการเงิน นี้คือเรื่องในศาล

– นอกศาลนายพลท่านนี้เคยขับรถไปที่บ้านแม่ของตน แม่ถามว่าคุณเป็นใคร เขาไม่ตอบ เขาบอกว่าเป็นแฟนคลับ ถ่ายรูปแม่ตนเก็บไว้ ภรรยาของนายพลท่านนี้ก็เคยมาดูคอนเสิร์ตตนปะปนในกลุ่ม โอเพ่นแชตว่าไปไหน

– จนกระทั่งวันนึงที่คดีในศาลเดือดสุดๆ ตนบอกแอดมินปิดโอเพนแชต

– หลังจากนั้นตนไม่ทำตารางงาน เพราะไม่รู้ว่าครอบครัวนี้จะโผล่มาเมื่อไหร่ จำเลยต้นเรื่องที่ปั่นทุกอย่างก็ติดตามและดักรอตนเป็นเวลา 10 กว่าปี แม้กระทั่งสถานที่อื่นๆ ปั๊มน้ำมัน สนามบิน สถานที่ๆ เราไป หนักสุดเคยมานั่งข้างๆ ตนบนเครื่องบิน ตนลองตรวจสอบดูพบว่ามีการล็อกที่นั่งจริงๆ จากเพื่อนเขาที่ทำงานสายการบิน

– หลังจากนั้นตนขอโทษแฟนเพลงต่างจังหวัด ขอไม่รับงานที่ต้องนั่งเครื่องบินอีกเลยในประเทศ ระหว่างฟ้องร้องกัน ตนรับงานอยู่บ้าน

– ที่น่ากลัวที่สุดคือภรรยาตนถูกแฮ็กไอจี และเมื่อรู้ตัวเข้าไปเช็คดู และเมื่อเช็คก็พบสิ่งที่น่าตกใจคือมีคนเอาไอจีภรรยาตนไปบล็อกคนมากมายที่ภรรยาตนไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต

– เมื่อปลดบล็อกเจอเรื่องที่น่ากลัวที่สุด ทุกคนนั้นเกี่ยวข้องกับคนนี้หมดเลยรวมถึงสามีเก่าของคู่กรณีด้วย

– 30 พ.ค. 2567 ภรรยาตนชนะคดีได้ด้วยการรับสารภาพของจำเลยเอง เพราะเขายอมจำนนต่อหลักฐานในชั้นสืบพยาน มีการยกมือไหว้ขอโทษภรรยาตนในทุกสิ่งที่ผ่านมาและจะไม่ยุ่งกับภรรยาตนอีก

– มีการขอลดราคาค่าชดใช้ เพราะจ่ายไม่ไหว ภรรยาตนลดให้ 10 เท่า ขออย่างเดียวช่วยออกจากศาลแล้วออกไปพูดแบบนี้กับคนที่คุณหลอกว่าคุณโกหกแล้วเลิกมายุ่งกับภรรยาตน

– คู่กรณีก็ตกลง เขาชิงสารภาพเพื่อไม่ให้แฟนของเขามาเห็นว่าความจริงเป็นอย่างไร เพราะจำเลยอีกคนดูโกรธ เกลียดชังภรรยาตนมากๆ

– 2 อาทิตย์ต่อมา โดนแขวนด่าเหมือนเดิม บอกว่าผมโรคจิต บอกให้ไปหาจิตแพทย์ ตนจึงทักไปถามว่าโกรธอะไร แต่เขาบล็อกไอจีตนไป

– ตนติดต่อไปที่วงดนตรีวงนั้น เขายังปิดประตูใส่ตนเหมือนเดิม บอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่จริงๆ คุณถูกลากมาเกี่ยวตั้งแต่ที่เพื่อนของคุณหลอกให้คุณมาอัดเสียงของตนแล้ว

– ป้ายห้อยคอที่คุณให้เขาในทุกวันมันคือตั๋วฟรีที่คุณให้เขามาคุกคามภรรยาตนอีก จะว่าไม่เกี่ยวก็แล้วแต่จะมอง

– อยากจะบอกว่าตนไม่ได้มโน ศาลมีคำสั่งแล้วว่าเราเจอกันไม่ได้แล้ว ถ้า 2 คนนั้นมีการบุกมาหลังเวทีเจอภรรยาตนอีก ศาลมีคำสั่งว่าให้จำคุก 15 วันโดยไม่ต้องสืบสวนแล้วค่อยตั้งคดีใหม่

– ถ้าวันนั้นมาถึงแล้วเขาใส่ป้ายห้อยคอวงคุณ คุณก็ต้องเกี่ยว 

– ตนติดต่อไปที่เจ้าของค่ายของวงนี้ เขาบอกว่าภรรยาตนไม่สามารถจะบอกได้ว่าเป็นผู้ชนะในคดีเพราะสู้กันไม่ถึงในชั้นที่มีคำพิพากษา ถ้าโจทย์มีเอกสาร 500 หน้า จำเลยมี 1 แผ่น ชิงรับสารภาพออกไปบอกคนอื่นว่าไม่ต้องห่วงว่าเคลียร์ได้แล้วคดีจบแล้ว

– แต่ภรรยาตนที่สู้มา ออกไปบอกไม่ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ ถ้าจะเป็นเช่นนั้นแล้วจะโดนฟ้องมาก็ขอให้เป็นเช่นนั้น สถานการณ์ข้างนอกศาลแทบไม่ต่างจากก่อนที่เราจะไปศาลเลย เพิ่มเติมคือคำขู่ของนายพลท่านนั้น

– ตนขอให้พื้นที่แห่งนี้ประกาศ “คนๆ นั้นที่ปั่นเรื่องราวเกี่ยวกับภรรยาตน เขายอมแพ้ไปแล้วในศาลตนไม่รู้ว่าเขาบอกคุณว่าอะไร แต่เขาสารภาพไปแล้ว และสัญญาว่าจะออกมาแก้ให้ แล้วทุกวันที่ 30 ของเดือน เขาจะชำระผ่อนค่าเสียหายให้ภรรยาตน 

– ดังนั้นคนที่จะโพสต์ด่าภรรยาตน คนที่จะบุกรุก จงทบทวนให้ดีเพราะเราจะไม่เจรจาอีกแล้ว ต่อไปเราจะสู้กันด้วยศาลอย่างเดียว 

– สแตมป์ฝากถึงท่านนายพล เข้าใจ นับถือที่ปกป้องครอบครัวท่าน ตนก็ทำแบบนั้นอยู่ แต่จะดีกว่านี้ไหม ถ้าท่านรักลูกด้วยการดูแลเขาให้อยู่ในบ้าน ไม่ให้หาเรื่องใส่ร้ายภรรยาตนอีก แล้วคดีที่ท่านข่มขู่ตนไว้ ถ้าท่านยิงมา ตนก็สู้กันไป แต่วันนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเปิดศึกในสื่อแล้วทุกคนจะรู้ว่าท่านเป็นใคร

– สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนตนและครอบครัวมาตลอด 20 ปี

– ปรบมือให้ภรรยาตนที่สู้มาตลอด ตนดีใจที่ในที่สุดที่ได้ปกป้องนิว ภรรยาของตน ไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของตน

– ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับตนและครอบครัว ชีวิตนี้ตนมีศัตรูคนเดียว

คลิกเพื่อ ชมคลิป 

บุคคลในข่าว 18 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 18 มกราคม 2568

18 ม.ค. 2568 05:09 น.

บุคคลในข่าว 18 มกราคม 2568

ความล้มเหลวสอนให้รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ ที่ 18 มกราคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการนี้ ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ–หลง เข้ารับพระราชทานปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เนื่องในโอกาส วันครู เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญวันครู ปี 2568 ว่า “ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย” พร้อมทั้งยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวีตข้อความผ่าน X ว่า อยากให้ ครูทุกคน และ นักการศึกษาทุกท่าน สร้างแรงบันดาลใจให้ ลูกศิษย์ สนับสนุนและให้อิสระเด็กๆกล้าคิด เพื่อให้คิดเป็น พร้อมสร้างโอกาสและสนับสนุน ลูกศิษย์ทุกคน ขอให้ ครูทุกคน และ นักการศึกษาทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง มีแรงใจแรงกายที่จะพัฒนาการศึกษาไทยตลอดไป…นอกจากนี้ นายกฯแพทองธาร ยังได้มอบสารเนื่องในโอกาส วันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 วันที่ 16 ม.ค.2568 มีเนื้อหาสรุปว่า เนื่องในโอกาส วันครู ครั้งที่ 69 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ที่สร้างคุณูปการแก่การศึกษาของชาติตลอดมา “ครู” เป็นปูชนียบุคคลที่มีคุณค่าของชาติ จึงได้มอบคำขวัญวันครู ปี 2568 ว่า “ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย” ด้วยระลึกถึง พระคุณครู อาจารย์ ที่เปรียบเสมือนผู้ใหญ่ที่เคารพรัก เป็นผู้จุดประกายความคิด ความฝันให้แก่ศิษย์ รวมทั้งถ่ายทอดวิชาความรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ทำให้ศิษย์ได้กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม ทำให้ศิษย์ได้เรียนรู้และสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ทำให้ศิษย์ได้มีโอกาสในการเลือกแบบแผนชีวิตที่มีความมั่นคงและมีความสุข…ในโอกาส วันครู ในฐานะศิษย์ขอแสดงความกตเวทิตาคุณแก่คุณครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้แก่ศิษย์ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละเสมอมา ขออวยพรให้ ครูอาวุโส ครู และ บุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติภารกิจในการพัฒนาการศึกษาของชาติทุกท่าน ประสบแต่ความสุข มีพลังกาย พลังใจ พลังสติปัญญาที่เข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรงสมบูรณ์ มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน

ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ต้องส่งกำลังใจและความปรารถนาดีให้แก่ ครู อาจารย์ และ บุคลากรทางการศึกษา เนื่องใน วันครู ของทุกปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ปฏิบัติหน้าที่สั่งสอน ถ่ายทอดวิชาความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์ให้ ลูกศิษย์ นักเรียน นักศึกษา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อส่งเสริมให้เป็นคนดี มีคุณภาพ เป็นทรัพยากรบุคคลที่จะช่วยพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต…แต่ที่สำคัญนอกจาก นายกรัฐมนตรี และ รัฐบาล ส่งคำอวยพรและความปรารถนาดีให้แก่ครูทั่วประเทศแล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ ต้องให้ความสนใจใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของครูทั่วประเทศ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ครูในชนบทห่างไกล หรือ ครูโรงเรียนในเมือง เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมไปถึงการแก้ปัญหาเรื้อรังเรื่อง หนี้สินครู ตลอดจนการสอบเพิ่มวิทยฐานะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องให้เกิดความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม สิ่งเหล่านี้จึงจะเป็น ขวัญกำลังใจให้แก่ครูทั่วประเทศอย่างแท้จริง

ยุคดิจิทัล ชาติศิริ โสภณพนิช, เมลิซา รุสลี และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล จัดงานสัมมนา AEC Business Forum 2025 ในหัวข้อ “อาเซียนกับโอกาสและความท้าทายครั้งใหม่ในยุคดิจิทัล” โดยมี มาร์ค ซูซา และ สมฤดี ชัยมงคล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ผ่างๆ…หลังจาก นายกฯแพทองธาร ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ว่าเคยโดน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ AI เลียนเสียง ผู้นำต่างประเทศ มาหลอกให้ โอนเงินบริจาค เข้ากองทุนช่วยเหลือในต่างประเทศ แต่ไหวตัวทันจึงไม่ตกเป็นเหยื่อ และเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามแก้ปัญหาป้องกันปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาละวาดหลอกลวงประชาชน…ล่าสุด ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า จากการที่ นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการปราบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทางกระทรวงอีดีได้ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศแล้วระดับหนึ่ง และในการประชุม รัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะขยายผลพูดคุยกันถึงการรับมือป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในการใช้ AI ส่วนการป้องกันอาชญากรรมตามแนวชายแดนได้เจรจา ประเทศสมาชิกอาเซียน ติดกับชายแดนไทย ทั้ง เมียนมา สปป.ลาว และ กัมพูชา เพื่อแก้ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะทำ MOU ระหว่างกัน…สำหรับการที่ นายกรัฐมนตรี โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาหลอกลวง เรื่องนี้มี ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และ ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ดูแลอยู่ และล่าสุด กระทรวงดีอี ได้เสนอ ครม. เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบ ปรามมากยิ่งขึ้น โดยให้มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เนื่องจากเป็นปัญหาสำคัญและทำความเสียหายให้กับประเทศ…

เฉลิมพระเกียรติ สนั่น–คุณหญิงณัฐิกา อังอุบลกุล, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ และ ชิม ชินวิริยกุล แถลงข่าวการจัดพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ในวันที่ 25 ม.ค. โดยมี จรรย์สมร วัธนเวคิน และ สรสินธุ ไตรจักรภพ มาร่วมงานด้วย ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วันก่อน.

ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ระบุถึงการสอบสวนกรณี นายกรัฐมนตรี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาหลอกลวงว่า ขณะนี้กำลังรอการประสานข้อมูล ส่วนใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีฐานปฏิบัติการที่ประเทศเพื่อนบ้าน ยืนยัน หน่วยงานปราบปราม และ สอท. จะทำอย่างเต็มที่ในทุกมิติ…งานนี้ ต้องถึงขั้นยกปัญหาขึ้นเป็น วาระแห่งชาติ ปราบปรามขั้นเด็ดขาด เพราะไม่ใช่แค่ปัญหา การหลอกลวงทรัพย์สินเงินทอง จาก ประชาชน เท่านั้น แต่อาจลุกลามไปถึง ความปลอดภัยด้านความมั่นคงของประเทศอีกด้วย

50 ขวบ ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล แถลงข่าวการจัดงาน “ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025” พร้อมฉลอง 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย-จีนโดยมี ศ.ปรีชา เถาทอง และ ชัชวาลย์ แสงปรีดีกรณ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

สังคมทั่วไป…ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 1(บทจ.รุ่นที่ 1)” ที่ห้องแกรนด์ พาโนรามา โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 18 ม.ค. 13.00 น.

ปราบคอลเซ็นเตอร์ มนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าพบพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อหารือการตั้งวอร์รูมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร และ ชารัด เมห์โรทรา มาร่วมหารือด้วย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันก่อน.


วิภารัตน์ ไชยานุกิจ นายกสตรีวิทยาสมาคม ขอเชิญอาจารย์ ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ร่วมงาน RED WHITE FANCY NIGHT ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 18 ม.ค. ตั้งแต่ 17.00-22.00 น.

อย่าพลาด ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ และ โทโมมิ โคบายาชิ แถลงข่าวการจัดงาน “Japan Expo Thailand 2025” มหกรรมญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ระหว่าง 7-9 ก.พ. โดยมี ฐิตพล กาญจนะ และ สรรวรส พุทธเจริญลาภ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ศพ รศ.สุทิน ศิริไพรวัน ตั้งสวดศาลาสิทธิสยามการ (ศาลา 4) วัดธาตุทอง 18.00 น. 18 ม.ค. คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 19 ม.ค. 14.00 น.

ให้โรงพยาบาล พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ มอบเงิน 4,000,000 บาท จากการจัดงานเดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ รพ.ตำรวจ วันก่อน.
จากไทยเบฟ พิชิต บูรพวงศ์ รองประธานคณะที่ปรึกษา กก.ผอ.ใหญ่ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มอบเงินจำนวน 6,500,000 บาท ให้ เกรียงไกร เธียรนุกุล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานสภาอุตสาหกรรม โดยมี โฆษิต สุขสิงห์ และ อสิ ตัณสถิตย์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่สภาอุตสาหกรรม วันก่อน.

“ธนูเทพ”

ศาลเกาหลีใต้เตรียมพิจารณาขยายเวลาคุมขังประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล

ศาลเกาหลีใต้เตรียมพิจารณาขยายเวลาคุมขังประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล

18 ม.ค. 2568 11:57 น.

ศาลเกาหลีใต้เตรียมพิจารณาขยายเวลาคุมขังประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล

ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ซึ่งถูกถอดถอนจากตำแหน่ง จะปรากฏตัวในศาลวันนี้ เพื่อแถลงคัดค้านการจับกุมของเขา ขณะที่ศาลอาจพิจารณาขยายเวลาคุมตัวออกไปอีก

ศาลเกาหลีใต้จะพิจารณาในวันเสาร์ ว่าจะขยายเวลาการคุมขังประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ซึ่งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ หลังจากที่เจ้าหน้าที่จับกุมเขาในข้อหาพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึก จนสร้างความโกลาหลไปทั่วประเทศเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายยุนอ้างว่าเพื่อต่อสู้กับ “ภัยคุกคามจากกลุ่มต่อต้านรัฐ”

ยุนเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมในขณะดำรงตำแหน่ง เขาปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในระหว่าง 48 ชั่วโมงแรกที่เจ้าหน้าที่สามารถคุมขังเขาได้

อย่างไรก็ตาม ยุนยังคงถูกควบคุมตัวต่อไป หลังจากที่อัยการยื่นขอหมายจับใหม่เมื่อวันศุกร์เพื่อขยายระยะเวลาการคุมขัง

ผู้พิพากษาศาลเขตตะวันตกกรุงโซลมีกำหนดพิจารณาคำร้องดังกล่าวในการไต่สวนเวลา 14.00 น. โดยคาดว่าจะมีการตัดสินในคืนวันเสาร์หรือช่วงเช้าวันอาทิตย์

ยุน คับ-กึน ทนายความของยุน ซอก ยอล กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า ยุนจะเข้าร่วมการไต่สวน เพื่อกู้คืนเกียรติยศของเขา โดยหากหมายจับได้รับการอนุมัติ จะขยายการคุมขังออกไปอีก 20 วัน เพื่อให้อัยการมีเวลาเพียงพอในการยื่นฟ้อง

ด้านสำนักงานสืบสวนคดีทุจริต (CIO) กำลังสืบสวนยุนในข้อหากบฏ ซึ่งหากพบว่ามีความผิด อาจทำให้เขาถูกจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต

ยุนกล่าวเมื่อวันพุธว่าเขายอมออกจากบ้านพักเพื่อหลีกเลี่ยง “การนองเลือด” แต่ไม่ยอมรับว่าการสอบสวนครั้งนี้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันพุธ เขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามของเจ้าหน้าที่สืบสวนมาตลอด นอกจากนี้ เขายังไม่ได้เข้าร่วมการพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะยืนยันการถอดถอนเขาหรือไม่ ซึ่งหากศาลตัดสินยืนยัน ยุนจะสูญเสียตำแหน่งประธานาธิบดี และจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน

ขณะเดียวกัน รัฐสภาได้ผ่านร่างกฎหมายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อเริ่มการสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับยุนในข้อหาพยายามใช้กฎอัยการศึกที่ล้มเหลวแล้ว ขณะที่ผู้สนับสนุนยุนได้มารวมตัวหน้าศาลตั้งแต่วันศุกร์ ถือธงชาติเกาหลีใต้และอเมริกา และเรียกร้องให้ผู้พิพากษาปฏิเสธคำร้องขอขยายเวลาคุมขังของเขา.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

Apple ระงับใช้ฟีเจอร์ AI สรุปข่าว หลังพบข้อผิดพลาด

Apple ระงับใช้ฟีเจอร์ AI สรุปข่าว หลังพบข้อผิดพลาด

18 ม.ค. 2568 10:24 น.

Apple ระงับใช้ฟีเจอร์ AI สรุปข่าว หลังพบข้อผิดพลาด

Apple ประกาศระงับการใช้งานฟีเจอร์ AI ที่ใช้ในการสรุปข่าว หลังเกิดข้อผิดพลาดในเนื้อหาที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ใช้งาน

การปิดใช้งานฟีเจอร์ AI ชั่วคราวเกิดขึ้นหลังจากที่ BBC และสำนักข่าวอื่น ๆ ร้องเรียนว่า ผู้ใช้งานได้รับหัวข้อข่าวหรือการแจ้งเตือนสรุปข่าวที่มีข้อผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง หนึ่งในนั้นคือการแจ้งเตือนที่ปรากฏโลโก้ของ BBC บน ไอโฟนซึ่งระบุข้อความผิดพลาดว่าลุยจิ มาจิโอนี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมซีอีโอของ ยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ได้จบชีวิตตัวเอง

นอกจากนี้ฟีเจอร์นี้ยังสร้างข่าวปลอมที่ระบุว่า “ลุค ลิตทเลอร์” ชนะการแข่งขัน “PDC World Darts” ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่ม และอีกกรณีที่ระบุว่าผู้เล่นเทนนิส “ราฟาเอล นาดาล” ได้เปิดตัวว่าเป็นเกย์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นความจริง

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Apple (แอปเปิล) พยายามปรับปรุงอุปกรณ์รุ่นล่าสุดด้วย “Apple Intelligence” เพื่อตอบสนองความคาดหวังในตลาดที่ต้องการความมั่นใจว่าแอปเปิลสามารถแข่งขันในสนาม AI ได้

มีรายงานว่าแอปเปิลจะระงับฟีเจอร์ AI สำหรับการแจ้งข่าวไว้ชั่วคราว และมีแผนที่จะคืนฟีเจอร์ดังกล่าวเมื่อสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง ในการอัพเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นถัดไป

เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา แอปเปิลได้เปิดตัวไอโฟน รุ่นใหม่ที่รวมเทคโนโลยี Generative AI เพื่อพยายามกระตุ้นยอดขายและแสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถแข่งขันในสนามเทคโนโลยีขั้นสูงได้

แอปเปิลคาดหวังอย่างมากกับไอโฟน 16 รุ่นใหม่ และหวังว่าลูกค้าจะถูกดึงดูดด้วยความสามารถด้าน AI ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้

ขณะที่ กูเกิ้ล ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Pixel 9 ที่ใช้ AI เมื่อปีที่แล้ว เพื่อเป็นคู่แข่งของไอโฟน แม้ว่าจะครองส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกเพียงเล็กน้อย แต่กูเกิ้ลมองว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้เป็นโอกาสที่จะแสดงว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้างสำหรับผู้บริโภค

ขณะเดียวกันซัมซุง ก็โชว์ความก้าวหน้าด้าน AI ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองเช่นกัน และคาดว่าจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นกาแล็กซี่ รุ่นใหม่ในงานที่ซิลิคอนแวลลีย์ในสัปดาห์หน้า.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แอปเปิล