นายกฯ อิสราเอล เห็นชอบข้อตกลงปล่อยตัวประกันแล้ว

นายกฯ อิสราเอล เห็นชอบข้อตกลงปล่อยตัวประกันแล้ว

17 ม.ค. 2568 11:42 น.

นายกฯ อิสราเอล เห็นชอบข้อตกลงปล่อยตัวประกันแล้ว

สำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า ข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกันได้รับการเห็นชอบแล้ว

สำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า ข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกันได้รับการเห็นชอบแล้ว โดยนายเนทันยาฮูได้เลื่อนการลงมติคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ซึ่งกำหนดไว้เมื่อวันพฤหัสบดีนี้ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสพยายามเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในนาทีสุดท้าย

เมื่อเช้าวันนี้ (17 ม.ค.) สำนักงานนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทีมเจรจาได้แจ้งนายเนทันยาฮูว่าได้บรรลุข้อตกลงแล้ว เขาได้สั่งให้คณะรัฐมนตรีด้านการเมืองและความมั่นคงประชุมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ และรัฐบาลจะประชุมเพื่ออนุมัติข้อตกลงดังกล่าว สำนักงานฯ ยังระบุด้วยว่า ได้แจ้งให้ครอบครัวของตัวประกันทราบแล้ว

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุล ราห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์นี้ (19 ม.ค.) โดยรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีของอิสราเอล ในเวลานั้น นายเนทันยาฮูกล่าวว่ารายละเอียดขั้นสุดท้ายของข้อตกลงยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่เขาขอบคุณประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว

จากนั้น เนทันยาฮูได้ชะลอการลงมติของคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติข้อตกลงดังกล่าวในวันพฤหัสบดี โดยกล่าวหาฮามาสว่าพยายาม “เรียกร้องการประนีประนอมในนาทีสุดท้าย” ฮามาสกล่าวว่าพวกเขามุ่งมั่นต่อข้อตกลงดังกล่าว แต่คาดว่าฮามาสกำลังพยายามเพิ่มสมาชิกบางส่วนของตนในรายชื่อนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่จะได้รับการปล่อยตัวภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

แม้ว่าผู้เจรจาของอิสราเอลจะตกลงตามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาหลายเดือน แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐบาล

ด้านกลุ่มที่เป็นตัวแทนของครอบครัวตัวประกันชาวอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่ง 33 รายในจำนวนนี้จะได้รับอิสรภาพในช่วง 6 สัปดาห์แรกของข้อตกลง เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว กลุ่มดังกล่าวระบุในแถลงการณ์ที่สื่ออิสราเอลรายงานว่า “สำหรับตัวประกัน 98 คน ทุกคืนก็เหมือนเป็นอีกคืนหนึ่งแห่งฝันร้าย อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องล่าช้าในการกลับมาแม้แต่เพียงคืนเดียว” 

ตัวแทนของอิสราเอล กลุ่มฮามาส สหรัฐฯ และกาตาร์ ได้ลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่กรุงโดฮา สื่ออิสราเอลรายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวได้รับการประกาศครั้งแรกเมื่อวันพุธ (15 ม.ค.) โดยผู้ไกล่เกลี่ยคือสหรัฐฯ และกาตาร์ ข้อตกลงดังกล่าวระบุถึงการหยุดยิงเบื้องต้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยกองกำลังอิสราเอลจะค่อยๆ ถอนกำลังออกไป ตัวประกันหลายสิบคนที่ถูกฮามาสจับตัวไป รวมถึงผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ และคนป่วย จะได้รับอิสรภาพ โดยแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคนที่ถูกคุมขังในอิสราเอล ซึ่งจะช่วยปูทางไปสู่การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ เผชิญกับความหิวโหย และความเจ็บป่วย 

อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการในฉนวนกาซา หลังจากมือปืนที่นำโดยกลุ่มฮามาสบุกโจมตีชุมชนบริเวณชายแดนของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ส่งผลให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิต 1,200 นาย และลักพาตัวตัวประกันกว่า 250 คน

หากประสบความสำเร็จ การหยุดยิงจะช่วยยุติการสู้รบที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 46,000 คน และทำให้ประชากรส่วนใหญ่ในเขตนี้ซึ่งมีจำนวนก่อนสงคราม 2.3 ล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สเปซเอ็กซ์เสียยานไปอีกลำ หลังระเบิดกลางอากาศขณะทดสอบ

สเปซเอ็กซ์เสียยานไปอีกลำ หลังระเบิดกลางอากาศขณะทดสอบ

17 ม.ค. 2568 11:30 น.

สเปซเอ็กซ์เสียยานไปอีกลำ หลังระเบิดกลางอากาศขณะทดสอบ

ยานสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์ ระเบิดกลางอากาศ หลังทะยานขึ้นจากฐานปล่อยในรัฐเท็กซัสของสหรัฐได้ไม่กี่นาที ส่งผลให้หลายสายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อความปลอดภัย

สเปซเอ็กซ์ประสบความล้มเหลวอีกครั้ง เมื่อยานสตาร์ชิปที่ถูกปล่อยในการทดสอบเที่ยวบินครั้งล่าสุด จากฐานปล่อยใน Boca Chica ใกล้พรมแดนเม็กซิโกสูญเสียการติดต่อขณะไต่ระดับขึ้นนาน 8 นาที หลังจากเครื่องยนต์หยุดทำงาน และเกิดการระเบิดขึ้น โดยทางสเปซเอ็กซ์ยืนยันแล้วว่า ยานสตาร์ชิปเกิดการระเบิดขึ้น โดยมีคลิปภาพที่สื่อเผยแพร่เห็นลูกไฟสีส้มพุ่งเป็นทางยาวเหนือท้องฟ้ากรุงปอร์โตแปรงซ์ของเฮติ และมีควันตามหลังเป็นทางยาว ส่งผลให้หลายสายการบินที่บินผ่านอ่าวเม็กซิโก ต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อความปลอดภัยจากเศษซากจรวดที่ตกลงมา

ยานสตาร์ชิปมีกำหนดบินข้ามอ่าวเม็กซิโกในลักษณะโคจรรอบโลกคล้ายกับเที่ยวบินทดสอบครั้งก่อนๆ โดยสเปซเอ็กซ์ บรรจุดาวเทียมจำลอง 10 ดวงไว้ใน จรวดเพื่อฝึกการปล่อยดาวเทียม และนี่เป็นเที่ยวบินแรกของยานรุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสตาร์ชิปจะระเบิด แต่สเปซเอ็กซ์ก็สามารถใช้แขนกลขนาดยักษ์จับบูสเตอร์ที่กลับลงมาที่ฐานปล่อยได้เป็นครั้งที่ 2 โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากบลูออริจิน บริษัทด้านอวกาศของของนายเจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีเจ้าของแอมะซอนประสบความสำเร็จในการส่งจรวดนิวเกลนน์ ซึ่งเป็นจรวดขนาดยักษ์สูง 98 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร เข้าสู่วงโคจรได้เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้

นี่เป็นเที่ยวบินทดสอบครั้งที่เจ็ดสำหรับจรวดที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดในโลก โดยนาซาได้จองยานสตาร์ชิป สองลำสำหรับภารกิจลงจอดนักบินอวกาศบนดวงจันทร์ในปลายทศวรรษนี้ และเป้าหมายสูงสุดของอีลอน มัสก์ คือการเดินทางไปยังดาวอังคาร.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปซเอ็กซ์

จีนประกาศเตือนประชาชน ระวังการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

จีนประกาศเตือนประชาชน ระวังการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

17 ม.ค. 2568 09:54 น.

จีนประกาศเตือนประชาชน ระวังการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

จีนประกาศเตือนประชาชนระมัดระวังถูกหลอก ตกเป็นเหยื่อขบวนการฉ้อโกงข้ามพรมแดน ล่อลวงไปทำงานในต่างประเทศ หลังจากมีครอบครัวเหยื่อเข้าร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น

วันที่ 17 มกราคม 2568 โฆษกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ประกาศเตือนประชาชน ขอให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งแท้ที่จริงกลับเป็นขบวนการฉ้อโกงข้ามพรมแดน หลังจากมีครอบครัวเหยื่อที่ถูกล่อลวงให้เดินทางไปต่างประเทศ ขาดการติดต่อ หรือติดบ่วงอาชญากรรมเดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทางการเพิ่มขึ้น

โฆษกระบุว่า ทางกระทรวงสั่งการหน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะท้องถิ่นดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีเหล่านี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมกับเพิ่มความพยายามช่วยเหลือเหยื่อที่ติดค้างอยู่ในต่างประเทศและรับรองว่าพวกเขาเหล่านี้จะได้เดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังเตือนประชาชนตกเป็นเหยื่อกลอุบายหลอกลวงที่ขบวนการฉ้อโกงในต่างประเทศมักใช้ โดยเฉพาะคำสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนสูง อาหารและที่พักฟรี หรือข้อเสนอดึงดูดใจอื่นๆ ซึ่งหากเหยื่อถูกล่อลวงให้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว พวกเขาอาจถูกกักขังอย่างผิดกฎหมายและบังคับให้เข้าร่วมขบวนการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต

ทางกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน แนะนำครอบครัวที่กำลังจัดการกับกรณีญาติสูญหายหรือถูกกักขังอยู่ในต่างประเทศ แจ้งเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นและขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางทางการ ซึ่งรวมถึงสถานทูตจีนในขณะที่หน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะจะยังคงปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะศูนย์กลางการฉ้อโกงที่กำลังเป็นประเด็นอย่างเมืองเมียวดี ของเมียนมา โดยกจะเสริมสร้างความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ คุ้มครองความปลอดภัย ทรัพย์สิน สิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของประชาชน.

สลด เหมืองหยกถล่มที่เมียนมา คนงานสังเวย 22 ศพ บ้านเรือนของประชาชนถูกดินโคลนถล่มทับฝังอยู่ใต้ดิน

สลด เหมืองหยกถล่มที่เมียนมา คนงานสังเวย 22 ศพ บ้านเรือนของประชาชนถูกดินโคลนถล่มทับฝังอยู่ใต้ดิน

17 ม.ค. 2568 09:03 น.

สลด เหมืองหยกถล่มที่เมียนมา คนงานสังเวย 22 ศพ บ้านเรือนของประชาชนถูกดินโคลนถล่มทับฝังอยู่ใต้ดิน

เกิดเหตุเหมืองหยกพังถล่มทับคนงาน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ศพแล้ว และมีบ้านเรือนของประชาชนถูกดินโคลนถล่มทับฝังอยู่ใต้ดินถึง 57 หลัง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีน รายงานว่า เกิดเหตุเหมืองหยกพังถล่มทับคนงาน ในเมืองผากัน รัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ศพแล้ว และมีบ้านเรือนของประชาชนถูกดินโคลนจากเหมืองถล่มทับฝังอยู่ใต้ดินถึง 57 หลัง

ตำรวจเมียนมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา และจนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงพยายามค้นหาคนที่ติดอยู่ใต้ซากดินโคลนบริเวณเหมือง หลังจากบ่อโคลนในพื้นที่เหมืองแร่ ในเมืองผากัน รัฐคะฉิ่น ทรุดถล่มลงมา

รายงานข่าวระบุว่า โคลนที่ถล่มลงมามีปริมาณมหาศาล ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการกู้ภัย และการช่วยเหลือผู้คนตลอดจนการเก็บกู้เครื่องจักรทำเหมืองที่ถูกฝังอยู่ด้านล่างกลับขึ้นมานั้นเป็นเรื่องยากลำบาก.

ที่ปรึกษาชี้ ทรัมป์กำลังหามาตรการช่วย TikTok ก่อนโดนแบนสุดสัปดาห์นี้

ที่ปรึกษาชี้ ทรัมป์กำลังหามาตรการช่วย TikTok ก่อนโดนแบนสุดสัปดาห์นี้

17 ม.ค. 2568 06:40 น.

ที่ปรึกษาชี้ ทรัมป์กำลังหามาตรการช่วย TikTok ก่อนโดนแบนสุดสัปดาห์นี้

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ โดนัลด์ ทรัมป์ เผย ว่าที่ประธานาธิบดีรายนี้กำลังหาทางช่วยแอป TikTok ก่อนที่มันจะโดนแบนในสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ในวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค. 2568 นายไมค์ วอลซ์ สส.รีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ผู้กำลังจะรับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ผู้นี้ จะเข้าแทรกแซง หากศาลสูงสุดพิพากษาให้แบนแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ หากไม่ขายกิจการภายในวันที่ 19 ม.ค.

เมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลไบเดนก็หาทางเพื่อป้องกันการหายไปอย่างกะทันหันของแอปพลิเคชันแชร์คลิปยอดนิยมเจ้านี้เช่นกัน ขณะที่บริษัท ไบท์แดนซ์ ของจีน ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok ระบุว่า พวกเขาวางแผนจะหยุดให้บริการแอปนี้แก่ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ กว่า 170 ล้านคนในวันอาทิตย์นี้

“เราจะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อไม่ให้ TikTok ต้องปิดบริการ” นายวอลซ์กล่าว และเสริมว่า กฎหมายอนุญาตให้ขยายเวลาเพิ่มอีก 90 วันเพื่อหาผู้ซื้อได้ หากไบท์แดนซ์ มีความคืบหน้าด้านการขายธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนั่นจะช่วยซื้อเวลาให้นายทรัมป์ สามารถช่วย TikTok ให้เปิดต่อไปได้

เมื่อ 1 วันก่อนหน้านี้ นายวอลซ์เพิ่งกล่าวเป็นนัยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ฟ็อกซ์นิวส์ ว่านายทรัมป์กำลังวางแผนใช้คำสั่งพิเศษฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นอำนาจของประธานาธิบดี เพื่อระงับการแบน TikTok แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะมีมาตรการใดๆ ที่สามารถหลบเลี่ยงกฎหมายที่ผ่านโดยสภาคองเกรสได้

ทั้งนี้ แอป TikTok ถูกแบนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง จากความกังวลว่า ข้อมูลผู้ใช้งานอาจถูกเก็บและมอบให้แก่รัฐบาลจีน ซึ่งสภาคองเกรสผ่านกฎหมายเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน ให้เวลา ไบท์แดนซ์ 9 เดือน เพื่อหาผู้ซื้อกิจการที่สหรัฐฯ ยอมรับ หรือถูกแบนจากการให้บริการในสหรัฐฯ

กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ห้ามการใช้งานแอป TikTok แต่กำหนดให้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง แอปเปิล และกูเกิล หยุดอัพเดตแอปนี้ ซึ่งจะทำให้แอปค่อยๆ ตายเมื่อเวลาผ่านไป

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์พยายามขอให้ศาลสูงสุดเลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะสาบานตนรับตำแหน่งเพียง 1 วันออกไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้สามารถหาทางแก้ปัญหาทางการเมืองได้

อนึ่ง ทั้งนายทรัมป์และนายไบเดนต่างกลับลำเรื่องท่าทีที่พวกเขามีต่อแอป TikTok โดยนายทรัมป์เป็นผู้ผลักดันการแบนแอปพลิเคชันนี้ในตอนที่เขาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่ในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา เขากลับบอกว่าจะปกป้อง TikTok ขณะที่ไบเดนซึ่งเป็นผู้ลงนามกฎหมายบีบให้ไบท์แดนซ์ขาย TikTok ก็กำลังหาทางปกป้องแอปนี้ไม่ให้ถูกแบน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เดวิด ลินช์ ผู้กำกับ Dune ยุค 80 เสียชีวิตแล้ว ในวัย 78 ปี

เดวิด ลินช์ ผู้กำกับ Dune ยุค 80 เสียชีวิตแล้ว ในวัย 78 ปี

17 ม.ค. 2568 04:35 น.

เดวิด ลินช์ ผู้กำกับ Dune ยุค 80 เสียชีวิตแล้ว ในวัย 78 ปี

เดวิด ลินช์ ผู้กำกับภาพยนตร์ Dune ในยุค 80 และเป็นผู้สร้างหนังคัลท์สุดคลาสสิกมากมาย เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 78 ปี หลังล้มป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดวิด ลินช์ ผู้กำกับภาพยนตร์มากประสบการณ์ชาวอเมริกัน ผู้กำกับหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ “Dune” ฉบับปี ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) และเป็นผู้กำกับหนังคัลท์สุดคลาสสิกอย่าง “ปริศนาแห่งฝัน” (Mulholland Drive) พ.ศ. 2544 และ “Twin Peaks” พ.ศ. 2535 เสียชีวิตแล้วในวันที่ 16 ม.ค. 2568 ขณะมีอายุได้ 78 ปี

ข่าวการเสียชีวิตของนายลินช์ได้รับการเผยแพร่ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กของครอบครัวของเขา โดยโพสต์ระบุว่า “ตอนนี้มีรูโหว่ขนาดใหญ่เกิดขึ้นบนโลกเมื่อเขา (ลินช์) ไม่อยู่กับเราอีกแล้ว แต่อย่างที่เขา (ลินช์) คงจะพูด ‘จงมองที่โดนัทไม่ใช่ที่รูของมัน’ มันจะเป็นวันที่สวยงาม แสงอาทิตย์สาดส่อง และมีท้องฟ้าสีครามสุดลูกหูลูกตา”

ทั้งนี้ นายลินช์เปิดเผยในเดือนสิงหาคม 2567 ว่า เขากำลังต่อสู้กับโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคปอดเรื้อรังชนิดหนึ่ง อันเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่อาการของเขาจะทรุดในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ซึ่งลินช์เผยในเดือนพฤศจิกายนว่า แค่เดินเขาก็ต้องได้รับออกซิเจนแล้ว

แม้จะถูกมองว่าเป็นผู้กำกับอินดี้ แต่ตลอดอาชีพผู้กำกับของเขา ลินช์เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมถึง 3 ครั้ง จากภาพยนตร์เรื่อง “Blue Velvet” ปี 2529, มนุษย์ช้าง (The Elephant Man) ปี 2523 และจากเรื่อง ปริศนาแห่งฝัน จนกระทั่งได้รับรางวัลออสการ์กิตติมศักดิ์ในปี 2563

ลินช์ได้มีโอกาสกำกับภาพยนตร์เรื่อง Dune ซึ่งดัดแปลงจากวรรณกรรมไซไฟขึ้นหิ้งของ แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต แต่ภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี 2527 เรื่องนี้กลับล้มเหลวทั้งในแง่รายได้และเสียงวิจารณ์ เมื่อหนังถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ที่ดูตื่นตาเร้าใจมากกว่าอย่าง สตาร์วอลส์ ขณะที่ทำรายได้เพียง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 50 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป Dune ของลินช์กลับค่อยได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชื่นชอบหนังคัลท์ จน Dune เวอร์ชั่นนี้กลับกลายเป็นหนังขึ้นหิ้งอีก 1 เรื่องจากยุค 80

หนังฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายของลินช์คือซีรีส์เรื่อง “Twin Peaks: The Return” ซึ่งออกอากาศในปี 2560 และเป็นการสานต่อซีรีส์ “เมืองดิบคนดุ” (Twin Peaks) ที่ฉายจำนวน 2 ซีซั่นในช่วงต้นยุค 90

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐมนตรี-พรรคร่วม รบ.อิสราเอล แห่ขู่ถอนตัว ต้านข้อตกลงหยุดยิงฮามาส

รัฐมนตรี-พรรคร่วม รบ.อิสราเอล แห่ขู่ถอนตัว ต้านข้อตกลงหยุดยิงฮามาส

17 ม.ค. 2568 03:19 น.

รัฐมนตรี-พรรคร่วม รบ.อิสราเอล แห่ขู่ถอนตัว ต้านข้อตกลงหยุดยิงฮามาส

รัฐมนตรีหลายคนกับพรรคร่วมรัฐบาลอิสราเอล ทยอยออกมาขู่ว่าจะถอนตัว เพื่อต่อต้านข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาส ซึ่งบรรลุไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอิตามาร์ เบน กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค. 2568 ว่า พรรคพลังยิว (Otzma Yehudit) ฝ่ายขวาจัดของเขา จะถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสที่เพิ่งบรรลุเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

“ข้อตกลงนี้จะสอนให้ฮามาสรู้ว่า พวกเขาสามารถจับตัวประกันกับโจมตี และในท้ายที่สุด พวกเขาก็จะได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ” นายเบน กวีร์ กล่าวในงานแถลงข่าว โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งขู่จะลาออกเพื่อต่อต้านข้อตกลงหยุดยิง ที่ตอนนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป

ความเคลื่อนไหวของนายเบน กวีร์ เกิดขึ้นหลังจากนาย เบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สังกัดพรรค Religious Zionist ฝ่ายขวาจัด หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ขู่ว่าจะถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ไม่กลับไปทำสงครามต่อหลังจากการหยุดยิงเฟสที่ 1 ซึ่งมีระยะเวลา 6 สัปดาห์จบลง

ทั้งนี้ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคขวาจัดทั้งสองพรรคนี้ เพื่อไม่ให้รัฐบาลผสมของเขาพังทลาย โดยหากพรรคของนายเบน กวีร์ ซึ่งมี สส. 6 ที่นั่ง ถอนตัว รัฐบาลจะยังคงครองเสียงข้างมากในสภา แต่หากพรรคของนายสโมตริช ซึ่งมี 7 ที่นั่ง ถอนตัวไปด้วยรัฐบาลของเนทันยาฮูก็จะล่ม

นอกจากทั้ง 2 คนนี้แล้ว ยังมีนายอมิชัย ชิคลี รัฐมนตรีจากพรรค ลิคุด (Likud) ของนายเนทันยาฮู ที่ขู่จะลาออกเช่นกัน หากอิสราเอลถอนทหารออกจาก “ฉนวนฟิลาเดลฟี” พื้นที่เล็กๆ บริเวณชายแดนกาซา-อียิปต์ ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 ก่อนจะบรรลุเป้าหมายการทำสงคราม หรือไม่ยอมกลับไปสู้ต่อเพื่อทำให้เป้าหมายสำเร็จ

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลจะจัดการอภิปรายและลงมติรับข้อตกลงหยุดยิงในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2568 และหากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ การหยุดยิงเฟสที่ 1 จะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค.นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเตรียมโหวตหยุดยิงในวันเสาร์ ถล่มกาซาทิ้งทวนดับ 83 ศพ

อิสราเอลเตรียมโหวตหยุดยิงในวันเสาร์ ถล่มกาซาทิ้งทวนดับ 83 ศพ

17 ม.ค. 2568 02:19 น.

อิสราเอลเตรียมโหวตหยุดยิงในวันเสาร์ ถล่มกาซาทิ้งทวนดับ 83 ศพ

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลเตรียมลงมติรับข้อตกลงหยุดยิงในวันเสาร์นี้ ขณะเดียวกันพวกเขาโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซาระลอกใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 83 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมีการประกาศว่า อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันเมื่อคืนวันพุธที่ 15 ม.ค. 2568 ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากก็ออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนน ด้วยความหวังว่าสงครามที่ดำเนินมา 15 เดือนจะได้จบลงเสียที

ขณะที่ในอิสราเอล บางกลุ่มก็ตั้งตารอข้อตกลงนี้ ซึ่งจะมีการปล่อยตัวประกันที่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566

แต่ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพฤหัสบดี ไม่นานหลังจากข้อตกลงหยุดยิงบรรลุ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินท้องถิ่นในกาซาก็ออกมาเปิดเผยว่า อิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีในดินแดนเล็กแห่งนี้อีกครั้ง ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตถึง 83 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 23 ราย กับผู้หญิงอีก 27 ราย

ต่อมา เมื่อเข้าสู่วันพฤหัสบดี อิสราเอลก็ประกาศว่าพวกเขาจะเลื่อนการลงมติของคณะรัฐมนตรีเรื่องข้อตกลงหยุดยิงออกไปก่อน โดยโทษกลุ่มฮามาสว่า ทำผิดข้อตกลงบางส่วน ในขณะที่ฝ่ายฮามาสยืนยันว่า พวกเขาปฏิบัติตามข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดอิสราเอลออกมายืนยันแล้วว่า คณะรัฐมนตรีจะลงมติเรื่องข้อตกลงหยุดยิงในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2568 นี้ เป็นการบ่งชี้ว่า ข้อขัดแย้งสำคัญที่เคยมีอยู่ได้รับการแก้ไขแล้ว และหากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ การหยุดยิงเฟสที่ 1 จะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค.นี้

แต่อนาคตของการหยุดยิงยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสยังต้องมาเจรจากันอีกเรื่องการหยุดยิงเฟสที่ 2 และ 3 ซึ่งบางกลุ่มในอิสราเอลก็ไม่เห็นด้วย

นั่นรวมถึงนาย เบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สังกัดพรรค Religious Zionist ฝ่ายขวาจัด หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญ ขู่ว่าจะถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ไม่กลับไปทำสงครามต่อหลังจากการหยุดยิงเฟสที่ 1 ซึ่งมีระยะเวลา 6 สัปดาห์จบลง

หากพรรค Religious Zionist ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วม รัฐบาลของนายเนทันยาฮูก็อาจถึงขั้นต้องล่มสลาย ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า ผู้นำอิสราเอลรายนี้จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ญี่ปุ่นเพิ่มโอกาสเกิด “มหาแผ่นดินไหว” ภายใน 30 ปีข้างหน้า เป็น 82%

ญี่ปุ่นเพิ่มโอกาสเกิด “มหาแผ่นดินไหว” ภายใน 30 ปีข้างหน้า เป็น 82%

17 ม.ค. 2568 00:32 น.

ญี่ปุ่นเพิ่มโอกาสเกิด “มหาแผ่นดินไหว” ภายใน 30 ปีข้างหน้า เป็น 82%

คณะกรรมการของญี่ปุ่น เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดมหาแผ่นดินไหวที่ นันไก ทรัฟ ภายในช่วง 30 ปีข้างหน้าเป็น 75-82 เปอร์เซ็นต์ ชี้โอกาสจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค. 2568 คณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศญี่ปุ่น ปรับเพิ่มตัวเลขประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิด “มหาแผ่นดินไหว” (megaquake) ในญี่ปุ่นภายในช่วง 30 ปีข้างหน้า จาก 74-81 เปอร์เซ็นต์เป็น 75-82 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกังวลว่า ภายใน 30 ปีข้างหน้า ประเทศของพวกเขาจะเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ที่เกิดจากเขตมุดตัวของเปลือกโลกตามแนวที่เรียกว่า “นันไก ทรัฟ” (Nankai Trough) ร่องลึกใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ความยาว 800 กม. ลากคู่ขนานไปกับชายฝั่งด้านแปซิฟิกของญี่ปุ่น

ร่องสมุทรดังกล่าวคือจุดที่ “แผ่นทะเลฟิลิปปิน” มุดตัวเข้าไปใต้แผ่นทวีปที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ และหากแผ่นเปลือกดังกล่าวเกิดติดขัดขณะมุดตัว มันจะสะสมพลังงานมหาศาลเอาไว้ และจะปลดปล่อยออกมาเมื่อการติดขัดหลุดออกจากกัน กลายเป็นแผ่นดินไหวรุนแรง

ตามการเปิดเผยของรัฐบาลญี่ปุ่น ในช่วง 1,400 ปีที่ผ่านมา มหาแผ่นดินไหวบริเวณนันไก ทรัฟ เกิดขึ้นทุกๆ 100-200 ปี และครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือปี 2489 หรือ 79 ปีก่อน

เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า “ผ่านไป 79 ปีแล้วนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งก่อน และความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งกำลังเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 1 เปอร์เซ็นต์”

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มหาแผ่นดินไหวดังกล่าวจะมีความรุนแรง 8-9 แมกนิจูด และมันจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิลูกใหญ่ สังหารประชาชนหลายแสนคน และสร้างความเสียหายนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 สมาคมอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น (JMA) ออกคำเตือนมหาแผ่นดินไหวเป็นครั้งแรก ภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้หลังเกิดแผ่นดินไหวกับสึนามิรุนแรงที่ภูมิภาคโทโฮคุ ปี 2554

ในตอนนั้น เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.1 ซึ่ง JMA ระบุในคำเตือน แผ่นดินไหวดังกล่าวทำให้โอกาสเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งใหม่ตามแนว นันไก ทรัฟ เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม JMA ยกเลิกคำเตือนหลังจากเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ แต่มันก็ให้เกิดการกักตุนเสบียงอาหาร จนข้าวและของใช้หลายรายการขาดตลาด

อนึ่งในปี พ.ศ.2250 รอยเลื่อนตามแนวนันไก ทรัฟ แยกออกจากกันพร้อมกันทั้งเส้น ทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 8.6-8.7 แมกนิจูด เกิดคลื่นสึนามิสูงสุดถึง 25.7 ม. มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 4,900 ศพถึง 21,000 ศพ และมันยังเป็นตัวกระตุ้นให้ภูเขาไฟฟูจิเกิดการปะทุเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงทุกวันนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ดาราดังบอลลีวูดพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังโดนคนร้ายบุกแทงถึงในบ้าน

ดาราดังบอลลีวูดพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังโดนคนร้ายบุกแทงถึงในบ้าน

16 ม.ค. 2568 23:35 น.

ดาราดังบอลลีวูดพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังโดนคนร้ายบุกแทงถึงในบ้าน

ซาอิฟ อาลี ข่าน นักแสดงบอลลีวูดรุ่นใหญ่ อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังมีคนร้ายบุกบ้านกลางดึกและใช้มีดแทงเขาจนต้องเข้ารับการผ่าตัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซาอิฟ อาลี ข่าน นักแสดงบอลลีวูดชื่อดังชาวอินเดีย ต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน หลังมีคนร้ายบุกรุกเข้าไปในบ้านของเขากลางดึก และใช้มีดแทงเขา โดยล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค. 2568 ที่บ้านหลังหนึ่งในย่านคนรวยของนครมุมไบ ซึ่งนายข่านใช้ชีวิตกับครอบครัว โดยนักแสดงรุ่นใหญ่วัย 54 ปีรายนี้ ได้รับบาดเจ็บหลังจากปลุกปล้ำกับคนร้ายในช่วงหลังเที่ยงคืน

ทีมงานของนายข่านยืนยันว่า “การผ่าตัดของนายข่านเสร็จสิ้นแล้ว และเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้เขากำลังพักฟื้นและมีแพทย์ติดตามความคืบหน้าของอาการ”

ด้าน ดร.นิติน ดันเก ศัลยแพทย์จากโรงพยาบาล “ลีลาวตี” ที่นายข่านรักษาตัวอยู่ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นักแสดงรายนี้มีบาดแผลใหญ่บริเวณ “กระดูกสันหลังส่วนบน” (Thoracic spine) เนื่องจากถูกแทงด้วยมีด

“แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำมีดออกและแก้ไขการรั่วไหลของน้ำไขสันหลัง ขณะที่ทีมแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกผ่าตัดซ่อมแซมแผลลึกอีก 2 จุดบริเวณมือซ้ายและคอ” ดร.ดันเกกล่าว

นายข่านแต่งงานกับ นางคารีนา คาปูร์ ข่าน เพื่อนร่วมวงการบอลลีวูด ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยครอบครัวข่านไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆ แต่ทีมงานของนายข่านระบุว่า พวกเขาปลอดภัยดี

ขณะที่ตำรวจระบุว่า พวกเขายังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับรายละเอียดของการโจมตี รู้เพียงว่า บุคคลปริศนาบุกรุกเข้าไปในบ้านของนายข่าน จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงกันระหว่างนายข่านกับผู้บุกรุก

ส่วนทีมงานของนายข่านระบุว่า นี่เป็นความพยายามย่องเบา แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ โดยระบุว่า “เราขอให้สื่อและแฟนๆ อดทน นี่เป็นเรื่องของตำรวจ”

ทั้งนี้ ซาอิฟ อาลี ข่าน เกิดในครอบครัวนวับ (Nawab) หรือเชื้อพระวงศ์เก่าที่เคยปกครองรัฐปาตาอุดีในอดีต และแต่งงานเข้าตระกูลนักแสดง พ่อของเขาคือนาย มานซูร์ อาลี ข่าน ปาตาอุดี เคยเป็นกัปตันทีมคริกเก็ตทีมชาติอินเดียในยุค 60 ส่วนมารดาคือ ชาร์มิลา ตาโกเร เป็นนักแสดงหญิงมากประสบการณ์ ผู้แสดงในภาพยนตร์ฮินดูและเบงกาลีตั้งแต่อายุ 14

นายข่านเปิดตัวในวงการบอลลีวูดเมื่อปี 2536 โดยแสดงภาพยนตร์ฮินดูเป็นหลักและมีชื่อเสียงเรื่องความหัวไวและอารมณ์ขัน มีผลงานยอดนิยมหลายเรื่องรวมถึงภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดีเรื่อง Dil Chahta Hai ในปี 2544 และ Kal Ho Naa Ho ในปี 2546 นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง Tanhaji ปี 2563 กับ Devara: Part 1 ในปี 2567 ด้วย

เขายังเคยรับบทตัวร้ายในภาพยนตร์ Omkara เมื่อปี 2549 ซึ่งดัดแปลงจากวรรณกรรมเรื่อง “โอเทลโล” ของเชคสเปียร์ และได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc