แนวหน้า ไกด์ : ‘เสน่ห์ไทย-เมืองน่าเที่ยว’ สนุกทุกการเดินทาง

แนวหน้า ไกด์ : ‘เสน่ห์ไทย-เมืองน่าเที่ยว’ สนุกทุกการเดินทาง

แนวหน้า ไกด์ : ‘เสน่ห์ไทย-เมืองน่าเที่ยว’ สนุกทุกการเดินทาง

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“แนวหน้า ไกด์” คอลัมน์รวบรวมที่กินที่เที่ยวพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาอัปเดตให้คุณก่อนใคร สำหรับฉบับประจำวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม 2568ขอพาคุณเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวเมืองไทยด้วยความสนุกสนานเพิ่มชีวิตชีวาในเมืองที่น่าท่องเที่ยว กับที่พักในโรงแรมสุดหรู ไปเริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต นำเสนอสิทธิประโยชน์เหนือระดับหลังปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมมอบประสบการณ์พักผ่อนอย่างสนุกสนานสำหรับนักเดินทาง สำหรับการเข้าพักถึง 30 เม.ย. โดยเฉพาะสมาชิก CentaraThe1 จะได้รับส่วนลดห้องพักเพิ่ม 15%พร้อมรับคะแนน CentaraThe1 เพิ่ม 3 เท่าสำหรับทุกการเข้าพัก สมัครสมาชิก CentaraThe1 โดยไม่เสียค่าสมัครใดๆ ทั้งสิ้นที่ https://centara1card.com และสำรองห้องพัก โทร.076-396200 https://www.centarahotelsresorts.com/centara/th/ckr/reborn

โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท นำเสนอรางวัลจาก LUXE Global Awards 2024 ซึ่งถือเป็นเวทีที่ทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับโรงแรมร้านอาหาร และสปาระดับหรูจากทั่วโลก โดยได้รับรางวัลระดับประเทศในสาขา Best Luxury Private Beach Resort และรางวัลระดับทวีปในสาขา Best LuxuryFamily Resort นอกจากนี้ Devarana Spa ยังได้รับรางวัลระดับทวีปในสาขา Best Unique Experience Spaและรางวัลระดับโลกในสาขา Best Luxury TraditionalThai Spa และสำหรับห้องอาหารเชฟเทเบิลToh Kin Khaw ได้รับรางวัลระดับประเทศในสาขา Best Unique Dining Experience และรางวัลระดับภูมิภาคในสาขา Best Luxury Specialty Cuisineข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-2163700 https://www.dusit.com/dusitthani-krabibeachresort/

โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน นำเสนอแพ็กเกจ “Coastal Cave Escape” เที่ยวทะเลหัวหินแบบฟินทั้งทะเลพร้อมเพลิดเพลินกับการเที่ยวชม“ถ้ำพระยานคร” อัศจรรย์ความงดงามของธรรมชาติ และความวิจิตรตระการตาของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์สมัยรัชกาลที่ 5 กับห้องพัก 3 สไตล์ ราคาเริ่มต้น 9,150 บาทถ้วน/ห้อง/คืน รวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน จองได้ถึง30 มิ.ย. และเข้าพักได้ถึง 31 ต.ค. โทร.032-516600

โรงแรมเขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดพังงา นำเสนอธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีหาดทรายสีทองทอดยาวไปตามชายฝั่งทะเลอันดามันสีฟ้าคราม
มีเกาะแก่งน้อยใหญ่ ป่าเขียวขจี และน้ำตกที่สวยงาม สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่น่าทึ่งแห่งนี้ยังสามารถเดินทางไปยังจุดดำน้ำระดับโลกอย่างหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ได้อย่างง่ายดายรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ จุดชมวิวอ่าวพังงา คลองสังเน่ห์ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ และอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง90 นาที (โดยรถยนต์) ด้วย 283 ห้องพัก รวมถึงห้องสวีทและวิลล่า ที่มีขนาดกว้างขวางตั้งแต่ 50-124 ตารางเมตร โปร่งโล่งสว่างไสว ที่มาพร้อมห้องน้ำขนาดใหญ่และระเบียงส่วนตัว พร้อมด้วยร้านอาหารและบาร์ภายในรีสอร์ทถึง 7 แห่ง โทร.076-428077

เครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์นำเสนอโปรโมชั่น “Weekend Special”กับ 13 โรงแรมชั้นนำในเครือ ได้แก่ โรงแรมแคนทารี โคราช, แคนทารี เบย์ ระยอง,คลาสสิค คามิโอ ระยอง, คามิโอ แกรนด์ ระยอง,เคปราชา ศรีราชา, แคนทารี เบย์ ศรีราชา,คลาสสิค คามิโอ ศรีราชา, แคนทารี อยุธยา,คลาสสิค คามิโอ อยุธยา, แคนทารี บ้านฉาง,แคนทารี กบินทร์บุรี, แคนทารี บางปะกงและ แคนทารี 304 ปราจีนบุรี ที่มอบราคาพิเศษเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ราคาเริ่มต้น 1,400 บาทถ้วน/ห้อง/คืน ถึง 31 มี.ค. โทร.02-2533791

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอแพ็กเกจเทศกาลฤดูหนาว “CozyWinter Getaway” กับแพ็กเกจห้องเฮอริเทจสวีทสุดหรูที่สะดวกสบายพร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารเช้ารสเลิศและดื่มด่ำไปกับอาหารค่ำเลิศรส ถึง 31 ม.ค. สำรองห้องพักได้ที่ : bit.ly/3eCYMKY โทร.052-055888

เพลิดเพลินใจในการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแนวใหม่ สัมผัสบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและผู้คนกับรอยยิ้มแจ่มใส ประทับใจไปกับ “แนวหน้าไกด์”

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 มกราคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 มกราคม 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 มกราคม 2568

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชวนชิม โดนัทออริจินัล เกลซ ยอดนิยม จำนวน 6 ชิ้นในกล่องพรีเมียมสีแดงแห่งความมงคล “คริสปี้ ครีม ลัคกี้ โกลเด้น ทินบ็อกซ์” ราคา 199 บาทที่ ร้านคริสปี้ ครีม

ชวนชิม “เค้กส้ม” ที่เหมาะแก่การมอบเป็นของขวัญเทศกาลตรุษจีน 1 กล่อง มี 2 ชิ้นในกล่องสวยงาม ราคา 388 บาท++ถึง 29 ม.ค. ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1001234

ชวนชิม ไอศกรีมฉลองวันเด็ก1 สกู๊ป แถมฟรี 1 สกู๊ป! 11 ม.ค.ที่ คาเฟ่ แคนทารี ทุกสาขาและพบกับ โบโซ่ เดอะคลาวน์ พร้อมการแสดงโชว์บิดลูกโป่งเฉพาะที่สาขาระยอง และศรีราชา โทร.1627

ชวนชิม

ชวนชิม Thai Twist Buffet Dinner พร้อมซอฟต์ดริงก์เสิร์ฟไม่อั้น ท่านละ 1,250 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ทานฟรี!วันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร.02-2163700

ชวนชิมความอร่อยด้วยวัตถุดิบจากกระเช้าของขวัญในเมนู “Spinach & Ricotta stuffed RigatoniGratin with Crispy PramaHam” ถึง 15 ม.ค. ที่ กูร์เมต์มาร์เก็ต เอ็มโพเรียม,พารากอน, เดอะมอลล์ ฯลฯ

ชวนชิม “ซันคิสท์” น้ำนมพิสทาชิโอผลิตจากถั่วพิสทาชิโอคุณภาพเยี่ยมจากแคลิฟอร์เนีย พร้อมโปรพิเศษต้อนรับปีใหม่ถึง 14 ม.ค. ที่ Go Wholesale ทุกสาขาโทร.02-8130954-5

ชวนช็อป

ชวนช็อปและสนุกสุดมันส์ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ที่ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค,เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนช็อปในงาน “มอบของขวัญแทนใจให้น้องในวันเด็ก” วันเสาร์ที่ 11 ม.ค.ที่ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโทร.02-2189893-5

ชวนช็อปและร่วมกิจกรรมวันเด็กในงาน “ALLY KIDS DAY 2025 : OUTER SPACE” 11-12 ม.ค. ที่ศูนย์การค้าในเครืออัลไล เดอะคริสตัล, เพลินนารี่, อมอรินี่, แอมพาร์ค และ สัมมากร เพลส

ชวนใช้ 

ชวนใช้สนามเล่นเกมสุดล้ำ“SUPER KIDLYMPIC เกมทักษะแห่งโลกอนาคต” ใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองวันเด็ก 2568 กับทีม “ซูเปอร์จิ๋ว” เข้าฟรี11-12 ม.ค. ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนน้องๆ หนูๆ เที่ยวสวนน้ำ-สวนสนุก ในราคาเพียง 99 บาท (ปกติ 200 บาท) และโปรโมชั่นซื้อออนไลน์ล่วงหน้า 2 วัน240 บาท(ปกติ 1,000 บาท) ที่ www.siamamazingpark.com

ชวนร่วมงานวันเด็กแห่งชาติภายใต้แนวคิด “Free Fun FineHealth” พบกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและสุขภาพที่ดีให้กับเด็กๆที่ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ถนนศรีนครินทร์

ชวนชม

ชวนชมการแสดงสุนัขตำรวจในงาน “เด็กไทยหัวใจ Volunteer” วันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ที่อาคารสิรินธรานุสรณ์ 60 พรรษาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์

ชวนชม Giant Robot หุ่นยนต์ส่งต่อความสุข และการแสดง Mad Science Show ในงานวันเด็กบางจาก เสาร์ที่ 11ม.ค. เวลา 08.00-11.30 น. ที่ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง สุขุมวิท 64

ชวนชมมหรสพและการแสดงในงาน “สมโภชพระอาราม 197 ปีวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร” สุขสราญงานวัด ทัศนาสถาปัตย์ นมัสการมหาเจดีย์ ระหว่างวันที่ 11-13 ม.ค.ที่ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน  ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น้องๆ เชิญชวนสัมผัสโลกของผู้พิการทางการมองเห็น

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” เพื่อเผยแพร่พันธกิจและกิจกรรมสร้างสรรค์ของมูลนิธิ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความเข้าใจในชีวิตของผู้พิการทางการเห็น ผ่านศูนย์การเรียนรู้ที่มองเห็นด้วยตาสัมผัสได้ด้วยใจ ร่วมเล่น “บอร์ดเกม” กระดานแรกของโลกที่คนตาบอดและคนตาดีสามารถร่วมเล่นด้วยกันได้ครั้งแรก และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมไฮไลท์มากมาย ชิม ช้อป ชิล สำราญบุญ ท่ามกลางบรรยากาศงานคาร์นิวัลสุดสนุก ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2568 ตั้งแต่ 10.00-20.00 น.

เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2482 เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมทักษะ พัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะของคนตาบอดในประเทศไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ตลอดระยะเวลากว่า 85 ปี ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ความจำเป็นและตอบสนองความต้องการของผู้พิการทางการมองเห็นให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีความตระหนักรู้และเข้าใจต่อผู้พิการทางการมองเห็นมากขึ้น มูลนิธิจึงมีดำริที่จะจัดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) :แสงสว่างสู่ทางฝัน” เพื่อให้คนตาดีเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้โลกของผู้พิการทางการมองเห็น

เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ

“มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรสาธารณกุศลแห่งแรกที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้พิการทางการมองเห็น โดยมีหัวใจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการมองเห็น ด้วยความมุ่งมั่นให้การศึกษาและการฝึกอบรม ที่ครอบคลุมตั้งแต่ทักษะชีวิตประจำวันไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพ การจัดงาน Open House ในครั้งนี้ เราอยากให้คนตาดีได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ว่าโลกของผู้พิการทางการมองเห็นนั้นเป็นอย่างไรซึ่งทางมูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ได้มีการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ใหม่ขึ้น เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทั้งคนตาดีและผู้พิการทางการมองเห็น สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้แบบเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำบอร์ดเกมที่คนตาดีและคนตาบอดสามารถร่วมเล่นด้วยกันได้ เป็นบอร์ดเกมชุดแรกของโลกและชุดเดียว ซึ่งสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ได้ออกแบบและจัดทำให้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของความยั่งยืนที่สามารถสัมผัสได้ทั้งด้วยตาและด้วยใจ เพราะเรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลกระทบกับทุกคนบนโลกใบนี้ เราจึงต้องร่วมกันเรียนรู้และช่วยกันดูแล”

หมอนวด พิเชียร บัวย้อย แชมป์โลกผู้พิการทางการมองเห็น

ภายในงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” ผู้มาร่วมงาน จะได้รับทราบถึงการดำเนินงานของมูลนิธิในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาด้านการศึกษา การฝึกทักษะอาชีพ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็น ด้วยระบบ Liblouis ที่ทำให้การจัดทำเอกสารอักษรเบรลล์และการอ่านอักษรเบรลล์ภาษาไทยง่ายและสะดวกมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่านซอฟต์แวร์แปลงภาษาอีกต่อไปพร้อมเชิญชวนร่วมอ่านหนังสือเสียงเพื่อเปิดโลกให้กับผู้พิการทางการมองเห็น ร่วมสัมผัสและชื่นชมกับความสามารถของผู้พิการทางการมองเห็นในหลากหลายมิติ เช่น หมอนวดแชมป์โลกที่เป็นผู้พิการทางการมองเห็น อุดหนุนผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้พิการทางการมองเห็น ลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิดในรูปแบบของคาร์นิวัล นอกจากนี้ยังมีการแสดง ศิลปกรรม ทำนายโชคชะตา นวดผ่อนคลาย และเทคโนโลยีฝีมือคนตาบอด รับรองว่าสุดยอดกว่าที่คุณเคยคิด

Liblouis เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อผู้พิการทางการมองเห็น

ในการนี้ มูลนิธิฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน”และทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ในวันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น.มาร่วม Check in สัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขและอิ่มบุญกันที่งาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ตรงข้ามวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี พร้อมติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ ได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว 2 ประเทศ ‘ไต้หวัน-ญี่ปุ่น’ ด้วยการเดินทางล่องเรือสำราญ COSTA SERENA และบินตรงสู่เกาสง

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว 2 ประเทศ 'ไต้หวัน-ญี่ปุ่น' ด้วยการเดินทางล่องเรือสำราญ COSTA SERENA และบินตรงสู่เกาสง

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว 2 ประเทศ ‘ไต้หวัน-ญี่ปุ่น’ ด้วยการเดินทางล่องเรือสำราญ COSTA SERENA และบินตรงสู่เกาสง

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.42 น.

การท่องเที่ยวไต้หวัน เปิดประสบการณ์ ท่องเที่ยว 2 ประเทศ ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ด้วยการเดินทางล่องเรือสำราญสุดหรู COSTA SERENA และเส้นทางบินตรงสู่เกาสงดัวยสายการบินแอร์เอเชีย

การท่องเที่ยวไต้หวัน พร้อมเปิดประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษด้วยทริปสุดประทับใจ ล่องเรือสำราญ COSTA SERENA กรุงเทพฯ – ไต้หวัน – ญี่ปุ่น 9 วัน 7 คืน มอบความหรูหราและประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ร่วมทริป พร้อมสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และกิจกรรมมากมายบนเรือสำราญสุดอลังการ

เปิดเส้นทางใหม่ในไต้หวันและญี่ปุ่น ทริปครั้งนี้เริ่มต้นด้วยสายการบินแอร์เอเชียบินลัดฟ้าสู่เกาสง เมืองสำคัญในไต้หวัน สู่ผิงตงจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของไต้หวัน เมืองแห่งเดียวในไต้หวัน ที่มีเขตแดนติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ช่องแคบปาชื่อ และช่องแคบไต้หวัน ทำให้เกิดทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาและทะเล และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อเรื่องการเกษตรและที่ท่องเที่ยวทางทะเล อากาศอบอุ่น เที่ยวสบายได้ตลอดทั้งปี ที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวไม่ซ้ำใคร เช่น

สะพานแขวนซานชวน (Sanchuan Suspension Bridge) สะพานที่เชื่อมสองหมู่บ้านกลางธรรมชาติ สะพานยาว 262 เมตรแห่งนี้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยศิลปะชาวอะบอริจิน ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำไอเหลียวชี่และป่าเขาโดยรอบ

วัดตงหลง (Donglong Temple) วัดศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่น ด้วยซุ้มประตูสีทอง และเทศกาลเฉลิมฉลองทุกสามปี ที่ผู้ศรัทธามักมาขอพรและสัมผัสประสบการณ์พิธีกรรมที่ลึกซึ้ง

วัดซานเฟิ่ง (Sanfeng Temple) วัดเทพนาจาอายุกว่า 300 ปี จุดหมายสำคัญสำหรับการขอพรความรัก โดดเด่นด้วยโคมไฟแดงสว่างไสวนับพันดวง

เกาะฉีจิน (Cijin Island) เกาะทรายเล็กๆ บรรยากาศสงบเงียบ(ห่างจากฝั่งเมืองเกาสงด้วยเรือเฟอร์รีเพียง 5 นาทีเท่านั้น) มีจุดเด่นเช่น อุโมงค์ฉีจิน ที่ตกแต่งด้วยไฟแอนิเมชันหลากสีสร้างประสบการณ์เสมือนโลกแฟนตาซี และ ประภาคารเกาสง ที่สูงตระหง่านพร้อมมุมชมวิวพาโนรามา

สถาปัตยกรรมเปลือกหอยยักษ์ ถูกสร้างขึ้นร่วมกันโดยศิลปินชาวไต้หวันชื่อดัง Lin Shunlong และศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส Yannick Dauby ใช้เงินหลายสิบล้านหยวน เวลาสร้างทั้งหมด 6 ปี ความสูง 10 เมตร กว้าง 16 เมตร และลึก 9 เมตร มีรูปร่างเหมือนเปลือกหอยสีขาวบริสุทธิ์และมีสีทองอยู่ข้างใน ศิลปะการติดตั้งเปลือกหอยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

โบสถ์สายรุ้ง (Rainbow Church) จุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ตั้งอยู่กลางน้ำ พร้อมวิวทะเลสุดโรแมนติก

สถานกงสุลอังกฤษต๋าโก่ว (Former British Consulate at Takao) กงสุลเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม ลักษณะเป็นแบบตะวันตก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1879 ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือ มองเห็นวิวชายฝั่งเมืองเกาสงและท่าเรือฉีจิง

ตลาดลิ่วเหอ (Liu He Market) ตลาดกลางคืนที่ครบครันทั้งของกินท้องถิ่น อาหารทะเล สินค้าแฮนด์เมด และบรรยากาศครึกครื้น

สำรวจเส้นทางแห่งวัฒนธรรมในไถหนาน (Tainan) เมืองเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ถนนเก่าอันผิง (Anping Old Street) ถนนสายการค้าแห่งแรกของไต้หวัน เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก อาหารท้องถิ่น และขนมโบราณอย่าง ขนมผ้องถัง ที่ห้ามพลาด

วัดขงจื้อ (Confucius Temple) ที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน ศูนย์กลางวัฒนธรรมจีนโบราณที่ยังคงมนต์ขลัง

พิพิธภัณฑ์เอกชน Chi Mei เต็มไปด้วยศิลปะสไตร์ยุโรปและของสะสมหายาก ทั้งประติมากรรม หุ่นสัตว์สตัฟฟ์ และชุดเกราะโบราณ

ห้าง Hayashi Department Store ห้างเก่าแก่ในไถหนาน เปิดบริการตั้งแต่ปี 1932 แม้เคยถูกระเบิดในสงคราม แต่ได้รับการบูรณะจนกลับมาเปิดให้บริการ ภายในมี 6 ชั้น จำหน่ายสินค้าหลากหลาย ด้านบนยังมีศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะใหม่

ร้านพายสับปะรด Vigor สาขาเกาสง ของฝากยอดนิยมของไต้หวัน ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ เชื่อว่าสับปะรดนำโชคเรื่องความรัก ความสำเร็จ และความมั่งคั่ง ด้วยรสชาติคลาสสิกและความหมายดี ขนมนี้จึงเป็น “Tourist Gift” อย่างเป็นทางการ

วัดฝอกวงซาน (Fo Guang Shan Temple) หนึ่งในวัดใหญ่ 4 แห่งของไต้หวัน ตั้งอยู่ในเขตกว้างใหญ่ มีพระพุทธรูปขนาด 33 เมตร ล้อมด้วยพระพุทธรูปอีก 480 องค์ วัดสร้างจากเงินบริจาคในปี 1967 มีภูเขาและท้องฟ้าเป็นฉากหลัง ทำให้ดูยิ่งใหญ่และงดงาม

POP MART ที่ Dream Mall ห้างใหญ่ที่สุดในไต้หวัน มีสินค้าครบครันและจุดเด่นคือสวนสนุกชิงช้าสวรรค์บนดาดฟ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาความสนุกและช้อปปิ้งในที่เดียว

COSTA SERENA เรือสำราญเหนือระดับ ที่จะนำท่านเดินทางจากท่าเรือเกาสง ท่าเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวัน สัมผัส COSTA SERENA เรือสำราญระดับโลกที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือไททานิก มีถึง 13 ชั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องพักวิวทะเลสุดหรู ร้านอาหารนานาชาติ กิจกรรมสันทนาการ เช่น คาสิโน สปา และสระว่ายน้ำ และ แหล่งช้อปปิ้งสุดพิเศษ เรือลำนี้มอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งการพักผ่อน การผจญภัย และความบันเทิงในที่เดียว ตลอดการเดินทางถึง นาฮะ โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น

นาฮะ โอกินาว่า ญี่ปุ่น

นาฮะเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอกินาว่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหลักของโอกินาว่า เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่น่าสนใจ เช่น

– ย่านช้อปปิ้งแนะนำ ย่านถนนโคคุไซโดริ

– ปราสาทชูริ (Shunjo Castle Park) ปราสาทสีแดงสดที่สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 14

– พิพิธภัณฑ์และหอศิลปจังหวัดโอกินาว่า

– ตลาดปลาโทมาริ The Must! ที่ต้องไปเมื่อมาโอกินาว่า อาหารทะเลสดอร่อยไม่แพ้ Tsukiji ที่โตเกี่ยวที่สำคัญถูกยังกะกินฟรี ไปชมรีวิวพร้อมราคาสุดช็อคกัน

– ศาลเจ้านามิโนะอุเอะ (Naminoue Shrine) ศาลเจ้าแห่งแรกของโอกินาว่า ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของทิวทัศน์อยู่บนหน้าผาติดทะเล เป็นศาลเจ้านิกายชินโตที่ไหว้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจการงานให้เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวประมงและนักเดินเรือมาช้านาน ด้านล่างมีชายหาดนามิโนะอุเอะ นิยมลงไปเล่นน้ำและอาบแดด

คุณเบญญาภา บุญวัฒนสิทธิ ผู้บริหาร บริษัทเพลินเพลิน จำกัด และ Lucky Queen Holiday กล่าวว่า “บริษัทเพลินเพลิน ได้จัด FAM Trip ทริปพิเศษนำเอเจนต์บริษัททัวร์ต่างๆ ‘เปิดเส้นทาง’ ใหม่ในการท่องเที่ยวไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในโปรแกรมทัวร์ทั่วไป โดยมุ่งเน้นนำเสนอความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ให้ผู้ที่รักการเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สัมผัสการเดินทางที่คุณจะไม่มีวันลืม!

การเดินทางในครั้งนี้สนับสนุนโดย สายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินตรงสู่เกาสง, การท่องเที่ยวเมืองผิงตง, การท่องเที่ยวเมืองเกาสง, สมาคมการท่องเที่ยวเมืองเกาสง, โรงแรม Lessing Qiqian, โรงแรม A Hotel, ร้านพายสับปะรด Vigor สาขาเกาสง และวัดฝอกวงซาน.

-(016)

สมาคมการตลาดฯ ประกาศผล Marketing Award of Thailand 2024

สมาคมการตลาดฯ ประกาศผล Marketing Award of Thailand  2024

สมาคมการตลาดฯ ประกาศผล Marketing Award of Thailand 2024

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.32 น.

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (Marketing Association of Thailand หรือ MAT) จัดงานประกาศรางวัล Marketing Award of Thailand  สุดยอดแคมเปญการตลาด 2024 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนและยกย่องผลงานของนักการตลาดในประเทศไทยที่โดดเด่นในด้านกลยุทธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการนำนวัตกรรมการตลาดตลอดจนแนวคิดด้านการตลาดมาเป็นเครื่องมือในการตอบโจทย์ผู้บริโภคและแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม สามารถวัดผลได้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน ผู้ชนะรางวัลนี้จึงนับเป็นเกียรติภูมิขององค์กรและของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างและกรณีศึกษาในการยกระดับการตลาดของประเทศไทย

การส่งแผนการตลาดเข้าประกวดในปี 2024  นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยได้รับการตอบรับจาก 83 องค์กรทั่วประเทศ  ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดถึง  140 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่ดำเนินการระหว่าง เดือนมีนาคม 2566 – เดือนมีนาคม 2567 เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการยกระดับการตลาดของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ผ่านการใช้ความคิดที่กลั่นกรองมาสร้างสรรค์นวัตกรรมและกลยุทธ์อันชาญฉลาด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย และมีความซับซ้อนขึ้น

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เผยว่า  Marketing Award of Thailand มีจุดเด่นคือ คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินรางวัลล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพ ครอบคลุมทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศร่วมกันผสานองค์ความรู้ ความสำเร็จและประสบการณ์มาร่วมพิจารณาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกแคมเปญที่ได้รับรางวัลนั้นเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมและสร้างมาตรฐานให้กับวงการการตลาดในประเทศไทย

หลังจากการพิจารณาผลงานอย่างเข้มข้นของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตลอดระยะเวลา 2 เดือน และการแข่งขันสิ้นสุดลงในปลายเดือนตุลาคม 2567 โดยมีผลงานผ่านเข้าถึงรอบสุดท้าย 20 ผลงาน  และในวันที่ 8 มกราคม 2568 สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยจึงได้จัดพิธีประกาศผลรางวัล “Marketing Award of Thailand: สุดยอดแคมเปญการตลาด” ณ มิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยมีรายนามผู้ชนะรางวัล ดังนี้

 Award Category 1: Strategic Marketing

แคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์สะท้อนแนวคิดทางการตลาดเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย และมีการนำกลยุทธ์มาแปรเป็นแผนปฎิบัติการที่สอดคล้อง ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับแบรนด์

•             รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : จากแปลงนาสู่สนามแข่ง มิติใหม่ของกีฬาเพื่อเกษตรกรไทย

โดย : บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

•             รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : The Power of Gentle Touch

โดย : บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

•             รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : Care Plus พลัสความแคร์ ให้คนที่แคร์แต่คนอื่น

                โดย : บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 Award Category 2: Brand Experience & Communication

แคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านการสร้างคุณค่าของแบรนด์โดยมีการถ่ายทอดจุดยืนของแบรนด์แก่กลุ่มเป้าหมายผ่านการสร้างประสบการณ์และการสื่อสารต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการสนับสนุนสินค้าหรือบริการ จนกลายเป็นความจงรักภักดีในตัวแบรนด์ และนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

•             รางวัล Gold Award – ไม่มีแคมเปญที่ได้รับรางวัล

•             รางวัล Silver Award มี 4 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : #heyintrovert

                โดย : บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

2.             ชื่อผลงาน : ไก่ไทยจะไปอวกาศ

                โดย : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

3.             ชื่อผลงาน : THE TASTE THAT BRINGS YOU HOME

โดย : บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด

4.             ชื่อผลงาน : อร่อยมงลงได้ทุกจาน

                 โดย : บริษัท นอติลุสฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด

•             รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : แกล้มได้ ทุกเรื่องเล่า

                โดย : บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)

Award Category 3: Innovations & Martech

แคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ให้แก่ธุรกิจ มีแนวทางความคิดทางการตลาดที่โดดเด่น สร้างสรรค์ และมีการนำเสนออย่างลงตัว ทั้งคุณค่าของสินค้าและบริการ พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ โดยใช้นวัตกรรมและเครื่องมือทางการตลาดที่ทันสมัย และนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

•             รางวัล Gold Award – ไม่มีแคมเปญที่ได้รับรางวัล

•             รางวัล Silver Award มี 2 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : วัดจู๋ไม๊

                โดย : บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด

2.             ชื่อผลงาน : ทุกเรื่องรถ จัดการได้ ในทัชเดียว by ttb  touch

                โดย  : ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

•             รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : Kubota Service DA(Y)TA : รู้ก่อนพร้อมกว่า

                โดย : บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

Award Category 4: Sustainable Marketing

แคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน โดยสามารถสะท้อนจุดยืนของแบรนด์ ในการหวังผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึง stakeholder ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวองค์กร พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างโดดเด่น มีนัยยะสำคัญ              

•             รางวัล Gold Award – ไม่มีแคมเปญที่ได้รับรางวัล

•             รางวัล Silver Award มี 3 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : Brewing The Zero Waste Coffee to Happy Breakfast

                โดย : บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด

2.             ชื่อผลงาน : พอดีไม่เหมือนกัน

                โดย : บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด

3.             ชื่อผลงาน : Eco industrial Bag, Inclusive Green Growth

                โดย : บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด

•             รางวัล Bronze Award มี 2 ผลงาน ที่ได้รับรางวัล

1.             ชื่อผลงาน : KUBOTA Turn Waste to Agri Wear

                โดย : บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

2.             ชื่อผลงาน : ลอก แยก ทิ้ง Just Peel Feel Good

                โดย : Thai Paper Co.,Ltd.      

และมี “สุดยอดแคมเปญแห่งปี” อีก จำนวน 2 รางวัล คือ

1.             CMO’s Top Choice Award สุดยอดแคมเปญจากเสียงโหวตของ CMO เป็นรางวัลพิเศษสำหรับ แคมเปญที่ได้รับรางวัล Marketing Award of Thailand และได้รับการโหวตด้วยคะแนนสูงสุด จาก MAT CMO COUNCIL ซึ่งเป็นคณะผู้บริหารระดับสูงด้านการตลาดกว่า 100 ท่าน จากบริษัทชั้นนำในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ

•             ผลงานที่ชนะ : ไก่ไทยจะไปอวกาศ

                โดย : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

2.             Grand Prize สุดยอดแคมเปญการตลาดแห่งปี สำหรับแคมเปญที่มีความเป็นเลิศทั้งในเชิงกลยุทธ์ วิธีการ ความคิดสร้างสรรค์ และผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในกลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เป็นผลงานที่สะท้อนความภาคภูมิใจและความสำเร็จในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการตลาดอย่างแท้จริง ผู้ชนะรางวัลนี้ คือ ผู้ที่ชนะรางวัล Gold Award จาก 4 กลุ่มรางวัล และได้รับการโหวตสูงสุดจากคณะกรรมการผู้ตัดสิน คณะกรรมการสมาคมการตลาด และ คณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของโครงการ

•             ผลงานที่ชนะ : จากแปลงนาสู่สนามแข่ง มิติใหม่ของกีฬาเพื่อเกษตรกรไทย

                โดย : บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะยกย่องและเชิดชูนักการตลาดไทยรวมถึงองค์กรที่ใช้การตลาดขับเคลื่อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดใหม่ ๆ ให้แก่วงการการตลาดไทยสืบไป

ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จ ส่งประเทศไทยเป็นเคานต์ดาวน์เดสติเนชั่นระดับโลก

ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จ ส่งประเทศไทยเป็นเคานต์ดาวน์เดสติเนชั่นระดับโลก

ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จ ส่งประเทศไทยเป็นเคานต์ดาวน์เดสติเนชั่นระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.13 น.

ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จ ส่งประเทศไทยเป็นเคานต์ดาวน์เดสติเนชั่นระดับโลก ทุบสถิติยอดผู้ร่วมงานพุ่งกว่า 1,000,000 คน ยอดผู้ชมทั่วโลกกว่า 100 ล้านวิว

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้การร่วมทุนของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ (MQDC) ประกาศความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ นำ Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM สู่เวทีเคานต์ดาวน์ระดับโลก  ชนะใจผู้คนจากทุกมุมโลกด้วยสถิติยอดผู้ร่วมงานตลอด 3 วันกว่า 1,000,000 คน โดยมียอดผู้ชมทั่วโลกจากช่องทางต่างๆ ทะลุ 100 ล้านวิว เผยงานเคานต์ดาวน์ไอคอนสยามเป็นหนึ่งกลไกสำคัญหนุนนักท่องเที่ยวทะลุเป้า 35 ล้านคน กระจายเม็ดเงินมหาศาลสู่ระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 62,000 ล้านบาท กระตุ้นธุรกิจริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากยอดจองโรงแรม ร้านอาหารริมแม่น้ำเต็ม 95-100% และทราฟฟิกทางเรือเติบโตมากกว่าเท่าตัว สร้างรายได้ให้ธุรกิจและชุมชนโดยรอบ พิสูจน์ตำแหน่งผู้นำตัวจริงในการสร้าง Experiential World-Class Destination ปักหมุดประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างสง่างาม

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยความสำเร็จของงานเคานต์ดาวน์ว่า “มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ฉลองที่สุดของไทยและที่สุดของโลก นำ Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM สู่เวทีเคานต์ดาวน์ Top 5 ของโลกได้สำเร็จและเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้นักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 26% ของปีก่อนหน้า กระจายเม็ดเงินมหาศาลสู่ระบบเศรษฐกิจไทยมูลค่ากว่า 62,000 ล้านบาท โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวทุกระดับ โดยอ้างอิงตามสถิติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เห็นได้จากการเติบโตของธุรกิจสองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยอดการเข้าพักโรงแรม ธุรกิจร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบว่ามียอดจองเต็ม 95-100%  ทราฟฟิกทางเรือเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว สร้างรายได้ให้ธุรกิจและชุมชนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของชุมชนโดยรอบอย่างครอบคลุม

“ไอคอนสยาม ภาคภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญในการนำพาประเทศไทยชนะใจคนทั้งโลกอย่างสง่างาม โดยเป็นตัวแทนประเทศไทยส่งงานเคานต์ดาวน์ ยืนหนึ่งครองใจคนทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เชิดชูความเป็นไทยสู่สากล โดยการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากตลอดการจัดงาน 3 วัน 3 คืน มียอดผู้ร่วมงานมากกว่า 1,000,000 คน มียอดผู้ชมทั่วโลกจากช่องทางต่างๆกว่า 100 ล้านวิวจากทั่วทุกมุมโลก

ส่งผลให้แฮชแท็ก #AmazingThailandCountdown2025 ขึ้นเทรนด์ X เป็นอันดับ 1 ตลอดช่วงจัดงาน ในระยะเวลา 3 วัน ส่งประเทศไทยสู่เวทีเคานต์ดาวน์ระดับโลกสำเร็จเกินความคาดหมายในทุกมิติ”  นายสุพจน์กล่าว

นายสุพจน์กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ไอคอนสยาม  ได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตัวจริงในการสร้าง Experiential World-Class Destination ปักหมุดประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างสง่างาม โดยยึด 3 กลยุทธ์หลัก  

ที่หนึ่งในใจผู้คน  : Amazing Thailand Countdown 2025 ที่ไอคอนสยาม เกิดขึ้นจากการทุ่มทุน และสรรพกำลัง เพื่อสร้างมหาปรากฏการณ์ โดยความร่วมมือกับกองทัพศิลปินไทยและศิลปินระดับโลก และพันธมิตรชั้นนำ เชื่อมโยงหัวใจคนไทยและสายตานานาชาติ ส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลง และความสว่างไสวจากพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำคืนอันงดงามนี้กลายเป็นความทรงจำของผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก ทำให้คนไทยก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความภาคภูมิใจ ว่าประเทศเราไม่เป็นที่สองรองใคร  การเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่นี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านจอไทม์สแควร์ ใจกลางมหานครนิวยอร์ก  และอีกกว่า 50 ล้านคนที่ชมผ่านการถ่ายทอดสดไปทั่วทุกมุมโลก กว่า 20 ช่องทาง รวมถึง CNN, BBC, AP, AFP, Reuters, CNBC, ABC,CCTV, South China Morning Post, MBN TV  และ Live Streaming  ทำให้มียอดวิวผ่านสื่อออนไลน์กว่า 100 ล้านวิว จากทุกแพลตฟอร์ม กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียติดอันดับโลก เป็นที่กล่าวขวัญและสร้างความประทับใจสูงสุดแก่ผู้คนที่ร่วมชมจากทุกช่องทางทั่วโลก

ที่หนึ่งในใจของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ : ความสำเร็จจากการจัดงานเคานต์ดาวน์ครั้งนี้ นอกจากจำนวนผู้ร่วมงานที่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 1,000,000 คน ยังส่งผลให้ร้านค้า-คู่ค้า-พันธมิตรทางธุรกิจ ภายในไอคอนสยาม มียอดขายในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมากกว่า 35% ขณะเดียวกัน ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจชุมชนและผู้ประกอบการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวในทุกระดับ  นับเป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำในการสร้าง Experiential World-Class Destination ที่ก้าวไปไกลกว่าธุรกิจรีเทล  เสริมเศรษฐกิจทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาในประเทศไทยตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ได้อย่างสง่างาม

ที่หนึ่งของโลก  :  ปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2025 ไอคอนสยาม ได้สร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้คนไทยและประเทศไทย ก้าวสู่หนึ่งใน Top 5 Countdown Destinations ของโลก นับเป็นการปักหมุดประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ง 

สำหรับการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ครั้งนี้ สำเร็จได้ดียิ่งด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร  รวมถึงองค์กรชั้นนำ ได้แก่ สภาหอการค้าไทย, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จํากัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, Dentiste’ Thailand, บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน), แกร็บ ไทยแลนด์, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท เออีซี อินโนเวชั่น คอส จำกัด, บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด, โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก ปิยะเวท, บริษัท มีเดีย แอดดิคท์ จํากัด, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดส์ บีเอ็นบี จำกัด, สยาม ทาคาชิมายะ, เมืองสุขสยาม, กรมเจ้าท่า, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, สมาคมเรือไทย, ธุรกิจโรงแรม และชุมชนโดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ร่วมแรงร่วมใจจนงานประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

งาน Amazing Thailand Countdown 2025 ณ ไอคอนสยามที่จัดเสร็จสิ้นไปในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของไอคอนสยาม ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทย และพลังความร่วมมือของพันธมิตรภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ พร้อมสร้างชื่อเสียงภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไปสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก และปักหมุดประเทศไทยให้เป็น Global Destination หนึ่งในประเทศที่ผู้คนทั่วโลกต้องมาเยือนตลอดไป

อีสาน ม่วนซื่น ‘โก โฮลเซลล์’ สยายปีก เปิดสาขาที่ 11 จ.อุดรธานี

อีสาน ม่วนซื่น ‘โก โฮลเซลล์’ สยายปีก เปิดสาขาที่ 11 จ.อุดรธานี

อีสาน ม่วนซื่น ‘โก โฮลเซลล์’ สยายปีก เปิดสาขาที่ 11 จ.อุดรธานี

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.10 น.

17 มกราคมนี้ “โก โฮลเซลล์” (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเปิดสาขาใหม่ล่าสุด “อุดรธานี” ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 11 และเป็นสาขาแรกในภาคอีสาน ดินแดนที่เต็มไปด้วยธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจในกลุ่มโฮเรก้า ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ซึ่งมีความต้องการวัตถุดิบอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อการจำหน่าย และรองรับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่เป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของภาคอีสาน งานนี้นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการตั้งตารอแล้ว ชาวไร่ชาวสวนในพื้นที่ยังดีใจสุดๆ เพราะ โก โฮลเซลล์ รับซื้อผลิตผลการเกษตร สร้างช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นให้กลุ่มพี่น้องเกษตรกรชาวอุดรธานี เน้นย้ำถึงคุณภาพความปลอดภัยในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงมีโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม แบบจัดเต็ม ที่พลาดไม่ได้ สำหรับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง                      

ช่วงเช้า 17 มกราคม จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปเลือกซื้อสินค้า ส่วนวันทำการปกติ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.

‘ปุณศิรา เธียรวร’ บุกเบิกแอปฯ ScolioBuddy ตรวจคัดกรองโรคกระดูกสันหลังคด หวังช่วยผู้ป่วยกว่า 1-2 ล้านคนทั่วประเทศ

'ปุณศิรา เธียรวร' บุกเบิกแอปฯ ScolioBuddy ตรวจคัดกรองโรคกระดูกสันหลังคด หวังช่วยผู้ป่วยกว่า 1-2 ล้านคนทั่วประเทศ

‘ปุณศิรา เธียรวร’ บุกเบิกแอปฯ ScolioBuddy ตรวจคัดกรองโรคกระดูกสันหลังคด หวังช่วยผู้ป่วยกว่า 1-2 ล้านคนทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.06 น.

‘ปุณศิรา เธียรวร’ บุกเบิกแอปฯ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy) ตรวจคัดกรองโรคกระดูกสันหลังคด หวังช่วยผู้ป่วยกว่า 1-2 ล้านคนทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ – ปุณศิรา (เอฎา) เธียรวร (Phoonseeraah (Ada) Tieanworn)  นักเรียนไทยจากโรงเรียนโชต โรสแมรี่ ฮอลล์ (Choate Rosemary Hall) รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ได้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมกลับมาจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพที่สำคัญแก่เยาวชนไทย โดยเอฎาได้นำทีมจัดกิจกรรมให้ความรู้ถึง 9 โรงเรียนทั่วกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมนักเรียนกว่า 900 คน พร้อมแนะนำแอปพลิเคชัน “สโคลิโอบัดดี้” (ScolioBuddy) ที่ให้บริการฟรี

เนื่องจากในต้นปี พ.ศ. 2568 เอฎาได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ CRC Coalition Thailand ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมและดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNCRC) เอฎาได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการของ UNCRC ที่ระบุว่าเด็กและเยาวชนทุกคนควรได้รับการพิจารณาเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดเป็นลำดับแรก นอกจากที่เอฎาสอน “เกมการยินยอม” ให้กับเด็กประมาณ 700 คนใน 7 โรงเรียน ซึ่งส่งเสริมความปลอดภัยทางกายและใจของเด็กผ่านการเล่นเกมเน้นให้คิดวิเคราะห์ สังเกตแล้ว เอฎายังได้เป็นผู้นำในการจัดการอบรมแนะนำแอปพลิเคชัน ScolioBuddy และสอนท่าออกกำลังกายสำหรับหลัง เพื่อสนับสนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กใน 9 โรงเรียนอีกด้วย

จากข้อมูลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า โรคกระดูกสันหลังคดพบได้ถึงร้อยละ 2-3 ของประชากรไทย แต่ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย แอปพลิเคชันนวัตกรรมใหม่นี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมทั้งติดตามและจัดการอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง มีนักกายภาพบำบัดร่วมสาธิตการตรวจกระดูกสันหลังด้วยแอปพลิเคชัน พร้อมแนะนำท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง “เป้าหมายของเราคือการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง โดยหวังว่านักเรียนจะนำความรู้เหล่านี้ไปแบ่งปันกับครอบครัว เพื่อน และชุมชนของพวกเขา” เอฎากล่าว

จากโรงพยาบาลศิริราชสู่โรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ

แอปฯ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy) ‘ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการแพทย์ไทย

ความสำเร็จของแอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)  เริ่มต้นจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคกระดูกสันหลังคดโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567  ณ ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ศิริราช เอช โซลูชันส์ ภายในไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับโรคกระดูกสันหลังคด โดยมีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง นักกายภาพบำบัด และบุคลากรทางการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอคุณสมบัติของแอปพลิเคชัน ในงานดังกล่าว เอฎาได้สาธิตความสามารถของแอปพลิเคชันในการวัดความโค้งของกระดูกสันหลังและการติดตามการเปลี่ยนแปลงอาการตามระยะเวลาต่างๆ ที่ต้องการจะบันทึก  นอกจากนี้ยังมีนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัดสุวรรณและโรงเรียนวัดอินทารามเข้าร่วมงานหลายร้อยคน ซึ่งทุกคนได้ทั้งความสนุกและความรู้จากกิจกรรม

จากความสำเร็จดังกล่าว เอฎาได้ขยายการเข้าถึงแอปพลิเคชันไปยังโรงเรียนต่างๆ สร้างความหวังให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครองและครู “เป้าหมายของเราคือการทำให้การดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ในชีวิตประจำวัน” เธอกล่าว “การตรวจพบแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และจะช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้  ด้วยแอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  จะเสริมพลังให้เยาวชนและผู้สนใจทุกคนได้ดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังได้ด้วยตนเอง”

เอฎาบุกตามโรงเรียน มอบความรู้ และเครื่องมือสู้โรคกระดูกสันหลังคด

ในช่วงปิดเทอม  เอฎาได้ใช้โอกาสที่อยู่ในไทยนี้ เยี่ยมโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังคด ที่โรงเรียนวัดบุคคโลและโรงเรียนวัดมงคลวราราม เอฎาได้สื่อสารกับนักเรียนด้วยข้อความที่ทรงพลัง: โรคกระดูกสันหลังคดมักเริ่มต้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น แต่การสังเกตและตระหนักรู้แต่เนิ่นๆ สามารถสร้างความแตกต่างได้มาก “เอฎาต้องการให้แม้แต่นักเรียนที่อายุน้อยที่สุดเข้าใจถึงความสำคัญของการยืน เดิน นั่ง ด้วยท่าทางที่ถูกต้อง และการเฝ้าระวังกระดูกสันหลังของตนเอง โดยมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการดำเนินการแต่เนิ่นๆ” เอฎากล่าว

ที่โรงเรียนวัดนาคนิมิตร การนำเสนอมุ่งเน้นไปที่การป้องกัน นักเรียนได้ฝึกท่าออกกำลังกายตามคำแนะนำของแอปพลิเคชัน เรียนรู้เทคนิคการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกสันหลัง “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการตรวจพบ แต่เป็นการเสริมพลังให้นักเรียนจัดการสุขภาพของตนเองอย่างกระตือรือร้น” เอฎาอธิบาย

ที่โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคมและโรงเรียนวัดไทร  เธอได้พูดคุยกับนักเรียนชั้น ม.1-6 ถึงความสำคัญของการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ และการติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ “วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับโรคกระดูกสันหลังคด เพราะเป็นช่วงที่อาการของโรคอาจพัฒนาได้มากที่สุด” เอฎาอธิบาย “ยิ่งเริ่มเฝ้าระวังและดูแลอาการได้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่เอฎามุ่งมั่นที่จะทำให้แอปพลิเคชันนี้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน”

ประสบการณ์ส่วนตัวของเอฎากับโรคกระดูกสันหลังคดผลักดันให้เธอมุ่งมั่นทำให้การดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังเข้าถึงได้มากขึ้น “ดิฉันเข้าใจความรู้สึกท้อแท้กังวลของการไม่มีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจและจัดการอาการตั้งแต่แรก” เธอเล่าระหว่างเยี่ยมโรงเรียน “สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมช่องว่างนี้ ทำให้ทุกคนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมีฐานะทางการเงิน หรือ พื้นฐานครอบครัวแบบใดก็ตาม”

ลดช่องว่างของการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)’ สร้างความเท่าเทียมกันในระบบสาธารณสุข

นอกจากการให้ความรู้ ภารกิจของเอฎายังมุ่งแก้ไขอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่โรงเรียนวัดประเสริฐสุทธาวาสและโรงเรียนแจงร้อนวิทยา การนำเสนอของเอฎาเน้นถึงผลกระทบของโรคกระดูกสันหลังคดต่อสังคม โดยชี้ให้เห็นความท้าทายที่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยต้องเผชิญในการเข้าถึงการรักษาปัญหากระดูกสันหลัง

“การให้บริการแอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นการให้คำมั่นสัญญาเรื่องความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ” เอฎากล่าว นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังรองรับหลายภาษา สะท้อนถึงความตั้งใจของเอฎาที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เอฎาพาแอปฯ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)’ ขยายโอกาสสู่เด็กพิเศษ ที่งานวิ่งการกุศล Run Together for Autism

เอฎาได้รับเชิญให้นำแอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)เข้าไปแนะนำ และตรวจวัดสุขภาพหลังผู้มาร่วมงานรวมทั้งเด็กพิเศษในงานวิ่งการกุศล  Run Together for Autism ที่จัดโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Beyond the Spectrum ซึ่งเป็นงานเพื่อส่งเสริมการยอมรับและเข้าใจบุคคลที่มีอาการออทิสติก งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง โดยมีเด็กออทิสติกและครอบครัว และมีผู้สนใจมากมาย มาร่วมงานนับพันคน

ในการนำเสนอ เอฎาได้แนะนำความสามารถของแอปพลิเคชันแก่ผู้เข้าร่วมงาน เน้นย้ำว่าฟีเจอร์ต่างๆ สามารถช่วยให้ทุกคนดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงที่ง่ายดาย โดยแอปพลิเคชันรองรับ 6 ภาษาและให้บริการฟรี

“สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)เป็นมากกว่าแค่แอปพลิเคชัน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนควบคุมดูแลสุขภาพของตัวเองได้” เอฎาอธิบายระหว่างการนำเสนอ “ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีกับการศึกษา เรากำลังทำลายกำแพงที่ขวางกั้นการเข้าถึงการดูแลรักษาโรคกระดูกสันหลังคด และทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะมาจากพื้นฐานครอบครัว หรือฐานะทางการเงินแบบใดก็ตาม”

ผู้เข้าร่วมงานต่างชื่นชมศักยภาพของแอปพลิเคชัน โดยผู้ปกครองท่านหนึ่งกล่าวว่า “นี่คือนวัตกรรมที่เราต้องการในยุคสมัยนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยลดช่องว่างในสังคมในการเข้าถึงอุปกรณ์ตรวจสุขภาพและเสริมพลังให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้ แม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม”

เสียงตอบรับท่วมท้น นักเรียน-ครูชื่นชมแอปฯ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)’

มีเสียงชื่นชมจากครูและนักเรียนท่วมท้น หลายคนแสดงความตื่นเต้นที่จะสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย ด้านคณะครูก็แสดงความชื่นชมถึงศักยภาพของแอปพลิเคชันในการสอนให้นักเรียนดูแลตัวเองและทำให้ตรวจพบอาการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และครู และพยาบาลประจำโรงเรียนยังสามารถจดบันทึกค่าความคดของเด็กๆ ได้หลายคนจากโทรศัพท์เครื่องเดียว

“ดิฉันเห็นว่าแอปพลิเคชันนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตนักเรียนหลายคนที่อาจไม่มีโอกาสเข้าถึงการดูแลสุขภาพ” ครูท่านหนึ่งจากโรงเรียนวัดมงคลวรารามกล่าว “การที่มันใช้งานได้ฟรีและใช้งานได้หลายภาษา เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก เพราะทำให้คนหลายชาติหลายภาษา สามารถใช้แอปฯนี้ได้จากที่ต่างๆทั่วทุกมุมโลก”

เอฎาแสดงความขอบคุณต่อโอกาสที่โรงเรียนต่างๆจัดให้ได้พบปะกับนักเรียนจำนวนมาก “เอฎารู้สึกซาบซึ้งใจมากที่โรงเรียนต่างๆ เปิดโอกาสให้ได้พูดคุยกับนักเรียน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเอฎาตั้งตารอที่จะเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้และมอบเครื่องมือสำหรับการดูแลรักษาโรคกระดูกสันหลังคดต่อไป”

สองพี่น้องร่วมพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ น้องทัท‘ สร้างอุปกรณ์เสริมด้วยเทคโนโลยี 3D

หนึ่งในความพิเศษของโครงการนี้คือการมีส่วนร่วมของ ชญตว์ (ทัท) เธียรวร น้องชายของเอฎา ที่ได้ออกแบบและผลิตที่จับโทรศัพท์พิเศษด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อนำมาใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน ในวัยเพียง 11 ปีในขณะนั้น นวัตกรรมที่น้องทัทคิดค้นนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้แอปฯ วัดความโค้งของกระดูกสันหลังได้อย่างแม่นยำขึ้น

“ความทุ่มเทและพรสวรรค์ของน้องทัทมีส่วนสำคัญมาก ในการทำให้แอปฯนี้ ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เอฎากล่าวถึงผลงานของน้องชายด้วยความภาคภูมิใจ “การมีส่วนร่วมของน้องทัทในโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า เยาวชนไทยแม้จะอายุยังน้อยนิด ก็สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความหมายและสร้างผลกระทบที่แท้จริงได้”

ขยายขอบเขตสู่อาเซียน แอปฯ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)’ เข้าถึงทุกกลุ่มวัย จากโรงเรียนสู่วัด

การนำแอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy) เข้าสู่โรงเรียนต่างๆ ของเอฎาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจใหญ่ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังคดให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปัจจุบัน โรงพยาบาลศิริราชได้นำแอปพลิเคชันนี้ไปใช้แล้ว และกำลังจะมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับโรคกระดูกสันหลังคดทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

ที่น่าสนใจคือ แอปพลิเคชันนี้ยังถูกนำไปใช้ในวัดที่จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้กระดูกสันหลังโค้งไปด้านใดด้านหนึ่ง การสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน

การที่ทั้งโรงพยาบาลศิริราชและวัดต่างๆ นำแอปพลิเคชันไปใช้ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในการใช้งาน จากวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม แอปพลิเคชันสโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในทุกช่วงวัย

ปิดท้ายความสำเร็จ สโคลิโอบัดดี้ (ScolioBuddy)’ จุดประกายการเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์ไทย

เมื่อการเดินสายให้ความรู้ตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศของเอฎาในช่วงปิดเทอมรอบนี้ใกล้สิ้นสุดลง เราเห็นผลกระทบในทางที่ดีได้ชัดเจน และเห็นพลังบวกเกิดขึ้นมากมาย  นักเรียน ผู้ปกครอง คุณครู และบุคคลทุกวัยที่ได้ลองใช้แอปพลิเคชัน รู้สึกมีพลังในการดูแลสุขภาพของตนเองและชื่นชอบการเข้าถึงที่ง่ายดายของแอปพลิเคชัน และชุมชนเริ่มมองการดูแลรักษาโรคกระดูกสันหลังคดในมุมมองใหม่

“ผลตอบรับที่ดีมากจากโรงเรียนต่างๆ สร้างกำลังใจให้เอฎามาก” เอฎากล่าว “เอฎามุ่งมั่นมากขึ้นที่จะผลักดันต่อไป เพื่อให้การดูแลรักษาโรคกระดูกสันหลังคดเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะมีพื้นฐาน

-(016)

เริ่มแล้ว! งาน ‘อว. For Kids’ รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 68 คึกคัก

เริ่มแล้ว! งาน 'อว. For Kids' รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 68 คึกคัก

เริ่มแล้ว! งาน ‘อว. For Kids’ รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 68 คึกคัก

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

งาน “อว. For Kids” รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 68 เริ่มแล้วคึกคัก เด็กเข้าร่วมงานล้นหลาม ต่อคิวนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวง อว.แน่น “ศุภมาส“ ปลื้มนำน้องๆ เดินชมบูธและเข้าร่วมกิจกรรมวิทยาศาสตร์พร้อมจัดเต็มของรางวัลกว่า 100,000 ชิ้น เพื่อส่งมอบความสุข จุดประกายความฝันเพื่ออนาคตของชาติ ด้าน “น้องยูกิ” ด.ญ.ปรีชญา ลาภพิทักษ์พงษ์ ร.ร.พญาไท ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวง อว.เป็นคนแรกเผยตื่นเต้น ถ้าได้เป็นรัฐมนตรีจริง ๆ คงงานเยอะมาก

10 มกราคม 2568 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “อว. For Kids” รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ภายใต้สโลแกน “มาเปิดโลกการเรียนรู้ ก้าวสู่อนาคตด้วยกัน” ที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 กระทรวง อว. ถนนโยธี โดยมี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม  หัวหน้าผู้ราชการกระทรวง อว. รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิ จัยและนวัตกรรม รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวง อว. นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว.  และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วมอย่างอย่างคับคั่ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ อาทิ โรงเรียนพญาไท โรงเรียนสวนมิสกวัน รวมถึงเด็ก ๆ และเยาวชนชนที่เดินทางมาเที่ยวชมงานพร้อมกับผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก โดยมีบูธกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุกมากมาย ซึ่งกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ทั้งในและนอกอาคารของกระทรวง อว.

เมื่อ น.ส.ศุภมาส มาถึงก็ได้สักการะพระบรมรูป ร.4 เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นกิจกรรมฯ จากนั้นได้นำทีมคณะผู้บริหารมายังเวทีกลาง และร่วมชมโขน ซึ่งแสดงโดยน้องๆ เยาวชนจากโขนเด็กสถาบันเอกชนการละคร พร้อมมอบของรางวัลให้กับตัวแทนน้องๆ จากโรงเรียนพญาไทและโรงเรียนสวนมิสกวัน นอกจากนี้ ยังมีขบวนเหล่ากองทัพมาสคอตของหน่วยงานในกระทรวง อว. มาสร้างสีสัน เรียกเสียงฮือฮาจากน้องๆ ได้เป็นอย่างมาก

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า งาน “อว. For Kids” รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เป็นกิจกรรมที่ อว.ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้เด็ก ๆ และเยาวชน เข้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมที่จะสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ได้คิดค้น ทดลอง ผ่านกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่สนุกสนานมากมาย โดยมี 22 หน่วยงานมาร่วมจัดกิจกรรม รวมถึงมีผู้ใหญ่ใจดีทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนของขวัญและของรางวัลมามอบให้น้อง ๆ กว่า 100,000 ชิ้น เพื่อสร้างความสุข ความทรงจำที่มีคุณค่าและต่อเติมความฝันให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของชาติ  โดยงานจะจัดถึงวันที่ 11 ม.ค.นี้

จากนั้น รมว.อว. ได้นำน้อง ๆ เยาวชนที่มาร่วมงานเดินชมบูธและเข้าร่วมกิจกรรมที่แบ่งเป็นสถานีต่าง ๆ ตั้งแต่ SRI for All (Kids) สนุก Kids วิทยาศาสตร์ PMU-B เด็กวิทย์ช่างฝัน ปั้นจินตนาการร่วมสร้างอนาคตไทย พร้อมแจกของขวัญให้กับน้อง ๆ เช่น ตุ๊กตา จักรยาน รถบังคับ และของเล่นทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมในงาน ไฮไลต์พิเศษที่เรียกความสนใจจากน้องๆ ได้อย่างล้นหลามคือ ขบวนพาเหรดหุ่นยนต์ ที่มีทั้งหุ่นยนต์กู้ภัยปี 2024, หุ่นยนต์น้องดาวเหนือ, หุ่นยนต์กู้ภัยจิ๋ว RMRC, หุ่นยนต์ Dubot, หุ่นยนต์ MakeX และ Unitree Go2 ที่ตบเท้ากันมาให้ความสนุกกับน้องๆ อย่างเต็มที่ ที่สำคัญยังมีตู้คีบมนุษย์ เครื่องเล่นสุดท้าทาย ที่น้องๆ จะต้องเอาตัวเข้าไปคีบของขวัญและของรางวัลด้วยตัวเอง เรียกว่าได้ลุ้นและออกแรงไปพร้อมกัน ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เรียกเสียงเชียร์ได้ตลอด และที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ ก็คือการเปิดห้องทำงานของ น.ส.ศุภมาส ที่ใจดีเปิดห้องทำงานของรัฐมนตรี เพื่อให้น้อง ๆ และผู้ปกครองได้เข้าไปถ่ายรูปกับโต๊ะทำงานของรัฐมนตรี มีน้อง ๆ และผู้ปกครองเข้ามาเยี่ยมชมและถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสาย โดย ด.ญ.ปรีชญา ลาภพิทักษ์พงษ์ หรือน้องยูกิ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพญาไทเป็นคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ได้บอกความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก คิดว่าถ้าได้เป็นรัฐมนตรีจริง ๆ คงงานเยอะมาก เพราะน่าจะมีเอกสารให้เซ็นหลายเรื่อง แต่อาชีพที่อยากเป็นในอนาคตคือโปรแกรมเกมเมอร์ เพราะชอบเล่นเกม จึงอยากสร้างเกมเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งมีน้อง ๆ ต่อคิวร่วมสนุกทุกบูธ ทั้งนี้ งาน “อว. For Kids” ปีนี้ นอกจากจัดที่กระทรวง อว. โยธี ในวันที่ 10 – 11 มกราคมแล้ว ในวันที่ 11 ม.ค. ยังมีจัดที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ และที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในต่างจังหวัดทั่วประเทศก็มีสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในกระทรวง อว. ร่วมจัดงาน เพื่อมอบความสุขและความสนุกให้กับเด็ก ๆ ทั่วประเทศ ในทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง

-(016)

รพ. จักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital ผู้นำด้านการดูแลรักษาดวงตา รพ.เฉพาะทางตาแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI

รพ. จักษุกรุงเทพ  Bangkok Eye Hospital ผู้นำด้านการดูแลรักษาดวงตา รพ.เฉพาะทางตาแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI

รพ. จักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital ผู้นำด้านการดูแลรักษาดวงตา รพ.เฉพาะทางตาแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.02 น.

โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (BANGKOK EYE HOSPITAL) มุ่งมั่นให้บริการและรักษาดูแลสุขภาพดวงตาครบทุกด้าน ด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ผสานเทคโนโลยี AI ทันสมัยเข้ากับการให้บริการทางการแพทย์ ตามแนวคิด “SMART EYE HOSPITAL” ภายใต้การบริหารงานโดย “รองศาสตราจารย์นายแพทย์อนันต์ วงศ์ทองศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ  ที่มีนโยบายยึดถือความปลอดภัยและมาตรฐานของกระบวนการการรักษาคนไข้มาเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยี AI ที่ช่วยดูแลคนไข้ให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้รับการรับรองจากสถาบัน AACI ประเทศสหรัฐอเมริกาให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางดวงตาแห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่ได้มาตรฐานการบริการทางการแพทย์ในระดับสากล

AACI (American Accreditation Commission International) เป็นระบบรับรองคุณภาพตาม มาตรฐานสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นมาตรฐานสากลหนึ่งเดียวในโลกที่รับรองได้ทั้ง INTERNATIONAL HEALTH CARE STANDARD และ ISO มีส่วนช่วยในการยกระดับคุณภาพขององค์กรสถานประกอบการด้านสุขภาพ สถานที่ให้บริการ รวมทั้งด้านความปลอดภัยของผู้เข้าใช้บริการ การรักษาที่ถูกต้อง มีกระบวนการชัดเจน มาตรฐานห้องผ่าตัด เครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์ พยาบาล พนักงาน ฯลฯ) ไปจนถึงส่วนของการให้บริการ ทั้งการให้คำแนะนำและคำปรึกษา การรักษา การจ่ายยา การดูแลหรือการติดตามผลหลังการรักษา ซึ่งมีขั้นตอนที่ถูกต้องและบริการอย่างเป็นมืออาชีพ 

-การบริการของโรงพยาบาลมีอะไรบ้าง?

โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ – ศูนย์เลสิก LASER VOSION มีการให้บริการทั้งการผ่าตัดรักษาสายตาสั้น ยาว เอียง (LASIK) ทุกรูปแบบทั้งการผ่าตัดแบบแผลเล็กพลังงานต่ำระดับนาโนจูลย์ (NanoRelex) และการผ่าตัดแผลเล็กความเร็วสูง 8 วินาที (SMILE Pro) แห่งเดียวในประเทศไทย และยังมีบริการผ่าตัดรักษาภาวะต้อกระจกแบบไร้ใบมีด พลังงานต่ำ ทำให้ผู้เข้ารับบริการฟื้นคืนการมองเห็นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี AI  เข้ามาช่วยจักษุแพทย์ในการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำยิ่งขึ้น รวดเร็วและใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยลง โดยมีผู้เข้ารับการรักษามาแล้วกว่า 100,000 ตา 

-มีแนวทางบริหารจัดการโรงพยาบาลไว้อย่างไรบ้าง?

คนไข้ที่เข้ารับการรักษามีความหลากหลาย ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 1 ขวบ  – 50 ปี โรคทางตาก็มากขึ้น จากแต่ก่อนมีจักษุแพทย์ 5 – 6 ท่าน ปัจจุบันมีจักษุแพทย์กว่า 40 ท่าน  และทุกสเปเชียลลิสต์ การบริหารจัดการทางด้านการแพทย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่คัดเลือกแพทย์ที่มีคุณวุฒิ มีประสบการณ์ในการรักษา  ด้านของบุคลากรทางแพทย์อื่นๆ แพทย์เทคนิเชียน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยแพทย์ ทีมดูแลผู้รับบริการ ต้องเป็นทีมเวิร์ค มีคุณภาพ ประสบการณ์ ฝ่ายแบคอัพอย่าง ผู้ช่วยเภสัชกร การเงิน ก็มีความสําคัญ รวมทั้งการบริการที่ดีจากพนักงาน เพื่อดูแลคนไข้ให้ได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้น โดยรพ.จักษุกรุงเทพมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาคุณภาพการให้บริการ  และรักษามาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด ครอบคลุมทุกปัญหาดวงตา และมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยี และเทคนิคการรักษาดวงตาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำวิสัยทัศน์เพื่อก้าวไปสู่อันดับ 1 ของโรงพยาบาลเฉพาะทางตาแบบครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)

-วางเป้าหมายของปี 2568 กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไว้อย่างไรบ้าง?  

ในปีหน้ามุ่งเสริมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านดวงตาที่มีประสบการณ์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการรักษามากขึ้น โดยวางแผนใช้งบประมาณ  30 – 40 ล้านบาท ซื้ออุปกรณ์การตรวจรักษาและเครื่องเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดในไทย เข้ามาเสริมเพิ่มอีก ส่วนเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะมีเพิ่มการเจาะเลือดตรวจพันธุกรรม ไม่เฉพาะโรคด้านตาอย่างเดียว  อาจเป็นโรคที่เกี่ยวข้องทางตา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน เพราะว่าเป็นโรคที่สะท้อนมาที่ดวงตาได้ เริ่มในปี 2568 นี้  

-อยากให้อาจารย์แนะนําโรคตาของคนไทย ไม่ควรมองข้าม อย่างที่พูดถึง เบาหวาน ความดัน ส่งผลกระทบไปที่ตา อยากให้ช่วยแนะนําหน่อยจะได้เฝ้าระวังกัน

โดยเฉพาะผู้สูงอายุต้องระวังมากๆ คือ โรคต้อหิน บางครั้งตัวเองอาจไม่ค่อยรู้ตัวว่าเริ่มเป็น เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจตาประจําปี  เพราะโรคต้อกระจก เป็นโรคที่รักษาง่าย แล้วรักษาแล้วหายขาด มองเห็นใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน สายตาก็จะค่อยๆ มัวลงๆ การใช้ชีวิตอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โรคที่2 ที่อยากจะพูดถึงคือ เดี๋ยวนี้คนเป็นโรคเบาหวานเยอะ พอรู้ว่าเป็นเบาหวานแพทย์ก็จะส่งให้จักษุแพทย์ช่วยดูแล  ควรต้องดูแลดวงตาด้วยนะครับ โรคเบาหวาน ถ้าป้องกันรักษาเนิ่นๆ ถ้าคุมเบาหวานได้ดีดวงตาก็จะมีปัญหาน้อย ถ้าคุมไม่ดีแล้วตาเริ่มมีปัญหาก็มีวิธีรักษา อาจจะเริ่มต้นด้วยการยิงเลเซอร์ สกัดความผันผวนของเส้นเลือดก่อน ถ้าไม่เส้นเลือดดีๆอาจเกิดเลือดออกในตา ถ้ามีเลือดออกในตาแล้วไม่รุนแรง ก็ยังสามารถที่จะผ่าตัดโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจอประสาทตา รักษาเลือดที่ออกอยู่ในตาก็กลับมามองเห็นได้  ถ้ารุนแรงจนเป็นพังผืด และดึงให้จอประสาทมันเริ่มเสียหายจะรักษายากขึ้น 

-เรื่องของการตรวจตาควรให้ความสำคัญเรื่องการตรวจสุขภาพดวงตาอย่างไรบ้าง? 

สําคัญครับ  ปัจจุบันทุกหน่วยงาน หรือประกันสังคม ให้ความสําคัญในเรื่องการตรวจสุขภาพดวงตา  อย่างประกันสังคม มีให้ตรวจตาฟรี ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยที่สุดอายุ 40 ปีขึ้น  ควรตรวจปีละ 1 ครั้งดีที่สุด เพราะโรคต้อหินเริ่มมา ต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อมเริ่มมา ในวัย 40 สายตาเริ่มผิดปกติ  หลังจากตรวจประจําปีแล้ว ถ้าจักษุแพทย์ เห็นอะไรผิดปกติก็จะรักษาได้ไว ถ้ามีการเช็คบ่อยๆ การรักษาก็จะง่ายขึ้นด้วย