‘น้ำตาล-ฟิล์ม’ควงคู่ก๊วนเพื่อน’กระปุก-ไซซี-เอิร์น-โต๋-ไตเติ้ล-อาร์ม-กาย’ส่งท้ายซีรีส์ ‘Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก’

https://www.naewna.com/entertain/851436

'น้ำตาล-ฟิล์ม'ควงคู่ก๊วนเพื่อน'กระปุก-ไซซี-เอิร์น-โต๋-ไตเติ้ล-อาร์ม-กาย'ส่งท้ายซีรีส์ 'Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก'

‘น้ำตาล-ฟิล์ม’ควงคู่ก๊วนเพื่อน’กระปุก-ไซซี-เอิร์น-โต๋-ไตเติ้ล-อาร์ม-กาย’ส่งท้ายซีรีส์ ‘Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก’

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.20 น.

จบลงไปด้วยความประทับใจ กวาดทุกโมเมนต์หวานละมุนใจสุดๆ สำหรับงาน Pluto Final EP. Fan Meeting” ที่แฟนๆ มารวมตัวกันแน่นโรงภาพยนตร์ จับจองบัตร Sold Out ไปอย่างรวดเร็ว เพื่อดูตอนจบซีรีส์กระแสปังPluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ความรักทำให้เรา โคจรมาเจอกัน จาก GMMTV”คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ที่ได้รับกระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง ขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1”และอันดับอื่นๆ ทั้งในไทยและอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก ตั้งแต่อีพีแรก ร่วมดูซีรีส์พร้อมกับเหล่านักแสดงทั้ง 9 คน ได้แก่ “น้ำตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดมฟิล์ม-รชานันท์ มหาวรรณ์,กระปุก-พลอยนิรา หิรัญทวีศิลป์,ไซซี-รัตท์ริชา ประภากิติเอิร์น-ปรียาภัทย์ หล่อสุวรรณศิริ,โต๋-ทินพันธ์ ตันตุ้ยไตเติ้ล-กีรติ พวงมาลี,อาร์ม-วีรยุทธ จันทร์สุขกาย-ศิวกร เลิศชูโชติ” และผู้กำกับฯ Snap25 Team”ซึ่งก็สาดความสนุก ความฟิน ครบรส ดัน #PlutoSeriesFinalEPติดเทรนด์ X อันดับ1”ประเทศไทย และอีกหลายพื้นที่ทั่วโลกท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น ณ ชั้น 6 สยามพารากอน โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย Paragon Cineplex เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

เริ่มความสุขด้วยSpecial Show สุดExclusive จาก2 นักแสดงสาวสวยมากความสามารถ “น้ำตาล-ฟิล์ม” ควงคู่ร้องเพลงประกอบซีรีส์ “เรื่องเล่าของเจ้าหญิง (A Princess Tale)”ปล่อยโมเมนต์หวานถ่ายทอดความรักที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค เหมือนเจ้าหญิงในนิยายของตัวแสดง “ไออุ่น” (รับบทโดย น้ำตาล) และ “เม” (รับบทโดย ฟิล์ม)ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ลั่นโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว ต่อด้วยโชว์เดี่ยวของ “น้ำตาล” ที่คว้าไมค์ร้องเพลง “นิยายเรื่องเธอ (Your Story)” และ“ฟิล์ม”โชว์ร้องเพลง “รอนะ (Linger)”ก่อนจะกล่าวทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ จากนั้นพิธีกรอารมณ์ดี “ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์”ก็เชิญเหล่านักแสดง“กระปุก-ไซซี-เอิร์น-โต๋-ไตเติ้ล-อาร์ม-กาย”มาร่วมพูดคุยบนเวทีถึงความรู้สึก ความทุ่มเท และสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับเบื้องหลังการทำงานในซีรีส์เรื่องนี้แบบเจาะลึกรวมถึงกระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าชาวพุงโต(แฟนคลับ) นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความพิเศษเป็นเซอร์ไพร์สจาก “ฟิล์ม”ที่มอบให้แฟนๆ เป็นของขวัญปีใหม่นั่นก็คือการเล่นกีต้าร์ครั้งแรกต่อหน้าผู้คนที่ไม่ใช่เล่นในกล้อง สร้างความประทับใจให้แฟนๆ เป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งโชว์สุดพิเศษจาก “น้ำตาล-ฟิล์ม” ที่ได้ให้สัญญากับแฟนๆ ไว้ว่า ถ้างานPluto Final EP. Fan Meeting”บัตร Sold Out “น้ำตาล” จะเป่าแคน และ“ฟิล์ม” จะรำไหโชว์ วันนี้ทั้งคู่เลยจัดเต็มโชว์แฟนๆ จนต้องร้องว้าว ถ่ายคลิปกันรัวๆ และตามด้วยการเก็บภาพความประทับใจส่งท้ายร่วมกันกับเหล่านักแสดงทั้ง 9 คน พร้อมด้วย“เติ้ล-ตะวัน จารุจินดา” ตัวแทน Snap25 Team”ก่อนจะไปร่วมดูตอนจบซีรีส์ ลุ้นบทสรุปความสัมพันธ์ของทุกตัวแสดงไปพร้อมกัน และปิดฉากความฟินด้วยโชว์พิเศษจาก 5 สาว “น้ำตาล-ฟิล์ม-กระปุก-ไซซี-เอิร์น” จับไมค์ร้องเพลงประกอบซีรีส์ “พลูโต (Pluto)” เสิร์ฟโมเมนต์สุดละมุนและความซาบซึ้งใจให้แฟนๆ ได้นำกลับบ้านไปแบบเต็มอิ่ม พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่คอยซัพพอร์ต คอยดูแล และให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด งานนี้ทำเอาทุกคนน้ำตาซึมเลยทีเดียว

ติดตามความพิเศษและภาพความประทับใจทั้งหมดของงาน“Pluto Final EP. Fan Meeting” ได้ทางFacebook / Instagram / X / TikTok / YouTube / Weibo: GMMTVและสามารถรับชมซีรีส์ “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ครบทุกตอน ได้ทาง Viu

ร้อนฉ่าไฟลุก! ‘โม อมีนา’สวมเดรสแหวกสูงเพ้นท์เกร็ดงูรับปีมะเส็ง

https://www.naewna.com/entertain/851423

ร้อนฉ่าไฟลุก! 'โม อมีนา'สวมเดรสแหวกสูงเพ้นท์เกร็ดงูรับปีมะเส็ง

ร้อนฉ่าไฟลุก! ‘โม อมีนา’สวมเดรสแหวกสูงเพ้นท์เกร็ดงูรับปีมะเส็ง

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

เดินหน้าสาดความแซ่บต่อเนื่อง สำหรับ “โม อมีนา” ที่ล่าสุดได้แชะภาพโชว์หุ่นเพรียวบางและขาเรียวสวย ในชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสุดเซ็กซี่ ต้อนรับปีใหม่ ในชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสุดเซ็กซี่ สะบัดแปรงแต่งเป็นสาวป่า เพิ่มกิมมิคด้วยการเพ้นท์ลายงู พร้อมกับอวดหุ่นฟิตผอมบาง สวยสับ มองมุมไหนก็สวยทุกจุด

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

https://www.naewna.com/local/851618

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

‘ศุภมาส’ขู่ฟัน‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.05 น.

‘ศุภมาส’จ่อ​ฟัน​‘ม.สยาม’หากไม่ดำเนินคดี‘ผู้บริหารชาวจีน’จัดหลักสูตร‘อาสาตำรวจจีน’ภายใน 1-2 วัน สั่งทบทวนคุมจัดอบรม Non- degree

เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 7 มกราคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยามแถลงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดหลักสูตรอบรมอาสาตำรวจจีน ว่า เป็นไปตามที่ปรากฏในข่าวว่าทางมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นผู้บริหารคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นชาวจีนจัดอบรมเองโดยพลการ ไม่มีการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้น

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า หนึ่งในผู้เสียหายคือมหาวิทยาลัย จึงเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารท่านนี้ หลังจากมหาวิทยาลัยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่มีการเก็บเงิน แต่มีการใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ซึ่งผู้บริหารชาวจีนได้ร่วมจัดอบรมกับหน่วยงานเอกชนข้างนอก เก็บเงินผู้เข้าร่วมรายละ 38,000 บาท  กว่า 20 คน

“หากมหาวิทยาลัยไม่ไปแจ้งความร้องทุกข์ กระทรวง อว. ก็จะเข้าไปกำกับดูแลและดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัย ส่วนกรอบระยะเวลาไม่ได้มีกำหนดแต่มองว่ามหาวิทยาลัยควรเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่คาดว่า น่าจะใช้เวลาภายใน1-2 วัน เพราะไม่มีสาเหตุอะไรที่ต้องรอ สังคมรอคำตอบอยู่” น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ส่วนตัวได้มีการสอบถามกับมหาวิทยาลัย ถึงความเป็นไปได้ที่ไม่ทราบเรื่องการจัดอบรมดังกล่าว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ชี้แจงว่า การจัดอบรมเพิ่งมีแค่ครั้งเดียว และมีคนเข้าร่วมน้อย ไม่ได้ผ่านกระบวนการของมหาวิทยาลัย จึงต้องรอดูต่อไปว่ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าทุกข์จะไปแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ รวมถึงต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัยของผู้บริหารจีนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการหักเงินเดือน ตัดเงิน ตักเตือนหรือไปจนถึงการไล่ออก

ทั้งนี้ ในอดีตหลักสูตรการจัดอบรมและให้ใบประกาศนียบัตร หรือเรียกว่า Non-degree หรือหลักสูตรที่ไม่ได้รับปริญญา ซึ่งหลักสูตรอบรมดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในหลักสูตร Non-degree ซึ่งไม่มีระเบียบที่จะเข้าไปกำกับดูแลในส่วนนี้ได้ แต่ในระยะหลังเริ่มมีมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรอบรมมากขึ้นทำให้ต้องมาทบทวน รวมถึงแก้ระเบียบที่จะเข้าไปกำกับดูแลหลักสูตรNon-degree ให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความเสียหายด้วย

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

https://www.naewna.com/local/851507

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

ม.กรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ‘BU RUN 2025’

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ชวนนักวิ่งและศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน BU มาร่วมวิ่งหรือเดินบนดินแดนแห่งความคิดสร้างสรรค์ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ร่มรื่นกับเส้นทางใหม่บรรยากาศทะเลสาบยามเช้า ร่วมสร้างสุขปันรักให้อบอุ่นหัวใจ มอบรายได้จากกิจกรรมเป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยจัดขึ้นใน
วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 05.00-07.20 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สมัครวิ่งที่ https://race.thai.run/burun2025

ระยะทาง 10 km. ค่าสมัคร 700 บาท 5 km. ค่าสมัคร 500 บาท ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/burun.bangkokuniversity?
mibextid=LQQJ4d
 หรือเบอร์โทร.062-3245245 และ 081-6675340

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’ เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

https://www.naewna.com/local/851513

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’  เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

DPU เปิดโครงการ ‘Guijiang Workshop’ เสริมทักษะ นศ.จีน-ไทย ปั้นนักไลฟ์มืออาชีพ

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ Chinese Plus วิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ประเทศจีน และบริษัทกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต อีคอมเมิร์ซ จำกัด ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เปิดโครงการ “Guijiang Workshop” และ “สถาบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน-ไทย”เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ พัฒนาทักษะอีคอมเมิร์ซ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษาไทยและจีน ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนของกระทรวงศึกษาธิการจีน โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย สมาคมครูจีนแห่งประเทศไทย วิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ธนาคารออมสินภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ภายในงานยังมีการจัดการแข่งขันกระชับมิตรการไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาจีน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่งณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานวิชาการ DPU กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 7.5 แสนล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% การขยายตัวนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ในวงการธุรกิจและการศึกษา เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าวมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงร่วมมือจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว และบริษัทนำเข้าส่งออกสินค้าอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น เพื่อจัดตั้งโครงการ Guijiang Workshop และสถาบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน-ไทย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นผลิตนักอีคอมเมิร์ซที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 300 คน ภายใน 3 ปี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้นำจุดแข็งด้านการเรียนการสอน สาขาการค้าระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ และภาษาจีนธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนจากนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาต่อยอดความร่วมมือในครั้งนี้

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ DPU กล่าวว่า โครงการความร่วมมือนี้ ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมีห้องไลฟ์สตรีมมิ่งจำนวน 6 ห้อง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการไลฟ์สดขายสินค้า นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยและจีน ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของการเรียนการสอนอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ และความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตามการพัฒนาความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเตรียมความพร้อมบุคลากรสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่ ผ่านการบูรณาการการเรียนการสอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำสะท้อนวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

นายหยาง หง ประธานกรรมการ บจก.กุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่น อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต อีคอมเมิร์ซ เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์บริษัทในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนว่า บริษัทให้ความสำคัญกับกรอบความร่วมมือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) และนโยบาย BRI (Belt and Road Initiative) หรือโครงการเส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์ม TikTok และ Multi-channel Network (MCN) ด้วยแอคเคาท์กว่าแสนราย มีผู้ติดตามกว่า 12 ล้านคน และยอดการรับชมสูงถึง 9,800 ล้านครั้ง สร้างรายได้กว่า 2 ร้อยล้านหยวนต่อปี สำหรับการส่งเสริมด้านการศึกษา บริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง โดยปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 2,000 คน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ด้านอีคอมเมิร์ซ เราจึงมีความพร้อมที่จะมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะทั้งในจีนและข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง

ศ.หวัง ฮวน เลขานุการเอก ฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาจีนกว่า 200 แห่ง มีโครงการความร่วมมือกับกว่า 70 ประเทศ รวม 400 สถาบัน ดังนั้น โครงการความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมจีนกำลังขยายการลงทุนในไทย ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีทักษะและเข้าใจวัฒนธรรมข้ามแดน โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนจะครบรอบ 50 ปี ความร่วมมือนี้จะเป็นคลื่นลูกใหม่ของการแลกเปลี่ยนทางการค้า วัฒนธรรม และองค์ความรู้ เป็นการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน และยังจุดประกายสำหรับการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยและจีนอีกด้วย

ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล หัวหน้าหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ DPU กล่าวว่า การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่ง ระหว่างทีมแข่งขันจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอีคอมเมิร์ซกุ้ยโจว ประเทศจีน และนักศึกษา DPU มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้สภาพจริงของอีคอมเมิร์ซและเข้าใจกระบวนการทำงานจริง ภายหลังการแข่งขันจะมีการอบรมอย่างเข้มข้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกุ้ยโจว เฉียนเยว่โยวผิ่นฯ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการตั้งราคา การทำโปรโมชั่น ไปจนถึงการกระตุ้นยอดขาย โดยบริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มพิเศษที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถวางแผนการขายก่อนไลฟ์สด รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มจำลองการไลฟ์สดที่สามารถเก็บข้อมูลหลังบ้าน เพื่อนำไปวิเคราะห์การตลาดได้ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการศึกษาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ในอนาคตมหาวิทยาลัยมีแผนขยายความร่วมมือ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทดังกล่าวมาเป็นวิทยากร และสอนบางรายวิชาที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยจะใช้ห้องปฏิบัติการ Guijiang สตูดิโอ เป็นฐานฝึกปฏิบัติไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคณะสามารถใช้ห้องสตูดิโอดังกล่าวในการฝึกไลฟ์สดได้

เปิดฉากชิงชัย ‘VEX Robotics Thailand’ เฟ้นหาสุดยอดทีม ไปร่วมแข่งขันระดับโลก

https://www.naewna.com/local/851510

เปิดฉากชิงชัย ‘VEX Robotics Thailand’  เฟ้นหาสุดยอดทีม ไปร่วมแข่งขันระดับโลก

เปิดฉากชิงชัย ‘VEX Robotics Thailand’ เฟ้นหาสุดยอดทีม ไปร่วมแข่งขันระดับโลก

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดมหกรรมงานวิ่งสร้างสรรค์ปีที่ 2 ชวนนักวิ่งและศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน BU มาร่วมวิ่งหรือเดินบนดินแดนแห่งความคิดสร้างสรรค์ในรั้วมหาวิทยาลัยที่ร่มรื่นกับเส้นทางใหม่บรรยากาศทะเลสาบยามเช้า ร่วมสร้างสุขปันรักให้อบอุ่นหัวใจ มอบรายได้จากกิจกรรมเป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 05.00-07.20 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สมัครวิ่งที่ https://race.thai.run/burun2025

ระยะทาง 10 km. ค่าสมัคร 700 บาท 5 km. ค่าสมัคร 500 บาท ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/burun.bangkokuniversity?mibextid=LQQJ4d หรือเบอร์โทร.
062-3245245 และ 081-6675340

อธิการบดี ม.สยาม ปัดเอี่ยวคอร์สอบรมอาสาตำรวจคนจีน โยนจัดทำโดยคนนอก

https://www.naewna.com/local/851545

อธิการบดี ม.สยาม ปัดเอี่ยวคอร์สอบรมอาสาตำรวจคนจีน โยนจัดทำโดยคนนอก

อธิการบดี ม.สยาม ปัดเอี่ยวคอร์สอบรมอาสาตำรวจคนจีน โยนจัดทำโดยคนนอก

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.20 น.

วันที่ 6 มกราคม 2668 นายพรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม และผู้บริหารมหาวิทยาลัยสยาม ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับประเด็นการจัดคอร์สอบรมอาสาตำรวจจีน ที่มีบุคคลกร นักศึกษา และใช้สถานที่ในมหาวิทยาลัยในการจัดอบรม โดยระบุว่า โดยปกติทางมหาวิทยาลัยได้มีการจัดอบรมในรูปแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตอาสาจราจร เกี่ยวกับตำรวจและอินเทอร์เน็ต ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไรเนื่องจากมีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่ในครั้งนี้ที่เกิดปัญหาเพราะมีการดำเนินการบางอย่างที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอน ตั้งแต่เกิดเรื่องได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของมหาวิทยาลัย ดำเนินการสอบสวนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่มีการสอบสวนแล้วนั้น ได้ข้อสรุปออกมา ดังนี้

1.การอบรมอาสามัครตำรวจบ้าน เป็นโครงการจัดขึ้นโดยบุคคลภายนอกที่รู้จักกับฝ่ายต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ และตำรวจกองบัคงคับการตำรวนครบาล 3 โดยมีนายหลี่ จาง ที่เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนานาชาติของมหาวิทยาลัยสยาม เป็นผู้ดำเนินการ และโครงการดังกล่าวไม่ได้ขออนุมัติจากมหาวิทยาลัย

โครงการดังกล่าว จัดอบรมวันที่ 25 -27 ธันวาคม ซึ่งวันที่ 25 มีการใช้สถานที่ภายในมหาวิทยาลัย ตรวจสอบแล้วไม่มีการขออนุญาตใช้สถานที่ ส่วนวันที่ 26-27 เป็นการอบรมนอกสถานที่
3.ที่มีหนังสือขอความร่วมมือไปยัง บก.น.3 เป็นหนังสือจากบุคคลภายนอกแต่มีการลงนามโดย นายลี่ จาง โดยใช้ตำแหน่งในมหาวิทยาลัยโดยพละการโดยไม่ได้ขออนุมัติจากทางมหาวิทยาลัย โดยปกติจะต้องมีการลงชื่ออธิการบดีหรือบุคคลที่อธิการบดีมอบหมาย และไม่ได้ดำเนินการตามระบบของมหาวิทยาลัย

เงินที่มีการเรียกเก็บค่าอบรม จากการตรวจสอบ ยืนยันว่า ไม่มีเส้นเงินเข้า-ออกมหาวิทยาลัย รวมถึงของที่แจกผู้ร่วมอบรมก็เป็นบุคคลภายนอกดำเนินการทั้งหมด

นายพรชัย ยังบอกอีกว่าเอกสารที่ส่งไปยัง บก.น.3 นั้น มีจุดพิรุธหลายจุด เพราะเอกสารไม่มีเลขที่ตั้งของมหาวิทยาลัย มีแค่ชื่อถนน เขต / ส่วนตราประทับที่ออกจากสารบรรณของมหาวิทยาลัยก็ไม่มี และในเนื้อหามีการใช้คำว่า “มหาวิทยาลัย” ปะปนกับคำว่า “วิทยาลัย” ซึ่งปกติแล้วจะใช้แค่มหาวิทยาลัยเท่านั้น และวันที่มีการอบรมเป็นวันที่มหาวิทยาลัยหยุดการเรียนการสอนไปแล้ว ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการจัดอบรมในช่วงเวลาที่ปิดเรียน

และยืนยันว่า มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียหาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว แต่เป็นการดำเนินการของบุคคลภายนอกโดยพละการที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงมหาวิทยาลัย โดยผลการประชุมจะมีบทลงโทษทางวินัยกับบุคคลของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย อาจารย์ 1 คน (นายลี จาง) และบุคลากร 1 คน ซึ่งตอนนี้ได้ส่งผลการสอบสวนไปยังกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแล้ว คาดว่าจะมีผลลงโทษภายใน 1-2 สัปดาห์ และเตรียมดำเนินคดีทางอาญา ในคดีแอบอ้างและใช้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย

ส่วนกรณีวิทยากรที่เป็นตำรวจรู้จักกับบุคลากรในมหาวิทยาลัยหรือไม่ จากการสอบถามนายลี จาง บอกว่า รู้จักผ่านคนกลาง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเราไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ แต่ส่วนตัวอธิการบดีไม่รู้จักกับตำรวจที่เป็นวิทยากร

เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยมีความกังวลว่าผู้เข้ารับอบรมทั้งหมดจะนำบัตร และเครื่องแบบที่มีโลโก้สำนักการตำรวจแห่งชาติไปหลอกลวงชาวจีนหรือใช้เกี่ยวกับธุรกิจจีนเทาหรือไม่ นายพรชัย บอกว่าตนเองก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่เข้าใจว่าผู้ที่จัดอบรมน่าจะมีรายชื่อของบุคคลเหล่านี้ และมหาวิทยาลัยจะเรียกทั้งหมดตามรายชื่อมาสอบสวนข้อเท็จจริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แจ้งข้อหา’ผู้จัดชาวจีน’ ใช้สัญลักษณ์ตำรวจ ชักชวนอบรมฯอาสา

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 15.8 ล้าน มอบของขวัญเยาวชนทั่วประเทศ ในวันเด็กแห่งชาติปี68

https://www.naewna.com/local/851482

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 15.8 ล้าน มอบของขวัญเยาวชนทั่วประเทศ ในวันเด็กแห่งชาติปี68

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 15.8 ล้าน มอบของขวัญเยาวชนทั่วประเทศ ในวันเด็กแห่งชาติปี68

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ทุ่มงบ 15.8 ล้าน มอบของขวัญเยาวชนทั่วประเทศ ในวันเด็กแห่งชาติปี68

6 มกราคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กล่องดินสอ เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 15.8 ล้านบาท

ในวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ห้องสีม่วง  ตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 66 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วย การมอบของขวัญให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” แบ่งปันความรัก ความสุขและเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต โดยมูลนิธิฯ ขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ รู้จักประหยัด มัธยัสถ์ ห่างไกลยาเสพติด ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หมั่นเรียนรู้ทุกโอกาส เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2568 ที่มอบให้ คือ “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

เปิด 2 ประเด็น‘ม.สยาม’ชี้แจง ปมร้อนคอร์สอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

https://www.naewna.com/local/851468

เปิด 2 ประเด็น‘ม.สยาม’ชี้แจง ปมร้อนคอร์สอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

เปิด 2 ประเด็น‘ม.สยาม’ชี้แจง ปมร้อนคอร์สอบรม‘อาสาตำรวจจีน’

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

‘ศุภมาส’สั่ง‘ม.สยาม’แถลงผลสอบคอร์สอบรม‘อาสาตำรวจจีน’ด่วน ขณะที่‘ปลัด อว.’เผยทำหนังสือชี้แจงแล้ว ระบุมหาวิทยาลัยไม่รับรู้การดำเนินการ บุคลากรกระทำโดยพลการ ยันไม่มีผลประโยชน์-รายได้จากการจัดอบรม

6 มกราคม 2568 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการอบรมหลักสูตร “อาสาตำรวจคนจีน” ที่มีการอ้างถึงมหาวิทยาลัยสยาม (ม.สยาม) มีความร่วมมือกับสำนักงานสืบสวนกลาง กองบังคับการนครบาลภาค 3 โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหัวคนละ 38,000 บาท หรือไม่ ว่า หลังจาก น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีสถาบันอุดมศึกษา คือ มหาวิทยาลัยสยาม ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งมหาวิทยาลัยสยามได้ทำหนังสือชี้แจงการตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับมาที่กระทรวง อว.แล้ว ในวันที่ 6 ม.ค.2568 สาระสำคัญมี 2 ประเด็น คือ

1. มหาวิทยาลัยสยาม ไม่รับทราบการดำเนินการดังกล่าว และการดำเนินการดังกล่าว เป็นไปโดยพลการของบุคลากรมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยสยาม จะมีการสอบสวนและลงโทษต่อไป

2. มหาวิทยาลัยสยาม ยืนยันว่าการจัดอบรมดังกล่าวมหาวิทยาลัยไม่ได้มีผลประโยชน์หรือรายได้ใดๆ จากการจัดอบรมดังกล่าว    

“น.ส.ศุภมาส ได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยสยาม แถลงข่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสต่อสังคมโดยด่วน และหลังจากนี้หากยังมีข้อสงสัย หรือไม่ชัดเจนในประเด็นใด กระทรวง อว. ก็จะเข้าไปดำเนินหาข้อเท็จจริงตามระเบียบและขั้นตอนต่อไป” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

เสียงสะท้อนจากอาจารย์ ‘ยุคออนไลน์’นศ.เข้าถึงข้อมูลง่าย แต่คุณภาพความรู้ที่ได้กลับลดลง

https://www.naewna.com/local/851456

เสียงสะท้อนจากอาจารย์ ‘ยุคออนไลน์’นศ.เข้าถึงข้อมูลง่าย แต่คุณภาพความรู้ที่ได้กลับลดลง

เสียงสะท้อนจากอาจารย์ ‘ยุคออนไลน์’นศ.เข้าถึงข้อมูลง่าย แต่คุณภาพความรู้ที่ได้กลับลดลง

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.44 น.

6 ม.ค. 2568 ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Khemthong Tonsakulrungruang” เนื้อหาดังนี้

เทอมนี้อ่านรายงานนิสิตแล้วพบว่า พวกเขาใช้แหล่งอ้างอิงจากออนไลน์แทบจะร้อยละร้อยในรายงาน ปัญหาคือพวกเขาใช้การค้นหาจาก Google ซึ่งแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะภาษาไทย ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ที่เยอะที่สุดน่าจะเป็นพวกรายงานเอกัตศึกษาของพวกหลักสูตรพิเศษในศาลรัฐธรรมนูญหรือพระปกเกล้า ทำให้คุณภาพของงานลดต่ำลงอย่างมาก ไม่มีความลุ่มลึก ไม่มีแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิเลย

สมัยก่อน ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมีไม่เยอะมาก ตอนทำรายงาน นอกจากห้องสมุดคณะนิติศาสตร์แล้ว ตอนนั้นยังต้องเดินไปห้องสมุดรัฐศาสตร์ หอกลาง แล้วก็อักษร ยืมหนังสือมาอ่าน ถ้าค้นหาข้อมูลออนไลน์ ตอนนั้นถูกบังคับให้ใช้ WestLaw กับ LexisNexis

เรื่องการพึ่งพาแหล่งข้อมูลจากออนไลน์เป็นหลัก น่าจะมีจากหลายสาเหตุ ทั้งความจำกัดของเวลา เนื่องจากรายงานหลายฉบับน่าจะเขียนไม่เกินห้าถึงเจ็ดวัน เลยไม่มีเวลาค้นข้อมูลลึกซึ้งอะไรมาก หลายคนเลิกมามหาวิทยาลัยแล้ว เลยนั่งอยู่หน้าจอ กับเทคโนโลยีที่หลอกให้เราเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ในอินเตอร์เน็ต มาบรรจบกัน แทนที่โลกในยุคสารสนเทศจะทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น เยอะขึ้น ดีขึ้น คุณภาพความรู้ที่ได้กลับเลวร้ายลง

อินเตอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง ทุกอย่างมาอยู่ที่ปลายนิ้ว แต่เส้นขอบฟ้าของเราก็แคบลงเร็วกว่าอินเตอร์เน็ตเสียด้วย