‘ปิดสวิตช์มะเร็ง HPV’ รณรงค์ให้เด็กไทยรีบฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ฟรี! ทั่วประเทศ

‘ปิดสวิตช์มะเร็ง HPV’ รณรงค์ให้เด็กไทยรีบฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ฟรี! ทั่วประเทศ

‘ปิดสวิตช์มะเร็ง HPV’ รณรงค์ให้เด็กไทยรีบฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ฟรี! ทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.49 น.

เฉลิมฉลองเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูก กระทรวงสาธารณสุข พร้อม 5 หน่วยงานในสังกัดได้แก่ กรมควบคุมโรค, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), กรมการแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร รวมถึงราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ผนวกกำลังร่วมกับภาคเอกชน HDMall, MSD Thailand, Talk to PEACH, MorDee และ WINMED ชวนคนไทยเร่งฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกผ่านกิจกรรม “รีบปิดสวิตช์มะเร็ง HPV” โดยรัฐบาลได้ประกาศนโยบายตั้งเป้าอัปเกรดวัคซีน HPV จากชนิด 2 สายพันธุ์เป็น 9 สายพันธุ์ เพื่อฉีดให้เด็กไทยฟรี พร้อมดึงคนดัง ฟอส-บุ๊ค, นัท นิสามณี, มิกซ์ เฉลิมศรี, PROXIE และ ต้าห์อู๋-ออฟโรด มาร่วมเชิญชวนให้คนไทยฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันมะเร็ง HPV ในวันที่ 24 – 26 มกราคม 2568 ณ Foodwalk Plaza ชั้น G ศูนย์การค้าเมกาบางนา 

เชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้กับทุกเพศ ทุกวัย โดยในทุก ๆ 2 ชั่วโมง จะมีคนไทย 1 คนที่เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งจากเชื้อ HPV(1) อย่างเช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งช่องปากและลำคอ, มะเร็งทวารหนัก, รวมถึงโรคมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งปากมดลูก ในปี 2565 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย อายุ 15-44 ปี  (1)

HPV เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด อาจติดเชื้อได้ เมื่อบริเวณอวัยวะเพศได้สัมผัสเชื้อ ไม่ว่าจะเพศใดกับเพศใด หรือทางช่องทางใด (ช่องคลอด ทวารหนัก ช่องปาก การใช้อุปกรณ์ หรือไม่ถึงขั้นสอดใส่)(5)

อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถป้องกันการติดเชื้อตัวนี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ให้ครบโดส คือ 2 เข็มสำหรับผู้มีอายุ 9 – 14 ปี และ 3 เข็มสำหรับผู้มีอายุ 15 – 45 ปี เมื่อฉีดครบวัคซีนจะมีประสิทธิภาพ ป้องกันเชื้อ ได้ยาวนานและครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 94% (2) รวมถึงโรคมะเร็งอื่น ๆ อีกถึง 4 โรค คือ มะเร็งช่องปากและลำคอ, มะเร็งทวารหนัก, มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด

วัคซีน HPV เป็นวัคซีนมาตรฐานระดับโลก โดยได้ถูกบรรจุในแผนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ (National Immunization Program) กว่า 146 ประเทศทั่วโลก (5) ฉีดไปแล้วมากกว่า 500 ล้านเข็ม (5) ผ่านการศึกษาข้อมูลความปลอดภัยอันเป็นที่ยอมรับและได้รับอนุมัติเพื่อจำหน่ายจากคณะกรรมการอาหารและยาของไทย (2)

ด้าน นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า “ด้วยนโนบาย สธ.ในปี 2568 นี้ มุ่งเน้นยกระดับให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญของการป้องกัน มะเร็งปากมดลูกในเด็กและเยาวชน จึงมีการเดินหน้าแจกวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ให้เด็กหญิงไทย อายุ 11-20 ปี ฟรี! ทั่วประเทศ โดย เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 ให้บริการฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ กลุ่มนักเรียนหญิง ป.5 ปีการศึกษา 2567 (อายุ 11 – 12 ปี) และ เดือนมีนาคม – เมษายน 2568 ให้บริการฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ กลุ่มอายุ 11 – 20 ปี ที่นอกเหนือจากนร. หญิงชั้น ป.5 และไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน HPV ทั้งในและนอกระบบการศึกษา ทั้งนี้อาจเป็นรูปแบบให้บริการผ่านสถานศึกษา และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด การบริการผ่านสถานพยาบาล หรือจุดฉีดนอกสถานที่ตามบริบทของพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ได้มีการประเดิมฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ให้เด็กนักเรียนหญิง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี แล้วดังนั้นเพื่อสานต่อเจตนารมณ์นี้ ไปสู่ประชาชนทุก ๆ กลุ่ม รัฐบาลจึงร่วมมือกับเอกชนในการจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้”

สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้ มีการจัดนิทรรศการความรู้ภายในขวดวัคซีนขนาดยักษ์ที่จะมาให้ ความรู้เรื่องวัคซีน HPV แบบลึกซึ้ง รวมบริการอื่น ๆ จากภาคเอกชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ บริการตรวจหาเชื้อ HPV Self Collect โดย WINMED, รับส่วนลดวัคซีนราคาพิเศษจาก HDmall, บริการให้คำปรึกษาจากแพทย์และนักเพศวิทยา แบบไม่เปิดเผยตัวตน กับ Talk to PEACH, บริการฉีดวัคซีนที่บ้านจาก Mordee รวมถึงบริการให้คำปรึกษาวัคซีน HPV สำหรับองค์กร จาก MSD Thailand

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเวทีให้ความรู้เรื่อง HPV จากศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์ วิทยา ถิฐาพันธ์ อดีตประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย, รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ อดีตนายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และ นางวรรณชกรณ์ ทีนะกุล ตัวแทนผู้ป่วย พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ จากเหล่าคนดัง

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปที่สนใจฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ ได้ที่โรงพยาบาลและคลินิกทั่วประเทศ โดยสามารถรับสิทธิ์รับวัคซีนฟรีที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานครและสถานศึกษาระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่า หรือ ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีน HPV เพิ่มเติมได้ที่ hdmall.co.th

#รีบปิดสวิตช์มะเร็งHPV

014

เปิดตัว ‘เชียร์ลีดเดอร์-ดรัมเมเยอร์-ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์’ งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

เปิดตัว ‘เชียร์ลีดเดอร์-ดรัมเมเยอร์-ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์’ งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

เปิดตัว ‘เชียร์ลีดเดอร์-ดรัมเมเยอร์-ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์’ งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.54 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดตัวทีมเชียร์ลีดเดอร์  ดรัมเมเยอร์  ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ รุ่นที่ 75 ผู้อัญเชิญธรรมจักร ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว จุฬาคฑากร ทั้งฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่จะมาผนึกพลังสองสถาบันร่วมสร้างสีสันในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 75  ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ เตรียมระเบิดความมันส์ดวลฝีเท้าเชื่อมความสัมพันธ์ พร้อมกิจกรรมมากมาย ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ 

กุ – เดชิษฐ์ ดาวแสงเพชร หัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ 

ทีมเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 75 มีรายชื่อหนุ่มสาวสวย – หล่อ ดังต่อไปนี้  ฝ่ายชาย นำโดย หัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 75 กุ – เดชิษฐ์ ดาวแสงเพชร พร้อมด้วยทีมเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 75 บีมโม่ – พงษกร วงศ์วี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ชั้นปีที่ 2 , เปรม – ธนธรณ์ มนตรีพิศุทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 3 , เวฟ – พรพิพัฒน์ ถินทิม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้นปีที่ 4 , นินจา – ภวิศ ยุพาภรณ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 3 , ฟีฟ่า – นิติรัฐ บุญทา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้นปีที่ 4 , ปัน – ปรัตถกร ขำสุนทร คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ชั้นปีที่ 4 , นัท นันทวัฒน์ เจริญการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่4 , บอส – สิรวิชญ์ สุรีรัตนันท์ คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 4

ทีมเชียร์ลีดเดอร์ รุ่นที่ 75 ฝ่ายหญิง ประกอบด้วย  นีน่า – ชุติสรา วินทุพราหมณกุล วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ ชั้นปีที่ 3 , ขมิ้น – ปรายฝน เหล็กสมบูรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , เดียร์ – ณัฏฐริณีย์ เทือกท้าว คณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 3, มิน – พรรณธร ฐานันดรสุข คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (ภาคภาษาอังกฤษ) ชั้นปีที่ 2 , โมนีค – โมนีค วาริทธิ์ศา พุสตี้ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ชั้นปีที่ 2 , วาซี่ – ณิชาภัทร สุนทรธัย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน(ภาคภาษาอังกฤษ) ชั้นปีที่ 3 , อันน์ – ธรรมิกา โตนิติวงศ์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ ช้้นปีที่ 3 , กุ้งนาง – พิชญาภา มากเมือง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ชั้นปีที่ 3

TU-AMBASSADOR-75-ดรัมเมเยอร์

TU AMBASSADOR 75 ดรัมเมเยอร์   ประกอบด้วย    พลอย – ปิยธิดา ชูชื่อ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ,นนนี่ – วิชญาดา บิณฑวิหค คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , บุ๊ค – ชุติกาญจน์ ภู่สำราลวิไล คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , โอปาล์ม – อรพิชญ์ ภัทรอานนท์  วิทยาลัยนวัตกรรม ชั้นปีที่ 4, มิ้น – นวารี สมุทรสกุลเปี่ยม  วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ ชั้นปีที่ 3 และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 75 (TU Ambassador) อีกด้วย

ผู้อัญเชิญธรรมจักร ฝ่ายชาย

ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ รุ่นที่ 75 ผู้อัญเชิญธรรมจักร ฝ่ายชาย ประกอบด้วย กาย – ปิยวัฒน์ สว่างพันธ์ คณะสหเวชศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , ป้อ – ก้องภพ เอกเศวตอนันต์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 3 , สโตน – ธนพันธ์ ศุภกิจรัตนากุล คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , ฮาร์เล่ย์ – ธีรดนย์ จารุวัฒน์  คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ชั้นปีที่ 3 , แชมป์ – โสภณ พัดลม คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , มิก – ยศชิต เงื่อมผา สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ชั้นปีที่ 4

ผู้อัญเชิญธรรมจักร ฝ่ายหญิง

ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ รุ่นที่ 75  ผู้อัญเชิญธรรมจักร ฝ่ายหญิง  ประกอบด้วย  พิ้งกี้ – ปุณณภา วงศ์ขจรไพบูลย์ คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , ปุ่น – ชญนนท ชินธรรมมิตร คณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , เบสท์ – ดุจดรินทร์ ญาโนภาส คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ชั้นปีที่ 3 , วอย – กนกวรรณ เอกบุตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 2 , แพรว – ภริตา ลีรเศรษฐากร วิทยาลัยนวัตกรรม ชั้นปีที่ 2 , แอนนี่ – แอนนี่ อภิชญา ทองวิชิต วิทยาลัยโลกคดีศึกษา ชั้นปีที่ 3

ทีมเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ (CU Cheerleader)

ฝั่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  ทีมเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ (CU Cheerleader) ฝ่ายชาย ประกอบด้วย  เติร์ด – วริษฐ์ นวลมาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2, ซูกัส – ปิยรัช ฉัตรวรงค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , ปอป้อ – ปรมัตถ์ ธนสิทธิ์สมบูรณ์ คณะอักษรศาสตร์ ชั้นปีที่ 3, ฟีลิกซ์ – โชคชัย ใหม่จันทร์ คณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , ปอนด์ – ภานุพงศ์ หน่อท้าว คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , เส้น – ณภัทร บุญกล้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3

ทีมเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ ฝ่ายหญิง ประกอบด้วย เซญ่า – พิมพ์มาดา จิตต์เที่ยง คณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , ลาน่า – ณลาดา เพชรชาติ คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 , พรีน – พริมาสินี นักรบ คณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , จีนี่ – อรนลิน ลีลาบูรณธนกูร คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , แอร์ – จิรัชญา วิศาลจิตร คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , เฟิร์ม – ปฏิภานี ทิวเสถียร คณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , ชาช่า – กนกรักษ์ งามลิขิตเลิศ คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , ฟลอเรนซ์ – ชนิสรา สุทธิกาญจนวงศ์ คณะอักษรศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 , จีจี้ – อภิชญา วงศ์เจริญวาณิชย์ คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , ปริม – ธัญรัศม์ บุรทัตเธียรพงษ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4

จุฬาฯ คทากร รุ่นที่17

จุฬาฯ คทากร รุ่นที่17 ประกอบด้วย กอบัว – กอบัว เสนาณรงค์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 1 , ภีม – ลลนา สิริบุญญากุลย์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 1 , เบน – เบญจ วันสม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 , พิงค์ – ศิรวิชญ์ ปิยพฤทธิ์ คณะแพทย์ศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , บูม – ศิรเศรษฐ์ ประภาพานิชย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 , ปิ่น – วราสร อุปถัมภ์  คณะสัตวแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 , อิสระ – ชัยอมร อินทร์แก้ว คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ชั้นปีที่ 4 , ต้นหลิว – นันท์นภัส ส่งศักดิ์เสรี คณะวิทยาศาสตร์ ปี 2

งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 75  กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมบรรยากาศที่คุ้นเคยจากนักศึกษาธรรมศาสตร์และนิสิตจุฬาฯ ที่จะมาดวลฝีเท้ากระชับความสัมพันธ์ผ่านการแข่งขันฟุตบอลฯ นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันและกิจกรรมมากมายให้ผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรดของนิสิต นักศึกษา และไฮไลท์การแสดงแปรอักษรจากทั้งสองสถาบัน โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี  เป็นผู้แทนพระองค์เปิดการแข่งขัน ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.30 น. ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ 

(ทีมเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 75)

นัท นันทวัฒน์ เจริญการ เชียร์ลีดเดอร์ 

นินจา – ภวิศ ยุพาภรณ์ เชียร์ลีดเดอร์ 

บอส – สิรวิชญ์ สุรีรัตนันท์ เชียร์ลีดเดอร์

บีมโม่ – พงษกร วงศ์วี เชียร์ลีดเดอร์

ปัน – ปรัตถกร ขำสุนทร เชียร์ลีดเดอร์

เปรม – ธนธรณ์ มนตรีพิศุทธิ์ เชียร์ลีดเดอร์

ฟีฟ่า – นิติรัฐ บุญทา เชียร์ลีดเดอร์

กุ้งนาง – พิชญาภา มากเมือง เชียร์ลีดเดอร์

ขมิ้น – ปรายฝน เหล็กสมบูรณ์ เชียร์ลีดเดอร์

เดียร์ – ณัฏฐริณีย์ เทือกท้าว เชียร์ลีดเดอร์

นีน่า – ชุติสรา วินทุพราหมณกุ เชียร์ลีดเดอร์

มิน – พรรณธร ฐานันดร เชียร์ลีดเดอร์

โมนีค – โมนีค วาริทธิ์ศา เชียร์ลีดเดอร์

วาซี่ – ณิชาภัทร สุนทรธัย เชียร์ลีดเดอร์ 

อันน์ – ธรรมิกา โตนิติวงศ์ เชียร์ลีดเดอร์

ทีมเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ

ซูกัส – ปิยรัช ฉัตรวรงค์ เชียร์ลีดเดอร์

เติร์ด – วริษฐ์ นวลมาก เชียร์ลีดเดอร์

ปอนด์ – ภานุพงศ์ หน่อท้าว เชียร์ลีดเดอร์

ฟีลิกซ์ – โชคชัย ใหม่จันทร์  เชียร์ลีดเดอร์

เส้น – ณภัทร บุญกล้า เชียร์ลีดเดอร์

จีจี้ – อภิชญา วงศ์เจริญวาณิชย์ เชียร์ลีดเดอร์

จีนี่ – อรนลิน ลีลาบูรณธนกูร เชียร์ลีดเดอร์

ชาช่า – กนกรักษ์ งามลิขิตเลิศ เชียร์ลีดเดอร์

เซญ่า – พิมพ์มาดา จิตต์เที่ยง เชียร์ลีดเดอร์

ปริม – ธัญรัศม์ บุรทัตเธียรพงษ์ เชียร์ลีดเดอร์

พรีน – พริมาสินี นักรบ เชียร์ลีดเดอร์

ฟลอเรนซ์ – ชนิสรา สุทธิกาญจนวงศ์ เชียร์ลีดเดอร์

เฟิร์ม – ปฏิภานี ทิวเสถียร เชียร์ลีดเดอร์

ลาน่า – ณลาดา เพชรชาติ เชียร์ลีดเดอร์

แอร์ – จิรัชญา วิศาลจิตร เชียร์ลีดเดอร์

สูงวัยต้องระวัง ‘กระดูกสันหลังเสื่อม’ รู้เร็ว รักษาได้

สูงวัยต้องระวัง ‘กระดูกสันหลังเสื่อม’ รู้เร็ว รักษาได้

สูงวัยต้องระวัง ‘กระดูกสันหลังเสื่อม’ รู้เร็ว รักษาได้

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.35 น.

แพทย์เฉพาะทางเตือน โรคกระดูกสันหลังเสื่อมภัยเงียบที่มักจะเกิดในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในวัย 50 ปีขึ้นไปซึ่งจะมีอาการปวดหลัง อาการปวดลงขา ถ้ามีการกดทับของเส้นประสาทร่วมด้วย อาจจะทำให้มีอาการชา รักษาช้าเสี่ยงพิการ  

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากความเสื่อมของร่างกายย่อมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น “กระดูกสันหลังเสื่อม” นับเป็นโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและความทรมานในผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นภาระให้กับผู้ดูแลอย่างมาก 

นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า  สาเหตุการเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนใหญ่ เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของข้อต่อ หรือ หมอนรองกระดูกสันหลัง ส่วนสาเหตุอื่นนอกเหนือจากอายุ ได้แก่ การใช้งานที่มากเกินไปเช่น ยกของหนัก อุบัติเหตุ ล้มซ้ำๆ ซึ่งทำให้กระดูกข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมได้  ซึ่งจะทำให้พบการเสื่อมของข้อต่อในคนอายุน้อยได้ 

สำหรับอาการของกระดูกสันหลังเสื่อมจะปรากฏอาการปวดคอ หรือปวดหลังซึ่งอาจเป็นๆ หายๆ แต่บางคนอาจมีอาการปวดเรื้อรัง หรือบางครั้งอาการปวดอาจจะรุนแรงขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าทาง

การวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อม แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมจากอาการที่ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดตามแนวแกนกลางคอและหลังมากขึ้นเวลาแอ่นคอ หรือ หลัง ร่วมกับการตรวจร่างกายที่พบความผิดปกติ

สำหรับกระดูกสันหลังส่วนคอ แพทย์จะให้ผู้ป่วยหันศีรษะจากซ้ายไปขวา และให้แหงนศีรษะขึ้นและลง จะพบอาการปวดชาร้าวลงไปตามแขนจากเส้นประสาทที่ถูกกด การตรวจกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวนั้น แพทย์อาจให้ผู้ป่วยก้มลงหรือเคลื่อนไหวหลังและเอวไปในทิศทางต่างๆ ทั้งหมดนี้เพื่อทดสอบว่าการเคลื่อนไหวนั้นถูกจำกัดหรือไม่ ร่วมกับอาการปวดหรืออ่อนแรง เนื่องจากกระดูกสันหลังเสื่อมส่งผลให้เกิดปัญหาต่อการใช้มือและการเดิน แพทย์อาจทดสอบมือ แขน ขาและเท้าของผู้ป่วยว่า มีกำลังมือที่อ่อนแรง ร่วมกับการทำกิจกรรมที่ต้องใช้รายละเอียดแม่นยำน้อยลง หากพบว่าผู้ป่วยมีปัญหาต่อการตอบสนองที่อาจบ่งบอกถึงความเสียหายของเส้นประสาท แพทย์อาจต้องขอ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อจะได้วินิจฉัยอาการ

แนวทางการรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อมนั้นมีหลายวิธีจากน้อยไปมาก เมื่อผู้ป่วยพบว่าตนเองมีอาการปวดไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอ หรือหลัง เช่น ปวดหลังร้าวลงขา, ปวดคอร้าวลงแขน, มีอาการชา หรืออ่อนแรง บางรายปวดศีรษะ คล้ายกับเป็นไมเกรน อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของโรคกระดูกเสื่อมที่เกิดจากกระดูกทับเส้นประสาท หากจะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดต้องผ่านการรักษาเบื้องต้นมาก่อน ดังนี้

เริ่มต้นจากกินยา ทำกายภาพบำบัด หากนานกว่า 6 สัปดาห์ แต่อาการยังไม่ดีขึ้นหรือไม่สามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้ กล้ามเนื้อขาลีบ หรือ แขน-ขาอ่อนแรงจนไม่สามารถหยิบจับสิ่งของ ใช้งานได้ไม่เหมือนปกติ หรือ เดินไม่ได้  ก็อาจมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด

ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ด้วยเทคนิคการรักษาสมัยใหม่ได้พัฒนานวัตกรรมจากการผ่าตัดกระดูกสันหลัง มาเป็นการเจาะรูส่องกล้องซึ่งเทคนิคนี้จะใช้อุปกรณ์ที่มีเลนส์ของกล้องเอนโดสโคป (Endoscopic) ติดอยู่ ที่ปลายกล้อง เปรียบเสมือนดวงตาอยู่ในตัวผู้ป่วย ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน แม่นยำ เลือกตัดออกเฉพาะส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาได้โดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก ทำให้แผลเล็กเจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว หรือ MIS-Spine จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้เข้ารับการรักษา เพราะเพียง 1 คืนก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยและชี้ให้เห็นรอยโรคด้วยผล X-ray และ MRI ถึงจะวางแผนการรักษาไปพร้อมผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ตรงจุด แม่นยำ และปลอดภัย ดังนั้น วิธีการรักษานี้จึงเป็นที่นิยมของผู้ป่วยที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตตาม lifestyle ที่เคยเป็น เช่น กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว คนที่รัก หรือทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยากทำ และไม่เป็นภาระให้กับคนใกล้ชิดได้เร็วยิ่งขึ้น

“นอกจากนี้ เราได้พัฒนางานวิจัยเพื่อยกระดับการรักษาด้านกระดูกสันหลังให้ทัดเทียมระดับโลก ทำให้ทีมแพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลมีความเชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังพร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยเทคนิคการรักษาที่ต่างจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่า “มารักษากระดูกสันหลังที่ เอส สไปน์ ครบจบในที่เดียว” นพ.ฐปนัตว์ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร.02-0340808

มาทุกหน้าหนาว! hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ ชี้รุนแรงในเด็กเล็ก เสี่ยงปอดอักเสบกว่าผู้ใหญ่

มาทุกหน้าหนาว! hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ ชี้รุนแรงในเด็กเล็ก เสี่ยงปอดอักเสบกว่าผู้ใหญ่

มาทุกหน้าหนาว! hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ ชี้รุนแรงในเด็กเล็ก เสี่ยงปอดอักเสบกว่าผู้ใหญ่

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.25 น.

ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ หลายคนคงกำลังสดชื่นกับอากาศเย็นสบาย แต่การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิก็ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนป่วย และโรคที่พบได้บ่อยคือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ล่าสุดหลายคนคงอาจได้ยินข่าวการระบาดของ “ไวรัส hMPV” ที่ทำให้มีไข้ ไอ คัดจมูก จนเกิดกระแสว่าอาจเป็นโรคใหม่เหมือนโควิด แต่ความจริงไวรัสชนิดนี้มีมานานแล้ว โดยมักเป็นการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาและหายเองได้ แต่ในบางรายก็อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้เช่นกัน

พญ.สีวลี สีดาฟอง กุมารแพทย์แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหารและตับในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค hMPV เพื่อให้พ่อแม่ดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคนี้

hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ มาทุกปีกับอากาศหนาว

hMPV หรือ ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (Human Metapneumovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ มักระบาดในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี โดยโรคนี้มีการค้นพบมานานแล้ว แต่การตรวจหาเชื้อในอดีตทำได้ยาก เพราะข้อจำกัดด้านการตรวจวินิจฉัย ส่วนปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองที่ช่วยให้ตรวจพบเชื้อ hMPV ได้ รู้ทันอาการhMPV เด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ

ทุกคนสามารถติดเชื้อ hMPV ได้แต่มักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ โดยการแพร่กระจายเชื้อเกิดจากการไอ จาม พูดคุย การหายใจเอาละอองเชื้อในอากาศ หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อแล้วเอามือมาแตะบริเวณตา จมูก ปาก พญ.สีวลีสีดาฟอง เล่าต่อว่า “สำหรับผู้ใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง มักมีไข้ ไอ และน้ำมูกเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะระบบทางเดินหายใจยังบอบบางและภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงดี เด็กเล็กจึงมักมีอาการรุนแรง มีไข้สูง ไอมาก จนอาจลุกลามเป็นหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ควรจำสัญญาณ 3 อย่างของปอดอักเสบไว้ให้ดี คือ ไข้ ไอ และหอบเหนื่อยสังเกตได้จากการหายใจแรงจนหน้าอกบุ๋มหายใจเร็ว หายใจติดขัด หายใจแล้วจมูกบานผิดปกติ ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ให้รีบพาเด็กๆ ไปพบแพทย์ทันที”

hMPV รักษาหาย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

เนื่องจากโรค hMPV มีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา, โรค RSV และโควิด ทำให้ผู้ปกครองอาจไม่แน่ใจว่าลูกของเราเป็นอะไรกันแน่ แต่ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองโรคเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำด้วยการ swab หรือ RT-PCR “แม้ตอนนี้จะยังไม่มียาต้านไวรัส hMPV โดยตรง แต่สามารถรักษาตามอาการได้ เช่น จ่ายยาลดไข้หรือยาแก้ไอ โดยทั่วไปผู้ใหญ่จะหายดีภายใน 2-3 วัน ส่วนเด็กเล็กจะใช้เวลา5-7 วัน แต่ในเด็กเล็กที่มีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อพ่นยาขยายหลอดลม ดูดเสมหะ หรือเคาะปอดในบางรายอาจมีเหนื่อยมาก ออกซิเจนต่ำจนต้องให้ออกซิเจน เพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว ซึ่งอาจต้องใช้เวลารักษานานกว่าปกติ” พญ.สีวลี สีดาฟอง อธิบาย

“hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ สามารถรักษาได้ แล้วก็ป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด หมั่นล้างมือให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการกินอาหารร่วมกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้สังเกตอาการของลูกให้ดีหากมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากทุกคนรับมืออย่างเข้าใจ” พญ.สีวลี สีดาฟอง กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08.00-20.00 น. โทร. 02-0790038 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

พญ.สีวลี สีดาฟอง

พญ.สีวลี สีดาฟอง

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

จากงานวิจัยพบว่า ร้อยละ 5-10 ของกลุ่มโรควิตกกังวลและซึมเศร้าที่เกิดจากความเครียด ที่พบในเด็ก ส่วนมากจะพบว่าเป็นความเครียดที่เข้าสู่ระดับกลางถึงรุนแรง เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ปกครองพ่อแม่ทุกคน เพราะระดับที่รุนแรงและมีผลกระทบอย่างมาก

การสังเกตพฤติกรรมนับว่าสำคัญมาก สัญญาณเตือนสำคัญที่ผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า คือ ชอบเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ผลการเรียนตกเหม่อลอย ไม่อยากทานอาหาร มีปัญหาเรื่องการนอน และยิ่งอันตรายหากมีการบอกลา การสั่งเสีย การที่บอกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว สัญญาณเหล่านี้จะเป็นตัวที่บอกได้ว่า เด็กๆ เหล่านี้อาจจะมีความเสี่ยงในการพยายามฆ่าตัวตาย

ปัจจัยเสี่ยงของความเครียดและโรคซึมเศร้าในวัยเรียนมีหลายประการ เช่น 1.ความกดดันทางการเรียน การพยายามให้ได้คะแนนดีหรือรักษาความสำเร็จรวมถึงความคาดหวังของผู้ปกครองอาจก่อให้เกิดความเครียดสะสม 2.การถูกเปรียบเทียบกับเพื่อน ทำให้เกิดความรู้สึกด้อยค่าและหมดกำลังใจ 3.ปัญหาครอบครัว เช่น การหย่าร้าง หรือความขัดแย้งทำให้เด็กขาดความมั่นคงทางจิตใจ 4.การใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง วัยเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการมักจะไม่ดีขึ้นเอง ปล่อยไว้นานอาการจะแย่ลง ดังนั้นการรักษาจึงต้องเป็นการวางแผนในระยะยาว เพื่อแก้ไขอาการของโรคและสาเหตุของการเกิดโรค ดังนี้ 1.พบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ หากจำเป็นต้องใช้ยาควรใช้ เพื่อผลการรักษาที่ดี 2.รับการบำบัดทางจิตวิทยาร่วมด้วย เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 3.ผู้ปกครองต้องให้กำลังใจ เปิดใจพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ ฟังความคิดเห็น ความรู้สึกของพวกเขาโดยไม่ตัดสิน และเข้าร่วมกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง 4.ปรับสภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและโรงเรียนให้เอื้อต่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจ 5.สร้างเครือข่ายสนับสนุนระหว่างครอบครัวโรงเรียน และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ผลกระทบของภาวะซึมเศร้านั้น นอกเหนือจากการกระทบต่อการเรียน อาจจะกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัว ทักษะการเข้าสังคมและผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียนไม่ใช่ปัญหาที่ควรมองข้าม การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสร้างอนาคตที่ดีของพวกเขาดังนั้นการสังเกตและให้การช่วยเหลือแต่เนิ่นๆ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตและป้องกันปัญหาระยะยาวของวัยเรียนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การได้รับการรักษาและความช่วยเหลือที่ถูกต้องในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปได้.

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข‘คูปองเงินสด’ Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข‘คูปองเงินสด’  Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข‘คูปองเงินสด’ Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหารมิราเคิล กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุขลูกค้าด้วย Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% มอบนโยบายเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดทั้งบริการ สถานที่ พร้อมประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้ที่มาใช้บริการได้เลือกใช้อย่างคุ้มค่า สามารถซื้อคูปองเงินสดได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 วันเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ Cash Voucher เลือกใช้ได้กับทุกบริการของโรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก แบบซูพีเรีย หรือห้องสวีทสุดหรู ด้วยมาตรฐานระดับ 5 ดาว การจัดงานแต่ง แม้วันนี้จะยังไม่มีฤกษ์ แต่สามารถถือคูปองเงินสดไว้ใช้ได้ หรือจัดประชุม สัมมนา มีห้องจัดงานหลากหลายขนาด รองรับผู้ร่วมงาน 50-2,000 ท่าน ครอบคลุมบริการให้กับหน่วยงานองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การใช้คูปองเงินสดนี้รวมไปถึงการใช้บริการ ห้องอาหารสรัสวดี ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ รวมทั้งห้องอาหารเปรมประชากร ห้องอาหารจีนดรากอน ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และสปาแอนด์ฟิตเนสให้คุณได้มาผ่อนคลาย หรือ จิบชา กาแฟ ฟินๆ ทานเค้กสดใหม่ หอมกรุ่นอุ่นจากเตา ที่ล็อบบี้ เลานจ์ ทั้ง 2 โรงแรมเป็นต้น (Voucher โรงแรมไหนใช้กับโรงแรมนั้น)

เรื่องแพ็กเกจงานวิวาห์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคู่รักมากว่าทศวรรษ ในธีม All for Love คือความคุ้มอัดแน่นด้วยบริการครบวงจรที่จะเติมฝันวันแต่งงานให้ออกมาสมบูรณ์ได้ดั่งใจ ตั้งแต่พิธีหมั้น ยกน้ำชาแห่ขันหมาก พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พิธีสงฆ์ ฉลองมงคลสมรสเที่ยงหรือเย็น บ่าว-สาวสายปาร์ตี้ก็สนุกสุดเหวี่ยงด้วย After Party จัดเต็มครบจบในที่เดียว ทั้งรองรับทุกรูปแบบจะเลิศหรู อลังการ เรียบง่าย อบอุ่น ชิลๆ เป็นกันเองโมเดิร์น หรือชิคๆ ทีมงานมากประสบการณ์จะวางแผนจัดงาน ดีลงานให้แบบมืออาชีพ ให้ทุกโมเมนต์มีแต่ความอร่อยความสุข สนุกสนาน และรอยยิ้ม เพื่อความประทับใจของแขกผู้มีเกียรติ และบ่าว-สาว

“คูปองเงินสด” Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ กับการจัดงานแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ซื้อไว้ใช้ได้นานถึงปลายปี 30 ธันวาคม 2568 เลยทีเดียว

อย่ารอช้า!! สิทธิพิเศษคูปองเงินสด รอคุณอยู่ใช้ Cash Voucher

โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่นโทร.02-1595888

โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นโทร.02-5755599

ซอสพริกศรีราชาพานิช ชวนลองเมนูใหม่ ‘หมั่นโถวห่อทรัพย์’ รับมงคลตรุษจีน

ซอสพริกศรีราชาพานิช ชวนลองเมนูใหม่ ‘หมั่นโถวห่อทรัพย์’ รับมงคลตรุษจีน

ซอสพริกศรีราชาพานิช ชวนลองเมนูใหม่ ‘หมั่นโถวห่อทรัพย์’ รับมงคลตรุษจีน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยเทพรส เปิดประสบการณ์ใหม่เพิ่มสีสันตรุษจีน ด้วยเมนู หมั่นโถวห่อทรัพย์ ไส้หมูกรอบฉ่ำซอสพริกศรีราชาพานิช จำหน่ายให้ได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก เฉพาะที่งานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช วันที่ 29-30 มกราคมนี้ณ บูธซอสภูเขาทอง

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช เปิดเผยว่า เป็นประจำเช่นทุกปีที่ ไทยเทพรส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลตรุษจีนเยาวราช โดยปีนี้เราตั้งใจคิดค้นรังสรรค์เมนูพิเศษ “หมั่นโถวห่อทรัพย์” ขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเป็นเมนูมงคลความหมายดีรับปีใหม่ ช่วยเพิ่มสีสันให้ตรุษจีนปีนี้พิเศษยิ่งขึ้น ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองรสชาติเป็นปีแรก จำหน่ายเพียง 2 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคมนี้ บริเวณบูธซอสภูเขาทอง หน้าโรงแรมนิวเอ็มไพร์ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ราคาจำหน่ายชิ้นละ 60 บาทเท่านั้น

“เราพยายามสร้างมิติใหม่ของซอสพริกศรีราชาพานิช มาสร้างสรรค์หลากหลายเมนูความอร่อยที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดย หมั่นโถว ห่อทรัพย์ เกิดจากแรงบันดาลใจเมนูมงคลตรุษจีน ที่สื่อถึงการ “ห่อโชค” ซึ่งเปรียบเหมือนการอวยพรให้ทุกคนได้รับทั้งโชคและทรัพย์ตลอดปี สำหรับส่วนผสมแป้งหมั่นโถวเรานำซอสพริก ศรีราชาพานิชเผ็ดกลางมาเพิ่มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ผสานเข้ากับหมูกรอบเนื้อฉ่ำคลุกเคล้ารสซอสพริกเหลืองศรีราชาพานิช หวังว่าผู้บริโภคจะมาร่วมลิ้มลองรสชาติที่หาทานได้เป็นครั้งแรกที่งานตรุษจีนเยาวราช” คุณวรัญญากล่าว

ภายในงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราชปีนี้ นอกจากเมนูมงคล“หมั่นโถว ห่อทรัพย์” แล้ว เรายังมีอีกหนึ่งเมนูมงคลอร่อย “กระเพาะปลาน้ำแดงหมี่อายุยืน” จำหน่ายในราคา 60 บาท โดยในวันที่ 30 มกราคม เวลา 15.30 น.พบกับกิจกรรมพิเศษจากเชฟป้อม-ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล ที่มาโชว์ฝีมือสร้างสรรค์เมนูนี้ลงบนกระทะยักษ์ เพื่อมอบให้ผู้ร่วมงานชิมฟรี จำนวน 200 ถ้วยพร้อมผลิตภัณฑ์ไทยเทพรส ที่นำมาจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย

“เรามุ่งตอกย้ำและสร้างการจดจำให้ผู้บริโภคนึกถึงซอสภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช หนึ่งในเคล็ดลับความอร่อยหลากหลายเมนูคาวหวานคู่ใจทุกครอบครัวและในทุกเทศกาลสำคัญของคนไทย ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปีเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์กับวิถีชีวิตผู้คนยังคงก้าวเดินไปพร้อมกัน” คุณวรัญญา กล่าวทิ้งท้าย

โดยเร็วๆ นี้ เรากำลังเตรียมสร้างปรากฏการณ์ความพิเศษอีกครั้ง นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างไทยเทพรสกับแบรนด์ที่ต้องถูกใจสายของหวานอย่างแน่นอน สามารถติดตามข่าวสารและเรื่องราวน่าสนใจได้ที่ https://www.facebook.com/thaitheparos

Marvel Studios ชวนดูศึกใหญ่‘กัปตันอเมริกา’ปะทะ‘เรด ฮัลค์’ เผยโฉมกัปตันเวอร์ชั่นพญาครุฑ เผชิญหน้าเจ้ายักษ์แดงในชุดยักษ์ใหญ่

Marvel Studios ชวนดูศึกใหญ่‘กัปตันอเมริกา’ปะทะ‘เรด ฮัลค์’  เผยโฉมกัปตันเวอร์ชั่นพญาครุฑ เผชิญหน้าเจ้ายักษ์แดงในชุดยักษ์ใหญ่

Marvel Studios ชวนดูศึกใหญ่‘กัปตันอเมริกา’ปะทะ‘เรด ฮัลค์’ เผยโฉมกัปตันเวอร์ชั่นพญาครุฑ เผชิญหน้าเจ้ายักษ์แดงในชุดยักษ์ใหญ่

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาแล้วกับศึกครั้งใหญ่แห่งปีที่แฟนๆจะได้ชมแอ๊กชั่นสุดมัน กัปตันอเมริกาปะทะเรด ฮัลค์ ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Marvel Studios’ Captain America : Brave New World กัปตันอเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายวันมาฆบูชาพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง ปลุกกระแสให้อยากดูมากขึ้นไปอีก Marvel Studios จึงส่งสองคู่ต่อกรมาแต่งองค์ทรงเครื่องแบบไทยเป็นพญาครุฑและยักษ์ใหญ่ พร้อมเผยโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้อินยิ่งขึ้นผ่านโปสเตอร์แฟนอาร์ตสุดพิเศษ

ผลงานโปสเตอร์แฟนอาร์ตครั้งนี้ ยังคงได้ศิลปินมากฝีมือ Maiimou (พี) จาก Smashhh Studio มาสร้างสรรค์ขึ้นเช่นเคย โดยพีอธิบายถึงคอนเซ็ปต์ในการออกแบบว่า ได้นำคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นของทั้งสองตัวละคร กัปตันอเมริกา และ เรด ฮัลค์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการนำวัฒนธรรมไทยผสมผสานเข้าไปกับเรื่องราวของ “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่”

“จากแนวทางที่อยากนำวัฒนธรรมไทยใส่ลงไปในคาแร็กเตอร์ของตัวละคร เราจึงพยายามมองว่าจะมีวัฒนธรรมไทยแบบไหนที่สามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงกัปตันอเมริกากับ เรด ฮัลค์ ได้บ้าง โดยตอนแรกนึกถึงฝ่ายแดงและน้ำเงินของมวยไทย แต่เมื่อมองลึกไปกว่านั้นจะเห็นว่ากัปตันอเมริกามีปีกและบินได้ ส่วน เรด ฮัลค์ เป็นยักษ์สีแดง เลยมองหาสัตว์และตัวละครในวรรณคดีไทยที่อาจจะมีคาแร็กเตอร์ใกล้เคียงกับทั้งสองคน จนได้ออกมาเป็นครุฑและยักษ์ซึ่งสามารถบอกเล่าเรื่องราวของกัปตันอเมริกากับเรด ฮัลค์ ได้ดี” พี กล่าว ก่อนเสริมว่า แม้จะได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์และตัวละครในวรรณคดีไทย แต่การออกแบบโปสเตอร์แฟนอาร์ตในครั้งนี้ไม่ได้อ้างอิงตัวละครจากวรรณคดีเรื่องไหนเลย

สำหรับกัปตันอเมริกา Smashhh Studio สร้างสรรค์ออกมาในลุคพญาครุฑทะยานเวหา สวมชุดไทย ติดปีก พร้อมท่วงท่าองอาจและสายตาที่มุ่งมั่น ราวกับจะบอกว่า ถึงจะเป็นกัปตันอเมริกา แต่ก็พร้อมปกป้องเมืองไทยจากภัยอันตราย ด้าน เรด ฮัลค์ สวมวิญญาณยักษ์แดง แต่งองค์ด้วยเครื่องทรงแบบไทย อยู่ในอารมณ์โมโหโกรธา พร้อมประจันหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด ให้สะท้านสะเทือนไปทั่วแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ เรื่องราวใน “Marvel Studios’ Captain America : Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” คือภารกิจครั้งใหญ่ หลังจากที่ แซม วิลสัน (Anthony Mackie) เข้าพบ Thaddeus Ross ประธานาธิบดีสหรัฐที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งมาหมาดๆ (รับบทโดย Harrison Ford ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน Marvel Cinematic Universe) แล้วต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่สำคัญ ทำให้เขาต้องค้นหาสาเหตุเบื้องหลังแผนการร้ายระดับโลก ก่อนตัวการที่แท้จริงจะทำให้ทั้งโลกลุกเป็นไฟ

แฟนๆ ที่เห็นบรรยากาศและอารมณ์คุกรุ่นพร้อมปะทะจากโปสเตอร์แฟนอาร์ตแล้ว ไม่อยากพลาดความสนุกของ “Marvel Studios’ Captain America : BraveNewWorld กัปตันอเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ พร้อมลุ้นไปร่วมพิสูจน์ความแข็งแกร่งในงานวิ่งสุดมันครั้งแรกของแฟนๆ มาร์เวลชาวไทย“BRAVENEWWORLD NIGHT RUN” ที่ One Bangkok Park ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/MarvelThailand/posts/pfbid02SVL7Gv2 gNXzUXPpCpUk7XoyTnYydPQkGGoPgihRciXDJShqio3Pr6dGAJ3NvUkcal) ก่อนไปตื่นตาตื่นใจพร้อมกันวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ และระบบ IMAX

Boucheron เปิดตัวแคมเปญตรุษจีน พร้อมสองโกลบอล แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์

Boucheron เปิดตัวแคมเปญตรุษจีน พร้อมสองโกลบอล แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์

Boucheron เปิดตัวแคมเปญตรุษจีน พร้อมสองโกลบอล แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Boucheron (บูเชอรง) แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงสัญชาติฝรั่งเศส มีสไตล์โดดเด่นและล้ำสมัย ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1858 เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยแคมเปญใหม่ นำแสดงโดยโจวตงอวี่ (Zhou Dongyu) Global Brand Ambassador และอีธาน ฮวน (Ethan Juan) นักแสดงภาพยนตร์ชื่อดัง

เทศกาลตรุษจีน สะท้อนถึงความสองด้านของการสิ้นสุดและการเริ่มต้นใหม่ ช่วงเวลาแห่งการพบปะสังสรรค์และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในช่วงเทศกาลอันน่ารื่นเริงนี้ Boucheron ร่วมเดินทางไปกับผู้สวมใส่ผ่านเรื่องราวส่วนตัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังใจจากการพบปะครอบครัวหรือการออกสำรวจสิ่งใหม่ๆ แคมเปญใหม่ของเมซง “Comings and Goings” ถ่ายทอดช่วงเวลาแห่งการเติบโตและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง พลังของเทศกาลตรุษจีนสะท้อนผ่านการมาพบปะและการแยกย้าย ช่วยฟื้นฟูพลังในความสัมพันธ์ และนำทางหัวใจไปยังการเดินทางที่ไกลออกไป

เพื่อการเฉลิมฉลองที่มีความหมายนี้ Boucheron ได้นำสองนักแสดงชื่อดังทั้ง Global Brand Ambassador โจวตงอวี่และ อีธาน ฮวน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวโดยสวมใส่ผลงานจากคอลเลคชั่น Quatre (กาตร์) ซึ่งเชื่อมโยงสองเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงตรุษจีน แม้จะอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกัน โจวตงอวี่เลือกที่จะออกเดินทางจากบ้านเพื่อสำรวจเส้นทางใหม่ ในขณะที่ อีธาน ฮวน กลับมาพบปะเพื่อนและครอบครัว เส้นทางของแต่ละคนแสดงถึงความเป็นตัวเองสะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบของ Quatre เสริมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่โดยไม่จำกัดความเป็นตัวตนของพวกเขา

Quatre ซึ่งเปิดตัวในปี 2004 ได้นำลวดลายอันโดดเด่นทั้งสี่จากคลังผลงานของ Boucheron มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ได้แก่ Double Godron, Clou de Paris, เพชรแบบเรียงแถว และ Grosgrain ซึ่งแม้จะมีรากฐานจากอดีต แต่การออกแบบที่โดดเด่นและทันสมัยของ Quatre กลับสะท้อนถึงปัจจุบัน ก้าวข้ามทั้งกาลเวลาและข้อจำกัดทางเพศ Quatre เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการปกป้องไม่ว่าจะเพื่อตนเองหรือผู้อื่น และได้กลายเป็นตัวแทนของผู้ที่นำโดยการเป็นแรงบันดาลใจมากกว่าการสั่งการ และเป็นการปกป้องมากกว่าการครอบงำแคมเปญนี้นำเสนอผลงานจากคอลเลคชั่น Quatre Classique และ White Edition ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์อันทรงพลังในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

Boucheron ก่อตั้งขึ้นในปี 1858โดย Frédéric Boucheron และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องโดยทายาทตรงสี่รุ่น ผู้ก่อตั้งเป็นนักออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ และเป็นช่างอัญมณีคนแรกในบรรดาคนรุ่นเดียวกันที่เปิดบูติกที่ Place Vendôme โดย Boucheron ได้สร้างเมซงที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความยอดเยี่ยมในวงการอัญมณี ไฮจิวเวลรี่ และการผลิตนาฬิกาจนถึงทุกวันนี้ สไตล์ของ Boucheron แสดงออกถึงความกล้าหาญและเสรี พร้อมสร้างสรรค์ความคลาสสิกของวันพรุ่งนี้อย่างไม่หยุดยั้งปัจจุบันมีบูติก Boucheron กว่า 90 แห่งทั่วโลก และอยู่ภายใต้ Kering กลุ่มสินค้าหรูระดับโลก

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำปลาร้าเค็มจัดๆ กับโรคไต

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำปลาร้าเค็มจัดๆ กับโรคไต

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : น้ำปลาร้าเค็มจัดๆ กับโรคไต

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้พบกับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นผู้บริหารกลุ่มงานเภสัชกรรมโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันแล้วทำให้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ยากลุ่มหนึ่งที่มีปริมาณและมูลค่าการใช้สูงคือ ยารักษาภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูงชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

แล้วได้ทราบว่าโรงพยาบาลแห่งนั้นมีผู้ป่วยไตวายจำนวนมาก แล้วก็ยังได้รับคำตอบที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในภาคอีสานมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวนมาก สถิติผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายไตที่นั่นมีมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศผู้เขียนรู้สึกห่วงใยกับกรณีนี้มาก เพราะโรคไตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก และในประเทศไทยก็มีปัญหานี้มาก จากสถิติพบว่าผู้ป่วยโรคไตในไทยมีจำนวนเพิ่มต่อเนื่อง เช่น จาก 8 ล้านคน ในปี 2563 เพิ่มเป็น 11.6 ล้านคน ในปี 2565 ในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องล้างไตเพิ่มจาก 8 หมื่นคน เป็น 1 แสนคน ด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้ ทำให้ไทยติดหนึ่งในห้าของประเทศที่ป่วยโรคไตมากที่สุด โดยภูมิภาคที่เป็นโรคไตมากที่สุดคือ ภาคอีสาน

ไตทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกาย ควบคุมสมดุลเกลือแร่ และผลิตฮอร์โมนที่สำคัญหลายอย่าง และมีบทบาทในการผลิตเม็ดเลือดแดง ควบคุมความดันโลหิตรวมถึงการสร้างและสลายของมวลกระดูก ดังนั้น เมื่อไตเสื่อมถึงขีดสุด และต้องล้างไต โดยผู้ป่วยต้องใช้ยาอื่นๆ อีกมาก เพื่อให้ดำรงชีวิตเป็นปกติ แต่ถ้าโชคดีมากพอ ก็ได้รับไตบริจาคมาปลูกถ่าย จึงไม่ต้องทนล้างไตสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งอีกต่อไป ก็ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ เพราะยังต้องกินยาอีกกำมือหนึ่งอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในยาที่สำคัญที่สุดคือ ยากดภูมิคุ้มกัน จำนวน 2-3 ตัว วันละ 1-2 มื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยปฏิเสธไตที่ได้รับเข้าไปใหม่

สาเหตุของไตเสื่อมหรือไตวายมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการมีภาวะโรคอื่นๆ อยู่ก่อน เช่น โรคเบาหวาน ความดัน แต่ไม่สามารถคุมสภาวะของโรคได้ พฤติกรรมต่างๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้ามาก ดื่มน้ำน้อย เป็นต้น รวมถึงการใช้ยาชุด ยาแก้ปวดแก้อักเสบพร่ำเพรื่อ ล้วนมีส่วนทำให้ไตเสื่อมได้

สาเหตุสำคัญอีกอย่างมาจากพฤติกรรมการบริโภค คือ กินเค็มเกินไป กินอาหารขบเคี้ยวที่มีโซเดียม (เกลือ) สูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง  คนไทยส่วนใหญ่มักชอบอาหารรสจัด รวมถึงเค็มจัด ดังนั้น จึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ แต่ก็ต้องอาศัยความตั้งใจอย่างสูงจึงจะทำได้สำเร็จ

ปัญหาการกินเค็มจัดของคนไทย โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานนับเป็นเรื่องใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะพื้นที่คือวัฒนธรรมการกินอาหาร และการถนอมอาหารของชาวอีสานก็มักใช้เกลือปริมาณสูง ดังนั้นพบว่า ปลาร้า ปลาส้ม ไส้กรอกอีสาน อาหารหมักดองอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูเด็ดของชาวอีสานที่คนทั้งประเทศ รวมถึงผู้เขียนก็ชื่นชอบไม่น้อย เช่น ส้มตำ แจ่วบอง ต้มแซบ ฯลฯ 

เห็นได้ว่ามีร้านอาหารอีสานในทุกซอกตรอกซอยในกรุงเทพฯ และยุคปัจจุบันยังพบว่าหลากหลายร้านอาหาร ไม่จำกัดแค่ร้านอาหารอีสาน ได้นำน้ำปลาร้าไปเป็นส่วนผสมในหลากหลายเมนู เช่น แกงจาก หรือยำรสเด็ด ประกอบกับคำโฆษณาที่ว่าใส่เยอะ ยิ่งอร่อยนัว จนปัจจุบันมีน้ำปลาร้าสำเร็จรูปนานายี่ห้อออกมามากมาย ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าอาหารแต่ละจานในหนึ่งมื้อถูกเติมรสเค็ม และมีของหมักดองเพิ่มเกือบทุกจาน ทำให้คนกินได้รับปริมาณเกลือมากเกินจากที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าไม่ควรเกิน 1 ช้อนชา แต่ความจริงกินมากกว่านั้นเยอะแยะ 

เราอาจลืมไปว่าการรับประทานอาหารเค็มจัดคือการเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนไม่ได้แอนตี้น้ำปลาร้า แต่อยากเตือนให้ทุกคนที่ชื่นชอบกินเค็ม ต้องพยายามลดระดับความเค็มลงให้ได้ เพื่อให้ไตของเราได้อยู่กับเราไปนานๆ ย้ำว่าต้องลดการกินเค็มจัดๆ ให้ได้เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไตวาย และขอแนะนำให้ลดน้ำจิ้มต่างๆ ลงด้วย ลดขนมขบเคี้ยว หันไปทำอาหารกินเอง เพื่อจะได้จำกัดการใช้เกลือ อย่าลืมว่าอาหารนอกบ้านเรานั้นเราไม่สามารถคุมปริมาณเครื่องปรุง และความเค็มได้ เมื่อเราลดปริมาณโซเดียมได้แล้ว สุขภาพโดยรวม และสุขภาพไตจะดีขึ้น

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย