SWATCH คอลเลกชันปีมะเส็งต้อนรับวันตรุษจีน แรงบันดาลใจจากการเฉลิมฉลองให้กับทุกการเติบโต

SWATCH คอลเลกชันปีมะเส็งต้อนรับวันตรุษจีน แรงบันดาลใจจากการเฉลิมฉลองให้กับทุกการเติบโต

SWATCH คอลเลกชันปีมะเส็งต้อนรับวันตรุษจีน แรงบันดาลใจจากการเฉลิมฉลองให้กับทุกการเติบโต

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.32 น.

SWATCH เปิดตัวนาฬิกา 2 ดีไซน์ใหม่สีสันสดใสไม่ซ้ำใคร  แรงบันดาลใจจากการเฉลิมฉลองให้กับทุกการเติบโต ความยืดหยุ่น และการปรับตัวที่นำไปเชื่อมโยงกับปีมะเส็ง นาฬิการุ่นนี้จึงสื่อถึงการพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นอกจากดีไซน์ที่มีความโดดเด่นและสีสันสดใส ทั้ง 2 ดีไซน์ยังมีรายละเอียดที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

BLUE AND GOLDEN LITHE DANCER นาฬิกา BIG BOLD BIOSOURCED ที่ไม่เหมือนใครเรือนนี้ โดดเด่นด้วยลวดลายงูที่เลื้อยไปตามพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม ราวกับนักเต้นที่เคลื่อนตัวอย่างมีชีวิตชีวาบนเวทีที่มีแสงสลัว หรือฝีแปรงที่แม่นยำจากปลายพู่กันของปรมาจารย์อักษรวิจิตร โดยนาฬิกาเรือนนี้ไม่เพียงแต่สื่อถึงความงดงามและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่ยังท้าทายให้ผู้สวมใส่ก้าวออกไปสู่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์บนเวทีแห่งชีวิต ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัว แม่นยำ และมั่นใจเต็มเปี่ยม นั่นก็เพราะนาฬิกา BIG BOLD ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อคนที่กล้าที่จะแตกต่างและกล้าใช้ชีวิตความทะนง มั่นใจ และเหนือความคาดหมาย

GOLDEN RED BAMBOO นาฬิกา SKIN IRONY สีทองอร่าม ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนก็เข้าได้กับทุกลุคทุกสไตล์ เนื่องจากตัวเรือนที่บางเป็นพิเศษ ผสานกับจุดเด่นของสายนาฬิกาที่เป็นผ้าเนื้อนุ่มพร้อมดีไซน์ลายงูและต้นไผ่อย่างละเอียดละออ สื่อถึงจิตวิญญาณแห่งการเติบโตและการปรับตัว เฉกเช่นต้นไผ่ที่โค้งงอโดยไม่แตกหัก และงูที่เลื้อยไปมาอย่างสง่างามในทุกสภาพแวดล้อม นาฬิกาเรือนนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่า “การเติบโตนั้นเกิดจากความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ”  มอบอิสระให้กับผู้สวมใส่ได้ถ่ายทอดตัวตนและเติบโตอย่างอิสระเสรี

ไม่ว่าคุณจะมองหาการเริ่มต้นใหม่หรือเพียงแค่เก็บเป็นของที่ระลึกสำหรับปีมะเส็ง นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นนาฬิกา Swiss-made และสามารถกันน้ำได้เหมือนกับนาฬิกา Swatch ทุกเรือน ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้เต็มที่กับทุกช่วงเวลาในชีวิต

นอกจากนี้ นาฬิกา BLUE AND GOLDEN LITHE DANCER และ GOLDEN RED BAMBOO มาพร้อมกับแพคเกจดีไซน์สุดพิเศษที่เข้ากันกับนาฬิกา จึงไม่ได้เพียงแค่มีสไตล์ แต่ยังเหมาะต่อการมอบให้เป็นของขวัญอีกด้วย พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Swatch stores ทั่วโลกและทาง swatch.com  ติดตามข่าวสารและรายละเอียดการวางจำหน่ายเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @swatch_th
Facebook: SWATCH Instagram: @SWATCH_TH

040

ปอนด์ ณราวิชญ์ คนไทยคนแรกนั่งแท่น แบรนด์แอมบาสเดอร์น้ำหอมVersace

ปอนด์ ณราวิชญ์  คนไทยคนแรกนั่งแท่น แบรนด์แอมบาสเดอร์น้ำหอมVersace

ปอนด์ ณราวิชญ์ คนไทยคนแรกนั่งแท่น แบรนด์แอมบาสเดอร์น้ำหอมVersace

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.02 น.

Versace ประกาศแต่งตั้ง ปอนด์ ณราวิชญ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์น้ำหอมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Versace Fragrance Ambassador for Southeast Asia) ด้วยผลงานอันโดดเด่นและเสน่ห์ที่สะกดใจผู้ชม ปอนด์นำพลังอันสดใสและเสน่ห์อันน่าหลงใหลมาร่วมถ่ายทอดผ่านภาพลักษณ์และแคมเปญของแบรนด์ Versace

ปอนด์ ถือเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์น้ำหอม Versace โดยได้ร่วมโปรโมตน้ำหอมผู้ชายในคอลเล็กชัน Versace Eros อาทิ Versace Eros, Versace Eros Flame และ Versace Eros Energy น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อนความสง่างามและความกล้าหาญในการเป็นตัวของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับน้ำหอมยอดนิยมอย่าง Versace Bright Crystal และ Versace Dylan Blue ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Versace Eros Energy  น้ำหอมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปราถนาและความเย้ายวน ผสมผสานแนวกลิ่นสดชื่นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนจากมะกรูด (Bergamot) ซิตรัส (Citrus) และเนโรลี (Neroli) เข้ากับกลิ่นมิเนอรัล-ฟลอรัลของคลารีเสจ (Clary Sage) และบลูไฮยาซินธ์ (Blue Hyacinth) สื่อถึงความเป็นผู้ชายที่มีความลุ่มลึก มีเสน่ห์ และทรงพลัง

Versace Eros Flame น้ำหอมที่บอกเล่าเรื่องราวของความกล้าหาญกับความน่าหลงใหล ผสมผสานกลิ่นผลไม้แนวซิตรัส ได้แก่ เลม่อน (Lemon) ส้มแทนเจอรีน (Tangerine) ส้ม (Orange) และพริกไทยดำ (Black Pepper) กลิ่นหอมของโรสแมรี่ป่า (Wild Rosemary) ที่ตัดกันกับกลิ่นของเปปเปอร์วูด (Pepperwood) เจอเรเนียม (Geranium) และกุหลาบ (Rose) อีกทั้งกลิ่นซีดาร์เท็กซัส (Texas Cedar) แพทชูลี (Patchouli) เวติเวอร์เฮติ (Haitian Vetiver) โอ๊คมอสภูเขา (Mountain Oak Moss Accord) วานิลลา (Vanilla) และแซนดัลวูด (Sandalwood) ที่หลอมรวมกันเป็นกลิ่นที่มีเสน่ห์

Versace Eros น้ำหอมที่มีมิติชวนค้นหา ด้วยแนวกลิ่นสดชื่นจากส้มแมนดาริน (Mandarin) และเลม่อน (Lemon) ที่ผสมกับกลิ่นของลิทเซีย คูบีบา (Litsea Cubeba) และกลิ่นหอมที่ผสมผสานอย่างลงตัวและยากจะลืมเลือนด้วยกลิ่นวู้ดดี้ที่เพิ่มความลุ่มลึกและน่าหลงใหล

Versace Dylan Blue น้ำหอมที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่งและความเป็นชาย ผ่านแนวกลิ่นแสนเย้ายวนในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน กลิ่นหอมแนวอะควาติกที่โดดเด่นด้วยกลิ่นสดชื่นจากมะกรูด (Bergamot) และเกรปฟรุต (Grapefruit) กลิ่นแนวสไปซี่จากหญ้าฝรั่น (Saffron) และเบสโน้ตแนวมัสก์กี้

เซ็นทรัลชิดลมจับมือ 2 ศิลปินระดับโลก คอลแลปกันครั้งแรก จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย ‘Namecaps : Spaceman’

เซ็นทรัลชิดลมจับมือ 2 ศิลปินระดับโลก คอลแลปกันครั้งแรก จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย ‘Namecaps : Spaceman’

เซ็นทรัลชิดลมจับมือ 2 ศิลปินระดับโลก คอลแลปกันครั้งแรก จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย ‘Namecaps : Spaceman’

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.00 น.

ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  คอลแลปเป็นครั้งแรก ของ 2 ศิลปินชื่อดังระดับโลก Stash และ Jahan จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย “Namecaps : Spaceman” ในคอนเซ็ปต์ “East & West” ด้วยแนวคิดการผสมผสานศิลปะที่ไม่ได้เป็นเพียงการรวมสองวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก แต่เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านงานศิลป์ที่ชวนค้นหาและสะท้อนอารมณ์ร่วมของผู้ชมทุกคน พร้อมจับมือกับ ArtCEO สร้างสรรค์คอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับงานนี้ โดยจะวางจำหน่ายเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมเท่านั้น

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด  กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การจัดนิทรรศการ ‘Namecaps : Spaceman’  ครั้งนี้  ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญในการสานต่อความตั้งใจของห้างเซ็นทรัลชิดลมในฐานะ “The Store of Communities” พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่ได้นำเอาศิลปะมาผสานกับรีเทลสร้างกิจกรรมใหม่ๆ และยังเป็นแลนด์มาร์กให้คนที่ชื่นชอบในงานอาร์ตมาพบปะกัน ซึ่งงานนี้นับเป็นการคอลแลปกันครั้งแรกระหว่าง 2 ศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง Stash และ Jahan ที่ไม่เพียงแค่นำเสนองานศิลปะต้นฉบับและคอลเลกชันส่วนตัวสุดพิเศษมาจัดแสดง แต่ยังร่วมมือกับ ArtCEO สร้างสรรค์ไอเทมและคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาให้เลือกช้อปเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมเท่านั้น

“แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นิทรรศการนี้มาจากแนวคิด ‘Evolution of Graffiti’ บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของศิลปะกราฟฟิตี้จากผนังของเมืองใหญ่สู่ศิลปะร่วมสมัยในระดับโลก เป็นนิทรรศการที่ไม่เพียงนำเสนองานศิลปะ แต่ยังตอกย้ำห้างเซ็นทรัลชิดลมในการเป็นห้างแห่งแรงบันดาลใจเพื่อคนทุกสไตล์ ทุกเจเนอเรชัน และยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมและมุมมองเข้าไว้ด้วยกันผ่านนิทรรศการศิลปะที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์     ซึ่งสะท้อนความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพมหานคร”

Stash หรือ Mr. Josh Franklin และ Mr. Jahan Loh ถ่ายทอดแนวคิดในชื่อนิทรรศการ  ‘Namecaps : Spaceman’ ที่เล่นคำแบบกลับด้าน (Palindrome) โดยเมื่ออ่านย้อนกลับจะกลายเป็น “Spaceman” ซึ่งจุดประกายแนวคิดจากการสำรวจมิติของความเป็นคู่ขนาน เป็นความแตกต่างระหว่างมหานครนิวยอร์กและสิงคโปร์ สื่อถึงความหลากหลายและความเชื่อมโยงที่ข้ามผ่านข้อจำกัด ทั้งด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต

การร่วมมือกันครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะ Stash ในฐานะศิลปินจากนิวยอร์กผู้บุกเบิกงานศิลปะแอร์โรซอลและสร้างชื่อเสียงจากการผสมผสานศิลปะเข้ากับแบรนด์ดังระดับโลก มีผลงานที่โดดเด่นร่วมกับศิลปินในตำนานอย่าง Basquiat และ Keith Haring ขณะที่ Jahan ศิลปินร่วมสมัยจากสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญในการยกระดับงานป๊อปอาร์ตของสิงคโปร์สู่สากล ทั้งยังเคยมีผลงานร่วมกับแบรนด์ดังมากมาย อาทิ SAMSUNG และ ADIDAS

นิทรรศการนี้ จึงเป็นการมองต่างมุมและยังมีความพิเศษในการบ่มเพาะผลงาน เพราะศิลปินทั้งสองได้เดินทางมากรุงเทพมหานครล่วงหน้าเพื่อสัมผัสจังหวะชีวิตและบรรยากาศที่มีความเฉพาะตัวของกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างประเพณีและความทันสมัย จนได้นำแรงบันดาลใจนั้นเข้าสู่การสร้างสรรค์ผลงาน งานทุกชิ้นจึงเชื่อมโยงลึกซึ้งกับสถานที่และกลายเป็นประสบการณ์ “Made in Bangkok” อย่างแท้จริง

สำหรับไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือผลงานในชื่อ Chidlom Dreaming: CD ที่เป็นการนำผลงานกราฟฟิตี้สไตล์ไวด์สไตล์มาตีความใหม่ โดยเล่าถึงเรื่องราววิวัฒนาการของผลงานชิ้นนี้ โดยเริ่มต้นจากการแสดงออกบนท้องถนนที่ดิบและมีชีวิตชีวา ฉาบด้วยสีขาว จากนั้นจึงทาสีใหม่เป็นเลเยอร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกระบวนการสร้างและการลบเลือนที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักร ผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของศิลปะกราฟฟิตี้ตลอดหลายทศวรรษ โดยเปลี่ยนจากรากฐานที่กบฏในนิวยอร์กซิตี้มาเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ได้รับการยอมรับ โดยอิทธิพลของศิลปะกราฟฟิตี้ได้แผ่ขยายไปทั่วโลก รวมถึงสิงคโปร์และกรุงเทพฯ ผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดการเดินทางของศิลปะกราฟฟิตี้ทั้งในฐานะชิ้นงานศิลปะผืนผ้าใบของนักสะสม และเป็นการบอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ความพิเศษของนิทรรศการนี้ ยังมี Immersive Room ที่จะพาคุณเข้าสู่มิติใหม่ของ กราฟฟิตี้ดิจิทัล สัมผัสศิลปะในแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงยังมีคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งออกแบบพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการร่วมมือครั้งสำคัญนี้โดยเฉพาะ พร้อมเปิดตัวและวางจำหน่ายเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม อาทิ เสื้อยืดลายกราฟิกที่สะท้อนตัวตนของทั้งสองศิลปิน, หมวกแก๊ป, หมวกBucket, Tote Bag ที่นำลวดลายและดีไซน์จากผลงานที่จัดแสดงมาผลิตเป็นของใช้น่าสะสม นอกจากนี้ ArtCEO ยังมีความพิเศษอย่างการคัดสรรผลงานสุดลิมิเต็ดที่มีทั้งความงดงามและมีมูลค่าในด้านการสะสมและการลงทุนนำมาให้จับจองเป็นเจ้าของเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

          นิทรรศการ  “Namecaps : Spaceman” โดยศิลปิน Stash & Jahan สามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 4 มีนาคม  2568 ณ Event Hall ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK / INSTAGRAM : CENTRAL CHIDLOMCENTRAL DEPARTMENT STORE

‘เหม่ยอิง’ จิตรกรหญิงชาวจีนจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ

‘เหม่ยอิง’ จิตรกรหญิงชาวจีนจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ

‘เหม่ยอิง’ จิตรกรหญิงชาวจีนจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.40 น.

ศิลปิน Meiying (เหม่ยอิง) จิตรกรหญิงชาวจีน กับนิทรรศการ “Hide in Elephant” สำรวจโลกแห่งจินตนาการที่ซ่อนเร้นผ่านนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ ของ Meiying จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Maison JE Bangkok และ inner flow Gallery จาก POP MART

‘เหม่ยอิง’ จิตรกรหญิงชาวจีน

ผลงานศิลปะในนิทรรศการ Hide in Elephant ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร “Hyde” (ไฮด์) เด็กน้อยที่หลบซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าและเฝ้ามองโลกอย่างเงียบสงบ Hyde สะท้อนความรู้สึกของศิลปิน แบ่งปันจินตนาการ ความอบอุ่น และความลับเล็ก ๆ ของชีวิต พร้อมสร้างความทรงจำใหม่บนผืนผ้าใบ

ศิลปินใช้ภาพ “ช้าง” (Elephant) หรือ “象” ซึ่งคำนี้ในภาษาจีนยังหมายความถึง “รูปลักษณ์” มาผสมผสานกับ “Hyde” ที่มาจากคำว่า “Hide” เพื่อสื่อถึงการซ่อนเร้นภายในจิตใจของมนุษย์ Hide in Elephant เชิญชวนให้ผู้ชมสำรวจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังรูปลักษณ์ พร้อมทั้งเผยความอบอุ่นและความจริงใจซึ่งเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

สัมผัสผลงานสร้างสรรค์ทั้ง 13 ชิ้นที่สะท้อนเอกลักษณ์และโลกแห่งจินตนาการอันโดดเด่นของเหม่ยอิง ในพื้นที่ชั้น 1 ของ เมซง เจอี บนถนนสุรวงศ์ สี่พระยา บางรัก กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 6 เมษายน 2568 ภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายของที่ระลึกจากศิลปิน พร้อมโอกาสพิเศษที่คุณจะได้พบกับเหม่ยอิงในวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2568 โดยศิลปินจะร่วมพูดคุย แบ่งปันแรงบันดาลใจ และมอบลายเซ็นสำหรับผู้ที่สนใจอย่างใกล้ชิด 

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุด ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุด ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

แบงก์กรุงเทพ มอบหนังสือสู่ห้องสมุด ปลูกทักษะเยาวชนไทยเรียนรู้โลกด้วยการอ่าน

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.33 น.

ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวาย เราจะสนับสนุนและร่วมผลักดันอย่างไรให้เยาวชนไทยเติบโตมาอย่างเท่าเทียมเสมอภาคได้รับการศึกษาและทักษะจำเป็นในชีวิต เพราะเหล่านี้ถือเป็นการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืน “การอ่าน” จึงเป็นหนทางแห่งการวางรากฐานในการปลูกฝังความคิด สร้างจินตนาการ และเป็นสะพานในการเชื่อมต่อสู่โลกแห่งโอกาสให้กับเยาวชนไทย

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จับมือเหนียวแน่น ร่วมกันปลูกฝังอนาคตของชาติให้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีด้วยการจัดตั้งโครงการมอบหนังสือ ปีที่ 16 ปีนี้ใช้ชื่อโครงการว่า “ปลูกทักษะเรียนรู้ด้วยตัวฉันและโลกใบนี้” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568  ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ (สีลม)  ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธีมอบหนังสือให้กับ ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ พร้อมกับ อาทร เตชะธาดา กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เพื่อส่งมอบหนังสือชุด Joyful Chrillden Book เรียนรู้ด้วยตัวฉันและโลกใบนี้ อันได้แก่ นิทาน 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ จำนวน 12 เรื่อง ส่งต่อความรู้ผ่านเรื่องเล่า เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนให้เด็กรู้จักตัวเองและผู้อื่น รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม หนังสือเด็กประถมวัย สาระการเรียนรู้ จำนวน 10 เรื่อง เพื่อเสริมทักษะให้เด็กประถมวัยและหนังสืออ่านนอกเวลา จำนวน 25 เรื่อง เป็นหนังสือที่ถูกคัดสรรมาเพื่อประจำห้องสมุด สามารถสร้างเสริมพัฒนาการ กระตุ้นสติปัญญา ส่งเสริมจินตนาการให้กับเด็กได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งหมดนี้จำนวนกว่า 100,000 เล่ม มอบให้แก่ห้องสมุดประจำโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวม 400 แห่ง มูลค่า 8 ล้านบาท ด้วยรูปแบบไฮบริดอีเวนต์  มีตัวแทนจากโรงเรียนต่างๆ มาร่วมงานด้วยตัวเอง และอีกส่วนเข้าร่วมงานทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom โดยแสดงภาพผ่านจอ LED ด้านบนเวทีที่ยังใช้เปิดวิดีทัศน์ชุด  “ธนาคารความรู้” เพื่อตอกย้ำว่า ธนาคารกรุงเทพ ยังคงร่วมสนับสนุนให้เยาวชนไทย เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า “ธนาคารกรุงเทพฯ มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน เราตระหนักดีว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชีวิตและสังคม หนังสือและแหล่งเรียนรู้ที่ดี คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้แก่เด็กและเยาวชน การได้มีโอกาสสนับสนุนหนังสือเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการให้ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของพวกเราทุกคน ผู้นำทางความคิดของโลกหลายท่านก็ได้พูดถึงประเด็นการอ่านไว้อย่างดียิ่ง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กับคำพูดที่ว่า สิ่งที่สำคัญที่คุณต้องรู้คือที่ตั้งของห้องสมุด เพราะนั่นคือจุดที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็นจุดสานต่อ และส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของเยาวชนให้เติบโตและเป็นกำลังหลักของชาติต่อไป”

ด้าน ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน กล่าวว่า ในนามของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพและบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และได้สนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั้ง 400 แห่งทั่วประเทศ หนังสือที่ได้รับมอบในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งข้อมูลหรือสื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างแรงบันดาลใจ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับนักเรียนในพื้นที่ที่ยังขาดโอกาส การสนับสนุนครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนที่ทรงคุณค่าในการสร้างรากฐานแห่งอนาคตให้กับเยาวชนไทย สพฐ. ขอยืนยันว่าหนังสือทุกเล่มจะถูกกระจายไปยังโรงเรียนทั้ง 400 แห่งอย่างทั่วถึง และถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน ครู และชุมชนในพื้นที่ ส่งเสริมทั้งการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกมิติ”

ภายในงานยังมีซุ้มความรู้จากโรงเรียนดีมากอุปถัมภ์ ที่น้อมนำแนวคิดจากเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่ห้องเรียนธรรมชาติ พร้อมโชว์ภาพบ่อปลาดุก ฟาร์มไก่และฟาร์มเห็ดฟางปลอดสารพิษ ขณะเดียวกันบนเวทีใหญ่มีการแสดงจากคณะหมอลำหุ่น โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ หยิบเอากระติบข้าวเหนียวของชาวอีสาน มาผสมผสานกับหุ่นละครและเพลงหมอลำ โดยได้บทละครจากหนังสือชุด Joinful Chrillden Book 3 เรื่อง มาแสดงบนเวที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทั้งน้องๆ นักเรียน และแขกภายในงานกับ Soft Power จากภาคอีสาน ด้าน อ.ปรีชา การุณ ดีกรีครูช่างศิลปะหัตกรรมประจำปี 2567 ประเภทงานหัตกรรมจักรสาน ผู้ฝึกสอนหมอลำหุ่นคณะเทวดา กล่าวขอบคุณธนาคารกรุงเทพและกล่าวว่า “ที่นี่คือเวทีแรกของเด็กๆบางคนในการแสดงนี้ ก็ถือเป็นโอกาสของเด็กในชนบทครับ ความประทับใจต่อโครงการ ต้องบอกว่าหนังสือก็เหมือนธนาคารความรู้ คลังความรู้ ซึ่งเยาวชนควรอย่างยิ่งที่จะอ่านหนังสือและรักการอ่าน บทละครหลายเรื่องก็มาจากหนังสือ เด็กๆ ในคณะก็ต้องใช้การอ่าน การตีความ จนเกิดเป็นละคร เรียกได้ว่า พวกเขาไม่ได้สร้างแค่ละคร แต่ละครก็สร้างพวกเขาเช่นกัน” 

040

เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.25 น.

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำโดย นพ.ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568” โดยได้นำผลิตภัณฑ์นมสดฮอกไกโด จำนวน 10,000 ขวด และ ถั่วมารูโจ้ จำนวน 10,000 ซอง ไปแจกให้แก่เด็กๆ ที่มาร่วมงานกิจ กรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันอย่างคับคั่ง โดยมี ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาร่วมในงานด้วยที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568

และอีกส่วนหนึ่งได้นำไปแจกในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติของกองทัพเรือ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน พร้อมครอบครัว เข้าเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมายเลข 911 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดแห่งราชนาวีไทย จอดเทียบยังท่าเทียบเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงทางทหาร การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ แจกของขวัญ ของเล่น และขนม เพื่อสร้างความสุข ความสนุก สนาน และปลูกฝังความรักชาติ ภายใต้คำขวัญวันเด็ก “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

นพ.ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการดื่มนมที่มีประโยชน์ จะทำให้เด็กมีร่างกายเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงและเพิ่มความสูงได้ โดยภายในบูธกิจกรรมยังได้เชิญชวนให้น้องๆ และผู้ปกครอง ดื่มนมทุกวันร่วมกับกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ เพื่อให้เด็กไทย เติบโต แข็งแรง สูงดีสมวัย 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ นมสดฮอกไกโด (Hokkaido Milk) กลุ่มนมพาสเจอไรซ์ ซึ่งเป็นนมสด 100% รสชาติเข้มข้น อร่อยแบบนมธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตนม “ONP” ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของฮอก ไกโดมิลค์ เพื่อให้ได้นมสดคุณภาพสูง และคงคุณค่าของสารอาหารไว้อย่างครบถ้วนตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมี โยเกิร์ตสด โยเกิร์ตดริ๊ง  น้ำผลไม้ นมอัดเม็ด ไอศกรีม รวมทั้งกลุ่มถั่วลิสงคั่วกรอบ และถั่วลายเสือคั่วกรอบ ที่มีโปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหาร เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อย คงคุณภาพวัตถุดิบที่ดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างดี สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนมฮอกไกโดและถั่วมารูโจ้ ได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Hokkaido Milk และ Marucho Thailand

040
                                                                                     

สธวท.ร่วมกับ ททท. ชวนลงนามจารึกประวัติศาสตร์ เปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา

สธวท.ร่วมกับ ททท. ชวนลงนามจารึกประวัติศาสตร์ เปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา

สธวท.ร่วมกับ ททท. ชวนลงนามจารึกประวัติศาสตร์ เปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.10 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “เบญจกตัญญุตา บารมีแห่งมังกรสยาม”

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการผู้จัดทำโครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดซุ้มประตู “วชิรสถิต ๗๒ พรรษา” บริเวณสะพานดำรงสถิต และ ซุ้มประตู “วชิรธำรง ๗๒ พรรษา” บริเวณห้าแยกหมอมี ในวันเสาร์ที่  25 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร พร้อมเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมพลังลงนามออนไลน์ จารึกประวัติศาสตร์มหามงคล  ให้แลนด์มาร์กแห่งใหม่ “ถนนสายมังกร” ของไทยดังไปทั่วโลก

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) และภาคีเครือข่าย โดยคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ ร่วมกับ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน ในนามองค์กรชาวไทย เชื้อสายจีนในประเทศไทย, นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ในนามองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย และดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทยในนามองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุม อาคารสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธาน สธวท.

โครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษาได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อซุ้มประตูทั้งสองซุ้ม เพื่อความเป็นสิริมงคลคือ ซุ้มที่ 1 “วชิรสถิต ๗๒ พรรษา”  หมายถึง พระบาทสมแด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ซุ้มที่ 2 “วชิรธำรง ๗๒ พรรษา” หมายถึง เอกลักษณ์แห่งการจารึกความเทิดทูนของมวลพสกนิกรทั่วประเทศ ต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอภิมหามงคลในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษ72 พรรษา ด้วยพระบารมีปกเกล้าการสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา จึงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ  นำโดย กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตลอดจนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วประเทศ

การสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา เกิดจากแนวคิด ปรากฏการณ์แห่งมังกรทั้ง 5 คือ 1.พระมหากษัตริย์ทรงได้รับการสดุดีเป็นมังกรแห่งมวลมนุษย์ 2.เป็นนักษัตรประจำปีพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3.ปีพุทธศักราช 2567 เป็นนักษัตรปีมังกรตามสุริยคติ 4.วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ มังกรกมลาวาส เป็นหนึ่งในศูนย์รวมใจพุทธศาสนิกชน และ 5.ถนนเจริญกรุง ได้ชื่อว่า “ถนนสายมังกร”

สถาปัตยกรรมประตูเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ประยุกต์ศิลปะไทยกับจีน เป็นศิลปะแบบจีนภาคเหนือ ลักษณะเป็นซุ้มคร่อมถนนเจริญกรุง มีฐานเสาคู่เดียวบนทางเท้าทั้งสองฝั่ง กึ่งกลางหลังคาชั้นบน ประดิษฐานตราสัญลักษณ์ท่ามกลางมังกรคู่หัวหน้าเข้าหาตราสัญลักษณ์  หลังคาและมังกรคู่เป็นสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากษัตริย์  เสาและส่วนประดับเป็นสีต่างๆ ที่ใช้สำหรับพระราชวังของจีน  โครงสร้างภายในเป็นคอนกรีตเสริมใยแก้ว ฐานซุ้มเป็นฐานปัทม์ เอกลักษณ์ดอกไม้ไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในวาระมหามงคลที่ยิ่งใหญ่นี้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ส่งมอบประติมากรรมมงคลประดับฐานของซุ้มประตูทั้งสองแห่งเพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ยั่งยืนมาตลอด 50 ปี ประติมากรรม หินอ่อนหยกขาว ฮั่นไป๋ยู่ แกะสลักเป็นรูปช้าง สิงโต อย่างละสองคู่ และกลองสี่คู่  ซึ่งแกะสลักโดยประติมากรหินอ่อนเลื่องชื่อของจีนมาประดิษฐาน ณ ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

มาร่วมเปิดศักราชใหม่ ลอดซุ้มประตูมหามงคล เสริมพลัง รับความเฮง ตรุษจีนปีมะเส็ง 2568 พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้มีส่วนร่วมจารึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญ ด้วยการลงนามผ่านช่องทาง https://www.thaichamber.org/donation รวมพลังชูแลนด์มาร์ก “ซุ้มประตูมังกร” ถนนสายใยแห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย-จีนอันล้ำค่า หนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ของไทยให้ดังไกลไปทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเชิญชวนร่วมสั่งจองของที่ระลึกรับความมงคล ซุ้มประตูมังกร ประกอบไปด้วย 1.ซุ้มประตู(ลงยา) มูลค่าเข็มละ 10,000 บาท (ได้รับหลังเสร็จงานพิธีเปิดซุ้ม) 2. ชุดแก้งสูง เมลามีน 2 ชิ้น 2 สี มูลค่าชุดละ 500 บาท  3.ชุดแสตมป์ รูปซุ้มประตูวชิรธำรง และ ซุ้ม วชิรสถิต ในชุดมี 8 ดวง มูลค่าชุดละ 500  บาท สามารถสั่งจองได้ที่โทร. 081-626-2560

ต้องทานยาไปตลอดชีวิตไหม? มาทำความเข้าใจการรักษาโรคซึมเศร้ากันเถอะ

ต้องทานยาไปตลอดชีวิตไหม?  มาทำความเข้าใจการรักษาโรคซึมเศร้ากันเถอะ

ต้องทานยาไปตลอดชีวิตไหม? มาทำความเข้าใจการรักษาโรคซึมเศร้ากันเถอะ

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.30 น.

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลก แม้ว่าจะมีการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เช่น การบำบัดทางจิตวิทยาหรือการใช้ยารักษา แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ต้องทานยาตลอดชีวิตไหม?” โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH ขอมาอธิบายถึงความสำคัญของการรักษาโรคซึมเศร้า และบทบาทของยาในการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง

ยาเป็นเครื่องมือสำคัญรักษาโรคซึมเศร้า

การรักษาโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่จะรวมถึงการใช้ยาต้านเศร้า ซึ่งเป็นยาที่ช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึกของเรา เช่น เซโรโทนิน และนอร์อิพิเนฟริน ซึ่งมีบทบาทในการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้ดีขึ้น การใช้ยาต้านเศร้าไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยต้องทานยาตลอดชีวิต การใช้ยามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยควบคุมอาการของโรคซึมเศร้าในระยะแรก หรือในช่วงที่อาการซึมเศร้ากำเริบเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยส่วนใหญ่เมื่ออาการของโรคได้รับการควบคุมและสมดุลของสารเคมีในสมองกลับสู่สภาวะปกติ ผู้ป่วยสามารถหยุดการใช้ยาได้ภายใต้การดูแลของแพทย์

ไม่จำเป็นต้องทานยาไปตลอดชีวิต

การทานยาเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือในการรักษาและไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดไปหากผู้ป่วยสามารถจัดการอารมณ์และสถานการณ์ชีวิตได้ดีขึ้น เช่น ผ่านการบำบัดทางจิตใจ หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต

การใช้ยาสามารถหยุดได้เมื่ออาการของโรคซึมเศร้าสงบลง แต่การตัดสินใจหยุดยาควรทำภายใต้การดูแลและคำแนะนำจากแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะเริ่มลดขนาดยาลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อป้องกันผลข้างเคียงและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การบำบัดและการดูแลตัวเองยังสำคัญ

แม้ว่ายาจะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ แต่การรักษาที่ครบวงจรจะต้องรวมถึง การบำบัดทางจิตวิทยา เช่น การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือการบำบัดแบบ CBT (Cognitive Behavioral Therapy) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและจัดการกับความคิดและอารมณ์ของตัวเอง การดูแลสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอรวมถึงการออกกำลังกาย การมีพฤติกรรมการนอนที่ดี และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการกำเริบของโรคได้เช่นกัน

การควบคุมโรคซึมเศร้าเป็นไปได้

แม้ว่าโรคซึมเศร้าอาจเป็นโรคที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ป่วยสามารถกลับมามีชีวิตที่มีความสุขและเต็มไปด้วยคุณภาพได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และรู้จักดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ที่โรงพยาบาล BMHH พร้อมที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการรักษาโรคซึมเศร้า และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้าและมีคำถามเกี่ยวกับการรักษาหรือการใช้ยา อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม และสามารถกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างมั่นใจ

เอมิเรตส์นำร่องก้าวสู่สายการบินแรกของโลก เตรียมผ่านการรับรองการบริการผู้โดยสารออทิสติก

เอมิเรตส์นำร่องก้าวสู่สายการบินแรกของโลก  เตรียมผ่านการรับรองการบริการผู้โดยสารออทิสติก

เอมิเรตส์นำร่องก้าวสู่สายการบินแรกของโลก เตรียมผ่านการรับรองการบริการผู้โดยสารออทิสติก

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอมิเรตส์ เปิดประตูสู่การเดินทางที่ไร้กังวลสำหรับผู้โดยสารออทิสติก ด้วยการก้าวสู่การเป็นสายการบินที่ได้รับการรับรองการบริการผู้โดยสารออทิสติกแห่งแรกของโลก เชิญชวนผู้โดยสารที่มีภาวะออทิสติก และผู้ที่ไวต่อการรับรู้มาสัมผัสประสบการณ์การบริการที่ไร้รอยต่อ และการบริการที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการเดินทางได้อย่างง่ายดาย โดยสายการบินเอมิเรตส์จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก International Board of Credentialing and Continuing Education Standards (IBCCES) ในไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและพนักงานภาคพื้นดินกว่า 30,000 คน สำเร็จการฝึกอบรมเบื้องต้นสำหรับการบริการผู้โดยสารออทิสติก นอกจากนี้ เอมิเรตส์ยังมีแผนที่จะสร้างมาตรฐานและบริการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางทั้งในภาคพื้นดิน และบนเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารออทิสติกและครอบครัว รวมไปถึงผู้ดูแล โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในปีนี้

สำหรับหลายๆ คน ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะออทิสติกการเดินทางระหว่างประเทศนับเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย และหลายคนก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเลยโดยสิ้นเชิง เนื่องจากอาจจะมีสิ่งกระตุ้นทางประสาทสัมผัสในระดับสูงผลสำรวจจาก AutismTravel.com เปิดเผยว่ากว่า 78% ของครอบครัวผู้ที่มีภาวะออทิสติกมีความลังเลที่จะเดินทาง หรือไปเยี่ยมชมสถานที่ใหม่ๆ และกว่า 94% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาจะเดินทางไปพักร้อนมากขึ้นหากมีสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรม และรับรองเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคออทิสติก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของพันธกิจของสายการบินเอมิเรตส์ในการทำให้การเดินทางนั้นเป็นมิตรและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน และยังมีส่วนช่วยสนับสนุนความมุ่งมั่นของดูไบในการเป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย

เพื่อบรรลุภารกิจในครั้งนี้ พนักงานภาคพื้นและลูกเรือของสายการบินเอมิเรตส์จะได้รับการฝึกอบรมครั้งใหม่ที่มุ่งเน้นความรู้ของโรคออทิสติกและการรับรู้ต่อประสาทสัมผัส เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างทักษะเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารที่มีภาวะออทิสติกและไวต่อสิ่งกระตุ้น รวมไปถึงครอบครัวของพวกเขา การฝึกอบรมจะช่วยให้ทีมงานของสายการบินเอมิเรตส์เข้าใจเกี่ยวกับสเปกตรัมของออทิสติก สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับพวกเขา และความท้าทายที่คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญ พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือลูกค้าที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการสังเกตสิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารเหล่านี้ การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นการสานต่อความรู้จากการฝึกอบรม “การแนะนำเกี่ยวกับออทิสติกและความพิการที่มองไม่เห็น” ที่สายการบินจัดให้กับพนักงานกว่า 23,000 คน ในปี 2023

นับตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป สายการบินเอมิเรตส์จะสร้างมาตรฐานและบริการใหม่ สำหรับผู้โดยสารที่มีภาวะออทิสติก และภาวะที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัส เพื่อให้การเดินทางของพวกเขาสะดวกสบาย และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นหนึ่งในบริการใหม่นั้นก็คือ “คู่มือทางประสาทสัมผัส” (Sensory Guides) ซึ่งเป็นตัวช่วยในรูปแบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง IBCCES และสายการบินเอมิเรตส์ เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบในสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่จะพบเจอ และวางแผนเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการ และความชอบของตน คู่มือเหล่านี้สร้างขึ้นจากการประเมินสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ต่างๆ ทั่วดูไบ และประสบการณ์บนเครื่องบิน โดยการวัดระดับเสียง แสง และสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น กลิ่นและภาพในพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ การพัฒนาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2025 คือการนำผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของผู้ที่มีลักษณะทางประสาทสัมผัสที่หลากหลาย(Neurodiversity) มาใช้ในเที่ยวบินของเอมิเรตส์อาทิ ของเล่นบีบ หรือเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้โดยสารมีสมาธิมากขึ้น ลดพฤติกรรมที่อาจจะกระตุ้นตนเองและลดความเครียดระหว่างการเดินทางได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนเมษายน ปี 2024 ที่ผ่านมา สายการบินเอมิเรตส์ได้รับการรับรอง “Certified Autism Center™” ในจุดเช็คอินทั้ง 4 แห่งในดูไบ ซึ่งรวมไปถึงศูนย์เช็คอินเฉพาะที่เทอร์มินัล 3 ณ สนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) และเมื่อเดือนธันวาคมปี 2023 สนามบินดูไบได้รับการยกย่องเป็นสนามบินนานาชาติแห่งแรกที่ได้รับการรับรอง “Certified Autism Centre™” โดยสายการบินเอมิเรตส์จะยังคงส่งเสริมการเดินทางที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยโปรแกรมการฝึกอบรมใหม่ในครั้งนี้ รวมไปถึงมาตรฐาน และกฎระเบียบใหม่ๆ จะถูกนำมาใช้ในปี 2025 เป็นต้นไปสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางสมอง และระบบประสาทสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรมเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว (DET) ที่มุ่งหวังให้ดูไบกลายเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองAutism Destination™ (CAD) แห่งแรกในภูมิภาคตะวันออก โดยการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสายการบินเอมิเรตส์ กรมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสนามบินดูไบ กองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองและต่างประเทศ ตำรวจดูไบ และศุลกากรดูไบในครั้งนี้ กำลังสร้างความก้าวหน้าอันสำคัญในการสร้างการเดินทางที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

คุณแหน : 22 มกราคม 2568

คุณแหน : 22 มกราคม 2568

คุณแหน : 22 มกราคม 2568

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ กก.ผจก.บจ.ชลิต อินดัสทรี พร้อมด้วยครอบครัว ยงเห็นเจริญเข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อบำรุงสภากาชาดไทย 24 ม.ค. 09.00 น. ณ วังสระปทุม..

ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ได้กำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ครบรอบ 8 ปีและพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ดีป้าแห่งใหม่ 23 ม.ค. ณ อาคารดีป้า ซอยลาดพร้าว 10..

ll บัณฑูร ล่ำซำ บรรยายพิเศษเรื่อง น่านแซนด์บ็อกซ์ ให้หลักสูตร Net Zero CEO#1 ตามคำเชิญของ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล..

ll เพื่อนๆ Digital CEO#1 ยินดีกับ เกศรา มัญชุศรี ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ..

ll ชื่นชม สปสช. กับงาน 30 บาทรักษาทุกที่สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้าน ทางเลือกใหม่ (สำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย) สะดวก ไม่ต้องรอคิวลดความแออัดในโรงพยาบาล หาหมอได้ตามเวลาที่สะดวก เช็กเลย 7 บริการ 30 บาท รักษาทุกที่ ณ ร้านยา-คลินิกเอกชน ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรับบริการได้ทันทีไม่ต้องใช้ใบส่งตัว สอบถามที่สายด่วน สปสช.1330 หรือ https://www.nhso.go.th/news/4543..

ll ยินดีกับผู้ได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 8 จำนวน 82 คน เช่น ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ, ดุษฎี พฤกษเศรษฐ, วีระชัย ประเสริฐโส, ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ, พลตรีวิทยา เสมาทอง, ศ.ดร.วันประชา เชาวลิตวงศ์, รศ.ดร.ณัฐพล จันทร์พาณิชย์, สุชีพ สุขสว่าง,อภิพันธ์ ภู่ภักดี, วิไลพร ทวีลาภพันทอง, นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์, ชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์, ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ณรงค์วิทย์ ชดช้อย, น.สพ.ธีรชัย วงษ์ชารู, ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์, นทชาติ จินตกานนท์, ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย, รศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์, พญ.พรรษพร เจริญสกุลวงค์, นพ.พีรพัฒน์ ต่างใจ, ดร.ศศิมา ทองสมัคร, ภิภพ วาสนาอาชาสกุล, นพ.ภุชงค์ ชื่นชม, ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, ระพี แก้วศรีงาม, ดร.วิชัย สีสุด, วิวรรธน์ เทียนศิริ, ศุจิรัตน์ เธียรธวัช, สิริรัตน์ อร่ามเสรีวงศ์, สุพล จันทวีชัย, อัษฎางค์ ขำคมกุล..

ll วันเกิดปีนี้ มีธรรม ณ ระนอง ได้ไปทำบุญที่วัดธาตุทอง วัดใกล้ๆ บ้าน..

ll มิตรสหายยินดีกับ ภก.นฤมิต-ภญ.รุ่งรัตน์ ภูษา ที่ปีนี้ลูกชาย ทพ.ณัฐนนท์ ภูษา ได้รับพระราชทานปริญญามหาบัณฑิตสาขารักษารากและทันตกรรมบูรณะ ม.ขอนแก่น..

ll สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมคณะกรรมการ BCC รุ่น 129 และเพื่อนๆ ร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ วิรูฒ ราชคีรี มารดาของ เทวราช ราชคีรี..

ll ศิษย์เก่าหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วบส) นิด้า โปรดทราบ รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์แจ้งเปิดหลักสูตร TOP วบส รุ่นที่ 1 เพื่อให้ศิษย์เก่าได้ต่อยอดองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และทันสถานการณ์โลก รับสมัครถึง 31 ม.ค. โทร.089-9719292..ll

น้องใหม่