Life & Health : แนวทางรักษาและการดูแลโรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

Life & Health : แนวทางรักษาและการดูแลโรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

Life & Health : แนวทางรักษาและการดูแลโรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคงูสวัดมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น อาการปวด ภาวะแทรกซ้อนทางประสาท การติดเชื้อแบคทีเรีย ผลกระทบต่อสุขภาพจิต เป็นต้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากคุณมีอาการหรือสงสัยว่าตนเองอาจเป็นโรคงูสวัด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ข้อมูลจาก ภญ.กชรัตน์ ชีวพฤกษ์ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โรคงูสวัด (Shingles) จัดเป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนัง
ชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง สาเหตุของโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster) หรือ ฮิวแมนเฮอร์ปี่ไวรัส ชนิดที่ 3 (Human Herpes Virus Type 3) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการหายใจหรือการสัมผัสเชื้อโดยตรง เช่น สัมผัสที่ตุ่มน้ำใสหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนตุ่มแผลของผู้ป่วยจนทำให้เกิดเป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว ไวรัสชนิดนี้จะไปแฝงตัวซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายได้เป็นเวลาหลายปีโดยไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ จนกระทั่งเมื่อระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลง เชื้อไวรัสนี้จะถูกกระตุ้น แบ่งตัวและกระจายอยู่ตามเส้นประสาทและก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้

อาการของโรคงูสวัดมีอะไรบ้าง

อาการของโรคงูสวัดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรกของโรค ผู้ป่วยจะเริ่มจากมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนังหรืออาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย หลังจากนั้น 2-3 วัน จะเข้าสู่ระยะหลักของโรค ผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นแดงขึ้นแล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใส โดยผื่นแดงนี้มักจะขึ้นเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวตามแนวเส้นประสาท ในระยะนี้ผิวหนังของผู้ป่วยอาจจะไวต่อการสัมผัส คือจะรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนไฟช็อตหรือปวดแสบปวดร้อนแม้เพียงมีการสัมผัสเล็กน้อยหรือแค่สัมผัสโดนเสื้อผ้า ต่อมาตุ่มน้ำใสจะแตกออกเป็นแผลและตกสะเก็ดจนหายได้เองภายในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ ระยะหลังจากที่ผื่นหาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลงเหลืออยู่ซึ่งพบได้ถึงร้อยละ 50 ของผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไปและมากกว่าร้อยละ 70 ในผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไป และระยะเวลาของอาการปวดนี้อาจจะเป็นเดือนหรือเป็นปีขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง

l การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง เมื่อตุ่มน้ำใสแตกออก หากผู้ป่วยดูแลรักษาความสะอาดของแผลไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Staphylococcus aureus ได้

l การติดเชื้อที่ตา ภาวะนี้เกิดจากเชื้อที่ซ่อนอยู่ในปมประสาทคู่ที่ 5 ทำให้เกิดอาการตาแดง ตาอักเสบ กระจกตาอักเสบ และอาจมีอาการปวดตามเส้นประสาทรอบดวงตา
หากอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียการมองเห็นได้

l การติดเชื้อที่หู อาจทำให้เกิดการอักเสบที่หู ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหู วิงเวียนศีรษะ ได้ยินเสียงลดลง ไปจนถึงมีภาวะใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก (Ramsay Hunt Syndrome) เนื่องจากมีการอักเสบของเส้นประสาทกล้ามเนื้อใบหน้าได้

l การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง ภาวะนี้พบได้ไม่บ่อยแต่มีความรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ หรือไขสันหลังอักเสบ

l ภาวะแทรกซ้อนของระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคงูสวัดอาจก่อให้เกิดการอักเสบของเส้นเลือด ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาโรคงูสวัดมีอะไรบ้าง

แนวทางของการรักษาโรคงูสวัดโดยเฉพาะในผู้สูงอายุมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการลดระยะเวลาการเกิดผื่น และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยกลุ่มยาที่นิยมใช้ในการรักษา มีดังนี้

1.ยาต้านไวรัส การรับประทานยาต้านไวรัสภายใน 72 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่นจะได้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด เนื่องจากยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสส่งผลให้ลดการแพร่กระจายเชื้อบนผิวหนังและอวัยวะภายใน ทำให้ลดความรุนแรงของผื่น ลดการเกิดผื่นใหม่ ลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการปวดได้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสในรูปแบบของยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง

2.ยาบรรเทาอาการปวด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดระดับเบาถึงปานกลางสามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ หากมีอาการปวดที่รุนแรงอาจใช้ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของ opioids เช่น Tramadol หรือ Oxycodone ซึ่งขนาดยาที่ใช้จะต้องปรับตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษา

3.ยาลดอาการปวดตามแนวประสาท ยาที่สามารถลดอาการปวดตามเส้นประสาทได้ คือ ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่ม Tricyclic antidepressants เช่นAmitriptyline และยากันชัก (Anticonvulsants)เช่น Gabapentin

4.ยาสเตียรอยด์ การให้ยาสเตียรอยด์เช่น prednisolone ร่วมกับการได้รับยาต้านไวรัส พบว่าสามารถช่วยลดอาการปวดจากโรคและความรุนแรงของอาการปวดตามแนวเส้นประสาทได้

การดูแลรักษาแผลตุ่มน้ำจากโรคงูสวัด

ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (0.9% normal saline solution, NSS) ล้างทำความสะอาดแผลหรือใช้ประคบแผล ครั้งละ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้ผ้าก๊อซซับให้แห้งและใช้แผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้แผลระคายเคือง และช่วยทำให้แผลแห้งไวขึ้น กรณีที่แผลมีการติดเชื้อแบคทีเรียอาจใช้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เช่น mupirocin หรือ fusidic acid ทาแผลก่อนปิดแผลได้

การป้องกันโรคงูสวัด

l การรักษาสุขภาพทั่วไป ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

l การหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วยโรคงูสวัด หรือโรคอีสุกอีใสโดยตรง

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดโอกาสการเกิดโรค โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปและมีประวัติเคยเป็นโรคอีสุกอีใส วัคซีนยังสามารถลดภาวะปวดเรื้อรังหรือลดความเจ็บปวดจากโรคงูสวัดเมื่อผื่นงูสวัดหายไปแล้ว (ในกรณีได้รับวัคซีนแล้วยังเกิดโรคงูสวัด)
แต่วัคซีนดังกล่าวไม่สามารถใช้เพื่อการรักษาโรคงูสวัดได้ ผู้ที่ต้องการจะฉีดวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับวัคซีน เพราะอาจมีผลข้างเคียงหรืออาการแพ้วัคซีนใน
ผู้ป่วยบางรายได้

โดยสรุป หากผู้สูงอายุมีอาการผิดปกติโดยเฉพาะมีผื่นหรือตุ่มบริเวณผิวหนังร่วมกับอาการปวด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพราะโรคนี้หากได้รับยาต้านไวรัสเร็วจะสามารถลดความรุนแรงของโรคและความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนลงได้ ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/

รับปีใหม่นี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ www.blooddonationthai.com

สมโภชพระอาราม 197 ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จัดยิ่งใหญ่ สุดประทับใจ ประเดิมศักราชใหม่ ปีมะเส็ง

สมโภชพระอาราม 197 ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร  จัดยิ่งใหญ่ สุดประทับใจ ประเดิมศักราชใหม่ ปีมะเส็ง

สมโภชพระอาราม 197 ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จัดยิ่งใหญ่ สุดประทับใจ ประเดิมศักราชใหม่ ปีมะเส็ง

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับงาน สมโภชพระอาราม 197 ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร “สุขสราญงานวัด ทัศนาสถาปัตย์ นมัสการมหาเจดีย์” ไหว้พระขอพรเสริมมงคล รับปีมะเส็ง แต่งกายย้อนวันวาน ชิมอาหารท้องถิ่น ชมศิลปินร่วมสมัย เที่ยวงานปลอดภัยแบบใส่ใจรักษ์โลก โดยการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจระหว่าง วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย กระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา สำนักงานเขตธนบุรี และพี่น้องชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสักการะและเสริมความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2568 พร้อมชมความมหัศจรรย์เจดีย์รางวัลยอดเยี่ยม ยูเนสโก งานนี้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติร่วมอิ่มบุญ อิ่มใจกับกิจกรรมภายในงานที่จัดเต็มตลอด 3 วัน 3 คืน เมื่อวันที่ 11-13 มกราคม ที่ผ่านมา

พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กล่าวว่า “วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เรียกกันว่า “วัดรั้วเหล็ก” เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหารที่สมเด็จพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ได้อุทิศสวนกาแฟสร้างขึ้นเป็นวัดใน พ.ศ. 2371 เมื่อครั้งเป็นเจ้าพระยาคลังว่าที่กรมท่า และพระสมุหกลาโหม โดยได้ถวายเป็นอารามหลวงในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามว่า วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จนถึงปัจจุบันมีอายุ197 ปี การจัดงานสมโภชฯ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อจะได้รักษาดูแลวัดวาอารามให้เจริญก้าวหน้ามีบทบาทต่อสังคมต่อไป และเมื่อมารวมกันแล้ว ก็มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทั้งแก่วัด และสังคม ภายใต้แนวทางการจัดการ บวร ยกกำลังสอง เป็นการเชื่อมโยงบริบทสังคมในทุกมิติ บ้าน วัดโรงเรียน บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม ราชการ มีการสร้างรายได้ให้คนในชุมชนและพื้นที่โดยรอบ สิ่งสำคัญ คือ การร่วมกันจัดงานในทุกปีทำให้งานสมโภชวัดประยุรฯ เป็นเทศกาลที่คงรูปแบบเทศกาลงานวัดแบบดั้งเดิมที่ยิ่งใหญ่ในย่านฝั่งธนบุรี อันเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนาชุมชนเมือง ซึ่งวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เปรียบเสมือนศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของชาวไทยย่านกะดีจีนฝั่งธนบุรี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นชุมชน 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ได้แก่ พุทธเถรวาท พุทธมหายาน คริสต์ และอิสลาม แต่อยู่ร่วมกันได้อย่างดี ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจึงถือเป็นย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร”

สุรพล เศวตเศรนี ประธานโครงการพัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชนอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นย่านกะดีจีน-คลองสาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นมหากุศลมงคลและโอกาสอันดียิ่ง ที่มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 ในแนวคิดสุขสราญงานวัด ทัศนาสถาปัตย์ นมัสการมหาเจดีย์ ทุกท่านได้มาสัมผัสกับเสน่ห์วันวาน เทศกาลงานวัดประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในย่านธนบุรี ชมความมหัศจรรย์อันงดงาม และบูชาความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุมหาเจดีย์หนึ่งเดียวในโลก ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งจากองค์การยูเนสโก โครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม”

ภายในงานสมโภชฯ จัดเต็มด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้ง กิจกรรมด้านศาสนา ได้ชมความมหัศจรรย์อันงดงามและบูชาความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุมหาเจดีย์ ไหว้พระขอพรในวิหารพระพุทธนาคตีระฆัง สุขสราญ รุ่งโรจน์ ในพระบรมธาตุมหาเจดีย์ สักการะพระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา พระประธานในพระอุโบสถสักการะพระพุทธนาคหน้าพระวิหารสักการะพระพุทธนาคปรกพันปีในพิพิธภัณฑ์ สักการะพระพุทธรูปหยกขาว (ปางปฐมเทศนา) สักการะหลวงพ่อแขกในเขามอ เป็นต้น กิจกรรมด้านวัฒนธรรม การประกวดและการแสดงทางด้านวัฒนธรรมจากเวทีการแสดงต่างๆ และร้านค้าชุมชนในย่านกะดีจีน-คลองสาน กิจกรรมประกวด อาหาร 3 ศาสน์ “ร้านดีศรีชุมชนกะดีจีน-คลองสาน ปี 4” เพื่อยกระดับร้านค้าชุมชนที่มาออกร้านให้มีมาตรฐาน และเพื่อรักษาชื่อเสียงร้านค้าชุมชนรวมถึงกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การรณรงค์ร้านค้าชุมชนโดยภายในงานใช้ภาชนะรองรับอาหารรักษ์โลก และช้อปปิ้งเพลินใจ แบบรักษ์โลกในราคาถูกอีกด้วย

สายมูฯ ห้ามพลาด โหลดฟรีคู่มือเที่ยววัดฮ่องกง มัดรวมพิกัดวัดดัง-วัดลับ พร้อมเคล็ดลับการไหว้ในเล่มเดียว

สายมูฯ ห้ามพลาด โหลดฟรีคู่มือเที่ยววัดฮ่องกง  มัดรวมพิกัดวัดดัง-วัดลับ พร้อมเคล็ดลับการไหว้ในเล่มเดียว

สายมูฯ ห้ามพลาด โหลดฟรีคู่มือเที่ยววัดฮ่องกง มัดรวมพิกัดวัดดัง-วัดลับ พร้อมเคล็ดลับการไหว้ในเล่มเดียว

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮ่องกง เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชาวไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการมูเตลู จากการมีวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายทั่วทั้งเมือง การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เอาใจนักเดินทางสายมูฯ ให้ได้วางแผนทริปเที่ยวฮ่องกงได้ตรงความต้องการ เปิดตัว “คู่มือเที่ยววัดฮ่องกง : Hong Kong ที่สุดแห่งพิกัดการมูเตลู” ไกด์บุ๊กสายมูฯ สุดคิวท์โดยฝีมือของศิลปินไทยอย่าง“Painterbell” เจ้าของลายเส้นตัวละคร John & Lulu โดยคู่มือเที่ยววัดฮ่องกงเล่มนี้ได้รวบรวมเอาพิกัดวัดดัง และวัดลับ ในฮ่องกงถึง 25 วัด พร้อมกิจกรรม และแหล่งท่องเที่ยวประจำย่านต่างๆ ที่คัดสรรมาแล้วว่าห้ามพลาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้วางแผนทริปสายมูฯ ของตัวเองได้ตรงกับสิ่งที่อยากขอ และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว เพียงดาวน์โหลด “คู่มือเที่ยววัดฮ่องกง : Hong Kong ที่สุดแห่งพิกัดการมูเตลู” ฉบับดิจิทัลได้ฟรี https://www.discoverhongkong.com/content/dam/dhk/market-site/th/highlights/travel-fair-2025/HKTB-HONG-KONG-TEMPLE-GUIDEBOOK.pdf

จากเทรนด์การท่องเที่ยวสายมูฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย การท่องเที่ยวฮ่องกงจึงผุดไอเดียการจัดทำคู่มือเที่ยววัดฮ่องกง เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมและความเชื่อท้องถิ่นของฮ่องกงที่ผสานกับชีวิตในตัวเมืองใหญ่อันทันสมัยได้อย่างกลมกลืน โดยพาผู้อ่านเดินทางไปเยี่ยมชม 25 วัดดัง และวัดลับ ใน 15 ย่านหลักของฮ่องกง ซึ่งแต่ละวัดก็จะมีชื่อเสียงในด้านการให้พรที่แตกต่างกันไป อาทิ ด้านการเงิน ความรัก โชคลาภ และอีกมากมาย พร้อมแชร์เคล็ดลับการไหว้ที่ถูกต้องจากวัด และ อาจารย์คฑา ชินบัญชร ซินแสชื่อดังที่เชี่ยวชาญด้านการบูชาเทพเจ้า เป็นการจุดประกายทริปการเดินทางครั้งใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย นอกจากการมูฯ แล้ว คู่มือฉบับนี้ยังจะพาไปรู้จักเทศกาลสำคัญทางวัฒนธรรมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมไฮไลท์ประจำย่านต่างๆ เพื่อเติมเต็มให้ทริปฮ่องกงครั้งหน้าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว

ในส่วนของดีไซน์ “คู่มือเที่ยววัดฮ่องกง : Hong Kong ที่สุดแห่งพิกัดการมูเตลู” ยังได้นำคาแร็กเตอร์ John & Lulu เข้ามาเป็นสีสันเพื่อให้เส้นทางสายมูฯ น่ารักสดใส เอาใจ
สายมูฯ รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการร่วมมือครั้งสำคัญของศิลปินชาวไทยอย่าง Painterbell (เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล) ที่รังสรรค์ผลงานสุดน่ารักกับการท่องเที่ยวฮ่องกงไว้หลายโปรเจกท์ อาทิ วอลเปเปอร์มือถือ “จอห์นและลูลู่พามูฯที่ฮ่องกง” และ Arts in HK with S.E.A artists โดยในอนาคต การท่องเที่ยวฮ่องกง ยังคงมีแผนต่อยอดกิจกรรมน่ารักแบบนี้อย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวฮ่องกงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าสายมูเตลูเป็นอย่างมาก เปิดตัวแคมเปญประชาสัมพันธ์ใหม่ๆ เพื่อนำเสนอแง่มุมใหม่ของการมูฯ ให้สนุก และน่ารัก ตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจของสายมูรุ่นใหม่ในกลุ่มเจนมิลเลนเนียล และ เจนซี อาทิ การร่วมมือกับ TOYZEROPLUS แบรนด์อาร์ตทอยจากฮ่องกง เปิดตัวเครื่องราง LULU THE PIGGY รุ่นลิมิเต็ดที่ออกแบบเพื่อการท่องเที่ยวฮ่องกงโดยเฉพาะ เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงในงาน TITF#30 ที่ผ่านมา รวมถึงการเปิดตัววอลเปเปอร์โทรศัพท์สายมูสุดน่ารัก ผลงานการออกแบบของศิลปิน Painterbellเอาใจสายมูฯ ยุคดิจิทัลที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่ https://bit.ly/muteluinhk

เอส แอนด์ พี รับมอบประกาศนียบัตร รับรองมาตรฐาน ISO14001:2015

เอส แอนด์ พี รับมอบประกาศนียบัตร  รับรองมาตรฐาน ISO14001:2015

เอส แอนด์ พี รับมอบประกาศนียบัตร รับรองมาตรฐาน ISO14001:2015

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต รับมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO14001:2015 สำหรับโรงงานผลิตเบเกอรี่บางพลีกม.23.5 (โรงงานบางนา) จาก จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ณ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

สำหรับ ISO 14001:2015 เป็นมาตรฐานที่กำหนดโครงสร้างและกระบวนการของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System : EMS) ที่องค์กรจำเป็นต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายและเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมรวมถึงการวางแผน ดำเนินงาน ตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งการรับรองมาตรฐานนี้ช่วยให้องค์กรมีการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บรรเทาความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงาน ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียได้

เอส แอนด์ พี มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานตลอดกระบวนการอย่างยั่งยืน สร้างสมดุลแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเติบโตไปพร้อมกัน

MK Restaurant เสริมความมงคลชุดไหว้ตรุษจีน เอาใจสายสะดวก เน้นคุณภาพ ถูกหลักการไหว้

MK Restaurant เสริมความมงคลชุดไหว้ตรุษจีน  เอาใจสายสะดวก เน้นคุณภาพ ถูกหลักการไหว้

MK Restaurant เสริมความมงคลชุดไหว้ตรุษจีน เอาใจสายสะดวก เน้นคุณภาพ ถูกหลักการไหว้

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อของไหว้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตและความคิดในสังคมยุคใหม่ ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความสะดวกและคุณภาพของสินค้ากันมากขึ้น ตรุษจีนปีนี้ MK Restaurant จัดเตรียมเซตไหว้ เสริมมงคล เพิ่มความเฮง ด้วยของไหว้คุณภาพดีสะอาดปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ และถูกหลักการไหว้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว การันตีด้วยจำนวนเซตไหว้ที่ขายมาแล้วกว่า 40,000 ชุด

พิเศษกับ 5 เซตไหว้ ในปี 2568 ไฮไลท์เด่นที่ “เป็ดย่าง” และ “ติ่มซำ” ซึ่งเป็นเมนูขายดีประจำร้าน เซต 1 ชุดเป็ดไหว้มงคล (750.-) ชุดเป็ดย่าง MK เป็ดย่างอันดับ 1 ในใจคนไทย มาพร้อมเครื่องใน ย่างแบบต้นตำรับ และน้ำราดเป็ดหอมอร่อยกลมกล่อม โดยเป็ดย่างก็มีความเชื่อว่าเป็นสิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย

เซต 2 ชุดเป็ดไหว้มหามงคล (1,528.-) ชุดเป็ดย่าง MK ครบชุดพร้อมเครื่องใน มาพร้อมติ่มซำสุดฮิตทั้งทอดและนึ่ง ทั้งขนมจีบหมู ฮ่อยจ๊อปูจักรพรรดิเผือกทอด ข้าวอบจักรพรรดิ และซาลาเปาส้มมงคล ซาลาเปาพิเศษเฉพาะเทศกาลตรุษจีนต้อนรับความมงคลเข้ามาในชีวิต เป็นแป้งนุ่มไส้ครีมหวานอร่อยหอมส้ม เพิ่มความพิเศษคือ บะหมี่หยกทานคู่กับเป็ด

เซต 3 ชุดไหว้ซาแซหมูแดง (1,568.-)ชุดซาแซที่เนื้อสัตว์ 3 ชนิดครบถ้วน ทั้งเป็ดย่าง MK พร้อมเครื่องใน, ไก่ต้มมงคลพร้อมเครื่องในจากข้าวมันไก่ทองคำ ทานกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรไหหลำ และหมูแดงสูตรฮ่องกง สูตรพิเศษย่างแบบฉบับ MK ไก่ต้มมงคลก็ช่วยเสริมในเรื่อง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์

เซต 4 ชุดไหว้ซาแซหมูกรอบ (1,698.-)นอกจากเป็ดย่าง MK และเครื่องใน,ไก่ต้มมงคลพร้อมเครื่องในแล้ว ในเซตนี้จะมีหมูกรอบหนาพิเศษที่เป็นเมนูใหม่ล่าสุดเสริมเรื่องความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ตลอดปีเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยม

เซต 5 ชุดไหว้พรีเมียมมหามงคล (2,599.-) ชุดไหว้แบบจัดเต็ม ทั้งเป็ดย่าง MK และเครื่องใน,ไก่ต้มมงคลและเครื่องใน,หมูแดงสูตรฮ่องกง, ขนมจีบหมู, เผือกทอด, ซาลาเปาส้มมงคล, บะหมี่หยกกลาง, ข้าวอบจักรพรรดิ, ฮ่อยจ๊อปูจักรพรรดิ เนื้อปูสูตรเฉพาะ ตบท้ายด้วยซาลาเปาซิ่วท้อ โดยความหมายแล้ว คำว่า “ซิ่ว”ภาษาจีน มีความหมายว่าอายุยืน ซึ่งลูกท้อคนจีนเชื่อว่าเป็นผลไม้อายุยืน มักจะให้เป็นของกำนัลในวันเกิด หรือวันไหว้ในโอกาสพิเศษ

นอกจากนี้ เพื่อสร้างโมเมนต์พิเศษกับครอบครัวในช่วงตรุษจีน ยังมีมื้ออาหารมงคล อิ่มสุขภาพดีกันทั้งบ้าน เฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เท่านั้น กับ “ชุดสุกี้โชคลาภมั่งมีมังกรมงคล” เสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพ พร้อมความหมายมงคลบนบัลลังก์มังกร เริ่มต้นเพียง 1,099 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 รายละเอียดเพิ่มเติม
คลิกได้ที่ https://www.facebook.com/mkrestaurants

อากาศเย็นมาอีกระลอก ระวังโรคและภัยสุขภาพที่มากับภัยหนาว

อากาศเย็นมาอีกระลอก ระวังโรคและภัยสุขภาพที่มากับภัยหนาว

อากาศเย็นมาอีกระลอก ระวังโรคและภัยสุขภาพที่มากับภัยหนาว

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ ช่วงวันที่ 19-24 มกราคม 2568 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน จะทำให้ยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปตลอดสัปดาห์นี้ รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงอากาศหนาวเย็น ซึ่งมักพบการแพร่ระบาดโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภัยหนาว

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์นี้ จะยังมีอากาศหนาวเย็น ซึ่งมักพบการแพร่ระบาดโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภัยหนาวที่ต้องระมัดระวัง จำนวน 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ ติดต่อจากการไอจามรดกัน หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อร่วมกัน จะมีอาการไข้ ไอแห้ง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เจ็บคอ และโรคปอดอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราบางชนิดที่ถุงลมปอด จากการหายใจหรือสัมผัสละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย
ที่ปนเปื้อนเชื้อ จะมีอาการไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย ซึ่งมักเป็นเฉียบพลัน พบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และมีโรคประจำตัว

2.โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค มีอาการถ่ายเหลวมากกว่า3 ครั้งขึ้นไป ใน 1 วัน อาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย 3.โรคติดต่อที่สำคัญในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ โรคหัด และโรคมือ เท้า ปาก 4.ภัยสุขภาพหรือการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากอากาศหนาวโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเนื่องจากไม่มีเครื่องนุ่งห่ม หรือเครื่องห่มกันหนาวที่เพียงพอ และมีประวัติการดื่มสุราเป็นประจำ

ทั้งนี้ รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองในช่วงอากาศหนาวด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด และดูแลอนามัยส่วนบุคคล หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หากมีอาการไอจาม มีน้ำมูก และควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกซึ่งจะช่วยป้องกันได้ทั้งโรคติดต่อทางเดินหายใจและโรคโควิด-19 รวมทั้งรักษาร่างกายให้อบอุ่นด้วยเครื่องนุ่งห่มกันหนาวที่เพียงพอกับสภาพอากาศ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Casio ฉลอง 50 ปี เปิดตัวแหวนนาฬิกาดิจิทัลวงแรกในไทย

Casio ฉลอง 50 ปี เปิดตัวแหวนนาฬิกาดิจิทัลวงแรกในไทย

Casio ฉลอง 50 ปี เปิดตัวแหวนนาฬิกาดิจิทัลวงแรกในไทย

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คาสิโอ (Casio) ประกาศเปิดตัวแหวนนาฬิกา CRW-001 ซึ่งเป็นนาฬิกาดิจิทัลรูปทรงแหวนเรือนแรกของคาสิโออย่างเป็นทางการในประเทศไทย มาพร้อมนวัตกรรมอันน่าทึ่งด้วยโมดูลขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นใหม่และเทคโนโลยีงานโลหะขั้นสูง สู่นาฬิกาดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ทั้งสร้างสีสันให้วงการและใช้งานได้จริง

คาสิโอ มุ่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความประหลาดใจและน่าตื่นเต้นต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการยกระดับความสุขของผู้คนทีละขั้นด้วยพลังที่นำไปสู่ความน่าอัศจรรย์ โดยแหวนนาฬิการุ่นล่าสุดนี้มีต้นกำเนิดมาจาก yubiwa pipe หรือแหวนสำหรับเสียบบุหรี่อันเลื่องชื่อที่ถูกพัฒนาโดย คาชิโอะเซซาคุโจ (Kashio Seisakujo) บริษัทดั้งเดิมของ คาสิโอ คอมพิวเตอร์ ซึ่งแหวน yubiwa pipe ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และกำไรจากผลงานชิ้นนี้ถูกนำไปลงทุนเพื่อพัฒนาเครื่องคิดเลขที่ปฏิวัติวงการในเวลาต่อมา แหวนนาฬิการุ่นใหม่นี้จึงมีรูปทรงเหมือนกับแหวนเสียบบุหรี่ yubiwa pipe เพื่อเป็นการเชิดชูคุณค่าใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นจากผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของคาสิโอ ผ่านแรงบันดาลใจจากแนวคิดและเทคโนโลยีดั้งเดิม

ในด้านดีไซน์ แหวนนาฬิกา CRW-001 มีขนาดเล็กลงประมาณสิบเท่าจากโมดูลนาฬิกามาตรฐาน และติดตั้งแผงวงจรขนาดเล็กที่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อให้นาฬิกาดิจิทัลมีขนาดเล็กพอที่จะสวมใส่บนนิ้วได้ โดยแหวนนาฬิกาวงนี้ผลิตจากโลหะทั้งตัวเรือน ด้วยเทคนิคการฉีดขึ้นรูปโลหะ หรือ Metal Injection Molding (MIM) ซึ่งเป็นวิธีการแปรรูปโลหะโดยการฉีดผงโลหะละเอียดเข้าไปในแม่พิมพ์ โดยตัวเรือน ฝาหลัง และตัวแหวนถูกหล่อขึ้นรูปให้เป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้สามารถถอดแบบนาฬิกาคาสิโออันซับซ้อนได้ตามต้นฉบับ ตลอดจนดีไซน์รอบแหวนที่สมจริงเหมือนสายนาฬิกา และเทคนิคการยึดแก้วด้วยกาวเพื่อปิดผนึกอย่างแน่นหนาและช่วยให้นาฬิกาสามารถกันน้ำได้ ในขณะเดียวกันยังคงใช้การออกแบบที่เรียบง่ายด้วยปุ่มสามปุ่มในการสลับระหว่างฟังก์ชั่นต่างๆ ของแหวนนาฬิกาวงนี้

ขนาดของแหวนนาฬิกามีเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในขนาด 20 มิลลิเมตร และมีเส้นรอบวงอยู่ที่ 62.8 มิลลิเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับนิ้วขนาด 22 มิลลิเมตร หรือ นิ้วขนาด US 10.5 หรือขนาด EU U มาพร้อมอุปกรณ์รองแหวนสำหรับปรับขนาด 2 ชิ้น ในขนาด 19 มิลลิเมตร และ 16 มิลลิเมตร

ด้านฟีเจอร์ แหวนนาฬิกา CRW-001 มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ที่มีเลขดิจิทัล6 หลัก (ชั่วโมง นาที และวินาที) และไม่ได้แสดงเวลาจนถึงวินาทีเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นปฏิทิน การแสดงโซนเวลาสองประเทศ และนาฬิกาจับเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ แหวนนาฬิกาวงนี้จะเปล่งแสงเป็นจังหวะนุ่มนวลในทุกๆ ชั่วโมงและในเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อมอบความรู้สึกที่สื่อถึงความระยิบระยับของกาลเวลา

แหวนนาฬิกาเปิดวางจำหน่ายแบบ Pre-order จำนวน 50 เรือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ติดตามได้ที่ Facebook Casio Watches Thailand และรับสินค้าในวันที่ 26 มกราคม 2568 ที่ร้านG-SHOCK CASIO Shop สาขา centralwOrldสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website :https://www.casio.com/th/watches/เฟซบุ๊ก :Casio Watches Thailand, ไลน์ : Casio WatchesCMG, อินสตาแกรม : casiothailand

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข ‘คูปองเงินสด’ Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข ‘คูปองเงินสด’ Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุข ‘คูปองเงินสด’ Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% แพ็กเกจงานวิวาห์ ยิ่งกว่าคุ้ม ใช้ Cash Voucher ร่วมด้วย

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 2 ปี โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เติมเต็มความสุขลูกค้าด้วย Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% มอบนโยบายเตรียมสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งบริการ สถานที่ พร้อมประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้ที่มาใช้บริการได้เลือกใช้อย่างคุ้มค่า สามารถซื้อคูปองเงินสดได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 วันเดียวเท่านั้น ที่คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ Cash Voucher เลือกใช้ได้กับทุกบริการของโรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก แบบซูพีเรีย หรือ ห้องสวีทสุดหรู ด้วยมาตรฐานระดับ 5 ดาว การจัดงานแต่ง แม้วันนี้จะยังไม่มีฤกษ์  แต่สามารถถือคูปองเงินสดไว้ใช้ได้ หรือจัดประชุม สัมมนา มีห้องจัดงานหลากหลายขนาด รองรับผู้ร่วมงาน 50 – 2,000 ท่าน ครอบคลุมบริการให้กับหน่วยงานองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน  การใช้คูปองเงินสดนี้รวมไปถึงการใช้บริการ ห้องอาหารสรัสวดี ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ รวมทั้งห้องอาหารเปรมประชากร ห้องอาหารจีนดรากอน ที่ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ สปาแอนด์ฟิตเนส ให้คุณได้มาผ่อนคลาย หรือ จิบชา กาแฟ ฟินๆ ทานเค้กสดใหม่ หอมกรุ่นอุ่นจากเตา ที่ ล็อบบี้ เลานจ์ ทั้ง 2 โรงแรมฯ เป็นต้น (Voucher โรงแรมไหนใช้กับโรงแรมนั้น)

เรื่องแพ็กเกจงานวิวาห์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคู่รักมากว่าทศวรรษ ในธีม All for Love คือความคุ้ม อัดแน่นด้วยบริการครบวงจรที่จะเติมฝันวันแต่งงานให้ออกมาสมบูรณ์ได้ดั่งใจ ตั้งแต่พิธีหมั้น ยกน้ำชา แห่ขันหมาก พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พิธีสงฆ์ ฉลองมงคลสมรส เที่ยงหรือเย็น บ่าว-สาวสายปาร์ตี้ก็สนุกสุดเหวี่ยงด้วย After Party จัดเต็มครบจบในที่เดียว ทั้งรองรับทุกรูปแบบ จะเลิศหรู อลังการ เรียบง่าย อบอุ่น ชิลๆ เป็นกันเอง โมเดิร์น หรือ ชิคๆ ทีมงานมากประสบการณ์ จะวางแผนจัดงาน ดีลงาน ให้แบบมืออาชีพ ให้ทุกโมเมนต์มีแต่ ความอร่อย ความสุข สนุกสนาน และ รอยยิ้ม เพื่อความประทับใจของแขกผู้มีเกียรติ และบ่าว-สาว

 “คูปองเงินสด” Cash Voucher เพิ่มมูลค่า 50% มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ กับการจัดงานแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ซื้อไว้ใช้ได้นานถึงปลายปี 30 ธันวาคม 2568 เลยทีเดียว

อย่ารอช้า!!  สิทธิพิเศษคูปองเงินสด รอคุณอยู่ ใช้ Cash Voucher

โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-159-5888

โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร. 02-575-5599

040

ฉลอง 8 ปี Absolute Cycle ชวนปั่นใจกลางเมืองกับเหล่าอินฟลูกว่า 120 คน

ฉลอง 8 ปี Absolute Cycle ชวนปั่นใจกลางเมืองกับเหล่าอินฟลูกว่า 120 คน

ฉลอง 8 ปี Absolute Cycle ชวนปั่นใจกลางเมืองกับเหล่าอินฟลูกว่า 120 คน

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

Absolute Cycle ภายใต้แบรนด์ Absolute Boutique Fitness Studio ผู้นำด้านฟิตเนสและไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย และเป็นรายแรกที่นำคลาส Rhythm Cycling เข้ามาในไทย ได้จัดงาน “Absolute Cycle: The New Era x AARMY” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำต้นแบบในการปั่นจักรยาน Rhythm Cycling อีกครั้ง ด้วยคอนเซ็ปท์ใหม่ล่าสุด Absolute Cycle: The New Era นับเป็นกิจกรรมการปั่นจักรยาน Rhythm Cycling ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี สมกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปี ของ Absolute Cycle Thailand พร้อมมอบประสบการณ์ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ Absolute Cycle ต้องการ Relaunch คอนเซปต์ใหม่ Absolute Cycle: The New Era โดยมี Akin Akman จาก AARMY และ Celebrity Coach ชื่อดังในวงการ Rhythm Cycling มาเป็นผู้นำคลาสให้กับนักปั่นที่มาร่วมงานกว่า 120 คน ส่งมอบประสบการณ์ออกกำลังกายสุดพิเศษ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และ Cycling Community ให้กับนักปั่นทั่วภูมิภาค ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมชมวิวสวนลุมพินีหรือ Central Park ใจกลางกรุงเทพมหานคร

Absolute Cycle: The New Era สะท้อนพันธกิจของ Absolute Cycle ด้วยการนำเสนอ เทรนด์ออกกำลังกายใหม่ โดยใช้ 3 หลักสำคัญ ที่ Absolute Cycle เป็นผู้ออกแบบ นั่นคือ Rhythm – การปั่นไปตามจังหวะเพลงที่สนุกสนาน สุดเหวี่ยง ได้เบิร์น ได้ปลดปล่อยเต็มที่ Progression – ความท้าทาย ความก้าวหน้า และพัฒนาการ ที่จะข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเอง และ Connection – การสร้างคอมมูนิตี้ และพลังงานบวกให้แก่กัน โดยทั้ง 3 หลักนี้จะสร้างประสบการณ์การออกกำลังกายที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในระยะยาวและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกเจนเนอเรชั่น

กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ Absolute Cycle ในการสร้างประสบการณ์ฟิตเนสที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ยกระดับวงการฟิตเนส ตอกย้ำความเป็นผู้นำคลาสจักรยาน Rhythm Cycling ผ่านการคอลแล็บกับ Akin Akman เจ้าของฟิตเนสสตูดิโอยอดฮิต AARMY Club จากมหานครนิวยอร์ก ภายในงานยังรวมเหล่า Influencer สาย Fitness และเหล่า Celebrities แวดวงคนดัง อาทิ มิกกี้ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร อินฟลูเอนเซอร์สายฟิตเนส และ วีเจ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี  นักแสดงสาวที่มีไลฟ์สไตล์สายสุขภาพ รวมถึง เบเบ้ ธันยชนก ฤทธินาคา อินฟลูตัวมัมแห่งวงการคาร์ดิโอ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ Brand Ambassador ของ Absolute Cycle ที่มาร่วมปั่นจักรยานและแสดงความยินดีในการก้าวเข้าสู่ “The New Era” ไปพร้อมกับทุกๆ คน พบกับคลาสจักรยาน Rhythm Cycling ที่พร้อมเปลี่ยนคุณให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น และยังมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง ทั้งความสนุกสุดประทับใจในแบบฉบับของ Absolute Cycle ได้แล้ววันนี้

038

‘ยูนิเซฟ ประเทศไทย’เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนเด็กส่งต่อแรงบันดาลใจ

'ยูนิเซฟ ประเทศไทย'เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนเด็กส่งต่อแรงบันดาลใจ

‘ยูนิเซฟ ประเทศไทย’เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนเด็กส่งต่อแรงบันดาลใจ

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “เปิดบ้านยูนิเซฟ” (UNICEF Thailand’s Open House) ต้อนรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ตลอดจนอาสาสมัครกว่า 70 คน เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของยูนิเซฟ พร้อมร่วมพูดคุยและรับฟังประเด็นเรื่องสิทธิเด็กที่ยูนิเซฟร่วมขับเคลื่อนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ภายใต้แคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”

 นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘เปิดบ้านยูนิเซฟ’ ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้งนั้น เปิดโอกาสให้ยูนิเซฟได้เชื่อมต่อกับเด็กและเยาวชนมากขึ้น “เราอยากให้เด็ก ๆ  และครอบครัวเริ่มต้นปี 2568 ด้วยพลังและความตั้งใจที่ร่วมกันปกป้องสิทธิเด็ก ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนรอบตัวและชุมชนของเราทุกคนด้วย โดยยูนิเซฟจะคอยรับฟังเสียงของเด็ก ๆ เพื่อร่วมกันสร้าง “วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” 

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมสำนักงานยูนิเซฟ ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สำคัญ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมในอดีตไปจนถึงจุดเริ่มต้นของยูนิเซฟ ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2489 เพื่อช่วยเหลือเด็กหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในประเทศไทย ยูนิเซฟเริ่มดำเนินงานใน พ.ศ. 2491 เน้นการส่งเสริมสุขภาพเด็ก เช่น โครงการนมโรงเรียน และการแจกจ่ายวัคซีน และการส่งเสริมสุขอนามัย ซึ่งในเวลาต่อมา บทบาทของยูนิเซฟในประเทศไทยได้ขยายไปสู่การพัฒนาในด้านต่าง ๆ โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ทั้งในด้านสิทธิในการมีชีวิตรอด สิทธิในการพัฒนา สิทธิในการได้รับการคุ้มครอง และสิทธิในการมีส่วนร่วม ผ่านการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับเด็กทุกคนในประเทศ   

นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้สิทธิเด็กผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ทั้ง “บิงโกสิทธิเด็ก” ที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสิทธิ 54 ข้อตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และกิจกรรม “หนังสือพูดได้” เปิดโอกาสให้เยาวชนพูดคุยกับทีมงานยูนิเซฟ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาที่เท่าเทียม การคุ้มครองเด็ก และนโยบายสังคมเพื่อเด็ก ซึ่งยูนิเซฟมีการเก็บข้อมูลสถานการณ์เด็กในประเทศไทยทุก 3 ปี เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เด็กและพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กอย่างแท้จริง

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมคือการพูดคุยกับ พลอย  นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ พลอยเป็นเด็กไร้สัญชาติ และหนึ่งในตัวอย่างของเยาวชนที่ใช้ความท้าทายในชีวิตเป็นแรงผลักดันในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่โอกาสที่เท่าเทียม  โดยพลอยได้สะท้อนประสบการณ์ชีวิตที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด เช่น การเดินทางกลับบ้านเกิดจากกรุงเทพถึงแม่ฮ่องสอน จะต้องมีใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นเอกสารที่บุคคลไร้สัญชาติ ต้องมีติดตัวทุกครั้งในการเดินทาง

“หากมองภายนอก ทุกคนอาจไม่รู้ว่าหนูคือเด็กไร้สัญชาติ แต่มันกลายเป็นข้อจำกัดที่ตีกรอบชีวิตของหนูและทำให้การใช้ชีวิตทั่วไป โดยเฉพาะการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรค หนูอยากขอบคุณยูนิเซฟที่เปิดพื้นที่ให้หนูได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟ เพื่อสะท้อนเสียงของเด็กไร้สัญชาติ หากสามารถสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าได้ หนูฝันอยากเป็นปลัดอำเภอเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลง และช่วยเหลือเด็กในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติต่อไป”

อีกหนึ่งความพิเศษ คือ Talk Show with UNICEF โดยเปิดเวทีพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครยูนิเซฟ หรือ I AM UNICEF ในหลากหลายประเด็น ทั้งการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อกระจายงบประมาณไปยังพื้นที่จำเป็น การผลักดันกฎหมายเพื่อป้องกันความรุนแรงและการแสวงประโยชน์จากเด็ก รวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมฟังเสียงสะท้อนจากการทำงานจริงของอาสาสมัครยูนิเซฟ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการทำงาน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่สนใจอยากร่วมสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าไปกับยูนิเซฟ

ก่อนจะปิดท้ายด้วยกิจกรรม ชวนเยาวชน วาดภาพและเขียนโปสการ์ด เพื่อถ่ายทอดความฝันเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าลงบนโปสการ์ด และส่งต่อความคิดเหล่านั้นให้เพื่อน ๆ สมาชิกที่มาร่วมงานคนอื่น โดยสะท้อนสิ่งที่ต้องการอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายประเด็น อาทิ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา สิทธิเด็ก และการป้องกันความรุนแรง

ยูนิเซฟยังคงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก โดยยึดมั่นในหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พร้อมกับสร้าง “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ให้เกิดผลสำเร็จอย่างมั่นคง และยั่งยืน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า สามารถเข้าชมรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.unicef.or.th/better-tomorrow