เปิดตัวภาพยนตร์แอ็กชันซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ‘กัปตันอเมริกา ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’

เปิดตัวภาพยนตร์แอ็กชันซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ‘กัปตันอเมริกา ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’

เปิดตัวภาพยนตร์แอ็กชันซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ‘กัปตันอเมริกา ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.28 น.

หลังรอคอยกันมานานในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดฉากแอ็กชันครั้งใหญ่กับ “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ประเดิมรับปี 2025 ของค่าย Marvel Studios ซึ่งได้จัดงาน Thailand Gala Premiere เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมฉายรอบพิเศษให้สื่อมวลชนและเหล่านักวิจารณ์ได้ชมเป็นครั้งแรกก่อนใคร เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ One Bangkok Park  @  One Bangkok แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรดาแฟน ๆ กัปตันอเมริกาและเรด ฮัลก์ ที่มาร่วมฉลองการเปิดตัวอย่างคับคั่ง ก่อนไปพบกับศึกหยุดโลกพร้อมกัน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

งานนี้ Marvel Studios เปลี่ยนโฉม One Bangkok Park ให้เป็นเวทีสุดอลังการณ์ ด้วยการพา เรด ฮัลค์ ไซส์ใหญ่ยักษ์มาเปิดตัวบนรถเทรลเลอร์ ให้ผู้ร่วมงานได้ตื่นเต้นกับความรู้สึกสมจริง เหมือนเรด ฮัลค์ กำลังปะทะกับกัปตันอเมริกาอยู่ตรงหน้า พร้อมเอาใจแฟน ๆ ด้วยการยกเอาหุ่นกัปตันอเมริกา และเรด ฮัลค์ ขนาดเท่าจริงมาโชว์พลังให้ได้เก็บภาพอย่างใกล้ชิด โดยมีเซอร์ไพรส์เป็นสองหนุ่มฮ็อต ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ จอส-เวอาห์ แสงเงิน ที่มาร่วมพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงการเป็นแฟนตัวจริงของกัปตันอเมริกาและ Marvel Studios พร้อมชวนทุกคนเชียร์ #ทีมกัปตันอเมริกา และ #ทีมเรดฮัลค์ ไปด้วยกัน 

อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์คือการเชิญ Maiimou (พี) ศิลปินจาก SMASHHH STUDIO ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์โปสเตอร์แฟนอาร์ต “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” เวอร์ชั่นไทย มาเผยถึงการนำแรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์ในวรรณคดีไทยมาออกแบบจนเป็นกัปตันอเมริกาในลุคพญาครุฑ และเรด ฮัลค์ ในลุคยักษ์ใหญ่ ที่แฟน ๆ ชาวไทยต่างชื่นชอบ และได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม

นอกจากกิจกรรมเปิดตัวสุดพิเศษ บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ยังมีโอกาสได้รับชมภาพยนตร์ “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” รอบสื่อมวลชน ซึ่งจัดฉายให้ได้ชมก่อนใคร โดยต่างการันตีถึงความสนุกและความมันดุเดือด ที่ตรึงทุกคนให้ลุ้นจนไม่อยากกระพริบตาแม้แต่วินาทีเดียว ยืนยันคอหนังแอ็กชันและแฟนมาร์เวลพลาดไม่ได้เด็ดขาด 12 กุมภาพันธ์นี้ ต้องรีบไปดูในโรงภาพยนตร์ ก่อนถูกสปอยล์

ทั้งนี้เรื่องราวใน “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” คือภารกิจครั้งใหญ่ หลังจากที่ แซม วิลสัน เข้าพบ Thaddeus Ross ประธานาธิบดีสหรัฐที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งมาหมาด ๆ (รับบทโดย Harrison Ford ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน Marvel Cinematic Universe) แล้วต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่สำคัญ ทำให้เขาต้องค้นหาสาเหตุเบื้องหลังแผนการร้ายระดับโลก ก่อนตัวการที่แท้จริงจะทำให้ทั้งโลกลุกเป็นไฟ

‘องซองอู’ จัดเต็มแฟนมีตติ้งสุดอบอุ่นในรอบ 5 ปี อ้อน WELO ชาวไทย

'องซองอู' จัดเต็มแฟนมีตติ้งสุดอบอุ่นในรอบ 5 ปี อ้อน WELO ชาวไทย

‘องซองอู’ จัดเต็มแฟนมีตติ้งสุดอบอุ่นในรอบ 5 ปี อ้อน WELO ชาวไทย

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.11 น.

ผ่านพ้นเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงานแฟนมีตติ้งสุดอบอุ่นของหนุ่ม “องซองอู” แฟนหนุ่มแห่งชาติ ที่ได้มามอบช่วงเวลาสุดพิเศษอีกครั้งในรอบ 5 ปีแบบจัดเต็มในงาน “ONG SEONG-WU FANMEETING <COMEONG> IN BANGKOK” โดยผู้จัดมากประสบการณ์ SOLE U ENTERTAIN (โซลยูว์ เอ็นเตอร์เทน) เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Idea Live, Bravo BKK ที่ผ่านมา ที่เรียกว่าเขาได้เตรียมโชว์แบบจัดเต็มเพื่อเสิร์ฟให้ WELO ชาวไทยตอบแทนทุกแรงเชียร์และแรงซัพพอร์ตตลอดมา

เปิดค่ำคืนสุดประทับใจด้วยโชว์เปิดตัว “องซองอู” กับบทเพลงสุดน่ารัก “Jjini-ya” ที่เรียกว่าทันทีที่เขาได้เปล่งเสียงและปรากฏตัวทำเอาแฟน ๆ ต่างกรี๊ดลั่นสนั่นฮอลล์สมกับการรอคอยในรอบ 5 ปี พร้อมกล่าวต้อนรับเป็นภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ องซองอูครับ WELO สบายดีไหมครับ คิดถึงนะครับ” อีกทั้งยังได้พูดศัพท์เด็ด วลีฮิตมัดใจแฟน ๆ ชาวไทยไม่ว่าจะเป็น “มันจะไอนั่น”, “องเสิร์ฟ”, “ของแทร่” ฯลฯ ที่ทำเอาแฟน ๆ ต่างยิ้มแก้มปริไปกับความน่ารักและความใส่ใจของเขาไปทั้งงาน ก่อนที่จะพาแฟน ๆ เข้าสู่ช่วง ‘ONG MAGAZINE’ โดยมี “ดีเจนุ้ย” รับหน้าที่เป็นพิธีกร กับการเผยสิ่งที่ชอบ ทบทวนผลงานและรีวิวเรื่องราวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การเผยถึงเพลงที่ชอบเป็นอันดับ 1 ในเพลย์ลิสต์ล่าสุดกับเพลง “Take Me Home, Country Roads” ของ “John Denver” ที่เขาได้ร้องสด ๆ ในงาน ทำเอาแฟน ๆ ต่างหูเคลือบทองเป็นที่เรียบร้อย ต่อด้วยบทบาทของ “ชเวจุนอู” จากซีรีส์ชื่อดังข้ามเอเชียอย่าง “At Eighteen” ที่เขาได้ยกบทบาทนี้ให้เป็นที่สุดในดวงใจ พร้อมสวมบท “ชเวจุนอู” เวอร์ชัน 2025 แสดงฉากเด็ดจากในซีรีส์เพื่อ WELO ไทยโดยเฉพาะ ความพิเศษยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ พี่องยังเตรียมเซ็ตลิสต์เพลงโปรด ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Hold My Hand” จากไอยู ซึ่งสื่อความรู้สึกขอบคุณที่อยากมอบให้แฟน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างและจับมือเขาตลอดมา รวมทั้ง “I didn’t know that time” จาก “Lee Juck” และ “Welcome to the Show” จากวง “DAY6” มาร้องให้ฟังกันสด ๆ ร่วมกับวงดนตรี ซึ่งสมาชิกวงก็คือรุ่นพี่และเพื่อนในหน่วยดุริยางค์ตอนที่รับใช้ชาตินั่นเอง

ต่อด้วยการเข้าสู่ช่วง ‘ONGsting Call’ ที่ได้รับมอบหมายสั่งตรงมาจากคุณผู้กำกับ WELO ว่าอยากแคสติ้งองซองอู และท้าทายด้วยการเต้น Challenge สุดท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Shanghai Romance” ของวง “Orange Caramel”, เพลง “First Snow “ ของวง “EXO”, เพลง “Igloo” ของวง “KISS OF LIFE” และเพลง “Shoot Out” ของวง “MONSTA X” โดย WELO ชาวไทยขอนั่งแท่นเป็นกรรมการ พร้อมติ๊กถูกผ่านฉลุยทุกข้อ เท่านั้นยังไม่พอ หนุ่มองซองอูยังได้เสิร์ฟช่วงเวลาสุดประทับใจกับการเฟ้นหาผู้โชคดีได้ถ่ายรูปคู่เก็บเป็นความทรงจำผ่านจอ LED แบบสุดเซอร์ไพรส์ จนแฟน ๆ ตกหลุมรักมากกว่าเดิม ก่อนที่ WELO ชาวไทยจะเซอร์ไพรส์กลับด้วยโปรเจกต์สุดพิเศษ โดยองซองอูได้เปิดเผยว่า “ผมสัญญาว่าจะตั้งใจทำผลงานให้ดียิ่งขึ้น และจะรีบกลับมาหา WELO ชาวไทยโดยเร็วที่สุดแน่นอนครับ” พร้อมส่งท้ายด้วยเพลง “WE BELONG” ปิดจบค่ำคืนสุดประทับใจกับงาน “ONG SEONG-WU FANMEETING <COMEONG> IN BANGKOK” ที่ WELO จะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Sole U Entertain

Facebook: www.facebook.com/soleuent

Instagram: www.instagram.com/soleuent

X :              www.twitter.com/soleuent

Tiktok :      www.tiktok.com/@soleuent

#COMEONG #COMEONG_IN_BKK 

#옹성우 #ONGSEONGWU #위로 #WELO 

#FANTAGIO #SOLEUENT #AllAboutContents

014

FC ‘เซียวจ้าน’ต้อนรับ ‘มังกรหยก’ สุดยิ่งใหญ่

FC 'เซียวจ้าน'ต้อนรับ 'มังกรหยก' สุดยิ่งใหญ่

FC ‘เซียวจ้าน’ต้อนรับ ‘มังกรหยก’ สุดยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.04 น.

ในโอกาสที่ “Legends of The Condor Heroes : The Gallants – มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ได้ฤกษ์เข้าฉายในไทย บรรดา FC ของซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่ง “เซียวจ้าน” ผู้รับบท “จอมยุทธ์ก๊วยเจ๋ง” ขานรับกระแสความยิ่งใหญ่กันอย่างคึกคักด้วยการจัดทำโปรเจคต์หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเหมาโรงล่วงหน้าเพื่อรอชมภาพยนตร์ของกลุ่มแฟนคลับ รวมไปถึงจัดฉายรอบ Super Fan Screening ขึ้นในโรงภาพยนตร์ทั้ง 2 เครือยักษ์ใหญ่ของไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟน ๆ อย่างล้นหลาม จนทำให้คาดการณ์ว่าตัวเลขรายได้ของสัปดาห์แรกอาจจะสูงกว่า 1.2 ล้านบาท ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ อาทิ #มังกรหยกเดอะมูฟวี่2025Xกระจกเงาโปรเจคต์ ซึ่งเป็นการเหมาโรงภาพยนตร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่และบุคคลากรที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งดำเนินการโดยแอคเคาต์ XFX-XZ Birthday Project (@XZ_birthday) บนแพลตฟอร์ม X ตามด้วยกิจกรรมการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านและผู้สูงอายุรวมทั้งผู้คนที่ยากลำบากด้วยการเดินถือป้ายโปรโมทผลงานของเซียวจ้านผ่านทีมงานโครงการ ‘หนึ่ง-ก้าว’ (X : @onestep_1_9) โดยมีเส้นทางการเดินตั้งแต่ Siam Center – Siam Square ระหว่างวันที่ 17-20 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 13.30-18.30 น. โดยแฟนคลับที่พบเห็นสามารถเข้าไปขอถ่ายรูปกับป้าย หรือจะร่วมสมทบทุนเพื่อเป็นกำลังใจให้พี่ ๆ นักเดินเท้าตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 ก.พ. 68 เวลา​ 18.00 น. ที่แพลตฟอร์ม X : @Kookkaiz18  ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Movie Troop เดินสายโปรโมทภาพยนตร์เพื่อเชิญชวนคนทั่วไปให้มาชมภาพยนตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ชุมนุมชาวยุทธ์พบก๊วยเจ๋ง จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่’ โดยจะมีการแต่งกายแบบจัดเต็มในชุดจีนโบราณสไตล์จอมยุทธ์พร้อมกับแจก Handbill ที่ระลึกให้กับบุคคลทั่วไป และที่ขาดไม่ได้กับการแสดงพลังความรักต่อ ‘เซียวจ้าน’ ผ่านจอ LED ยักษ์หน้าศูนย์การค้า MBK CENTER ระหว่างวันที่ 17-23 ก.พ. 68 รวมถึงบิลบอร์ด 4 จอบน 3 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่าง 20 ก.พ.-1 มี.ค. เพื่อให้ FC ได้ไปเช็กอินถ่ายรูปเก็บโมเมนต์กันแบบจุใจจากผู้ดำเนินการอย่าง @YiZhanForeTH เพียงแฟน ๆ แต่งชุดจีนโบราณหรือแต่งกายสวยงามตามสไตล์ของตัวเองแล้วเช็กอินถ่ายภาพกับจอ LED ตามจุดต่าง ๆ พร้อมเขียนคำบรรยายสั้น ๆ และติดแฮชแท็ก #XiaoZhanxLOCHThailand2025 ทั้งบน Facebook และ X ลุ้นรับรางวัล Gift Set Postcard ลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์มังกรหยกส่งตรงจากประเทศจีน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่X : https://x.com/YIZHANForeverTH Facebook : https://www.facebook.com/YIZHANForeverTHfans 

แล้วไปสัมผัสความอลังการของภาพยนตร์แอ็คชั่น-กำลังภายในฟอร์มยักษ์ “Legends of The Condor Heroes : The Gallants – มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” โดย Sony Pictures ตั้งแต่20 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!! 

‘แหม่ม-บ็อบบี้’คู่รักมาราธอน 28 ปี สุขภาพดี ชีวิตแฮปปี้ ด้วยการออกกำลังกาย

'แหม่ม-บ็อบบี้'คู่รักมาราธอน 28 ปี สุขภาพดี ชีวิตแฮปปี้  ด้วยการออกกำลังกาย

‘แหม่ม-บ็อบบี้’คู่รักมาราธอน 28 ปี สุขภาพดี ชีวิตแฮปปี้ ด้วยการออกกำลังกาย

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.57 น.

เป็นอีกหนึ่งคู่รักคนดังที่ครองรักกันมายาวนานถึง 28 ปี สำหรับ “แหม่ม สุริวิภา” และ “บ็อบบี้ที่ความรักไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ล่าสุดทั้งคู่ได้เปิดเผยเคล็ดลับความหวานที่ไม่เคยจืดจาง ด้วยการชวนกันออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารเสริมที่ดีต่อสุขภาพ จนกลายเป็นคู่รักที่แข็งแรงไปด้วยกัน

“การออกกำลังกายไม่เพียงแต่เป็นการดูแลสุขภาพของทั้งคู่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันและเสริมสร้างความใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่หนูแหม่มหันมาดูแลตัวเองอย่างหนักเพราะด้วยปัญหาสุขภาพเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งต้องมีวินัยอย่างมาก ปัจจุบันร่างกายของเธอก็ดูแข็งแรงขึ้น สุขภาพดีขึ้น สามารถเล่นกีฬาที่ต้องใช้กำลังขาได้ดีมากๆ แถมหุ่นฟิตเฟิร์มผอมลงอย่างเห็นได้ชัด แถมใบหน้ายังดูเด็กและสดใสมากๆ”

ทำให้แฟนๆ ต่างสงสัยกันว่า “พี่บ็อบบี้” คงหวงภรรยาคนสวยมากขึ้นแน่ๆ เพราะทั้งหุ่นและหน้าตาของเธอดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! การออกกำลังกายที่ทั้งคู่ทำร่วมกันกลายเป็นวิถีชีวิตที่ดี ไม่เพียงแต่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่ยังทำให้ความรักของทั้งคู่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย

014

‘หนิง’เปิดความเจ้าแผนการ’น้องณิริน’แหกกฎเหล็กคุณแม่ฟอร์มวงดนตรีเพราะถูกเพื่อนบูลลี่ 

'หนิง'เปิดความเจ้าแผนการ'น้องณิริน'แหกกฎเหล็กคุณแม่ฟอร์มวงดนตรีเพราะถูกเพื่อนบูลลี่ 

‘หนิง’เปิดความเจ้าแผนการ’น้องณิริน’แหกกฎเหล็กคุณแม่ฟอร์มวงดนตรีเพราะถูกเพื่อนบูลลี่ 

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.52 น.

แม่ลูกคู่เหมือน “หนิง ปณิตา” วันนี้ควงลูกสาวคนเก่ง “น้องณิริน ปณิริน” มาเปิดใจความสัมพันธ์ระหว่างคู่แม่ลูก ที่แม่หนิงเป็นสุดยอดนักสืบ ลูกทำอะไรแม่หนิงรู้หมด และเปิดเผยความเจ้าแผนการของน้องณิรินที่หาวิธีหลอกล่อขอทำสีผมจนสำเร็จ และเรื่องที่น้องณิรินแอบแหกกฎเหล็กคุณแม่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย, ชมพู่ ธัณย์สิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 แม่ดุมั้ย?

ณิริน : ดุมากๆ ค่ะ หนูก็มีเถียงเยอะ ดื้อ มีร้องไห้ มีโวยวาย มีหมด

เหมือนคุณแม่เด๊ะ ทุกเวอร์ชั่น ปีนี้อายุเท่าไหร่?

ณิริน :  12 แล้วค่ะ

หนิง : (ถอนหายใจ) โตเร็วมาก แต่ต้องบอกว่าเป็นปีที่มีความสุขกับเขา เหมือนเป็นเพื่อน พูดคุยกันด้วยเหตุและผลได้มากขึ้น หนิงชอบเห็นเขายิ้ม เห็นแววตาเขามีความสุข เป็นเอเนอร์จี้ที่เหนื่อยแค่ไหนเราก็จะไหว แต่เวลาเห็นเขาเศร้า เขาดาวน์ ข้างในแทบระเบิดเลย 

ต่อให้รักเป็นแก้วตาดวงใจแค่ไหน มีงอน เพราะหลังๆ คนชมลูกสวยเยอะ?

หนิง : เดี๋ยวนี้ทุกคนไม่ค่อยชมเรา ไปไหนด้วยกันทุกคนก็จะน้องณิริน สวยจังเลย ทุกคนเหมือนมองข้ามเราไปเลย แต่ไม่ได้งอนจริงหรอกนะ เป็นอารมณ์ไม่อยากคุยด้วยแล้ว 

มีคนชมเยอะมั้ย ว่าสวย?

ณิริน : เยอะค่ะ (หัวเราะ) 

น้องณิริน มารยาทงามด้วย ตอนนี้มีความสามารถ ตอนนี้ฟอร์มวงดนตรีกับเพื่อนๆ?

ณิริน : ชื่อวง Clover Band เป็นวงเล่นสด มีสมาชิก 5 คน หนูเป็นนักร้องนำค่ะ เดี๋ยวจะมีเล่นกีต้าร์นิดนึงในอนาคต ทุกคนรอดูนะคะ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน ครูให้ไล่เป็นเบสิกก่อนเข้าคอร์สค่ะ (ณิรินโชว์ร้องเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์)

พี่หนิงร้องสักเพลง?

หนิง : เดี๋ยวๆ ฉันร้องเพลงไม่เป็น ร้องไม่ได้ (หัวเราะ)

ณิริน : วันหลังจะแชร์ลงอินสตาแกรม เผื่อทุกคนอยากดูนะคะ เวลาหม่ามี๊อยู่บ้าน บางครั้งเปิดเพลงยุค 90 แล้วก็จะร้อง กลุ้มใจ ไม่มี ล.ลิง (หัวเราะ) 

ให้คะแนนตัวเองจากวันแรกถึงวันนี้เป็นไง?

ณิริน : วันแรกรู้สึกว่าพัฒนาให้สัก 7 เต็ม 10 เรายังทำได้ดีกว่านี้ หนูจำได้เลยวันแรกหนูขึ้นโชว์ที่โรงเรียน หนูร้องเพี้ยนมาก หนูลืมเนื้อ เพี้ยนไปหมดเลย ทุกคนก็โซโล่ผิด เล่นผิดไปหมด จนไปแสดงงานวันเด็กที่ช่อง 7 ก็รู้สึกว่าพัฒนาได้ดีขึ้นมากๆ เพราะไฟดับ หนูร้องเพลงอยู่ดีๆ ไฟดับหมดเลย ทุกคนก็เล่นต่อ จนพี่เขาเชิญลงจากเวที 

ทำไมถึงอยากรวมตัวเป็นแบนด์ จุดเริ่มต้นเกิดจากอะไร?

ณิริน : ตอนนั้นหนูกับเพื่อนๆ หนู 5 คนโดนบูลลี่จากคนที่อยู่ในโรงเรียน โดนคนละแบบ หนูโดนเรื่องร้องเพลงเรื่องเต้น เพื่อนหนูโดนเรื่องเรียน 

เขาบูลลี่ลักษณะไหน?

หนิง : ย้อนกลับไปที่เราเคยสัมภาษณ์เทปที่แล้ว เขาโดนตั้งแต่เรื่องพ่อแม่เลิกกัน เขาอยากมีส่วนร่วมกับวงดนตรีกับเพื่อนสนิทเขาอีกกลุ่มนึง แต่เขาไม่ให้เล่น ใช้คำว่าห่วย ร้องก็ไม่เก่ง เต้นก็ไม่เก่ง ทำให้เขาเสียความมั่นใจ เหมือนเป็นเด็กที่ทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมเลย แต่อย่างที่บอกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย เรารู้อีกทีตอนเขาแก้ปัญหาไปได้แล้ว เขาก็ไปชวนคนสนิทแล้วโดนเหมือนกัน แล้วมาฟอร์มวงเหมือนกัน แล้วเขามาบอกแม่ว่าหนูอยากเล่นวง แม่หาครูมาสอนหน่อยได้มั้ย เราก็ตกใจว่าลูกเราโดนอะไรมา แต่พอเรารู้ว่าโดนอะไรมา แล้วเขาพยายามเดินก้าวข้ามผ่านสเต็ปตรงนั้น เราก็มีหน้าที่สนับสนุนเขา ที่เหลือก็เป็นพวกเขาซ้อมกันเอง

หัวอกคนเป็นแม่ เวลาลูกมาเล่าว่าหนูโดนบูลลี่ เสียใจมั้ย

หนิง : ข้างในแทบน้ำตาไหลออกมา มันสั่นไปหมดเลย แต่เราต้องคีฟตัวเราให้นิ่ง ถ้าเราทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเราจะยิ่งตกใจ ในสภาวะที่เรารู้ สถานการณ์นั้นเขาดันผ่านมันไปได้แล้ว เราทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้ เรายิ่งชื่นชมและขอบคุณ หนูแข็งแกร่งมาก มีอะไรบอกแม่ แม่พร้อมซัปพอร์ต แม่พร้อมช่วย แล้วก็ให้กำลังใจเขา 

คนที่เคยบูลลี่ณิริน ตอนนี้เราฟอร์มวง มีโชว์ไป 8-9 งานแล้ว เขาเป็นยังไง?

ณิริน : เขาก็ไม่ได้มาบูลลี่เราอีก หนูก็เป็นเพื่อนกับเขาได้ เขาก็ถามหนูว่าทำยังไงให้วงหนูอยู่ด้วยกันได้ดี หรือทำยังไงให้รักกัน ไม่ได้บูลลี่ ไม่ได้ทำอะไรกับหนู มาขอความช่วยเหลือแนะนำ

ณิรินเก่งเรื่องการพูด เป็นพิธีกรได้ เต้นก็ชอบ ชอบทำอะไรมากกว่ากัน?

ณิริน : หนูชอบเหมือนกันเพราะมันเป็นเวย์เดียวกัน แค่แสดงออกไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกได้หนูชอบวง เพราะหนูว่ามันดัดแปลงดนตรีได้ทุกอย่างที่เราอยากจะเล่น หนูรู้สึกว่ามันช่วยให้หนูผ่านตรงนั้นมา หนูก็ชอบตรงนั้นที่สุด ชอบเป็นพิเศษค่ะ 

วันที่ลูกฟอร์มวง ขึ้นไปเล่นโชว์ แม่รู้สึกยังไง?

หนิง : น้ำตาไหลตลอดเวลา ต้องคอยเช็ด เดี๋ยวคนเห็น เป็นบ้าอะไรร้องไห้ตลอดเวลา  

ณิริน : หนูจำได้วันแรกที่หนูโชว์แม่ยืนเชียร์อัป

หนิง : ต่อให้ลูกทำจะดีหรือไม่ดี แต่เขาผ่านสเต็ปที่มีความทุกข์แล้วเขามีความสุขในสิ่งที่เขาทำ เราแฮปปี้มากที่สุด มากๆ มากจนโอ้ย มันตื่นเต้นไปหมด เตรียมทุกอย่าง ต้องรีบตื่น รีบแต่งตัว ซื้อดอกไม้ เหมือนเห่อ เหมือนลูกเราเป็นศิลปินดังไปแล้ว  

ทำไมถึงแพลนจะให้ลูกงดการเรียน?

หนิง : เขาเองเป็นคนที่อยากทำ เราเป็นคนสนับสนุนทุกอย่าง เด็กจะมีมุมที่อยากทำๆ แล้วก็มีมุมดื้อบ้าง มุมขี้เกียจบ้าง หนิงสอนณิรินเสมอว่าเราได้อะไรมาง่ายมาก ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องการใช้ชีวิตหรืออะไร ณิรินต้องเห็นคุณค่าของเงินเยอะๆ ในการที่เราจ่ายเงินจ้างครูแต่ละคนมาสอนมันใช้เงินเยอะนะ ถ้าลูกไม่ตั้งใจ ตอนนี้ลูกเป็นแล้วนี่ ลูกร้องได้แล้ว เต้นได้แล้ว แกะดนตรีได้แล้ว แต่ถ้าไม่คิดจะพัฒนาไปกว่านี้ หยุดไม่ต้องเรียนเลย แล้วก็โทรแคนเซิลครูก้อย เพราะเขาได้หมดเลย

ณิริน : ตอนนั้นเหมือนหนูมีละครเวทีแล้วหนูไม่ตั้งใจซ้อมไม่ตั้งใจทำอะไรเลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เหมือนหนูขี้เกียจ แม่ก็บอกว่าพอ ไม่ต้องทำ แม่โทรไปแคนเซิลครูก้อย เดือนกว่าๆ เลยค่ะ จนหนูพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นว่าหนูกลับมาตั้งใจแล้ว เริ่มซ้อม พยายามซ้อม พิสูจน์ให้เขาเห็น เขาก็เลยยอมให้หนูกลับมาเรียนกับครูก้อย ครูเรียนเต้น ครูเปียโนอะไรต่างๆ 

ตอนนั้นที่มีผลกระทบ มีแค่ณิรินคนเดียว?

หนิง : แค่เขาคนเดียว วงไม่ให้กระทบ เพราะไม่ให้เขาไปอะไรกับคนอื่น แต่สำหรับตัวเขาคนเดียว เขามีความสุขและอยากทำที่สุดคือเขาชอบเรียนเต้น ร้องเพลง ชอบเรียนเปียโน แต่ครูทุกคนที่สอนเขาจะกลับมาบอกว่าน้องณิรินเป็นเด็กหัวไวมากเลยนะ แต่ณิรินขี้เกียจ ครูบอกเองเลย แล้วเหมือนเวลาครูบอกให้ทำงี้ๆจะตั้งคำถามเยอะ เรารู้สึกว่าครูแต่ละคนที่มาสอนณิรินเขาคิวทองกันทั้งนั้น เราก็ต้องไปกราบ ไปอ้อนวอนขอให้เขามาสอนลูกเรา ไม่อยากให้ลูกไปเป็นภาระใคร ต่อให้เราจ่ายเงินให้ครูก็ตาม แต่เขาก็เมตตาที่จะดูแลลูกเรา ช่วงที่เรามีปัญหา ครูก็คอยซัปพอร์ตให้ณิรินเสมอ เราไม่อยากให้ลูกเราไปดื้อกับเขา มันมีเหตุและผลอธิบาย ที่สำคัญแม่ทำงานเหนื่อยมากกว่าแม่จะหาเงินมาให้ณิรินได้เรียนเยอะๆ อย่างนี้ ณิรินต้องเห็นคุณค่าของเงินนะ ถ้าณิรินไม่อยากพัฒนา ณิรินทำได้หมดแล้ว ณิรินก็เก็บเอาไว้ในอนาคตดีกว่า ตรงนี้ก็ไม่ต้องเอามาใช้

ณิรินเป็นไง?

ณิริน : หนูร้องไห้ กราบขอร้องหม่ามี๊ ขอพิสูจน์ครั้งสุดท้ายได้มั้ยขอกลับไปเรียน เพราะหม่ามี๊แคนเซิลทุกอย่างเลย หนูนั่งอยู่บ้านหนูไม่รู้จะทำอะไรเลย หนูก็เบื่อ ไม่มีอะไรทำ ก็ขอร้องหม่ามี๊ขอกลับไปเรียนได้มั้ย หนูจะพัฒนา หนูจะไม่ขี้เกียจ หนูจะไม่ตั้งคำถามเยอะ หนูจะทำทุกอย่างที่ครูบอกให้ทำ

นานมั้ยตอนหยุดอยู่บ้านเฉยๆ?

ณิริน : เดือนกว่า  

หนิง : เอาจริง เพราะในวัยเด็ก เราก็ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน แต่กว่าหนิงจะได้มีโอกาสไปเรียน อย่างกับครูเล็ก ภัทราวดี หนิงต้องแลกด้วยการไปทำงานแล้วได้เงินมา แลกกับการทำความดีเพื่อให้แม่เจียดเงินก้อนนึงให้เรา เพราะเรามีพี่น้องสี่คน ถ้าแม่เจียดเงินก้อนนึงมาให้เราเรียนพิเศษหมายถึงต้องไปเดือดร้อนน้องอีก 3 คน เราได้ทุกอย่างด้วยความยากลำบากมากๆ ฉะนั้นณิรินมีแม่คอยให้ทุกอย่างในสิ่งที่ณิรินต้องการ ณิรินต้องเห็นคุณค่าสิ่งเหล่านั้นด้วย จะสอนและอธิบายให้ฟัง วันนี้ณิรินได้ง่าย ฉะนั้นณิรินต้องเห็นคุณค่าในสิ่งที่ณิรินได้ 

ล่าสุดน้องณิรินบอกว่ามีอะไรจะบอกคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่สนับสนุน?

ณิริน : หนูบอกว่าถ้าหนูทำได้ หนูจะไปลองเทอมได้ หนูบอกแม่ตรงๆ ว่าการเรียนหนูเอา หนูไม่ได้เรียนแย่นะคะ แต่หนูแค่ไม่ชอบนั่งคิดเลข หนูชอบทางนี้จริงๆ แล้วหนูอยากให้หม่ามี๊สนับสนุนหนูต่อไป ไม่งั้นหนูโกรธหม่ามี๊นะ 

เห็นว่ามีอีกช็อต ถ้าแม่ไม่ดันจะเตรียมปรึกษาคนนึงให้เข้าวงการ?

ณิริน : ถ้าแม่ไม่ช่วย หนูจะถามป้าส้ม ป้าส้มบอกมีอะไรบอกป้าเลยนะลูก ปล่อยแม่เขาไป 

หนิง :   ล่าสุดเขาเห็นพี่ลียาไปเข้าค่ายแล้ว เพื่อนเขาบางคนไปเป็นเทรนนีแล้ว ทำเขายังไม่ได้ เขาก็พยายามหาข้อมูลว่าเขาจะไปสมัครตรงไหนยังไง เราก็ห้ามเขา เขาก็รู้มาว่ามีผู้ใหญ่บางคนมาถามไถ่เรา อยากได้ลูกเราไป แต่เราบอกว่าไม่เอา เรายังไม่ให้ เพราะเราเองไม่อยากสร้างภาระให้ใคร เราอยากให้เขาสมบูรณ์ก่อน เขาก็เลยบอกเราว่าเดี๋ยวเขาไปลุยกับป้าส้มเอง จะลุยเอง 

บอกแม่ให้มั่นใจ ถ้าณิรินได้ทำ จะทำได้ดีขนาดไหน?

ณิริน : ถ้าหนูมีโอกาสได้ทำ หนูจะทำได้ดีมากๆ เพราะหนูอยากเป็นในสิ่งที่หนูคิดไว้ หนูจะไปให้ถึง ถ้าหนูตั้งใจไว้หนูจะทำออกมาได้ดี แม้แม่ไม่ให้หนูจะไปคุยกับป้าส้มเอง  

มุมแม่ แม่ว่าไง ถ้าลูกสนใจเรื่องวงการบันเทิง?

หนิง : หนิงไม่มีอะไรห้าม แต่แค่ต้องการความรับผิดชอบ กว่าหนิงจะได้แบบทุกวันนี้ เรากระเสือกกระสนทุกอย่าง เรามาจากศูนย์ไม่ได้มาจากคนที่มีอยู่แล้ว เราผ่านทุกอย่างมาจากน้ำพักน้ำแรง สองมือสองขาของเรา เราก็อยากให้เขาดิ้นรนและทำด้วยตัวเขาเอง โดยไม่ใช้ความเป็นแม่ หรือขอป้าส้ม หรือความเป็นใคร เขาต้องพิสูจน์ตรงนี้ด้วยตัวของเขาเอง แล้วเขาจะรู้ว่าค่าตรงนี้ที่เขาได้มามันจะยิ่งใหญ่มาก แล้วเขาจะไม่ยอมเสียตรงนั้นไป เด็กสมัยนี้พอได้มาง่ายจะไม่เห็นค่าของที่ได้ ไม่รู้ว่ามีค่าแค่ไหน หนิงอยากให้เขาเห็นค่าของทุกสิ่งที่เขาได้รับ 

ณิริน : ตอนนี้เห็นแล้วค่ะ หนูบอกหม่ามี๊ไปแล้วว่าไม่ต้องช่วยคุยก็ได้ หนูจะเข้าไปออดิชั่นเอง แม่แค่ช่วยพาไปหน่อย  

หนิง : โอเคค่ะ (หัวเราะ)  

ณิริน : หม่ามี๊ไม่อยากให้หนูเข้าวงการบันเทิง อยากให้หนูเป็นหมอ

หนิง : หมอศัลยกรรม เรียนเพื่อหน้าแม่ (หัวเราะ) 

แม่ทำงานหนักตลอดเวลา มีน้อยใจมั้ย บางทีไม่มีเวลาให้เรา?

ณิริน : บางครั้งค่ะ หม่ามี๊ทำงานเยอะมากๆ แล้วไม่ค่อยรับโทรศัพท์ หนูก็น้อยใจว่าทำไมเขาไม่คุยกับหนูเลย

ทุกวันนี้หนิงตื่นเช้ามากมาจัดรายการ ไม่พักบ้างเหรอ ทำไมทำงานหนักขนาดนี้?

หนิง :   จริงๆ หนิงไม่ได้ทำอะไรมานานเหมือนกันนะ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หนิงเบรกงานหลายๆ อย่างโดยเฉพาะงานผู้จัดผู้ผลิตแทบไม่เห็นไม่ทำเลย หลายงานก็ไม่ทำ ถ้าตีว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ สองปีที่ผ่านมา หนิงทำงานแค่ 40 เปอร์เซ็นต์เองนะ หนิงเอาเวลาทั้งหมดอยู่กับเขาทั้งหมดเลย จนตอนนี้ทุกอย่างมันลงตัวแล้ว หนิงต้องกลับมาทำงานหนักๆ เพราะหนิงไม่กล้าฝากความหวังทุกอย่างไว้กับใคร หลักประกันในชีวิตลูกหนิง หนิงต้องการสร้างความมั่นคงด้วยตัวของหนิงเอง เพราะหนิงหวังว่าในอนาคตถ้าหนิงสร้างของหนิงได้ หนิงลำบากมาก่อน หนิงไม่อยากให้ลูกลำบาก ทุกวันนี้หนิงมีแรงอยู่ก็ต้องทำ แล้วอธิบายให้เขาฟังว่าสองปีที่ผ่านมา แม่เบรกไปเยอะจริงๆ นะ พาหนูไปเที่ยว อยู่กับหนูทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้ต้องกลับมาทำจริงๆ เขาก็น่ารัก พยายามที่จะเข้าใจ ตอนหลังก็ไม่ค่อยดื้อ ไม่ค่อยงี่เง่า ไม่ค่อยเซ้าซี้ แต่รู้ว่าเขาน้อยใจนะ

ตื่นกี่โมง?

ณิริน : ตีห้า

หนิง : ไปส่งเขาทุกวันที่โรงเรียน ตื่นมาเตรียมกับข้าว ไปส่งเขาที่โรงเรียน แล้วก็ไปทำงานต่อ งานของหนิงก็จะบอกทุกคนว่าจะสิ้นสุดให้ได้ถึงเวลา 2 ทุ่ม เพราะ 2 ทุ่มต้องมาเอาณิรินนอนเองทุกวัน แต่ถ้าไม่ได้กลับเอาณิรินนอน ก็จะมีเลขา อาม่าคอยช่วยดูแลณิริน แต่หนิงก็เกรงใจพี่พลอย อาม่า ถ้าหนิงกลับยังไม่ถึง พี่พลอยกับอาม่าต้องอยู่จนกว่าหนิงจะกลับมา ถ้าเห็นหนิงลงรูปในไอจีงานราษฎร์งานหลวง บางทีหนิงไปแค่ถ่ายรูปแล้วหนิงกลับ เสร็จงานก็อยู่กับเขา เสาร์อาทิตย์พยายามไม่รับอะไรเลย ไปรับไปส่งเฝ้าเขาเรียน ใช้เวลาที่เขาเรียนทำงาน วันอาทิตย์ณิรินจะไปไหน อยากไปเดินห้างไหน ไปกินอะไร แม่ให้ณิรินเต็มที่แต่จันทร์-ศุกร์ขอแม่เต็มที่กับงาน แม่ทำเพื่อณิรินเลย ไม่ต้องน้อยใจ ต้องหายน้อยใจนะ

มีอะไรที่อยากทำ ขอคุณแม่ได้เลย?

ณิริน : ขอเจาะหูได้มั้ยคะ หนูมีข้างละสองรู แต่เทรนด์ตอนนี้ ขออีกนิดเดียว รูสุดท้ายแล้ว แล้วจะไม่เจาะอีก

หนิง : ไม่ได้เลยจริงๆ 

นอกจากเจาะหู มีทำสีผมวันเกิดด้วย?

ณิริน : หนูรู้สึกว่าวีรกรรมหนูเยอะมากเลยค่ะ ทุกคนน่าจะจำได้ รายการครั้งที่แล้วที่หนูทำสีแดง อันนั้นก็โดนหนักพอสมควร แต่อันนี้เหมือนแม่นั่งทำงานกับพี่เข้มอยู่ เวลาเขาเครียดๆ ทำงาน เขาก็จะเออๆ ไปๆ พี่เข้มก็บอกว่าแม่ น้องจะทำสีผมนะ แม่ก็บอกเออๆๆ ขอฉันทำงานก่อน หนูก็ไปจองร้านแล้วมันแคนเซิลไม่ได้ หนูสงสารที่ร้าน หนูเลยต้องไปทำ หนูเกรงใจเขา ไม่อยากแคนเซิลเขาหลายรอบ

หนิง : ไม่เคยอยากให้ทำสีผม อย่าลืมนะว่าถ้าเราเริ่มทำตั้งแต่วัยยังเด็กอยู่ พอเราโตขึ้นไปเป็นสาว อยากเป็นศิลปินไม่ใช่เหรอ อยากเป็นดารา วันนึงเราก็ต้องได้ทำ ถ้าเราเริ่มเร็วผมก็เสียเร็ว ณิรินเริ่มก่อนกาลเลย ตั้งแต่เพื่อนๆ ไม่ทำ พอช่วงเพื่อนๆ ทำ กลายเป็นว่าผมเขาเสียไปแล้ว ไปทำพร้อมเพื่อนอีกรอบล่าสุดก็กลายเป็นพังหมดเลย ต้องตัดผมสั้น 

ณิริน : หนูอยากตัดเอง สวย ตอนแรกผมยาวเท่าแม่เลย 

ณิรินมีเรื่องอะไรอยากบอกคุณแม่ ที่คุณแม่ยังไม่รู้?

ณิริน : เพื่อนมานอนบ้านหนูบ่อย หม่ามี๊ไม่ให้นอนดึก ไม่ให้กินข้าวตอนกลางคืนด้วยเดี๋ยวเป็นกรดไหลย้อน แต่หนูกับเพื่อนนอนเที่ยงคืน ตีสองตีสาม ลงมาต้มมาม่ากิน

หนิง : ณิรินพูดออกอากาศไปแล้ว ไม่กลัวว่าแม่เพื่อนๆ คนอื่นเขาจะว่าเอาเหรอ 

ณิริน : แม่เพื่อนคนอื่นเขาไม่ว่า 

หนิง :   แม่บางคนเขาก็ว่า เขาอยากให้ลูกนอนเร็วๆ รู้มั้ยสิ่งที่ณิรินทำมา แม่รู้หมดแล้ว นิสัยหนิงทุกวันตื่นมากลางดึก ไม่ว่าตีสองหรือตีสี่ หนิงจะลงมาตรวจตราความเรียบร้อยทุกครั้ง เป็นคนต้องดูแลความเรียบร้อยตลอดว่ามีอะไรยังไงหรือเปล่า พอเราลงมาเห็นแล้วไฟไม่ได้ปิด 1 ดวง แอร์เพิ่งปิด ความเย็นยังอยู่ ในซิงค์ล้างจาน มีจานมาม่าอยู่ เศษขนมวางไว้ไม่เรียบร้อย หนิงรู้หมดแค่ไม่พูด บางครั้งไม่ได้อยากบ่น เพราะเรารู้ว่าเราบ่นเยอะแล้ว

ณิริน : ค่ะ (หัวเราะ) 

มีอะไรอยากบอก?

ณิริน : อยากบอกว่าหนูรักหม่ามี๊มาก และขอโทษถ้าบางครั้งหนูดื้อ หม่ามี๊คือไอคอนของหนูนะคะ 

หนิง : ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตวันนี้อุทิศแล้วเพื่อณิรินเลย ก็ยังพูดคำเดิมว่าที่แม่เปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง ทั้งโลกใบนี้ แม่มีหนูคนเดียว และทำเพื่อหนูจริงๆ ไม่ต้องน้อยใจ เสียใจ เวลาโดนแม่ดุ

ณิริน : ขอบคุณหม่ามี๊ที่อดทนและรักหนู ถ้าหม่ามี๊เลือกที่จะทำอะไร หนูก็จะเข้าใจและรักหม่ามี๊ตลอด 

014

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31 หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31  หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 31 หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมเกษตร รองรับการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมหมายผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมสนับสนุนบทบาทวิศวกรรมเกษตรในยุคเกษตรอัจฉริยะ ณ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่าภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหารและการส่งออกการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น เกษตรอัจฉริยะ โดรนเพาะปลูก และระบบจัดการน้ำอัตโนมัติ จะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรที่มีทักษะเฉพาะทาง เช่น การออกแบบเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเสริมศักยภาพของประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

“การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเกษตรสู่สาธารณะ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการได้นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ในระดับสากล เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ ที่จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับภาคเกษตรของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล” รศ.ดร.สมหมาย อธิบาย

ด้าน รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวคิดของงานที่ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ร่วมกับการสร้างนวัตกรรม จะช่วยให้ภาคการเกษตรของไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมเกษตร รวม 35 ผลงาน ทั้งภาคบรรยาย 13 ผลงาน และภาคโปสเตอร์ 22 ผลงาน และการแข่งขันทักษะทางวิศวกรรมเกษตร 24 ทีม จากสถาบันการศึกษา 14 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดงานสำคัญระดับชาติครั้งนี้จะส่งเสริมบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคการเกษตร

ผศ.ดร.พลเดช เชาวรัตน์ กล่าวว่า โครงการ MSU International Sports Day และเทศกาลตรุษจีน เป็นโครงการที่ส่งเสริมความเข้าใจ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างนิสิตต่างชาติหลากหลายสัญชาติ อาทิ จีน พม่า กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการยกระดับความเป็นนานาชาติ สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างนิสิตและชุมชนมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคีในระดับโลก

‘วันมาฆบูชา’คึกคัก ไหว้‘พระเขี้ยวแก้ว’ แน่นท้องสนามหลวง

‘วันมาฆบูชา’คึกคัก  ไหว้‘พระเขี้ยวแก้ว’  แน่นท้องสนามหลวง

‘วันมาฆบูชา’คึกคัก ไหว้‘พระเขี้ยวแก้ว’ แน่นท้องสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘วันมาฆบูชา’คึกคัก ไหว้‘พระเขี้ยวแก้ว’ แน่นท้องสนามหลวง แห่ทำบุญวัดทั่วไทย

เนื่องในวันมาฆบูชา รัฐบาลนำประชาชน ร่วมตักบาตร-เวียนเทียน แห่สักการะ“พระเขี้ยวแก้ว”เนืองแน่นท้องสนามหลวงขณะที่บรรยากาศวัดทั่วไทยคึกคัก พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรเวียนเทียน รัฐบาลคาดเงินสะพัดวันมาฆบูชา สูงสุดในรอบ 4 ปี กว่า 2,500 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 บรรยากาศช่วงเช้า ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องใน วันมาฆบูชา 2568 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา 2568 จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 73 รูป โดยมีพระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีคณะรัฐมนตรีเช่นนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง, น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข, ประธานวุฒิสภา, ประธานองค์กรอิสระและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 73 รูป จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมพิธีเวียนเทียน บริเวณมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ(พระเขี้ยวแก้ว)

ส่วนบรรยากาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ช่วงเช้าพุทธศาสนิกชน ต่างต่างกายสวมใส่ชุดขาว ส่วนใหญ่เดินทางกันมา เป็นครอบครัวหอบลูกจูงหลาน นำข้าวสารอาหารแห้งมาตักบาตรพระสงฆ์

จากนั้นส่วนใหญ่ได้ร่วมเวียนเทียนพร้อมร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มาประดิษฐาน ณ ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมาประดิษฐานตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2567จนถึง 15 ก.พ.นี้ซึ่งหลายคนเลือกใช้วันหยุดวันพระใหญ่มาสักการะ‘พระเขี้ยวแก้ว’เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว

สำหรับบรรยากาศวัดทั่วประเทศคึกคัก จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครเชียงราย ได้จัดตักบาตรเป็งปุ๊ด หรือ ตักบาตรเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่12 ก.พ.ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงรายพร้อมด้วย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นำประชาชน นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นประดิษฐานบนราชรถบุษบก เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง หน้าวัดมิ่งเมืองไปตามถนนบรรพปราการ ถึงหอนาฬิกาเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย โดย พระครูโสภณ ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง เป็นประธานสงฆ์ นำคณะพระภิษุกจากวัดต่างๆ ในอำเภอเมืองเชียงราย ออกรับบาตร ในครั้งนี้ถือว่ามีผู้มาร่วมทำบุญตักบาตรจำนวนมาก รวมระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร

ช่วงเช้า ที่วัดธาตุ พระอารามหลวง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายประจวบ รักแพทย์ รองผวจ.ขอนแก่น ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อม พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดธาตุ พระอารามหลวง,รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำประชาชน พร้อมใจกันสวมใส่ชุดขาวพร้อมร่วมกันนำอาหาร เครื่องดื่ม ปัจจัย ไทยทานตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 59 รูป ข้างพระอุโบสถของวัด เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล รับศีลรับพรเนื่องในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชาในปีนี้ หลังเสร็จพิธีตักบาตร ทางวัดธาตุ พระอารามหลวง ยังได้จัดพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในกิจกรรมวันมาฆบูชา

ช่วงเช้า ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย นายสมภพ สมิตะสิริ ผวจ.หนองคาย เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2568โดยพระเทพวชิรคุณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำประชาชนประกอบพิธี ทำบุญตักบาตร และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยในช่วงเช้า นอกจากจะได้ทำบุญตักบาตรแล้ว ยังได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนชาวหนองคายได้ปฏิบัติตาม

พุทธมณฑลจังหวัดสงขลา ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่จ.สงขลา พุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องใน“วันมาฆบูชา”ประจำปี 2568โดยมีคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนร่วมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวหลายร้อยคนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีกิจกรรม สวดมนต์ ฟังเทศน์มหาชาติ โดย พระครูวาทีพัชรโสภณและมีการมอบทุนการศึกษา

เวลา10.30น.ที่วัดเวฬุวัน พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลาเป็นประธาน ส่วนฝ่ายสงฆ์ มีพระเทพวชิรนายก (พระราชพิธีปัญญามุนี) เจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน อำเภอเมืองยะลา นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จ.ดยะลา ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร รอบพระมหาเจดีย์พระสังกัจจายน์ วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง โดยมีพระสิริปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา พระอารามหลวง นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ออกรับบิณฑบาต

ในปีนี้ มีพุทธศาสนิกชนชาวยะลาที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆวัดและในเขตอำเภอเมืองยะลาจำนวนมาก มาร่วมเวียนเทียน และรับศีลฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากเจ้าหน้าที่ทั้งภายในบริเวณวัดและนอกวัด

ด้าน นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องใน “วันมาฆบูชา” วันนี้และเป็นวันหยุดราชการประจำปี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 เส้นทาง 61 ด่าน ประกอบด้วย (1) ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 20 ด่าน (2) ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 31 ด่าน (3) ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด)จำนวน 10 ด่าน ทั้งนี้ มาตรการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งจากข้อมูลรายงานผลการสำรวจการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ คาดจะมีเงินสะพัดราว 5,200ล้านบาท โดยวันมาฆบูชาจะมีเงินสะพัดราว 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน2.81%สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนข้อมูลจากการคาดการณ์ในช่วงวันวาเลนไทน์ในปีนี้จะมีเงินสะพัดราวเกือบ 2,700 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2563

GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศสนับสนุนงาน สตง.

GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศสนับสนุนงาน สตง.

GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศสนับสนุนงาน สตง.

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการตรวจเงินของแผ่นดิน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบของ สตง. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการตรวจเงินแผ่นดินและการดูแลทรัพย์สินของรัฐเพิ่มมากขึ้น ณ ห้องประชุมดำริอิศรานุวรรต อาคาร 2 ชั้น 2 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรุงเทพฯโดยมี ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA และ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมลงนาม

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ ครั้งนี้ถือเป็นอีกมิติที่ได้ร่วมกับทาง สตง. ในการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบของ สตง. เพื่อก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการตรวจเงินแผ่นดินและการดูแลทรัพย์สินของรัฐเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง GISTDA มีข้อมูลที่สำคัญคือข้อมูลพื้นที่ ข้อมูลแผนที่ และข้อมูลจากดาวเทียม โดยในอดีตการตรวจสอบข้อมูลหรือโครงการต่างๆ จะต้องใช้บุคลากร เวลา และเงินจำนวนมากในการดำเนินงานในโครงการภาครัฐในหลายๆ งาน เพื่อติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการว่าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้หรือไม่ เช่น การขุดคลอง ขุดท่อ ทำถนนปลูกป่า ทำฝาย ทำเขื่อน เป็นต้น แต่ในปัจจุบันข้อมูลจากดาวเทียมและภูมิสารสนเทศจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ทันสมัยบวกความรู้ความสามารถของบุคลากรด้านภูมิสารสนเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณค่ามากที่สุด เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ (e-Audit) ให้กับภารกิจของ สตง. โดยจัดให้มีการออกแบบโครงสร้างระบบข้อมูลและการพัฒนาระบบงานในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปวิเคราะห์และบริหารงานด้านต่างๆได้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุดกับประเทศ

ด้าน นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์ความรู้และเทคโนโลยีจาก GISTDA จะช่วยให้การตรวจสอบของ สตง. มีมิติเชิงลึกและครอบคลุมทุกพื้นที่ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของการตรวจเงินแผ่นดินไทยในการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้สามารถเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงของโครงการต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณของประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า

ศธ.หารือเทียบเคียงสมรรถนะภาษาต่างประเทศ ตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

ศธ.หารือเทียบเคียงสมรรถนะภาษาต่างประเทศ ตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

ศธ.หารือเทียบเคียงสมรรถนะภาษาต่างประเทศ ตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศธ.หารือเทียบเคียงสมรรถนะภาษาต่างประเทศ ตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สร้างคุณภาพด้านภาษามาตรฐานสากล

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อเทียบเคียงระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติโดยมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

ดร.สิริพงศ์ กล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบายใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบาย แผนและมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดทิศทางการศึกษา ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานการเทียบเคียงระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สู่การนำไปการสะสมในระบบธนาคารหน่วยกิตได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับการทำงานที่มีการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ใช้งานต้องมีทักษะด้านภาษาที่เหมาะสม ดังนั้นจึงควรมีเกณฑ์วัดเปรียบเสมือน ไม้บรรทัด สำหรับทั้ง 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาจีนที่มีการเทียบเคียงตามกรอบอ้างอิงทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจขยายไปสู่การเทียบเคียงภาษาอื่นๆ การดำเนินงานนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาต่างประเทศของผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริมการเรียนรู้ที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาและการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน การประชุมในวันนี้จะเป็นการสรุปภาพรวมโดยร่วมกันพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะการเทียบเคียงระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศตามระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้สมบูรณ์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานและสถานศึกษาในการนำไปใช้ในการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านสมรรถนะภาษาต่างประเทศต่อไป

มาตรฐาน Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้อธิบายระดับความเชี่ยวชาญทางภาษาสร้างขึ้นโดยสหภาพยุโรป และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการใช้ภาษาต่างประเทศ รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน การสอบ CEFR กำหนดทักษะ 4 ด้าน คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ประเทศไทยมีหน่วยงานที่นำมาใช้แล้ว ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สถาบันเทวะวงศ์วโรปการ และสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

“ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อเสนอแนะไปประกอบการจัดทำประกาศคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เรื่อง การเทียบเคียงระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศกับระดับของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติในแนวทางเดียวกันอันจะส่งผลต่อการพัฒนาให้ผู้เรียนมีสมรรถนะภาษาต่างประเทศที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อเสนอไปดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป” เลขาธิการ สกศ. กล่าว

มมส จัด ‘MSU International Sports Day’ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม

มมส จัด ‘MSU International Sports Day’  สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม

มมส จัด ‘MSU International Sports Day’ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดโครงการ MSU International Sports Day และเทศกาลตรุษจีน โดยมี ผศ.ดร.พลเดชเชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และพันธกิจสากล เป็นประธานกล่าวเปิดงานและ อาจารย์ ดร.ศรินทรีย์ อุดชาชน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์สากลกล่าววัตถุประสงค์โครงการ พร้อมนำนิสิตต่างชาติในระดับปริญญาตรี โท เอก จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคารวัฒนธรรมสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โดยในช่วงเช้าได้จัดกิจกรรม MSU International Sports Day นิสิตต่างชาติได้ร่วมแข่งกีฬาสากลและกีฬาพื้นบ้าน ที่เปิดโอกาสให้นิสิตทุกเชื้อชาติได้ร่วมสนุกและพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ก่อนจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันในเทศกาลตรุษจีน และได้รับเกียรติจากคณบดีและผู้แทนแต่ละคณะเข้าร่วมอวยพรแก่นิสิตชาวต่างชาติ ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมจีน

นอกจากนี้ ยังมีซุ้มกิจกรรมให้ร่วมแลกเปลี่ยน อาทิ การห่อเกี๊ยว การแสดงสไตล์จีน และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประเพณีศิลปวัฒนธรรมอีสาน แสดงผลงานเอกสารโบราณ สาธิตการจารใบลาน การสานพัดธุงใยแมงมุม และการสานรูปสัตว์จากใบลาน จากสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผศ.ดร.พลเดช เชาวรัตน์ กล่าวว่า โครงการ MSU International Sports Day และเทศกาลตรุษจีน เป็นโครงการที่ส่งเสริมความเข้าใจ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างนิสิตต่างชาติหลากหลายสัญชาติ อาทิ จีน พม่า กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการยกระดับความเป็นนานาชาติ สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างนิสิตและชุมชนมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคีในระดับโลก