‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมรับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.14 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 18 หน่วยงาน ร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ในการนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย “มะยงชิด พันธุ์ทูลเกล้า” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนครนายก จัดเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะปราง หรือเป็นมะปรางชนิดหนึ่ง แต่ผลมะยงชิดมีหลายขนาดตามลักษณของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป มีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ รูปไข่ มีสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอม ไม่มียาง ทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการคันคอ เมล็ดลีบสีน้ำตาลอ่อน

– 006

‘Beauty on the Golden Sky โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง’ นิทรรศการเดี่ยวโดย ชรินทร ราชุรัชต

'Beauty on the Golden Sky โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง' นิทรรศการเดี่ยวโดย ชรินทร ราชุรัชต

‘Beauty on the Golden Sky โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง’ นิทรรศการเดี่ยวโดย ชรินทร ราชุรัชต

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.15 น.

การค้นคว้าเกี่ยวกับการทำลายความทรงจำของรัฐต่อการปฏิวัติสยามของคณะราษฎรในปี 2475 ทำให้ชรินทรหลงใหลในภาพถ่ายของสตรีจากยุคสมัยนั้น ในช่วงรุ่งอรุณของประชาธิปไตย เมื่อฟ้าเป็นสีทอง และประชาชนได้ก้าวขึ้นเป็นเจ้าของอำนาจ ‘นางสาวสยาม’ การประกวดนางงามระดับชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญ ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านสิทธิสตรีของไทยในยุคสมัยใหม่ อันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้หญิงเริ่มมีสิทธิ์เลือกตั้ง มีอิสระในการแสวงหาการศึกษาและอาชีพ และได้ปลดปล่อยตัวตนจากขนบธรรมเนียมของระบอบเก่า

แต่เรื่องราวของพวกเธอกลับถูกทำให้เลือนหายไป หลังคณะราษฎรล่มสลายจากการรัฐประหารปี 2490 งานฉลองรัฐธรรมนูญก็ถูกยกเลิก การประกวดนางงามจึงสูญเสียความหมายทางการเมืองและความเชื่อมโยงกับการปฏิวัติ อนุสาวรีย์และอาคารที่สร้างขึ้นโดยของคณะราษฎรค่อยๆถูกทุบทิ้ง ดังที่เบเนดิกต์ แอนเดอร์สันได้กล่าวไว้ “การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งในจิตสำนึกทั้งปวง ย่อมนำมาซึ่งความหลงลืมอันมีลักษณะเฉพาะ” เพื่อปลูกฝังความทรงจำใหม่ให้แก่ประชาชน การปฏิวัติสยามได้ถูกวาดภาพว่าเป็นการชิงสุกก่อนห่าม เป็นการกระทำอันด่างพร้อย เป็นสัญลักษณ์ของรอยด่างที่ลบไม่ออกบนหน้าประวัติศาสตร์

‘โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง’ เป็นดั่งบทกวีภาพถ่ายที่ชรินทรทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสตรีในยุคปฏิวัติสยาม เธอทำงานโดยใช้เทคนิคคินสึงิ (Kintsugi) ซึ่งเป็นศิลปะการซ่อมแซมเซรามิกด้วยทองของญี่ปุ่น ในการวาดรอยด่างสีทองลงบนภาพถ่าย เพื่อท้าทายประวัติศาสตร์ชาติที่เขียนโดยรัฐ และรื้อฟื้นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูญหาย แผ่นทองคำเปลวแต่ละแผ่นที่ได้ติดด้วยความเคารพต่อประวัติศาสตร์และสตรีในยุคสมัยนั้น ทำให้รอยด่างสีทองของเธอเป็นทั้งสัญลักษณ์ของการต่อต้านและความหวังที่จะนำท้องฟ้าสีทองกลับคืนมา

ชรินทร ราชุรัชต เป็นศิลปินภาพถ่ายชาวไทยที่ทำงานเกี่ยวการเมือง ความไม่เท่าเทียมทางเพศ เเละประเด็นทางศาสนา ชรินทรมีผลงานภาพถ่ายจัดแสดงทั่วโลก เเละได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการศิลปินพำนัก ทั้งในประเทศออสเตรเลีย เเคนาดา ไต้หวัน เเละญี่ปุ่นที่ซึ่งเธอได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคคินสึงิ โดยในปี 2565 เธอเป็นช่างภาพหญิงชาวไทยคนเเรกที่ได้รับรางวัล World Press Photo, Southeast Asia and Oceania, Open Format จากผลงานชุด The Will to Remember ถึงแม้จะไม่ได้จัดแสดงในประเทศไทย ผลงานชุดนี้ได้ถูกจัดแสดงใน 25 ประเทศผ่าน World Press Photo Exhibition Worldwide Tour

“Beauty on the Golden Sky“ โฉมงามเมื่อวันฟ้าสีทอง นิทรรศการเดี่ยวโดย ชรินทร ราชุรัชต จัดแสดงระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2568 ณ. Head High Second Floor เชียงใหม่ 28/1 ถ.สิงราช ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ 50200 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 061-686-0660 และ www.head-high-second-floor.com

SAINT LAURENT แคมเปญจากคอลเลคชั่น Summer 25

SAINT LAURENT แคมเปญจากคอลเลคชั่น Summer 25

SAINT LAURENT แคมเปญจากคอลเลคชั่น Summer 25

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.39 น.

SAINT LAURENT เผยภาพและวีดีโอแคมเปญจากคอลเลคชั่น Summer 25 ที่ออกแบบโดย Anthony Vaccarello ซึ่งในครั้งนี้ผ่านการกำกับโดย David Sims ร่วมกับนักแสดงหญิงฮอลลีวูดระดับตำนานอย่าง Michelle Pfeiffer

Michelle Pfeiffer มาใน 3 ลุคสูทอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นสูทสีดำและสีเทาคลาสสิก ไปจนถึงสูทสีดำสวมทับด้วยแจ็กเก็ตหนัง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิธีการแต่งตัวของ Yves Saint Laurent และผู้หญิงในอุดมคติของ Saint Laurent ที่หลงใหลในเสน่ห์ของความลึกลับ ความดึงดูดต่ออันตราย และความพึงพอใจที่เธอครอบครอง ด้วยความภาคภูมิใจจากการแสดงออกในตัวตนที่ทันสมัย

040

‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

‘CHILLI FEST’ มหกรรมความเผ็ดที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชฟระดับมิชลิน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.33 น.

“Chilli Fest”  กลับมาจัดเป็นปีที่ 3 ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568  พร้อมเมนูเผ็ดร้อนจากหลากร้านอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ และเชฟระดับมิชลิน บวกความบันเทิงร้อนแรง การแข่งขันกินพริกสุดโหดและกิจกรรมอื่นๆ โดยมีร้านอาหารและเชฟฝีมือดุเดือดถึง 14 ราย มารังสรรค์เมนูจัดจ้านแบบไม่มีใครยอมใคร

ปีนี้ Chilli Fest นำเสนออาหารเผ็ดจากหลากหลายที่มา อาทิ เมียนมา อินเดีย นิวออร์ลีนส์ เกาหลีใต้ สเปน ตะวันออกกลาง จีน ศรีลังกา และที่ขาดไม่ได้คือเมืองไทย จานอร่อยเด็ดเหล่านี้จะเสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศ food market อันแสนคึกคัก โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น โดยราคาเริ่มต้นเพียง 80 บาทเท่านั้น

เชฟชื่อดัง ร้านอาหารรางวัลการันตี และเมนูร้อนแรงที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ แซ่บนิรันดร์ โดย เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้อยู่เบื้องหลังร้านมิชลิน 1 ดาว Le Du และ Nusara ร้านอันดับ 6 ในลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants 2024 กลับมาร่วมงานเป็นปีที่สาม พร้อมก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเข้มข้นสูตรพิเศษ ผสมผสานพริกสามชนิดของไทย ทั้งพริกกะเหรี่ยง พริกจินดา และพริกขี้หนู จากร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แซ่บนิรันดร์ หนึ่งในร้านน้องใหม่ล่าสุดของเชฟ

80/20: ร้านอาหารระดับมิชลิน 1 ดาว โดย 80/20 คือสัดส่วนระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่น 80 เปอร์เซ็นต์ กับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟอีก 20 เปอร์เซ็นต์ นิตยสาร Time เคยเลือกร้านนี้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกประจำปี 2562 (The World’s 100 Greatest Places 2019) ในครั้งนี้ เชฟแทฟ-ทวีศักดิ์ พุทธวงศ์ ขอนำเสนอแกงเผ็ดสไตล์พม่ารสร้อนแรง และนักเก็ตลาบแก้มหมูและขาหมู

ขณะที่ K BY VICKY CHENG โดย เชฟ Vicky Cheng เชฟชื่อดังจากฮ่องกง นำเมนูเด็ดจากร้านอาหารแห่งแรกของเขาในกรุงเทพฯ มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่ไก่หมาล่า และ หมูผัดพริกเสฉวน ร้านอาหาร JHOL โดย เชฟ Hari Nayak เซเลบริตี้เชฟระดับโลกชาวอินเดีย นักธุรกิจร้านอาหาร ที่ปรึกษาด้านอาหาร และนักเขียน  นำรสชาติอาหารแถบชายฝั่งอินเดียมาเสิร์ฟใน Chilli Fest ไม่ว่าจะเป็น เห็ดพิริพิริ เสิร์ฟพร้อมหยวกกล้วยปาชาดิ ส้มโอทับทิมสยามและลูกเดือยกรอบ ไก่ทอดสไตล์ Berhampur เสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกสูตรลับของ Jhol และปูนิ่มผัดพริกสไตล์ Tangra

DELIA โดย คู่หูเชฟ Gabi กับ Diego เสิร์ฟสองเมนูที่เปี่ยมภูมิปัญญาทางอาหาร ตามขนบที่ได้รับการถ่ายทอดจาก “Abuelitas” หรือคุณยายสุดที่รักของพวกเขา เตรียมลิ้มลองความจัดจ้านของ น้ำพริกอากัวชิเลเสิร์ฟกับหอยเชลล์ (Scallop Aguachile) และทาโก้เดปาสเตอร์คอนเคโซ (Taco de Pastor Con Queso) ที่อร่อยจนต้องเลียนิ้ว

RANGOON TEA HOUSE BANGKOK โดย เชฟ Honey Rae Zenang เชฟผู้มุ่งมั่นนำเสนออาหารพม่าสู่ระดับสากล นักชิมจะได้ลองเมนูอาหารพม่าแสนอร่อย อย่าง ยำใบชาพม่าแบบเผ็ด ขนมจีนโมฮิงกาปลาสี่ชนิด และข้าวคลุกกะปิสไตล์ยะไข่  ร้าน MITSOS โดย เชฟ Dimitrios Moudios ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหารระดับมิชลิน 1 ดาว Ōre พร้อมนำเสนอรสชาติเมดิเตอร์เรเนียนแบบจัดจ้าน ด้วยอาหารทะเลสดใหม่เปี่ยมคุณภาพ ได้แก่ พาสต้าริกาโตนีวอดก้าซอสเผ็ด และโรตีเสิร์ฟพร้อมกับเนื้อแกะส่วนหน้าท้อง พริกหมัก และคอมบุกรอบ

ร้านขวัญใจชาวกรุง เผ็ดเผ็ด หนึ่งในร้านอาหารที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสแซ่บสไตล์อีสานแท้ๆ สมชื่อร้าน “เผ็ดเผ็ด” จัดเต็มด้วยเมนูส้มตำยอดนิยม ทั้งตำผลไม้ เสิร์ฟพร้อมข้าวเกรียบงาจากสกลนคร และตำไทยหรือตำปลาร้า ที่เสิร์ฟพร้อมคอหมูย่างและข้าวจี่แบบประยุกต์ อีกทั้งยังนำเสนอเมนูใหม่ ไส้กรอกแกงอ่อมหมู เสิร์ฟคู่กับน้ำพริกมะเขือยาวอีกด้วย

Sababa นำเสนอความแปลกใหม่ด้วยการผสมผสานรสชาติเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับบรรยากาศการกินดื่มสบายๆ แบบอิซากายะญี่ปุ่น โดย เชฟ Maxim Baile ได้เตรียมเมนูสุดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นฮัมมุสเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟพร้อมซอสเผ็ดเชอร์มูล่ากับแครกเกอร์ และสลัดมันฝรั่ง เสิร์ฟพร้อมพริกยัดไส้ปูกับพริกดอง ร้าน TINA’S: Tina’s เฉลิมฉลองรากเหง้าของอาหารนิวออร์ลีนส์ และรสชาติแบบครีโอลและเคจัน โดย เชฟ David Cleland จะเสิร์ฟบิสกิตบัตเตอร์มิลค์ใส่พริกฮาลาปินโญ่ และซุปเย็นซีฟู๊ดกัซปาโช่ผสมผสานกับบลัดดี้แมรี่ และมูสดาร์กช็อกโกแลตรสเผ็ด

SABIO ร้านทาปาสสเปนชั้นนำจากสิงคโปร์ โดย เชฟ Olivier Bendel พร้อมเสิร์ฟอาหารสเปนรสจัดจ้าน เช่น พริกปาโดรงทอด (Padrón Pepper) กุ้งผัดพริกกระเทียมแบบสเปน (Spiced Gambas Pil Pil) และไส้กรอกโชริโซ มันเตกาพิน โชส (Chorizo Manteca Pinchos) ร้าน MINISTRY OF CRAB BANGKOK:  เชฟ Dharshan Munidasa นำ ปูโคลน วัตถุดิบยอดนิยมแสนอร่อยจากศรีลังกา มาปรุงเป็นเมนูฟิวชั่นไทยที่น่าเอร็ดอร่อย ทั้งกะเพราปูและปูผัดพริกกระเทียม

เชฟ Shim Young Dae หัวหน้าเชฟจาก ANJU Korean Rooftop Bar บาร์เกาหลีแห่งแรกและสูงที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาพร้อมเมนูเด็ดอย่าง โอเด้งเสียบไม้ราดซอสเผ็ด และไก่ทอดเกาหลีรสเผ็ดร้อน ขณะที่ BAR.YARD: เชฟ Lamberto Valdez Lara ยกขบวนบาร์บีคิวจากชั้น 40 มาในสวนด้วยเมนูที่คิดขึ้นพิเศษเพื่อ Chilli Fest ปีนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ทาโก้หอยนางรมกรอบที่ถูกรมควันด้วยถ่านไม้แอปเปิล พอร์เช็ตตาหมูกรอบเสิร์ฟบนมันบดครีมชีสเนียนนุ่ม และฟลอตาสยัดไส้ล็อบสเตอร์กับอโวคาโดบด

Chilli Fest ปีนี้ไม่ได้มีแค่ของเผ็ด แต่มาพร้อมเครื่องดื่มที่จับคู่กับความร้อนระอุได้อย่างลงตัว พาร์ทเนอร์เครื่องดื่มจัดเต็มทะลุปรอท ด้วยคราฟต์เบียร์สดชื่นอย่าง Crispy Boy Lager และ Wila Weizen จาก Beervana ฝั่ง Peddlers Gin และ Aperol ก็พร้อมเขย่าค็อกเทลเย็นฉ่ำให้ลิ้มลอง เชิญเปิดฝา Corona เย็นเจี๊ยบ หรือจิบ Guinness เข้มๆ หรือจะเติมความหรูหราไปกับ Maison Perrier และแชมเปญ Drappier แต่ถ้าอยากเพิ่มดีกรีความร้อนแรง เชิญพบกับลิเคียวร์พรีเมียม Giffard’s และ Patron เตกีล่าจาก Bacardi รวมถึงแม่โขงรสชาติไทยแท้ ที่พร้อมเติมความสนุกขึ้นไปอีกขั้น

เตรียมเผชิญกับความเผ็ดร้อนสุดโหด กับการแข่งขันกินพริก โดยผู้ท้าชิงจะต้องกินพริกที่เผ็ดขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงระดับ 2,200,000 สโควิลล์ (Scoville) ผู้พิชิตความเผ็ดได้มากที่สุดจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 ก็ไม่น้อยหน้า เพราะจะได้ห้องพัก 1 คืน พร้อมอาหารเช้าและเครดิตสำหรับรับประทานอาหารที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ  การแข่งขันเปิดให้ทุกคนสามารถร่วมสนุกได้โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เปิดโอกาสให้ทุกคนที่กล้าสู้ความเผ็ดสะท้านสะเทือน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Kimpton Maa-Lai Bangkok Facebook

ผู้เข้าร่วมงานสามารถซื้อซอสพริกสูตรพิเศษใน Chilli Fest ทั้ง That Daeng Sauce และ Firepower Hot Sauces รวมถึงสนุกกับ California Ink Bangkok ที่กลับมาอีกครั้งให้คนกินเผ็ดได้สักลายพริกเพื่อสร้างความทรงจำสุดพิเศษ และบรรยา กาศในงานจะคึกคักดุเดือด ด้วยดนตรีจาก DJ และวงดนตรีสดตลอดทั้งงาน พร้อมปิดท้ายโดยโชว์ไฟสุดเร่าร้อน

Chilli Fest จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 21.00 น. ที่สวน Urban Oasis บัตรเข้างานราคา 300 บาท รวมเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว และบัตร Early Bird ราคาเพียง 200 บาท  (มีจำนวนจำกัด) ซื้อบัตรได้แล้ววันที่ Megatix รายได้ส่วนหนึ่งจากงานนี้จะบริจาคให้ Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand) มูลนิธิที่มุ่งมั่นลดขยะอาหารและแก้ปัญหาความหิวโหย โดยกอบกู้อาหารส่วนเกินจากโรงแรม ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงงาน แล้วจัดสรรปันส่วนแก่ชุมชน หน่วยงาน และบุคคลต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/ChilliFest25TH หรือโทร +66 2 056 9999

040

เอสเต ลอเดอร์ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมสร้างพลังบวก แบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เอสเต ลอเดอร์ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ  ร่วมสร้างพลังบวก แบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เอสเต ลอเดอร์ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมสร้างพลังบวก แบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.20 น.

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก นำโดย นางสาวอรพรรณ พงศ์พานิช เอ็นเทอไพรซ์ มาร์เกตติ้งแอนด์ดาต้า ไดเรคเตอร์เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร  Senior National Education Manager เอสเต ลอเดอร์ ร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็ง ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ในงาน “วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2025” ภายใต้แนวคิด United by Unique “ทุกมุมมอง ประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมของแต่ละบุคคลและชุมชน ล้วนมีความสำคัญและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง” เดินหน้าสร้างพลังบวก ยอม รับความแตกต่างสร้างคุณค่า พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับ การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็งในหลากหลายมุมมอง อีกทั้ งยังส่งมอบความงามให้กับผู้รอดชีพจากมะเร็งโดยการนำทีมช่างแต่งหน้ามืออาชีพจากแบรนด์เอสเต ลอเดอร์ (Estée Lauder) และบ็อบบี้ บราวน์ (Bobbi Brown) ร่วมเนรมิตความสวย คืนความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

วันมะเร็งโลก (World Cancer Day) ปีนี้ เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ประเทศไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความงามจากภายในให้กับผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความมั่นใจให้กลับคืนสู่ผู้รอดชีพจากมะ เร็ง พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อให้ผู้หญิงที่ผ่านการรักษามะเร็งรู้สึกมีคุณค่าและสวยงามจากภายใน โดยการร่วมมือกับองค์กรที่สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และสร้างโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตและร่างกายที่จำเป็นหลังการรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่องค์กรเชื่อว่าจะสามารถช่วยเสริมสร้างพลังใจให้กับผู้ป่วยและผู้รอดชีพจากมะเร็งให้กลับมามีความมั่นใจในตัวเองอีกครั้งผ่านการดูแลความงามและการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเสวนา ภายใต้หัวข้อ “การดูแลความสวยงามในผู้ป่วยมะเร็ง” โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวสาธิดา เตชะภัทรพร Senior National Education Manager, เอสเต ลอเดอร์ พร้อมด้วยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจากทุกมิติ นายแพทย์ธนะรัตน์ อิ่มสุวรรณศรี รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและแพทยศาสตรศึกษาและมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า นายแพทย์วิรุทธิ์ เอี่ยมสหเกียรติ หัวหน้างานมะเร็ง หู คอ จมูก และมีความเชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า และ นางสาวจันทรรัตน์ กังสะ ผู้รอดชีพจากมะเร็ง ร่วมพูดคุยและส่งมอบความสุขและกำลังใจในการเดินต่อไปในเส้นทางใหม่ของชีวิตอย่างยั่งยืน

040

แบรนด์ยีนส์ไทย ‘MERGE’ ความหรูหราที่แฝงความขบถ สร้างประวัติศาสตร์บนเวที New York Fashion Week 2025

แบรนด์ยีนส์ไทย ‘MERGE’  ความหรูหราที่แฝงความขบถ สร้างประวัติศาสตร์บนเวที New York Fashion Week 2025

แบรนด์ยีนส์ไทย ‘MERGE’ ความหรูหราที่แฝงความขบถ สร้างประวัติศาสตร์บนเวที New York Fashion Week 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.10 น.

MERGE สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการแฟชั่นระดับโลกที่ New York Fashion Week 2025 ด้วยการนำเสนอคอลเลคชันใหม่ที่ถ่ายทอดความเป็นแบรนด์ยีนส์ไทยอย่างแท้จริง ผ่านการใช้ยีนส์สีดิบ (Raw Denim) ซึ่งมีความแข็งแรงและดูเท่ในแบบคลาสสิก ผสานกับวัสดุหนังกลับสีน้ำตาล (Suede) ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและมีมิติ สร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ จนกลายเป็น การหลอมรวมสไตล์ที่หลากหลายอย่างสมบูรณ์แบบ

ความหรูหราที่แฝงความขบถ ด้วยลุคที่สะท้อนนิยามใหม่ของแฟชั่น Luxury Fashion โดยผสมผสานระหว่างงานคราฟต์ระดับหรู และความดิบเท่ของสตรีทแฟชั่นอย่างลงตัว ดึงดูดทุกสายตาด้วยการเล่นระหว่าง ความแกลม (Glam) และ ความขบถ (Rebel Aesthetic) ที่สะท้อนจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออกถึงตัวตน

แนวคิดของคอลเลคชันนี้ เน้นการผสมผสานวัสดุที่มีพื้นผิวและสีที่แตกต่างกันอย่างลงตัว โดยเลือกใช้ ยีนส์สีดิบ (Raw Denim) ซึ่งให้ความแข็งแรงและความเท่ในแบบคลาสสิก ผสานกับ หนังกลับสีน้ำตาล (Suede) ที่เพิ่มความหรูหราและมิติในการออกแบบ โดดเด่นด้วยลูกเล่นดีเทล Cutout และเทคนิค Layering เพื่อเพิ่มความทันสมัยและเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับแต่ละไอเท็มในคอลเลกชัน

MERGE เลือกใช้วัตถุดิบเป็ยยีนส์สีดิบ  คัดสรรเนื้อผ้าที่คงสีธรรมชาติของผ้ายีนส์ เพื่อความแข็งแรงและโทนสีที่คมชัดรวมทั้งหนังกลับสีน้ำตาล ใช้เป็นดีเทลเฉพาะ เช่น ขอบกระเป๋า แขนเสื้อ หรือปกเสื้อ เพื่อเพิ่มเลเยอร์และความน่าสนใจให้กับดีไซน์ ส่วนดีเทลของเสื้อผ้า ใช้เทคนิคการเจาะหรือเว้นช่องในจุดต่างๆ เช่น แขนเสื้อ เอว หรือชายกระโปรง เพื่อเผยให้เห็นการตัดกันของเนื้อผ้าหรือหนังกลับด้านใน โดยบางจุดมีการเพิ่มผ้าโปร่งหรือผ้าบางเพื่อสร้างเลเยอร์และเพิ่มมิติให้กับดีไซน์

โดดเด่นด้วยเทคนิค Patchwork หรือการซ้อนทับระหว่างยีนส์และหนังกลับ เช่น การปะชิ้นยีนส์บนหนังกลับ หรือการวางเลเยอร์ยีนส์แบบบางเหนือหนังกลับ  รวมทั้งโครงสร้างเสื้อผ้าที่สร้างมิติ เช่น แจ็กเก็ตหรือโค้ตที่ออกแบบให้มีเลเยอร์ของยีนส์และหนังกลับซ้อนกันอย่างมีสไตล์ ขณะที่โทนสีหลักเน้นความเป็นธรรมชาติ เช่น ยีนส์สีน้ำเงินเข้ม และ หนังกลับสีน้ำตาลเอิร์ธโทน รวมทั้งการจับคู่สีสร้างความสมดุลระหว่างความอบอุ่นและความคลาสสิก ให้ลุคที่หรูหราแต่ยังคงความร่วมสมัย

เสื้อกล้ามที่ออกแบบอย่างประณีต ร้อยเรียงด้วยอะไหล่โลโก้แบรนด์ฝังเพชร เปรียบเสมือนนิยามใหม่ของ ความหรูหรา ที่ผสานความสร้างสรรค์เข้ากับเอกลักษณ์อันโดดเด่น เมื่อนำมาจับคู่กับ กางเกงหนังสั้นสีดำ รูปทรงของลุคนี้ให้ความรู้สึกเย้ายวนแต่ทรงพลัง ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างเสน่ห์และความแข็งแกร่ง เพิ่มมิติให้ลุคดูโดดเด่นและทรงพลังยิ่งขึ้น เข็มขัดหัวใหญ่ ถูกนำมาใช้เป็นจุดโฟกัสสำคัญ สร้างความหนักแน่นและขับเน้นพลังของซิลูเอตโดยรวม

ลุคนี้คือตัวแทนของ Luxury ยุคใหม่ในแบบฉบับ MERGE โดดเด่น กล้าท้าทาย และเต็มไปด้วยตัวตนที่ชัดเจน เชื่อมโยงความประณีตเข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยด้วยความเชื่อมั่นว่า แฟชั่นที่แท้จริงคือการแสดงออกถึงตัวตนและอิสระในทุกการเคลื่อนไหว MERGE กำลังจะพลิกโฉมวงการแฟชั่นเมืองไทยด้วยคอลเลกชันสุดล้ำ ที่ผสานความคลาสสิกและความทันสมัยอย่างไร้ขีดจำกัด เตรียมตัวให้พร้อม!! พบกับประสบการณ์แฟชั่นที่คุณคาดไม่ถึงเร็วๆ นี้

040

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 08.53 น.

แบรนด์ไทยที่เตรียมดังทะลุโลกอีกหนึ่ง เพราะ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ตัวแม่แห่งวงการ Sold Out ชีเสิร์ฟความปังไม่หยุด! ล่าสุดในคลิปเปิดกระเป๋ากับช่อง Vogue (Global) ลิซ่าก็ทำเรื่องให้แบรนด์ไทยใจฟูสุดๆ เพราะเธอหยิบ “ยาดมตรามังกรทอง” กระปุกสีน้ำเงิน ของอ้วยอันโอสถ ขึ้นมาโชว์และสูดดมเข้าเต็มปอดระหว่างให้สัมภาษณ์ แถมยังบอกอีกว่า เป็นไอเทมลับจากประเทศไทยที่ขาดไม่ได้ !

“เวลาที่ลิซ่ารู้สึกเหนื่อย ๆ หรือเครียด ๆ ก็จะหยิบยาดมขึ้นมาดมค่ะ มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมากๆ เลย”  พร้อมยังบอกอีกว่า “I can’t live without this! (ฉันขาดสิ่งนี้ไม่ได้!)”

ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกต้องร้องกรี๊ด เพราะนี่คือไอเทมลับจากประเทศไทย สมมงเจ้าแม่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยแลนด์แดนยาดมสมุนไพร! สุดจึ้ง งานนี้ทำเอาเหล่าลิลลี่ถึงกับต้องรีบไปหาซื้อ “ยาดมมังกรทอง” มาใช้ตามกันให้ไว เพราะของมันต้องมี! แถมยังแอบแซวอีกว่า เป็นไอเทมเดียวในกระเป๋าที่มีเหมือนลิซ่าได้ บอกได้เลยว่า งานนี้ “ยาดมมังกรทอง” เตรียมหมดแผง!

“ยาดมตรามังกรทอง” ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมเย็นสดชื่นเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและอาการคัดจมูกได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว

การที่ ลิซ่า เลือกใช้ยาดมมังกรทอง เป็นการตอกย้ำว่า ยาดมสมุนไพรไทยไม่ได้มีดีแค่ในประเทศ แต่ดังไกลระดับโลก!  ต้องขอบคุณ ลิซ่า ที่ช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ของคนไทยอย่าง อ้วยอันโอสถ รวมถึงแบรนด์ไทยอื่นๆ ที่เธอช่วยผลักดันมาโดยตลอด สำหรับอ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์สมุนไพรไทยที่มีสินค้าจากสมุนไพรเพื่อสุขภาพกว่า 100 ชนิด  เป็นตัวจริงเรื่องสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 77 ปี

ไม่อยากตกเทรนด์  รีบไปหาซื้อ “ยาดมตรามังกรทอง” กระปุกสีน้ำเงินมาใช้กันได้เลย ทั้งในเซเว่น ร้านค้าทั่วไป และช่องทางออนไลน์ของอ้วยอันโอสถ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไม ลิซ่า ถึงขาดไอเทมนี้ไม่ได้ !!  

040

เปิดสูตรลับคน Blue Zones อายุยืนอย่างมีความสุข พร้อมสุขภาพดี

เปิดสูตรลับคน Blue Zones อายุยืนอย่างมีความสุข พร้อมสุขภาพดี

เปิดสูตรลับคน Blue Zones อายุยืนอย่างมีความสุข พร้อมสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มร. แดน บิวต์เนอร์ (Mr. Dan Buettner) ผู้ก่อตั้งแนวคิด Blue Zones

ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต่างต้องเผชิญกับกิจกรรมและสิ่งเร้ามากมายที่ดึงดูดความสนใจ ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ อีกทั้งปัจจัยลบต่างๆ เช่น สภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยและความเครียดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราละเลยการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของเราเอง สอดคล้องกับข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข ที่บ่งชี้ว่า ประชากรไทยมีอายุขัยเฉลี่ยราว 77 ปีและมีแนวโน้มจะพบปัญหาสุขภาพในช่วง 5-10 ปีสุดท้ายของการใช้ชีวิต

ด้วยปณิธานที่จะส่งเสริมวิถีชีวิตที่สมดุลทั้งกายและใจ แอมเวย์ จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้กับผู้คน โดยให้ความสำคัญกับการมีช่วงชีวิตสุขภาพ (Healthspan) ที่ยืนยาว ควบคู่ไปกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้น

แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาว “Blue Zones” ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านอายุยืนและสุขภาพดี ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแรงบันดาลใจจากดินแดนแห่งความลับนี้ แอมเวย์จึงได้เชิญ มิสเตอร์แดน บิวต์เนอร์ (Mr. Dan Buettner)ผู้ก่อตั้งแนวคิด Blue Zones นักสำรวจผู้ร่วมงานกับ National Geographic และเป็นผู้ดำเนินรายการและโปรดิวเซอร์ร่วมของรายการชื่อดังบน Netflix ผู้ซึ่งอุทิศตนศึกษาและสำรวจดินแดนเหล่านี้มานานกว่า 25 ปี มาเผย insight ไขความลับการมีอายุยืนจาก 5 ชุมชน Blue Zones ทั่วโลก ได้แก่ ซาร์ดิเนีย (อิตาลี), อิคาเรีย (กรีซ), โอกินาวา (ญี่ปุ่น), คาบสมุทรนิโคยา (คอสตาริกา) และโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งเป็นแหล่งรวมวิถีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยม

ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า การมีสุขภาพดีแบบชาว Blue Zones นั้น เกิดจากสามปัจจัยหลัก โดย 15% มาจากพันธุกรรม 15% มาจากระบบสาธารณสุขและการแพทย์ และอีก 70% มาจากการดูแลตัวเอง วิถีชีวิต และการบริโภคอาหาร ซึ่ง แอมเวย์ ได้สรุปสาระสำคัญเหล่านี้ออกมาเป็นหลักการและข้อปฏิบัติที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย ดังนี้

1.การปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคอาหาร เริ่มต้นจากการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเน้นการรับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ หรือรับประทานให้อิ่มเพียง 80% เลือกอาหารที่ย่อยง่ายและดีต่อสุขภาพอย่างผัก ปลา สัตว์ปีกอาหารทะเล และธัญพืช ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานและลดไขมันในเลือดได้ นอกจากนี้ การเติมเต็มคุณค่าทางอาหารด้วยข้าวกล้อง ข้าวโพด เต้าหู้ และถั่วเปลือกแข็ง อย่างวอลนัทและอัลมอนด์ เพียงวันละหนึ่งกำมือ จะช่วยให้ร่างกายได้คุณประโยชน์จากวิตามินและกรดไขมันจำเป็น อย่างครบถ้วน

ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารหวานหรือเค็มจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือหากจะรับประทาน ควรจำกัดเฉพาะในโอกาสพิเศษ และอีกเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทุกคนทำตามได้ คือ การรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เพื่อฝึกให้เรารับประทานอาหารอย่างช้าๆ ระหว่างพูดคุยบนโต๊ะอาหาร ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารให้ดียิ่งขึ้น

2.การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นขยับร่างกายเป็นประจำจนเป็นนิสัย เช่น การเดินเล่นในสวนสาธารณะ เดินรอบหมู่บ้าน เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน นอกจากนั้น การทำกิจกรรมภายในบ้าน เช่น การเข้าครัวทำอาหาร การทำความสะอาดบ้าน หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ทำสวนออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาสนุกๆ ร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ก็ทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติเช่นกัน และสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ การเปลี่ยนจากการใช้ลิฟต์เป็นการเดินขึ้นลงบันได ก็เป็นอีกวิธีช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีเลยทีเดียว

3.การคบเพื่อนที่มีเป้าหมายและแนวคิดคล้ายกัน นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการอยู่ในคอมมิวนิตีของเพื่อนที่มีเป้าหมายและแนวคิดในทิศทางเดียวกัน อย่างน้อย 2-3 คน จะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในทางที่ดีร่วมกันได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการชวนกันดูแลสุขภาพ หรือทำสิ่งดีมีคุณค่าเพื่อเป็นการตอบแทนชุมชนและสังคม

4.ศึกษาและสังเกตวิถีชีวิตของผู้สูงอายุ แหล่งความรู้ที่ทรงคุณค่า มักซุกซ่อนอยู่ในวิถีและประสบการณ์ของผู้อาวุโส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณปู่ คุณย่า หรือผู้สูงอายุในบ้านของเราเองซึ่งเป็นแบบอย่างที่สัมผัสได้และเชื่อถือได้จริง แม้ว่าความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ไปอย่างมาก แต่ภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนยังคงเป็นแนวทางที่น่าศึกษาในการช่วยดูแลสุขภาพของเรา เช่น การศึกษาสูตรอาหาร ที่มักมีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติอย่างขมิ้น ขิง กระเทียม และสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน อีกทั้ง วิถีชีวิตคนรุ่นก่อนที่มักใช้ชีวิตโดยการเดินและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ทำอาหารให้ลูกหลาน ปลูกผักผลไม้ ออกไปรับแดดตอนเช้า เดินซื้อของ หรือพบปะเพื่อนฝูงในพื้นที่ชุมชน สิ่งเหล่านี้จึงมีส่วนให้ร่างกายแข็งแรงและส่งผลให้มีอายุยืนยาว

5.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพร่างกายและจิตใจดี จากการศึกษาวิถี Blue Zones ได้ค้นพบว่า “การนอนหลับที่เพียงพอ” เป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยาวนาน โดยปกติร่างกายของคนเราควรนอนหลับพักผ่อนให้ยาว 7-8 ชั่วโมงต่อวัน อาจนอนก่อน 4 ทุ่ม หรือไม่เกินเที่ยงคืน โดยไม่ตื่นกลางดึก และไม่ใช้ยานอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเคล็ด(ไม่)ลับของ “การงีบระหว่างวัน” เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็มีส่วนช่วยให้สมองได้พักผ่อนและฟื้นฟูพลังงานที่ดี หลีกเลี่ยงการดื่มกาเฟอีนหลังบ่ายสอง หยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน 60-90 นาที จะเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการนอนหลับที่ดี

“หลังจากได้ศึกษาวิถีชีวิต Blue Zones ในพื้นที่ต่างๆ ผมได้นำหลายวิธีมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผม โดยทุกมื้อเช้าผมจะเน้นทานอาหารที่ทำมาจากถั่ว ซึ่งเราจะได้วิตามินและโปรตีนที่ดีจากพืช รวมถึงเน้นการดื่มน้ำให้เยอะ เพราะดีต่อสุขภาพ ผมจะเน้นเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการเดินมากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มสัดส่วนในการออกกำลังกาย หรือออกไปพบปะเพื่อนฝูง ใช้เวลาในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ดีๆ ก็เป็นการผ่อนคลายไปในตัว อย่างไรก็ตาม เราสามารถยืดหยุ่นหรือรับประทานสิ่งที่ชอบตามใจตัวเองได้บ้าง เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ตึงเครียดจนเกินไป สามารถปาร์ตี้ ดื่มไวน์หรือแอลกอฮอล์ได้บ้าง สัก 1-2 แก้วต่อวัน ก็ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์ ซึ่งการไปฉลองกับเพื่อนหรือเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าสังคม ก็ช่วยส่งเสริมสุขภาพด้านจิตใจเป็นอย่างดี” มิสเตอร์แดน บิวต์เนอร์ กล่าวถึงเคล็ดลับส่วนตัวแบบวิถี Blue Zones”

ทุกคนสามารถดูแลตัวเองให้มีความสุขและมีสุขภาพดีได้ เพียงแค่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และสร้างวินัยในการดูแลตนเอง ซึ่ง แอมเวย์ พร้อมเป็นแรงสนับสนุนให้คนไทยทุกคนได้เข้าใจแนวคิดด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ยั่งยืน เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมี Healthspan ที่ยาวนาน รวมถึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความ “สุข” และพัฒนาคอมมิวนิตีสุขภาพของคนไทย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลข่าวสารและสาระดีดีด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดี รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพจาก แอมเวย์ สามารถติดตามผ่านทุกช่องทาง Official ของ แอมเวย์ประเทศไทย ได้ที่
Website : www.amway.co.th, Facebook : www.facebook.com/
amwaythailand, Line Official : @amwaythailand, TikTok :
@sarasookth หรือ Amway Contact Center : 02-7258000

รมว.พม. และภริยา นำคณะคู่สมรส ออท.ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมงานฝึกอาชีพสตรีไทย โชว์เมนูผัดไทย-ต้มข่าไก่-ข้าวเหนียวมะม่วง

รมว.พม. และภริยา นำคณะคู่สมรส ออท.ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมงานฝึกอาชีพสตรีไทย โชว์เมนูผัดไทย-ต้มข่าไก่-ข้าวเหนียวมะม่วง

รมว.พม. และภริยา นำคณะคู่สมรส ออท.ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมงานฝึกอาชีพสตรีไทย โชว์เมนูผัดไทย-ต้มข่าไก่-ข้าวเหนียวมะม่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ภริยา ต้อนรับ นางทาลา ดิโอนิซิคู่สมรสของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และคณะคู่สมรสของเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ในโอกาสเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมต้อนรับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวง พม. มีภารกิจสำคัญในการเสริมพลังสตรี ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรี อีกทั้งส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานตามพันธกิจสำคัญ (Flagships) ด้านที่ 3 สร้างงานสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนเปราะบาง ที่เป็นสตรีที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม อาทิ สตรีที่ยากจน มีรายได้น้อย ด้อยโอกาสขาดการศึกษา ถูกกระทำความรุนแรง ถูกละเมิด และแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สตรี และครอบครัว ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการจัดบริการสวัสดิการสังคม การช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ด้วยจัดการเรียนการสอนหลักสูตรการฝึกอาชีพที่หลากหลายสอดคล้องกับบริบทสถานการณ์และความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ภริยา ร่วมต้อนรับ นางทาลา ดิโอนิซิ และคณะคู่สมรสของเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย พร้อมพาเยี่ยมชมหลักสูตรการฝึกอาชีพและการให้บริการต่างๆ ของศูนย์ฯ ได้แก่ แผนกเสริมสวยสตรี ได้พาเยี่ยมชมการสาธิตสปาผม ตัดผม สระไดร์ พันแกนแฟชั่น ดัดดิจิทัล และทำสีผม ซึ่งมีการเปิดอบรมหลักสูตร ช่างแต่งผมสตรี 300 ชั่วโมง และมีการออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อฝึกปฏิบัติงานจริงในการให้บริการตัดผมฟรีแก่กลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไป เมื่อผ่านการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรและจะมีการติดตามผลการทำงาน

อีกทั้ง ได้พาเยี่ยมชมแผนกนวดแผนไทยโดยมีการสาธิตนวดผ่อนคลาย คอ บ่า ไหล่ และนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ โดยศิษย์เก่าและปัจจุบันที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง และหลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 60 ชั่วโมง ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตรได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับวุฒิบัตรทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปยื่นขอใบรับรองขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จากกระทรวงสาธารณสุขที่ถูกต้องตามกฎหมาย

จากนั้นคณะคู่สมรสของเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ได้ร่วมประกอบอาหารไทย 3 เมนู ได้แก่ ผัดไทย ต้มข่าไก่ และข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งทั้ง 3 เมนู เป็นสูตรอาหารจากสถาบันการอาหารไทย (Thai Cuisine Academy) โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร และมีการพาเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพ ซึ่งเป็นตัวอย่างของบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ จากการรับการฝึกอาชีพจากศูนย์ฯ อีกด้วย

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พญ.ปีนัชนี ชาติบุรุษ ประธานมูลนิธิดวงใจใหม่ พร้อมด้วย ดร.บุญเกียรติ โชค วัฒนา ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ, นพ.จินดา โรจนเมธินทร์, อัญชลี จงคดีกิจ, ศรีวรา อิสสระ, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ วรรณวิไล อิงคสุวรรณ

นับเป็นคอนเสิร์ตการกุศลที่แท้จริง คอนเสิร์ตการกุศล Open Box for Open Heart ทุกคนที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นผู้จัด ผู้ชม ผู้เล่น มีดวงใจดวงเดียว คือ “ดวงใจอาสา” กว่า 200 คนบรรลุเป้าหมายหาทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจผ่าตัดเร่งด่วน 200 ชีวิต

“ดวงใจอาสา” ดวงแรกเริ่มจาก พญ.ปีนัชนี ชาติบุรุษ ประธานมูลนิธิดวงใจใหม่ ในฐานะนำทีมศัลยแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลราชวิถี ทนเห็นการรอคอยคิวผ่าตัดไม่ไหว ชักชวนเพื่อนร่วมอาชีพ บุคลากรวิชาชีพ ทีมผ่าตัดหัวใจใช้เวลานอกเวลาราชการมาช่วยผู้ป่วยเร่งด่วนด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว จากทุนทรัพย์ส่วนตัวสู่การเรี่ยไรเงินจากเพื่อนสนิทจากพี่น้องเพื่อนๆ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จากกองทุนช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจของคุณหมอจากผู้มีจิตศรัทธาโตขึ้น เป็นมูลนิธิดวงใจใหม่เติบโตไวด้วยอาสาสมัครรุ่นน้อง นพพร อนันตสิน, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, จิตติมาสันทัดค้า และ วลัยพรรณ เพ็ญชาติชักชวนเพื่อนๆ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่

พี่หมอบี๋ของน้องๆ และพี่ปุ๊-อัญชลี กับทีมดวงใจอาสา

งานคอนเสิร์ตการกุศลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงละครอักษรา คิง พาวเวอร์ มีเหล่าศิลปิน คือ “ดวงใจอาสาสร้างความสุข” อัญชลีจงคดีกิจ, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, วงศกรรัศมิทัต, ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, จันทนีย์ อูนากูลและอีกหลายคน มีความสุขที่เป็นผู้ให้ทุกท่านยินดีและเต็มใจ นักดนตรีอาสาร้อยกว่าคนนำโดย วรรณวิไล อิงคสุวรรณ และ ธัญญา กิตตินันท์ วาทยกรระดับมือรางวัล 3 ท่าน จากวงดนตรี Open Box Orchestra ได้สนุกตื่นเต้นและสุขใจที่ได้เล่นเพลงยอดนิยม ในรูปแบบออเคสตร้ากับบทเพลง “หนึ่งเดียวคนนี้”, “ปาฏิหาริย์”, “ใจสยิว”, “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด”, “สายชล”, “ลองรัก”, “Let it go”และเพลง “ใจ” เพลงที่ รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุส่งต่อการให้แบบแยบยลผ่านความสุขจากเสียงดนตรีและความจริงใจแก่ผู้เยาว์โดยมี เกลือ-กิตติ และ บอย-ปกรณ์เป็นพิธีกรเติมสีสันความสนุกตลอดงาน

ลักขณา นะวิโรจน์, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, วิวรรณ กรรณสูต, ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

ผู้ชมทุกท่านและอีกหลายท่าน คือ อีกหนึ่ง “ดวงใจเมตตา” ที่สนับสนุนเงินบริจาคมากมาย มอบอาหาร น้ำดื่ม ห้างร้านบริษัท บมจ. ธนาคาร ผู้บริจาคส่วนตัวผู้ปกครองนักเรียน สิ่งที่ได้รับกลับไปวันนั้นคือ สิ่งเดียวกันคือความอิ่มเอมใจจากความสุขจาก “การให้” เพื่อให้มูลนิธิดวงใจใหม่ช่วยผู้ป่วยมากกว่า 200 คนต่อไป สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 021-265-450-7

2 อดีตนายก สวว. ดร.ณฤดี เคียงศิริ และ ชลลกา
เก่งระดมยิง นัดมาชมคอนเสิร์ต พร้อมพี่ๆ เพื่อนๆ วัฒนา
เอิบจิต วิชยานนท์,ปองสม เรืองสวัสดิพงศ์, มณฑิรา
โมชดารา, ปรียา จุลกะรัตน์, วนิตา ยุกตะนันท์ และ
พล.ร.ต.กมลา แสงไชย

2 อดีตนายก สวว. ดร.ณฤดี เคียงศิริ และ ชลลกา เก่งระดมยิง นัดมาชมคอนเสิร์ต พร้อมพี่ๆ เพื่อนๆ วัฒนา เอิบจิต วิชยานนท์,ปองสม เรืองสวัสดิพงศ์, มณฑิรา โมชดารา, ปรียา จุลกะรัตน์, วนิตา ยุกตะนันท์ และ พล.ร.ต.กมลา แสงไชย

น้องๆ วัฒนารุ่น 105

น้องๆ วัฒนารุ่น 105

คณะทำงานดวงใจอาสา

คณะทำงานดวงใจอาสา

ทีม ธ.ยูโอบี ศันสนีย์ ตั้งกอบลาภ , วนา พูลผล, จรัสศรีศิริ,
วรรณวิไล อิงคสุวรรณ และ รัชดา ตั้งหะรัฐ

ทีม ธ.ยูโอบี ศันสนีย์ ตั้งกอบลาภ , วนา พูลผล, จรัสศรีศิริ, วรรณวิไล อิงคสุวรรณ และ รัชดา ตั้งหะรัฐ

อัญชลี จงคดีกิจ และ วงศกร รัศมิทัต รับของที่ระลึกจากประธานมูลนิธิฯ และประธานที่ปรึกษา

อัญชลี จงคดีกิจ และ วงศกร รัศมิทัต รับของที่ระลึกจากประธานมูลนิธิฯ และประธานที่ปรึกษา

จันทนีย์ อูนากูล และ ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ
รับของที่ระลึก

จันทนีย์ อูนากูล และ ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ รับของที่ระลึก

ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ ป๊อด-ธนชัย อุชชิน รับของที่ระลึก

ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ ป๊อด-ธนชัย อุชชิน รับของที่ระลึก

ยอดบริจาคสุดท้าย เกือบถึงเป้าหมาย ได้ประธาน
ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา เติมเต็ม
ให้ครบผ่าตัดได้ 200 เคส

ยอดบริจาคสุดท้าย เกือบถึงเป้าหมาย ได้ประธาน ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา เติมเต็ม ให้ครบผ่าตัดได้ 200 เคส