ทีม “อีลอน มัสก์” ถูกระงับสิทธิเข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

ทีม "อีลอน มัสก์" ถูกระงับสิทธิเข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

10 ก.พ. 2568 08:55 น.

ทีม “อีลอน มัสก์” ถูกระงับสิทธิเข้าถึงข้อมูลกระทรวงการคลัง

ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ภายใต้การนำของนายอีลอน มัสก์ เข้าถึงข้อมูลการเงินส่วนบุคคลของชาวอเมริกันหลายล้านคน ในระบบข้อมูลของกระทรวงการคลัง

ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ภายใต้การนำของนายอีลอน มัสก์ เข้าถึงข้อมูลการเงินส่วนบุคคลของชาวอเมริกันหลายล้านคน ในระบบข้อมูลของกระทรวงการคลัง

เมื่อวันเสาร์ (8 ก.พ.) ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ พอล เอ. เองเกิลเมเยอร์ ได้ออกคำสั่งเบื้องต้นเพื่อห้ามการเข้าถึงข้อมูล โดยสั่งให้มัสก์และทีมงานทำลายสำเนาบันทึกทั้งหมดทันที การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอัยการสูงสุดของรัฐ 19 คน ฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ หลังจากที่ DOGE ซึ่งเป็นโครงการเพื่อลดการใช้จ่ายของรัฐบาลที่นำโดยมัสก์ ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบันทึกดังกล่าว พวกเขาโต้แย้งว่ามัสก์ ซึ่งเป็น “เจ้าหน้าที่พิเศษของรัฐบาล” สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และ DOGE ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ได้ละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง

มัสก์กล่าวในโพสต์บน X หลังคำตัดสินว่า “บ้าไปแล้ว” เขาระบุว่า “เราจะหยุดการฉ้อโกงและการใช้เงินภาษีของประชาชนไปโดยเปล่าประโยชน์ได้อย่างไร โดยไม่ดูว่าเงินนั้นถูกใช้ไปอย่างไร”

ทั้งนี้ อัยการสูงสุดของรัฐจากพรรคเดโมแครตฟ้องทรัมป์ กระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ เมื่อวันศุกร์ ส่วนคำสั่งของเอนเกิลเมเยอร์ ซึ่งออกเมื่อเช้าวันเสาร์ ระบุว่ารัฐต่างๆ จะ “เผชิญกับความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้” หากไม่ได้รับการเยียวยาทันที

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า “ทั้งนี้เป็นเพราะนโยบายใหม่มีความเสี่ยงในการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและเป็นความลับ และมีความเสี่ยงที่ระบบที่เกี่ยวข้องจะเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กมากกว่าเดิม”

คำสั่งดังกล่าวห้ามจำเลยให้สิทธิ์เข้าถึงบันทึกของกระทรวงการคลัง ที่มีข้อมูลระบุตัวตนหรือข้อมูลลับแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลพิเศษ ผู้ได้รับการแต่งตั้งทางการเมือง และพนักงานอื่นๆ จากภายนอกกระทรวง คำสั่งดังกล่าวจำกัดไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงบันทึกเหล่านั้น ยกเว้นข้าราชการที่จำเป็นต้องเข้าถึงเนื่องจากทำงานที่สำนักงานบริการการคลังและผ่านการตรวจสอบประวัติแล้ว นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังสั่งให้บุคคลใดๆ ในกลุ่มผู้ถูกจำกัดสิทธิ์ทำลายสำเนาบันทึกทันที เงื่อนไขดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

เลติเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอัยการสูงสุดที่ยื่นฟ้องคดีนี้ กล่าวว่ารัฐบาลของทรัมป์ได้ให้มัสก์ และ DOGE เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล “อย่างไม่เคยมีมาก่อน” เธอกล่าวว่า “ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานของเธอได้รับฟังจากชาวนิวยอร์กมากกว่าพันคน ที่เกรงว่าพวกเขาจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวและเงินทุนสำคัญที่ชุมชนของพวกเขาต้องพึ่งพา เนื่องจากมัสก์และการแทรกแซงของ DOGE”

มัสก์ ยัมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ โดย DOGE เป็นหน่วยงานหลักในการลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่ที่สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ซึ่งแจกจ่ายความช่วยเหลือหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ของจีนเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

ภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ของจีนเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

10 ก.พ. 2568 08:54 น.

ภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ของจีนเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสินค้าบางรายการของสหรัฐฯ ที่จีนตอบโต้สหรัฐฯ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (10 ก.พ.) ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสองประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกทวีความรุนแรงขึ้น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอีกหลายประเทศ

การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสินค้าบางรายการของสหรัฐฯ ที่จีนตอบโต้สหรัฐฯ จะเริ่มผลบังคับใช้ในวันนี้ (10 ก.พ.) ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสองประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกทวีความรุนแรงขึ้น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอีกหลายประเทศ หลังทางการจีนประกาศแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนทั้งหมด 10%

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม 25% สำหรับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้เช่นกัน ขณะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ระหว่างเดินทางไปชมการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขากำลังวางแผนที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอื่นๆ เช่นกัน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะเรียกเก็บภาษีประเทศใดบ้าง

การเก็บภาษีนำเข้าล่าสุดของจีนสำหรับสินค้าสหรัฐฯ ได้แก่ ภาษีสินค้าข้ามพรมแดน 15% สำหรับการนำเข้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเหลวของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ เครื่องจักรกลการเกษตร และรถยนต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ 10%

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการจีนได้เริ่มการสอบสวนกรณีการผูกขาดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล ในขณะที่ PVH เจ้าของแบรนด์ดีไซเนอร์สัญชาติอเมริกันอย่าง Calvin Klein และ Tommy Hilfiger ถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อ “องค์กรที่ไม่น่าเชื่อถือ” ของรัฐบาลจีน

จีนยังได้กำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก 25 ชนิด ซึ่งบางส่วนเป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการทหารหลายชนิด

ความตั้งใจของทรัมป์ที่จะใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ จะเป็นไปตามการประกาศของเขาในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราเดียวกับที่เรียกเก็บจากสินค้าของสหรัฐฯ เขายังกล่าวอีกว่า ภาษีนำเข้าสำหรับยานพาหนะยังคงอยู่บนโต๊ะเจรจา หลังจากมีรายงานว่าเขากำลังพิจารณายกเว้นมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก

ทรัมป์เคยกล่าวหลายครั้งว่าภาษีศุลกากรของสหภาพยุโรป สำหรับการนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ นั้นสูงกว่าภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ มาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าของสหภาพยุโรปอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ชี้ว่าข้อตกลงอาจต้อง “ดำเนินการ” กับสหราชอาณาจักร

หนึ่งวันหลังจากที่ภาษีศุลกากรล่าสุดของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ทางการจีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า “กล่าวหาอย่างไม่มีมูลความจริงและเป็นเท็จ” เกี่ยวกับบทบาทของจีนในการค้าเฟนทานิล ซึ่งเป็นโอปิออยด์สังเคราะห์ เพื่อพิสูจน์การกระทำดังกล่าว ในคำร้องเรียนที่ยื่นต่อองค์การการค้าโลก (WTO) จีนระบุว่าภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เป็น “การเลือกปฏิบัติและการคุ้มครองทางการค้า” และละเมิดกฎการค้า

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการคาดว่าทรัมป์จะได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาไม่รีบร้อนที่จะหารือ

มาตรการต่างๆ มากมายที่ทรัมป์นำมาใช้ตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. เขาระงับภาษีสินค้าขนาดเล็กจากจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร่วมกับภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 10% การระงับดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปจนกว่า “จะมีระบบที่เหมาะสมในการประมวลผลและจัดเก็บรายได้จากภาษีได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว”

หลังจากคำสั่งยกเลิกการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับการจัดส่งพัสดุสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ สำนักงานไปรษณีย์ของสหรัฐฯ (USPS) และหน่วยงานอื่นๆ ต่างเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่ง โดย USPS หยุดรับพัสดุจากจีนเป็นการชั่วคราว ก่อนจะเปลี่ยนนโยบายในวันต่อมา.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“อีลอน มัสก์” เผยไม่สนใจซื้อกิจการ TikTok

"อีลอน มัสก์" เผยไม่สนใจซื้อกิจการ TikTok

10 ก.พ. 2568 08:01 น.

“อีลอน มัสก์” เผยไม่สนใจซื้อกิจการ TikTok

อีลอน มัสก์ กล่าวว่า เขาไม่สนใจในการซื้อกิจการ TikTok แอปพลิเคชันแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยม ที่สหรัฐฯ พยายามแบน เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ

อีลอน มัสก์ กล่าวว่า เขาไม่สนใจในการซื้อกิจการ TikTok แอปพลิเคชันแชร์วิดีโอสั้นยอดนิยม ที่สหรัฐฯ พยายามแบน เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ ความคิดเห็นของมัสก์ที่มีขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ถูกเปิดเผยทางออนไลน์เมื่อวันเสาร์โดยกลุ่ม The WELT Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทสื่อของเยอรมนี Axel Springer SE ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดซึ่งมัสก์ข้าร่วมการประชุมผ่านวิดีโอ

มัสก์กล่าวว่า “ผมไม่ได้ยื่นข้อเสนอซื้อ TikTok” หรือหนึ่งสัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาเปิดกว้างให้มัสก์ซื้อแอปของบริษัทไบต์แดนซ์หากเขาต้องการ “ผมไม่มีแผนว่าจะทำอะไรหากผมซื้อ TikTok” พร้อมเสริมว่าเขาไม่ได้ใช้แอปวิดีโอสั้นเป็นการส่วนตัว และไม่คุ้นเคยกับรูปแบบของแอป

“ผมไม่ได้เร่งรีบที่จะซื้อ TikTok ปกติแล้วผมมักไม่ซื้อบริษัท การซื้อเป็นเรื่องยากมากๆ” มัสก์กล่าว พร้อมเสริมว่าการซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างทวิตเตอร์ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า X ของเขาถือเป็นเรื่องไม่ปกติ และกล่าวว่า เขามักจะสร้างบริษัทใหม่ด้วยตัวเอง

ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายแบนแอปวิดีโอสั้นยอดนิยม ซึ่งเดิมมีกำหนดปิดตัวลงในวันที่ 19 มกราคม

ไบต์แดนซ์ ได้รับกำหนดเส้นตายในเดือนมกราคมในการขายกิจการของ TikTok ในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการถูกแบน หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาแสดงความกังวลว่าแอปดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากจีนอาจบังคับให้บริษัทแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้ในสหรัฐฯ ได้ TikTok ปฏิเสธว่าไม่ได้หรือจะไม่แบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้ในสหรัฐฯ

ด้านแอปเปิลและกูเกิลไม่ได้นำ TikTok กลับมาให้บริการในแอปสโตร์ ตั้งแต่กฎหมายของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ TikTok กล่าวเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผ่านมาว่า บริษัทได้อนุญาตให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ในสหรัฐฯ ดาวน์โหลดและเชื่อมต่อกับแอปผ่านชุดแพ็คเกจบนเว็บไซต์ โดยพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของแพลตฟอร์มยอดนิยมในประเทศ

ทรัมป์กล่าวว่า เขากำลังเจรจากับบุคคลหลายคนเกี่ยวกับการซื้อ TikTok และน่าจะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของแอปในเดือนนี้ ขณะที่แอปนี้มีผู้ใช้ชาวอเมริกันประมาณ 170 ล้านคน และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติภายในปีนี้ โดยระบุว่าอาจซื้อ TikTok ได้

การที่ทรัมป์ช่วย TikTok ถือเป็นการเปลี่ยนความคิดจากวาระแรกในตำแหน่งของเขา เมื่อเขาพยายามแบนแอปดังกล่าวแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากกังวลว่าบริษัทจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกันกับรัฐบาลจีน โดยเมื่อไม่นานนี้ ทรัมป์กล่าวว่าเขา “รู้สึกอบอุ่นใจกับ TikTok” โดยให้เครดิตแอปที่ช่วยให้เขาชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาะรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเรือสินค้าจีนเกยตื้นหวั่นเชื้อเพลิงรั่ว

เกาะรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเรือสินค้าจีนเกยตื้นหวั่นเชื้อเพลิงรั่ว

10 ก.พ. 2568 06:49 น.

เกาะรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเรือสินค้าจีนเกยตื้นหวั่นเชื้อเพลิงรั่ว

(ภาพ AP / GOVERNOR OF SAKHALIN REGION VALERY LIMARENKO HANDOUT)

เกาะทางตะวันออกสุดของรัสเซียต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังเรือสินค้าจีนที่บรรทุกถ่านหินและน้ำมันมานับพันตัน เกยตื้นห่างชายฝั่งแค่ไม่กี่ร้อยเมตร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวาเลรี ลิมาเรนโก ผู้ว่าการแคว้นซาคาลิน เกาะทางตะวันออกสุดของประเทศรัสเซีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังเรือสินค้าสัญชาติจีนชื่อ “อัน ยาง 2” ซึ่งบรรทุกถ่านหินกว่าพันตัน และน้ำมันเตาอีก 700 ตัน มาเกยตื้นที่นอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้

นายลิมาเรนโกเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ. 2568 ว่า เรือลำนี้มาเกยอยู่ในพื้นที่น้ำตื้นห่างจากชายฝั่งเขตเนเวลสกีประมาณ 200 ม. โดยที่ลูกเรือทั้ง 20 คนบนเรือไม่ได้รับอันตรายใดๆ และยังไม่มีเหตุเชื้อเพลิงรั่วไหล แต่พวกเขาต้องเตรียมความพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์

ทางการรัสเซียบอกด้วยว่า พวกเขาได้จัดแนวป้องกันชายฝั่งแล้ว เผื่อกรณีเกิดน้ำมันรั่วไหล และเตรียมปั๊มเอาเชื้อเพลิงออกจากเรือลำนี้ ขณะที่ปฏิบัติการช่วยเหลือต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงเรือลำนี้ได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

ฝรั่งเศสเตรียมประกาศลงทุน 1.09 แสนล้านยูโร เพื่อพัฒนา AI

ฝรั่งเศสเตรียมประกาศลงทุน 1.09 แสนล้านยูโร เพื่อพัฒนา AI

10 ก.พ. 2568 05:38 น.

ฝรั่งเศสเตรียมประกาศลงทุน 1.09 แสนล้านยูโร เพื่อพัฒนา AI

ผู้นำฝรั่งเศสเผย ประเทศของเขาเตรียมประกาศเรื่องการลงทุนกว่า 1.09 แสนล้านยูโรเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอไอของประเทศ ที่การประชุมสุดยอดในกรุงปารีส

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า ฝรั่งเศสเตรียมประกาศการลงทุนของภาคเอกชนมูลค่ารวมกว่า 1.09 แสนล้านยูโร (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ภาคส่วนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศตลอดระยะเวลาหลายปีข้างหน้า ระหว่างการประชุมสุดยอด “ปารีส เอไอ ซัมมิต” ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันจันทร์นี้ (10 ก.พ. 2568)

ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง เป็นผู้เปิดเผยเรื่องดังกล่าว โดยบริษัทเอกชนที่จะมาร่วมลงทุนรวมถึงบริษัท “บรูกฟีลด์” (Brookfield) ของแคนาดา ซึ่งจะลงทุน 2 หมื่นล้านยูโรในโครงการเอไอต่างๆ ขณะที่การลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจแตะถึง 5 หมื่นล้านยูโรตลอดช่วงหลายปีข้างหน้า

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า การลงทุนจากยูเออีอาจร่วมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลพลังงาน 1 กิกะวัตต์ ขณะที่สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า เงินลงทุนจำนวนมากของบรูกฟีลด์ก็จะไปลงที่การสร้างศูนย์ข้อมูลเช่นกัน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการปัญญาประดิษฐ์นั้น จำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาลในการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล ซึ่งยุโรปกำลังประสบปัญหาพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต

เมื่อเดือนมกราคม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เพิ่งประกาศว่า บริษัท โอเพนเอไอ (OpenAI) กับธนาคาร “ซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป” (SoftBank Group) และบริษัท “ออราเคิล” (Oracle) จะร่วมลงทุนจำนวน 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอไอในสหรัฐฯ ตลอด 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้สหรัฐฯ ยังคงนำหน้าจีนและคู่แข่งอื่นๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

อึ้ง รัฐมนตรีศรีลังกายืนยัน ลิงทำไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

อึ้ง รัฐมนตรีศรีลังกายืนยัน ลิงทำไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

10 ก.พ. 2568 05:11 น.

อึ้ง รัฐมนตรีศรีลังกายืนยัน ลิงทำไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

เกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศศรีลังกาเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีพลังงานยืนยันว่า สาเหตุเป็นเพราะลิงบุกรุกสถานีไฟฟ้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ. 2568 เกิดไฟฟ้าดับขึ้นทั่วประเทศศรีลังกา ตั้งแต่เวลาประมาณ 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำประปา และต้องรอถึงเวลาประมาณ 18.00 น. ไฟฟ้าจึงจะกลับมาใช้การได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

นายกุมารา ชยาโคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของศรีลังกา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับเกิดจากลิงตัวหนึ่งบุกรุกเข้าไปภายในสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งบริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงโคลัมโบ แล้วไปยุ่งกับหม้อแปลงไฟฟ้า จนเกิดความไม่สมดุลในระบบ

ด้านบริษัท CEB ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของศรีลังกา ระบุเพียงว่า พลังงานถูกตัดขาดหลังเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่สถานีไฟฟ้าทางใต้ของกรุงโคลัมโบเท่านั้น โดยไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ประเทศศรีลังกาต้องรับมือกับปัญหาไฟฟ้าดับเป็นครั้งคราวมาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2565 แล้ว หลังจากประเทศเกาะแห่งนี้เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งรุนแรง ส่งผลให้สถานีเชื้อเพลิงต่างๆ ขาดแคลนทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล จนสถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนต้องปันส่วนการจ่ายกระแสไฟฟ้าแค่ 13 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลถอนทหารออกจากถนนสำคัญในกาซาแล้ว ชาวบ้านทยอยกลับ

อิสราเอลถอนทหารออกจากถนนสำคัญในกาซาแล้ว ชาวบ้านทยอยกลับ

10 ก.พ. 2568 02:47 น.

อิสราเอลถอนทหารออกจากถนนสำคัญในกาซาแล้ว ชาวบ้านทยอยกลับ

อิสราเอลถอนทหารออกจากถนนสายสำคัญที่แบ่งแยกฉนวนกาซาเป็น 2 ส่วนแล้ว โดยชาวบ้านจำนวนมากแห่แหนเดินทางกลับไปยังบ้านของพวกเขาในฝั่งเหนือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลถอนทหารออกจากถนน “เนตซาริม คอร์ริดอร์” (Netzarim Corridor) ถนนเส้นสำคัญซึ่งเป็นแยกภาคเหนือกับภาคใต้ของฉนวนกาซาเรียบร้อยแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ. 2568 ตามสัญญาที่พวกเขาให้ไว้ในข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาส

ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนที่ต้องอพยพลงใต้เพื่อหลบหนีจากการโจมตีของอิสราเอล เริ่มเดินทางกลับไปยังบ้านที่พังเสียหายยับเยินของพวกเขาในดินแดนฝั่งเหนือแล้ว โดยบางคนเดินทางด้วยเท้า บ้างก็ด้วยรถยนต์ หรือลา อย่างไรก็ตาม การเดินทางผ่านเนตซาริม คอร์ริดอร์ ยังคงต้องผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่กับซากปรักหักพัง

ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองทัพอิสราเอลถอนทหารออกจากเนตซาริม คอร์ริดอร์ อย่างสมบูรณ์แล้ว และว่านี่ถือเป็นชัยชนะสำหรับเจตจำนงของประชาชนของพวกเขา

ทั้งนี้ ฝ่ายอิสราเอลยังไม่ออกมายืนยันใดๆ เรื่องการถอนทหาร แต่นักข่าวที่ทำงานร่วมกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า พวกเขาไม่เห็นทหารอิสราเอลอยู่ที่ทางข้ามแดนดังกล่าวเลย

อิสราเอลยึดครองเนตซาริม คอร์ริดอร์ ตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 ก่อนที่ทหารอิสราเอลจะเริ่มถอนกำลังออกจากถนนแห่งนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตามข้อตกลงหยุดยิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ระทึก คนร้ายไล่แทงผู้คนในดับลิน เจ็บหลายราย ตร.จับผู้ต้องสงสัย 1 คน

ระทึก คนร้ายไล่แทงผู้คนในดับลิน เจ็บหลายราย ตร.จับผู้ต้องสงสัย 1 คน

10 ก.พ. 2568 00:51 น.

ระทึก คนร้ายไล่แทงผู้คนในดับลิน เจ็บหลายราย ตร.จับผู้ต้องสงสัย 1 คน

คนร้ายแทงผู้คนในกรุงดับลินของไอร์แลนด์ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่า พวกเขาสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ. 2568 ตำรวจของประเทศไอร์แลนด์เปิดเผยว่า พวกเขาสามารถจับกุมตัวชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุการณ์ร้ายแรง ในย่านสโตนีย์แบตเตอร์ ทางตอนเหนือของกรุงดับลินได้แล้ว โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่า มีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

ตามรายงานของสำนักข่าว ไอริช ไทม์ส คนร้ายใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านเป็นอาวุธ โดยก่อเหตุแทงคน ณ สถานที่ 3 จุดในกรุงดับลิน ได้แก่บริเวณถนนนอร์ท เซอร์คูลาร์, ถนนออกซ์แมนทาวน์ และถนน เบน เอแดร์ โดยหนึ่งในผู้บาดเจ็บโดนทางที่หน้าประตูบ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิต

ตำรวจยืนยันว่า ชายที่ถูกจับกุมตัวมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และ ณ ตอนนี้ไม่มีความเสี่ยงต่อสาธารณะเพิ่มเติมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า มีผู้ต้องสงสัยอีกคนกำลังอยู่ระหว่างการหลบหนีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : irishtimes

“แซม นูโจมา” ประธานาธิบดีคนแรกของนามิเบีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 95 ปี

“แซม นูโจมา” ประธานาธิบดีคนแรกของนามิเบีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 95 ปี

9 ก.พ. 2568 23:09 น.

“แซม นูโจมา” ประธานาธิบดีคนแรกของนามิเบีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 95 ปี

แซม นูโจมา บิดาผู้ก่อตั้งและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศนามิเบีย ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ขณะมีอายุได้ 95 ปี หลังล้มป่วยต่อเนื่องหลายสัปดาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแซม นูโจมา ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศนามิเบียหลังประกาศอิสรภาพ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ที่กรุงวินด์ฮุก เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 ขณะมีอายุได้ 95 ปี หลังต้องรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และอาการไม่ดีขึ้น

นายนันโกโล บุมบา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของนามิเบียเป็นผู้ประกาศข่าวร้ายดังกล่าว พร้อมกับกล่าวยกย่องนายนูโจมาด้วยว่า “เขาเป็นแรงบันดาลใจให้เรายืนหยัดขึ้นมา และกลายเป็นเจ้าของดินแดนอันกว้างใหญ่ของบรรพบุรุษของเรา”

ประธานาธิบดีบุมบาเดินทางไปยังบ้านของนายนูโจมา และกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเขา รวมถึงนางโควัมโบ ธีโอโพลดีน คัตจิมมูเน ภรรยาของนายนูโจมา ซึ่งตอนนี้มีอายุ 91 ปีแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากนามิเบียได้รับอิสรภาพจากแอฟริกาใต้ในปี 2533 พวกเขาก็จัดการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยขึ้นเป็นครั้งแรก และพรรคองค์กรประชาชนแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ (SWAPO) ก็ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย และนายนูโจมาซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

นายนูโจมาเป็นผู้นำนามิเบียจนถึงปี 2548 และก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค SWAPO ในปี 2550 หลังเป็นผู้นำพรรคมานาน 47 ปี

ชาวนามิเบียมากมายตอบสนองต่อการเสียชีวิตของนายนูโจมาด้วยความเศร้าเสียใจ และรำลึกถึงเขาในฐานะบิดาผู้ก่อตั้งประเทศ นอกจากนั้น นายนูโจมายังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รับประกันสันติและเสถียรภาพของนามิเบียหลังแยกตัวเป็นอิสระจากแอฟริกาใต้ ที่ตอนนั้นปกครองโดยชนผิวขาว ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ

นโยบายสร้างความปรองดองแห่งชาติของนายนูโจมากระตุ้นให้ชุมชนคนผิวขาวในนามิเบียอยู่ในประเทศต่อ และพวกเขายังคงมีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตรและอื่นๆ ในเศรษฐกิจของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

นายนูโจมายังเป็นนักสู้เพื่อสิทธิสตรีและเด็กๆ รวมถึงออกกฎหมายให้ผู้เป็นพ่อเด็กต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่ไม่ได้สมรสกันด้วย

ด้านผู้นำชาติแอฟริกาประเทศอื่นๆ ก็ออกมาร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนายนูโจมา เช่น นายมุสซา ฟากี มาฮามัต ประธานคณะกรรมการสหภาพแอฟริกา กล่าวว่า นายนูโจมาคือตัวอย่างของความกล้าหาญ ไม่เคยหวั่นไหวจากเป้าหมายของเขาในการปลดปล่อยนามิเบีย และรวมแอฟริกาเป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่นายไซริล รามาฟอซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ กล่าวว่า ความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีนูโจมาแห่งนามิเบีย ได้วางรากฐานความเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่ทั้ง 2 ประเทศมีร่วมกันในวันนี้ และเราจะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนนั้นให้ลึกล้ำขึ้น ทั้งในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและฐานะเพื่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นายกฯ อิสราเอลลั่น ยินดีทำตามแผนทรัมป์ ย้ายชาวปาเลสไตน์จากกาซา

นายกฯ อิสราเอลลั่น ยินดีทำตามแผนทรัมป์ ย้ายชาวปาเลสไตน์จากกาซา

9 ก.พ. 2568 22:10 น.

นายกฯ อิสราเอลลั่น ยินดีทำตามแผนทรัมป์ ย้ายชาวปาเลสไตน์จากกาซา

เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า ประเทศของเขายินดีจะทำตามแผนของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซา เพื่อเปิดทางซ่อมแซมและพัฒนา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล กล่าวชื่นชมแผนการของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครองและพัฒนาฉนวนกาซา ในขณะที่ย้ายชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนไปอยู่ที่อื่น พร้อมระบุว่า อิสราเอลยินดีจะทำให้ตามแผนการนี้ให้สำเร็จ

คำพูดดังกล่าวของนายเนทันยาฮูอยู่ในบทสัมภาษณ์ที่เขาให้กับสำนักข่าว ฟ็อกซ์ นิวส์ และได้รับการเผยแพร่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของผู้นำอิสราเอล

ในบทสัมภาษณ์ นายเนทันยาฮูกล่าวปกป้องข้อเสนอของนายทรัมป์ ซึ่งทำให้เกิดกระแสความกังวลและเรียกเสียงประณามจากทั่วตะวันออกกลาง “ผมคิดว่าข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นความคิดใหม่ๆ ครั้งแรกในรอบหลายปี และมันมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในกาซา”

นายเนทันยาฮูบอกอีกว่า แผนการนี้คือวิธีการที่ถูกต้องเพื่อไปสู่อนาคตของดินแดนปาเลสไตน์ “นายทรัมป์แค่กำลังบอกว่า ‘ผมต้องการเปิดประตูและมอบทางเลือกแก่พวกเขาในการย้ายถิ่นฐานชั่วคราว ในขณะที่เราสร้างสถานที่นั่นขึ้นมาใหม่ในทางกายภาพ’ ทรัมป์ไม่เคยพูดว่าเขาต้องการให้กองทัพอเมริกันเข้าไปจัดการ และรู้อะไรมั้ย? เราจะจัดการให้เอง”

ทั้งนี้ อิสราเอลยึดครองฉนวนกาซาในปี 2510 และประจำการทหารเอาไว้จนถึงปี 2548 ที่พวกเขาตัดสินใจถอนทหารและย้ายชาวอิสราเอลที่เข้าไปลงหลักปักฐานออกมา

หลังจากนั้นอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาก็ต่อสู้ทำสงครามกันหลายครั้ง แต่ครั้งล่าสุดซึ่งจุดประกายจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2566 นับเป็นครั้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายมากที่สุด นอกจากนั้น อิสราเอลยังคงปิดล้อมฉนวนกาซามาจนถึงตอนนี้ด้วย

นายเนทันยาฮูระบุว่า แผนการของนายทรัมป์ต่างจากแผนการเดิมๆ ที่ “เราออกไป แล้วกาซาก็ถูกยึดครองโดยกลุ่มก่อการร้ายที่ใช้กาซาเป็นฐานเพื่อโจมตีอิสราเอล … ไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย”

“ผมคิดว่าเราควรทำตามมัน” ผู้นำอิสราเอลกล่าว แต่ระบุอย่างระมัดระวังว่า “ปัญหาที่แท้จริงก็คือ การหาประเทศที่จะยอมตกลงรับผู้อพยพชาวกาซาเข้าไป” นายเนทันยาฮูบอกอีกว่า ชาวปาเลสไตน์ที่ถูกย้ายออกไปจะต้อง “ปฏิเสธลัทธิก่อการร้าย” ก่อน เพื่อให้ได้รับอนุญาตกลับเข้าไปในกาซา

แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ ความพยายามใดๆ ที่จะบีบให้พวกเขาออกจากฉนวนกาซา จะกระตุ้นให้นึกถึงประวัติศาสตร์ดำมืดที่โลกอาหรับเรียกว่า “นัคบา” (Nakba) หรือ หายนะ ซึ่งสื่อถึงการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ระหว่างการก่อตั้งอิสราเอลในปี 2491

“ทุกคนบรรยายกาซาว่าเป็นคุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นายเนทันยาฮูกล่าว “การให้ประชากรออกไป อนุญาตให้พวกเขาออกไป ไม่ใช่บีบบังคับ ไม่ใช่การกวาดล้างชาติพันธุ์ ให้ผู้คนออกจากสิ่งที่ประเทศต่างๆ และพวกคนดีเหล่านั้นบอกว่า เป็นคุกกลางแจ้ง จะขังพวกเขาไว้ในคุกทำไม?”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna