รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไปอินเดีย ต้องเตรียมยาอะไรไปบ้าง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไปอินเดีย ต้องเตรียมยาอะไรไปบ้าง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไปอินเดีย ต้องเตรียมยาอะไรไปบ้าง

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้เขียนกำลังจะไปสังเวชนียสถานที่อินเดียในเร็วๆ นี้ ก็ต้องเตรียมยาไปด้วย เพราะอาจจำเป็นต้องใช้ยาเวลาเจ็บป่วย ประกอบกับเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวนักแสดงไต้หวันเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่ระหว่างไปเที่ยวญี่ปุ่น จึงทำให้ตระหนักได้ว่า การไปเจ็บป่วยต่างบ้านต่างเมือง เป็นเรื่องที่ลำบากมาก ต่อให้ซื้อประกันการเดินทางหรือไปกับทัวร์วีไอพีก็ตาม เพราะการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของต่างเมืองต่างภาษาไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยขั้นตอนกฎกติกาต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าบริการสาธารสุขเมืองไทยเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายที่สุดแล้วสำหรับคนไทย และคนอีกหลายเชื้อชาติ

เวลาเราไปเที่ยวในประเทศต่างๆ ที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย หนึ่งในกลุ่มโรคที่บางท่านมีความกังวล คือโรคติดเชื้อ

ส่วนอินเดียมีพื้นที่กว้างใหญ่ บางส่วนของประเทศมีลักษณะอากาศที่ร้อนชื้น จึงทำให้บางท่านอาจมีความกังวลเรื่องสุขอนามัย โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอินเดีย (ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแถวๆ บ้านเรา) อาจจำแนกคร่าวๆ เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1.โรคที่เกิดจากอาหารและน้ำ ตั้งแต่โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงโรคบิด และโรคไข้ไทฟอยด์ ที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำ เมื่อติดเชื้อจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ แต่ละเชื้อโรคก็จะมีรายละเอียดของอาการที่แตกต่างกัน

ฉะนั้นเราจึงต้องป้องกันโดยกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมี โรคตับอักเสบซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนในอาหารและทำให้เป็นไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งป้องกันโดยการฉีดวัคซีนและรักษาสุขอนามัย

2.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มีโรคที่หลากหลายตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่จนกระทั่งวัณโรค ทั้งนี้เราสามารถป้องกันได้โดยฉีดวัคซีน และสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด หมั่นล้างมือ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์

3.โรคติดเชื้อจากแมลงและสัตว์ ยุงเป็นพาหะของหลายโรค เช่น โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจอี เป็นต้น การป้องกันที่ดีที่สุด คือ ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ใส่เสื้อผ้าแขนยาว และควรใช้ยากันยุง ส่วนในโรคไข้เลือดออกและไข้สมองอักเสบเจอี เราสามารถฉีดวัคซีนป้องกันได้

4.โรคติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อม เช่น โรคฉี่หนู ซึ่งเชื้อมีการปนเปื้อนในน้ำหรือดิน ป้องกันโดยสวมรองเท้ากันน้ำ เมื่อเดินในพื้นที่เสี่ยง และหลีกเลี่ยงแหล่งที่จะลุย หรือสัมผัสน้ำสกปรก

อย่างไรก็ตาม เราสามารถคลายกังวลจากการเจ็บป่วยโรคติดเชื้อระหว่างเดินทาง โดยมาตรการการป้องกัน ดังนี้

· ฉีดวัคซีนที่จำเป็น เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและบี ไข้หวัดใหญ่ ไข้สมองอักเสบเจอี ไข้ไทฟอยด์ ทั้งนี้ต้องวางแผนเวลาให้เหมาะสม เผื่อเวลาให้วัคซีนสร้างภูมิค้มกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

· รักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และใช้เจลแอลกอฮอล์เมื่อไม่มีสบู่ และน้ำสะอาด

· ดื่มน้ำสะอาด ควรดื่มน้ำขวดที่ปิดสนิท และสะอาด โดยหลีกเลี่ยงน้ำแข็ง

· เลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัย ควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่และหลีกเลี่ยงอาหารริมทาง

· ใช้ยากันยุงและป้องกันแมลงกัดต่อยโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่อมาลาเรียและไข้เลือดออก

· เตรียมยาสำหรับการเจ็บป่วยเบื้องต้น

ยาที่แนะนำให้เตรียมเพื่อป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างเดินทาง คงไม่ได้แตกต่างจากการไปเที่ยวครั้งอื่นๆ มากนัก อันดับแรก และขาดไม่ได้เป็นอันขาด ก็คือ ยาสำหรับโรคประจำตัวที่รับประทานเป็นประจำ และควรเตรียมในจำนวนเกินกว่าจำนวนวันที่จะใช้สักหน่อย เผื่อมีการเลื่อนวันเดินทางกลับ หรือกรณีฉุกเฉินใดๆ เราจะได้ยังมียาเหลือพอที่จะใช้ 

อันดับถัดไปก็พิจารณาตามความเสี่ยงของพื้นที่และความชุกของโรคต่างๆ รวมทั้งให้พิจารณาว่าโดยปกติแล้ว เวลาเราไปไหนมาไหนมักจะมีความเจ็บป่วยอะไรที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ยาที่แนะนำเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยขั้นต้น

ยาในกลุ่มแรกคือ ยาใช้กับโรคทางเดินอาหาร ในบางท่านที่มักจะมีปัญหาเรื่องท้องอืดท้องเฟ้อจากการรับประทานอาหารแปลกๆ หรือเครื่องเทศแรงๆ สามารถใช้ตัวยาไซเมติโคน หรือยาที่มีส่วนประกอบตัวยาโซเดียมไบคาร์บอเนต เพื่อช่วยลดแก๊สในทางเดินอาหาร

อีกกลุ่มอาการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหารได้แก่ อาการท้องเสีย หรือท้องร่วง ในกรณีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การชดเชยน้ำและเกลือแร่ โดยใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่ ORS นอกจากนี้ ผงถ่านคาร์บอนก็ช่วยซับสารพิษ และในบางกรณีที่นั่งรถยาวๆ และเกิดภาวะท้องเสียซึ่งไม่สามารถหาห้องน้ำได้ อาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาโลเพอราไมด์ (Loperamide) เพื่อให้หยุดถ่าย ใช้บรรเทาอาการท้องเสียแบบท้องเสียแบบเฉียบพลัน ซึ่งโดยปกติแล้วไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากถ้าเรามีเชื้อโรคหรือสารพิษ เราต้องการให้ขับออกมาจากร่างกายแต่ในกรณีที่หาห้องน้ำไม่ได้ หรืออยู่ระหว่างเดินทางก็มีความจำเป็นต้องใช้ สำหรับอาการท้องเสียจากเชื้อเแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้

ยารักษาอาการปวด ลดไข้ ถ้าไม่แพ้ยาพาราเซตามอล ยังคงแนะนำพาราเซตามอลเป็นยาตัวแรกที่เลือกใช้ สำหรับท่านที่มีอาการอื่นๆ เช่น
ปวดศีรษะไมเกรน หรือผู้หญิงบางท่านที่อาจจะปวดประจำเดือนระหว่างการเดินทาง ก็ควรพกยาที่ท่านเคยรับประทานอยู่เป็นประจำติดไปด้วยก็น่าจะดี 

ยาแก้แพ้ ขอแนะนำยาแก้แพ้ในกลุ่มที่ไม่ง่วงซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น เซตทิริซีน ลอราทาดีน บิลาสทีน เฟกโซเฟนาดีน เป็นต้น 

ยาเม็ดบรรเทาอาการเมารถเมาเรือ ตัวยาไดเมนไฮดริเนท 

ยาใช้ภายนอกก็มีความจำเป็นเช่นกัน ได้แก่ แอลกอฮอล์โพวิโดนไอไอดีน พลาสเตอร์ สำหรับจัดการกับแผล ยานวดแก้ปวดเมื่อย รวมถึงยาดม ยาหม่อง ยาทาหรือสเปรย์กันยุง และหน้ากากอนามัย ถ้าท่านมีกิจกรรมกลางแจ้ง ครีมกันแดดก็จำเป็นเนื่องจากในบางพื้นที่แดดค่อนข้างแรงทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบแสบร้อนผิวหนังได้

และที่สำคัญยาที่เตรียมไปทุกชนิดควรมีฉลากชื่อยา วิธีใช้ รวมถึงมีวันหมดอายุระบุบนภาชนะบรรจุยาด้วย

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอินเดียควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยการฉีดวัคซีน รักษาสุขอนามัย และป้องกันการสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ หากมีอาการผิดปกติหลังเดินทาง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กรมวิทย์ เปิดรับผู้สนใจประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

กรมวิทย์ เปิดรับผู้สนใจประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

กรมวิทย์ เปิดรับผู้สนใจประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดรัลผู้สนใจร่วมการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 33 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้แนวคิด Transforming Healthcare through Modern Medical Sciences ปฏิรูปการดูแลสุขภาพผ่านวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน2568 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่มเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยจัดการประชุมในรูปแบบ On-site ในงานได้เชิญวิทยากรจากหลากหลายสาขา ทั้งในและต่างประเทศ มาบรรยายในหัวข้อต่างๆ อาทิ Wellness และการพัฒนาสมุนไพรเพื่อสร้างเศรษฐกิจ
การพัฒนาการผลิตวัคชีน mRNA ที่มีประสิทธิภาพสูงฯ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนผลงานวิชาการ รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้มีโอกาสนําเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ตลอดจนรับทราบความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์งานวิชาการให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

การประชุมวิชาการครั้งนี้จัดให้มีการประกวดการนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และผลงานวิชาการ ด้านงานประจำสู่งานวิจัย (R2R) ในรูปแบบบรรยาย (Oral Presentation) และโปสเตอร์ (Poster Presentation) โดยกำหนดให้ส่งผลงานบทคัดย่อได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประชุมได้เปิดให้ลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านทาง Online และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดของการจัดงานได้ที่เว็บไซต์การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568 https://register.dmsc.moph.go.th/68/ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 โดยไม่เสียค่าลงทะเบียน ทั้งนี้ เภสัชกรและนักเทคนิคการแพทย์ที่สมัครเข้าร่วมประชุมสามารถเก็บสะสมคะแนนการศึกษาต่อเนื่องได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองแผนงานและวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02-9510000 ต่อ 99187 และ 99051

บำรุงราษฎร์เผยความสำเร็จเทียบเท่ามาตรฐานโลก การปลูกถ่ายอวัยวะ หัวใจ ไต ตับ และกระจกตา จากผู้บริจาค

บำรุงราษฎร์เผยความสำเร็จเทียบเท่ามาตรฐานโลก  การปลูกถ่ายอวัยวะ หัวใจ ไต ตับ และกระจกตา จากผู้บริจาค

บำรุงราษฎร์เผยความสำเร็จเทียบเท่ามาตรฐานโลก การปลูกถ่ายอวัยวะ หัวใจ ไต ตับ และกระจกตา จากผู้บริจาค

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.นพ. ทวีสิน ตันประยูร

จุดประกายชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยกระดับศูนย์การปลูกถ่ายอวัยวะชั้นนำในไทยด้วยมาตรฐานระดับโลก พร้อมเผยผลสำเร็จการปลูกถ่ายหัวใจ ไต ตับ และกระจกตา มีอัตราความสำเร็จการปลูกถ่ายไตสูงกว่า 90% สูงเทียบเท่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปบางประเทศ ขณะที่ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาสามารถผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจสำเร็จ 5 ราย รวมถึงผู้ปลูกถ่ายตับมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 97% และผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายกระจกตา สามารถมองเห็นได้ชัดเจน อัตราสูงถึง 97% เช่นกัน

รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปิดเผยในงานแถลงข่าว“Bumrungrad Transplant Services : Where Life Gets a Second Chance” ว่า การปลูกถ่ายอวัยวะ เปรียบเสมือนความหวังใหม่และอีกโอกาสที่ทำให้ผู้ป่วย
สามารถกลับมามีชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์มากขึ้น ในฐานะที่บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลที่ให้การรักษาในระดับจตุตถภูมิ(Quaternary Care) เราได้พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เพื่อให้การบริบาลดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาอย่างต่อเนื่องด้วยทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะสำคัญ ปัจจุบัน บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับให้เป็นศูนย์การปลูกถ่ายอวัยวะหัวใจ ไต ตับ และกระจกตา จากศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย และสามารถปลูกถ่ายอวัยวะได้ครบทั้ง 3 อวัยวะ และ 1 เนื้อเยื่อ ได้แก่ หัวใจ ไต ตับ และกระจกตา ซึ่งการปลูกถ่ายอวัยวะถือเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของทีมแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทำในสถาบันที่มีมาตรฐานและมีประสบการณ์สูง

นพ.ทัตพงศ์ จิตเอื้ออารีย์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ – ไตวิทยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ไต เป็นอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่ายบ่อยที่สุดในโลกบำรุงราษฎร์ได้ดำเนินการปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยมากว่า 37 ปี ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และการรักษาผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายด้วยการปลูกถ่ายไต และสามารถปลูกถ่ายไตผู้ป่วยได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบ จนถึงอายุมากกว่า 80 ปี รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายโรค โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลภาวะหลังการปลูกถ่ายไตอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีทีมแพทย์ผ่าตัดที่พร้อมเดินทางไปผ่าตัดไตที่รับบริจาคจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และพร้อมผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้ผู้ป่วย
หลังจากไตบริจาคมาถึงโรงพยาบาล

โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บำรุงราษฎร์มีอัตราความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตสูงกว่า 90% ซึ่งนับเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงเทียบเท่ามาตรฐาน
ระดับโลกอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรปตะวันตก ความสำเร็จนี้เกิดจากการผสมผสานประสบการณ์ของทีมแพทย์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การตรวจวิเคราะห์ยีน การใช้เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่สำคัญ บำรุงราษฎร์ยังสามารถทำการปลูกถ่ายไตข้ามหมู่เลือดได้สำเร็จ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจรและมีโอกาสกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง

พญ.ปิยฉัตร พิพัฒนพงศ์โสภณ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ – หัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การปลูกถ่ายหัวใจเป็นทางเลือกในการรักษาที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นสุดท้าย เพราะเป็นการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูง โดยการแทนที่หัวใจที่เสียหายด้วยหัวใจดวงใหม่จากผู้บริจาค ทำให้หัวใจสามารถทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ การปลูกถ่ายหัวใจเป็นการผ่าตัดใหญ่และมีขั้นตอนที่ซับซ้อนซึ่งสถาบันโรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพที่เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครอบคลุม รวมถึงแพทย์เฉพาะทางด้านภาวะหัวใจล้มเหลว ผ่านการฝึกอบรมและได้รับวุฒิบัตรผู้ชำนาญการเฉพาะทางสาขาภาวะหัวใจล้มเหลวจากประเทศสหรัฐอเมริกา (American Board) ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้การรับรองมาตรฐานสากล JCI Heart Failure สหรัฐอเมริกา ทำให้การผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บำรุงราษฎร์สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจให้กับผู้ป่วย 5 รายได้สำเร็จ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พญ.อรพิน ธนพันธุ์พาณิชย์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร – โรคตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะตับ มักจะเป็นผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับตับในระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ได้ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก การรักษาด้วยการปลูกถ่ายตับ จะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยกลับมาทำงานได้เป็นปกติมากขึ้น โดยผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายตับ จะมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 97% ในปีแรก, 82% ใน 5 ปี และ 67% ใน 10 ปี ซึ่งถือเป็นอัตราความสำเร็จที่สูง สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ และด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปีในการปลูกถ่ายตับ ซึ่งคลินิกโรคตับเป็นหนึ่งใน 8 คลินิกเฉพาะทางของศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยมากกว่า 42,000 รายต่อปี และสามารถดูแลรักษาโรคตับได้อย่างครอบคลุม เช่น ตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรังก้อนเนื้อในตับ ไขมันพอกตับ และมะเร็งตับจนถึงการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

ศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ แพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยา การผ่าตัดแก้ไขสายตา กระจกตา และ ต้อกระจก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวปิดท้ายเกี่ยวกับปัญหากระจกตา เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคกระจกตาเสื่อม กระจกตาโก่ง/ย้วย กระจกตาบวม และกระจกตาเป็นแผล ซึ่งการปลูกถ่ายกระจกตาเป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนกระจกตาส่วนที่เสียหายด้วยกระจกตาจากผู้บริจาค เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการมองเห็นของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ซึ่งบำรุงราษฎร์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น กล้องผ่าตัดที่มีการผนวกเทคนิคที่ช่วยในการตรวจชั้นต่างๆ ของกระจกตาในระหว่างผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูงขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย บำรุงราษฎร์ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายกระจกตาด้วยอัตราสูงถึง 97% โดยผู้ป่วยยังคงมองเห็นได้ชัดเจนหลังการผ่าตัด 1 ปี และไม่มีรายงานภาวะแทรกซ้อนใดๆ เช่น การติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นเป็นปกติได้

JOHN HENRY JEANS จบทุกปัญหายีนส์กวนใจ ชวนหนุ่มๆ #ใส่แล้วเล่า #ยีนส์ดีที่แตกต่าง

JOHN HENRY JEANS จบทุกปัญหายีนส์กวนใจ ชวนหนุ่มๆ #ใส่แล้วเล่า #ยีนส์ดีที่แตกต่าง

JOHN HENRY JEANS จบทุกปัญหายีนส์กวนใจ ชวนหนุ่มๆ #ใส่แล้วเล่า #ยีนส์ดีที่แตกต่าง

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.57 น.

เปิดตัว JOHN HENRY JEANS  กับคอลเลคชั่นแรกที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เสริมลุคให้หนุ่มๆ มั่นใจ รองรับทุกการเคลื่อนไหว แก้ไขจุดบกพร่องของการสวมใส่ยีนส์ได้เป็นอย่างดี กับยีนส์ 4 ทรงคัตติ้งเนี๊ยบ ให้เป็นไอเทมประจำตัวหนุ่มๆ ครีเอทลุคได้ไม่ซ้ำ พร้อมชวนหนุ่มๆ แชร์ประสบการณ์ดีๆ จากสวมใส่ JOHN HENRY JEANS  ไปกับแคมเปญ “ใส่แล้วเล่า” (Wear and Share Campaign) ลุ้นรับ JOHN HENRY JEANS 1 ตัว พร้อมส่วนลด 50% สำหรับการซื้อครั้งต่อไป ตั้งแต่วันนี้-31 มีนาคม 2568จากการเก็บข้อมูลฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ JOHN HENRY พบว่าหนุ่มๆ มักพบกับปัญหาเหล่านี้จากการสวมใส่กางเกงยีนส์ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงไม่พอดีตัว หลวมเกินไป รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน เคลื่อนไหวไม่สะดวก ปัญหาหลุดก้นหรือหลุดสะโพกจนเห็นอันเดอร์แวร์หรือร่องก้น เป้ากางเกงฉีกขาดง่าย กระเป๋ากางเกงไม่รับกับองศาของมือเมื่อล้วงกระเป๋า ที่สำคัญการแมตช์กางเกงยีนส์กับเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆ  JOHN HENRY JEANS จึงถูกพัฒนาออกแบบ เพื่อให้ปัญหากวนใจหนุ่มๆ หมดไป

JOHN HENRY JEANS เปิดตัวด้วยคอลเลคชั่นแรกที่มาพร้อมกับการเย็บตะเข็บคู่บริเวณจุดสำคัญเสริมความแข็งแรง ที่บริเวณตะเข็บขาด้านในเย็บแบบสามชั้นยากต่อการฉีกขาดในบริเวณเป้ากางเกง ห่วงเข็มขัดเย็บใต้ขอบเอวเพิ่มความแน่นหนาป้องกันการหลุดขาดเมื่อใช้งาน เทคนิคการเย็บตะเข็บย้อนกลับช่วยซ่อนขอบผ้า เพิ่มความเรียบเนียน สวยงาม และลดการเสียดสี โลหะทั้งหมดไม่ว่าจะ หมุด กระดุม เรียบแบน เพื่อไม่ให้เกะกะหรือเกี่ยวพันกับสิ่งอื่นๆ มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นที่บริเวณกระเป๋าหลังด้านซ้ายเดินตะเย็บเป็นอักษรตัว “J” สื่อถึง Journey หรือการเดินทาง ส่วนกระเป๋าด้านขวาเดินตะเข็บเป็นอักษรตัว “H” สื่อถึง Home หรือ จุดหมาย ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกว่าไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางไปที่ไหน กางเกงยีนส์นี้จะเป็นทั้งเพื่อนร่วมทางและที่พักใจ ส่วนขอบเอวแบบบิดกลับเพิ่มดีไซน์ให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ กระเป๋ากางเกงทั้งด้านหน้าและด้านหลังออกแบบความลึกมาเพื่อรองรับกับองศาของมือสะดวกยิ่งขึ้น ห่วงเข็มขัดคู่ที่บริเวณกลางขอบเอวด้านหลังช่วยพยุงไม่ให้กางเกงหลุดสะโพก หนุ่มๆ จึงสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ

JOHN HENRY JEANS เปิดตัวด้วยกางเกงยีนส์ 4 รุ่น ได้แก่ Regular Fit, Straight Leg Fit, Slim Fit และ Skinny Fit ให้หนุ่มๆ เลือกแมตช์ได้กับเสื้อหรือเครื่องประดับได้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้นเพราะมีให้เลือกถึง 7 เฉดสีได้แก่ Black, Raw Indigo, Mid Indigo, Light Indigo, Dark Indigo, Off White Indigo และ Grey

เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกัน JOHN HENRY เชิญชวนหนุ่มๆ ที่เลือก JOHN HENRY JEANS เป็นไอเทมประจำกายมาร่วมแคมเปญ “ใส่แล้วเล่า” (Wear and Share Campaign) เพียงโพสต์ประสบการณ์การสวมใส่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน ใส่ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่างๆ หนุ่มๆ มีความประทับใจอย่างไร โพสต์ลงช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok พร้อม @JOHNHENRYOFFICIAL ติดแฮชแท็ก #ใส่แล้วเล่า #ยีนส์ดีที่แตกต่าง ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ เราจะเลือกผู้ที่มียอดไลก์สูงสุด 10 คน โดยพิจารณาจากโพสต์ที่ใช้แฮชแท็ก และโพสต์ที่มียอดไลก์สูงสุดภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568  จะได้รับรางวัล! กางเกงยีนส์ฟรี 1 ตัว พร้อมรับส่วนลด 50% ให้กลับมาใช้ที่แบรนด์ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568 

JOHN HENRY JEANS พร้อมให้หนุ่มๆ ค้นหาไอเทมที่ใช่ สร้างลุคอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกันทั่วประเทศ ที่เคาน์เตอร์ JOHN HENRY ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือทางออนไลน์ central.co.th, Shopee, Lazada และ TikTok: JOHNHENRYOFFICIAL

‘ไซกะ คาวาคิตะ’ นางเอก AV ประกาศชื่อใหม่ เพราะอยากเป็น ‘นักร้อง’

'ไซกะ คาวาคิตะ' นางเอก AV ประกาศชื่อใหม่ เพราะอยากเป็น 'นักร้อง'

‘ไซกะ คาวาคิตะ’ นางเอก AV ประกาศชื่อใหม่ เพราะอยากเป็น ‘นักร้อง’

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 08.53 น.

‘ไซกะ คาวาคิตะ’ นางเอก AV ประกาศชื่อใหม่ แฟนคลับส่วนใหญ่คิดว่าจะลาออกจากวงการ AV  ก่อนเฉลยว่าอยากเป็น ‘นักร้อง’

เมื่อวัน 6 ก.พ. ที่ผ่านมา  คาวาคิตะ โพสต์ IG ประกาศชื่อใหม่ว่า ‘Moena’ ทำให้หลายคนคาดเดาว่า เธอจะลาออกจากวงการ AV 

แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะโปรเจกต์ใหม่ของคาวาคิตะ เธอผันตัวเป็นนักร้องเตรียมปล่อยซิงเกิลแรกในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่ง “Moena” ชื่อของเธอในฐานะศิลปิน ไม่เกี่ยวข้อง หรือมีผลกระทบต่อการเป็นนักแสดง AV 

หลังจากทีเซอร์เพลงได้ปล่อยออกมา ก็มีกระแสตอบรับที่ดีไม่น้อย และเธอยังคาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีคอนเสิร์ตของตัวเอง

เล่นหนังติดลูปไม่ง่าย ‘โอบ’ สนุกเล่น ‘สวัสดีวันจันทร์(ส)’ ได้ ‘ทราย เจริญปุระ’ เป็นแอ๊กติ้งโค้ช

เล่นหนังติดลูปไม่ง่าย ‘โอบ’ สนุกเล่น ‘สวัสดีวันจันทร์(ส)’  ได้ ‘ทราย เจริญปุระ’ เป็นแอ๊กติ้งโค้ช

เล่นหนังติดลูปไม่ง่าย ‘โอบ’ สนุกเล่น ‘สวัสดีวันจันทร์(ส)’ ได้ ‘ทราย เจริญปุระ’ เป็นแอ๊กติ้งโค้ช

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ “สวัสดีวันจันทร์(ส)” จาก “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ร่วมกับ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ฝีมือของผู้กำกับไฟแรง ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา ที่ได้พระเอกหนุ่มสุดเจ๋ง โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ประกบคู่กับนางเอกสาวดาวรุ่ง พีพี-ปุญญ์ปรีดีคุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ ร่วมด้วย ปูน มิตรภักดี, วิคเตอร์-ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์ และ เบล-วริศรา จิตปรีดาสกุล มาร่วมตกอยู่ในวังวนติดลูปที่แสนจะวุ่นวายในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงเจ้าบทบาท ทราย เจริญปุระ มาร่วมแสดงและเป็นแอ๊กติ้งโค้ชให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะการแสดงภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวติดลูป นักแสดงต้องใส่รายละเอียดในงานเป็นอย่างสูง จึงต้องใช้แอ๊กติ้งโค้ชที่มีความเข้าใจในเรื่องของบทและตีความการแสดงได้เป็นอย่างดี ในขณะที่นักแสดงก็ต้องทำการบ้านและเข้าใจบทบาทที่ตัวเองได้รับด้วย

ผู้กำกับ ก่อ-ชาคร กล่าวว่า “ผมสนิทกับทรายมานานพอกำกับหนังเรื่องแรกก็อยากได้คนที่รู้ใจมาทำงานด้วยกันความที่เรื่องนี้เป็นไทม์ลูป ก็อยากให้พี่ทรายมาเป็นเข็มทิศชีวิตให้กับ โอบ-โอบนิธิ หน่อยว่าอารมณ์ในแต่ละฉากอยู่ตรงไหนแล้วนะ เพราะการแสดงหนังติดลูป มีสิทธิ์งงง่ายมาก โดยเฉพาะโอบ เพราะคนอื่นๆ เล่นเหมือนเดิมมีโอบคนเดียวที่เปลี่ยน และการถ่ายหนังเราไม่ได้เรียงตามเรื่องราว เราถ่ายโดดไปโดดมา ซึ่งพี่ทรายจะมาช่วยไกด์ให้แต่จริงๆ โอบและนักแสดงคนอื่นทำได้ดี ทุกคนเข้าใจทุกอย่างรวดเร็วมากครับ โชคดีที่พี่ทรายมาช่วยดูเรื่องนี้เพราะเขาจะไม่ได้ฟีลเป็นครู ยังมีความเป็นนักแสดงเหมือนกัน จะมีบางอย่างที่เชื่อมกัน แล้วพี่ทรายจะมีวิธีการพูดที่นักแสดงกับนักแสดงเข้าใจกันรวดเร็วครับ”

โอบนิธิ เผยว่า “การเล่นหนังติดลูปไม่ง่ายเลยครับต้องใส่รายละเอียดในการทำงานเยอะ พอทราบว่าแอ๊กติ้งโค้ชเป็นพี่ทราย ผมก็สบายใจ เพราะเชื่อว่าพี่เขาจะช่วยเรื่องการแสดงเราได้เยอะ ซึ่งพอมาร่วมงานกันพี่ทรายเป็นสายซัพพอร์ตที่ดี คอยดันน้องๆ เขาเคยพูดกับโอบว่า โอบเล่นได้อยู่แล้วไม่ต้องมีพี่ก็ได้ แต่บางทีเราก็ต้องระดมสมองหลายๆ คนมาช่วยกันดู เพื่อให้เรื่องนี้ออกมาดีที่สุด เราจะช่วยกันยังไงให้ตัวละครไดรฟ์ไปได้ไกลมากที่สุด พี่ทรายจะคอยวิ่งบรีฟนักแสดงไปมาในกอง และเขาจะมาถึงกองก่อนเพื่อที่จะมาบรีฟนักแสดง ตอนแรกพี่ทรายจะปล่อยให้เราเล่นไปก่อน เขาจะดูว่าเราตีความยังไง แล้วก็จะมาเจอกันตรงกลางว่าพี่ก่ออยากได้อะไร เขามองภาพเป็นแบบนี้ แล้วเรามองภาพเป็นแบบไหนครับ”

วาเลนไทน์นี้ ‘ดีเจพัดชา’ อาสาเป็นกามเทพ ให้แฟน ‘Goodtime Radio’ ลุ้นพาคนพิเศษไปสวีท

วาเลนไทน์นี้ ‘ดีเจพัดชา’ อาสาเป็นกามเทพ  ให้แฟน ‘Goodtime Radio’ ลุ้นพาคนพิเศษไปสวีท

วาเลนไทน์นี้ ‘ดีเจพัดชา’ อาสาเป็นกามเทพ ให้แฟน ‘Goodtime Radio’ ลุ้นพาคนพิเศษไปสวีท

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดีเจพัดชา เอนกอายุวัฒน์ จากคลื่น Goodtime Radio FM 88.5 (ออกอากาศคู่ขนานทาง FM 88 เชียงใหม่, FM 94.5 สงขลา, FM 104 อุบลราชธานี) ขออาสามารับหน้าที่กามเทพ ชวนผู้ฟังร่วมสนุกกับกิจกรรม “Goodtime Radio Lovely Surprise” ลุ้นพาคนพิเศษไปมีโมเมนต์สุดหวาน รับบัตรที่พัก 2 วัน 1 คืนจากโคลเวอร์ ป่าตอง ภูเก็ต โรงแรมหรูใจกลางเมือง ที่มีทั้งสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สำคัญอยู่ใกล้หาดป่าตองรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงสะสมคะแนนการฟัง Goodtime Radio ผ่านทาง http://www.goodtimeradio.com หรือ Tero Radio App แล้วรีดีมแลกรับสิทธิ์มาเล่นเกมหน้าไมค์ลุ้นรับรางวัลกับดีเจ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้

“ใครอยากพาคนพิเศษไปเที่ยวเติมความหวานที่ภูเก็ต ต้องมาร่วมสนุกกับกิจกรรม “Goodtime Radio Lovely Surprise” ของ Goodtime Radio ค่ะ เพราะตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ เราจะต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์กัน ด้วยการแจกบัตรที่พัก 2 วัน 1 คืน จากโรงแรม โคลเวอร์ ป่าตอง ภูเก็ต ค่ะ ใครชอบพักผ่อนในโรงแรมหรูๆ สิ่งอำนวยความสะดวกครบๆ อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว และสนามบิน ต้องชอบ โรงแรม โคลเวอร์
ป่าตอง ภูเก็ต แน่นอนค่ะ ที่สำคัญคืออยู่ใกล้หาดป่าตองมาก มาร่วมสนุกลุ้นรางวัลกันได้นะคะ ง่ายมากๆ เลย แค่สะสมคะแนนการฟัง Goodtime Radio แล้วรีดีมลุ้นรับสิทธิ์มาเล่นเกมเปิดป้ายหน้าไมค์กับดีเจ ถ้าเปิดเจอรางวัลก็รับบัตรที่พักไปได้เลยค่ะ สะสมคะแนนการฟังและร่วมสนุกได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้นะคะ” ติดตามรายละเอียดการร่วมสนุกกับกิจกรรม “Goodtime Radio LovelySurprise” ได้ตลอดทุกช่วงดีเจทาง Goodtime Radio หรือทาง http://www.goodtimeradio.com

‘หน่อง อรุโณชา’ ชวน ‘บอม ธนวัฒน์’ ส่งมอบเครื่องกันหนาว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

‘หน่อง อรุโณชา’ ชวน ‘บอม ธนวัฒน์’ ส่งมอบเครื่องกันหนาว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

‘หน่อง อรุโณชา’ ชวน ‘บอม ธนวัฒน์’ ส่งมอบเครื่องกันหนาว ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภัยหนาวไม่เคยหายไปไหน… “โครงการห่มรัก” โดย “พี่หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์” ผู้อำนวยการโครงการห่มรัก กรรมการผู้จัดการ “บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด”ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยในปีนี้ ได้ความร่วมมือจาก “พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี” ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ “สภากาชาดไทย” ส่งมอบผ้าห่มให้กับพี่น้อง อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครั้งนี้ได้นักแสดงวัยรุ่นหน้าใส อย่าง “บอม-ธนวัฒน์ อุทัยกิจวานิจ”นักแสดงจากซีรี่ส์ “พี่จะตีนะเนย” และ “Reset การเกิดใหม่ของดวงดาว”ไปร่วมกิจกรรมด้วย

ซึ่งในกิจกรรม “มอบเครื่องกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยหนาว” ได้รับเกียรติจาก “นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วย
“นางสุนิษฐิดา เพชรด้วง” ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ และ “พี่หน่องอรุโณชา” ผู้อำนวยการโครงการห่มรักส่งมอบผ้าห่ม จำนวน 700 ผืน ให้กับพี่น้องชาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวมมูลค่า 215,000 บาท โดยงานนี้ “พี่หน่อง” และ “น้องบอม” ลงพื้นที่ไปมอบผ้าห่มเครื่องกันหนาว ให้ถึงมือผู้ประสบภัยหนาวทุกท่านๆ เป็นอีกภาพความประทับใจที่ต้องบอกว่าอิ่มอก อิ่มใจ อิ่มบุญ และอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกน้ำใจของคนไทยที่ร่วมสนับสนุน ผ้าห่ม เครื่องกันหนาวจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เมืองไทยประกันชีวิตคิงส์สเตลล่า แบริ่ง เพ็ทแคร์ และห้างทองตั้งกวงเชียง เป็นต้น โครงการห่มรักนั้นคือโครงการที่เป็นศูนย์กลางดำเนินการส่งต่อความรัก ความห่วงใย จากคนไทยสู่คนไทย ที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศค่ะ ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่งมอบความอบอุ่นนี้ผ่าน “โครงการห่มรัก”ธนาคารกสิกรไทย ออมทรัพย์ สาขาเตาปูน หมายเลขบัญชี 750-2-23339-9หรือติดต่อสอบถาม 02-2482000,089-8933065

มงลงอีกรอบ! ‘อแมนด้า’ ปลื้ม ‘Eyes On Me’ แตะ 7.2 แสนวิว

มงลงอีกรอบ! ‘อแมนด้า’ ปลื้ม ‘Eyes On Me’ แตะ 7.2 แสนวิว

มงลงอีกรอบ! ‘อแมนด้า’ ปลื้ม ‘Eyes On Me’ แตะ 7.2 แสนวิว

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จตั้งแต่ก้าวแรก หลังจากเปิดตัวในฐานะศิลปิน ค่าย BEC MUSIC ภายใต้ บริษัทบีอีซี เวิลด์ จำกัด มหาชน อย่างเป็นทางการสำหรับสาว “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” เจ้าของมง Miss Universe Thailand 2020 ที่ได้รับกระแสชื่นชมอย่างล้นหลามกับการออกซิงเกิ้ลเดี่ยวครั้งแรกในชื่อ “Eyes On Me” ที่ได้โปรดิวเซอร์ เบนซ์-วรเชษฏฐ์ ฐานุพงศ์ชรัช มาเขย่าวงการ T-pop ให้กลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้งในสไตล์ของสาวอแมนด้า แถมล่าสุดยังปังไม่หยุดพายอดวิวพุ่งไปถึง 7.2 แสนวิวไปแล้ว

เพลง Eyes On Me เป็นซิงเกิ้ลแนวป๊อปแดนซ์ที่มาในจังหวะและเนื้อเพลงชวนติดหู ด้วยเนื้อเพลงที่สื่อถึงความกล้ามั่นใจที่จะมีความรักซ่อนความซุกซน โดยสาวอแมนด้า พูดถึงฟีดแบ๊กในครั้งนี้ว่า “ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะด้ามาจากสายนางงามแล้วก็มาเป็นนักแสดง พอได้มาเป็นศิลปินได้มีซิงเกิ้ลแรกเป็นของตัวเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ ตื่นเต้นมากแต่ก็ตั้งใจและเต็มที่ที่สุด ทั้งฝึกร้อง ฝึกเต้น ซ้อมหนักมากพอมิวสิกวีดีโอได้ออกสู่สายตาแฟนๆและเห็นฟีดแบ๊กที่หลายคนชอบก็ดีใจมาก และตอนนี้ก็มีชาเลนจ์ #EyesOnMeChallenge ใน TikTok แล้วก็อยากให้ทุกคนเข้าไปเล่นกันเยอะๆ ส่วนใครที่อยากเห็นด้าโชว์สเตจเต็มตัวครั้งแรกมาเจอกันวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ในงานแถลงข่าวจับสลากแบ่งทีมสีฟุตบอล ที่ลานพาร์คพารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าพารากอน ไปดูไปให้กำลังใจกันเยอะๆ นะคะ”

เพลงสนุกพร้อมกระตุกเส้นเอ็นขนาดนี้ สาวอแมนด้าก็ไม่พลาดก็ปล่อย Challenge ใหม่ อย่าง #Eyes OnMeChallenge ท่าเต้นมาดวลความแซ่บ แฟนๆ เตรียมฝึกท่ากันให้พร้อมแล้วมาเต้น “Eyes On Me”พร้อมกันใน TikTok และเข้าไปฟังเพลงเต็มได้ทาง YouTube : Ch3Thailand Music https://www.youtube.com/watch?v=KLnwlbqcj3o และ Application 3Plus หรือ http://www.ch3plus.com รวมทั้งฟังเพลงได้ทุก StreamingPlatforms

Lower Mansion ส่งซิงเกิ้ลสุดน่ารัก ‘วันบอกรัก’

Lower Mansion ส่งซิงเกิ้ลสุดน่ารัก ‘วันบอกรัก’

Lower Mansion ส่งซิงเกิ้ลสุดน่ารัก ‘วันบอกรัก’

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากประสบความสำเร็จกับเพลงเศร้าอย่าง “เพลงรักในวันลา”ที่ล่าสุด บน Youtube มียอดเข้าชมถึง 111 ล้าน และมียอดสตรีมทะลุ 30 ล้านครั้ง โดยมีผู้ฟังบน Spotify มากกว่า 400,000 คนต่อเดือน และก็ถึงเวลาที่ Lower Mansion ได้กลับมาอีกครั้งพวกเขาขอปล่อยเพลงรักที่เต็มไปด้วยความน่ารัก ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันในเพลง “วันบอกรัก” ซึ่งไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะปล่อยเพลงรักออกมาให้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นหนึ่งเพลงรักของวงที่อยากให้ทุกคนได้ลองฟังกัน เพราะเพลง วันบอกรัก เต็มไปด้วยความฟีลกู๊ดอบอวลไป ด้วยความสุขที่ได้ฟังแล้วต้องยิ้มตามสำหรับวง Lower Mansion เป็นวงดนตรีจากจังหวัดเชียงใหม่ ในแนวดนตรี Pop-Rock ที่โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดเนื้อหาเพลงที่เรียบง่าย เข้าถึงอารมณ์ที่ทำให้ผู้ฟังอินไปกับเพลงได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงเสียงร้องของ เมท (ร้องนำ) ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมเข้ากับดนตรีจาก ฮาร์ท (กีต้าร์), ฟลุ๊ค (เบส),ท็อป (กลอง) ซึ่งพวกเขาเคยปล่อยอัลบั้มออกมาแล้ว ในชื่อว่า Life Novel ออกมาในปี 2023 ก่อนจะกลับมาในปีนี้กับเพลง “วันบอกรัก”

โดยเพลงนี้จะเล่าถึงการที่แอบชอบใครบางคนมากๆ แล้วอยากถามความรู้สึกของอีกฝ่าย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังรู้สึกถึงความชอบที่เก็บเอาไว้ในใจมานาน จนทำให้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องบอกออกไป เมื่อทั้งดนตรีและเนื้อเพลงผสมผสานเข้าด้วยกันก็ทำให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับบรรยากาศน่ารักสุดอบอุ่นสำหรับในพาร์ทดนตรียังคงเป็นแนวป๊อป เสริมเติมลูกเล่นด้วยเสียงโซโล่แซกโซโฟนที่ให้ความรู้สึกฟีลกู๊ดมากขึ้นไปอีก และในพาร์ทมิวสิกวีดีโอ ได้เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนตั้งแต่เด็กจนโต ผ่านเหตุการณ์แอบชอบเพื่อนคนหนึ่งมาตลอดจนถึงเวลาที่ต้องถามความรู้สึกออกไปคำตอบจะเป็นอย่างไร ต้องไปรับชมกันทาง YOUTUBE : Lower Mansion ซึ่งทางวงก็ขอฝากถึงแฟนๆ ไว้สั้นๆ ว่า “หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้บ้างนะครับ”