คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2568

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58” ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์แห่งการให้…ไม่หยุดชอป” มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปีจัดโดยสภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย 27 ก.พ. เวลา 08.30 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน งานมีถึง 2 มี.ค. 10.00-20.00 น. รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย…

●● ยินดีกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม (TQC Plus)และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี รับรางวัล Leadership Excellence Award ในพิธีมอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 23 จัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม…

●● ฤดูกาลข้าวแช่มาแล้วพร้อมฤดูร้อนข้าวแช่ คุณวิสวาท บุนนาค อัศวนนท์ โดยลูกสาว พรทิพย์ อารียา เปิดขายยืนยันความอร่อยเหมือนเดิม (น้ำอบควัน ดอกกระดังงาลนไฟ ดอกชำมะนาด ดอกมะลิ ปลูกในสวนหลังบ้าน ไม่มียาฆ่าแมลง) ชุดละ 380 บาท ไม่รวมค่าส่ง โทร.02-2861952 ส่วนผู้ที่จะไปรับทานที่บ้านเปิดเฉพาะเที่ยง รับจำนวนจำกัด ชุดละ 800 บาทมี ข้าวแช่ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหน้านวล ชา กาแฟโทร.081-9874662 พิมสวาท…

●● ธรรมศาสตร์รุ่นเข้าปี 2508 จัดงาน 60 ปี TU 08 พบปะกันเพื่อรำลึกถึงการเข้าเรียนร่วมกันครบ 60 ปีวันเสาร์ 1 มี.ค. ตั้งแต่ 10.00 น. ที่ห้องบอลรูม โรงแรม S 31 ปากซอยสุขุมวิท 31..กาญจนา วงศ์พัวพันธ์ ฝากว่าอย่ารอไปเจอกันตอน ครบรอบปีที่ 61 หรือ 62 .. เพราะคงจัดกันยากยิ่งกว่า…●● อนุโมทนาบุญกับครอบครัว สมารมณ์-กนกรัตน์ ตีรณสารในการอุปสมบทของบุตรชาย กิตติพงศ์ตีรณสาร 1 มี.ค. 08.30 น. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก…

●● พระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว.มารศรี สุจริตกุล 25 ก.พ.17.00 น.วัดมกุฏกษัตริยาราม.. สวด อ.อุไรวรรณสุพรรณ อดีต ผอ.รร.สามเสนวิทยาลัย 23-25 ก.พ.19.00 น. วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ..ฌาปนกิจ 26 ก.พ. 17.00 น. ..สวด อรรคกานต์กรรณสูต ศาลา 6 วัดโสมนัสฯ 20-24 ก.พ. 18.00 น…ฌาปนกิจ 25 ก.พ. 14.00 น. …

●● งานมุทิตาจิตสักการะ อายุวัฒนมงคลครบรอบ 89 ปี 69 พรรษา พระราชวชิรญาณโสภณ (หลวงปู่อุทัย สิริธโร) เจ้าอาวาสวัดเขาใหญ่ญาณสัมปันโน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 11-12 มี.ค. ..ร่วมออกโรงทานติดต่อพระอาจารย์กบ 085-2075945…

●● งานบิ๊กโปรเจกท์ระดับประเทศริมน้ำเจ้าพระยา มหกรรมเรือและกิจกรรมทางน้ำ Riverdale Marina Boat Fair #3 โดยหัวเรือใหญ่แห่งริเวอร์เดล มารีน่า บูลพัฒน์ วิศรุตวงศ์ รักษาการ กจก.บมจ. พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น สุดปลื้ม กระแสตอบรับดี พันธมิตรเรือยอชต์สุดหรูและเจ้าของอุปกรณ์ทางน้ำแบรนด์ดังต่างประเทศ นำสินค้าเข้าร่วมกว่า 10,000 รายการ ชวนมาเติมเต็มสีสันชีวิตกับความล้ำสมัยของนวัตกรรมยานยนต์แห่งสายน้ำ วันที่ 5-9 มี.ค. ภายในโครงการริเวอร์เดล มารีน่า ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค…

●● ขอแสดงความยินดีกับ ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิง กอบจิตต์ ลิมปพยอม แพทย์จุฬาฯ รุ่น 14 ได้รับรางวัล “สตรีดีเด่นในเวที/เครือข่ายระดับสากล ประเภทบุคคลภาครัฐ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์…●●

คุณแหน

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ฉลอง 40 ปี สร้างต้นแบบลดเสี่ยง NCDs ชี้ ‘คนวัยทำงานเสี่ยงสูง’ คนไทย 1 ใน 10 ป่วยเบาหวาน ทะลุ 6.5 ล้านคนแล้ว

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ฉลอง 40 ปี สร้างต้นแบบลดเสี่ยง NCDs ชี้ ‘คนวัยทำงานเสี่ยงสูง’ คนไทย 1 ใน 10 ป่วยเบาหวาน ทะลุ 6.5 ล้านคนแล้ว

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ฉลอง 40 ปี สร้างต้นแบบลดเสี่ยง NCDs ชี้ ‘คนวัยทำงานเสี่ยงสูง’ คนไทย 1 ใน 10 ป่วยเบาหวาน ทะลุ 6.5 ล้านคนแล้ว

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ และ นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่วางรากฐานและสร้างต้นแบบการดูแลรักษาเบาหวานในระดับสากล ฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งความสำเร็จในการดูแลสุขภาพของคนทุกวัย ภายใต้แคมเปญ “The Heart of Giving, The Gift of Caring” ดูแลด้วยใจ ห่วงใยไม่สิ้นสุด พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ปัจจุบันกลายเป็นความท้าทายสำคัญของวงการสาธารณสุขไทย ด้วยตัวเลขผู้เป็นเบาหวานสะสมที่น่ากังวล นอกจากนี้ โรค NCDs ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

แผนการดำเนินงานของโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ สอดรับกับการประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ให้การลดอัตราการป่วยโรค NCDs ของคนไทยเป็นวาระแห่งชาติ โรงพยาบาลฯ จึงเร่งเดินหน้ายกระดับบริการด้านสุขภาพมาตรฐานระดับสากลที่ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลรักษาตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการฟื้นฟู เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้คนทุกวัย พร้อมสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนผ่านการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของโรค NCDs และแนวทางการปรับไลฟ์สไตล์ก่อนถึงวันที่สาย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เทพ หิมะทองคำผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ มุ่งสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพให้ประชาชนทุกวัย โดยแนวคิดนี้เกิดจากประสบการณ์ศึกษาดูงานต่างประเทศ ซึ่งทำให้เห็นว่าการดูแลโรค NCDs โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ต้องเน้นการป้องกันและให้ความรู้ควบคู่กับการรักษา เพราะผู้ป่วยมักเผชิญกับปัญหาซ้ำซากเมื่อพึ่งพาการรักษาเพียงอย่างเดียว ผมตระหนักว่าการให้ความรู้คือกุญแจสำคัญ แต่ต้องมีทีมสหสาขาวิชาชีพที่แข็งแกร่งและระบบที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ เพื่อเป็นต้นแบบการดูแลผู้ป่วยที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การให้ความรู้ และการป้องกัน โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่สามารถป้องกันได้หากสร้างความตระหนักรู้ที่ถูกต้อง”

งานวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ WHO บ่งชี้ว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรค NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง เบาหวาน มะเร็ง และโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ โรค NCDs ยังเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่รุนแรง โดยกรมควบคุมโรค เผยว่าโรค NCDs ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 9.7% ของ GDP ล่าสุด สธ. จึงประกาศให้การต่อสู้กับโรค NCDs เป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ พร้อมเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมป้องกันการป่วยก่อนเป็นโรคและส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพที่ดี พร้อมหาทางแก้ไขให้ตรงสาเหตุ

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจสุขภาพด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาอันท้าทายเช่นนี้ หลังจากที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีประชากรอายุเกิน 65 ปี เพิ่มขึ้นถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในอีก 10 ปีข้างหน้า การฉลองครบรอบ 40 ปีภายใต้แนวคิด “The Heart of Giving, The Gift of Caring” จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่เราสามารถสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันได้อย่างตรงจุดอย่างกลุ่มโรค NCDs”

ขณะที่สถานการณ์น่ากังวลและสาเหตุของโรค NCDs นายแพทย์สมเกียรติ กล่าวเสริมว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในกลุ่มโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การขยายตัวของเมือง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การผลักดันให้การลดอัตราการป่วยด้วยโรค NCDs เป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประเทศ

“วัยทำงานในเมือง กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพที่น่าวิตก โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค NCDs ไม่ว่าจะเป็นการปาร์ตี้ที่มักมาพร้อมกับการดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานบุฟเฟ่ต์ที่เน้นของมัน และของหวาน การติดกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อต่อสู้กับความเหนื่อยล้า รวมถึงการเลือกอาหารจานด่วนและอาหารสำเร็จรูปเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เมื่อประกอบกับความเครียดจากการทำงาน การนั่งทำงานเป็นเวลานาน และการขาดการออกกำลังกาย จึงไม่น่าแปลกใจที่พบว่าคนวัยทำงานกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สูงขึ้น

โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต ซึ่งมีแนวโน้มพบในกลุ่มอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ ด้วยความตระหนักถึงความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนนี้โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ จึงมุ่งมั่นนำระบบการดูแลผู้ป่วยแบบทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งได้ถูกพัฒนาและเป็นต้นแบบการดูแลรักษาของประเทศไทยมานาน 40 ปี พร้อมต่อยอดสร้างประโยชน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพนี้ไม่เพียงมุ่งการรักษาอาการของโรคเท่านั้น แต่เน้นให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายผลการดูแลสุขภาพไปสู่สมาชิกในครอบครัวและสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับคนทุกวัย”

นายแพทย์เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ กล่าวว่าจากรายงานสถิติสาธารณสุขไทยพบว่า มีผู้เป็นเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 300,000 คนต่อปี และปัจจุบันมีคนไทยถึง 1 ใน 10 คน หรือประมาณ 6.5 ล้านคนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ที่น่าเป็นห่วงคือ เรากำลังพบผู้ป่วยในกลุ่มคนทำงานที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาระงานหนักและมีความเครียดสูง ซึ่งมักพึ่งพาอาหารหวาน มัน และของทอด เพื่อบรรเทาความเครียด แม้น้ำตาลจะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้ชั่วคราว แต่พฤติกรรมเช่นนี้กลับทำลายสุขภาพในระยะยาว

“โรคเบาหวานยังเป็นจุดเริ่มต้นของโรค NCDs อื่นๆ ที่อันตรายไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังจากการที่ไตต้องทำงานหนักในการกรองน้ำตาล ภาวะจอประสาทตาเสื่อมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น และภาวะปลายประสาทเสื่อมที่ทำให้เกิดแผลที่เท้าซึ่งรักษายาก และสามารถนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะ การป้องกันโรคเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ และธัญพืชเต็มเมล็ด ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และหมั่นตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาความผิดปกติให้พบแต่เนิ่นๆ รวมถึงการลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่วันนี้”

พิเศษ !! ฉลองครบรอบ 40 ปี โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ จัดโปรโมชั่น “40 Year to Better Health สุขภาพดี ไม่มีหยุด” ตลอด 40 วันแห่งความสุข มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพ 14 รายการ ในราคา 1,440 บาท และโปรแกรมตรวจเฉพาะทางด้านเบาหวาน เริ่มต้น 3,940 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ : (1) แลกซื้อรายการตรวจพิเศษกว่า 40 รายการ เริ่มต้นเพียง 440 บาท และ (2) รับ Cash Voucher มูลค่า 400 บาท สำหรับใช้บริการ OPD/IPD ในครั้งถัดไป ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์- 31 มีนาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.theptarin.com สอบถามได้ที่ 02-3487000 หรือเข้าชมเว็บไซต์ www.theptarin.com

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ฉลอง 40 ปี ลดเสี่ยง NCDs กับแคมเปญ “The Heart of Giving, The Gift of Caring”

โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ฉลอง 40 ปี ลดเสี่ยง NCDs กับแคมเปญ “The Heart of Giving, The Gift of Caring”

ภริยาทูตนานาประเทศ จับมือ สภากาชาดไทย ชวนช้อปสินค้า‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

ภริยาทูตนานาประเทศ จับมือ สภากาชาดไทย ชวนช้อปสินค้า‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

ภริยาทูตนานาประเทศ จับมือ สภากาชาดไทย ชวนช้อปสินค้า‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะภริยาทูต พร้อมด้วยผู้บริหารจาก Donation Hub สภากาชาดไทย และผู้สนับสนุนการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58

กลับมาอีกครั้ง “งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58” ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์แห่งการให้…ไม่หยุดชอป” (Miracle of Giving) โดย Donation Hub สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม นี้ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอนและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.iredcross.org รายได้เพื่อสมทบทุนสภากาชาดไทย

งานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยนางทาลา ดิโอนิชี ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี รองประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2568 นางทราง ถิ ทู โฮ ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประธานคณะกรรมการจัดทำสลากงานออกร้านคณะภริยาทูตประจำปี 2568 นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัยรองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทยและผู้สนับสนุนการจัดงาน ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ Main Entrance, พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวถึงการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 ว่า การจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต เป็นกิจกรรมหารายได้ที่ สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมและสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสภากาชาดไทย คณะทูตานุทูต ภริยาทูต สถานกงสุลต่างๆ และเพื่อหารายได้ โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานภารกิจ ในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ

ในโอกาสนี้ สภากาชาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดและเยี่ยมชมงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 น. ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางทาลา ดิโอนิชี ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2568 กล่าวเสริมว่า งานปีนี้ได้รับความร่วมมือจากสถานทูต 56 ประเทศ ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองอาหาร สินค้าอุปโภค-บริโภค เสื้อผ้า เครื่องประดับ
ของตกแต่งบ้าน อันเป็นเอกลักษณ์จากทั่วทุกมุมโลกอาทิ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากกุหลาบบัลแกเรีย,เจลอาบน้ำ โลชั่นยอดนิยมจากสเปน, อาร์แกนออยล์บริสุทธิ์ จากโมร็อกโก, ผ้าแคชเมียร์ เสื้อ ผ้าพันคอผ้าคลุมไหล่ เครื่องหนังจากมองโกเลีย, เครื่องแก้วจากสาธารณเช็ก, สินค้าพื้นเมืองจากปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา เม็กซิโก มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน รวมถึงสินค้าจากร้านโครงการในพระราชดำริฯ,การพัฒนาและยกระดับสินค้า OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงการจำหน่ายบัตรเข้างานและสลากคณะภริยาทูต เพื่อหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานในโครงการต่างๆ ของสภากาชาดไทย

นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละปีจะมีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรเงินรายได้เพื่อให้สภากาชาดไทย นำไปใช้ในการดำเนินงานตามภารกิจ 4 ด้าน สำหรับในปีที่ผ่านมาได้จัดสรรเงินรายได้จำนวน 13,241,873.34 บาท มอบให้การดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก, ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ, ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ และศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ (เพื่อโรคมะเร็งเต้านม)โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย, ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, โครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่ และความพิการอื่น, โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย และโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียน ภาษาไทย สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย เป็นต้น

นอกจากการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของสถานทูตประเทศต่างๆ แล้ว ให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานให้ได้ร่วมทำบุญและลุ้นรับของรางวัลมากมาย กับสลากงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2568 จำหน่ายในราคาใบละ 50 บาท โดยจะทำการประกาศผลรางวัลในวันสุดท้ายของการจัดงาน ในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 และบนแพลตฟอร์มออนไลน์www.iredcross.org เปิดจำหน่ายบัตรเข้างานในราคาพิเศษ Early Bird 40 บาท (จากราคาปกติ 50 บาท) ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่26 กุมภาพันธ์ 2568 การจำหน่ายสลากคณะภริยาทูตในรูปแบบออนไลน์ และร่วมบริจาคเงินในโครงการต่างๆ ของสภากาชาดไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ งานออกร้านคณะภริยาทูตในปีนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาครัฐ และ ภาคเอกชนต่างๆ เช่น บริษัท เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด จำกัด, บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด, บริษัท บี.กริม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.), บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท แคชเมียร์ อาร์ทิชาณน์ จำกัด, บริษัท ธนาวัธน์ อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ยี้ไห่ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด

คณะภริยาทูตร่วมประชาสัมพันธ์สลากกาชาด ประจำปี2568

คณะภริยาทูตร่วมประชาสัมพันธ์สลากกาชาด ประจำปี2568

มาดาม ทาลา ดิโอนิชี ภริยาออท.สาธารณรัฐอิตาลี, มาดาม ธานดิเว่ ดอริส ภริยาออท.แอฟริกาใต้ และมาดาม Afaf Hamad Al Shayea ภริยาออท.ซาอุดีอาระเบีย

มาดาม ทาลา ดิโอนิชี ภริยาออท.สาธารณรัฐอิตาลี, มาดาม ธานดิเว่ ดอริส ภริยาออท.แอฟริกาใต้ และมาดาม Afaf Hamad Al Shayea ภริยาออท.ซาอุดีอาระเบีย

ขรรค์ ประจวบเหมาะ, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย และ กฤษณา จรรยาสกุลวงศ์

ขรรค์ ประจวบเหมาะ, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย และ กฤษณา จรรยาสกุลวงศ์

ม.ล.อรดิศ ดิศกุล

ม.ล.อรดิศ ดิศกุล

S&P ส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม ปีที่ 21 มอบเค้กดอกไม้แสนอร่อยแก่ผู้ด้อยโอกาส

S&P ส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม ปีที่ 21 มอบเค้กดอกไม้แสนอร่อยแก่ผู้ด้อยโอกาส

S&P ส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม ปีที่ 21 มอบเค้กดอกไม้แสนอร่อยแก่ผู้ด้อยโอกาส

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มณีสุดา ศิลาอ่อน และน้องๆ ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่)

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish 2025…เค้กนี้ด้วยรักตลอดไป ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เพื่อสร้างกำลังใจแก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยขนกองทัพเค้กแสนอร่อย จำนวน 545 ปอนด์ เพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้มสู่สังคม ไปยังผู้ด้อยโอกาส เด็กกำพร้า คนพิการ ผู้สูงอายุและผู้ป่วย จำนวน 3,789 คน จากมูลนิธิต่างๆในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 21 แห่ง เนื่องในเทศกาลปีใหม่และเทศกาลวันแห่งความรัก

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การแบ่งปันน้ำใจและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคมเป็นสิ่งที่หลายคนมองว่าอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับเด็กๆ ผู้ป่วย และผู้สูงอายุกลุ่มนี้ ที่อาจมีโอกาสไม่มากเท่าคนอื่น สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่สามารถสร้างพลัง กำลังใจและรอยยิ้มให้กับเค้าไม่มากก็น้อย ช่วยเติมเต็มความสุขให้มีแรงใจในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยปีนี้ เอส แอนด์ พี ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง ตามเจตนารมณ์ของผู้บริหาร ส่งมอบความสุขนี้มาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน โดยยึดหลักปฏิบัติ “คุณธรรมเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนไปพร้อมๆ กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ปีนี้ โครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish…เค้กนี้ด้วยรักตลอดไปจัดขึ้นเป็นปีที่ 21 โดยบริษัทฯ ตั้งใจจัดทำเค้กขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ตามมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ต่างๆ เพื่อแบ่งปันความสุข สร้างรอยยิ้มและส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่กัน รวมไปถึงทุกคนจะได้อิ่มเอมไปกับเค้กแสนอร่อยและมีคุณภาพจากเอส แอนด์ พี”

โครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish 2025 นำเค้กขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนรวม 545 ปอนด์ ไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ป่วยตามมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 21 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (โรงเรียนปัญญาวุฒิกร) มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ (คลองเตย) มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่) มูลนิธิบ้านพระพร สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนและพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า) สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (บ้านราชาวดี หญิง-ชาย)สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จังหวัดปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค 1-2 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งในแต่ละปีจะหมุนเวียนมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อส่งมอบเค้กแห่งความสุขนี้ไปสู่ผู้รับได้อย่างทั่วถึง

เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้มคืนสู่สังคม และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสิ่งดีๆ พร้อมเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

เสาวนีย์ สุวรรณชีพ ปธ.กก.มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ และ จันทรา อินทรทูต กก.มูลนิธิฯ ร่วมรับมอบเค้กดอกไม้ยักษ์

เสาวนีย์ สุวรรณชีพ ปธ.กก.มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ และ จันทรา อินทรทูต กก.มูลนิธิฯ ร่วมรับมอบเค้กดอกไม้ยักษ์

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รับมอบเค้กเพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้ป่วยเด็ก

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รับมอบเค้กเพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้ป่วยเด็ก

ส่งมอบความสุขให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ส่งมอบความสุขให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้าน บางแค 2

ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้าน บางแค 2

น้องๆ บ้านราชาวดี (ชาย) ยกนิ้วให้เค้กแสนอร่อยจาก S&P

น้องๆ บ้านราชาวดี (ชาย) ยกนิ้วให้เค้กแสนอร่อยจาก S&P

ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จ.ปทุมธานี

ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จ.ปทุมธานี

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ (คลองเตย)

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ (คลองเตย)

โรงเรียนปัญญาวุฒิกร

โรงเรียนปัญญาวุฒิกร

สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท)

สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท)

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนฯ (บ้านเฟื่องฟ้า)

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนฯ (บ้านเฟื่องฟ้า)

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท

‘Ember Cafe & Wine’ จุดบรรจบของเถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่นและไวน์จากแหล่งผลิตใกล้ภูเขาไฟ

‘Ember Cafe & Wine’ จุดบรรจบของเถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่นและไวน์จากแหล่งผลิตใกล้ภูเขาไฟ

‘Ember Cafe & Wine’ จุดบรรจบของเถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่นและไวน์จากแหล่งผลิตใกล้ภูเขาไฟ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.37 น.

เมื่ออาหารและไวน์ คือแรงดึงดูดที่ทำให้คนที่มีแพชชั่นในการทำอาหารต้องออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก เพื่อหาแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศ สู่การเปิดร้านอาหาร Ember Cafe & Wine ในคอนเซปต์ “Volcano” หรือ เถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่น

อีกหนึ่งสถานที่ที่นักชิม นักเที่ยว ต้องปักหมุดไว้ นั่นคือ “Ember Cafe & Wine” แหล่งรวมความลงตัวทั้งอาหารและสถาปัตยกรรม พร้อมไวน์ชั้นเลิศจากแหล่งผลิตใกล้ภูเขาไฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาหารเวสเทิร์นฟู้ดที่รังสรรค์ด้วยการเผาไฟ (Flame-cooked) เพื่อเพิ่มรสชาติความเข้มข้นและกลิ่นหอม ผสานงานโครงสร้างสถาปัตยกรรมกับเทคโนโลยีการก่อสร้างจาก SCG 3D Printing  เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ของการก่อสร้าง เรียกว่า เปิดทุกมิติความแปลกใหม่ระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว

“Ember Cafe & Wine” ไม่เพียงแต่เป็นแค่ร้านคาเฟ่และไวน์เท่านั้น แต่ยังเปิดเป็น Class Studio และเป็น Community ของผู้คนที่ชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องเดียวกัน ให้มาสัมผัสโลกใหม่ทั้งในด้านรสสัมผัสไวน์ชั้นเลิศและงานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ราวกับจำลองแกรนด์แคนยอนมาวางไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านพระราม 9

Mr. Calvin Fong ผู้ที่เป็นทั้งหุ้นส่วนร้านและเชฟ เล่าถึงแรงบันดาลใจของการทำร้านนี้ว่า “ด้วยความหลงใหลในไวน์และอาหารจึงเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เราออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อหาประสบการณ์พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร ไปจนถึงการเจอแหล่งวัตถุดิบชั้นดีที่หายาก โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบครัวไฟอยู่แล้วเพราะเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมที่ได้เห็นกันมา เมื่อก่อนไม่จำเป็นต้องมีปลั๊กไฟ เราใช้เพียงถ่านหรือฟืนในการประกอบอาหาร ดังนั้นแต่ละเมนูของร้านที่เสิร์ฟจึงเป็นงานศิลป์ที่ใช้ไฟในการควบคุมความอร่อยอย่างพิถีพิถันในสไตล์เวสเทิร์น ขณะที่ไวน์ของร้านแต่ละชนิดถูกคัดสรรมาอย่างดีจากแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟ เพราะธาตุเหล็กและโพแทสเซียมในดินภูเขาไฟจะมีความเค็ม หวาน ทั้งยังมีกลิ่นหอมและรสชาติของผลไม้ที่บริสุทธิ์กว่าดินอื่นๆ ไวน์ที่ได้จึงมีความนุ่มและกลมกล่อม”

นอกจากนี้ ภายในร้านได้ออกแบบครัวเป็นระบบเปิดที่เชฟสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้โดยตรง และยังเป็นการเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกค้าได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การมองเห็นทุกขั้นตอนของการรังสรรค์เมนูต่างๆ ไปพร้อมๆ กับการได้ยินเสียงการปรุงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา การสัมผัสถึงความอบอุ่นจากไฟที่ลุกไหม้ในเตา  การดมกลิ่นหอมเย้ายวนจากเตา และการได้ลิ้มรสอาหารที่เต็มไปด้วยรสชาติสดใหม่  ซึ่งเป็นการรังสรรค์แต่ละเมนูให้ออกมาอย่างพิถีพิถันที่สุด และไฮไลท์ที่สำคัญคือ “ไวน์แพริ่ง” หรือการจับคู่อาหารกับไวน์ เพื่อยกระดับรสชาติ  ของอาหารไปพร้อมกับการดึงลักษณะเฉพาะตัวของไวน์ออกมาสร้างสีสันให้กับมื้ออาหารในช่วงค่ำคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Ember Cafe & Wine ตั้งอยู่ที่พระราม 9 ซอย 43 กรุงเทพฯ เมื่อขับรถเข้ามาในซอยประมาณ 450 เมตร ท่ามกลางบ้านเรือนรอบข้าง ต้องสะดุดตากับสถาปัตยกรรมสีอิฐดินเผาน่าทึ่งที่ตั้งตระหง่านกลางซอย มีลักษณะคล้ายกับหุบเขา ราวกับจำลองแกรนด์แคนยอนมาไว้กลางกรุง ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของร้านได้ไอเดียมาจากแกรนด์แคนยอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และส่งต่อไอเดียนี้ให้ทาง SCG เพื่อช่วยเนรมิตขึ้นโครงสร้างอาคารให้ได้ภาพใกล้เคียงกับความจริงที่สุด ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยี SCG 3D Printing นวัตกรรมการก่อสร้างแห่งอนาคต สร้างอิสระในงานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและศิลปะในการก่อสร้าง เกิดเป็นดีไซน์รูปทรงอาคารโค้งเว้าให้อารมณ์เหมือนปล่องภูเขาไฟ และลวดลายบริเวณผนังอาคารที่มีลักษณะเป็นริ้วที่พริ้วไหว ได้รูปแบบล้ำสมัยไม่ซ้ำใคร

จุดตั้งต้นสู่ชื่อร้าน Ember ที่แปลว่า เถ้าถ่านที่ยังคุกรุ่น มาจากการหยิบไวน์มาเป็นจุดนำของเรื่อง ซึ่งไวน์ที่ร้าน  ส่วนใหญ่มาจากแหล่งผลิตใกล้ภูเขาไฟ และเทคนิคการปรุงอาหารด้วยการใช้ไฟเผา นอกจากนี้ตัว M ในโลโก้ ยังถูกออกแบบให้เป็นเหมือนรูปภูเขาไฟ เพื่อคงคอนเซปต์และสื่อถึงความโดดเด่นของร้านได้อย่างมีเอกลักษณ์

โครงสร้างสถาปัตยกรรมด้วยนวัตกรรม SCG 3D Printing (เป็นการขึ้นรูปคอนกรีตจากโรงงาน และนำไปประกอบที่หน้างาน ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานล่าช้า ลดเศษวัสดุเหลือทิ้งจากไซต์ก่อสร้างได้กว่า 70% รวมถึงลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ได้ถึง 1,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์) ถือเป็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วย

รูปแบบสถาปัตยกรรมนี้ที่ถูกออกแบบด้วย SCG 3D Printing ยังช่วยให้สามารถควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำกว่าภายนอกได้ 3-5 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติให้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 15–18 องศาเซลเซียส ซึ่งการปกป้องไวน์จากแสงแดดและความร้อน นับเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่การใช้งานและความล้ำสมัย เพื่อให้ไวน์ทุกขวดถูกเก็บรักษาอย่างดี พร้อมเสิร์ฟทุกโอกาสพิเศษ

Mr. Calvin มองว่า การก่อสร้างด้วยนวัตกรรม SCG 3D Printing เป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้นและสามารถสร้างสิ่งที่ตรงกับความคิดได้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด เพราะการก่อสร้างรูปแบบเดิมๆ ที่เป็นเหลี่ยมมุมไม่สามารถทำความโค้งในแบบที่เราต้องการได้ เช่น ช่องแสงธรรมชาติที่อยู่ด้านบนเพดานมีลักษณะเป็นริ้วเส้นความโค้งที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความแข็งกระด้างลง ดังนั้น การนำนวัตกรรม SCG 3D Printing เข้ามาใช้ในการก่อสร้างสามารถเนรมิตภาพที่เราวาดฝันไว้ให้เป็นจริงได้

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 11.00-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจองไพรเวทสามารถสำรองโต๊ะได้ทาง Instragram @ember.bangkok

-(016)

ฉลองเปิดใหม่! โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ The Mesh

ฉลองเปิดใหม่! โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ The Mesh

ฉลองเปิดใหม่! โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ The Mesh

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.04 น.

กรุงเทพฯ– โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ โรงแรมแห่งใหม่กลางเมือง พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่สะดวกสบายและสร้างแรงบันดาลใจใหม่สำหรับสายกิน สายดริ้งค์ ห้ามพลาด! โปรโมชั่นฉลองเปิดใหม่ที่ The Mesh ห้องอาหารที่ผสมผสานความโมเดิร์นสุดทันสมัยเข้ากับความเท่สไตล์สปอร์ตบาร์ ไม่ว่าคุณจะมานั่งชิล พบปะสังสรรค์ หรือชมการแข่งขันกีฬาสด เพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งนานาชาติ ฟิวชั่น และรสชาติไทยแท้ อาทิ ผัดไทไชยา ข้าวซอยไก่เส้นเฟตตูชินี่หมึกดำ คอนคิลิโอเน่ผัดหอยลาย แกงเขียวหวานแกะ และ ตบท้ายด้วยของหวาน ชีสเค้กทเวนตี้ทู ในบรรยากาศที่สบายๆ และเป็นกันเอง

โปรโมชั่นสุดพิเศษ ฉลองเดือนแห่งความรักแบบ The Mesh  ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ Happy Hour ทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00 น. ถึง 19:00 น.เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มในราคาสุดพิเศษ ให้ทุกค่ำคืนของคุณเต็มไปด้วยความสนุก โปรโมชั่นโซเชียลมีเดีย : รับฟรีเฟรนช์ฟรายส์ เมื่อเช็คอินและแท็ก The Mesh บน Facebook หรือ Instagram ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม

สายดริ้งค์ห้ามพลาด! กับประสบการณ์สุดประทับใจจาก The Mesh ที่พร้อมเปิดให้บริการเพื่อมอบช่วงเวลาดี ๆ ให้ในทุกวันแบบไม่เหมือนใคร ตั้งแต่เวลา 06:00 น. – 01:00 น. 

สนใจจองห้องพักหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fourpointsbangkoksukhumvit22.com

-(016)

‘ประชาชนเบียร์’ พร้อมใจชนแก้ว @ช่างชุ่ย Beer People Festival 2025

‘ประชาชนเบียร์’ พร้อมใจชนแก้ว @ช่างชุ่ย Beer People Festival 2025

‘ประชาชนเบียร์’ พร้อมใจชนแก้ว @ช่างชุ่ย Beer People Festival 2025

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.51 น.

‘ประชาชนเบียร์’ พร้อมใจชนแก้ว @ช่างชุ่ย Beer People Festival 2025 กลับมาอีกครั้ง เฟสติวัลคราฟต์เบียร์ กาแฟ และสายเขียว ในที่เดียว

ช่างชุ่ย : กลับมาอีกครั้ง…ทรงพลังกว่าเดิม! รวมพลประชาชนเบียร์ทั่วสยามประเทศใน Beer People Festival 2025 เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ที่แฟนพันธุ์แท้คราฟต์เบียร์เฝ้ารอ! ปีนี้ 3 พันธมิตรตัวตึงแห่งวงการนำโดย “ประชาชนเบียร์” ร่วมกับ “STUDIO11206” และ “ช่างชุ่ย Creative Park” ผนึกกำลังเล่นใหญ่เอาใจมิตรรักนักดื่มแบบเมามันในธีม “งานวัด ร่วมสมัย” จัดเต็มทั้งคราฟต์เบียร์สัญชาติไทยและต่างประเทศกว่า 400 ร้านค้า คราฟต์เบียร์เย็นฉ่ำกว่า 1,000 รสชาติ ม่วนจอยตั้งแต่สายยันค่ำ ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมกาแฟเคล้าบทสนทนาใน “สภากาแฟ” และเรียนรู้กรรมวิธีการผลิตเหล้าเบียร์ตั้งแต่ “จุดเริ่มต้ม” จนถึงสร้างแบรนด์ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดมันในเฟสติวัล 3 วันเต็ม @ช่างชุ่ย พร้อม 2 โซนใหม่เพิ่มความสนุก x2 ที่ประชาชนเบียร์อย่างคุณไม่ควรพลาด  7-9 มีนาคม 2568 เวลา 11.00-23.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า เข้าร่วมงานฟรี

ย้อนรากเหง้าเรื่องเหล้าเบียร์ ปลุกกระแสเบียร์เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่

เมื่อพูดถึงเบียร์เฟสติวัลหลายคนคงนึกถึง “Oktoberfest” ในนครมิวนิก ประเทศเยอรมนี เฟสติวัลที่คนรักเบียร์ทั่วโลกต่างอยากไปเยือนสักครั้ง สู่แรงบันดาลใจในการจัดงาน “Beer People Festival” เทศกาลเบียร์ สุราแช่ สุราพื้นบ้าน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ไม่เพียงเป็นแค่ศูนย์รวมของคนต้ม คนดื่ม คนขายกว่า 400 ร้านค้า 1,000 กว่ารสชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่ผลักดันอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ไทย ส่งเสริมการค้าเสรี และวัฒนธรรมการดื่มที่ดี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

“คำว่า “ประชาชนเบียร์” มาจากการรวมตัวของคนรักเบียร์และสุราไทย ไม่ว่าจะเป็นคนต้ม คนดื่ม และคนขายในประเทศไทย เราสร้างประเทศขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า “Beer Country” ปีนี้ประเทศของเราต้องการที่จะสื่อสารถึงรากเหง้าของประวัติศาสตร์เหล้าเบียร์ในเมืองไทยเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์โลก ผ่านการรวบรวมความรู้เรื่องเหล้าเบียร์ในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งการรักษาโรค บทบาทในยุคสงคราม ศาสนา รวมไปถึงประวัติศาสตร์ของแต่ละผู้ผลิตที่มาออกบูธในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้คนเข้าใจว่าเหล้าเบียร์ในหน้าประวัติศาสตร์ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป”

เบนซ์-ธนากร ท้วมเสงี่ยม ผู้ก่อตั้งประชาชนเบียร์ เล่าถึงที่มาและคอนเซ็ปต์ของ Beer People Festival 2025 ที่จะพาทุกคนออกเดินทางกลับสู่ “รากเหง้า” ของวัฒนธรรมการดื่มแบบไทย ๆ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสู่เวทีระดับโลก ชวนคุณมาเรียนรู้มรดกทางภูมิปัญญาและต้นกําเนิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในท้องถิ่น ที่ได้รับการสืบสานและพัฒนาสู่ศาสตร์และศิลปะแห่งการผลิตเบียร์ สุราแช่ และสุราไทยยุคใหม่ในปัจจุบัน

“ปีนี้เราครีเอทโซน “จุดเริ่มต้ม” ขึ้นมา เพราะการทำเบียร์และเหล้าต้องมีการต้มครับ โซนนี้จึงมีทั้งหม้อกลั่น ถังหมักเบียร์ และมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำเหล้าเบียร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการสร้างแบรนด์สำหรับผู้ที่อยากทำดื่มเองหรือสนใจเข้ามาในธุรกิจนี้ อีกหนึ่งความพิเศษคือ ปีนี้เรารวบรวมแบรนด์จากต่างประเทศทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไอซ์แลนด์ และเยอรมนี เพราะผมเคยตั้งเป้าไว้ว่า ภายในสิบปีข้างหน้าเราจะก้าวไปสู่ความเป็น Oktoberfest ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครั้งนี้เป็นปีที่สามของการจัดงาน เราพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยวัฒนธรรมการดื่มที่ดี และส่งเสริมการค้าเสรี  ภายใต้แนวคิดว่า We believe we can shape a better future one drink at a time”

จากรากเหง้าของจุดเริ่มต้มในประวัติศาสตร์ไทย สู่คราฟต์เบียร์และสุราพื้นบ้านกว่า 400 ร้านค้า ที่จะมาเขย่าวงการแอลกอฮอล์ของไทยให้เต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจ ควบคู่กับการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเบียร์เฟสติวัลแห่งอาเซียน! 

วินเทจวินใจ “งานวัด ร่วมสมัย” สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจในประชาชนเบียร์

เหตุที่ธีมงานในปีนี้พูดถึง “รากเหง้าเรื่องเหล้าเบียร์ไทย” จุดประกายให้ครีเอทีฟเชื่อมโยงวัฒนธรรมการดื่มเข้ากับงานวัด อีเวนท์ที่ผูกพันกับวิธีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Beer People Festival ปีนี้จึงชวนทุกคนมาสัมผัสกับบรรยากาศสนุกสนานสไตล์ “งานวัด ร่วมสมัย” ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนชาติไหน ในเรื่องนี้ ไอซ์-วรุตม์ วิมลคุณารักษ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟ STUDIO11206 พูดถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบอีเวนท์

“ในฐานะที่ STUDIO11206 เป็น Experience Design Studio ที่ออกแบบประสบการณ์พิเศษมากกว่าแค่อีเวนท์ทั่วไป เราจึงนึกถึงคำว่า “Back to the Future” เป็นการนำพาผู้คนเดินทางกลับสู่อดีตเพื่อให้คนไทยมองเห็นคุณค่าของมรดกทางภูมิปัญญาไทย สู่อนาคตของแอลกอฮอล์ไทยที่มีศักยภาพเทียบเท่าระดับโลก เรานำมาเชื่อมโยงกับธีม “งานวัด” หนึ่งในเฟสติวัลที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมานาน ให้คุณสัมผัสความสนุกแบบไทยสไตล์ ท่ามกลางกลิ่นไอที่หลายคนคุ้นเคย เราจึงอยากชวนผู้ที่มาร่วมงานให้แต่งตัวในธีมงานวัดจะยุค 60s, 70s, 80s, Disco หรือบางระจันก็ได้หมด แน่นอนเรามีรางวัลให้กับคนที่แต่งกายโดนใจทีมงานด้วยครับ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ และโซนต่าง ๆ อาทิ ตลาดเหล้าเบียร์ประชาชน, กับร้านแกล้มเด็ดๆ, โซนจำหน่ายอุปกรณ์การผลิตเหล้าเบียร์สำหรับผู้อยากริเริ่ม, เสวนาที่พูดถึงประวัติศาสตร์ของเหล้า เบียร์ และการขับเคลื่อนประเทศด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมบรรดานักการเมืองที่พร้อมมาร่วมขับเคลื่อนไปกับเรา, ดนตรีสดม่วนๆ และ 2 โซนใหม่ล่าสุด “สภากาแฟ” ที่รวมโรงคั่วขนาดเล็กและร้านกาแฟที่ประชาชนเบียร์ชิมแล้วชอบ และ “หนัดกินผัก” โซนลับสำหรับสายเขียว ที่จะเชื่อมต่อ 2 จักรวาลระหว่างแอลกอฮอล์และชาวกรีนเข้าด้วยกัน

“เราถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา เพื่อปรับเปลี่ยนและมอบประสบการณ์ใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างการพัฒนา Interactive Map ให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถค้นหาแผนที่ของร้านต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของเราได้อย่างสะดวกสบาย เรายังมีกิจกรรมสนุก ๆ ทั้งทาง Online และ Onsite อย่าง “เบียร์สุ่ม เทพใจดี” เซียมซีเสี่ยงทายว่า วันนี้คุณจะดื่มเบียร์อะไรดี ส่วนออนไลน์มี “Beer People Quiz” แบบทดสอบว่าคุณเหมาะกับเครื่องดื่มแบบไหนในงาน  

ไม่เพียงเท่านี้ Beer People Festival ยังส่งเสริมความยั่งยืนด้วยโครงการ ‘ขยะแลกเบียร์’ พร้อมจับมือกับ เอ๋-วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อปลูกฝังเรื่องการคัดแยกขยะ รวมถึงกิจกรรมดี ๆ อย่างการซื้อแก้วที่ระลึกของ Beer People Festival สามารถนำไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในราคา 100 บาทได้ทุกร้านค้า

ประชาชนเบียร์เล่นใหญ่ เที่ยวงานวัดอย่างมีสไตล์ @ช่างชุ่ย

หลังความสำเร็จครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ ช่างชุ่ย Creative Park จึงขยายพื้นที่กว่า 12 ไร่ ไว้รองรับพลเมืองเบียร์ที่คาดว่า ปีนี้จะมียอดผู้เข้าร่วมงานเกือบครึ่งแสนตลอด 3 วันของการจัดอีเวนท์ เลียว-โอมา ส่งวัฒนา Managing Director, ช่างชุ่ย Creative Park พูดถึงความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่ให้ตอบโจทย์ประชาชนเบียร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“ช่างชุ่ยนำเสนอความเป็นพื้นที่แห่งความสุขผ่านเรื่องราวของไลฟ์สไตล์และ passion ของผู้คน อีเวนท์ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการขับเคลื่อน passion ของผู้คนที่มีความรักในเรื่องของเหล้าเบียร์ โดยมีพาร์ทเนอร์ใหม่คือ ‘หนัดกินผัก’ ชาวสายเขียวที่พยายามผลักดันเรื่องสุขภาพและให้ความรู้กับประชาชน ทั้งเบียร์และสายเขียวต่างก็อยู่ร่วมกันได้ในแบบที่ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพ เราพยายามปรับเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อเหล้า เบียร์ และสายเขียว (กัญชา) อย่างการส่งเสริมเรื่องความยั่งยืน และดื่มไม่ขับเพื่อสร้างวัฒนธรรมการดื่มที่ดีให้คนไทย”

เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการดื่มที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม Beer People Festival 2025 จึงจัดโซนพิเศษที่เรียกว่า “จุดพักนักดื่ม” จุดวัดระดับแอลกอฮอล์และที่นั่งพักใกล้ทางออกทุกจุด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าร่วมงานจะเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงบริการรถแดงฟรี 3 สายตลอด 3 วันเต็ม

“Beer People Festival เป็นอีเวนท์ที่ตอบโจทย์ทุกเจนฯ อย่างแท้จริงครับ ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นแก๊งค์เพื่อน ครอบครัว ผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนพาสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ มาเดินเล่นเยอะมากครับ ช่างชุ่ยเราเน้นความเป็นพื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์เพื่อให้ทุกเจนฯ มีความสุขร่วมกัน รับรองว่า Beer People Festival จะมอบประสบการณ์สนุก ๆ ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนแน่นอน แล้วพบกันนะครับ”

เตรียมตัวให้พร้อมพบกับมิตรรักนักดื่มและเพื่อนใหม่ ๆ ย้อนรากเหง้าเรื่องเหล้าเบียร์ ในเทศกาลเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กันได้ที่ Beer People Festival 2025 เพียงปีละ 3 วันเท่านั้น! พร้อมเปิดพื้นที่แห่งความสุข 7-9 มีนาคม 2568 เวลา 11.00-23.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า เข้าร่วมงานฟรี! ชิมคราฟต์เบียร์ฟรี! ซื้อแก้วที่ระลึกของทางประชาชนเบียร์ ซื้อเครื่องดื่มในราคาพิเศษเพียงดื่มละ 100 บาท! พร้อมบริการรถสองแถว รับ-ส่ง ฟรี! จาก MRT สถานีสิรินธร (ทางออก 3A) มาช่างชุ่ย ตลอดทั้งงาน ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/prachachonbeer หรือ https://www.facebook.com/ChangChuiBKK

-(016)

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

เคปพันวา ภูเก็ต ชวนตามรอยซีรีส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์เพชรเม็ดงามแห่งแหลมพันวา

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.22 น.

The White Lotus ซีซั่น 1 และ 2 เป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฎการณ์แม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เป็นแฟนตัวยงเดินทางท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์ดังกันอย่างคับคั่ง (Set-jetting)  จึงทำให้ประเทศไทยเป็นกระแสร้อนแรงข้ามปีเมื่อซีรีส์ดังอย่าง The White Lotus 3 เลือกภาคใต้เป็นสถานที่ถ่ายทำและเพิ่งฉายพรีเมียร์ตอนแรกให้ได้ชมไปสดๆ ร้อน ๆ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และหนึ่งในโลเคชันลับในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ที่ได้เปิดเผยในเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) คือ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต (อ้างอิง: เว็บไซต์ The White Lotus X TAT thewhitelotus.thailandinsider.com)

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต โรงแรมแห่งแรกจากเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ที่พักสุดหรูหราบนจุดหมายปลายทางที่เต็มเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ พร้อมด้วยชายหาดขาวทอดยาวริมทะเลอันดามันอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงามของภูเก็ต ชวนนักเดินทางไปตามหาภาพแห่งความทรงจำอันคุ้นเคย ผ่านฉากที่คุ้นหน้าคุ้นตาในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังมากมาย กับ Director Package มอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยห้องพัก เคป ซิกเนเจอร์ คอร์เนอร์ สวีท ขนาดกว้างขวางกว่า 127 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่มอบทัศนีย์ภาพของทะเลอันดามันในมุมมองสุดตระการตา และมีอ่างน้ำวนกลางแจ้งให้สัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดและดื่มด่ำกับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอด 3 วัน 2 คืน ในราคาเริ่มต้น 22,300 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2568 พร้อมรับชุดของขวัญต้อนรับสุดพิเศษสำหรับการจอง Director Package เท่านั้น อาทิ Afternoon Tea สำหรับ 2 ท่าน ณ พันวาเฮ้าส์, บัตรกำนัลเครื่องดื่มค็อกเทล ณ แบมบู บาร์ และคาเฟ่ อันดามัน, บัตรกำนัลเครื่องดื่มชา กาแฟ ณ คาเฟ่ แคนทารี และบัตรกำนัลส่วนลด 15% สำหรับการทำสปาทรีตเมนต์ ณ เคปสปา  ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด จองแพ็กเกจได้ที่: https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?propertyId=569&onlineId=4&pid=MDYxMjQ1Mw%3D%3D

นอกจากนี้ ยังให้คุณเพลิดเพลินกับ  Afternoon Tea และเครื่องดื่มค็อกเทลซิกเนเจอร์เมนูใหม่ที่ผสมผสานทั้งความหรูหราและโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ใต้ร่มเงาบ้านชิโน-โปรตุกีสอายุกว่าร้อยปี ที่พันวาเฮ้าส์  คัดสรรมาอย่างละเมียดละไมในราคา 1,100 บาท ++ (สำหรับ 2 ท่าน) โดยเฉพาะการจับคู่ชากลีบดอกบัวหลวงอันหอมกรุ่นกับของคาวหวานแบบไทยที่เต็มไปด้วยความอ่อนช้อยและความประณีตในทุกคำที่ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงกลีบบัว ทอดมันกุ้ง ไก่สะเต๊ะ ม้าฮ่อ แตงโมปลาแห้ง ถุงทอง ข้าวเหนียวมะม่วง สาคูข้าวโพด ทองหยอด ฝอยทอง และลูกชุบ

สายดื่ม ชวนคุณเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง  ทั่วทุกมุมโลกผ่านค็อกเทลแก้วพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งมีให้เลือกชิมถึง 3 แบบ 3 สไตล์ แก้วแรกคือ Armond’s Last Sip (320 บาท ++) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฮาวาย เกาะทรอปิคัลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ให้ความสดชื่นจากสับปะรดและมินต์ ส่วนมนต์เสน่ห์ของ Sicilian Sour (320 บาท ++)  นั้นมาจากความเปรี้ยวของเลมอน ตกแต่งด้วยรากบัวอบแห้ง และอีกแก้วคือ Mook (320 บาท ++)  ค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทะเลอันดามันและชายหาดที่สวยงามของเมืองไทย ผสมผสานคลาสสิครัมของไทยกับผลไม้เมืองร้อนอย่างแตงโมและสับปะรด ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นมีชีวิตชีวา

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต กับ Director Package ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2568สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

-(016)

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง  เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

Booking.com ชวนนักเดินทางดื่มด่ำเสน่ห์เมืองรอง เพลิดเพลินกับที่พักที่ได้รับรางวัลเพื่อการพักผ่อนอันน่าจดจำ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.19 น.

น่านและสุโขทัย เป็นสองในห้าจังหวัดที่ติดอันดับ “เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุด”  ของประเทศไทย*จากการประกาศรางวัล Traveller Review Awards 2025 โดย Booking.com อย่างไรก็ตามยังคงมีพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านที่พักในจังหวัดเมืองรองอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวสำหรับการมอบบริการอันยอดเยี่ยมและการต้อนรับอันอบอุ่น และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของจังหวัดเมืองรองแต่ละแห่งยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเดินทางอย่าง ‘เปิดโลกการเดินทางใหม่ด้วย AI**’ ที่นักเดินทางสนใจที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางอย่างเมืองรองที่แปลกใหม่มีเอกลักษณ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการค้นหาข้อมูลและวางแผนทริป 

Booking.com จึงอยากสนับสนุนให้นักเดินทางออกสำรวจจุดหมายปลายทางเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย สุโขทัย กาญจนบุรี หรืออุดรธานี เพื่อสัมผัสกับเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมแนะนำที่พักที่จะช่วยสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง อุทยานศิลปะและวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ อุทยานศิลปวัฒนธรรมล้านนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จะมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาให้แก่ผู้เดินทาง สถานที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2520 เพื่ออนุรักษ์มรดกดั้งเดิมของล้านนา ภายในประกอบด้วยอาคารหลักสามแห่ง ได้แก่ หอคำ ศาลาไม้สักโบราณที่ตกแต่งด้วยเชิงเทียนไม้แกะสลัก ใกล้กันนั้นมีหอคำน้อยอันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงจิตรกรรมฝาผนังไทลื้อโบราณ และหอแก้วซึ่งมีนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สักและวัฒนธรรมล้านนารวมถึงนิทรรศการหมุนเวียนอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านี้ ผู้เดินทางจะได้เรียนรู้มรดกทางศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวล้านนาผ่านความศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่ผสมผสานอย่างลงตัวในสถานที่เดียวด้วย

ที่พักแนะนำ: หากต้องการดื่มด่ำกับความสวยงามของจังหวัดเชียงรายแบบต่อเนื่อง Booking.com ขอแนะนำ
เดอะ เลเจ้นด์ เชียงราย รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ผู้เดินทางสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงาม โดยมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องอาหารทั้งสามแห่งของที่พัก และบริการรถรับส่งไปยังตลาดนัดกลางคืนอย่างไนท์บาซาร์ รวมถึงถนนคนเดินวันเสาร์และวันอาทิตย์ นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถ
ผ่อนคลายในห้องพักทั้งแบบสตูดิโอและวิลลากว้างขวางที่มีหน้าต่างบานใหญ่พร้อมเพลิดเพลินไปกับวิวแม่น้ำหรือสวนหย่อมได้

เกาะรูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย

เกาะรูปหัวใจในทุ่งทะเลหลวง จังหวัดสุโขทัย เป็นสถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นในการบริหารจัดการน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยออกแบบให้เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำและเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความสามัคคีของชาวสุโขทัย บนเกาะยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย พระพุทธรูปเก่าแก่ที่เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1845 หรือในสมัยสุโขทัย อย่างไรก็ตามแม้เกาะรูปหัวใจจะเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่กลับเต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้คนท้องถิ่นที่มุ่งหวังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

ที่พักแนะนำ: เลเจนด้า สุโขทัย ตั้งอยู่ริมคลองแม่รำพันซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ใกล้กับวัดช้างล้อม และห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเพียง 1.1 กิโลเมตร ที่พักแห่งนี้มีร้านอาหาร สปา และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมให้บริการ เช่น การทำเครื่องราง การตักบาตร การถักทองานหัตถกรรมสไตล์สุโขทัย และคลาสเรียนทำอาหารไทย ภายในห้องพักตกแต่งแบบไทยคลาสสิก พร้อมระเบียงส่วนตัวและวิวคลอง วัด หรือสวนในโรงแรม นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารไทยพร้อมวิวคลองและการแสดงนาฏศิลป์ไทยช่วยสร้างความจรรโลงใจให้แก่ผู้เข้าพักทุกคน

ถนนคนเดินปากแพรก จังหวัดกาญจนบุรี

ถนนคนเดินปากแพรกตั้งอยู่ในชุมชนปากแพรกซึ่งเป็นชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไป ถนนคนเดินแห่งนี้มีร้านอาหาร ร้านค้าจากผู้คนท้องถิ่นมากมายซึ่งผู้เดินทางสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่และดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นรวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้
ผู้เดินทางยังสามารถสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับถนนคนเดินได้ทั้งวัดเทวสังฆาราม หอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักหรือสุสานทหารสหประชาชาติ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว

ที่พักแนะนำยู อินจันทรี กาญจนบุรี รีสอร์ทสไตล์ลอดจ์ร่วมสมัยตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอันสวยงามริมแม่น้ำแควใหญ่
ผู้เดินทางสามารถเดินไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแควอันโด่งดังได้ภายในเวลา 5 นาที รีสอร์ทแห่งนี้ให้บริการรถจักรยาน ห้องสมุด และบริการนำเที่ยวแก่ผู้เข้าพัก อีกทั้งยังมีห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นและอาหารตะวันตกพร้อมกับวิวแม่น้ำ หรือผู้เข้าพักสามารถใช้บริการอาหารภายในห้องพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสะดวกสบายอันสูงสุด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุที่ได้จากการ
ขุดพบที่ตำบลบ้านเชียง และแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ประกอบด้วยการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา สำริด เหล็ก
และโครงกระดูกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในสมัยโบราณ ผู้เดินทางสามารถเดินทางย้อนสู่อดีตได้อีกครั้ง
เพียงเข้าเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีอันมีประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลของจังหวัดอุดรธานีที่กำลังรอให้ทุกคนได้มาสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของจังหวัด

ที่พักแนะนำBooking.com แนะนำที่พักซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ทางการบินของจังหวัดอย่าง เวลาดี อุดรธานี ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานีทำให้ผู้เข้าพักสามารถสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อย่างง่ายดาย โรงแรมแห่งนี้มอบสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าพักอย่างครบครันทั้งอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ศูนย์ออกกำลังกาย และซาวน่า อีกทั้งยังมีแผนกต้อนรับบริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการรับส่งสนามบินซึ่งอยู่ห่างจากที่พักเพียง 5 กิโลเมตร

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

Airbnb เปิดตัว eGuide เที่ยวเชียงใหม่ ไกด์บุ้คท่องเที่ยวภาคเหนือสุดยูนีค

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.59 น.

เชียงใหม่ เมืองแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมชาติอันสวยงาม ชุมชนคนท้องถิ่นสุดสร้างสรรค์ และสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก โดยข้อมูลของ Airbnb ระบุว่า นักเดินทางมิลเลนเนียลและ Gen Z จากประเทศในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เป็นกลุ่มหลักที่จองที่พัก Airbnb ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 70% ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2567  เนื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีจำนวนมากขึ้น (อ้างอิงจากกลุ่มอายุของนักท่องเที่ยวที่จองที่พักในเชียงใหม่ระหว่าง 1 มกราคม – 30 กันยายน 2567)

ในปีที่ผ่านมา Airbnb ได้ร่วมกับทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัว “Airbnb’s Creative Guide to Bangkok” เพื่อนำเสนอย่านสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยกระดับ Soft Power ของไทย และในปีนี้ Airbnb ได้เปิดตัว “Airbnb’s eGuide to Chiang Mai” ไกด์บุ๊กออนไลน์ที่จะพานักเดินทาง Airbnb ทั่วโลกไปค้นพบมุมมองใหม่ๆ ของเมืองเชียงใหม่ ผ่านประสบการณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเน้นประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริง สุดยูนีค รวมถึงมุมลับๆ ที่ซุกซ่อนในเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก

ไกด์บุ๊กเล่มนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับจังหวัดเชียงใหม่ผ่านมุมมองของโฮสต์ Airbnb Experience ในเชียงใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรมที่เปิดบ้านต้อนรับนักเดินทาง ถ่ายทอดเรื่องราว และแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง

นักเดินทางสามารถสัมผัสประสบการณ์เชียงใหม่ในแบบที่ไม่เหมือนใครผ่านเอ็กซ์พีเรียนต่างๆ บน Airbnb ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนทำอาหาร การสำรวจร้านกาแฟท้องถิ่น การเดินชมสตรีทอาร์ตและทำเวิร์กช็อปศิลปะ หรือการดูวิวพระอาทิตย์และชมวัดที่มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ ซึ่งนอกจากกิจกรรมที่หลากหลายนี้ Airbnb ยังมีตัวเลือกที่พักที่โดดเด่นและมีคุณภาพรองรับนักเดินทางทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพลูวิลล่า บ้านพักดีไซน์เก๋ ห้องรับแขกสุดอบอุ่น หรือบ้านพักพร้อมดาดฟ้าส่วนตัวสำหรับชมวิวเมืองและอีกมากมาย

Villa 1968 วิลล่าส่วนตัวสุดเก๋ใจกลางนิมมาน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ตกแต่งอย่างมีสไตล์ พื้นที่กว้างขวางพร้อมห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องครัว และสระว่ายน้ำส่วนตัว รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร แกลเลอรี่ และร้านบูติก เดินทางสะดวก เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเที่ยวเชียงใหม่อย่างมีสไตล์

Urban Private Pool Villa วิลล่าสองชั้นสไตล์โมเดิร์น 6 ห้องนอนแห่งนี้ มาพร้อมกับครัว 2 ห้องและอุปกรณ์ครบครัน พื้นที่กว้างขวาง พร้อมสวนหลังบ้านขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวเป็นมุมพักผ่อนคลายร้อนในตอนกลางวัน หรือจิบเครื่องดื่มชิลๆ ยามเย็นอีกด้วย

Tropical Private Pool Villa วิลล่า 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำกว้าง อ่างจากุซซี่ โต๊ะพูล และดาดฟ้าที่มองเห็นวิวดอยสุเทพแบบพาโนรามา เหมาะสำหรับการผ่อนคลายหรือใช้เวลาที่น่าจดจำกับเพื่อนและครอบครัวในวันพักผ่อนสุดพิเศษ

Stay @ Na Maeping Private House by the Ping River สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำปิงกับบ้านพัก 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ แห่งนี้ บ้านพักประกอบไปด้วยห้องครัวอุปกรณ์ครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และสวนหลังบ้านกว้างขวาง สำหรับนั่งชิลดื่มด่ำบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ขณะชมสายน้ำเอื่อยของแม่น้ำปิง ทั้งยังสามารถออกไปสำรวจตลาดท้องถิ่น ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง

Tammey House Nimman บ้านพักสไตล์โมเดิร์นสุดชิค 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หลังนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านนิมมาน มาพร้อมกับพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวางให้บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งมีสไตล์อย่างลงตัว สะดวกสบายด้วยสวนในร่มและสมาร์ททีวี อยู่ใกล้ร้านอาหารและแหล่งช็อปปิงสุดฮิต  อีกทั้ง ยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืนอีกด้วย

Phi Private Villa: Luxury Thai Riverview & Pool วิลล่าหรูริมแม่น้ำปิงที่รวมเสน่ห์ไทยเข้ากับความลักชัวรีได้อย่างลงตัว ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอนพร้อมเตียงคิงไซส์และห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำระบบเกลือและศาลาริมน้ำสำหรับดินเนอร์ส่วนตัว ดื่มด่ำกับบรรยากาศสงบและสำรวจเมืองเก่าเชียงใหม่ได้อย่างง่ายดาย

Villa Vale – Luxury Mountain Retreat สัมผัสความหรูหราท่ามกลางขุนเขา ณ วิลล่าสุดหรูสไตล์อังกฤษบนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 30 นาที ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวสูงสุดกับอาคารแยก 2 หลัง ประกอบด้วย 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำกลางแจ้ง เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติอันเงียบสงบ หรือจะเติมพลังด้วยการออกกำลังกายในสนามบาสเก็ตบอลขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางความสงบของธรรมชาติ

Zenzen Luxury Pool Villa วิลล่าแห่งนี้ห่างจากเซ็นทรัลเชียงใหม่ เพียงแค่ 900 เมตร เท่านั้น ให้กลิ่นอายความหรูหราและเป็นส่วนตัวด้วยบ้านพัก 2 หลัง ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน รองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดถึง 13 คน นอกจากนี้ยังมีห้องครัวอุปกรณ์ครบครัน ห้องนั่งเล่น 2 ห้อง พร้อมวิวสระว่ายน้ำว่ายน้ำ 2 สระ รวมถึงสระเด็ก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ

ค้นหาที่พักโดดเด่นในเชียงใหม่บน Airbnb ได้ที่ th.airbnb.com