ก้าวข้ามความพิการ ปลดล็อกศักยภาพตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ เตรียมตัวให้พร้อม กับโอกาสที่เข้ามา!!

ก้าวข้ามความพิการ ปลดล็อกศักยภาพตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ เตรียมตัวให้พร้อม กับโอกาสที่เข้ามา!!

ก้าวข้ามความพิการ ปลดล็อกศักยภาพตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ เตรียมตัวให้พร้อม กับโอกาสที่เข้ามา!!

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.28 น.

ดร.เปิ้ล นันทนุช สุวรรนาวุธ พิการทางการเห็น นักพัฒนาสังคมชำนาญการ  ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  ในช่วงวัยเด็กเธอเป็นโรคต้อกระจก ซึ่งจะต้องผ่าตัดตั้งแต่อายุเพียง 2 เดือน แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 11 ปี จากโรคต้อกระจกก็กลายเป็นโรคต้อหินแบบเฉียบพลัน ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นและกลายเป็นคนพิการทางการเห็นทันที

จุดเปลี่ยนของชีวิตที่ต้องกลายเป็นคนพิการทางการเห็น ต้องใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควร จากการใช้ชีวิตและเรียนในโรงเรียนปกติทั่วไป ก็ต้องเข้าสู่การเรียนในโรงเรียนสอนคนตาบอด ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนหนังสือที่ต่างจากคนทั่วไป ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ การเรียนอักษรเบรลล์ รวมถึงการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ทำให้สามารถเข้ากับเพื่อนได้ดีมากกว่าผู้ใหญ่และวัยรุ่น ที่อาจจะมีความยากในการปรับตัวอยู่พอสมควร เพราะบนเส้นทางของคนพิการไม่ได้ง่าย แต่ถ้ามีความพยายาม และได้รับโอกาสดีๆก็ทำให้ประสบความสำเร็จ สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และเกิดความภาคภูมิใจในตนเองได้เช่นกัน

เมื่อพยายามแล้วทำไม่ได้ ก็ต้อง ก้าวข้ามความพิการ

ดร. เปิ้ล  เล่าให้ฟังว่า “ในช่วงชีวิตตั้งแต่เริ่มเป็นคนพิการทางการเห็น มีอุปสรรคมากมายที่เราไม่สามารถทำได้ แม้ว่าจะทำความเข้าใจแล้วก็ยังควบคุมไม่ได้ จนในบางครั้งการจัดการกับอุปสรรคเราก็ต้อง “ก้าวข้ามความพิการ” เพราะเมื่อถ้าเราพยายามแล้วก็ยังไม่สามารถทำได้ ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำเท่าที่เราทำได้ เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวางยังเก็บมาคิดก็จะทำให้เราเครียดและเสียสุขภาพจิตไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ซึ่งอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ก็แค่ก้ามข้ามไป เพื่อชีวิตที่มีความสุขขึ้น”

กว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ!!

สำหรับ ดร.เปิ้ล มองว่า “สิ่งสำคัญที่จะทำให้คนพิการประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปในสังคมได้นั้น ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมในหลายด้าน ทั้งความรู้และศักยภาพการดำรงชีวิตอยู่ เช่น ถ้ามีความรู้ไม่เพียงพอต้องหาความรู้เพิ่มเติม การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ การใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยทำให้เข้าถึงเอกสารได้มากขึ้น ต้องพัฒนาตนเองไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เปิดรับอะไรใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีใหม่ คนพิการก็ต้องพึ่งพาองค์กรคนพิการที่มีการจัดอบรมเฉพาะทางมีการสื่อสารกับกลุ่มคนพิการ เพื่อทำตัวเองไม่ให้เป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันต้องถ่ายทอดให้คนอื่นได้เรียนรู้ด้วย มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนแบ่งปัน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ประสบความสำเร็จและเป็นความภาคภูมิใจให้กับตนเอง จนสามารถคว้าปริญญา 5 ใบ มาครอบครอง”

คนพิการทุกคนมีศักยภาพ

สำหรับคนพิการที่กำลังท้อแท้อยู่ในตอนนี้ ดร. เปิ้ล ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบคนพิการ อยากฝากให้คนพิการทุกคน “อย่ามองที่ข้อจำกัดของตนเอง ให้ก้าวข้ามอุปสรรคและมองไปข้างหน้า ต้องพัฒนาตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ ไม่ต้องท้อ คนพิการทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง ให้ลองมองหาสิ่งที่เราทำได้ ซึ่งคนพิการทำได้ทุกอย่างและทำได้หลายอย่าง แต่เราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเราชอบอะไร อยากทำอะไร แล้วหาข้อมูลเตรียมความพร้อมให้กับตนเอง แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะหาข้อมูลได้อย่างไร ก็ปรึกษาจากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญ สมาคม องค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐ ที่ค่อยสนับสนุนงานด้านคนพิการ อาทิ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่สนับสนุนให้คนพิการทั่วประเทศเกิดกำลังใจในการใช้ชีวิต สร้างอาชีพ ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ” 

ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ พิการทางการเห็น นักพัฒนาสังคมชำนาญการ  ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตัวอย่างบุคคลต้นแบบคนพิการที่ประสบความสำเร็จด้านการประกอบอาชีพ การทำงาน ตลอดจนการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลต้นแบบในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนพิการ และครอบครัวคนพิการ ที่เป็นต้นแบบในด้านการทำงาน และการใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีได้ต่อไป

สวยแซ่บแบบมีกึ๋น! Miss Tiffany’s Universe 2025 เปิดเวที ‘Debate Challenge’ ถก 5 ประเด็นร้อน

สวยแซ่บแบบมีกึ๋น! Miss Tiffany’s Universe 2025 เปิดเวที ‘Debate Challenge’ ถก 5 ประเด็นร้อน

สวยแซ่บแบบมีกึ๋น! Miss Tiffany’s Universe 2025 เปิดเวที ‘Debate Challenge’ ถก 5 ประเด็นร้อน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.34 น.

ไต่ระดับความพีคกันแบบไม่มีพัก สำหรับการประกวด Miss Tiffany’s Universe 2025 ล่าสุดเปิดฟลอร์ให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 34 สาวงาม ได้มาประชันวาทะกันแบบคำต่อคำ ให้ล่ำลือกันแบบปากต่อปาก ในรอบ “Debate Challenge” ย้ำชัดความเป็นตัวแม่ตัวมัมแห่งวงการบิวตี้ควีนส์ ที่นอกจากจะพกพาความสวยมาเต็มสูบแล้ว ยังพ่วงมาด้วยปฏิภาณ ไหวพริบ ทัศนคติ และทักษะทางด้านการสื่อสาร ที่ถ่ายทอดผ่าน 5 ญัตติร้อน ที่กำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในสังคม อาทิ “การเพิ่มให้สามารถระบุเป็นเพศ ‘X’ (ไม่ระบุเพศ) ในบัตรประชาชน ช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมและยอมรับในความหลากหลายทางเพศได้จริงหรือ” “ประเทศไทยเป็นสังคมที่เปิดกว้างสำหรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริงหรือไม่” รวมถึง “การเข้าประกวดนางงามเป็นการเรียกร้องความเท่าเทียมผ่าน Beauty Privilege หรือไม่” เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าประกวดทั้ง 34 คน ทั้งฝ่ายเสนอ และฝ่ายค้าน ต่างก็ไม่ทำให้เหล่าคณะกรรมการอย่าง “อั๋น – ภูวนาท คุนผลิน” “บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” “ครูมาร์ช – นฤทธิ์ นิยมสุข” “นัท นิสามณี” และ “นาตาเลีย เพลียแคม” รวมถึงแฟน ๆ นางงามต้องผิดหวัง โต้กันอย่างเผ็ดมัน แสดงศักยภาพทางด้านความคิดที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของตนออกมาได้อย่างจริงใจ เหมาะสม และมากด้วยเหตุผล สร้างความประทับใจให้เหล่าผู้ชมในฮอลล์ และกระตุกต่อมเอ๊ะให้สังคมได้ฉุกคิดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ซึ่งหลังจากปะทะคารมลับคมไอคิวกันมาอย่างเข้มข้น ก็ได้สาวงามที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็น “The Best Debater” ได้แก่

หมายเลข 3 ก้องฟ้า บัณฑิตา ปั้นทอง

และรางวัล “The Best Debater Team” ได้แก่

หมายเลข 28 แม็กซี่ แม็กซี่ หารสงคราม

หมายเลข 29 นุกนิก พรรษมล ไกรตะนะ

หมายเลข 30 ปันปัน ภูมิธาดา สุวัฒนา

หมายเลข 9 ลูกเม่น ณริศรา วงศ์เจริญ

สำหรับการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025” การประกวดสาวทรานซ์เจนเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 26 โดยในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “Moving Forward : พุ่งทะยานสู่วันใหม่” ซึ่งมีกำหนดการจัดกิจกรรม/การประกวดรอบต่าง ๆ ดังนี้

กำหนดการ Miss Tiffany’s Universe 2025

•             พุธที่ 5 มีนาคม 2568 – การประกวดรอบชุดว่ายน้ำ Swimsuit Showdown ณ Tribe Sky Beach Club ศูนย์การค้า Emsphere ระหว่างเวลา 14.00 – 16.00 น. 

•             เสาร์ที่ 8 มีนาคม 2568 – การประกวดรอบชุดอัตลักษณ์ความเป็นไทย Thai Identity Costume Showcase ณ Benedict Studio บางกะปิ ระหว่างเวลา 14.00 – 17.00 น. 

•             พฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568 – การประกวดรอบพรีลิมินารี่ ประกวดชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ ระหว่างเวลา 14.00 – 17.00 น. 

•             เสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 – การประกวด Miss Tiffany 2025 รอบไฟนอล ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

โดยสองรอบพิเศษ “พรีลิมินารี่” และ “รอบไฟนอล” สามารถรับชมที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง http://www.tiffany-show.co.th/booking หรือรับชมสด ๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ http://www.ticketmelon.com

ร่วมติดตามการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025” และให้กำลังใจ 34 สาวงาม ได้ที่ Website: http://www.MissTiffanyUniverse.org , Facebook: Miss Tiffany’s Universe , Instagram: http://www.instagram.com/MissTiffanyUniverse , TikTok: http://www.tiktok.com/@misstiffany.official , Youtube : Miss Tiffany’s Universe  , Online Booking : tiffany-show.co.th/booking

#MissTiffanysUniverse #MTU2025 #MovingForward

-(016)

‘เดลิ’ ลั่นกลองรบในตลาดไทย ชูกลยุทธ์เดือด 5 ปี ขึ้นแท่น Brand leader

‘เดลิ’ ลั่นกลองรบในตลาดไทย ชูกลยุทธ์เดือด 5 ปี ขึ้นแท่น Brand leader

‘เดลิ’ ลั่นกลองรบในตลาดไทย ชูกลยุทธ์เดือด 5 ปี ขึ้นแท่น Brand leader

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.20 น.

เดลิ กรุ๊ป แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน มากด้วยประสบการณ์ 40 ปี มีเครือข่าย 145  ประเทศ ทั่วโลก จัดงานแถลงข่าวส่งเสริมการค้า ณ โรงแรมเซ็นทารา ประเทศไทย นำเสนอแบรนด์เดลิสู่ตลาดไทย เผยก้าวสำคัญในการขยายตัวสู่เป้าหมายทางธุรกิจอย่างยั่งยืน งานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมกับผู้บริหารเดลิ ประเทศไทย, พันธมิตรทางธุรกิจทั้งตลาดไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สื่อมวลชน และแขกวีไอพี เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง กว่า 500 คน พร้อมขนทัพสินค้าร่วมโชว์ในงานจัดแสดงถึง 2,500 รายการ

มร. Charlie Huang กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้รับผิดชอบ Deli International Business เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์และธีมของการจัดงานครั้งนี้คือ “Beyond Boundaries, Together for the Future” หมายถึง การทำงานร่วมกับ เดลิ (Deli) เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสไปด้วยกัน เพราะ เดลิ ปัจจุบันคือ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสร้างสรรค์ระดับโลก และเป็นผู้นำระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการทำงานที่แตกต่างกันตามสถานที่ต่างๆ เช่น สำนักงาน ห้องเรียน หรือที่ทำงานอื่นๆ

เดลิ ไม่เคยลืมวิสัยทัศน์และพันธกิจของการเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความไว้วางใจ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน มีผลิตภัณฑ์ที่ดีและบริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเครื่องมือการตลาดที่สามารถชนะใจผู้บริโภคทั่วโลกได้ จน Deli กลายเป็นแบรนด์เครื่องเขียนอันดับหนึ่งในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2004

ปัจจุบัน เดลิ มีรายได้รวม 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพนักงานมากกว่า 15,000 คน และขยายธุรกิจออกไปครอบคลุม 5 ทวีป ใน145 ประเทศ จนถึงปี 2023 ที่ผ่านมา เดลิได้กลายเป็นผู้ผลิตเครื่องเขียนครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามรายได้ ขณะเดียวกัน เดลิ ยังประสบความสำเร็จอย่างมากต่อการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกว่า 80 แห่ง ใน 40 ประเทศ ถือว่า เดลิ ก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์เครื่องเขียนแบบครบวงจรอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว

” ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและร่วมเติบโตไปด้วยกัน เพราะจากตัวเลขการเติบโตที่น่าทึ่งนี้ มาจากกลยุทธ์ขยายธุรกิจไปในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน, เครื่องมือช่าง เฟอร์นิเจอร์ และเพื่อเป็นการสนับสนุน และก้าวสู่ความสำเร็จ เราจึงมีศูนย์อุตสาหกรรม 8 แห่ง พร้อมโรงงานผลิต 12 แห่ง รวมถึงศูนย์การผลิตเครื่องเขียนแบบครบวงจรที่ใหญ่สุดในโลก โดย 6 แห่งตั้งอยู่ในประเทศจีน และอีก 1 แห่งในเวียดนาม อนาคตอันใกล้นี้ เราจะขยายฐานการผลิตไปยังประเทศอินโดนีเซีย อียิปต์ และประเทศอื่นๆ ด้วย ” มร. Charlie Huang กล่าว

ด้าน นายอาทิตย์ เห็นสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลิ ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมา เดลิ ยังเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการทำ R&D ทั้งในแง่ของ Market Research, Consumer Research, Product research โดยทีมวิศวกรกว่า 200 คน ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง 24 Category มากกว่า 20,000 SKUs เป็น One Stop Service สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องเขียน และอุปกรณ์สำนักงาน เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์ของ เดลิ สอดคล้องกับฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดี มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย วัสดุคุณภาพสูง และราคาเข้าถึงได้

เนื่องจาก เดลิ ประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะเป็น Brand leader ในตลาดเครื่องเขียนภายใน 5 ปี  และต้องการให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ในภาพลักษณ์  “Global excellent, Local touch”  คือ แบรนด์ระดับโลกที่เข้าใจความต้องการของคนไทย อย่างแท้จริง

ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดสำหรับ เดลิ ในประเทศไทย คือ การกระจายสินค้าด้วยการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงลงทุนในนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมสร้างแบรนด์ผ่านช่องทางจัดจำหน่าย และมีการสื่อสารไปยังผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเดลิ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มขนาดธุรกิจให้เติบโตขี้นเป็น 2 เท่า ภายใน 2 ปีข้างหน้า และจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นอีก 3 เท่าภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ เดลิ ก็มีแผนลงทุนในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ใหม่ ที่ทาง เดลิ ได้นำมาเปิดตัวในงานแถลงข่าวส่งเสริมการค้า ครั้งนี้ ซึ่งจะมีทั้งหมด 6 รายการ โดยแต่ละรายการจะมีความโดดเด่น และแตกต่างกันเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน ทั้งในช่วงของวัย, พฤติกรรมการบริโภค และไลฟ์สไตล์ นำทีมโดย

Butter bear, Shin-Chan, Duck Yo, The King’s Avatar, Sponge Bob และ Super Wings ซึ่งเป็น Top 5 ของสินค้าลิขสิทธิ์ที่มียอดขายสูงสุดทั่วโลก ซึ่งจะเป็นกลุ่มสินค้าสำหรับเด็กกับ Pre-School เน้นการออกแบบให้เด็กกลุ่มนี้สนุกสนานไปกับการเรียนรู้สมวัย และพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ปลอดภัยจากสารเคมี สิ่งแปลกปลอม ขณะที่ Shin-Chan เป็นสินค้ากลุ่ม Teenager – Working group เนื่องจากเป็น อนิเมะ ที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ด้วย

ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่งานแถลงข่าวส่งเสริมการค้า ยังได้มีการจัดงานนิทรรศการประสบการณ์ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เด่นๆ ของ เดลิ จำนวน 9 โซน ด้วยกัน ได้แก่ 1.เครื่องเขียนลิขสิทธิ์ 2.อุปกรณ์เขียน   3.เครื่องเขียนสำหรับนักเรียน 4.เครื่องเขียนสำนักงาน 5.กระดาษและสมุดโน้ต 6.เครื่องเขียนไลฟ์สไตล์แบรนด์ Nusign 7.ผลิตภัณฑ์ระบายสี 8.เครื่องใช้สำนักงาน และ 9.อุปกรณ์กีฬา

“สุดท้ายนี้ เดลิ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าโดยใช้นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และระบบคลาวด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำพาอุตสาหกรรมเครื่องเขียนไปสู่ความสำเร็จในอนาคตต่อไป ” นายอาทิตย์  กล่าว

ปิดท้ายงานช่วงดินเนอร์ด้วยความสนุกสนานจากศิลปิน เจนิเฟอร์ คิ้ม และหยาดพิรุณ ที่มาให้ความบันเทิงอย่างเต็มอิ่ม

-(016)

เปิดคัมภีร์ดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

เปิดคัมภีร์ดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

เปิดคัมภีร์ดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.05 น.

มีใครบ้างที่ช่วงนี้กำลังอินกับพระเอกหนุ่มใหญ่ซีรี่ส์เกาหลี แม้อายุจะเข้าเลข 4 แต่ก็ยังหล่อโอปป้า ทำสาวไทยใจละลายโดนตกกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่สาวไหนที่กำลังจะใกล้หลักสี่ อย่างพึ่งน้อยใจ สาวๆ วัยนี้ก็ดูดีได้ไม่แพ้กัน ความลับของการดูอ่อนกว่าวัยไม่ได้อยู่ที่ยาวิเศษ หรือการศัลยกรรม แต่อยู่ที่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ

แพทย์หญิงกฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicineจาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาบอกคู่มือดูแลตัวเองในวัย 40 ปีอัพ ว่า วัยนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณที่เริ่มมีริ้วรอย เมแทบอลิซึมที่ช้าลง และฮอร์โมนที่เริ่มแปรปรวน ดังนั้น ถ้าอยากดูอ่อนกว่าวัย ต้องดูแลตั้งแต่ผิวพรรณ การปรับอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ

1.ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิว

ผู้หญิงวัย 40 ต้องการบำรุงผิวมากขึ้น เนื่องจากผิวสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยได้ง่ายคุณหมอแนะนำ ดังนี้

ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB รวมถึงป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยควรทาทุกวัน แม้ในวันที่ไม่ได้ออกจากบ้านก็ตาม

เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกและเซราไมด์ จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดี นอกจากนี้ ควรบำรุงด้วยซีรัมที่ช่วยฟื้นฟูผิวในช่วงกลางคืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวขณะหลับ

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว หากมีผิวแห้งควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมเข้มข้น ในขณะที่ผิวมันควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน และไม่อุดตันรูขุนขน

อย่าลืมดูแลผิวรอบดวงตา เพราะเป็นบริเวณแรกที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย การใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ และวิตามิน E จะช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ควรนวดเบาๆ ขณะทาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

2.ปรับอาหารการกิน

โภชนาการที่ดี เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของวิธีดูแลตัวเองไม่ให้แก่ อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและความงามจากภายใน

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี โปรตีนไขมันต่ำจากปลา ไก่ และถั่ว ผลไม้น้ำตาลต่ำ เช่นสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่

ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดขาว เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยให้ระบบภายในทำงานได้ดีและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยควรดื่มน้ำเปล่า และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนหรือน้ำตาลสูง

บริโภคอาหารเสริม คอลลาเจนและวิตามิน C ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่นส่วน Omega-3 ช่วยลดการอักเสบและบำรุงสมอง อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกอาหารเสริมเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักและรักษาสุขภาพหัวใจแล้ว ยังช่วยชะลอวัย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย โดยมีแนวทางดังนี้

ผสมผสานการออกกำลัง ทำทั้งคาร์ดิโอและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยแบ่งเป็นการทำคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนัก เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

โยคะหรือพิลาทิสช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดอาการปวดเมื่อย อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย

เดินเล่น หรือออกกำลังกายกลางแจ้งบ้างในช่วงเช้า นอกจากจะช่วยให้ได้รับวิตามิน Dแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและความสดชื่นให้สุขภาพจิตด้วย

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

จะช่วยทำให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย นอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน เวลา 22.00-02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด ลดการเกิดรอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอย งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน 1 ชั่วโมง แสงสีฟ้าจากจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือตัวทำลายฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้หลับยาก ควรปิดอุปกรณ์และทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือฝึกการหายใจเพื่อเตรียมตัวเข้านอน รวมทั้งใช้หมอนหรือปลอกหมอนที่ช่วยลดการเสียดสี ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าซาตินจะช่วยลดการเสียดสี ป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าในขณะนอนหลับ และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผมอีกด้วย

5.จัดการความเครียด

ความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งมีผลต่อการเกิดริ้วรอย การจัดการความเครียด ทำให้สุขภาพกายและจิตใจสมดุลมากขึ้น

ฝึกสมาธิ หรือทำ Mindfulness ฝึกสมาธิวันละ 5-10 นาที ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล รวมถึงการทำ Mindfulness หรือฝึกจดจ่อกับปัจจุบัน ช่วยให้มีสติในการเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

หางานอดิเรกที่ชอบ สามารถช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มความสุขในชีวิตได้

พบปะสังสรรค์ การได้หัวเราะและใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรักจะช่วยสร้างฮอร์โมนแห่งความสุข และลดความเครียดได้อย่างดีเยี่ยม

กลับมาอีกครั้ง!! เทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

กลับมาอีกครั้ง!! เทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี  ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

กลับมาอีกครั้ง!! เทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Vineyard) ไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากที่สุดของไทย ชวนผู้รักไวน์และนักผจญภัยเข้าร่วมงานเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี “Monsoon Valley Harvest Festival 2025” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2568 ณ ไร่องุ่นอันสวยงามของมอนซูน แวลลีย์ ในหัวหิน

มอนซูน แวลลีย์ มีพื้นที่ 300 ไร่ ผลิตไวน์มากกว่า 300,000 ขวดต่อปี โดยปลูกองุ่นกว่า 10 สายพันธุ์ และการันตีด้วยรางวัลระดับสากลกว่า430 รางวัล ไวน์ของมอนซูน แวลลีย์จึงได้รับความนิยมทั่วโลก ตอกย้ำสถานะเป็นโรงบ่มไวน์ที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย

2025-วินเทจที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ

ในปีนี้ ผลผลิตไวน์ที่มอนซูน แวลลีย์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยอิทธิพลจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฤดูกาลเริ่มต้นด้วยความแห้งแล้งรุนแรงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภาวะที่ปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ต้องมีการตัดแต่งกิ่งล่าช้าที่สุดเป็นประวัติการณ์ของไร่องุ่น แม้ว่าผลผลิตจะลดลงเล็กน้อย แต่อากาศเย็นที่ยาวนานขึ้นกลับช่วยเพิ่มคุณภาพขององุ่นได้อย่างมาก อากาศเย็นในเวลากลางคืนช่วยให้ผลองุ่นเติบโตได้อย่างดีมีแทนนินที่นุ่มนวล ความเป็นกรดที่สมดุลและระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มั่นใจได้ว่าวินเทจของปีนี้จะเป็นหนึ่งในวินเทจที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

กิจกรรมระหว่างเทศกาลเก็บเกี่ยว

“Monsoon Valley Harvest Festival” เป็นกิจกรรมประจำปีที่มอบโอกาสพิเศษในการสัมผัสประสบการณ์เที่ยวชมไร่องุ่นในช่วงเวลาที่ดีที่สุดนั่นคือ ฤดูเก็บเกี่ยว ตลอดระยะเวลาเก้าวัน ผู้มาเยือนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับไวน์ที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ กิจกรรมเก็บองุ่นและทัวร์ไร่องุ่น – เที่ยวชมไร่องุ่นโดยรถยนต์และเก็บองุ่นสดๆ จากต้นองุ่นด้วยมือของคุณเอง, กิจกรรมย่ำองุ่นและผสมไวน์-สัมผัสประสบการณ์จริงกับเทคนิคการทำไวน์แบบดั้งเดิม, กิจกรรมพิเศษในแต่ละวัน – จัดขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. เพียง 6 รอบต่อวัน (ผู้ใหญ่ 490 บาทต่อคน / เด็กอายุ 6-12 ปี 300 บาทต่อคน / เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย)

สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกเรื่องการทำไวน์ มีกิจกรรมพิเศษ “VINE TO GLASS – A WINEMAKER’S JOURNEY” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 กิจกรรมสุดพิเศษนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสขั้นตอนการทำไวน์อย่างละเอียด โดยมีนักทำไวน์ระดับผู้เชี่ยวชาญเป็นวิทยากร โดยจะเปิดรับผู้เข้าร่วมเพียง 15 คนต่อรอบเท่านั้น กิจกรรมจัดขึ้นในเวลา 11.00 น. และ 14.00 น. (ราคา 990 บาทต่อคน)

ไฮไลท์-Monsoon Valley Harvest Dinner

กิจกรรมที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดของเทศกาล นั่นคือ Monsoon Valley Harvest Dinner จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 ถึง 21.30 น. งานเลี้ยงอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษนี้มีไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์คกลิ้งไวน์ชั้นเลิศที่คัดสรรมาอย่างดีจากมอนซูน แวลลีย์ ซึ่งจับคู่กับเมนูอาหารรสเลิศที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมได้อย่างลงตัว แขกผู้ร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติอันละเมียดละไม พร้อมฟังดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของไร่องุ่น บัตรราคา 2,990 บาทต่อคน,เฉพาะดินเนอร์ไม่รวมแอลกอฮอล์ 1,990 บาทต่อคน, เด็กอายุ 6-12 ปี 995 บาทต่อคน และบริการฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

แนะนำ Donbrusco-สปาร์คกลิ้งเรดไวน์ตัวแรกของไทย

เทศกาลปีนี้ความสนใจพุ่งไปที่ไวน์แดงกึ่งสปาร์คกลิ้งตัวแรกของประเทศไทย นั่นคือ Monsoon ValleyDonbrusco ผลิตจากองุ่นพันธุ์ Dornfelder ซึ่งเป็นพันธุ์องุ่นจากเยอรมนีที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นของหัวหิน ไวน์สีแดงสีทับทิมเข้มขวดนี้มีฟองนุ่มละมุน รสชาติหวานเล็กน้อย และปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 10% Donbrusco มีความพิเศษตรงที่สามารถจับคู่กับอาหารไทยรสจัดจ้านได้อย่างลงตัว หรือจะดื่มเพื่อความสดชื่นในช่วงบ่ายก็ยังได้ Donbrusco เป็นไวน์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตเพียง 2,000 ขวดต่อปีเท่านั้น ซึ่งผู้สนใจจะมีโอกาสได้ลิ้มรส Donbrusco ในงาน Monsoon Valley Harvest Dinner ในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งจะเป็นไฮไลท์สำคัญของงานฉลองในค่ำคืนนั้น

ร่วมฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่มีเพียงปีละครั้ง!

สัมผัสความมหัศจรรย์ของฤดูเก็บเกี่ยวที่ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ เทศกาลเก็บเกี่ยว “Monsoon Valley Harvest Festival 2025” จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2568 คุณจะได้สัมผัสกับช่วงเวลาอันน่าจดจำที่ครบครันทั้งไวน์ อาหาร ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษมากมาย ท่ามกลางทัศนียภาพไร่องุ่นที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.monsoonvalley.com/th/harvest-season

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา รำลึกบุญคุณบุรพาจารย์ 2568

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา รำลึกบุญคุณบุรพาจารย์ 2568

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา รำลึกบุญคุณบุรพาจารย์ 2568

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เต็มไปด้วยสีสันสดใสต้อนรับคณะคุณครูอาวุโสกลับบ้านในงานบุรพาจารย์รำลึก 2568 ที่สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ได้จัดขึ้นในธีม “มนต์รักย้อนวัย จากใจศิษย์วัฒนา” เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีคณะคุณครูอาวุโสนำทีมโดย อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์ ในวัย 103 ปี อาจารย์เสริมศรี ไชยเศรษฐ์, อาจารย์สาลินีวีรเธียร, อาจารย์จิรพร รัตนสุนทรากุล โดยมี ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา และศิษย์เก่าวัฒนาร่วมกันต้อนรับและร่วมแสดงมุทิตาจิต อาทิ ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ, ชลลกา เก่งระดมยิง,พวงทอง สัจจาภินันท์, ชูจิต อเนกวณิช, สุดาพรชุตินธรานนท์ และ ธนิดา ฤทธาคนี ร่วมด้วยคณะกรรมการจัดงานนำโดย ชนันภัสร์ วิจักษ์ลักษณ์ และ อรวดี ศิริผดุงธรรม

ภายในงานสังสรรค์มีกิจกรรมมากมาย ทั้งการเล่นเกมร้องเพลงคาราโอเกะ ตลอดจนการแสดงจากศิษย์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเต้น Mix Cover Dance หรือการแสดงดนตรีผสมผสาน ระนาด ไวโอลิน เปียโน และขับร้องเพลงจากนั้นได้เรียนเชิญคณะคุณครูชมคลิปความในใจจากเหล่าลูกศิษย์หลากหลายรุ่นมอบให้คุณครูที่เคารพรัก และเริ่มพิธีแสดงมุทิตาจิต คารวะคณาจารย์ โดยนายกและกรรมการ ส.ว.ว. เป็นตัวแทนศิษย์วัฒนา มอบของที่ระลึกแด่คุณครูที่มาร่วมงานทุกท่าน พร้อมทั้งถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกปิดท้ายงานด้วยบรรยากาศอิ่มเอมในหัวใจทั้งครูและลูกศิษย์

ป้อม เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ชูจิต อเนกวณิช, อ.วรรณดี คันธวงศ์, พวงทอง สัจจาภินันท์,
อ.สาลินี วีรเธียร, บุษกร ณ บางช้าง, ฉันทนี บูรณะไทย, ชลัยพร สิมะเสถียร, ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ,
ชลลกา เก่งระดมยิง, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมฯ, ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์, นันทลี จารุรัตน์
และ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์

ป้อม เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ชูจิต อเนกวณิช, อ.วรรณดี คันธวงศ์, พวงทอง สัจจาภินันท์, อ.สาลินี วีรเธียร, บุษกร ณ บางช้าง, ฉันทนี บูรณะไทย, ชลัยพร สิมะเสถียร, ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ, ชลลกา เก่งระดมยิง, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมฯ, ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์, นันทลี จารุรัตน์ และ ธัญรัศม์ พิมลสิงห์

อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.สาลินี วีรเธียร ท่ามกลางศิษย์ ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, กมลรัตน์ บุญ-หลง, ชลลกา เก่งระดมยิง, พวงทอง สัจจาภินันท์,
พุทธชาด สาคริก และ อนิตา พงษ์เภตรา

อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.สาลินี วีรเธียร ท่ามกลางศิษย์ ดร.วิภาวดี ชีวะผลาบูรณ์, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, กมลรัตน์ บุญ-หลง, ชลลกา เก่งระดมยิง, พวงทอง สัจจาภินันท์, พุทธชาด สาคริก และ อนิตา พงษ์เภตรา

คุณครูอาวุโส นำโดย อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.เสริมศรี
ไชยเศรษฐ์, อ.สาลินี วีรเธียร, อ.จิรพร
รัตนสุนทรากุล ท่ามกลางศิษย์วัฒนาวิทยาลัย
หลากหลายรุ่นมาร่วมรำลึกบุญคุณบุรพาจารย์

คุณครูอาวุโส นำโดย อ.วรรณดี คันธวงศ์, อ.เสริมศรี ไชยเศรษฐ์, อ.สาลินี วีรเธียร, อ.จิรพร รัตนสุนทรากุล ท่ามกลางศิษย์วัฒนาวิทยาลัย หลากหลายรุ่นมาร่วมรำลึกบุญคุณบุรพาจารย์

อ.มาลี บุญเนตร, อ.มัลลิกา กาลกฤษณ์, อ.เสงี่ยม แสงโชติ, อ.นวลพันธ์ ตรานานนท์,
อ.พรพิศ ยิ่งมี, อ.วิลาวัลย์ มิตรกูล, อ.กมลวัลย์ จันทจิตร, อ.ฉวีเพ็ญ พรหมประสิทธิ์,
อ.ทัศนีย์ ชั่งใจ, อ.นุชนารถ พรหมคำ, อ.รัตนาพร มณีโชติ

อ.มาลี บุญเนตร, อ.มัลลิกา กาลกฤษณ์, อ.เสงี่ยม แสงโชติ, อ.นวลพันธ์ ตรานานนท์, อ.พรพิศ ยิ่งมี, อ.วิลาวัลย์ มิตรกูล, อ.กมลวัลย์ จันทจิตร, อ.ฉวีเพ็ญ พรหมประสิทธิ์, อ.ทัศนีย์ ชั่งใจ, อ.นุชนารถ พรหมคำ, อ.รัตนาพร มณีโชติ

สีสันสดใสของเหล่าศิษย์ร่วมงาน อรวดี ศิริผดุงธรรม, ชนันภัสร์ วิจักษ์ลักษณ์, บราลี
ศรีสุวรรณ ทองสกุล, วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ, อายุศรี สมิติษเฐียร, ธัญรัศม์ พิมลสิงห์,
อุรศา จิตต์ธรรมวานิช, ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, มนนิตา ตนประเสริฐ,
อภิญญา รัตนไตรภพ, พุทธชาด สาคริก, สริสา วรประคุณ, ปิยะธิดา ทรงวิช, ธนิดา ฤทธาคนี, ชลลกา เก่งระดมยิง

สีสันสดใสของเหล่าศิษย์ร่วมงาน อรวดี ศิริผดุงธรรม, ชนันภัสร์ วิจักษ์ลักษณ์, บราลี ศรีสุวรรณ ทองสกุล, วรรณภัทร รัตนนรเศรษฐ, อายุศรี สมิติษเฐียร, ธัญรัศม์ พิมลสิงห์, อุรศา จิตต์ธรรมวานิช, ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, มนนิตา ตนประเสริฐ, อภิญญา รัตนไตรภพ, พุทธชาด สาคริก, สริสา วรประคุณ, ปิยะธิดา ทรงวิช, ธนิดา ฤทธาคนี, ชลลกา เก่งระดมยิง

ย้อนวัยในชุด นร.กระโปรงแดง เกศรินทร์ อริยพงศ์, ชมนาด ตู้จินดา, พิม นิยมวัน, ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่, สมานันท์ วงค์สุวรรณ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, ชีน่า รัตนพิเชฏฐชัย,
โชติณี เลิศดำริห์การ, ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, ดาลัด วารณะวัฒน์,
ชัชวลัย แสงวรรณ์, รุ่งเพชร พรหมประสิทธิ์

ย้อนวัยในชุด นร.กระโปรงแดง เกศรินทร์ อริยพงศ์, ชมนาด ตู้จินดา, พิม นิยมวัน, ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่, สมานันท์ วงค์สุวรรณ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, ชีน่า รัตนพิเชฏฐชัย, โชติณี เลิศดำริห์การ, ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, ดาลัด วารณะวัฒน์, ชัชวลัย แสงวรรณ์, รุ่งเพชร พรหมประสิทธิ์

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ และคณะกรรมการ ส.ว.ว.,
ณพิสา จันทนจุลกะ แพนท์, กมลรัตน์ บุญ-หลง,
สริสา วรประคุณ, ปิยะธิดา ทรงวิช, อภิญญา รัตนไตรภพ, พุทธชาด สาคริก

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ และคณะกรรมการ ส.ว.ว., ณพิสา จันทนจุลกะ แพนท์, กมลรัตน์ บุญ-หลง, สริสา วรประคุณ, ปิยะธิดา ทรงวิช, อภิญญา รัตนไตรภพ, พุทธชาด สาคริก

ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, รุ่งเพชร พรหมประสิทธิ์, ชัชวลัย แสงวรรณ์,
ดาลัด วารณะวัฒน์, อ.อัมพิกุล พรหมมี, ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่,
ชีน่า รัตนพิเชฏฐชัย, สมานันท์ วงค์สุวรรณ, พิม นิยมวัน, โชติณี
เลิศดำริห์การ, ชมนาด ตู้จินดา, เกศรินทร์ อริยพงศ์

ชมภัสสร เหลี่ยมรังสี, รุ่งเพชร พรหมประสิทธิ์, ชัชวลัย แสงวรรณ์, ดาลัด วารณะวัฒน์, อ.อัมพิกุล พรหมมี, ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่, ชีน่า รัตนพิเชฏฐชัย, สมานันท์ วงค์สุวรรณ, พิม นิยมวัน, โชติณี เลิศดำริห์การ, ชมนาด ตู้จินดา, เกศรินทร์ อริยพงศ์

พุทธชาด สาคริก, ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ, มนนิตา
ตนประเสริฐ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, อภิญญา รัตนไตรภพ

พุทธชาด สาคริก, ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ, มนนิตา ตนประเสริฐ, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์, อภิญญา รัตนไตรภพ

ธนิดา ฤทธาคนี ร่วมแสดงกับน้องๆ ด.ญ.ณชนก วงศ์คำ,
ด.ญ.แพรธารา วรรณศิริ, ด.ญ.อัญญ่า เวชพลรักธรรม, ด.ญ.ธีรดา ลิขิตวรกุล, ด.ญ.ลีอา นุปิยะ

ธนิดา ฤทธาคนี ร่วมแสดงกับน้องๆ ด.ญ.ณชนก วงศ์คำ, ด.ญ.แพรธารา วรรณศิริ, ด.ญ.อัญญ่า เวชพลรักธรรม, ด.ญ.ธีรดา ลิขิตวรกุล, ด.ญ.ลีอา นุปิยะ

อรวดี ศิริผดุงธรรม กับน้อง ม.6 รุ่น 150

อรวดี ศิริผดุงธรรม กับน้อง ม.6 รุ่น 150

กลุ่มธุรกิจ TCP ปลุกพลังเยาวชนส่งต่อโอกาสทางกีฬา มอบลูกฟุตบอลทั่วไทย

กลุ่มธุรกิจ TCP ปลุกพลังเยาวชนส่งต่อโอกาสทางกีฬา มอบลูกฟุตบอลทั่วไทย

กลุ่มธุรกิจ TCP ปลุกพลังเยาวชนส่งต่อโอกาสทางกีฬา มอบลูกฟุตบอลทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย ตอกย้ำเป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ด้วยการมอบลูกฟุตบอลจำนวน 2,000 ลูก เพื่อกระจายโอกาสทางกีฬาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ ให้ใช้ฝึกซ้อม พัฒนาทักษะ และสร้างรากฐานสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพในอนาคต

ความพิเศษของลูกฟุตบอลนั้นจะมีสัญลักษณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCPซึ่งเป็นตัวแทนของพลังบวก พร้อมด้วยโลโก้กระทิงแดงคู่ (Red Bull) ที่เป็นตัวแทนของพลังความมุ่งมั่นให้คนรุ่นใหม่มีเอนเนอร์จี้ในการทำกิจกรรมหลากหลายสุดทุกแพสชั่น

กลุ่มธุรกิจ TCP ส่งมอบลูกฟุตบอลให้กับโรงเรียนและศูนย์กีฬา 150 แห่งทั่วประเทศ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ใช้อุปกรณ์กีฬาอย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดความฝันสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน

นางสาวอาจรีย์ สุวรรณกูลผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร กลุ่มธุรกิจ TCP เป็นตัวแทนในการส่งมอบลูกฟุตบอล กล่าวว่า“กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเยาวชน เราหวังว่าลูกฟุตบอลเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมก้าวไปสู่อนาคตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์กระทิงแดง (Red Bull), เรดดี้,โสมพลัส, สปอนเซอร์, แมนซั่ม,ไฮ่!, เพียวริคุ, ซันสแนค และ วอริเออร์ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนไทย เพราะเชื่อว่าการปลุกพลังที่ดีในวันนี้ จะนำไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นของประเทศในวันข้างหน้า

ตามรอยซีรี่ส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งแหลมพันวา กับ‘Director Package’โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต

ตามรอยซีรี่ส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งแหลมพันวา กับ‘Director Package’โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต

ตามรอยซีรี่ส์ดัง สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งแหลมพันวา กับ‘Director Package’โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The White Lotus ซีซั่น 1 และ 2 เป็นซีรี่ส์ที่สร้างปรากฏการณ์แม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เป็นแฟนตัวยงเดินทางท่องเที่ยวตามรอยซีรี่ส์ดังกันอย่างคับคั่ง (Set-jetting) จึงทำให้ประเทศไทยเป็นกระแสร้อนแรงข้ามปีเมื่อซีรี่ส์ดังอย่าง The White Lotus 3 เลือกภาคใต้เป็นสถานที่ถ่ายทำและเพิ่งฉายพรีเมียร์ตอนแรกให้ได้ชมไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และหนึ่งในโลเกชั่นลับในการถ่ายทำซีรี่ส์เรื่องนี้ที่ได้เปิดเผยในเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) คือ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต (อ้างอิง : เว็บไซต์ The White Lotus X TAT thewhitelotus.thailandinsider.com)

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต โรงแรมแห่งแรกจากเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ที่พักสุดหรูหราบนจุดหมายปลายทางที่เต็มเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ พร้อมชายหาดขาวทอดยาวริมทะเลอันดามันอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงามของภูเก็ต พร้อมเปิดประตูชวนไปตามหาภาพแห่งความทรงจำอันคุ้นเคย ผ่านฉากที่คุ้นหน้าคุ้นตาในภาพยนตร์และซีรี่ส์ชื่อดังมากมาย กับ “Director Package” มอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยห้องพัก เคป ซิกเนเจอร์ คอร์เนอร์ สวีท ขนาดกว้างขวางกว่า 127 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่มอบทัศนียภาพของทะเลอันดามันในมุมมองสุดตระการตาและมีอ่างน้ำวนกลางแจ้งให้สัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดและดื่มด่ำกับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอด 3 วัน 2 คืน

นอกจากนี้ ยังให้คุณเพลิดเพลินกับ Afternoon Tea และเครื่องดื่มค็อกเทลซิกเนเจอร์เมนูใหม่ที่ผสมผสานทั้งความหรูหราและโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ใต้ร่มเงาบ้านชิโน-โปรตุกีสอายุกว่าร้อยปี ที่พันวาเฮ้าส์ เพื่อประสบการณ์แสนพิเศษและเหนือระดับ โดยเฉพาะการจับคู่ชากลีบดอกบัวหลวงอันหอมกรุ่นกับของคาวหวานแบบไทยที่เต็มไปด้วยความอ่อนช้อยและความประณีตในทุกคำที่ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงกลีบบัวทอดมันกุ้ง ไก่สะเต๊ะ ม้าฮ่อ แตงโมปลาแห้งถุงทอง ข้าวเหนียวมะม่วง สาคูข้าวโพด ทองหยอด ฝอยทอง และลูกชุบ ที่คัดสรรมาอย่างละเมียดละไม

หรือจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกผ่านค็อกเทลแก้วพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งมีให้เลือกชิมถึง 3 แบบ 3 สไตล์ แก้วแรกคือ Armond’s Last Sip ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฮาวาย เกาะทรอปิคัลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ให้ความสดชื่นจากสับปะรดและมินต์ ส่วนมนต์เสน่ห์ของ Sicilian Sour นั้นมาจากความเปรี้ยวของเลมอน ตกแต่งด้วยรากบัวอบแห้ง และอีกแก้วคือ Mook ค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทะเลอันดามันและชายหาดที่สวยงามของเมืองไทย ผสมผสานคลาสสิกรัมของไทยกับผลไม้เมืองร้อนอย่างแตงโมและสับปะรดที่เต็มไปด้วยความสดชื่นมีชีวิตชีวา

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต กับ Director Package ในราคาเริ่มต้น 22,300 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2568 พร้อมรับชุดของขวัญต้อนรับสุดพิเศษสำหรับการจอง Director Package เท่านั้น อาทิ Afternoon Tea สำหรับ 2 ท่าน ณพันวาเฮ้าส์, บัตรกำนัลเครื่องดื่มค็อกเทล ณ แบมบู บาร์ และคาเฟ่ อันดามัน,บัตรกำนัลเครื่องดื่มชา กาแฟ ณ คาเฟ่ แคนทารี และบัตรกำนัลส่วนลด 15% สำหรับการทำสปาทรีตเมนต์ ณ เคปสปา ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด จองแพ็กเกจได้ที่ https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?propertyId=569&onlineId=4&pid=MDYxMjQ1Mw%3D%3D สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 076-391123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

สีสันแห่งฤดูกาลใหม่ สนุกกับดีไซน์ไม่รู้จบ GUESS สปริง/ ซัมเมอร์ 2025

สีสันแห่งฤดูกาลใหม่ สนุกกับดีไซน์ไม่รู้จบ GUESS สปริง/ ซัมเมอร์ 2025

สีสันแห่งฤดูกาลใหม่ สนุกกับดีไซน์ไม่รู้จบ GUESS สปริง/ ซัมเมอร์ 2025

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

GUESS (เกส) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกันนำเสนอภาพแคมเปญคอลเลคชั่น Spring Summer 2025 โดยมี ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในฐานะ GUESS Girl ประจำประเทศไทยเป็นนางแบบถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของสาวเกสที่สนุกกับสีสันแห่งฤดูกาลใหม่ ผ่านการสร้างสรรค์ลุคอันหลากหลายและยังคงเอกลักษณ์ของความเซ็กซี่ ความรักในการผจญภัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเกสเกิร์ล ผ่านมุมมองของช่างภาพ “เดียร์-ธนนนท์ ธนากรกานต์” และครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ “ลูกนัท สิริวงษ์ สุขเกษมสิน”

GUESS คอลเลคชั่น Spring Summer 2025 นำสีสันของฤดูใบไม้ผลิไม่ว่าจะเป็นสีสันของท้องฟ้าในเฉดสีต่างๆ สีสันสดใสของดอกไม้ในโทนสีชมพู-ม่วง กลิ่นอายของทะเลเขตร้อน และแสงสะท้อนสีเงินของน้ำทะเลเมื่อแสงตกกระทบ มาเป็นแรงบันดาลใจหลักสู่การสร้างสรรค์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และแอคเซสซอรีต่างๆ ที่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับไอเทมอื่นๆ ได้อย่างลงตัว

สำหรับคีย์ลุคหลักของแคมเปญคอลเลคชั่นใหม่นี้ที่ขาดไม่ได้ คือ “ยีนส์” ไอคอนิกสุดคลาสสิกของเกส ที่ให้สาวๆได้สนุกกับการครีเอทลุคไม่ซ้ำใคร อาทิ ลุคลุยๆ ด้วยกางเกงยีนส์ทรง Oversize จับคู่กับเสื้อครอปสวมทับด้วยเสื้อแจ๊กเกตยีนส์ประดับคริสตัล เพิ่มความเฟมินีนด้วยต่างหูดีไซน์เก๋คำว่า L.O.V.E เสื้อแจ๊กเกต กางเกงสีเมทัลลิกสีเงิน โดดเด่นด้วยลายปัก Forest จับคู่กับกระเป๋าสะพายไหล่สีดำเพิ่มความหรูหราและตัดกับชุดสีเงินได้อย่างลงตัว หรือจะเป็นลุคสบายๆ อย่างเสื้อกล้ามประดับลูกไม้ มีดีเทลผูกโบบริเวณอกแฝงความเซ็กซี่ กับกางเกงยีนส์ทรง Slim สีชมพูพาสเทลสร้างสรรค์โททัลลุคให้สมบูรณ์แบบด้วยกำไลข้อมือและสร้อยคอโซ่ประดับด้วยจี้หัวใจ และกระเป๋าโท้ทลายสานใบเก๋

ในแคมเปญยังเผยให้เห็นตัวตนของสาวเกสในสไตล์สาวเปรี้ยว เท่ กับการแมทช์กางเกงยีนส์ขาม้าเอวสูง กับ บอดี้สูทลายท้องฟ้า สกรีนโลโก้ GUESS เพิ่มมิติให้น่าดึงดูดด้วยหมวกทรัคเกอร์ยีนส์ และนาฬิกาสายสเตนเลส สี Silverคอลเลคชั่นนี้ยังนำเสนอลุคแสนโดดเด่นสำหรับฮอลิเดย์ อาทิเสื้อสายเดี่ยวคอวีที่เผยให้เห็นเครื่องประดับสุดหรูอย่างสร้อยคอต่างหู และนาฬิกาสายสเตนเลสสีซิลเวอร์และโรสโกลด์ เดรสเข้ารูปมาพร้อมกับเสื้อคลุมเข้าชุดสีน้ำเงิน แมทช์กับกระเป๋าลายโมโนแกรมใบหรู และนาฬิกาตัวเรือนสี Rose goldสายซิลิโคนสีน้ำเงิน ตลอดจนลุคสวยสง่าที่สามารถใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเสื้อครอปแขนยาวผ้าลายฉลุสุดหรู เข้าชุดกับกระโปรงลายเดียวกัน

สัมผัสตัวตนของ GUESS Girl ได้ที่ ช็อป และเคาน์เตอร์ GUESS ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือ ช็อปออนไลน์ได้ที่ https://guess.co.th/ หรืออัปเดตแฟชั่นไอเทมใหม่ๆ ได้ที่ Facebook https://www.facebook.com/GUESSThailand/ หรือ Instagram https://www.instagram.com/guess/ หรือ TikTok https://www.tiktok.com/@guessthailand และทาง LINE Official Account @GUESSThailand

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อยู่ให้รอดจากไข้หวัดใหญ่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อยู่ให้รอดจากไข้หวัดใหญ่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อยู่ให้รอดจากไข้หวัดใหญ่

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงนี้หันซ้ายก็เจอคนจาม หันขวาก็เจอคนไอ ซึ่งช่วงนี้หลายท่านคงทราบว่าไข้หวัดใหญ่เจ้าเก่ากลับมาอาละวาดอีกแล้ว โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่1 มกราคม-17 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยสะสม 107,570 รายเสียชีวิต 9 ราย แนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นกว่าปี 2567 ซึ่งกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดพบในเด็ก โดยปกติจะพบสูงในฤดูฝนและช่วงฤดูหนาว คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยสูงถึง 903,446 รายซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเลยทีเดียว 

หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมเป็นแล้วเป็นอีก เหตุผลก็คือไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายได้ง่าย หรืออาจรุนแรงขึ้น ส่วนการระบาดของไข้หวัดใหญ่ก็ขึ้นกับภูมิคุ้มกันของประชากร และระดับภูมิคุ้มกันของประชากรต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อัตราการรับวัคซีน ประวัติการติดเชื้อก่อนหน้า และความแข็งแรงของแต่คน พฤติกรรมของคน ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัย การใช้ช้อนกลาง และการล้างมือบ่อยๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่ช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัส และหากมาตรการเหล่านี้ถูกปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก็จะช่วยลดการระบาดได้ นอกจากนี้สภาพอากาศและฤดูกาลก็เป็นปัจจัยของการระบาดของไข้หวัดใหญ่ซึ่งมักระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เนื่องจากไวรัสสามารถอยู่รอดและแพร่กระจายได้ดีในสภาพอากาศเย็นและชื้น 

ถ้าอยู่มาวันหนึ่ง เราเกิดมีอาการน้ำมูกไหลร่วมกับเป็นไข้จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือว่าโควิด ง่ายที่สุดก็คือซื้อชุดตรวจ ซึ่งปัจจุบันมีแบบ 3 in 1 ตรวจได้ทั้งโควิด ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B หรืออาจจะมีแบบ 4 in 1 ก็คือ ตรวจหาการติดเชื้อไวรัส RSV ไปได้ด้วยในตัว การตรวจด้วยชุดตรวจก็สามารถทำให้ทราบผลได้ นำไปสู่การวินิจฉัยต่อและรักษาได้อย่างเหมาะสม อาการที่มักจะเจอในคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง อ่อนเพลียมาก ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก ไอแห้ง ในบางรายอาจมีน้ำมูกไหล เจ็บคอ

ในช่วงที่ระบาดนี้ เราควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และถ้าป่วยแล้วควรหยุดเรียนหรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น นอกจากนี้ท่านที่มีกลุ่มเปราะบางอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงเป็นต้น ต้องระวังและแยกตัวออกมาเพื่อไม่เพร่ให้กับเขาเหล่านั้น

ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรคมีการประชาสัมพันธ์ว่า ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ฟรี ช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-31 สิงหาคม 2568 ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ว่า ได้แก่ (1) หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ (2) เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี (3) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด, หัวใจและหลอดเลือด, ไตวาย, เบาหวาน, ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด (4)ผู้อายุมากกว่า 65 ปี (5) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (6) ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ และ (7) ผู้มีภาวะโรคอ้วน ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 ส่วนใครที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้ถ้าเป็นไปได้ก็ควรไปรับการฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อตนเองโดยตรงคือ ลดโอกาสการเป็นโรคและความรุนแรงของการป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่แล้ว ก็ยังช่วยลดโอกาสที่จะติดเชื้อและจะส่งต่อเชื้อให้คนที่อื่นที่อ่อนแอกว่าด้วยเช่นกัน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผู้เขียนในฐานะบุคลากรทางการแพทย์คนหนึ่งก็อยากรณรงค์ให้คนที่เข้าถึงวัคซีนได้ไปฉีดกันให้มากๆ 

เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงทำการคาดการณ์สายพันธุ์ของไวรัสที่อาจระบาดในแต่ละปี และแนะนำให้ผู้ผลิตวัคซีนปรับปรุงสูตรวัคซีนให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงควรได้รับทุกปีเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย