จีนจับตา พบไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ในค้างคาว ชี้จับเซลล์คนได้แบบโควิด

จีนจับตา พบไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ในค้างคาว ชี้จับเซลล์คนได้แบบโควิด

23 ก.พ. 2568 23:11 น.

จีนจับตา พบไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ในค้างคาว ชี้จับเซลล์คนได้แบบโควิด

นักวิทยาศาสตร์จีนพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาว และพบว่ามันสามารถจับกับเซลล์ของมนุษย์ได้ด้วยวิธีเดียวกับไวรัสก่อโรคโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิจัยที่สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีน ระบุว่า พวกเขาค้นพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาว ที่สามารถเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ได้ด้วยวิธีการคล้ายกับไวรัสก่อโรคโควิด-19 เพิ่มความเป็นไปได้ที่ไวรัสตัวนี้จะสามารถแพร่กระจายเข้าสู่มนุษย์ได้ในสักวันหนึ่ง

ไวรัสดังกล่าวถูกเรียกว่า “HKU5-CoV-2” โดยผลการทดสอบในห้องทดลองพบว่า มันสามารถเข้าสู่เซลล์มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ได้ด้วยโปรตีนตัวรับที่ชื่อว่า “ACE2” บนผิวเซลล์ของมัน แบบเดียวกับไวรัส “SARS-CoV-2” ซึ่งเป็นตัวก่อโรคโควิด-19 แต่ไม่มีประสิทธิภาพเท่า และมีข้อจำกัดอีกหลายอย่าง

ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงย้ำว่าให้ตอบสนองต่อผลการวิจัยนี้อย่างระมัดระวัง ขณะที่ทีมนักวิจัยเขียนในบทความของพวกเขาว่า ความเสี่ยงที่ไวรัสตัวนี้จะอุบัติขึ้นในประชากรมนุษย์ไม่ควรถูกกล่าวเกินจริง

ด้าน ดร.ไมเคิล ออสเตอร์โฮล์ม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ปฏิกิริยาที่มาต่อการวิจัยนี้นั้น “มากเกินไป” และว่า มีความเป็นไปได้ที่ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์คล้ายกันที่เพิ่มขึ้น จะช่วยปกป้องสังคมจากการระบาดทั่วโลกครั้งใหม่

แต่ในกรณีที่ไวรัส HKU5-CoV-2 เกิดติดต่อเข้าสู่มนุษย์ นักวิจัยก็บอกว่า สารภูมิต้านทานโมโนโคลน กับยาต้านไวรัส อาจสามารถรักษาอาการติดเชื้อได้

ยาต้านไวรัสถูกออกแบบมาเพื่อหยุดการแพร่กระจายของไวรัสในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการป่วยและลดระยะเวลาป่วยให้สั้นลง โดยมันถูกใช้เพื่อรักษาอาการป่วยมากมาย รวมถึงไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19

ส่วนสารภูมิต้านทานโมโนโคลน เป็นโปรตีนที่สร้างขึ้นในห้องทดลองเพื่อจัดการกับอาการป่วยหลากหลาย รวมถึงโรคมะเร็ง และเป็นวิธีรักษาที่สำคัญมากสำหรับผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งวัคซีนอาจไม่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายของพวกเขาสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

รัสเซียส่งโดรน 267 ลำโจมตีในยูเครน ทุบสถิติใหม่ก่อนสงครามครบ 3 ปี

รัสเซียส่งโดรน 267 ลำโจมตีในยูเครน ทุบสถิติใหม่ก่อนสงครามครบ 3 ปี

23 ก.พ. 2568 22:29 น.

รัสเซียส่งโดรน 267 ลำโจมตีในยูเครน ทุบสถิติใหม่ก่อนสงครามครบ 3 ปี

รัสเซียส่งโดรนจำนวนมากทุบสถิติเข้าโจมตีพื้นที่ต่างๆ ของยูเครน ขณะที่ยูเครนก็โจมตีเข้าใส่รัสเซียเช่นกัน ก่อนที่สงครามครั้งนี้จะถึงวันครบรอบ 3 ปี

ในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. 2568 กองทัพยูเครนออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียส่งโดรนถึง 267 ลำ โจมตีพื้นที่ต่างๆ ในประเทศของพวกเขา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกโจมตี ในขณะที่สงครามกำลังจะถึงวันครบรอบ 3 ปี และเข้าสู่ปีที่ 4

รัสเซียส่งโดรนและยิงมิสไซล์เข้าโจมตียูเครนแทบจะทุกคืนเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกันแล้ว แต่การเมื่อคืนวันเสาร์นับเป็นการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุด ทำลายสถิติเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่รัสเซียส่งโดรนโจมตี 193 ลำในวันเดียว

กองทัพอากาศยูเครนอ้างว่า พวกเขายิงทำลายโดรน “ชาเฮด” ที่รัสเซียส่งเข้ามาได้ 138 ลำ ส่วนอีก 119 ลำหายไปจากการติดตามโดยไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ขณะที่มีโดรน 3 ลำบินเข้าไปในดินแดนของเบลารุส อย่างไรก็ตาม แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์, แคว้นโอเดสซา, แคว้นโปลตาวา, แคว้นเคียฟ และแคว้นซาปอริชเชีย ได้รับผลกระทบจากการโจมตี

ขณะเดียวกัน ฝ่ายยูเครนก็โจมตีระยะไกลเข้าใส่ดินแดนของรัสเซียอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า กองทัพยิงทำลายโดรนของยูเครนได้ 40 ลำในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การโจมตีกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียจะครบรอบ 3 ปีในวันจันทร์ที่ 24 ก.พ. 2568 นี้ และสงครามจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 โดยที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางคุยกับรัสเซียโดยตรงเพื่อทำข้อตกลงยุติสงคราม โดยที่ฝ่ายยูเครนไม่มีส่วนร่วม

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเคยประกาศไว้แล้วว่า เคียฟจะไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพใดๆ ที่มีการตกลงกันข้ามหัวของพวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ปลัดฯร่วมงาน ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม

ปลัดฯร่วมงาน  ไถกลบตอซัง  สร้างดินยั่งยืน  ฟื้นสิ่งแวดล้อม

ปลัดฯร่วมงาน ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่บ้านเนินมหาเชษฐ์ หมู่ 3 ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และถ่ายทอดสดผ่านระบบ Zoom conference Meeting และ Facebook live กรมพัฒนาที่ดิน ไปยังพื้นที่จัดงานอีก 72 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 10,000 คน โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ด้วยการไถกลบตอซังพืชแทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร  นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น (นบต.) รุ่นที่ 74 ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี ดร.ยุทธภูมิ ประสมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการและหลักสูตร สถาบันเกษตราธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาและการดำเนินโครงการฯ

สำหรับการอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานระหว่างกัน และเพิ่มพูนสัมพันธภาพ เพื่อการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานอีกด้วย

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก  เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ–กระบือ และผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ได้เดินหน้าเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 กรมสัตวแพทย์บริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (DVS) มีหนังสือแจ้งผลการเจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อโคไปยังประเทศมาเลเซีย ว่าอนุญาตให้ส่งออกเนื้อโคจากไทยไปมาเลเซีย ได้แล้ว ตามข้อกำหนดที่ตกลง และขอให้สถานประกอบการนำส่งคำขอขึ้นทะเบียนไปยัง DVS เพื่อรับการตรวจรับรอง

“กระทรวงเกษตรฯ มีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญ โดยเฉพาะยางพารา ที่ไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม โคเนื้อและผลิตภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งความคาดหวังที่จะผลักดันให้เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ เพื่อเป้าหมายประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกโคเนื้อรายใหญ่ของโลก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมระดับพรีเมียม จึงควรส่งเสริมการเลี้ยงโคให้กับเกษตรกร และสนับสนุนการแปรรูปพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และรูปแบบ ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อของไทย ดังนั้นจึงต้องพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อ รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาด พัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมให้แปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำ ว่าได้ผลักดันแนวทางการกำหนดราคาโคเนื้อให้มีเสถียรภาพ เริ่มจากการประกาศราคาแนะนำโคเนื้อมีชีวิตรายภาค โดยสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย การจัดทำโครงสร้างราคา การรณรงค์การบริโภคเนื้อโค พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า เข้มงวดการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าเนื้อโคผิดกฎหมาย โดยชุดเฉพาะกิจพญานาคราช รวมถึงเข้มงวดป้องกันการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง และเจรจาเปิดตลาดโคเนื้อมีชีวิตเพื่อขยายตลาดส่งออกให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณาในประเด็นที่สำคัญ โดยเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ (งบกลาง) ปีงบประมาณ 2568 สำหรับการจัดซื้อวัคซีนสำหรับโรคปากและเท้าเปื่อยเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคให้ครอบคลุมประชากรโคเนื้อ กระบือ แพะและแกะ ควบคุมป้องกันโรคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสียหายของเกษตรกรจากโรคดังกล่าวตลอดจนเพื่อให้อุบัติการณ์ของโรคลดลง จนไม่พบการระบาดและไม่พบสัตว์ป่วยตายภายในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า เพิ่มศักยภาพการส่งออกไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางละออ ขันธรักษ์ ผอ.สำนักตรวจสอบภายใน สำนักปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมโครงการสัมมนาการปฏิบัติการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐจากภายนอกองค์กรที่กรมบัญชีกลางกำหนด ในปี 2567 โดยมีนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นผู้มอบประกาศเกียรติคุณ ที่โรงแรมกราฟ โฮเทล กทม.

สำหรับปีงบประมาณ 2567 มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้ารับการประเมิน โดยมีผลการประเมินภาพรวมระดับดีเยี่ยม (Leading) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทาน รวมถึงหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีผลการประเมินภาพรวมระดับดี (Leveraging) ได้แก่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดให้มีการประเมินการประกันและการปรับปรุงคุณภาพ งานตรวจสอบภายในภาครัฐจากภายนอกองค์กรทุกปี โดยประเมินตามกรอบมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางการนำมาตรฐานไปใช้ปฏิบัติ (Implementation Guidance) และแนวทางเสริม (Supplemental Guidance) ของ The Institute of Internal Auditors (IIA) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ผลักดันให้มีการรักษาคุณภาพของงานตรวจสอบภายใน ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพการตรวจสอบภายในภาครัฐสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีเปิด (kick-off) โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน จังหวัดเชียงราย

'กรมปศุสัตว์'จัดพิธีเปิด (kick-off) โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน จังหวัดเชียงราย

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีเปิด (kick-off) โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน จังหวัดเชียงราย

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.22 น.

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีเปิด (kick-off) โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ ซึ่งมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับ และมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์เขต 5 พร้อมด้วยผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานฯ ณ ลานทองฟาร์ม ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ในการนี้ รมช.อิทธิฯ ได้มอบนโยบายการป้องกันโรคลัมปี สกิน พร้อมมอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกินแก่อาสาปศุสัตว์ รวมทั้งปล่อยขบวนรถเจ้าหน้าที่และอาสาปศุสัตว์รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน

กรมปศุสัตว์ได้มีการกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคลัมปี สกินในโคและกระบือภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสนับสนุนวัคซีนให้กับเกษตรกร เพื่อใช้ในการป้องกันโรคเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคลัมปี สกินในสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งจังหวัดเชียงรายยังเป็นพื้นที่นำร่องการสร้างพื้นที่ปลอดโรค และการสร้างคอกกักสัตว์มีชีวิต เพื่อผลักดันการส่งออกโคและกระบือมีชีวิตไปยังประเทศคู่ค้าตามแผนของกรมปศุสัตว์ ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้จัดให้มีงานพิธีเปิด Kick-off โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน จังหวัดเชียงรายขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ และความตระหนักของความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ของกรมปศุสัตว์แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต่อไป

– 006

แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จัดโครงการ Focus on Ability 2025

แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จัดโครงการ Focus on Ability 2025

แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จัดโครงการ Focus on Ability 2025

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.55 น.

บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดโครงการ Focus on Ability 2025 โดยเน้นการส่งเสริมสังคมแห่งความเท่าเทียมผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อที่ส่งเสริมศักยภาพผู้พิการ และนำมาซึ่งการหารืออันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความรู้ความเข้าใจในการทำงาน การปรับตัว การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้พิการและกลุ่มผู้ที่สนใจการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ และการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม การสัมมนาจัดขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมเกือบ 300 คน

บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อมั่นว่าการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการ Focus on Ability จะช่วยกระตุ้นการรับรู้ของสมาชิกในสังคมให้มีความตื่นตัวในการร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในสังคมให้พร้อมต่อการส่งเสริมสังคมแห่งความเท่าเทียม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมของเรา

นางสาวศศิวิมล ผ่อนผัน หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม Focus on Ability กล่าวว่า กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้ผู้พิการได้รับข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวในการใช้ชีวิต ได้รับกำลังใจและคำแนะนำดีๆ จากผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านอื่นๆ เป็นเสมือนกิจกรรมที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้พึ่งพาและเข้าอกเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ ได้จัดกิจกรรมปิดท้ายโครงการ Focus on Ability ด้วยการเชิญชวนผู้บริหารและเพื่อนพนักงานจิตอาสาร่วมกันทำกิจกรรมเดินชมธรรมชาติ และทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับน้องๆ นักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่สวนรถไฟ ทั้งนี้ กิจกรรม Focus on Ability เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่บริษัทฯ มีความตั้งใจในการรณรงค์เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งความเท่าเทียม และส่งเสริมศักยภาพผู้พิการผ่านรูปแบบกิจกรรมที่ช่วยเปิดโลกทัศน์และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

โครงการ Focus on Ability จึงเป็นโครงการที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายของ บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในด้านการส่งเสริมการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนร่วมกัน

‘ธัญ'(THANN) แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

'ธัญ'(THANN)  แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

‘ธัญ'(THANN) แนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.24 น.

“มือ” หนึ่งในอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าและผิวกาย และละเลยการดูแลสุขภาพผิวมืออย่างถูกวิธี ทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่แทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย มือจึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์ หรือความร่วงโรยแห่งวัยอย่างเห็นได้ชัดเจน แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะ “วิธีฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือด้วยเทคโนโลยี Double moist, Double lock” กับผลิตภัณฑ์ Earl Grey Infusion Hand Cream พร้อมชวนเซเลบริตี้สาวเก่ง อาทิม.ล. สิริสมร  สวัสดิวัตน์, คุณเฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ และคุณพรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะวิธีฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือว่า “มือของเราต้องเผชิญกับสภาวะต่างๆ ในแต่ละวัน ตั้งแต่การทำความสะอาดบ้าน ไปจนถึงการสัมผัสกับอากาศแห้งหรือสารเคมีต่างๆ ที่อาจทำให้มือของเราสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดความแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการดูแลผิวมือให้มีความชุ่มชื้นและสุขภาพดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวมือเกิดความแห้งกร้านและริ้วรอยจากการใช้ชีวิตประจำวัน

1.เลือกใช้สบู่ล้างมือที่มีความอ่อนโยน

การล้างมือบ่อยๆ ทำให้ผิวมือสูญเสียความชุ่มชื้น โดยเฉพาะการใช้สบู่ที่มีสารทำความสะอาดที่แรงเกินไป อย่าง Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ยิ่งทำให้ผิวมือเกิดความแห้งตึงได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกใช้สบู่ล้างมือที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ หรือสบู่ที่มีสารบำรุงผิว อาทิ Aloe Vera, Rice Bran Oil, Olive oil เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ

2.ทาครีมบำรุงมือหลังล้างมือทุกครั้ง

หลังจากการล้างมือ หลังการสัมผัสน้ำหรือสารเคมีต่างๆ ผิวมือจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ควรทาครีมบำรุงมือที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและปกป้องผิวมือจากความแห้งกร้าน โดยสามารถพิจารณาได้จาก 3 คุณสมบัติดังนี้

-Humectants : ช่วยดึงดูดและกักเก็บความชื้นให้กับผิวโดยการดึงน้ำจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ผิว อาทิ Aloe Vera, Rice Bran Oil, Panthenol (Vitamin B5)

-Emollient : ช่วยให้ผิวนุ่มลื่น ลดการสูญเสียน้ำ และเสริมชั้นป้องกันของผิว ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันหรือไขมันที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น อาทิ Shea Butter, Rice Bran Oil, Jojoba Oil, Olive Oil, Coconut oil

-Occlusive : ทำหน้าที่เคลือบผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิวหนัง (Transepidermal Water Loss – TEWL) โดยสร้างชั้นฟิล์มบางๆ บนผิวเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น สารกลุ่มนี้มักใช้ร่วมกับ Humectants และ Emollients เพื่อเสริมประสิทธิภาพของมอยส์เจอไรเซอร์ อาทิ Rice Bran Oil, Jojoba Oil, Coconut oil

3.สวมถุงมือเมื่อล้างจานหรือทำงานบ้าน

การสัมผัสสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาล้างจาน หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านต่างๆ อาจทำให้มือเกิดความแห้งกร้านและระคายเคืองได้ การสวมถุงมือยางขณะทำงานบ้านจะช่วยป้องกันการสัมผัสสารเคมี และน้ำที่อาจทำให้ผิวมือสูญเสียความชุ่มชื้น

4.ปกป้องมือจากอากาศแห้งและเย็น

การสัมผัสกับอากาศแห้งและเย็นจะทำให้ผิวมือสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น ควรใส่ถุงมือกันหนาว หรือถุงมือที่ทำจากผ้าฝ้ายเพื่อป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นจากผิวมือ โดยเฉพาะในขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง

5.สครับมือเพื่อผลัดเซลล์ผิว

การสครับผิวมือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้ผิวมือนุ่มนวลขึ้น สามารถใช้สครับธรรมชาติ เช่น น้ำตาลผสมกับน้ำผึ้ง หรือโยเกิร์ตผสมข้าวโอ๊ต ช่วยขัดผิวอย่างอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้ง

6.มาสก์มือเพื่อบำรุงลึก

การมาสก์มือเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวมือ โดยการทาครีมบำรุงที่เข้มข้น เช่น Shea Butter แล้วสวมถุงมือผ้าฝ้ายทิ้งไว้ทั้งคืน จะช่วยฟื้นฟูผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ

7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2 ลิตรเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผิวมือของคุณชุ่มชื้นจากภายใน ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้าน

8.รับประทานอาหารที่ดีต่อผิว

การรับประทานอาหารที่มี Omega-3, Vitamin E และ Vitamin C จะช่วยบำรุงผิวมือจากภายใน Omega-3 จากปลาแซลมอนและถั่ว, Vitamin E จากอัลมอนด์และอะโวคาโด, และ Vitamin C จากส้มและ     เบอร์รี่ เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้กับผิว”

ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia โดยปัจจุบันมีจำหน่ายกว่า 86 สาขาใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 19 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป ขอแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ของสารสกัดธรรมชาติจาก “น้ำมันรำข้าว” (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้านโภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant)  ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง  6  เท่า  รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน Organic Shea Butter Extract ไขมันธรรมชาติที่สกัดจากเชียนัท หรือเมล็ดที่ได้จากต้น African Shea Tree พืชพื้นเมืองของชาวแอฟริกา ได้รับการรับรองจาก Soil Association ประเทศอังกฤษ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปกป้องริมฝีปาก ผิวหนัง และฝ่ามือจากความแห้งกร้านได้อย่างดี โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง Organic Aloe Vera Extract ได้รับการรับรองจาก ECOCERT ประเทศฝรั่งเศส ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น บรรเทาอาการแสบร้อนหรือลดอาการระคายเคืองจากการไหม้แดด ลดเลือนและป้องกันการเกิดริ้วรอย

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวมือกลิ่นหอมใหม่ล่าสุด Earl Grey Infusion Hand Cream ขนาด 40g. ราคา 590 บาท ครีมบำรุงผิวมือ สูตรที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) มาพร้อมเทคโนโลยี Double moist, Double lock ที่ช่วยเติมและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวสวยสุขภาพดีใน 2 ขั้นตอน

-Double Moist: เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟูด้วยส่วนผสมของ Rice bran oil สูงถึง8%, Organic Shea Butter และ Organic Aloe Vera ไม่เพียงเเค่เติมความชุ่มชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างฟิล์มบางๆ บนผิว เพื่อลดการสูญเสียน้ำ (Emollient และ Occlusive)

-Double Lock: ล็อคความชุ่มชื้น ด้วย 2 พลังจาก Vitamin B5 และ Rice Bran Oil ช่วยดึงน้ำในอากาศเข้าสู่เชลล์ผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว (Humectants)

พร้อมกลิ่นหอมที่สร้างความสดใสมีชีวิตชีวาและเติมพลังบวกให้เเก่จิตวิญญาณด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจาก Lavender, Bergamot, Clary sage และ Cardamom ***สูตร Silicone free, ปราศจากสี, น้ำหอมสังเคราะห์และสารพาราเบน***

ด้านเหล่าเซเลบริตี้ต่างก็ได้ร่วมเผยถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นในสไตล์ของตัวเอง เริ่มที่   ม.ล. สิริสมร  สวัสดิวัตน์ เผยว่า “พราวด์มองว่ามือเป็นอวัยวะที่คนจะเห็นและสังเกตได้ง่ายมากๆ อย่างเวลาเราทำงานต้องพบเจอผู้ใหญ่หรือลูกค้า การที่มือและเล็บของเราดูมีสุขภาพดีนั้น ถือเป็นสร้างความประทับใจแรกที่ดีได้เลย ส่วนตัวพราวด์เองเป็นคนมือค่อนข้างแห้งและลอก เนื่องจากใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยมาก แต่พราวด์ก็มักจะพกแฮนด์ครีมติดกระเป๋าไว้ตลอด อย่างที่ใช้เป็นประจำจะเป็น Earl Grey Infusion Hand Cream ส่วนตัวชอบมากเพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวมือเนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ยาวนานแล้ว ยังมีกลิ่นหอมละมุนที่สร้างความสดใสมีชีวิตชีวา สามารถตอบโจทย์คนที่มีปัญหามือแห้งได้ดีที่สุดค่ะ”

ต่อมาที่ คุณเฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ เล่าว่า “ส่วนตัวพลอยฝนเป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญในการดูแลตนเองเป็นอย่างมาก การที่มีภาพลักษณ์ที่ดูดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย แต่ก็ไม่ละเลยการดูแลสุขภาพผิวมือด้วย ยิ่งช่วงหลังคลอดลูกก็รู้สึกว่าผิวแห้งมากกว่าเดิม โดยเฉพาะผิวบริเวณมือที่สัมผัสได้เลยว่าแห้งกร้านมาก พลอยฝนเลือกใช้แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันและสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความอ่อนโยน สามารถทาได้บ่อยๆ อย่าง Earl Grey Infusion Hand Cream ช่วยเติมเต็มและล็อคความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ยาวนาน แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สร้างความสดใสมีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดีค่ะ”

ปิดท้ายด้วย คุณพรปวีณ์ นีระสิงห์ เผยว่า “เฟย์คิดว่าผู้หญิงเรา นอกจากจะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายแล้ว ก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพผิวมือด้วยเช่นกัน อย่างเฟย์เองทำงานในสายงานบันเทิงต้องพบปะผู้คน ถ่ายงานหรือถ่ายแบบ จึงต้องดูแลผิวพรรณทุกส่วนรวมถึงผิวมืออยู่เป็นประจำ อีกอย่างเวลาที่เราเจอแฟนๆ มักมีการทักทายด้วยการขอจับมือ จุดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้องใส่ใจดูแลผิวมือของเราเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความประทับใจในทุกสัมผัส นอกจากจะดูแลด้วยการหมั่นทำความสะอาดมือแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือการบำรุงมือด้วยแฮนด์ครีมทุกครั้ง โดยจะเลือกแฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันและสารสกัดธรรมชาติเป็นหลักอย่างตัวที่ใช้เป็นประจำ คือ Earl Grey Infusion Hand Cream ช่วยบำรุงมือและเล็บให้ความชุ่มชื้นได้ดีโดยไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แถมมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ที่มอบความสดใสมีชีวิตชีวาอีกด้วยค่ะ”

ฟื้นบำรุงและล็อคความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวมือด้วยเทคโนโลนี Double moist, Double lock กับผลิตภัณฑ์ Earl Grey Infusion Hand Cream ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ชั้น 2 โซน The Storeys, ONE Bangkok, สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 5 (Tower 2) โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 4 ไอคอน สยาม, สาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, ชั้น G (The Jungle Zone และ The Botanica Zone) ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

มหกรรมเรือยิ่งใหญ่แห่งปี Riverdale Marina Boat Fair # 3 วันที่ 5 – 9 มี.ค. นี้

มหกรรมเรือยิ่งใหญ่แห่งปี Riverdale Marina Boat Fair # 3  วันที่ 5 - 9 มี.ค. นี้

มหกรรมเรือยิ่งใหญ่แห่งปี Riverdale Marina Boat Fair # 3 วันที่ 5 – 9 มี.ค. นี้

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.14 น.

เตรียมพบไฮไลท์สุดยิ่งใหญ่!  สัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์แห่งสายน้ำล้ำสมัย  เปิดโลกของคนรักเรือ ตื่นตากับกิจกรรมทางน้ำที่สนุกและท้าทายแบบเต็มลิมิต โดย ริเวอร์เดล มารีน่า ธุรกิจเรือแบบครบวงจรภายใต้ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของบริษัทในเครือเอ็ม บี เค  ผนึกกำลังร่วมภาคี เนรมิตพื้นที่กว่า 85 ไร่ริมน้ำเจ้าพระยา  จัดงานมหกรรมเรือและกิจกรรมทางน้ำสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ Riverdale Marina Boat Fair #3 ยกทัพเรือแบรนด์ดังทั่วฟ้าเมืองไทยและแบรนด์ใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ในราคา Exclusive ดีลพิเศษแบรนด์สินค้ากว่า 10,000 รายการ และครั้งแรกกับการ ผ่อน 0% กับ 3 ธนาคารชั้นนำ คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา UOB และ TTB  รับสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับลูกค้าได้สัมผัสของจริงก่อนใครเมื่อจองภายในงานนี้เท่านั้น

เรือไฮไลท์ที่ห้ามพลาด!  อาทิ Chris-Craft แบรนด์เรือหรูสัญชาติอเมริกันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 150 ปี ของ เอ็มจีซี – เอเชีย บริษัทผู้ผลิตเรือชั้นนำอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยจุดเด่นอยู่ที่รูปร่างหน้าตาสุดคลาสสิก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในเรือระดับพรีเมียม ถูกใจสายล่องเรือที่ควรมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต  พิเศษ! เมื่อคุณซื้อเรือ รับสิทธิ์ 4 ฟรีทันที ทั้งค่าจอดเรือ ค่ากัปตัน ค่าประกันภัยชั้น 1 และค่าตรวจเช็ค ทั้งหมด 1 ปี พร้อมโชว์รูมที่คุณสามารถใช้ได้ เมื่อคุณเป็นเจ้าของเรือ Chris Craft และศูนย์บริการครบวงจร ที่จะดูแลคุณทั้งก่อนและหลังการขาย การันตีความมั่นใจจาก MGC -Marine & Charter (Asia) Co.,Ltd. พร้อมรับเทิรน์เรือเก่า Sedex Asia ผู้นำเข้าเรือเวคกีฬาทางทั้งหมด 4 แบรนด์ได้แก่ Nautique MoombaSupra และ Barletta boats  โดยในงานได้นำแบรนด์ Nautique เรือเวคคุณภาพสูงระดับประเทศ มีประสิทธิภาพสมรรถนะทรงพลัง ดีไซต์ที่มีความใส่ใจในรายละเอียด พร้อมมอบความหรูหราสมเป็นแบรนด์เรือเวคอันดับหนึ่งของโลก โดยปีนี้ได้นำเรือรุ่น Super Air Nautique 23   เรือเวคยืนหนึ่งของคนเล่นเรือเวคควรใช้  รวมถึงแบรนด์ Moomba Max  ในราคาที่จับต้องได้ เน้นสมรรนะการใช้งาน ดีไซน์ขับนั่งสบาย ดูแลง่าย พิเศษ! โปรโมชันภายในงานนำเรือเวคเซริฟ์ และเวคบอร์ด ในราคา 3.9 ล้านบาท อันดับหนึ่งจากแบรนด์ Nautique รุ่น Super Air Nautique 23  เรือ Moomba Max  เรือเวคจากแบรนด์ Moomba ในราคาจับต้องได้ เน้นสมรรถนะการใช้งานดีไซน์ขับและนั่งสบาย ดูแลง่ายมาให้ได้สัมผัสกัน

สุดว้าว! กับ  Mini boat Bailey Class 250 (Fun Class) เปิดตัวครั้งแรกที่งานนี้ ด้วยรูปลักษณ์สไตล์มินิมอลแบบลักซ์ซูรี ความยาว 250 เซนติเมตร น้ำหนักเพียง 105 กก. (ไม่รวมเครื่องยนต์) ผลิตจากวัสดุไฟเบอร์กลาสคุณภาพดีจาก Honey comb ตกแต่งภายในด้วยเบาะหนัง กระจกบังลม พวงมาลัยที่ขึ้นรูปโมลด้วยระบบคอมพิวเตอร์แขนหุ่นยนต์มาตรฐานอุตสาหกรรม ให้ความรู้สึกหรูหราเมื่อได้ครอบครองนวัตกรรมล้ำสมัย ในราคาโปรโมชันสุดพิเศษ! เพียง 94,000 บาท จากราคาเต็ม 115,000 บาท  จองเรือภายในงานแถมเรือบังคับวิทยุ เบลี่โบ๊ทมินิ ลิขสิทธิ์แท้จำนวน 1 ลำ

สัมผัสประสบการณ์เรือแบรนด์ Nimbus รุ่น T9  นวัตกรรมเครื่องยนต์อเนกประสงค์และคล่องตัว  มอบการออกแบบล้ำสมัย ​​สมรรถนะเป็นเลิศ และความคล่องตัว สำหรับผู้รักการผจญภัยบนผืนน้ำที่เป็นธรรมชาติ  Nimbus T9 เป็นเรือรายวันยาวเก้าเมตรที่ให้โอกาสที่ดีสำหรับการปรับตัวของแต่ละคน และมีไว้สำหรับกิจกรรมในแต่ละวันทุกประเภท เช่น การเดินทาง กีฬาทางน้ำ และกิจกรรมสันทนาการ  พิเศษ! จองภายในงาน รับสิทธิ์บริการจอดท่าเทียบเรือ Riverdale Marina ฟรี 6 เดือน

Honda Marine ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องยนต์ทรงพลังที่มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำสมัยมุ่งเน้นการบริการที่ครบวงจร ทั้งการจำหน่ายเครื่องยนต์เรือที่มีประสิทธิภาพสูง บริการซ่อมบำรุงอย่างมืออาชีพ พร้อมทีมงานที่ให้คำปรึกษาและดูแลด้านอะไหล่ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน สุดตื่นตากับการเปิดตัวเรือแบรนด์ไทยครั้งแรกของ Honda Marine รุ่น Billy 23