‘New Era’ เปิดตัวหมวกรุ่นล่าสุด เติมเต็มลุคประจำวันตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านแฟชั่นสตรีทแวร์

'New Era' เปิดตัวหมวกรุ่นล่าสุด เติมเต็มลุคประจำวันตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านแฟชั่นสตรีทแวร์

‘New Era’ เปิดตัวหมวกรุ่นล่าสุด เติมเต็มลุคประจำวันตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านแฟชั่นสตรีทแวร์

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.15 น.

New Era สุดยอดแบรนด์หมวกและแฟชั่นชั้นนำจากอเมริกา ประกาศเปิดตัวหน้าร้านแห่งใหม่ล่าสุดที่ One Bangkok อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของ New Era ในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมและการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย

ภายในงานแบรนด์ยังได้เปิดตัวหมวกรุ่นล่าสุดอย่าง “9SEVENTY” เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหมวกที่ผสมผสานระหว่างทรงหมวก 9FIFTY และปีกหมวก 9FORTY โดยทำจากวัสดุผ้ายืดที่ให้ความสบายในการสวมใส่ ทำให้ “9SEVENTY” กลายเป็นไอเทมที่ได้รับความสนใจจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าในทันที

งานเปิดตัวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มต้นด้วยแฟชั่นโชว์สุดตื่นตาตื่นใจ ตามมาด้วยการเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นใหม่ ๆ และ Talk Session กับผู้บริหารและแขกรับเชิญสุดพิเศษ ได้แก่ ฮง กิตติภัฏ นพรัตนาวงศ์ TZ Worldwide แบรนด์สตรีทพรีเมี่ยมจากดีไซเนอร์ชาวไทย, บาส เรืองศักดิ์ กลัดสกุล 4BANG แรปเปอร์ดาวรุ่งจากซอยท่าวัง และกอล์ฟ F.HERO ที่จะมาร่วมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นและเปิดตัวคอลแลบสุดตื่นเต้นประจำปี 2025

Daniel Broderick ตำแหน่ง MD APAC ของ New Era กล่าวว่า “การเติบโตจากร้านสาขาแรกขนาด 50 ตารางเมตร เมื่อ 9 ปีก่อน สู่ร้านที่ใหญ่กว่า 200 ตารางเมตร ซึ่งเป็นหน้าร้านที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของ Bangkok Sportswear เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์ New Era ในประเทศไทยอีกด้วย ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา New Era ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของวงการกีฬา สู่การเป็นไอคอนระดับโลกในด้านแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมสตรีทแวร์ ร้านแห่งใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์และความเป็นตัวของตัวเอง ที่ New Era ภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ และได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนสตรีทแวร์ในประเทศไทย”

“การเปิดร้านที่ One Bangkok ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสะท้อนความสำเร็จทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรักและการสนับสนุนที่เราได้รับจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย” คุณวิชนารถ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บางกอกสปอร์ตแวร์ จำกัด กล่าว “New Era ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสตรีทแวร์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และเราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการผลักดันเทรนด์ใหม่ๆ ต่อไป”

“เราตื่นเต้นมากที่ New Era ได้รับความรักและการสนับสนุนจากกลุ่มคนรักแฟชั่นสตรีทแวร์ในประเทศไทย” คุณ Daniel Broderick, MD APAC กล่าว “เราเชื่อว่า New Era เป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มลุคประจำวันของทุกคน และเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราต่อไป”

New Era จากแบรนด์แรกที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตอย่างเป็นทางการสำหรับหมวกกีฬาทั้ง MLB, NFL, และ NBA ก่อนพาหมวกโลโก้ NY และ LA ดังไกลไปทั่วโลก จนกลายเป็นแบรนด์หมวกและเครื่องแต่งกายแนวสตรีทแวร์ชั้นนำระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ทั่วโลก ซึ่งการเปิดสาขาใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ New Era ในการขยายตลาดในประเทศไทย และเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านแฟชั่นสตรีทแวร์อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ New Era และโปรโมชั่นได้ทางเว็บไซต์ https://bit.ly/3ACe664 Lazada และ Shopee รวมถึงค้นหาสาขาใกล้คุณ ได้ที่ https://bit.ly/NE_storelocation

-(016) 

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต – สสจ.ปทุมธานี จับมือ MOU พัฒนาระบบการบริการสาธารณสุขเพื่อชีวิตประชาชน

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต – สสจ.ปทุมธานี จับมือ MOU พัฒนาระบบการบริการสาธารณสุขเพื่อชีวิตประชาชน

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต – สสจ.ปทุมธานี จับมือ MOU พัฒนาระบบการบริการสาธารณสุขเพื่อชีวิตประชาชน

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.31 น.

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาล ภาครัฐและโรงพยาบาลเอกชน จัด “งานประชุมวิชาการนำสนอผลการดำเนินงานและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) โครงการขับเคลื่อนนโยบาย โรงพยาบาลในเขตเมือง จ.ปทุมธานีเพื่อผู้ป่วยภาวะวิกฤต ฉุกเฉิน” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าว เปิดงาน, นายคมสัน ญาณวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทมุธานี เป็นประธานร่วมเปิดงาน, นายแพทย์อุดม อัศวุ ตมางกุร สาธารณสุขนิเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 4 เป็นผู้กล่าวรายงาน และ นายแพทย์ภุชงค์ ไชยชิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน 9 แห่ง

-(016)

หวนคืนอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ของ ‘เมย์ จีระนันท์’ จากนักร้องอาชีพสู่ TikTok LIVE Creator กับคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น

หวนคืนอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ของ 'เมย์ จีระนันท์' จากนักร้องอาชีพสู่ TikTok LIVE Creator กับคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น

หวนคืนอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ของ ‘เมย์ จีระนันท์’ จากนักร้องอาชีพสู่ TikTok LIVE Creator กับคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.02 น.

การหวนคืนเส้นทางบันเทิงอีกครั้งในรูปแบบใหม่ของ “เมย์ จีระนันท์” จากนักร้องอาชีพสู่ TikTok LIVE Creator สร้างความสุขผ่านเสียงเพลง กับคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น

เพราะยุคนี้คือยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงและโอกาส หลังจากห่างหายจากวงการบันเทิงไปกว่า 20 ปี “เมย์ จีระนันท์ กิจประสาน” อดีตศิลปินค่ายอาร์เอส ได้หวนคืนสู่การร้องเพลงอีกครั้งในรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง นั่นคือการเป็น TikTok LIVE Creator (@may_aprilandmay) ที่มีผู้ติดตามกว่า 200k บนแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เมย์ได้กลับมาใกล้ชิดแฟนๆ อีกครั้ง

การกลับมาที่ไม่ได้วางแผน

“เมย์ได้รับเชิญให้เป็นแขกเซอร์ไพรส์ในคอนเสิร์ตใหญ่ของ RS ปี 2024 ตอนนั้นดีใจและตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเราหายไปนานถึง 20 ปี ไปทำธุรกิจค้าขาย ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับวงการเพลงเลย” เมย์เล่าถึงจุดเริ่มต้น

“พอต้องกลับไปฝึกร้องเพลง ก็เลยได้เข้าไปดู MV เก่าๆ แล้วก็เห็นคอมเม้นต์คนที่ยังคิดถึงเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่ามีคนคิดถึงเราอยู่ ทำให้เมย์รู้สึกตื้นตันมาก และเมื่อได้กลับไปยืนบนเวที เห็นคนยังร้องเพลงเราได้ ยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขายังคิดถึงเราจริงๆ”

จากคลิปในรถสู่การเป็น TikTok LIVE Creator

จุดเปลี่ยนสำคัญคือได้รู้จักผู้เชี่ยวชาญด้าน TikTok ในวงการอีคอมเมิร์ซ ที่แนะนำให้เมย์เปิดช่อง TikTok มาตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน แต่ด้วยภารกิจที่ทำให้ไม่มีเวลา จนกระทั่งธุรกิจหลักประสบปัญหา เมย์จึงเริ่มเปิดช่องแต่ไม่ได้จริงจังมาก ลงคลิปและคอนเทนต์สนุกๆ

โอกาสมาถึงเมื่อแม่แอบถ่ายคลิประหว่างขับรถไป RS “ตอนแรกไม่ได้คิดจะลงคลิปนี้ เพราะทาง RS ขอไว้ไม่ให้เปิดเผยจนกว่าจะไปร่วมคอนเสิร์ต พอคอนเสิร์ตจบเมย์เลยเอามาลงเล่นๆ ระหว่างคิดคอนเทนต์อื่น ปรากฏว่ากลายเป็นไวรัล มีคนเข้ามาดูและยอดติดตามเพิ่มขึ้นเยอะมาก มีคนคอมเม้นต์ว่าคิดถึง บางคนเพิ่งรู้ว่าเราคือคนร้องเพลง ‘คนเดียวไม่เหงาเท่าสามคน’

ก้าวออกจาก Comfort Zone

การตอบรับที่ดีนำไปสู่การ Live ครั้งแรกที่บ้านในห้องเล็กๆ ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว “ตอนแรกเมย์ก็ลังเลและกังวลนะคะ เพราะการ Live ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แถมตัวเองก็ไม่ใช่คนที่โซเชียลเลย เรียกได้ว่า introvert ก็ได้

ปกติเมย์ไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดคุยอะไรเยอะแยะ ถนัดแต่ขายของ (หัวเราะ) แต่กระแสตอบรับและคอมเม้นต์พลังบวก กำลังใจจากแฟนๆ เหมือนเติมพลังความกล้าให้เรา”

ด้วยคำแนะนำและการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้าน TikTok ทำให้คุณเมย์ตัดสินใจโฟกัสที่ความสามารถด้านการร้องเพลง วางแผนการ Live และทำคอนเทนต์ที่สอดแทรกความสนุก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของช่องและกลายเป็นงานหลักในปัจจุบัน

สร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ สร้างความประทับใจทุกการ Live

“เมย์มีการวางแผนการ Live ที่ชัดเจน มีธีมตามเทศกาล แต่งหน้า ทำผม คนดูชอบให้เราสวย (หัวเราะ) เราก็แต่งตัว พยายามสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมทุกครั้ง ทั้งการร้องเพลงใหม่ เพลงฮิต และเพลงยุค 90’s ที่หาฟังยาก หลายคนบอกเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปอดีต”

เมย์เล่าถึงการสร้างคอนเทนต์ว่า “การที่เราร้องเพลงได้หลากหลายและเป็นธรรมชาติ จะช่วยสร้างบทสนทนาและการมีส่วนร่วมกับคนดูได้ดี”

นอกจากนี้เมย์ยัง Live แบบสบายๆ เพื่อสร้างบรรยากาศเป็นกันเองให้ผู้ชมได้เห็นถึงความจริงใจ

สร้าง Safe Space และ Healthy Community บน TikTok

“การมีพื้นที่ออนไลน์เล็กๆ สร้างคอมมูนิตี้ที่คุ้นเคยและอบอุ่น ถือเป็น Safe Space สำหรับเมย์ เพราะทุกอย่างทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องเผชิญมลภาวะข้างนอก แล้วเมย์ได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่ต้องเดินทางแต่ได้เจอคนดูจากทั่วโลก

ด้วยความตั้งใจที่เมย์อยากให้คนมาดู Live แล้วต้องได้อะไรกลับไป เราจึงทำให้ทุกการ Live เป็นแหล่งพลังงานบวก ฮีลใจหลังจากทุกคนทำงานมาเหนื่อยๆ เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ไม่ว่าวันนั้นจะเจอเรื่องอะไรมา แต่กลับกลายเป็นว่าทุกครั้งที่เมย์ Live เมย์ได้พลังบวกจากคนดูกลับไปแทน (หัวเราะ)

ตอนไลฟ์เมย์จะตัดความทุกข์ออกไปทั้งหมด เพื่อให้คนดูได้พลังงานดีๆ อย่างเต็มที่ เมย์ให้ความสำคัญกับ ‘ความรู้สึกคนดู’ ก่อนเสมอ เมย์รักโมเมนต์ที่ได้อยู่กับคนดู เหมือนต่างคนต่างก็ให้กำลังใจในการใช้ชีวิตต่อด้วย”

ซิกเนเจอร์ของช่อง “มีเมย์..ต้องมีมัม” ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครบน TikTok

“หลายคนที่เข้ามาดู Live บอกว่าชอบโมเมนต์สนุกๆ ของเมย์กับแม่ ไม่ว่าจะเล่นดนตรีด้วยกัน ร้องเพลง พูดคุย ดูแล้วอบอุ่นหัวใจ กลายเป็น FC คุณแม่ไปเลย”

เมย์เล่าว่า “ซิกเนเจอร์ของช่องคือ สร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่หลายๆ ท่านที่อยากเล่นกับลูกแบบนี้บ้าง และกับลูกๆ ที่สูญเสียคุณแม่ไปแล้ว เหมือนได้กลับมาเล่นกับคุณแม่อีกครั้ง แม่เมย์เลยกลายเป็นแม่ของผู้ชมไปด้วย กลายเป็นความผูกพัน เป็นอะไรที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความหมายกับใครมากขนาดนี้”

ฟีเจอร์ LIVE บน TikTok ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

“ต้องยอมรับว่า TikTok ออกฟีเจอร์สร้างความบันเทิงที่หลากหลายมาให้ใช้บ่อยๆ สร้างฟีลลิ่งที่เหมือนผู้ชมดูคอนเสิร์ตเราอยู่จริงๆ โต้ตอบกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เมย์ชอบฟีเจอร์ ‘ของขวัญ’ ของ TikTok มากที่สุด เพราะดีไซน์ออกมาได้น่ารักมาก แปลกใหม่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล คนส่งก็แฮปปี้เพราะอยากซัพพอร์ต คนรับก็ชอบเพราะน่ารักฮีลลิ่งฮีลใจ (ยิ้ม)

นอกจากนี้ ยังมี Dashboard ที่ช่วยให้เมย์วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชม และช่วยเราปรับปรุงคอนเทนต์อยู่ตลอด รู้ว่าคนดูชอบอะไร วันนี้จะแสดงอะไรให้ตรงใจคนดู เช่น ร้องลูกทุ่ง หมอลำ รถแห่ เมย์ได้หมด ตามใจผู้ชมอยู่แล้ว”

จากการ Upskill สู่ Self Development แบบไม่คาดคิด

“อย่างที่บอกค่ะว่าก่อนหน้านี้เมย์เป็นคน introvert ไม่มั่นใจในตัวเอง พูดแล้วคนฟังง่วง (หัวเราะ) TikTok ทำให้เมย์พูดรู้เรื่องขึ้น มีไดนามิกมากขึ้น เอนเตอร์เทนคนดูเก่งขึ้น หยอดมุกเก่งขึ้น ตอนนี้เลยกลายเป็นตลกที่ร้องเพลงได้นิดหน่อย (หัวเราะ)

เมย์ยังจัดงานมีทติ้งกับ FC ได้เจอกันตัวเป็นๆ ก็เป็นความรู้สึกอบอุ่นอีกแบบหนึ่ง ได้ทานข้าวพูดคุยเหมือนพี่น้อง คนในครอบครัว เป็นความผูกพันที่ beyond แฟนคลับไปแล้ว”

โลกออนไลน์’ ที่ทำให้หวนกลับมาสู่ ‘วงการบันเทิง’ อีกครั้ง

TikTok ไม่เพียงเป็นพื้นที่แสดงความสามารถ แต่ยังนำมาซึ่งโอกาสที่กลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้ง “มีเซอร์ไพรส์ตอนพี่กานต์ ภรรยาพี่เสกโลโซ บอกว่าเห็นเราใน Live บ่อยๆ ชอบเราร้องเพลง ‘เทียนไข’ มาก และเล่าให้พี่เสกฟังว่าเด็กคนนี้ร้องเพลงเป็นนกแก้วนกขุนทอง ดูแล้วมีความสุขมาก”

“แม้จะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ตอนที่เมย์เป็นข่าวทะเลาะกับคุณแม่ พี่ๆ ก็แสดงความห่วงใย จนได้นัดเจอกัน ได้ร่วมงานคอนเสิร์ต แล้วตอนนี้ก็ได้เป็นศิลปินในสังกัดของพี่เสกโลโซค่ะ”

การสนับสนุนจากทีม TikTok ที่อยู่เคียงข้างตลอด

การเติบโตของเมย์ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทีม TikTok “เมย์ได้เข้าร่วมเวิร์คชอปที่ให้ความรู้ในการใช้ฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นใหม่ๆ เทคนิคการ Live ที่ให้ผู้ชมอยู่กับเรานานๆ”

ทีม TikTok จะคอยอัปเดทกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ อยู่เสมอ ให้เราได้เตรียมตัว และมีทีมซัพพอร์ตหลังบ้านที่ให้ความช่วยเหลือเมย์อย่างรวดเร็ว เมื่อติดปัญหาด้านเทคนิค ก็สามารถติดต่อได้ตลอด

รวมถึงมีการอัปเดทกฎระเบียบต่างๆ ที่เมย์คิดว่าสำคัญมาก เพราะทำให้เราปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง และทำให้แพลตฟอร์มมีความปลอดภัยมากขึ้น”

ทิ้งท้ายให้กับคนอยากตามรอย และแผนสู่เวทีระดับสากล

“สำหรับอนาคต เมย์ตั้งเป้าพัฒนาตัวเองรอบด้าน ทั้งทักษะภาษา เทคนิคการไลฟ์ การเอนเตอร์เทน การร้องเพลง และลงทุนกับอุปกรณ์การ Live เพื่อความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เมย์อยากเข้าถึงคนดูต่างประเทศให้มากขึ้น

TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน แค่ลงมือทำ สม่ำเสมอ ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง การเป็นตัวของตัวเองสำคัญที่สุด ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ให้คิดว่า ทุกก้าวคือ ‘การเรียนรู้ และการเติบโต’ และทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มนี้

ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกอย่าง perfect ถ้าพร้อมก็เริ่มได้เลย เพราะเมื่อก่อนเมย์ก็เป็น Perfectionist ต้องรอให้ทุกอย่างเป๊ะถึงเริ่มทำ ทำให้เราเสียโอกาส เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน”

การกลับมาครั้งนี้ของ “เมย์ จีระนันท์” ไม่เพียงแค่หวนคืนสู่วงการบันเทิงในรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ติดตามทุกคน ผ่านการ Live ที่เต็มไปด้วยความสุข และความอบอุ่นใจในทุกๆ คืน

ติดตามผลงานของเมย์ จีระนันท์ ได้ที่ TikTok: @may_aprilandmay

-(016)

วว. คว้ารางวัล ‘Hackathon 2025’ นวัตกรรมการแพทย์โดยคนไทย จากผลงานโพรไบโอติก

วว. คว้ารางวัล ‘Hackathon 2025’ นวัตกรรมการแพทย์โดยคนไทย จากผลงานโพรไบโอติก

วว. คว้ารางวัล ‘Hackathon 2025’ นวัตกรรมการแพทย์โดยคนไทย จากผลงานโพรไบโอติก

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.11 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ดร.เพ็ญนภา  ชลปฐมพิกุลเลิศ  และดร.ชัยวรกุล ไชยปัญญา นักวิจัย  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ  กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดนวัตกรรมทางการแพทย์ ในงาน Medical Innovation Hackathon 2025 จากผลงานผลิตภัณฑ์ “หวาน D”  หรือ  PROBIOTICS  AS  A COMPLEMENTARY MEDICINE  TO  MANAGE  TYPE  II  DM   ในประเภท HERBAL  EXTRACTS & NUTRACEUTICALS  MIDAS  MEDICAL  INNOVATION  HACKATHON  2025  เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568  ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ)

สำหรับผลงานที่ วว. ได้รับจากการประกวดดังกล่าวเป็นการบูรณาการวิจัยและพัฒนาระหว่าง วว. กับบริษัทอินโนบิก (เอเชีย) จำกัด มีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นนวัตกรรมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยตัวแรก ที่ใช้เสริมการรักษาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งได้รับยา metformin ชนิดเดียว โดยมีส่วนช่วยในการทำงานของเซลล์ตับอ่อนและชะลอภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทั้งนี้ผู้ป่วยยังต้องปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ ด้วยการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเภทยาความเสี่ยงต่ำ

อนึ่ง งาน Medical Innovation Hackathon 2025 จัดโดย ฝ่ายประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพื่อการผลิตนวัตกรรม (MIDAS) ภายใต้มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ร่วมกับ ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบัน เค อะโกร อินโนเวท ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย  มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพให้สามารถบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบประกันสุขภาพของไทย ผ่านแนวทางการประเมินความคุ้มค่าตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมีนักพัฒนานวัตกรรมทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 152 ผลงาน ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา ชีววัตถุ อาหารเสริม และดิจิทัลแพลตฟอร์มทางการแพทย์ นับเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้พัฒนานวัตกรรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงสร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน ที่พร้อมสนับสนุนให้โครงการต่างๆ เดินหน้าเข้าสู่ระบบสุขภาพ และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการแพทย์ของนวัตกรไทย ที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมตอบโจทย์ความต้องการของระบบสาธารณสุขของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ วว. โดย ศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM) มีศักยภาพและความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแบบครบวงจร (Research and Development, Innovation and Manufacturing : RDIM) ประกอบด้วยนักวิจัยที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีจุลินทรีย์โพรไบโอติกและจุลินทรีย์ในอุตสาหกรรมอาหาร มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานวิจัยพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นทาง (Upstream unit) ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ตั้งแต่ในระดับห้องปฏิบัติการ ระดับสัตว์ทดลอง จนถึงการศึกษาในระดับมนุษย์ (Clinical trial) ถึงระดับปลายทาง (Downstream unit) มีกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานสากล ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งถือว่าเป็นสายการผลิตที่ครบวงจรเป็นแห่งแรกของประเทศ เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสุขภาพ ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

-(016)

MBK หนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี จัด ‘คาราวานตรวจสุขภาพ’ ฟรี

MBK หนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี จัด ‘คาราวานตรวจสุขภาพ' ฟรี

MBK หนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี จัด ‘คาราวานตรวจสุขภาพ’ ฟรี

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.43 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ โรงพยาบาลกลาง เปิดให้บริการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคสำหรับประชาชน ขานรับนโยบายกรุงเทพมหานคร ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในโครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ระหว่างวันเสาร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 18.00 น. บริเวณชั้น G ลานอเวนิว โซน A

กิจกรรมตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคสำหรับประชาชน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนรับการบริการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือเฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

พร้อมบวก+ กันต่อ! Bangkok Design Week 2025 เฟส 2 ย่านพระนครและบางลำพู-ข้าวสาร

พร้อมบวก+ กันต่อ! Bangkok Design Week 2025 เฟส 2 ย่านพระนครและบางลำพู-ข้าวสาร

พร้อมบวก+ กันต่อ! Bangkok Design Week 2025 เฟส 2 ย่านพระนครและบางลำพู-ข้าวสาร

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา

หลังจากการจุดประกายความสร้างสรรค์ในเฟสแรก เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 (Bangkok Design Week 2025) ภายใต้ธีม “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” ยังคงเดินหน้าต่อในเฟสที่ 2 ซึ่งจะปิดฉากลงในวันอาทิตย์ที่23 กุมภาพันธ์ 2568 ขยับเข้าสู่ ย่านพระนคร บางลำพู ข้าวสาร ศูนย์กลางของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ซึ่งถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นเวทีแห่งงานออกแบบร่วมสมัยที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างงดงาม

โปรแกรมน่าสนใจย่านพระนคร และ บางลำพู-ข้าวสาร

อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย : หมาน้อยธรรมดา by จรจัดสรร นำเสนอผลงานในรูปแบบศิลปะกับหมาแมว โดยให้คนที่เข้ามาชมงานใช้เวลาร่วมกับแมวจรจัด และหมาจรจัด ที่นำออกมาจากศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานคร ถือเป็นรูปแบบการหาบ้านเชิงรุกวิธีหนึ่ง โดยทั้งหมดออกแบบภายใต้แนวคิด “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” เหมือนกับการโอบกอดหมาแมวจรด้วยความรัก ซึ่งสะท้อนผ่านการจัดพื้นที่ให้เป็นเหมือนบ้าน ที่เราได้จำลองการใช้ชีวิตร่วมกันกับหมาแมวจรที่ออกมาหาบ้าน สถานที่ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

Fashion of Banglamphu

Made in Phranakorn โดย Urban Ally โปรเจกท์ที่พาเหล่านักสร้างสรรค์มาเจอกับเจ้าของร้านรุ่นเก๋าในย่านพระนคร เพื่อช่วยกันพัฒนาและออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ พร้อมช่วยเป็นแนวทางให้กิจการดั้งเดิมปรับตัวและเดินต่อไปได้ในยุคสมัยใหม่ นำเสนอผ่านเรื่องราวของ The old town’s favourite หรือ 5 ของโปรดชาวพระนคร สถานที่:ถนนสำราญราษฎร์ 1.Re-scented Pranakorn โดยEqlibrum X Nangloi – นำน้ำอบนางลอยมาตีความใหม่ให้สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส 2.ชาไทยยุคใหม่ โดย UA X Creator X ร้านใบชาตรากระต่าย – ปรับรูปแบบและแพ็กเกจให้ใบชาเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น 3.เผือกทอดแนวใหม่ โดย UA X Creator X ร้านยุ้ยเผือกทอด เสาชิงช้า – ขยายเมนูจากเผือกทอดดั้งเดิมให้มีความทันสมัยขึ้น 4.นิยมโภชนา Rebranding โดย UA X Creator X นิยมโภชนา เสาชิงช้า – อัปเกรดร้านอาหารจีนที่มีประวัติยาวนานให้เข้ากับยุคปัจจุบัน 5.อรรคภัณฑ์ 4.0 โดย UA X Creator X อรรคภัณฑ์ – เปลี่ยนโฉมร้านสังฆภัณฑ์เก่าแก่ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น

MinutePocket_UrbanBed โดย SP/N โครงการเชิงทดลองที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมระยะสั้นบนที่ดินส่วนบุคคลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรืออยู่ในสภาวะรอการพัฒนา โดยนำสิ่งก่อสร้างที่สร้างความเป็นไปได้ของการ “งีบในที่สาธารณะ” กับ “การปีนป่าย” ของเด็กในสนามเด็กเล่น มาติดตั้งเป็นการชั่วคราวเพื่อสร้างให้เห็นตัวอย่างของการนำพื้นที่ดินส่วนบุคคลที่ยังไม่ถูกใช้งาน ซึ่งกระจายตัวแทรกซึมอยู่ทั่วกรุงเทพมหานครมาใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ สถานที่ : ถนนสำราญราษฎร์

มุมมองชราจร

ปุ๊บปั๊บสเปซ โดย ณัฐฐาพร จอมหงษ์ (Urban Ally) Puppup Parklet เป็นโครงการทดลองออกแบบเปลี่ยน พื้นที่จอดรถ 2-3 ช่อง ให้กลายเป็น พื้นที่สาธารณะขนาดเล็ก ภายใต้แนวคิด “การคืนพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า” โดยเปลี่ยนพื้นที่ของรถให้กลายเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชนและการพักผ่อนแบบชั่วคราว โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงพื้นที่เมืองให้เอื้อต่อการเดินและการใช้จักรยาน โดยมีการขยายพื้นที่ทางเท้า กำหนดช่องจราจรให้ชัดเจน และออกแบบมาตรการเพื่อลดความเร็วของการจราจร เพิ่มความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อคนเดินถนนในย่านพระนคร ทั้งยังเป็นแนวทางที่ช่วยจุดประกายให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เมืองอย่างยั่งยืนและเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะมากขึ้น สถานที่ : ถนนสำราญราษฎร์

มุมมองชราจร RISE IMPACT โดย RISE IMPACT ชวนมาเปิดมุมมองและประสบการณ์ ให้คุณได้เห็นถึงความท้าทายในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุในเมือง ทั้งการเผชิญกับทางเท้าที่ไม่เรียบ การเรียกรถรับ-ส่งที่ยากลำบาก การขึ้นรถประจำทางที่ท่ารถไกลออกไปหลายกิโลเมตร ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่สะดวกสบาย ไปจนถึงความกังวลใจกับภัยจากมิจฉาชีพแม้จะอยู่ในบ้านของตัวเอง – สิ่งเหล่านี้จะถูกร้อยเรียงผ่านภาพและป้าย โดยหวังให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่จะนำไปสู่เมืองที่เป็นมิตรกับคนทุกวัยมากยิ่งขึ้น สถานที่ : เกาะกลางอุณากรรณ

Little Local beyond Ordinary

Power of Design Urban Ally โดย Urban Ally อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยประกอบด้วย 15 อุตสาหกรรม แล้วทั้งหมดนี้จะมีส่วนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองของเราดีขึ้นอย่างไรบ้าง Urban Ally จะพาทุกคนมาร่วมสัมผัสกับโครงการ Power of Design ที่จะบอกเล่าเรื่องราวพลังของการออกแบบ สถานที่ : ถนนสำราญราษฎร์

MEGA MAT : Reimagining Waste into Wonder โดย MVRDV + NL Embassy + GC MVRDV Architects ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA, PTT Global Chemicals และสถานทูตเนเธอร์แลนด์ สร้าง “Mega Mat” เสื่อพลาสติกรีไซเคิลขนาดยักษ์สำหรับงาน Bangkok Design Week 2025 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการหมุนเวียนใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า โดย Mega Mat คือการเฉลิมฉลองความอเนกประสงค์ของ “เสื่อ” ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนที่ครอบครัวชาวไทยใช้รองนั่งมาหลายชั่วอายุคน โดยนำเสื่อพลาสติกรีไซเคิลผืนยักษ์มาปูไว้เต็มลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มุมหนึ่งนำเสนอนิทรรศการที่บอกเล่าถึงข้อมูลต่างๆ ของเสื่อ ขณะที่เสื่อส่วนที่เหลือขนาด 860 ตารางเมตร นั้นออกแบบให้ทุกคนสามารถแวะเข้ามานั่งพักผ่อน เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นของเมือง โดยรูปทรง ลวดลาย และสีของเสื่อได้รับแรงบันดาลใจจากหลังคาของวัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังลานคนเมือง สีสันของเสื่อจะไล่ระดับให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลางสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเป้าหมายการไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน นอกจากนี้เสื่อแต่ละผืนยังทอด้วยลวดลายแบบดั้งเดิมเพื่อสะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอีกด้วย สถานที่ : ลานคนเมือง

บางลำพู everything

Boundless Pleasure โดย DecideKit (The Public Storytelling by Projection Mapping) การนำเสนอเรื่องราวและความเคลื่อนไหวทางความคิดของผู้คนในเมือง โดยใช้งานออกแบบ ProjectionMapping ฉายบนศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในอาคาร และพื้นที่สาธารณะสำคัญของย่านพระนคร โดย Boundless Pleasure เป็นผลงานจากความร่วมมือของนักออกแบบสร้างสรรค์ชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้การนำของกลุ่ม DecideKit และได้รับการสนับสนุนจาก Epson Thailand สถานที่ : ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ออฟ โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ โดย KopeHyaTaiKee กว่า 70 ปี ที่ร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ได้สร้างและส่งต่อตำนานความอบอุ่นคู่พระนครผ่านร้านกาแฟแห่งนี้โดยทายาททั้ง 4 รุ่น ตั้งแต่มีโต๊ะเพียง 3 โต๊ะ จนพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มตามความนิยมของยุคสมัยมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปรับในสิ่งที่ควรปรับ เปลี่ยนในสิ่งที่ควรเปลี่ยน และเก็บในสิ่งที่ควรเก็บ ด้วยความตั้งใจที่พร้อมจะเติบโตไปกับยุคสมัยปัจจุบัน โดยผนึกกำลังร่วมมือกับเหล่าศิลปิน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ผ่านงานออกแบบเพื่อถ่ายทอดความเป็นโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานความอบอุ่นคู่พระนครแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน The ART of Kope Hya Tai Kee ถือเป็นธีมหลักของโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ สราญรมย์ เราจึงได้ตีความ “อาร์ต” ของโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ออกมาเป็น 6 ส่วนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของร้าน สถานที่ : โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ สราญรมย์

Made in Phranakorn 

โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ x BEERPITCH : “BANGKOK”Street art โดย Kope Hya Tai Kee “BANGKOK”Typography Street art by BEERPITCH ผลงานการออกแบบ Typography art ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ลงบนผลงาน street art บนกำแพงร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ สาขาเสาชิงช้า และมีตู้สติ๊กเกอร์สำหรับถ่ายภาพให้ตัวชิ้นงานสามารถinteractive กับผู้ชมได้ พร้อมกรอบภาพสุดพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น อีกทั้งจะมีเวิร์กช็อปที่ได้ลองพิมพ์ลายจากกำแพง “BANGKOK” Typography Street art by BEERPITCH ผ่านแม่พิมพ์ลวดลายลิมิเต็ดที่ได้เตรียมไว้ นำมาพิมพ์ลายลงบนกระเป๋าผ้าที่ชื่นชอบ สร้างสรรค์เป็นภาพพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ออกแบบได้เอง และสามารถแชร์ภาพกิจกรรมเพื่อรับส่วนลดเครื่องดื่มภายในร้านได้อีกด้วย สถานที่ : โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ เสาชิงช้า

Wonder wall โดย TAKANAO TODO DESIGN โครงการ Wonder wall วัสดุทำผนังจากกระจกรีไซเคิล พัฒนาโดย ลาภยศ ประสิทธิโศภินจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ ธนวัฒน์ตั้งจารุศรีธราธร จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Takanao Todo Design สตูดิโอสัญชาติญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการนำเศษกระจกนิรภัยกลับมาใช้ประโยชน์ ในฐานะวัสดุใหม่ที่มีความโดดเด่น หวังเพิ่มการรับรู้ในสังคมมากขึ้น สถานที่ : เสาชิงช้า

เฌิง และ เฌย

ThaiOldGraphy โดย Craftsman Roastery การเดินทางของเทคโนโลยีการพิมพ์จากยุโรปสู่ประเทศไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประวัติศาสตร์ตัวอักษรและการพิมพ์ในไทย นิทรรศการ “ThaiOldGraphy” : From Ancient to Present Times โดย อนุกูล อัศววิบูลย์พันธ์ จึงต้องการนำเสนอเรื่องราวพัฒนาการของตัวพิมพ์ไทย ตั้งแต่รากฐานที่ได้รับจากบาทหลวงฝรั่งเศส จนถึงยุคสมัยใหม่ โดยเน้นช่วงเวลาสำคัญ เช่น การเข้ามาของคณะมิชชันนารี การเผยแพร่ตำรา “จินดามณี” และผลกระทบจากเทคโนโลยีตัวพิมพ์แบบ “Romain du Roi”จากฝรั่งเศส สถานที่ : คราฟส์แมน โรสเตอรี่ สาขาโอลด์ทาวน์

Little Local beyond Ordinary โดยSilpakorn Office of Art Culture and Creativity การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนชุมชน (Community reflection in art) เพื่อตามหา “เรื่องราวสิ่งเล็กๆ” ของสถานที่ ส่งต่อให้ศิลปินนำไปสร้างสรรค์ผลงานที่ “ก้าวข้ามความธรรมดา” ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ คุณค่า ความทรงจำ ต้นทุนที่พร้อมบวกความคิดใหม่ และการตีความใหม่ได้ โดยศิลปินจะเข้ามาสำรวจ เรียนรู้ สังเกตหรือเสวนากับชุมชนในช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นกลับไปทํางานสร้างสรรค์ในสตูดิโอของตนเอง แล้วจึงนำผลงานกลับมาจัดแสดงหรือรังสรรค์กิจกรรมร่วมกับชุมชนในช่วงเทศกาลต่อไป สถานที่ : ถนนมหรรณพ

ซากแห่งเวลาที่เป็นคลื่น โดย Mark C. โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ กับคลอง โดยติดตั้งเครื่องสร้างคลื่นและการฉายแสงแบบเชิงเส้นที่เชิงเขื่อนคลอง เพื่อซ้อนทับภาพที่มีชีวิตชีวาในอดีตลงบนภูมิทัศน์เมืองยุคปัจจุบัน ผู้เข้าชมสามารถเปิดใช้งานเครื่องสร้างคลื่นเพื่อเลียนแบบผิวน้ำที่สั่นกระเพื่อมจากการเดินเรือ สะท้อนภาพของคลองในอดีตที่หายไป โดยนิทรรศการตั้งอยู่ตามถนนกรุงเกษม เลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งใต้ ถนนเส้นนี้มีความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับเครือข่ายคลองในกรุงเทพฯ ทั้งอดีตและปัจจุบัน บนฝั่งหนึ่งมีโรงเรียน และอีกฝั่งมีพิพิธภัณฑ์รถไฟที่ปิดแล้ว ทั้งสองสถานที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของเมือง ข้างคลองมีทางเท้ากว้างขวาง ทำให้เหมาะแก่การมีปฏิสัมพันธ์จากคนเดินผ่าน ซึ่งตอบโจทย์โครงการนี้ที่ตั้งใจกระตุ้นให้สาธารณชนกลับมามีส่วนร่วมกับสายน้ำที่ถูกลืมของกรุงเทพฯ สถานที่ : สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

พื้นที่ให้พัก โดย GU Space จากพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของนักท่องเที่ยว สู่พื้นที่พักผ่อนอีกหนึ่งมิติสำหรับผู้คนที่เร่งรีบกับการใช้ชีวิต ด้วยความตั้งใจดำเนินกิจการโฮสเทลที่ชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน Once Again Hostel และ GU Space จึงสร้างสรรค์พื้นที่ดาดฟ้าของ Once Again Hostel ให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่พักผ่อนสำหรับชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้ามา แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงผู้คน และทำให้เข้าถึงย่านประตูผีจากมุมมองที่แตกต่าง โดยเปิดให้เป็นที่พักผ่อนของทุกคน รวมทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่เอื้อให้ผู้ชมได้ฟัง สัมผัส และ อยู่กับสิ่งตรงหน้าให้มากขึ้น สถานที่ : Once Again Hostel

โกปี๊

เฌิง และ เฌย โดย KopeHyaTaiKee เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่ใช้ศิลปะในการนำของเก่าเก็บมากระชากใหม่ เฌย นำโมลเก้าอี้หัวโล้นจีนเก่าเก็บมาบิดการผลิต plastic แบบ mass ด้วยการหยอดสีด้วยมือแบบไม่มี sequence ตายตัว ด้วยสีที่ควบคุมไม่ได้และลายที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ ทำให้เฌยเป็นได้มากกว่าเก้าอี้ที่ใช้นั่ง แต่เป็นงานศิลปะที่เล่นกับความไม่แน่นอน ต่อยอดมาเป็นเฌิงที่ผสานหัวเฌยกับลูกกรงเซรามิกเก่าเก็บ เป็น assemblage ที่หยิบจับสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่อยู่เดี่ยวๆ อาจจะดูไม่มีมูลค่ามารวบรวมและเสนอไปตามส่วนต่างๆ ของร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ สราญรมย์ถือเป็น way ใหม่ๆ ให้กลมกลืน และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้ สถานที่ : โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ สราญรมย์

ย่านบางลำพู-ข้าวสาร

คำเล็ก เรื่องใหญ่ : ดื่มด่ำประสบการณ์อาหารบางลำพู โดย DECIDEKIT x SUTO x Banglamphu Everyday กิจกรรม “ดื่มด่ำประสบการณ์อาหารบางลำพู :คำเล็ก เรื่องใหญ่” จึงอยากจะเปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารของทุกคน ผ่านรสชาติของอาหารทานเล่นตามแบบฉบับของบางลำพู โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีการจัดแสงและศิลปะที่สร้างสรรค์มาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า พร้อมกับฟังเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ล้อมรอบย่านเก่าแก่แห่งนี้ โดยเน้นความสบายๆ และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานในรูปแบบที่เป็นกันเอง เพราะฉะนั้นกิจกรรมนี้จึงไม่เพียงแค่เป็นการลิ้มลองรสชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้และเข้าใจถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชนเก่าแก่แห่งนี้ในทุกประสาทสัมผัส ทั้งได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น และได้ลิ้มรสความเป็นบางลำพูอย่างลึกซึ้งและครบถ้วน สถานที่ : ห้างนิวเวิลด์

Face of Khaosan โดย POHCHANG x MEK PAWORNPON x SONJAI HOUSE นิทรรศการภาพถ่ายชาวข้าวสาร เล่าเรื่องราวของผู้คนที่เปรียบเสมือนตัวแทนในแต่ละช่วงเวลาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสะท้อนถึง “ชีวิต” บนพื้นที่ที่ไม่เคยหลับใหล สถานที่ : ถนนข้าวสาร

Wonder wall

บางลำพู everything โดย Banglamphueverything นิทรรศการของนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงจากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งต่อยอดมาจากนิทรรศการ “บางลำพู everything Showcase” โดยตั้งใจจะถ่ายทอดเสน่ห์ของย่านเก่าแก่แห่งนี้ ผ่านเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิตและพื้นที่ที่หลอมรวมจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน สถานที่ : บัดดี้เบียร์

Fashion of Banglamphu โดย Pohchang xINTHAI ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว บางลำพู ถือว่าเป็นย่านขายเสื้อผ้ายอดนิยมอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ คึกคักทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เสน่ห์ของบางลำพูไม่เคยเลือนหาย สิ่งเหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะจัดวาง “Fashion of Banglamphu” ซึ่งจะมาบอกเล่าเรื่องราวของย่าน “แฟชั่น” แห่งนี้นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สถานที่ : ดี แอนด์ ดี พลาซ่า (โรงแรมดั้งเดิม)

หากใครชื่นชอบผลงานชิ้นไหนที่คิดว่าจะช่วยเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่ดียิ่งขึ้นได้ แค่โพสต์ลง Social Media ของตัวเอง พร้อมติด Hashtag #UpRiseBangkok #DesignYourChange แค่นี้ก็นับว่าคุณได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเมืองแล้ว!

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.bangkok design week.com, Facebook/Instagram : bangkok design week, Twitter : @BKKDesignWeek, Line : @bangkokdesignweek

The Exquisite Silence – ความเงียบที่งดงาม นิทรรศการภาพถ่ายโดย จิตติมา เสงี่ยมสุนทร

The Exquisite Silence - ความเงียบที่งดงาม  นิทรรศการภาพถ่ายโดย จิตติมา เสงี่ยมสุนทร

The Exquisite Silence – ความเงียบที่งดงาม นิทรรศการภาพถ่ายโดย จิตติมา เสงี่ยมสุนทร

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

West Eden Gallery ขอเชิญชมนิทรรศการภาพถ่าย The Exquisite Silence-ความเงียบที่งดงาม โดย จิตติมา เสงี่ยมสุนทรศิลปินภาพถ่ายชาวไทย ผ่านการคัดสรรและนำเสนอโดย ทอม โพธิสิทธิ์ ณ West Eden Gallery โดยนิทรรศการนี้นำเสนอเจตนารมณ์ของศิลปินที่ต้องการสะท้อนความเงียบสงบอันงดงามท่ามกลางอารมณ์และความรู้สึกอันหลากหลายของมนุษย์ ผ่านการเลือกใช้ดอกไม้ในสวนของศิลปินมาเป็นหัวใจในการถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป 

“The Exquisite Silence-ความเงียบที่งดงาม” ถือเป็นการร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่าง West Eden และ ทอม โพธิสิทธิ์ ช่างภาพมากประสบการณ์ ผู้เป็นที่ปรึกษาของ West Eden และผู้ร่วมก่อตั้ง HOP-Hub of Photography อีกทั้งยังเคยเป็นศิลปินที่ได้ร่วมแสดงผลงานที่ West Eden Gallery โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอและผลักดันวงการถ่ายภาพของประเทศไทยไปสู่ระดับระดับนานาชาติ

จิตติมา เสงี่ยมสุนทร เป็นศิลปินภาพถ่ายผู้มีชื่อเสียงในด้านการถ่ายภาพขาว-ดำแนวศิลปะ ที่ถ่ายทอดความงดงามลึกซึ้งของธรรมชาติ และสะท้อนมิติทางอารมณ์ของมนุษย์ผ่านผลงานของตนเอง เธอใช้เลนส์กล้องเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดแนวคิดและอารมณ์ เน้นการบันทึกความจริงทางสุนทรียะที่สัมผัสได้ผ่านแสง เงา และองค์ประกอบเชิงนามธรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างผลงานที่งดงาม

นิทรรศการ The Exquisite Silence-ความเงียบที่งดงาม จึงเปรียบดั่งเครื่องบรรเลงเพลงที่ทำหน้าที่คล้ายเพื่อนที่เข้าใจ อยู่เคียงข้าง และช่วยขับกล่อมความวุ่นวายภายในจิตใจให้สงบลง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ความเงียบสงบอันงดงามเข้ามาแทนที่ โดยศิลปินอาศัยช่วงเวลานี้ในการจับภาพความละเอียดอ่อนของดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความงามของธรรมชาติที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้กระบวนการถ่ายภาพและเทคนิคการพิมพ์ที่หลากหลาย ทั้งแบบฟิล์มดั้งเดิม, ดิจิทัล และเชิงทดลอง เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและความสงบในจิตใจของเรา

ค้นหาความเงียบที่งดงามไปกับ จิตติมาเสงี่ยมสุนทร ได้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม-25 พฤษภาคม 2568 ณ West Eden Gallery, 45/2 ซอยสุขุมวิท 31

CPF ปันน้ำปุ๋ยให้เกษตรกร ต้นแบบความร่วมมือบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

CPF ปันน้ำปุ๋ยให้เกษตรกร ต้นแบบความร่วมมือบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

CPF ปันน้ำปุ๋ยให้เกษตรกร ต้นแบบความร่วมมือบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญในการรับมือผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) ที่เป็นต้นเหตุของภัยแล้ง น้ำท่วม ฯลฯ และต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน

เป็นเวลามากกว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ความร่วมมือขับเคลื่อน “โครงการปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร” ส่งผลเชิงบวกต่อเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ของผลผลิตที่ดีขึ้นทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่ลดลง จากการลดการใช้ปุ๋ยเคมี

ความสำเร็จของกระบวนการบริหารจัดการน้ำภายในองค์กรของซีพีเอฟ ที่นำน้ำหลังการบำบัดด้วย Biogas ในฟาร์มเลี้ยงสุกร ซึ่งเป็นน้ำที่ยังมีแร่ธาตุที่เหมาะสมกับพืช เรียกว่า“น้ำปุ๋ย” กลับมาใช้ประโยชน์ในฟาร์ม ทั้งรดต้นไม้สนามหญ้า และแปลงผักปลอดภัย ที่พนักงานปลูกในพื้นที่ว่างของฟาร์มไว้เพื่อบริโภค และด้วยสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีน้ำปุ๋ยจากฟาร์ม จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรโดยรอบ

สิงห์คำ อินทะ เกษตรกรรุ่นบุกเบิกที่รับน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสุกรจอมทอง จ.เชียงใหม่ มาใช้กับไร่ข้าวโพดหวาน มานานกว่า 20 ปี เล่าว่า เริ่มแรกที่ขอใช้น้ำปุ๋ยเพราะต้องการลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี เมื่อใช้น้ำปุ๋ยที่มีแร่ธาตุไนโตรเจนสูงเหมาะกับข้าวโพดหวาน ต้นโตไว ฝักใหญ่ ผลผลิตเพิ่มขึ้น รายได้จึงเพิ่มตาม และยังลดค่าปุ๋ยได้ถึง 50-70% จากนั้นเกษตรกรรอบข้างก็ชวนกันมาใช้น้ำปุ๋ย ปัจจุบันใช้อยู่ 15 ราย ทั้งปลูกข้าวโพดหวานและผักสวนครัวโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ที่ผ่านมาไม่ต้องเสี่ยงกับภัยแล้ง มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี

ด้าน ณรงค์สิชณ์ สุทธาทิพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสภาเกษตรกร และประธานหมอดินจังหวัดจันทบุรี เล่าว่า รับน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสุกรจันทบุรี 2 ซึ่งปัจจุบันปรับปรุงเป็นระบบท่อลำเลียงน้ำที่เปิดใช้วันละ 2-4 ราย ให้เกษตรกร 20 ราย บนพื้นที่ 200 กว่าไร่ ใช้ในสวนผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ กล้วย เฉพาะตนเองใช้ในสวนทุเรียน 10 กว่าไร่ ผลผลิตดีขึ้นมาก ติดผลดี คุณภาพผลผลิตดี เพราะน้ำปุ๋ยมีอินทรียวัตถุที่ดีแทนปุ๋ยเคมี ช่วยปรับโครงสร้างดิน ปรับปรุงบำรุงดิน ต้นไม้จึงเจริญงอกงาม ลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีไปกว่า 20-30%

จากความสำเร็จของธุรกิจสุกร เป็นแนวทางที่ดีที่ธุรกิจอื่นๆ นำไปใช้เป็นต้นแบบ อาทิ คอมเพล็กซ์ไก่ไข่ของซีพีเอฟ จำนวน9 แห่ง ที่ส่งต่อน้ำปุ๋ยให้เกษตรกรใกล้เคียง วิโรจน์ ใจด้วง ปลูกหญ้าเนเปียร์ บนพื้นที่กว่า7 ไร่ ซึ่งการปลูกหญ้าต้องใช้ปุ๋ยยูเรียจำนวนมากจึงเริ่มรับน้ำตั้งแต่ปี 2564 จากฟาร์มไก่ไข่สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยฟาร์มวางระบบท่อยาว1 กิโลเมตร ส่งมาให้โดยต้องผสมกับน้ำจากคลองชลประทานอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ใช้ตอนหลังเก็บเกี่ยวหญ้าเพื่อปรับสภาพดิน ใช้น้ำ 3-4 เดือนต่อครั้ง หลังใช้พบว่า หญ้าลำต้นอวบใหญ่ใบใหญ่โตเร็ว โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยยูเรียอีกเลย ช่วยลดรายจ่ายไปถึง 4,000 บาทต่อปี และได้ผลผลิตเพิ่มเกือบ 50%

ภูเมฆ ถ้ำขี้นาค เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ต.หนองเสาเล้า อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เล่าว่า ปี 2565 ในพื้นที่มีปัญหาภัยแล้ง ตนเองมีไร่อ้อยติดกับฟาร์มไก่ไข่ขอนแก่น จึงขอน้ำมาทดลองใช้ปลูกอ้อย 30 ไร่ ทางโรงงานต่อท่อน้ำให้ใช้โดยตรง เมื่อใช้ช่วงเตรียมดินสังเกตว่าดินคืนสภาพดี ต้นอ้อยเจริญเติบโตดีลำใหญ่ยาว ได้ผลผลิตไร่ละ 21-22 ตัน จากเดิมได้เพียง 15 ตันต่อไร่ และยังลดค่าปุ๋ยเคมีจากเดิม 9 หมื่นบาทต่อปี หลังใช้น้ำปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมีและไม่เคยประสบปัญหาแล้งอีกเลย ส่วนไร่อ้อยอีก 10 ไร่ ในอีกพื้นที่เลือกใช้ปุ๋ยกากไบโอแก๊สที่คอมเพล็กซ์ต่อยอดความสำเร็จของโครงการฯ โดยนำไปใส่รองพื้นก่อนปลูกอ้อยช่วยประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้ 60-70% ผลผลิตเพิ่มกว่า 30%

เสียงสะท้อนจากเกษตรกร ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ไม่เพียงเกิดประโยชน์กับองค์กร แต่ยังมองรวมไปถึงความมั่นคงด้านน้ำตลอดห่วงโซ่คุณค่าอีกด้วย

โซไซตี้ : วิ่งการกุศล ‘ทุกก้าวที่วิ่ง ให้น้องได้ก้าวไกล’ ส่งต่อพลังแห่งการให้น้องๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

โซไซตี้ : วิ่งการกุศล ‘ทุกก้าวที่วิ่ง ให้น้องได้ก้าวไกล’  ส่งต่อพลังแห่งการให้น้องๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

โซไซตี้ : วิ่งการกุศล ‘ทุกก้าวที่วิ่ง ให้น้องได้ก้าวไกล’ ส่งต่อพลังแห่งการให้น้องๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าขับเคลื่อนส่งมอบโอกาสทางการศึกษาผ่านการจัดงานวิ่งการกุศล “Major Care Mini Marathon 2025 Run with Care” ภายใต้แนวคิด “ทุกก้าวที่วิ่ง ให้น้องได้ก้าวไกล” ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยระยะเส้นทางการวิ่งมินิมาราธอนรอบสวนลุมพินี 10 กิโลเมตร และเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ 3 กิโลเมตร ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปเป็นทุนการศึกษา สนับสนุนกิจกรรรมสร้างห้องหนังเพื่อการเรียนรู้และโครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้ ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและสนับสนุนการออกกำลังกายที่นอกจากการได้สุขภาพที่ดีแล้วยังได้ทำบุญสนับสนุนการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ของน้องๆ อีกด้วย

งานวิ่งการกุศลในครั้งนี้มี ผู้บริหารและพนักงานในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ลูกค้า และประชาชนผู้รักการวิ่งให้การตอบรับเป็นอย่างดีร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน ณ ลานหน้าห้องสมุดประชาชน สวนลุมพินี โดยมี วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วยวิศรุต พูลวรลักษณ์, อรุโณชา ภาณุพันธ์ุ, คมกริช ศิริรัตน์, ฐิตาภัสร์ อิสราพรพัฒน์, อภิชาติ คงชัย และ นรุตม์ เจียรสนอง ร่วมนำทีมวิ่งไปพร้อมกับทัพศิลปินนักแสดงใจบุญ อาทิ เดนิส เจลีลชาคัปปุน, มิ้ม รัตนวดี วงศ์ทอง,นีน่า ณัฐชา เจสสิก้าพาโดวัน, เทอร์โบ ชนกชนม์, โฟร์วีล ชญานนท์,นิวเยียร์ นวพรรษ, เจ๋อ วศิน, ชินไอ ชยธร, พิภู พุ่มแก้วกล้า, แอนดี้ เขมพิมุก นำภรรยาและลูกชาย มาร่วมวิ่งด้วย โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและได้สุขภาพที่ดี รวมทั้งได้ส่งต่อโอกาสดีๆ ให้กับสังคม งานนี้เลยอิ่มบุญกันถ้วนหน้า นอกจากได้รับการสนับสนุนจากนักวิ่งทุกคนแล้วยังมีแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนส่งต่อพลังแห่งการให้มอบ “โลกกว้างแห่งโอกาส” เติมเต็มโอกาส สร้างรอยยิ้มและมอบความสุขให้กับน้องๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศในครั้งนี้ไปด้วยกัน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 22 กุมภาพันธ์ 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 22 กุมภาพันธ์ 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 22 กุมภาพันธ์ 2568

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

OISHI RAMEN จัดแคมเปญ “ราเมนเครื่องแน่น X2 ท็อปปิ้งจัดเต็ม” อร่อยกับ 3 เมนูใหม่ในราคาพิเศษ ราคาเดียว ชามละ 149 บาท พร้อมโออิชิ กรีนที แบบรีฟิล 19 บาท ถึง 16 มี.ค. ที่ ร้านโออิชิ ราเมน

ชวนชิมซินนามอนโรลรสชาติดีที่สุดในโลก เมนูพิเศษ “ MiniPinkbon Choco” ชิ้นละ 50 บาท พร้อมเครื่องดื่มพิเศษ PinkbonChoco Combo Set เซตละ 139 บาทถึง 31 มี.ค. ที่ ร้านซินนาบอน

ชวนชิมอาหารไร้สารกันบูด ผักผลไม้สดปลอดสารพิษ สินค้าออร์แกนิก สินค้าเกษตรอินทรีย์จากชาวสวนโดยตรงในงาน “Bangkok Farmers Market” ถึง 23 ก.พ.
ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ชวนชิม

ชวนชิม “มิสเตอร์โดนัท ซากุระโดนัท” 6 รสชาติ ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 29 บาท และ “ผ้าฟุโรชิกิลายซากุระ” พร้อม “เซตโดนัทซากุระ” ราคา 299 บาทที่ ร้านมิสเตอร์ โดนัท5 สาขา ที่ร่วมรายการ

ชวนชิม “พิซซ่า ฮัท” ทุกหน้า ทุกขอบ ทุกช่องทาง กับโปร “HUT ซื้อ 1 แถม 1”พิซซ่าถาดกลาง เริ่มต้น299 บาท ถึง 7 พ.ค. ที่ ร้านพิซซ่า ฮัท 1150

Au Bon Pain ชวนชิม 2 เมนูเครื่องดื่มใหม่ และSoft Bagel 3 รสชาติพร้อมเมนูพิเศษอีก 5รสชาติ ถึง 15 มี.ค. ที่ ร้านโอบองแปง ทุกสาขา และสาขา ศูนย์การค้าจังซีลอนป่าตอง ภูเก็ต

ชวนช็อป

ชวนช็อปห้องพักสุดหรูจากโรงแรมชื่อดังในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กับโปรโมชั่นห้องพักราคาสุดคุ้มในงาน “ไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73” ระหว่างวันที่ 6-9 มี.ค. ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชวนช็อปผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ แบรนด์เฮอริเทจ, บลูไดมอนด์, นัท วอล์คเกอร์, ซันคิสท์,น้ำนมข้าวโอ๊ต “ลัฟ” ฯลฯ ในงานออกร้านคณะภริยาทูต 28 ก.พ.-2 มี.ค. ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชวนช็อปพร้อมลุ้นทองคำแท่งและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ผ่าน MBK PLUSครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชค ถึง 28 ก.พ.ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนใช้

สำนักการแพทย์ กทม. และโรงพยาบาลกลาง ชวนใช้บริการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคสำหรับประชาชน ในโครงการ“คาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน” 22-23 ก.พ. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ชวนศิลปินผู้ประพันธ์เพลงและผู้ขับร้อง ส่งผลงานเพลงเข้าร่วมการประกวดเพลง ถึง 30 เม.ย. ติดตามได้ที่เพจ “เพชรในเพลง กรมศิลปากร”

ชวนใช้บริการ “เวียตเจ็ท” สายการบินอัลตราโลวคอสต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จาก AirlineRatings.comทันสมัยและประหยัดพลังงาน พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารเวียดนามและนานาชาติแสนอร่อย

ชวนชม

ชวนชมการแข่งขันลูกบาศก์ระดับโลกสุดมันส์ “Paradise Park Bangkok NxNxN 2025” โดยเหล่านักรูบิคทั้งชาวไทยและต่างชาติ กว่า 300 คน ระหว่างวันที่ 22-23 ก.พ. ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

ชวนชมนิทรรศการ “แสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง 15 บาน” ผลงานกว่า 40 ชิ้นจากศิลปินชั้นนำทั้งในและ ต่างประเทศ 15 ท่านถึง 31 มี.ค. ที่ Agni Gallery แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่ย่านลุมพินี

ชวนชมสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย”ชุด “70 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร”ตอน “การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ในวันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค.เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com