สองนักกอล์ฟไทย ว่าน-จารวี และ ฝ้าย-พิมพ์พิศา ชวนสาวนักกอล์ฟต่างชาติ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทย ก่อนดวลวงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

สองนักกอล์ฟไทย ว่าน-จารวี และ ฝ้าย-พิมพ์พิศา ชวนสาวนักกอล์ฟต่างชาติ  สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทย ก่อนดวลวงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

สองนักกอล์ฟไทย ว่าน-จารวี และ ฝ้าย-พิมพ์พิศา ชวนสาวนักกอล์ฟต่างชาติ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทย ก่อนดวลวงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.55 น.

ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่อบอุ่น พร้อมการเป็น soft power ให้กับประเทศ  สองนักกอล์ฟไทย ว่าน-จารวี บุญจันทร์ และ ฝ้าย-พิมพ์พิศา อาสาพานักกอล์ฟสตรีชั้นนำที่เข้าร่วมแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025”   มิยุ ซาโตะ, แอนนาเบล ดิมม็อค และจิอันนา เคลเมนเต สัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นผ่านศิลปวัฒนธรรมในธีมพาร์คเมืองแห่งอารยธรรม ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา ซึ่งแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศแบบไทยร่วมสมัย โดยนักกอล์ฟได้สัมผัสและลิ้มลองเครื่องดื่มสุดคลาสสิคที่ติดอันดับโลก  “ชาไทย” ในร้านกาแฟโบราณ ผ่านกิจกรรมถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ ก่อนจะดวลวงสวิง ระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี

(ซ้าย) มิยุ ซาโตะ, แอนนาเบล ดิมม็อค, จารวี บุญจันทร์, พิมพ์พิศา รับรอง และ จิอันนา เคลเมนเต

การทำกิจกรรมครั้งนี้ มีนักกอล์ฟ 5 คนเข้าร่วม ได้แก่ มิยุ ซาโตะ ดาวรุ่งจากประเทศญี่ปุ่น แอนนาเบล ดิมม็อค แชมป์ เลดีส์ยูโรเปี้ยนทัวร์ 2 รายการ จากประเทศอังกฤษ จิอันนา เคลเมนเต นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวอเมริกัน วัย 16 ปี เจ้าของรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมหญิงแห่งปีจากสมาคมกอล์ฟเยาวชนอเมริกา พร้อมด้วย 2 นักกอล์ฟชาวไทย ว่าน-จารวี บุญจันทร์ วัย 26 ปี จากกรุงเทพฯ ที่จะลงแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งที่ 4 และฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง วัย 18 ปี จากกรุงเทพฯนักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย แชมป์ Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers

นักกอล์ฟทั้ง 5 คนได้สัมผัสเสน่ห์แบบไทยอันมีเอกลักษณ์ ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมบนพื้นที่กว่า 164 ไร่ พร้อมทั้งมีโอกาสได้ชิม  “ชาไทย”  เมนูยอดนิยมของชาวไทยซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกที่ร้านกาแฟโบราณในตลาด 100 ปี นอกจากนั้น ยังได้ร่วมถ่ายภาพบริเวณลานหน้ายักษ์ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานยักษ์คู่ ได้แก่ ทศกัณฐ์ และท้าวเวสสุวรรณ ที่ยืนตระหง่านคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

มิยุ ซาโตะ นักกอล์ฟชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า “ญี่ปุ่นและไทยเป็นมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด วันนี้ได้สนุกกับบรรยากาศและกิจกรรมในมุมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ยิ่งทำให้ชื่นชมวัฒนธรรมไทยมากขึ้น สำหรับครั้งนี้เป็นการร่วมแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นและจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

มิยุ ซาโตะ

แอนนาเบล ดิมม็อค นักกอล์ฟชาวอังกฤษ กล่าวว่า “วันนี้รู้สึกประทับใจที่ได้สัมผัสวัฒนธรรรมและวิถีชีวิตของไทย ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ส่วนตัวเคยมาแข่งที่พัทยาแล้วและรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับมาเสมอ ครั้งนี้กลับไปจะชวนเพื่อน ๆ มาเที่ยวเมืองไทยให้ได้”

แอนนาเบล ดิมม็อค

ว่าน-จารวี บุญจันทร์ นักกอล์ฟเจ้าบ้านกล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเอกลักษณ์ของบ้านเราให้เพื่อนนักกอล์ฟชาวต่างชาติได้รู้จัก วันนี้นอกจากได้ทานชาไทยแล้ว ยังได้ลองขนมย้อนยุคหลายอย่างด้วย สำหรับการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นครั้งที่ 4 ที่ว่านลงแข่ง จะพยายามทำให้เต็มที่และดีที่สุด อยากเชิญชวนแฟนกอล์ฟมาร่วมให้กำลังใจนักกอล์ฟที่ชื่นชอบกันเยอะ ๆ นะคะ”

ว่าน-จารวี บุญจันทร์

พิมพ์พิศา รับรอง

จิอันนา เคลเมนเต

แฟนกีฬากอล์ฟสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ได้ทั้งแบบทั่วไปและวีไอพีทาง www.hondalpgathailand.com และผ่านชมผ่านการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ทั้งหน้าจอและทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

นักกอล์ฟระดับโลก ร่วมกิจกรรม ‘เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม’ เป็นปีที่ 2

นักกอล์ฟระดับโลก ร่วมกิจกรรม 'เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม' เป็นปีที่ 2

นักกอล์ฟระดับโลก ร่วมกิจกรรม ‘เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม’ เป็นปีที่ 2

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.10 น.

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 นำโดยนักกอล์ฟระดับโลก อากิเอะ อิวาอิ (ที่ 2 จากซ้าย) และ ชิซาโตะ อิวาอิ (ที่ 2 จากขวา) พี่น้องคู่แฝดจากญี่ปุ่น จอร์เจีย ฮอลล์ (ซ้าย) จากอังกฤษ และ มาย-ตรีฉัฐ จีนกลับ (ขวา) ร่วมกิจกรรม “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” เป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่จัดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 พร้อมเชิญชวนผู้ชมการแข่งขันมีส่วนร่วมในการเย็บเต้านมเทียม เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ณ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ฮอนด้า พาวิลเลียน หลุม 18 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี 

-(016)

ต้อนรับความหลากหลาย ความเท่าเทียม กับเวดดิ้ง โชว์เคส ‘Love Win-The River of Colourful Love’

ต้อนรับความหลากหลาย ความเท่าเทียม กับเวดดิ้ง โชว์เคส  ‘Love Win-The River of Colourful Love’

ต้อนรับความหลากหลาย ความเท่าเทียม กับเวดดิ้ง โชว์เคส ‘Love Win-The River of Colourful Love’

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความรักไม่มีขอบเขต และที่โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เราเชื่อว่าทุกเรื่องราวความรักสมควรได้รับการเฉลิมฉลองอย่างสวยงาม โรงแรมชาเทรียมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯจัดงานเวดดิ้ง โชว์เคส “Love Win-The River of Colourful Love” ในวันที่ 1-2 มีนาคม 2568 งานเวดดิ้งแฟร์สุดพิเศษที่สื่อถึงความเท่าเทียม เปิดรับความหลากหลาย และเสรีภาพในการรักสำหรับทุกสถานะ

ในงานรวบรวมร้านค้ามากมายในงานที่ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นร้านชุดวิวาห์ชั้นนำ ช่างภาพ ร้านเครื่องประดับ และผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงานเพื่อให้ทุกคู่รักสามารถค้นหาแรงบันดาลใจสำหรับวันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานสุดหรูหรือพิธีเล็กๆ แสนอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงานแต่งงาน โดยคู่รักที่เข้าร่วมงานสามารถรับข้อเสนอสุดพิเศษ รวมถึงแพ็กเกจแต่งงาน “Love Wins” เริ่มต้นที่ 150,000 บาทสุทธิ ซึ่งประกอบด้วยพิธีแต่งงานและงานเลี้ยงที่ออกแบบเฉพาะความต้องการของแต่ละท่าน ห้องพักฮันนีมูน 1 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน บริการจดทะเบียนสมรสที่โรงแรม และปาร์ตี้หลังงานแต่ง 2 ชั่วโมง พร้อมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แบบไม่จำกัด (22.00-24.00 น.)

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ผู้ที่จองแพ็กเกจแต่งงานภายในงานจะได้รับของขวัญพิเศษมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท และผู้เข้าร่วมที่ลงทะเบียนและแชร์ประสบการณ์งานผ่านโซเชียลมีเดียจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด 20% สำหรับเมนูอาหารทั้งหมด (เมื่อใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,500 บาท ยกเว้นสั่งกลับบ้าน)ที่ River Barge หรือ The Lobby Lounge เครื่องดื่มม็อกเทลต้อนรับ สำหรับแขกที่ลงทะเบียน 2 ท่าน สิทธิพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะวันธรรมดา (จันทร์- พฤหัสบดี) จนถึง 30 มิถุนายน 2568

งาน “Love Win-The River of Colourful Love” เป็นมากกว่างานเวดดิ้งแฟร์ นี่คือการเฉลิมฉลองความรักไร้ขีดจำกัด งานนี้ต้อนรับทุกคู่รัก LGBTQ+ คู่รักต่างวัฒนธรรม และทุกคนที่เชื่อว่าความรักคือสิ่งสวยงามและเท่าเทียม ด้วยสถานที่จัดงานวิวแม่น้ำสุดโรแมนติก โรงแรมชาเทรียมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ พร้อมสร้างช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์สำหรับทุกคู่รัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ทีมที่ปรึกษางานแต่งงานโทร.+66(0)880034876 (Jadd)หรืออีเมลล์ได้ที่ wedding.chrb@chatrium.com

TK Park ชวนเปิดโลก ‘Elephants Odyssey Thailand’

TK Park ชวนเปิดโลก ‘Elephants Odyssey Thailand’

TK Park ชวนเปิดโลก ‘Elephants Odyssey Thailand’

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมกับ Ambassador World Magazine ปางช้างแม่แตง สมาคมสหพันธ์ช้างไทย Mission Innovation Co., Ltd.หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย จัดงาน Elephants Odyssey Thailand พบกับกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ช้าง” จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต (Elephant Odyssey Thailand Panel Talk) โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานที่ปรึกษามูลนิธิช้างไทย

นอกจากนี้ ในงานยังมีจัดฉายภาพยนตร์สารคดี 2 เรื่อง The Elephant Queen (Kenya) และ CHANG (Thailand) เพื่อสร้างการตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์ช้างรวมถึงกิจกรรมวาดภาพช้างในโครงการช้างล้านตัว การนำเสนอผลงาน AI Art on Elephants ในวันอาทิตย์ที่23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.00-19.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถลงทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชั่น MyTK หรือ TK Park : Thailand Knowledge Park (รับจำนวนจำกัด)

คุณแหน : 19 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 19 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 19 กุมภาพันธ์ 2568

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน แก่ผู้ได้รับอนุญาตเพิ่มเติม ตามโครงการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่มีการบุกรุกเพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท บริเวณปากคลองนาจอมเทียน หมู่ที่ 1
ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี..

ll เพื่อนๆยินดีกับ ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม ที่ได้เป็นกรรมการคณะกรรมการพิจารณาค่ารักษาพยาบาลของสวัสดิการรักษาพยาบาลของประเทศไทย..

ll ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผอ.GISTDA และ มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการ สนง.การตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมลงนามลงนาม MOU ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ร่วมสนับสนุนงานตรวจสอบเงินแผ่นดินและดูแลทรัพย์สินของรัฐ ใช้ดาวเทียมติดตามความคืบหน้างานขุดคลอง ขุดท่อ ทำถนน ปลูกป่า ทำฝาย ทำเขื่อน..

ll ธนวัฒน์ สุธรรมพันธ์ พร้อม ชนิกานต์ โปรณานันท์ และ โอม ศิวะดิตถ์ ต้อนรับชาวคณะ Digital CEO#8 กว่า 70 คน มาศึกษาดูงานเทคโนโลยีของ บจ.ไมโครซอฟท์ ที่สำนักงานแห่งใหม่ ณ One Bangkok พร้อมร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติเรื่อง Prompt Engineering with Microsoft Copilot..

ll ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี ชวนเพื่อนชาว Smart Marketing #6 พิชิต มิทราวงศ์,สุพิชญา เติมเสรีกุล,บัณฑิต มาโกมล,ศิริพร ศรีสันต์,สิฏ์ระสา พฤกษากุลวัฒน์ มาสังสรรค์อัปเดตชีวิต..

ll ปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์ วันเกิดปีนี้ไปทำบุญไถ่ชีวิตโคและถวายสังฆทาน ณ วัดชลอ จ.นนทบุรี..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ที่ได้รับวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ของ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์..

ll ช่อทิพย์ ประมูลผล หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ แจ้งข่าวดีสำหรับผู้สนใจเรียนต่อนิวซีแลนด์ ว่า ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์ปี 2568 ทุนเต็มจำนวนศึกษาต่อ ป.โทและเอก ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าเทอม ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ค่าที่พัก ค่าครองชีพ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับและประกันสุขภาพ เปิดรับสมัครแล้ว-28 ก.พ. 2568 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.nzscholarships.govt.nz/apply-online/..

ll คณะกรรมการ BCC129 และเพื่อนๆ ร่วมเสียใจกับ วิโรจน์ จิรอังกูรสกุล ที่สูญเสียคุณพ่อ วิทูร จิรอังกูรสกุล..

ll ชาว ม.ธ. 2513 จัดงาน ฉลองครบ 55 ปี ของความเป็นเพื่อนในธีม“เพื่อน และ ความทรงจำ”A Time for Us โดยเช้าจัดทำบุญให้เพื่อนๆ ผู้ล่วงลับ ต่อด้วยงานสังสรรค์ลูกแม่โดมมากันทุกห้อง A และ B มาทุกคณะ รวมทั้งภาคค่ำ สนุกสนานกับการแสดงรำวงเปลี่ยนคู่และประกวดหนุ่มยังห้าว สาวยังเฮ้ว นักร้องเสียงดีจากหลายคณะ และโชว์พิเศษ Harmonica จาก ถาวร จุลตามระ อดีตหัวหน้าวงดนตรี ม.ธ. หลังงานเลิกไปเชียร์ฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 เมื่อ 15 ก.พ. ที่ผ่าน ที่สนามกีฬาศุภชลาศัย..

ll ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ผ่านไปแล้ว ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และคณะกก.ชื่นใจที่งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอขอบคุณ พรเทพ พรประภา ประธานกลุ่มบริษัทสยามกลการ ที่ให้ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ได้รวมตัวรวมพลังที่อาคารสยามปทุมวันเฮ้าส์ สถานที่ใหญ่โต สะอาด ประทับใจมาก เชิญเปิดชมหนังสือพิมพ์แนวหน้า หน้า 13-14 เก็บภาพบรรยากาศงานวันนั้นมาฝาก..ll
 

น้องใหม่

ANZWG จัดงาน ‘Leading Women’s Summit’ สนับสนุนเสียงผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล

ANZWG จัดงาน ‘Leading Women’s Summit’ สนับสนุนเสียงผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล

ANZWG จัดงาน ‘Leading Women’s Summit’ สนับสนุนเสียงผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในวันสตรีสากล หรือ International Women’s Day กลุ่มคอมมิวนิตี้ชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZWG, เดิมชื่อ กลุ่มสตรี Women’s Group) ร่วมกับสภาออสเตรเลีย (Advance Australia Council) ประกาศจัดงาน Leading Women’s Summit ในวันที่6 มีนาคม 2568 เพื่อเชิดชูและสนับสนุนเสียงของผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล พร้อมทั้งเสริมสร้างบทบาทสำคัญในสังคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท Midas PR

งานจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 20.00 น. ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท ซอย 24 โดยรวบรวมผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ ทั้งนักธุรกิจ นักการทูต ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และทหารมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองอันหลากหลาย บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่โดยมีวิทยากร 15-20 คน มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมในกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 9 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการสนทนาอย่างใกล้ชิดและลึกซึ้งในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

วิทยากรหลักที่ยืนยันเข้าร่วมงาน ได้แก่ เอกอัครราชทูตจากหลายประเทศ อาทิ ฯพณฯ ดร.แอนเจลา แมคโดนัลด์ (ออสเตรเลีย), ฯพณฯ ปิง คิตนีกอน (แคนาดา), ฯพณฯ มิลลิเซนต์
ครุซ-ปาเรเดส (ฟิลิปปินส์) ฯพณฯ แอนนา ฮัมมาร์เกรน (สวีเดน) รวมทั้ง ชลลดา เมฆราตรี (The Voice) นาวาอากาศโทหญิง ชุลีพร สังข์มะนะ (WRTAF)

โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากงาน Leading Women’s Summit จะนำไปบริจาคให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี (APSW-ที่หลบภัยฉุกเฉิน) องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้รอดพ้นจากความรุนแรงในครอบครัวและผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนมาตั้งแต่ปี 1980 ผ่านการให้ที่พักพิง การรักษาพยาบาล และการฝึกทักษะอาชีพ โดยรายได้จากผู้สนับสนุนการจำหน่ายบัตร และเงินบริจาคจากงาน จะถูกส่งตรงเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญขององค์กรนี้ ช่วยให้ผู้หญิงและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงโอกาสในการฟื้นฟูและสร้างชีวิตใหม่ได้อย่างยั่งยืน

สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานราคา 1,900 บาท ได้ทางออนไลน์ผ่าน Ticket Melon : https://www.ticketmelon.com/anzwgth/leading-women-summit-2025 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการประกาศรายชื่อวิทยากรเพิ่มเติมได้ทาง Facebook เพจของงาน : https://www.facebook.com/events/623326226837285/?active_tab=discussion&locale=en_GB

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

‘รูมาตอยด์’ โรคข้ออักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis หรือ RA) คือโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำลายเนื้อเยื่อของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในบริเวณ “ข้อเล็ก” เช่น ข้อมือ นิ้วมือ และนิ้วเท้า และอาจเกิดการบวม แดง ร้อน เกิดอาการเจ็บปวด และมักมีความฝืดของข้อในช่วงเช้า เป็นเวลานานกว่า 30 นาทีและเนื้อเยื่อรอบข้อ อาจส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย หากผู้ป่วยปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้บริเวณข้อเสียหายหรือผิดรูป และส่งผลต่ออวัยวะอื่นเช่น ปอด หัวใจ หรือหลอดเลือดได้

นพ.เกรียงศักดิ์ เล็กเครือสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน คลินิกระงับปวด และผ่าตัด ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลว่า สาเหตุของการเกิดโรครูมาตอยด์ ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม ฮอร์โมน โดยผู้ป่วยที่มีโรครูมาตอยด์มักมีอาการดังต่อไปนี้ปวดข้อเรื้อรัง บริเวณ ข้อ เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเข่า ข้อบวมและอักเสบ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ, อาการข้อติดในตอนเช้า ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกว่าข้อแข็ง ขยับลำบาก อาการอาจใช้เวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมงกว่าจะดีขึ้น รวมทั้งอาการอาจเกิดในหลายข้อพร้อมกัน มักเกิดในข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ โดยมีลักษณะอาการสมมาตร (ทั้งสองข้างของร่างกาย)

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ห้ามกินอะไรบ้าง? อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น ขนมกรุบกรอบ เบเกอรี่ที่มีเนยขาว หรืออาหารแปรรูป ไขมันทรานส์สามารถกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ, น้ำตาลและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน ลูกอม หรืออาหารที่มีการเติมน้ำตาลมาก เพราะน้ำตาลสามารถกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มระดับสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย, เนื้อแดงและเนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน หรือแฮม เนื้อแดงมีกรดอะแรคิโดนิก(Arachidonic acid) ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบ, อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนยมาการีน ชีส หรือผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันเต็มส่วนโดยไขมันอิ่มตัวอาจกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ

อาหารที่มีเกลือสูง อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง เกลือ อาจกระตุ้นการอักเสบและส่งผลเสียต่อสุขภาพกระดูกและข้อ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจกระตุ้นการอักเสบและลดประสิทธิภาพของการรักษาด้วยยา, กลูเตน (สำหรับผู้ป่วยบางราย)ผู้ป่วยบางคนอาจไวต่อกลูเตน (พบในแป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์) ซึ่งอาจกระตุ้นอาการอักเสบในบางกรณี, อาหารทอดหรือปิ้งย่างที่มีการไหม้เกรียม สารที่เกิดจากการไหม้หรือทอดน้ำมันท่วม เช่น อะคริลาไมด์ (Acrylamide)อาจเพิ่มการอักเสบในร่างกาย

อาหารที่ควรรับประทานแทน มีดังนี้ ผักและผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี่ ส้ม ผักใบเขียว, ปลาที่มีไขมันสูง เช่น แซลมอน แมคเคอเรล (โอเมก้า-3 ลดการอักเสบ), ถั่วและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ วอลนัท, ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวโอ๊ต ควินัว,เครื่องเทศ เช่น ขมิ้นและขิง (มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ)

การรักษา เริ่มจากการใช้ ยา เช่น ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs), ยากลุ่มสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน,กายภาพบำบัด ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, การผ่าตัด (ในกรณีรุนแรง) เช่น การเปลี่ยนข้อ

แม้โรครูมาตอยด์จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และแม้ว่าโรคจะสงบแล้วก็อาจกลับมาเป็นได้อีก แต่การรักษาในปัจจุบันสามารถช่วยควบคุมโรค ลดอาการ และป้องกันความเสียหายของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลตัวเองและการรักษาอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดผลกระทบจากโรคในระยะยาว

หากมีข้อสงสัยเกี้ยวกับอาหารของโรค สามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคลินิกระงับปวด และผ่าตัด ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ ได้ที่โทร.02-8369999 ต่อ *2621

‘กัลเดอร์มา’ เปิดตัวแคมเปญ ‘JOURNEY OF GLOW’ ครั้งแรกในเอเชีย!! ยกทัพเซเลบริตี้ชื่อดังอวดผิวสวยฉ่ำโกลว์

‘กัลเดอร์มา’ เปิดตัวแคมเปญ ‘JOURNEY OF GLOW’  ครั้งแรกในเอเชีย!! ยกทัพเซเลบริตี้ชื่อดังอวดผิวสวยฉ่ำโกลว์

‘กัลเดอร์มา’ เปิดตัวแคมเปญ ‘JOURNEY OF GLOW’ ครั้งแรกในเอเชีย!! ยกทัพเซเลบริตี้ชื่อดังอวดผิวสวยฉ่ำโกลว์

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลผิวและความงามระดับโลก เปิดตัวแคมเปญระดับภูมิภาค “JOURNEY OF GLOW BY GALDERMA” (เจอร์นีย์ ออฟ โกลว์ โดย กัลเดอร์มา) ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกในเอเชีย เนรมิตพาร์ค พารากอน สยามพารากอนสู่บิวตี้แลนด์มาร์คสุดล้ำ ครั้งแรกกับการผสานนวัตกรรมเสริมความงามและศาสตร์แห่งการดูแลผิวไว้แบบครบทุกมิติ ผ่านกิจกรรม Edutainment ที่พาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์แห่งความ GLOW อัปเดตนวัตกรรมและเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี แลดูอ่อนเยาว์ และเปล่งประกายในแบบที่เป็นตัวเอง พร้อมยกทัพเซเลบริตี้ชื่อดังร่วมอวดผิวสวยฉ่ำโกลว์

ภก.พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการแฟรนไชส์กลุ่มธุรกิจความงามประเทศไทย บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “JOURNEY OF GLOW เป็นแคมเปญระดับภูมิภาคของกัลเดอร์มา จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการดูแลผิวและความงาม (Number 1 of Dermatology) ที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวและความงามจนครองใจผู้บริโภคทั่วโลกมายาวนานกว่า 40 ปี แคมเปญนี้ นำเสนอศักยภาพของผลิตภัณฑ์เสริมความงามในพอร์ตโฟลิโอของกัลเดอร์มา ผ่านกิจกรรม Edutainment ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์ และความโดดเด่นของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกที่จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญนี้เพื่อมอบประสบการณ์ความงามแบบครบวงจรให้กับผู้บริโภคและพันธมิตรคลินิกชั้นนำ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาการความงามอันล้ำสมัย เข้าใจการทำงานของผลิตภัณฑ์เสริมความงามแต่ละประเภทที่สามารถทำงานร่วมกันและยกระดับผลลัพธ์ในการดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ความงามในแบบ Immersive Experience และกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดขึ้นอย่างเอ็กซ์คลูซีฟด้วย

ในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และนักแสดง มาร่วมอวดผิว GLOW บนพรมลาเวนเดอร์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับกับกิจกรรมไฮไลท์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี อาทิ อิงฟ้า วราหะ, แพทริเซีย กู๊ด, โอบ โอบนิธิ,ไฮดี้ อมันดา, โฟร์ ศกลรัตน์, โยชิ นิมิต, บีเวอร์ พรรษพล,ต้นหลิว เมธาพัฒน์, ต้าห์อู๋ พิทยา, ออฟโรด กันตภณ, แอนนา เสืองามเอี่ยม, พร้อม ราชภัทร และมาร์ค ศิวัช รวมทั้งมินิคอนเสิร์ตให้ทุกคนได้สนุกแบบจัดเต็มกับบอยแบนด์สุดฮอต ATLAS (แอทลาส), นักร้องสาวสุดคูล BOWKYLION (โบกี้ไลออน) และ 6 หนุ่ม PROXIE (พร็อกซี)

Life & Health : ความก้าวหน้าในงานบริการ ปชช. ของ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

Life & Health : ความก้าวหน้าในงานบริการ ปชช. ของ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

Life & Health : ความก้าวหน้าในงานบริการ ปชช. ของ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท ถิ่นทุรกันดารและห่างไกล ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนเหล่านั้น ได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วยความเอาใจใส่ที่ดี และให้ปลอดภัยจากความเจ็บไข้โดยทั่วถึงเสมอหน้ากัน

นพ.นพปฎล พรรณราย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของเปิดเผยว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ(รพร.เชียงของ) จึงเป็น 1 ใน 21 แห่งของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่ถูกจัดตั้งขึ้น จากปัญหาพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดารอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดเชียงราย กว่า 120 กิโลเมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขา เส้นทางการคมนาคมที่ไม่สะดวก การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ค่อนข้างลำบาก และเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2520 และเสด็จฯทรงเปิดโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2522 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และยังทรงเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของอีกด้วย

ระยะเริ่มต้น รพร.เชียงของ เปิดเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน รพร.เชียงของ จัดเป็นโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่ายหรือโรงพยาบาลรับ-ส่งต่อระดับ M2 ขนาด 72 เตียง เป็นโรงพยาบาลที่รองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงอื่นเพื่อลดการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีแพทย์จำนวน 13 คน เป็นแพทย์เฉพาะทาง 4 สาขา ได้แก่ อายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี และเวชศาสตร์ครอบครัว โดยมีบุคลากรรวมทั้งหมดประมาณ 293 คน ให้บริการประชาชนประมาณ 64,000 คน ครอบคลุม 7 ตำบล 102 หมู่บ้าน ในอำเภอเชียงของ และให้บริการการดูแลผู้ป่วย รพ.ข้างเคียง ได้แก่ รพ.ขุนตาล รพ.เวียงแก่น รวมจำนวนประชากรที่ รพร.เชียงของ ให้การดูแลรวมพื้นที่ข้างเคียง ประมาณ 98,293 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่ข้ามมารักษา แสดงให้เห็นว่า รพร.เชียงของ เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ได้มีโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ มีแพทย์เฉพาะทางให้บริการได้รับการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ช่วยร่นระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางไปยังโรงพยาบาลจังหวัดของประชาชนได้เป็นอย่างมาก

ในปี 2567 รพร.เชียงของ ได้ให้บริการประชาชนในลักษณะผู้ป่วยนอก ประมาณ 191,330 ครั้ง หรือประมาณ 500-600 คนต่อวัน โดย 5 อันดับแรกของผู้ป่วยนอก คือ โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคเบาหวานและโรคติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น และให้บริการผู้ป่วยใน 6,375 ราย หรือเฉลี่ยประมาณ 60 คนต่อวัน ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาด้วยเรื่อง โรคระบบทางเดินอาหารปอดอักเสบ เบาหวาน และโรคไต

เพื่อให้ชาวไทยทุกคนได้มีสุขภาพที่ดีถ้วนหน้ากัน และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การยึดมั่นที่จะสืบสานและปฏิบัติงานให้สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รพร.เชียงของ จึงได้มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อม กำลังคนและคุณภาพบริการ โดยมีเป้าหมายในการบริการสุขภาพให้กับประชาชนทั้งชาวไทย รวมถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและมีคุณภาพยิ่งขึ้น เช่น

1) ให้บริการคัดกรองมะเร็งลำไส้ และส่องกล้องลำไส้ใหญ่ด้วยกล้อง colonoscopy ช่วยลดระยะเวลารอคอย และทำให้ผู้รับบริการที่ตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรก (Early stage) สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็วภายใน 4 สัปดาห์ และผู้ป่วยสามารถได้รับการผ่าตัดรักษามะเร็งลำไส้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ในปี พ.ศ.2566 รพร.เชียงของ ได้ให้บริการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จำนวน 245 ราย พบมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวน 4 ราย สามารถให้การรักษาที่ รพร.เชียงของ จำนวน 3 ราย และส่งต่อไปรักษาที่ รพศ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 1 ราย ในปีพ.ศ.2567 ให้บริการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จำนวน 836 ราย พบมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวน 18 ราย ให้การรักษาที่รพร.เชียงของ จำนวน 15 ราย และส่งรักษาที่รพศ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 3 ราย ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้รวดเร็วขึ้น

2) โครงการพัฒนาสมองส่วนหน้า (Executive function : EF) ในเด็กปฐมวัย โดยเริ่มดำเนินโครงการในพื้นที่ตำบลเวียงเชียงของ ตำบลสถาน ตำบลศรีดอนชัย และปัจจุบันได้ขยายบริการไปครอบคลุมทุกตำบลในอำเภอเชียงของ

3) โครงการต่อบ้านเติมสุข โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิ รพร. และมูลนิธิ รพ.สาขาเชียงของและผู้บริจาคในพื้นที่ เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในปี 2567 ได้ดำเนินการสร้างบ้านเติมสุขไปแล้ว จำนวน 35 หลังและในปี 2568 อีกจำนวน 10 หลัง

4) โครงการเบาหวานหายได้ (DM Remission) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันภาวะแทรกซ้อนและพัฒนาศักยภาพแกนนำด้านการดูแลเบาหวาน ในปี 2567 จำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีและสามารถลดยาได้ถึง 104 ราย

5) โครงการฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติ รพร.เชียงของ ได้จัดทันตแพทย์หมุนเวียนไปให้บริการที่ รพ.สต. 6 แห่ง เป็นประจำทุกสัปดาห์ และตั้งแต่ปี พ.ศ.2565-มกราคม 2567 ให้บริการใส่ฟันเทียมกับผู้สูงอายุแล้ว 266 คน

6) โรงงานขาเทียมพระราชทาน สามารถผลิตขาเทียมพระราชทานให้แก่ผู้ที่ขาขาด ในเขตอำเภอเชียงของ อำเภอใกล้เคียง และ สปป.ลาว จำนวน 79 ขา

นอกจากนี้ รพร.เชียงของ ยังได้รับการรับรองคุณภาพบริการต่างๆ เช่น ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล HA Reaccredit ครั้งที่ 4 ผ่านการรับรองเครือข่ายระบบสุขภาพระดับอำเภอ DHSA ผ่านการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย MOPH ผ่านการรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 และ 15190 :2022 ได้การรับรองเป็นศูนย์ Wellness โดยกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ประจำปี 2567 ผ่านเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital Challenge ระดับท้าทายด้านการจัดการของเสียทางการแพทย์ ได้รับรางวัลศูนย์เครื่องมือแพทย์ต้นแบบ ปี 2567 ได้รับรางวัล Smart Lab & X-ray Award ห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยระดับดีเด่น ระดับโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 ปี พ.ศ.2567

เมื่อเร็วๆ นี้ สว.วิรัตน์ รักษ์พันธ์ กรรมาธิการวิสามัญ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา นำคณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เดินทางไปศึกษาแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ในด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการแพทย์ การให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ห้องผู้ป่วยและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปี 2568 นี้ รพร.เชียงของมุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Hospital) มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ และให้บริการประชาชน เช่น ระบบบริการ Paperless ทั้ง OPD และ IPD การชำระค่าบริการทางการแพทย์ออนไลน์ผ่านระบบ QR Code ระบบบริการHome Service เช่น Telemedicine, Home ward ใช้ระบบ AI ดูผล chest X-Ray และภาพถ่ายของจอประสาทตา (retinal imaging) รวมทั้งติดตั้งระบบป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อความปลอดภัยและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย รวมทั้งมีแผนในการประเมินโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) ในปี พ.ศ.2568

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเงินเพื่อใช้ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ เลขที่ 020146026582 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเชียงของ ใบเสร็จรับเงินสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ติดต่อบริจาค และขอใบเสร็จได้ที่ งานการเงินและบัญชีเบอร์โทรศัพท์ 053-791206 ต่อ 634

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานคณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช

ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

‘ไอกรน’ โรคร้ายที่อาจทำให้เด็กอ่อนแอและเสี่ยงต่อชีวิต

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 05.00 น.

หลายคนอาจมองข้ามอาการไอที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นสัญญาณของ “โรคไอกรน” ที่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในเด็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดี ทำให้เด็กเล็กมีโอกาสป่วยหนักและเสียชีวิตได้สูงกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

พญ.อิศราณี วารีสุนทร กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ไอกรน (Pertussis) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ โรคนี้จะมีความรุนแรงในเด็กทารกและเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่าง
ทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวมอาการชัก หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้

ปัจจุบันโรคไอกรนได้กลับมาระบาดอีกครั้งในหลายประเทศ แม้ว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่มีการใช้วัคซีน แต่รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในปี 2023 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยโรคไอกรนกว่า 150,000 รายซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำหรือไม่มีการเข้าถึงวัคซีนอย่างเพียงพอ เช่น ในสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยไอกรนกว่า 15,000 รายต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนประเทศไทย พบผู้ป่วยไอกรนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน

อาการของโรคไอกรนแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1.ระยะเริ่มแรก (Catarrhal Stage) มีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ต่ำ น้ำมูกไหล และไอเล็กน้อย จะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ระยะนี้ส่วนใหญ่ยังวินิจฉัยโรคไอกรนไม่ได้ แต่มีข้อสังเกตว่าจะมีอาการไอนานเกิน 10 วัน โดยจะมีลักษณะไอแห้งๆ

2.ระยะไอรุนแรง (Paroxysmal Stage) ระยะนี้มีอาการไอเป็นชุดๆ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ไม่มีเสมหะจะเริ่มมีลักษณะของไอกรน คือมีอาการไอถี่ๆ ติดกันเป็นชุด 5-10 ครั้งตามด้วยการหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู้ป (whoop) อาจมีการไอจนอาเจียนหรือหายใจลำบากโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ระยะนี้มักกินเวลานาน 1-6 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น

3.ระยะฟื้นตัว (Convalescent Stage) อาการไอเริ่มลดลง แต่ยังอาจมีการไอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์ เมื่อนับรวมทั้งสามระยะในเด็กจะไอโดยเฉลี่ยประมาณ 112 วัน ก็อาจทำให้เกิดภาวะเเทรกซ้อนหลายอย่างในเด็กที่เกิดจากการไอที่รุนเเรงเเละยาวนาน เช่น ซี่โครงร้าว หรือเส้นเลือดในตาเเตก ปวดหลัง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นต้น

โรคไอกรนสามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าแบคทีเรีย Bordetella pertussis ที่เป็นสาเหตุของโรค ซึ่งยาจะทำงานได้ดีที่สุดในช่วง 7 วันเเรกที่มีอาการถึงจะได้ผลการรักษาดีที่สุด แต่ในเด็กเล็กบางราย อาจจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลและต้องให้น้ำเกลือ เมื่อมีอาการไอจนกินอะไรไม่ได้ ไอจนอาเจียนและเบื่ออาหารมาก

สำหรับการป้องกันโรคไอกรนที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนนี้มักรวมอยู่ในวัคซีนรวมป้องกันคอตีบบาดทะยัก-ไอกรน (DTP) โดยมีกำหนดการฉีดในเด็กที่อายุ 2, 4, 6, และ 18 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ4-6 ปี นอกจากนี้ ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทุก 10 ปี เพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกัน