เกษตรฯเร่งติดตาม การของบประมาณ โครงการกรมประมง ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

เกษตรฯเร่งติดตาม  การของบประมาณ  โครงการกรมประมง  ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

เกษตรฯเร่งติดตาม การของบประมาณ โครงการกรมประมง ใช้แก้ปัญหากุ้งทะเล

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการของบประมาณโครงการของกรมประมงเพื่อแก้ปัญหาด้านกุ้งทะเล เร่งด่วน ในปีงบประมาณ 2568–2569 รวม 7 โครงการ อาทิ โครงการขยายฐานการผลิตจุลินทรีย์เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรด้วยนวัตกรรมด้านพลังงานและด้านชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน (Shrimp Tech) และโครงการยกระดับการนำนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการผลิตกุ้งทะเลตามแนว Go Green ด้วย BCG Model เป็นต้น

พร้อมกันนั้นได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้ง ปี 2567 โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มช่องทางการตลาด/เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นการบริโภค เป้าหมาย 5,450 ตัน โดยรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) เป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้ ที่ประชุม คบท.เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยขยายระยะเวลาดำเนินการ
จากเดิมสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567 เป็น 31 กรกฎาคม 2568 และขยายระยะเวลาโครงการ จากเดิมสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 เป็น 31 ตุลาคม 2568 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน  ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รมว.เกษตรฯหารือเอกชน ตรวจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะหารือกับนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หน่วยงานบริษัท ซีพี เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อหาแนวทางระบบการตรวจสอบย้อนกลับการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแปลงที่ไม่เผาตามมาตรการปลอดฝุ่น PM2.5 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการนำเสนอระบบการตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีการเชิญชวนเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร ลด เลิก การเผาแปลง อันเป็นต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 อีกทั้งมีการนำเสนอโครงการปรับเปลี่ยนพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับการปลูกพืชในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเพาะปลูกพันธุ์พืชมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดการเผาป่า ลดมลภาวะ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด’ธนดล’เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด'ธนดล'เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

ทนายโต้เดือด!! โฉนดสนามกอล์ฟได้มาถูกต้อง ซัด’ธนดล’เป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.59 น.

‘ทนายแรนโช ชาญวีร์’ ยันโฉนดที่ดินได้มาถูกต้อง โอด ‘ธนดล’ ลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทบเศรษฐกิจปากช่อง โคราชหลายหมื่นล้าน ซัดเป็นเด็กควรใช้สมองคิดให้เยอะ ชี้หน่วยราชการยังไม่ชัดเจน ไม่ควรออกมาพูด

18 ก.พ.2568 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจาก “แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ” กล่าวถึงกรณีที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินบริเวณปากช่อง และแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ทฯว่า สนามกอล์ฟแห่งนี้มีโฉนดที่ดินถูกต้อง การลงทุนของนักลงทุนวันนี้เขาเชื่อมั่นอะไร เชื่อมั่นในระบบราชการ ทุกคนมาลงทุนเป็นร้อยเป็นพันล้าน วันนี้เขาต้องอาศัยเอกสารสิทธิ์เพื่อไปดําเนินการในเรื่องของแหล่งสนับสนุนเงินทุนด้วย ดังนั้นการที่หน่วยงานภาครัฐทะเลาะกันเอง แล้วหาข้อชัดเจนไม่ได้ และพยายามจะพูดถึงการเพิกถอนโฉนดอยู่ตลอดเวลา

“ผมเรียนถามว่าคุณมาเพื่อเศรษฐกิจของเรา หรือคุณกําลังจะมาทําลายพื้นที่นี้ต่างหาก นี่คือประเด็นที่เป็นข้อสงสัย ผมพูดในฐานะที่ว่าดูแลกฎหมายพิจารณาเพียงเรื่องเดียวว่า การลงทุนที่นี่เราพิจารณาเป็นหลักก็คือโฉนดที่ดิน สนามกอล์ฟแห่งนี้ซื้อที่ดินมามือ 2 มือ 3 เป็นอย่างต่ำ ถามว่าเราจะไปรู้เรื่องทะเลาะกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐหรือไม่ วันนี้เราต้องพูดถึงการลงทุนในมหภาค ปากช่องเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมไปแล้ว ไม่ใช่เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งมันเป็นภาคเกษตรกรรม ทุกอย่างเปลี่ยนก็ต้องเข้าใจบริบทด้วย วันนี้จะมาเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจ หรือจะมาทําลายเศรษฐกิจ มาพูดถึงแต่เรื่องต้องเพิกถอนเอาของที่ดินกลับคืนไป ผมไม่รู้หรอก ผมรู้แต่ว่าโฉนดที่ดินนี้ออกมาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ประเด็นคือคุณจะเอาที่ดินที่มีผู้ลงทุนจํานวนมหาศาลไปปลูกเผือก ปลูกมัน หรืออย่างไร  นี่คือเรื่องที่จะต้องคิดให้มาก ก่อนที่จะมาทําอะไรอย่างนี้ ผมตําหนิเรื่องเดียวคือตราบใดหน่วยราชการเขายังไม่ชัดเจน คุณไม่ควรพูด อย่าลืมว่ามันมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขอให้คิดสักนิดถ้าใช้สมองคิดก็จบ” นายชนินทร์ กล่าว

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า ถ้าคุณเป็นนักลงทุนกําลังจะมาที่นี่ จะกล้าลงทุนหรือไม่ และหากกําลังเจรจาซื้อขาย หรือวางมัดจํากัน เขาคงไม่กล้าจ่ายเงินแล้ว เพราะธนาคารก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินด้อยค่าแล้ว ใครจะรับผิดชอบชีวิตพวกที่มาลงทุนที่นี่ เศรษฐกิจโดยรวมหลายหมื่นล้านต่อปี แต่คุณสามารถทําลายมันภายในพริบตา ด้วยคําพูดคุณว่าจะเพิกถอนคุณบ้าหรือไม่  ส่วนเรื่องการได้ที่ดินมาโดยชอบหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ ไม่ใช่เรื่องของผู้ทรงสิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะเราซื้อมาโดยสุจริต ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกโฉนด คนที่มาซื้อที่ดินต่อก็ไม่รู้ จะดำเนินการอะไรก็ต้องรอให้ระบบทุกอย่างลงตัวก่อน ไม่ใช่แค่คิดว่า น่าเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นโดยนักการเมือง มาแลกกับความเสียหายของอําเภอปากช่องมันคุ้มหรือไม่

เมื่อถามว่า ตอนนี้สนามกอล์ฟได้รับความเสียหายอย่างไรบ้าง นายชนินทร์ กล่าวว่า “ตอนนี้ถ้าจะไปชวนใครมาลงทุนหรือทรัพย์สินที่จํานองธนาคาร ต้องมีปัญหาเพราะถูกตีเป็นทรัพย์สินด้อยค่า ซึ่งต้องมองภาพรวมทั้งปากช่องซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปแล้ว ไม่ใช่แหล่งเกษตรกรรม ฉะนั้นจะทำอะไรอยากให้คิดให้มากๆ  ยังเป็นเด็กอยู่ต้องคิดแบบผู้ใหญ่ และเรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ถูกตรวจสอบ เราไม่เคยมีปัญหากับราษฎร ถ้าจะไปตรวจสอบก็ต้องไปตรวจสอบหรือไปคุยกันเอง เพราะเราจะไปรู้หรือว่าพวกคุณทําอะไรกันมา” 

Kidzooona Thailand ยกระดับความสนุกเปิดตัว ‘Kid’s Box Jumbo’ กล่องแห่งความสุขกล่องใหญ่กว่าเดิมที่ The Street Ratchada

Kidzooona Thailand ยกระดับความสนุกเปิดตัว 'Kid's Box Jumbo' กล่องแห่งความสุขกล่องใหญ่กว่าเดิมที่  The Street Ratchada

Kidzooona Thailand ยกระดับความสนุกเปิดตัว ‘Kid’s Box Jumbo’ กล่องแห่งความสุขกล่องใหญ่กว่าเดิมที่ The Street Ratchada

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.09 น.

Kidzooona Thailand สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ยกระดับความสนุกเปิดตัว Kid’s Box Jumbo กล่องแห่งความสุขกล่องใหญ่กว่าเดิมที่  The Street Ratchada อัดแน่นด้วยความสนุกเต็มทุกพื้นที่!

เอาใจน้องๆ หนูๆ ไปกับ Kidzooona Thailand สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ยกระดับความสนุกเปิดตัว Kid’s Box Jumbo กล่องแห่งความสุขกล่องใหญ่กว่าเดิม อัดแน่นด้วยความสนุกเต็มทุกพื้นที่ สาขาใหม่ที่ The Street Ratchada ชั้น5 เครื่องเล่นมีทั้งสไลเดอร์ลม บ่อบอล แทรมโพลีน ของเล่นจำลอง ตู้เกม และอื่น ๆ อีกมากมายจากทั่วทุกมุมโลก จัดเต็มด้วยบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน พร้อมของเล่นที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ที่บอกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไม่ควรพลาด!

Kid’s Box Jumbo by Kidzooona Thailand เป็นดินแดนแห่งความสุขของเด็ก ๆ ที่จัดเต็มด้วยอุปกรณ์เครื่องเล่น ของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงยังช่วยส่งเสริมกิจกรรมเสริมสร้างทักษะทางสังคมให้กับเด็กๆ ให้มีความสุขและสนุกสนานไปด้วยกัน ดูแลโดยพนักงานที่ให้บริการด้วยใจ เป็นกันเอง และเข้าใจถึงความต้องการของเด็กๆ มากที่สุด

ทั้งนี้ Kidzooona เป็นสนามเด็กเล่นในร่มที่ได้ต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ลูกได้เติบโต ที่จะเปลี่ยนการเล่นสนุกให้ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะทุกการเล่น ทุกของเล่น คัดมาแต่กิจกรรมที่มอบความสนุกและเสริมทักษะสำคัญต่างของเด็ก ๆ และอยากให้ผู้ปกครองและเด็กได้มีความทรงจำในการทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้ทางคิดส์ซูน่าได้รับความไว้วางใจจากคนญี่ปุ่นและทั่วโลกมาอย่างมากมาย

เรียกได้ว่า Kid’s Box Jumbo by Kidzooona Thailand ถือเป็นสวรรค์บนดินของเด็กๆ ภายในมีของเล่นในฝันของเด็กๆ รวบรวมไว้อย่างครบครัน ในราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 290 บาท และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่สนใจอยากพาน้อง ๆ มาร่วมสนุกกับ Kid’s Box Jumbo และ Kid’s Box เปิดให้บริการถึง 7 สาขาแล้ว ดังนี้ Kid’s Box Jumbo สาขา The Street Ratchada  ชั้น 5 , Kid’s Box Jumbo สาขาบิ๊กซีลพบุรี1 ชั้น 2 , Kid’s Box สาขาพาราไดซ์พาร์ค ชั้น 3 , Kid’s Box สาขาบิ๊กซีรัชดา ชั้น 2 , Kid’s Box สาขาเซ็นทรัลชลบุรี ชั้น 3 , Kid’s Box สาขาแพชชั่นระยอง ชั้น 3 และ  Kid’s Box สาขาโรบินสันฉลอง ชั้น 2

สำหรับค่าบริการ Kid’s Box Jumbo  สาขาใหม่ที่ The Street Ratchada  ชั้น 5 ดังนี้ 2 ชั่วโมง ราคา 290 บาท , 3 ชั่วโมง ราคา 350  บาท และทั้งวัน ราคา 540 บาท ผู้ใหญ่คนแรกเข้าฟรี ส่วนผู้ใหญ่คนที่ 2 – 2 ชั่วโมง ราคา 40 บาท , 3 ชั่วโมง ราคา 60 บาท และทั้งวัน ราคา 100 บาท

สามารถติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดได้ทาง Facebook : Kidzooona Thailand , IG : kidzooona_thailand_official  , TikTok : kidzooonathailand

-(016)

ม.เกษตรฯ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

ม.เกษตรฯ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

ม.เกษตรฯ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.53 น.

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โดยมี รศ.ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เป็นผู้กล่าวรายงาน และ ผศ.ดร.กิตติชัย ดวงมาลย์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ชาญณรงค์ ไวยพจน์ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย อาจารย์กฤษดา ประเสริฐสิทธิ์ สถาปนิก งานสถาปัตยกรรมศาสตร์ นางสาวนวพร แม้นโกศล สถาปนิก งานสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ นายปกาสิต จิระศักดิ์ งานจราจร วิศวกรจราจร ร่วมกันนำเสนอข้อมูลและตอบข้อซักถาม

การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและส่วนงาน ภายในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ที่สนใจ ต่อกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์โครงการ ฯ การนำเสนอและรับฟังข้อห่วงกังวล และความคิดเห็นต่อมาตรการในการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนผู้เกี่ยวข้อง

โดยในการประชุมได้มีการนำเสนอผลการศึกษาสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่ที่จะดำเนินการก่อสร้างของโครงการ ฯ ครบทั้ง 4 กลุ่มทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการศึกษามีประเด็นที่ให้ความสำคัญ ได้แก่ คุณภาพอากาศ เสียงและการสั่นสะเทือน  คุณภาพน้ำผิวดิน  นิเวศทางบก นิเวศทางน้ำ การจัดการน้ำเสีย ขยะมูลฝอย การจราจร อาชีวอนามัยและการความปลอดภัย ซึ่งประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจอย่างมากคือเรื่อง การจราจรและการจัดการด้านการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ได้ให้ความสำคัญในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดผลกระทบทางลบ แม้ในระดับน้อยก็ตาม ได้ดำเนินการจัดทำมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ทั้งในระหว่างการก่อสร้างและระยะดำเนินการ ตลอดจนได้มีช่องทางให้ผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็นในการดำเนินโครงการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชนสมาคมชาวเกษตรต่อไป

สำหรับที่มาของโครงการอุทยานการแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เกิดขึ้นในสมัยของอธิการบดีดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ โดยการประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ได้อนุมัติจัดตั้ง โครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  บนพื้นที่ส่วนกลางบางเขน ตามที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์) ได้มอบหมายให้รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาบัณฑิตขั้นสูงฯ (รองศาสตราจาร์ ดร. สมหวัง ขันตยานุวงศ์) นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม กล่าวคือ โครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระยะแรกเป็นการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระยะที่สองเป็นการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งต่อมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ (รองศาสตราจารย์ ดร. สมหวัง ขันตยานุวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาบัณฑิตขั้นสูงฯ รองศาสตราจารย์ พลเอก นพ. ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ รักษาการแทนคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และนางสุชีรา จรรยามั่น ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์) เข้านำเสนอข้อมูลต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยในวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566 ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ และคณะ ได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และที่ประชุม ครม. ลงมติอนุมัติโครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ระยะแรก พ.ศ. 2567-2572) จำนวนเงิน 8,863,934,300 บาท อันประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเป็นงบประมาณสำหรับครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง และบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และในระยะที่สองตั้งแต่ พ.ศ. 2572 เป็นต้นไป จะเป็นในส่วนของคณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ และต่อมาที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ได้มีมติอนุมัติรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ของโครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามการดำเนินงานวิธีการทางงบประมาณแผ่นดิน

ด้วยความห่วงใยและความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้จัดตั้งคณะทำงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการภายในเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เพื่อทำการศึกษาสถานภาพสิ่งแวดล้อม ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ

ผู้สนใจสามารถรับชมการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ โครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นได้ที่

-(016)

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ปิดโรงหนัง!พาลูกค้าคนสำคัญท่องจักรวาลมาร์เวล สัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ปิดโรงหนัง!พาลูกค้าคนสำคัญท่องจักรวาลมาร์เวล สัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ปิดโรงหนัง!พาลูกค้าคนสำคัญท่องจักรวาลมาร์เวล สัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.49 น.

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป – บางนา สร้างความประทับใจเหนือระดับ! พาลูกค้าชม “Captain America : Brave New World” แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป นำโดย นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ ประธานกรรมการ, นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Benz BKK Group : Exclusive Movie Night” พาลูกค้าคนสำคัญสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม “Captain America : Brave New World” รอบปิดโรงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อส่งมอบความสุข และแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าคนพิเศษ ณ โรงภาพยนต์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงาน ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ล่าสุดจากจักรวาลมาร์เวลก่อนใคร พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับฉากแอ็กชันสุดมันส์และเนื้อเรื่องที่เข้มข้น นอกจากนี้ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ยังมอบการดูแลอย่างอบอุ่นและใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่บริการต้อนรับที่เหนือระดับ อาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษ ไปจนถึงของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กล่าวว่า “Benz BKK Group – Bangna เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในเอเชีย เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่เพียงแค่ในด้านการเลือกซื้อรถยนต์ แต่รวมถึงบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับโลก”

ในปีนี้ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงบริการภายใต้แนวคิด MAR20X (Mercedes-Benz Retail Experience) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ Classic Car Events รวมพลคนรักรถคลาสสิก, Driving Events สัมผัสสมรรถนะเหนือชั้นของเมอร์เซเดส-เบนซ์, MercedesTrophy การแข่งขันกอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ, Exclusive Movie Nights ชมภาพยนตร์รอบพิเศษก่อนใคร, Concerts & Private Dinners ดื่มด่ำความบันเทิงระดับพรีเมียม, Wealth & Wellness Activities กิจกรรมดูแลสุขภาพและการลงทุน หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เหนือระดับ พร้อมสิทธิพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนสำคัญ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ขอเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรา เพื่อสัมผัสความประทับใจและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-745-2222, Line OA, Facebook, Instagram, YouTube, TikTok : @benzbkkgroup

-(016)

โมทีฟเปิดบ้านต้อนรับ ‘Tom Dixon’ ดีไซเนอร์ดังระดับโลกเยือนไทยครั้งแรก

โมทีฟเปิดบ้านต้อนรับ ‘Tom Dixon’ ดีไซเนอร์ดังระดับโลกเยือนไทยครั้งแรก

โมทีฟเปิดบ้านต้อนรับ ‘Tom Dixon’ ดีไซเนอร์ดังระดับโลกเยือนไทยครั้งแรก

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.28 น.

ตอกย้ำเส้นทางความสำเร็จในฐานะผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับลัคชัวรี่แถวหน้าของประเทศไทย โมทีฟ(MOTIF) โดย โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ จัดอีเว้นท์สุดพิเศษ “TOM DIXON’s 48 hours in Bangkok”  ครั้งแรกที่ Tom Dixon ดีไซน์เนอร์ชาวบริติช  มาเยือนเมืองไทย พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดส่งตรงจากประเทศอังกฤษ พิเศษสุดกับช่วง “The Design Talk” พบปะและพูดคุยกับ Tom Dixon อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568  ที่ MOTIF ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี่

Tom Dixon ดีไซน์เนอร์ชาวบริติช 

นี่จะเป็นโอกาสสำคัญอีกหนึ่งวาระที่ MOTIF  ในฐานะผู้นำเข้าหนึ่งเดียวของ Tom Dixom  แบรนด์ดีไซน์เจ้าของลูกเล่น Bad Boy ในกลิ่นอายของความเป็นผู้ดีอังกกฤษ มากว่า 4 ปี  ภาคภูมิใจ นั่นเพราะ  Special Guest ดีไซน์เนอร์หัวขบถระดับโลก ที่ทุกคนเฝ้ารอ อย่าง Tom Dixon เจ้าของ Royal Award “Commander of the British Empire 2025” รางวัลเกียรติยศขั้นสูงสุดสำหรับนักออกแบบจาก พระเจ้าชาร์ลที่ 3 รางวัลที่มอบให้ Tom Dixon เพื่อเป็นการยกย่องผลงานอันทรงอิทธิพลในฐานะผู้บุกเบิกแนวคิดใหม่ของวงการอุตสาหกรรมการออกแบบ จะมาเป็นแขกคนสำคัญในงานอีเว้นท์สุดพิเศษ “TOM DIXON’s 48 hours in Bangkok”

งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568  จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง “The Design Talk” กับ Tom Dixon ที่จะมาแชร์แรงบันดาลใจ ไอเดีย และเทรนด์การออกแบบปี 2025-2026 เวลา 16.30-18.00 น. ที่ The Embassy Diplomat Screens ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี่ ต่อด้วยช่วง “Cocktail Reception” มาพร้อมเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษ รังสรรค์โดย TOM DIXON และชมคอลเลคชั่นล่าสุดที่ส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษ เวลา 18:30-20:00 น. ที่  MOTIF ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี่

TOM DIXON เริ่มต้นเส้นทางในสายงานดีไซน์ ด้วยการเปิดสตูดิโอที่มีหน้าร้านเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ ร่วมกันกับเพื่อนๆ ดีไซน์เนอร์ จากนั้นได้ถูกเชิญเข้าร่วมทำงานกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ชื่อดังระดับโลกอีกมากมาย และได้ออกแบบ S Chair ซึ่งกลายเป็นโมเดลไอคอนในการออกแบบเก้าอี้ของโลกและเป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นของแบรนด์ Tom Dixon  เช่นกัน จนกระทั่งในปี 2002 แบรนด์ Tom Dixon ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของโลกให้มีชีวิตชีวา สนุก และแหวกออกจากกรอบเดิมๆ ผลงานชิ้นเด่นที่ทุกคนรู้จัก คงไม่มีชิ้นไหนโดดเด่นเกินโคมไฟ MELT ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่ Milan Fair ในปี 2015 จากไอเดียที่ต้องการสร้างโคมไฟที่ดูเหมือนรูปร่างไม่สมบูรณ์เพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง

เมื่อดวงดาวแห่งศิลป์โคจรมาพบกันใน ‘CONSTELLATION’ นิทรรศการและการประมูลผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมจากศิลปินแถวหน้า

เมื่อดวงดาวแห่งศิลป์โคจรมาพบกันใน ‘CONSTELLATION’  นิทรรศการและการประมูลผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมจากศิลปินแถวหน้า

เมื่อดวงดาวแห่งศิลป์โคจรมาพบกันใน ‘CONSTELLATION’ นิทรรศการและการประมูลผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมจากศิลปินแถวหน้า

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.24 น.

The Art Auction Center โดย พิริยะ วัชจิตพันธ์ ร่วมกับ 66 Tower  ชวนคนรักงานศิลป์มาร่วมสำรวจจักรวาลแห่งศิลปะ ในนิทรรศการและการประมูลสุดพิเศษ “CONSTELLATION”  กับงานศิลปะจากศิลปินระดับแนวหน้าในหลากหลายสไตล์และเทคนิค  อาทิ ถวัลย์ ดัชนี, ประเทือง เอมเจริญ, ประกิต (จิตร) บัวบุศย์, นที อุตฤทธิ์, มิตร ใจอินทร์, ทวี นันทขว้าง  เป็นต้น จัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ 66 Tower สุขุมวิท 66 (ชั้น 10) และร่วมประมูลผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568

พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง The Art Auction Center  กล่าวว่า “นิทรรศการและงานประมูล ‘CONSTELLATION’ เปรียบเสมือนการนำดวงดาวมาถักทอเป็นเรื่องราวบนโลกศิลปะ แต่ละผลงานล้วนมีความหมายและคุณค่าในตัวเอง เฉกเช่นดวงดาวที่ส่องแสงในจักรวาล เราหวังว่าทุกท่านจะได้พบกับผลงานที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและความงามที่ลึกซึ้ง พร้อมทั้งค้นพบ ‘กลุ่มดาว’ ของตนเองในค่ำคืนแห่งศิลปะนี้”

พิริยะ วัชจิตพันธ์

ดาวเด่นใน “CONSTELLATION”  ครั้งนี้ ได้แก่  “ELEPHANT MAN ทศคีรีธร” (พ.ศ. 2515) ภาพวาดด้วยปากกาบนกระดาษ ของ ถวัลย์ ดัชนี เล่าเรื่องตัวละครในรามเกียรติ์ ยักษ์แฝดน้องที่เกิดจากทศกัณฐ์กับนางช้างพัง มีหัวเป็นช้างมีตัวเป็นยักษ์ ซึ่งศิลปินได้มีการตีความผ่านการเลือกใช้รูปทรงของสัตว์หลากหลายชนิดและมัดกล้ามเนื้อของมนุษย์มาผสมผสานเพื่อสร้างเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะ ผลงานได้ปลุกเร้าอารมณ์ ความกดดัน และกระตุ้นจิตใต้สำนึก ด้วยนัยน์ตาของสัตว์นักล่า โดยใช้เทคนิคฝนปากกาที่อาศัยความแม่นยำเป็นอย่างสูง รวมถึงงานวาดเส้นชิ้นนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่โดยมักสร้างขึ้นแค่ในช่วงที่ศิลปินเพิ่งเรียนจบ เป็นเทคนิคที่ใช้ความเพียรพยายามเป็นอย่างสูง แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเททั้งแรงกายและใจต่อการสร้างสรรค์ผลงาน อีกทั้ง ผลงานนี้เคยจัดแสดงที่สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย มาแล้ว

ผลงานของ นที นันทขว้าง

 “NATURAL PHENOMENON ปรากฏการณ์ธรรมชาติ” (พ.ศ. 2528) สีน้ำมันบนผืนผ้าใบของ ประเทือง เอมเจริญ ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พัฒนาการของศิลปินได้ก้าวเข้ามาในจุดที่มีความลงตัวในเรื่องของทักษะและการนำเสนอมิติของธรรมชาติ ศิลปินใช้สีเหลืองและไล่ลำดับความเข้มอ่อนเพื่อสร้างมวลของอากาศและผืนดินรวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ได้อย่างมีชั้นเชิงความสะอาดของสีสร้างแสงสว่างสดใสซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ โดยได้มีการแทรกสีโทนเย็นเข้ามาในจำนวนที่พอเหมาะด้วยเช่นกัน เนื่องจากศิลปินถ่ายทอดทัศนคติและความรู้สึกทั้งหมดจากสถานที่จริงลงบนผ้าใบ จึงยิ่งส่งให้ผลงานสื่อสารกับผู้ชมและดึงสมาธิของผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับห้วงมิติของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ศิลปินยังได้สร้างรายละเอียดของผลงานไว้อย่างสวยงาม รวงข้าวสีทองอร่ามผลิเมล็ด การกำหนดทิศทางของเส้นด้วยทีแปรงทำให้ดูเหมือนสถานที่ในภาพผลงานกำลังเคลื่อนไหวด้วยกระแสลม

ผลงานของ นที อุตฤทธิ์

 “CANADA” (พ.ศ.2539) สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ผลงานของ ประกิต (จิตร) บัวบุศย์ หนึ่งในศิลปินกลุ่มแรก ๆ ของไทยที่สนใจศึกษาลัทธิประทับใจ ในพ.ศ. 2484 ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ณ ที่นั้นเองศิลปินได้เรียนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นลูกศิษย์สายตรงของโกลด มอเน (Claude Monet) ครั้นกลับไทย ประกิต หยุดวาดภาพไปเนื่องจากงานราชการรัดตัว ทว่าเมื่อหลังเกษียณได้รับแรงกระตุ้นให้กลับมาสร้างสรรค์ผลงานอีกครั้ง ซึ่งผลงานนี้เขียนขึ้นตอนเดินทางไปแคนาดา ภาพทิวทัศน์ชิ้นนี้ได้ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของศิลปินออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ความลึกซึ้งของผลงานสามารถสังเกตได้จากการผลักระยะของผลงานโดยใช้สีน้ำเงินและได้แต่งแต้มมีโทนร้อนเข้าไปแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิของบรรยากาศโดยรอบที่หนาวเย็นแต่ยังคงมีความอบอุ่นจากแสงแดดอ่อน ๆ

ผลงานของ ประกิต (จิตร) บัวบุศย์

 “FRAGMENT AND THE SUBLIME NO.5” (พ.ศ. 2549)  ผลงานจิตรกรรมบนผืนผ้าใบชิ้นนี้ของ นที อุตฤทธิ์  เป็นหนึ่งในนิทรรศการ The Fragment and the Sublime, Valentine Willie Fine Art ใน พ.ศ. 2549 ผลงานชุดนี้อาจกล่าวได้ว่ามีเอกลักษณ์ต่อเทคนิคการเขียนภาพแบบเกลี่ยเนียนและการใช้ชุดสีของศิลปิน ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือการเลือกนำเสนอภาพโดยวิธีการของศิลปะแบบนามธรรม ในขณะเดียวกันยังสังเกตได้ถึงรายละเอียดที่ชัดเจนว่าสิ่งที่ปรากฏบนผลงานนั้นคืออะไร ส่งผลให้เกิดการตีความถึงความซับซ้อนของสังคม ศิลปินมีความสนใจในการค้นหาบริบทร่วมสมัยโดยใช้แนวคิดจากศิลปะตะวันตกเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำการรื้อโครงสร้างภาพคลาสสิก เพื่อเสนอสมมติฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของความจริงท่ามกลางความซับซ้อนของโลก

 “ดอกบัว” (พ.ศ. 2531) สีอะคริลิกบนผืนผ้าใบ ผลงานของ ทวี นันทขว้าง  เป็นหนึ่งในงานจากชุดไผ่บัว ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดของศิลปิน ผู้สามารถถ่ายทอดความงามของธรรมชาติออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์เป็นที่สุด ภาพทิวทัศน์ชิ้นนี้ถึงแม้จะเป็นการเลือกหยิบจับความงามของธรรมชาติ แต่ผลงานก็สามารถให้อารมณ์เหนือจริง วิธีการจัดวางองค์ประกอบด้วยเส้นนำสายตาและรูปทรงของต้นไผ่และกอบัวต่างเป็นตัวเอกในการชักจูงอารมณ์ความรู้สึก ด้วยการใช้สีที่สร้างบรรยากาศนิ่งสงบเสมือนผู้ปลีกวิเวก ทวีเป็นศิลปิน ที่มีทักษะฝีมือรวมถึงเป็นศิษย์ที่ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ชื่นชมเป็นอย่างมาก

 “UNTITLED” สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ผลงานของ มิตร ใจอินทร์ ศิลปินร่วมสมัยผู้มีความหลากหลายในการสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะจัดวาง จุดเด่นของศิลปินคือการใช้สีที่มาจากธรรมชาติด้วยโทนสีที่มีความโปร่งและเบาสบาย ผลงานชิ้นนี้เป็นงานยุคเก่า ซึ่งการจุดสียังมีขนาดใหญ่ ถึงแม้ผลงานจะแสดงความเรียบง่ายแต่ก็ซ่อนไว้ซึ่งกลวิธีที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งเป็นผลงานที่ต้องอาศัยแรงกายในการสร้างสรรค์ขึ้น ลักษณะของผลงานชิ้นนี้เป็นผ้าใบที่ลงสีพื้นไว้เป็นชั้น ๆ ต่อมาลงสีหนา ๆ ไว้ข้างบน เมื่อเกิดรอยแตกของสีด้านบนจึงเง้มเผยให้เห็นร่องรอยที่จงใจสร้างไว้

 “JEANNE D’ARC, PARIS” (พ.ศ.2549) ผลงานสีน้ำมันบนผืนผ้าใบของ ประเทือง เอมเจริญ ชิ้นนี้สร้างขึ้นในยุคหลังที่เกิดการตกผลึกแล้ว หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงท้ายของพัฒนาการทางศิลปะของศิลปิน เป็นการใช้เกรียงปาดด้วยสีน้ำมันหนาๆ ลงบนผืนผ้าใบ หรือในบางครั้งก็ได้ใช้สีสดๆ จากหลอดโดยตรง โดยภาพที่ปรากฏในผลงานเป็นอนุสาวรีย์ “Jeanne d’Arc” ในเมืองปารีส ศิลปินได้วาดขึ้นจากสถานที่จริง ซึ่งความน่าสนใจของผลงานชิ้นนี้คือความอิสระที่ไม่ยึดติดจากสิ่งใด ๆ ผลงานแสดงให้เห็นถึงการทดลองอย่างเสรีจากการกลั่นกรองความรู้และประสบการณ์ทางศิลปะที่สั่งสมมาของศิลปิน

นอกจากนี้ ยังมีผลงานจากศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ ทองไมย์ เทพราม, มอลลี่, เบนซิลล่า, มือบอญ, ก้องกาน ฯลฯ ที่นำเสนอแนวคิดและเทคนิคอันทันสมัย ซึ่งสะท้อนถึงโลกยุคปัจจุบันได้อย่างคมชัดและน่าสนใจในนิทรรศการและการประมูลครั้งนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมของงานนิทรรศการและการประมูล สอบถามได้ที่ The Art Auction Center โทรศัพท์ 065 097 9909 อีเมล: service @ theartauctioncenter.com และ เว็บไซต์: www.theartauctioncenter.com

วาโก้ จับมือ มิลลิ และ ปันปันยีย์ยีย์ ออกแบบคอลเลกชันพิเศษ MILLY&MERCY

วาโก้ จับมือ มิลลิ และ ปันปันยีย์ยีย์ ออกแบบคอลเลกชันพิเศษ MILLY&MERCY

วาโก้ จับมือ มิลลิ และ ปันปันยีย์ยีย์ ออกแบบคอลเลกชันพิเศษ MILLY&MERCY

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.17 น.

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก มิลลิ (MILLI) หรือ ดนุภา คณาธีรกุล แรปเปอร์สาวไทยที่นำข้าวเหนียวมะม่วงไปไวรัลสู่เวทีโลกอย่าง Coachella 2022 ล่าสุดมิลลิเข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่กับ WACOAL ในฐานะศิลปินออกแบบคอลเลกชัน โดยดึงศิลปินคู่ใจและนักวาดภาพเลือดใหม่อย่าง ปันปัน ยีย์ยีย์ (PPYY) หรือ รสิกา สายแสง มาร่วมรังสรรค์คอลเลกชันพิเศษ MILLY&MERCY  แฟชั่นไอเทมที่มีความสดใสสนุกสนาน เอาใจสายแฟฯ วางจำหน่ายเฉพาะที่  WACOAL YAOWARAT SPACE

“เราจะไปปล้นชุดชั้นใน WACOAL กัน!!” วลีเด็ดของคอลเลกชัน MILLY&MERCY ถือเป็นแรงบันดาลใจที่นำไปสู่การออกแบบลวดลายอย่างน่าสนใจ เป็นเอกลักษณ์และสนุกสนาน แสดงถึงตัวตนของ 2 ศิลปินอย่าง มิลลิ และ ปันปัน ยีย์ยีย์ ได้อย่างชัดเจนและลงตัว โดยคาแรคเตอร์ MILLY เปรียบเสมือนมนุษย์กลายพันธุ์ 4 แขน เหมือนเป็นโจรกล้ามโต ที่มีความฉลาดและไหวพริบเป็นเลิศ ส่วนคาแรคเตอร์ของ MERCY คือสัตว์ประหลาดที่มีสองเขา ขนสีดำนุ่มนิ่ม เขี้ยวยาว ดื้อและไม่เกรงกลัวใคร เมื่อ MILLY และ MERCY เจอกันโดยบังเอิญในคุกหรรษา จึงบังเกิดโปรเจคใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ในคอลเลคชัน MILLY&MERCY ลิมิเต็ด เอดิชั่น มีทั้งสินค้า ชุดชั้นใน รวมถึงเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ (Accessories) สีสันสดใส ที่เป็น Unisex เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย สไตล์ไหนก็ใช่หมด อาทิ ชุดนอน เสื้อทีเชิ้ต กางเกงบ๊อกเซอร์ กระเป๋า หมวกบัคเก็ต หมวกแก๊ป ผ้าพันคอ ถุงเท้า กระบอกน้ำ กริ๊บต๊อก และพวงกุญแจ  เป็นต้น เรียกว่าเป็นไอเทมที่ทุกคนจะแมทช์ลุคได้สนุกมาก หรือเป็นช้อยส์ที่ดีสำหรับเป็นของขวัญในช่วงเดือนวาเลนไทน์ได้อีกด้วย

พร้อมกระโจนเข้าสู่ความดื้อและไอเดียซุกซนผ่านคอลเลกชัน MILLY&MERCY ได้แล้ววันนี้เฉพาะที่ WACOAL YAOWARAT SPACE (ระหว่างถนนเยาวราช ซอย 11 และซอยมังกร) แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางเยาวราช สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-296-9979 แล้วความวุ่นวายก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!!

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านอาหารบ้านเทพา คว้ารางวัล ‘Asia’s Best Female Chef 2025’

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านอาหารบ้านเทพา  คว้ารางวัล 'Asia's Best Female Chef 2025'

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านอาหารบ้านเทพา คว้ารางวัล ‘Asia’s Best Female Chef 2025’

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.02 น.

039สร้างความภูมิใจให้กับประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  เมื่อ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านอาหาร Baan Tepa (บ้านเทพา) คว้ารางวัล  “Asia’s Best Female Chef 2025”  หรือรางวัลเชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับเอเชียประจำปี 2025 รางวัลพิเศษที่ประกาศล่วงหน้าก่อนงานประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants ที่จะมีขึ้นที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในเดือนมีนาคม นี้ หลังจากที่ เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งร้านอาหาร POTONG (โพทง) ในเยาวราช คว้ารางวัลนี้มาแล้วเมื่อปี 2024 และเป็นเชฟหญิงคนไทยคนแรกในรอบ 10 ปี ที่ได้รับการคัดเลือก

เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านอาหาร Baan Tepa (บ้านเทพา) เป็นเจ้าของอันดับที่ 42 บนลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants 2024 และในงานประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants 2025 ก็มีลุ้นอีกว่าร้านอาหาร Baan Tepa (บ้านเทพา) จะขยับอันดับขึ้นบนลิสต์หรือไม่

ความโดดเด่นของเชฟตามแห่งร้านอาหาร Baan Tepa (บ้านเทพา)  คือการใช้ผลผลิตท้องถิ่นในประเทศไทยมาแปลงเป็นเมนูได้อย่างแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการทำอาหาร อาทิ การให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาล การคิดค้นวิธีกำจัดขยะในครัวอย่างสร้างสรรค์ หรือการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารเพื่อนำไปใช้ปลูกผักสมุนไพรหลังร้าน

จากการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางด้านอาหาร บวกกับทักษะการทำอาหารที่มีความเชี่ยวชาญ โดดเด่น และเป็นตัวของตัวเอง ทำให้เชฟตาม ชนะใจกรรมการผู้ให้คะแนนกว่า 350 โดยเธอกล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ในนามของทีมงานทั้งหมดของบ้านเทพา และเป็นการแสดงความขอบคุณถึงการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมที่ตามได้รับจากทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้ อย่างที่เราทราบว่า เส้นทางที่เราเดินบนสายอาชีพนี้มีความท้าทาย เพราะธุรกิจการบริการต้องใช้ความทุ่มเทและความเสียสละอย่างไม่ย่อท้อ

รางวัลนี้ไม่เพียงให้พื้นที่สำหรับผู้นำที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังสร้างต้นแบบอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตามหวังไว้ว่าตามน่าจะมีต้นแบบให้เรียนรู้มากกว่านี้ เมื่อตอนที่ตามเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางนี้ ความหวังของตามคือการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนเซฟหญิงรุ่นใหม่ และแสดงให้เชฟเหล่านั้นเห็นว่า ตนเองก็สามารถสร้างอาชีพที่ประสบความสำเร็จ โดยการเป็นตัวของตัวเองและไม่กลัวที่จะก้าวออกไปให้ไกลจากขอบเขตเดิมๆ”

ทั้งนี้สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ของเชฟตาม-ชุดารี  ได้ในวันที่ 25 มีนาคม 2568  พร้อมการประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants ประจำปี 2025 หรือ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับเอเชีย ประจำปี 2568  หรือติดตามความเคลื่อนไหวของงาน  ประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants 2025 ได้ทางเฟสบุ้ค : The World’s 50 Best Restaurants  และ อินสตราแกรม @theworlds50best