มช. เปิดหลักสูตรใหม่ ‘SAFE’ รวมความรู้ 6 คณะไว้ในสาขาเดียว เตรียมความพร้อมสู่อนาคตผู้นำแห่งอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะและอาหาร

มช. เปิดหลักสูตรใหม่ 'SAFE' รวมความรู้ 6 คณะไว้ในสาขาเดียว เตรียมความพร้อมสู่อนาคตผู้นำแห่งอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะและอาหาร

มช. เปิดหลักสูตรใหม่ ‘SAFE’ รวมความรู้ 6 คณะไว้ในสาขาเดียว เตรียมความพร้อมสู่อนาคตผู้นำแห่งอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะและอาหาร

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.55 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดหลักสูตรใหม่ “SAFE” หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการด้านเกษตรอัจฉริยะและอาหาร พ.ศ. 2568 (Bachelor of Science Program in Smart Agriculture and Food Entrepreneur) จากความร่วมมือระหว่าง 6 คณะ ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะบริหารธุกิจ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ที่บูรณาการองค์ความรู้ ร่วมเติมเต็มทักษะ และนวัตกรรม ที่จำเป็นในการเป็นผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะและอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

หลักสูตรนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างครบวงจร จากการบูรณาการศาสตร์การผลิตพืชและการผลิตสัตว์ ธุรกิจเกษตร เทคโนโลยีอาหาร และความยั่งยืนทางอาหาร ตั้งแต่ฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร เรียนรู้การนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เครื่องจักรกลการเกษตร, Drone, Vertical Farming, IoT, Plasma technology, Agrivoltaics, และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

มากไปกว่านั้น ได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการและระบบธุรกิจ พร้อมฝึกการสร้างธุรกิจเกษตร การตลาดสมัยใหม่ และการเงิน เข้าใจห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการกระจายสินค้า ฝึกงานและทำโครงการร่วมกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ต่อยอดสู่การบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการผ่าน Builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program

โดยสามารถประกอบอาชีพได้อย่างหลากหลายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางอาชีพในอนาคตผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหาร ผู้บริหารธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอาหาร นักวางแผนเกษตรอัจฉริยะ และนักนวัตกรรมเทคโนโลยีเกษตร

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของหลักสูตรฯ โทร 053-944641 ต่อ 121

-(016)

เนคเทค โชว์ ‘Pathumma LLM: เทคโนโลยี AI ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทย’ สู่การพัฒนาและการใช้งานที่หลากหลาย

เนคเทค โชว์ 'Pathumma LLM: เทคโนโลยี AI ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทย' สู่การพัฒนาและการใช้งานที่หลากหลาย

เนคเทค โชว์ ‘Pathumma LLM: เทคโนโลยี AI ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทย’ สู่การพัฒนาและการใช้งานที่หลากหลาย

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.51 น.

21 มีนาคม  2568 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews เรื่อง Pathumma LLM: เทคโนโลยี AI ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทย วิจัยและพัฒนาโดย ดร.ศราวุธ คงยัง นักวิจัยกลุ่มนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน และทีมวิจัยเนคเทค สวทช. ซึ่ง “Pathumma LLM” (ปทุมมา แอลแอลเอ็ม) เป็นการสร้างเทคโนโลยีเอไอ สัญชาติไทย ที่มี 3 ความสามารถหลัก ได้แก่ Text LLM สำหรับประมวลผลภาษาไทย  Vision LLM สำหรับวิเคราะห์และเข้าใจภาพ และ Audio LLM สำหรับจดจำและตอบสนองต่อเสียงภาษาไทย ที่สำคัญระบบถูกพัฒนาแบบ Open Source เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน และขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของไทย โดยเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่สนใจเข้ารับชมเทคโนโลยีดังกล่าวและร่วมแลกเปลี่ยนกับทีมวิจัยได้ฟรี ในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 20 หรือ NAC2025 วันที่ 26-28 มีนาคมนี้ ที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

​ดร.ศราวุธ คงยัง นักวิจัยกลุ่มนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน เนคเทค สวทช. เปิดเผยว่า ในยุคของการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว “Pathumma LLM” (ปทุมมา แอลแอลเอ็ม) ถือเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยได้นำเสนอเทคโนโลยี AI สัญชาติไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบบริการ AI โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทยที่มีความเฉพาะตัวทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม

โดยจุดเด่นของ Pathumma LLM เป็นโมเดล AI ที่พัฒนาให้รองรับการประมวลผลข้อมูลได้หลายรูปแบบ ทั้งข้อความ (Text LLM), เสียง (Audio LLM) และภาพ (Vision LLM) เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลคำถามและคำสั่งจากข้อความ การแปลงเสียงเป็นข้อความ และการวิเคราะห์ภาพ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน เช่น การให้บริการแชตบอตในภาครัฐหรือเอกชน การถอดความจากเสียงในการประชุม หรือการสร้างคำบรรยายภาพในงานวิจัย โดยล่าสุดหน่วยงานรัฐอย่างรัฐสภา นำไปใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อให้บริการข้อมูลกับประชาชนที่ขอใช้บริการต่าง ๆ ทั้งการสรุปประชุมสำคัญของสภา สรุป (ร่าง) กฎหมายต่าง ๆ ที่ผ่านสภา เป็นต้น 

นอกจากนี้ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับการพัฒนา Pathumma LLM คือ จะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ที่มีความแม่นยำและสอดคล้องกับการใช้ภาษาไทยและบริบทของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อมูลหรือการสืบค้นข้อมูลในแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงการใช้งานในองค์กรภาครัฐที่ต้องการปกปิดข้อมูล เช่น ธนาคาร หรือสถานพยาบาล

ดร.ศราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางในอนาคต ทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2568 นี้  ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับข้อมูลและทำให้ Pathumma LLM มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาให้ Pathumma LLM กลายเป็น “Agentic AI” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและบริการให้กับผู้ใช้ในอนาคต ผู้ที่สนใจทดลองใช้งาน Pathumma LLM เวอร์ชัน 1.0 ทั้งในรูปแบบ APP, API และ Model เข้าใช้งานได้ที่ https://aiforthai.in.th/pathumma-llm/

“Pathumma LLM ไม่เพียงแค่เป็นเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์และพัฒนาโดยคนไทย แต่ยังเป็นเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในภาครัฐและเอกชนที่ต้องการระบบบริการที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของประเทศไทย และยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และเพื่อประโยชน์ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของสังคมไทย เกิดประโยชน์ทั้งภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐบาล และประชาชนทั่วไป” ดร.ศราวุธ กล่าว

​ทั้งนี้ทีมวิจัยขอเชิญชวนประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่สนใจเข้าร่วมสัมผัสเทคโนโลยีดังกล่าวและร่วมแลกเปลี่ยนกับทีมวิจัยได้ฟรี ในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 20 หรือ NAC2025 วันที่ 26-28 มีนาคมนี้ โดย ในวันที่ 28 มีนาคม จะมีการสัมมนา เรื่องศักยภาพ Thai LLM และความท้าทายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้อง SD-601 อาคาร 12 (สราญวิทย์) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คลองหลวง จ.ปทุมธานี ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ http://www.nstda.or.th/nac/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2564 8000

-(016)

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้างาน แปดริ้ว ‘Trade Fair 2025’

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้างาน แปดริ้ว 'Trade Fair 2025'

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้างาน แปดริ้ว ‘Trade Fair 2025’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.48 น.

จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทราให้ความสำคัญในการดูแลเกษตรกรให้มีรายได้ที่เหมาะสมด้วยวิธีต่างๆ  เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้าเกษตร เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และตรงกับความต้องการของตลาดการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการแปรรูปสินค้าเกษตรในรูปแบบและวิธีการต่าง ๆ การส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ต่าง ๆ อย่างเหมาะสมการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด ตลอดจนถึงการใช้กลไกการตลาดดูแลสินค้าเกษตรพร้อมทั้งแสวงหาตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการแข่งขัน นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอาชีพ ความเป็นอยู่ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีอัตลักษณ์และตราสินค้าที่เด่นชัดให้ความสำคัญกับการผลิตโดยใช้ตลาดนำที่คำนึงถึงความต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาดที่มีมูลค่าสูง สร้างและพัฒนาตลาดในประเทศสำหรับสินค้า ที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งตลาดสินค้าสำหรับกลุ่มเฉพาะ  

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา  ได้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า งาน“แปดริ้ว Trade Fair 2025” ขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมตามโครงการพัฒนาเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของจังหวัดฉะเชิงเทรา งานครั้งนี้ จัดขึ้น 5 วัน ระหว่างวันที่ 20 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2568 ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค แห่งนี้

วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า เพิ่มรายได้ ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด และเชื่อมโยงสินค้าจากผู้ผลิต สู่ผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้ง เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าของจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

กิจกรรมภายในงานนี้ ประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า จากเกษตรกร ผู้ผลิตชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ของจังหวัดฉะเชิงเทรา กว่า 50 ร้านค้า สินค้าที่นำมาจำหน่าย ได้แก่ สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงแรด มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงขายตึก และมะพร้าวน้ำหอมบางคล้า  สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหาร ของใช้ และเครื่องประดับ  นอกจากการจัดจำหน่ายสินค้าภายในงานแล้ว ยังจัดให้มีการเจรจาธุรกิจการค้า โดยเชิญผู้ซื้อเข้ามาเจรจาธุรกิจภายในงาน ทั้งรูปแบบ Onsite และ Online  มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน ได้แก่ กิจกรรมนาทีทอง วันละ 2 รอบ ช่วงเวลา 12.00 – 12.30 น. และ 18.00 – 18.30 น. การแจกคูปองเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 200 บาท  เพื่อลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า ในเวลา 19.00 น.ของทุกวัน  มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากนักร้อง ตรี ชัยณรงค์ ในวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. และการแสดงดนตรี วันละ 2 รอบ ตลอดการจัดงาน

-(016)

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ‘มาดามหลุยส์’

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ‘มาดามหลุยส์’

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ‘มาดามหลุยส์’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.06 น.

ถือเป็นงานรวมตัวของเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังอีกงาน สำหรับวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของ “มาดามหลุยส์ เตชะอุบล” เซเลบริตี้ชื่อดัง ที่ควงคุณสามีสุดที่รัก คุณแมค-ภสุ วชิรพงศ์ มาร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิด

โดยมีเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมอวยพรกันอย่างอบอุ่น  อาทิ คุณกรณ์ ณรงค์เดช. คุณโอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์, คุณ เบน-ดร. กัลยานี กมลวิศิษฏ์, คุณจอนนี่-ธิติธรรม กมลวิศิษฏ์, คุณเล็ก-กรกนก ยงสกุล และอีกหลายๆ ท่าน ที่มาร่วมแสดงความยินดี และรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า  กับวิวริมน้ำสุดหรู ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นเรียกได้ว่าเป็นงานที่อบอวลไปด้วยความสุข ความอบอุ่นจากเพื่อนๆ คนสนิทของ “มาดามหลุยส์” เลยล่ะ!!

T.A.S. Corporation ส่ง TECO PU FOAM ร่วมปลูกจิตสำนึก ในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & NET ZERO MATERIAL

T.A.S. Corporation ส่ง TECO PU FOAM ร่วมปลูกจิตสำนึก ในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & NET ZERO MATERIAL

T.A.S. Corporation ส่ง TECO PU FOAM ร่วมปลูกจิตสำนึก ในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & NET ZERO MATERIAL

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

T.A.S. Corporation ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม ฉนวนกันความร้อนคุณภาพ รักษ์โลกครบวงจรรายแรกของไทย ส่ง TECO PU FOAM  ฉนวนกันความร้อนเพื่อคนไทย ร่วมปลูกจิตสำนึก 20 มี.ค. พ.ศ.2568 นี้ ในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & NET ZERO MATERIAL

T.A.S. Corporation ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม ฉนวนกันความร้อนคุณภาพ รักษ์โลกครบวงจรรายแรกของไทยส่ง TECO PU FOAM ฉนวนกันความร้อนเพื่อคนไทย และ Hercules เครื่องผลิตฉนวนกันความร้อนในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & Net Zero Material เพื่อร่วมปลูกจิตสำนึกกับผู้บริโภค เพื่อให้เห็นความสำคัญของวัสดุก่อสร้างเพื่อความยั่งยืนและปลอดภัย 20 มี.ค. 2568 นี้ พร้อมส่งต่อสินค้านวัตกรรมให้กับกลุ่มผู้ออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และร้านค้า เพื่อเข้าสู่ยุควัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ร่วมขับเคลื่อนสู่ยุควัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ

T.A.S. Corporation ผู้คิดค้น วิจัย และพัฒนา การผลิต ฉนวนกันความร้อน เหล็ก โครงสร้างเหล็ก และโซลาร์เซลล์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพ รักษ์โลก แบบครบวงจรรายแรกของไทย ด้วยการร่วมงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & Net Zero Material ที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย วันที่ 20 มีนาคม 2568 นี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุควัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ การแนะนำสินค้าเรือธงของบริษัทฯ ในงานนี้นำทีมโดย  คุณ ธนากร ศิริวัฒนาเลิศ ประธานกรรมการผู้จัดการ และ คุณ นันทิตา ศิริวัฒนาเลิศ รองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมกันนี้ คุณธนากร ได้สะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมก่อสร้างในภาพรวมว่า

“เนื่องจากอุตสาหกรรมก่อสร้างอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และกำลังก้าวสู่ “ยุควัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ” นั้น จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ในปี 2563 ที่ระบุว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศโลกสูงที่สุด คิดเป็น 39% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดทั่วโลก โดยแบ่งเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร (Operation carbon) 28% และจากการได้มาซึ่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (Embodied carbon) อีก 11% เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกให้เป็นศูนย์ (Net-zero emissions) ภายในปี 2593 ขณะที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างจำเป็นต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้ง Operation carbon และ Embodied carbon ให้เหลือ 60%, 50% ตามลำดับภายในปี 2573 นี่จึงกลายมาเป็นที่มาของการคิดค้น “วัสดุคาร์บอนต่ำ” (Low carbon materials)  ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และเป็นพันธกิจของบริษัทฯที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมฉนวนกันความร้อนคุณภาพ รักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนออกไซด์ได้อย่างครบวงจรเป็นรายแรกของประเทศไทย ด้วยการพัฒนานวัตกรรม TECO PU FOAM ฉนวนกันความร้อนเพื่อคนไทย และ Hercules เครื่องผลิตฉนวนกันความร้อน”  

2 สินค้าเรือธง

สำหรับงานดังกล่าว T.A.S Corporation ได้ส่ง 2 สินค้าเรือธงเข้าร่วมงานดังกล่าว ประกอบด้วย 1) TECO PU FOAM ฉนวนกันความร้อนที่มีความโดดเด่นสามารถเคลือบได้ทุกพื้นผิว ตอบรับทุกดีไซน์ทั้งตรงและดัดโค้ง อีกทั้งเป็นนวัตกรรมระดับมาตรฐานสากล และจดอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรอย่างถูกต้องได้รับการคุ้มครองตามกม. และเป็นฉนวนกันความร้อนที่ผ่านคัดเลือกจากประเทศไทย เพื่อนำเสนอต่อชาวโลกที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ T.A.S. Corporation ทำการวิจัย พัฒนา และทดสอบ จากหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล ดังนี้

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการการทดสอบภาคสนามหลังคาเมทัลชีทเคลือบฉนวน TECO PU FOAM เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร, ศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอาคาร (CBIT) มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และบริษัท ทูฟ ซูด (ประเทศไทย) จำกัด (TÜV SÜD) และได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)

2) Hercules เครื่องจักรอัตโนมัติซึ่งเป็นนวัตกรรมอัจฉริยะใช้ผลิตฉนวนกันความร้อน TECO PU FOAM ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ติดตั้งได้ทั้งโรงงานที่มีพื้นที่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควบคุมการผลิตด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่ทันสมัย สามารถผลิตได้กับวัสดุหลากหลายพื้นผิววัสดุ อาทิ เมทัลชีท, กระเบื้อง, อะคริลิค ไม้ โพลิเมอร์ รวมทั้งสามารถผลิตฉนวนกันความร้อนได้หลายรูปแบบด้วยเครื่องเดียว อีกทั้งสามารถควบคุมความหนาได้อย่างสม่ำเสมอทำให้มีความสวยงาม ตามโครงสร้างพื้นผิวทั่วทั้งแผ่น ไม่หลุดร่อน อายุการใช้งานยาวนาน

โปรโมชั่นสุดคุ้ม เฉพาะงานนี้เท่านั้น

ภายในงาน The Future of Sustainable Constructions. ESG & Net Zero Material นวัตกรรมไทยเพื่อความยั่งยืนนี้  ยังได้รับเกียรติจาก น.พ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง แพทย์ผู้บริหารคลินิกและโรงพยาบาล ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางไอดีแอล, “พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที” จาก ช่องล้ำหน้าโชว์ และ คุณโตโน่ ภาคิน แขกรับเชิญสุดพิเศษที่จะมาร่วมพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายโลก  พร้อมมอบเสียงเพลงให้กับทุกคนที่มาร่วม งานอีกด้วย รวมถึงการให้ความรู้ด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกสีเขียวจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ หัวหน้าทีมวิจัยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (สวทช.), น.สพ. ดร. สนัด วงศ์ทวีทอง รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย(อวท.) สวทช. , คุณ นันทพัชร ณ สงขลา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กรและผู้ช่วยประธานบริหารกลุ่มบริษัท FDI, ผศ.ดร.ขวัญชัย จันทนา รองคณดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ ผู้มาเยี่ยมชมงานยังจะได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมไทย เพื่อความยั่งยืนในงานก่อสร้าง, การต่อยอดอนาคตธุรกิจก่อสร้างด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศและการก้าวสู่สังคม Net Zero

ทั้งนี้ คุณธนากรกล่าวต่อไปว่า ผู้มาเยี่ยมชมงานยังจะได้พบกับสินค้าจริงทั้ง TECO PU FOAM และ Hercules เพื่อแสดงถึงกระบวนการผลิตฉนวนกันความร้อน TECO PU FOAM ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดพร้อมฟังเสียงยืนยันจากผู้ใช้จริง พร้อมทั้งมอบโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับ TECO PU FOAM ฉนวนกันความร้อน และ Hercules เครื่องผลิตฉนวนกันความร้อน นวัตกรรมใหม่ที่ “คุ้มค่า คุ้มราคา คุ้มการลงทุน” (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) เฉพาะภายในงาน The Future of Sustainable Constructions ESG & Net Zero Material วันที่ 20 มีนาคม 2568 วันเดียวเท่านั้นที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย”

ช่องทางการติดต่อบริษัท T.A.S. Corporation เว็บไซต์ : https://www.tasthai.com/ , Tel. : (+66) 94-493-9393 ,Facebook บริษัท : Tascorpth , Facebook TECO  : TECO PU FOAM , Line OA : @ecoplus , Tiktok : ecoplus.coated

-(016)

คู่รักนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ‘ยิ่งรัก-นวิน’ จูงมือลั่นระฆังวิวาห์หวานชื่น

คู่รักนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ‘ยิ่งรัก-นวิน’ จูงมือลั่นระฆังวิวาห์หวานชื่น

คู่รักนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ‘ยิ่งรัก-นวิน’ จูงมือลั่นระฆังวิวาห์หวานชื่น

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.59 น.

ควงแขน เข้าสู่ประตูวิวาห์ สุดหวานฉ่ำกันไปแล้ว สำหรับ “ใบปอ-ยิ่งรัก พัวถาวรสกุล” ลูกสาวสุดเลิฟ ของ กิตติ พัวถาวรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) กับ ซีอีโอ หนุ่มไฟแรง “เพิร์ท-นวิน เหมรัชตานันต์ แห่ง Cell Nature ผู้ผลิตอาหารเสริมครบวงจร ที่ประสบความสำเร็จ อันดับต้นๆ ของประเทศไทย หลังคบหาดูใจ  นานนับปี  ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

งานนี้ ดูเหมือนคนที่แฮปปี้ ที่สุด คงจะเป็น บิ๊กป้อม-นาวิน เหมรัชตานันต์ อดีตเจ้าของค่ายเพลงดัง  UPL Group เพราะนอกจากจะส่งลูกชาย ให้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ยังเป็นอีกโอกาสอันดี ที่ได้พบกับเพื่อนสนิท และผู้ใหญ่ที่เคาาพ ซึ่ง ให้เกียรติมาร่วมอวยพร ให้กับคู่บ่าวสาว รวมถึงยังมีพี่สาว วินวิภา เหมรัชตานันต์ มาร่วมร้องเพลงอวยพรกับ”โต๋ ศักดิ์สิทธิ เวชสุภาพร และเหล่าศิลปิน นักร้อง ที่มาร่วมแสดงความยินดี อย่างคับคั่ง

นอกจากนี้ ไฮไลท์ ของงานวิวาห์ ที่สุดประทับใจ คือ ช่วง After Party ที่เจ้าสาว ได้ร่วมร้องเพลงกับ นักร้องชื่อดัง “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” รวมถึง บอย พีชเมกเกอร์ และ ฟักกิ่งฮีโร่ มาร่วมสร้างสีสัน แห่งความสุข ให้ทวีคูณยิ่งขึ้น

-(016)

กสศ.ปักหมุดช่วยเหลือ 200 โรงเรียนเร่งด่วน จับมือตลาดหลักทรัพย์ฯผนึกเฟทโก้ มอบคอมพิว เตอร์สื่อการเรียนรู้

กสศ.ปักหมุดช่วยเหลือ 200 โรงเรียนเร่งด่วน จับมือตลาดหลักทรัพย์ฯผนึกเฟทโก้ มอบคอมพิว เตอร์สื่อการเรียนรู้

กสศ.ปักหมุดช่วยเหลือ 200 โรงเรียนเร่งด่วน จับมือตลาดหลักทรัพย์ฯผนึกเฟทโก้ มอบคอมพิว เตอร์สื่อการเรียนรู้

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) เปิดเผยว่าจากการสำรวจพบว่ามีโรงเรียนเล็กในพื้นที่ห่างไกล 1,155 โรงเรียน ซึ่งไม่สามารถยุบหรือควบรวมได้ (Protected School) เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น เกาะ สันเขา พื้นที่สูง หรือไม่มีโรงเรียนอื่นในรัศมี 6 กิโลเมตร โดยจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ กสศ.ปักหมุดต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนราว 200 แห่ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือ เด็กในถิ่นทุรกันดารขาดแคลนอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน ไม่มีทีวี หรือคอมพิวเตอร์ 100% ถึง 1,521 คน ต้องอาศัยการเข้าถึงอินเทอร์ เน็ตจากมือถือเท่านั้น และยังมี 14 คนที่ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมไปถึงขาดแคลนครูในโรงเรียน เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้มีแนวโน้มที่นักเรียนจะทำคะแนน PISA (Programme for International Student Assessment) หรือ การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากลได้น้อย

“กสศ.สำรวจในช่วงโควิด 19 พบว่า เด็กเยาวชนยากจนในชนบท ใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของพ่อแม่ ไม่มีแท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ช่องว่างนี้เมื่อเทียบกับประชากรทั่วไปห่างกันถึง 10 เท่า โอกาสเดียวที่เด็กเหล่านี้จะได้ใช้ทรัพยา กรเพื่อเรียนรู้ พัฒนาทักษะต่างๆ คือ ที่โรงเรียน”

ดังนั้น โรงเรียนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานและเสมอภาค สำหรับบทบาทในการแก้ปัญหาของ กสศ. ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทำโครงการต่างๆ สามารถช่วยเหลือเด็ก 1.2 ล้านคนต่อปี ไม่ทำให้เด็กต้องหลุดจากระบบการศึกษา ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือ กสศ.มุ่งระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการระดมการสนับสนุน ทั้งการจัดสรรทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายเร่งด่วนสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารและภาครัฐสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เพื่อขานรับเศรษฐกิจดิจิทัล กสศ. จัดทำแนวทางแก้ปัญหาที่ตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย และตอบความต้องการ โดยร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วนจัดหาอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็ก รวมถึงจัดทำ“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อสร้างบุคลากรกลับไปสอนในชนบท เป็นต้น โดยคาดหวังว่าภายใน 3-5 ปี หากเด็กสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานในการเรียนรู้ยุคดิจิทัลเหล่านี้ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และเนื้อหาสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสม อาทิ ความรู้ในการบริหารเงิน การประกอบอาชีพ ทักษะชีวิต การสร้างสรรค์สังคม เหล่านี้จะลดช่องว่างการเรียนรู้ เพิ่มทักษะทางดิจิทัล เปิดโอกาสในการจัดการชีวิตให้กับเด็กได้

“การลงทุนให้การศึกษากับเด็กๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด องค์กรภาคธุรกิจต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กไทยที่ขาดโอกาสได้ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษา สร้างอนาคตให้กับเด็กไทย”

ล่าสุด กสศ.ได้ร่วมกับตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ดำเนิน “โครงการ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนทำความดีเพื่อสังคม” โดยมี “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย ใส่ใจเรื่องการเงิน” เป็นหนึ่งในการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันบริจาคคอมพิวเตอร์ เป้าหมาย 5,000 เครื่อง ภายใน 5 ปี

“โครงการนี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณอย่างเสมอภาคจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้แก่โรงเรียนเล็ก ห่างไกล ทุรกันดาร ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ กสศ.ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง” ผู้จัดการ กสศ. กล่าว

ทั้งนี้ ภาคตลาดทุนและภาคธุรกิจที่สนใจร่วม “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย ใส่ใจเรื่องการเงิน” สามารถสนับสนุนได้ผ่าน 3 รูปแบบ คือ 1) บริจาคคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานแล้วและยังมีคุณภาพดี 2) บริจาคคอมพิวเตอร์ใหม่ (มือ 1) หรือ 3) สนับสนุนองค์ความรู้ตามความเชี่ยวชาญหรือตามศักยภาพของธุรกิจ (In-kind Support) ในส่วนของเครือข่ายค่ายมือถือต่างๆ ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบ (Device) ได้เช่นกัน เพื่อทำให้การใช้งานคอมพิว เตอร์ในโรงเรียนต่างๆสมบูรณ์
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการฯ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงสื่อดิจิทัลและแหล่งความรู้ออนไลน์เพื่อการพัฒนาตนเอง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาคธุรกิจให้มาร่วมกันบริจาคคอมพิวเตอร์ เป้าหมาย 5,000 เครื่อง ภายใน 5 ปี อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังจะสนับสนุนข้อมูลความรู้ด้านการเงินติดตั้งในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่จะส่งมอบให้แก่โรงเรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การออมการลงทุน ปลูกฝังความรู้ด้านการเงินให้แก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง

ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย รองประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนองค์กรภาคตลาดทุนได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการเนื่องด้วยประเทศไทยจะก้าวหน้าและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ ความสามารถ มีความคิดสร้าง สรรค์ และเข้าใจโลกยุคใหม่ ดังนั้นเยาวชนไทยจึงจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะด้านดิจิทัลอย่างเพียงพอ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่หลากหลาย เพื่อเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน และพัฒนาตลาดทุนไทย รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อสังคม และเป็นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบุคลากรคุณภาพให้กับภาคตลาดทุนและประเทศชาติในอนาคต

-(016)

‘แกรมมี่โกลด์’ปล่อยทีเซอร์เพลงใหม่ ‘มาร์ติน มีนตรา’แนว‘ลูกทุ่งเดิร์น’

‘แกรมมี่โกลด์’ปล่อยทีเซอร์เพลงใหม่  ‘มาร์ติน มีนตรา’แนว‘ลูกทุ่งเดิร์น’

‘แกรมมี่โกลด์’ปล่อยทีเซอร์เพลงใหม่ ‘มาร์ติน มีนตรา’แนว‘ลูกทุ่งเดิร์น’

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปล่อยทีเซอร์ความน่ารักสดใสกับท่าเต้นเซ็กซี่ออกมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ ได้เห็นกันแล้ว สำหรับนักร้องสาวเสียงดี มีนตรา อินทิรา ที่กำลังจะกลับมาพร้อมกับลุคใหม่ และเพลงใหม่“มาร์ติน มีนตรา” งานนี้ทำเอาแฟนๆ ตั้งตารออยากจะฟังเพลงเต็มๆ กันเลยทีเดียว

การกลับมาของ มีนตรา อินทิรา ในปี 2025 หลังจากสร้างปรากฏการณ์ “ว่าว” ที่ลอยเต็มฟ้าตลอดปี 2024มีนตรา อินทิรา กลายเป็น ENTERTAINER ตัวแม่แห่งวงการลูกทุ่งด้วยแนวเพลงยุคใหม่ “ลูกทุ่งเดิร์น” ที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทยเข้ากับความร่วมสมัย เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ใครๆ ก็อยากร้องเพลง “ลูกทุ่ง” แบบเธอ การกลับมาครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน! เพราะเธอไม่ได้เสิร์ฟแค่เสียงร้อง แต่พาลูกทุ่งไปไกลกว่าเดิมเพลง “มาร์ติน มีนตรา”เขียนเนื้อโดย พีระนัต สุขสำราญ เรียบเรียงโดย กฤติธี สิริสวัสดิ์และโปรดิวซ์เลย วีรณัฐ ทิพยมณฑล (แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย)เป็นเพลงที่สะท้อนถึงตัวตนของมีนตรา และความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยมิติที่หลากหลายและเสน่ห์ที่แตกต่าง เธอสามารถเป็นได้ทั้ง น่ารัก สดใส ขี้เล่น (มีนตรา) และเท่ มั่นใจ มีพลัง (มาร์ติน) ได้ในเวลาเดียวกัน ถ่ายทอดผ่านดนตรีที่ไม่ใช่แค่ลูกทุ่งเดิร์น แต่เป็น World Music ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย มีการนำเครื่องดนตรีไทยมารวมเข้ากับบีทสากลทำให้เพลงนี้เป็นลูกทุ่งแนวใหม่ที่ทั้งม่วนทั้งอินเตอร์!

ความทรมาน กับลมหายใจที่ถูกพราก ‘หาย’เพลงใหม่จาก Greasy Cafe

ความทรมาน กับลมหายใจที่ถูกพราก  ‘หาย’เพลงใหม่จาก Greasy Cafe

ความทรมาน กับลมหายใจที่ถูกพราก ‘หาย’เพลงใหม่จาก Greasy Cafe

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใครจะคิดว่าวันนึงสิ่งที่พรากเราให้จากกันก่อนเวลาอันควรจะเป็นมันอาจเป็นอากาศที่เราหายใจร่วมกัน..จนกลายมาเป็นเพลง “หาย” ซิงเกิ้ลที่ 5 จากอัลบั้ม 5 ผลงานใหม่จาก Greasy Cafe แม้แกนหลักของเพลงจะพูดถึงการหายไปของบางสิ่ง ที่ไม่มีวันหาเจอได้อีก แต่ในอีกมุมหนึ่งเพลงนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาอากาศในปัจจุบัน อย่างฝุ่น PM2.5 ที่เราทุกคนกำลังเผชิญและกระทบกับคุณภาพชีวิต โดยร่วมกับ Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงผ่านเพลง ในการสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เพราะเราทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะได้หายใจในการที่สะอาด

โดยเพลงมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ยังคงได้ “จั๊ก-จิรัฏฐ์ สมภักดี” ผู้กำกับมากฝีมือที่ร่วมงานกันมาในเพลงที่แล้ว “ความหมายของการมีลมหายใจ” หลังจากพลิกบทบาท “พี่เล็ก” เป็นเจ๊โอ๊ต จนได้รับกระแสตอบรับชื่นชมจากแฟนๆ เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับรางวัล THE BEST MUSIC VIDEO OF THE YEAR จากเวที TOTY MUSIC AWARDS อีกด้วย ในเพลง “หาย” นี้ “พี่เล็ก” ถูกปรับคาแร็กเตอร์อีกครั้งกับการรับบทอาจารย์ “ตุ้ม”ที่พยายามทำ พ.ร.บ. อากาศสะอาดให้สำเร็จ ในขณะที่แม่ของเขากำลังป่วยด้วยผลกระทบของอากาศ และกำลังจะ “หายใจ” ต่อได้ หรือจะ “หาย” ไปตลอดกาลจะดีมั้ยถ้าเราสามารถทำอะไรได้สักอย่างก่อนที่จะสูญเสียคนที่รักไปในพาร์ทดนตรีเพลงนี้เลือกใช้การ Mute เสียงของเปียโนตอนอัด เพราะอยากให้เป็นการสื่ออารมณ์ของความรู้สึกที่มันระเบิดอยู่เงียบๆ ข้างใน ที่ไม่ต้องการความดัง คม ชัด ที่เกิดขึ้นในวิธีการเล่นแบบปกติ และเลือกให้มีเสียงของทองเหลืองและฟลอร์ทอมที่มาแค่ตอนหลังเพื่อสื่อถึงช่วงที่ถูกระเบิดออกหลังจากพยายามเก็บความรู้สึกนี้ไว้นานแสนนาน โดยยังมีเสียงของกีตาร์โปร่งที่เป็นเหมือนการเชื่อม-ดําเนินเรื่อง ซึ่งเป็นวิธีการเล่นในแบบ Greasy Cafe ไว้ได้อย่างชัดเจน

ศิลปินสังกัด‘จีเอ็มเอ็ม มิวสิค’รวมหัวใจส่งต่อพลังความรักดีๆ เพื่อเด็กไทยไร้ SMA

ศิลปินสังกัด‘จีเอ็มเอ็ม มิวสิค’รวมหัวใจส่งต่อพลังความรักดีๆ เพื่อเด็กไทยไร้ SMA

ศิลปินสังกัด‘จีเอ็มเอ็ม มิวสิค’รวมหัวใจส่งต่อพลังความรักดีๆ เพื่อเด็กไทยไร้ SMA

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไมค์ ภิรมย์พร, หญิงลี ศรีจุมพล, จา สิงห์ชัย และ หนามเตยไทดอลมิวสิค ศิลปินสังกัดจีเอ็มเอ็ม มิวสิค รวมพลัง ดีเจอั๋น ภูวนาท และ ดีเจโบ ธนากร ดีเจเอไทม์ พร้อมด้วยสองนักแสดงสังกัดจีเอ็มเอ็มทีวี เอิร์ท พิรพัฒน์ และ มิกซ์ สหภาพ ร่วมรณรงค์โครงการ “รักแท้ ดูแลถึงยีน”จัดโดย โรงพยาบาลศิริราช ร่วมกับ มูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA และรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองพาหะโรค SMA (SMA Carrier Screening) ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านซึ่งโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด SMA เป็นโรคหายากที่เกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ในยีนด้อย โดยส่งต่อจากยีนของพ่อแม่ที่เป็นพาหะโรคสู่ลูกทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ส่งผลให้ขาดโอกาสต่างๆ ในสังคมและเป็นหนึ่งในสาเหตุสําคัญของการเสียชีวิต ในทารกและเด็กเล็ก

ไมค์ ภิรมย์พร เปิดเผยว่า “เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนมีลูกไปตรวจ SMA ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อวางแผนครอบครัวได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ที่เป็นพาหะสู่ลูก หากคุณพ่อคุณแม่รู้ก่อนก็จะสามารถป้องกันได้ครับ เพราะรักแท้ต้องดูแลถึงยีน เพื่ออนาคตของเด็กๆ ที่สดใสและมีสุขภาพแข็งแรงครับ”

หญิงลี ศรีจุมพล เปิดเผยว่า“โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด SMA เป็นโรคหายากทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ ซึ่งอาจทำให้ขาดโอกาสหลายๆ อย่าง หรืออาจเสียชีวิตตั้งแต่เป็นทารก โดยสามารถปรึกษาและตรวจคัดกรองพาหะโรค SMA ได้ที่หน่วยวางแผนครอบครัวและอนามัยเจริญพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รู้ก่อน ป้องกันได้ มาร่วมสร้างสังคมไทยไร้ SMA ด้วยกันนะคะ”

อั๋น ภูวนาท เปิดเผยว่า “ในเด็กทารกทุกๆ 10,000 คน จะพบเด็กที่เป็น SMA จำนวน 1 คน และเป็นโรคที่ส่งต่อทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ได้โดยไม่รู้ตัว แต่ SMA ป้องกันได้ โดยการตรวจ SMA Carrier Screeningที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน การตรวจเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้เลยครับมาร่วมกันดูแลให้คนที่เรารักและห่วงใยปลอดภัยจาก SMA กันนะครับ”

เอิร์ท และ มิกซ์ เปิดเผยว่า“โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พ่อแม่มีโอกาส1 ใน 40 คน เป็นพาหะของโรคและอาจส่งต่อโรคสู่ลูกได้ แต่เราสามารถที่จะป้องกันได้ครับ ด้วยการตรวจคัดกรองพาหะโรค SMA ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน มาร่วมสร้างอนาคตที่ดีให้เด็กๆ ไม่ต้องเผชิญกับ SMA ด้วยกันนะครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลการคัดกรองพาหะของโรค SMA (SMA Screening Call Center) โทร.093-1599599 หรือ หน่วยวางแผนครอบครัว และอนามัยเจริญพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดให้บริการเวลา 09.00-12.00 น.โทร.02-4194736-8