ปลูกมันแล้วขาดทุน หนุ่มพิษณุโลกผันตัวทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เกิดผลดีทั้งด้านรายได้และพื้นที่ร่มรื่นอุดมสมบูรณ์

ปลูกมันแล้วขาดทุน หนุ่มพิษณุโลกผันตัวทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เกิดผลดีทั้งด้านรายได้และพื้นที่ร่มรื่นอุดมสมบูรณ์

ปลูกมันแล้วขาดทุน หนุ่มพิษณุโลกผันตัวทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เกิดผลดีทั้งด้านรายได้และพื้นที่ร่มรื่นอุดมสมบูรณ์

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

นายกองมี อยู่ทิม เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 4 ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เผยแรงบันดาลใจ ปรับเปลี่ยนแปลงเกษตรเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 41 วา สู่เกษตรทฤษฎีใหม่ จำลองสภาพป่าตามธรรมชาติด้วยระบบวนเกษตร ว่า เดิมเคยทำไร่มันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดทุน จนวันหนึ่งเห็นรายการโทรทัศน์นำเสนอเนื้อหาเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อมามีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ได้เรียนรู้การทำเกษตรในป่า ด้วยการปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้ 2 ปีให้เป็นป่าเพื่อปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ซึ่งก็พบไม้พื้นถิ่นโตขึ้น หลังจากนั้นจึงเริ่มปลูกไม้เกษตรแซมเข้าไป

พื้นที่เกษตรของนายกองมี อาศัยน้ำฝนตามฤดูกาลและมีบ่อขุด 5 บ่อไว้สำรองน้ำ เพียงพอต่อการใช้ทำเกษตร ในพื้นที่ปลูกต้นไผ่ กล้วย ส้มโอ ฟักทอง ทุเรียน เตย ไผ่ลวก ยางนา ขนุน มะรุม กระถินเพกา ตะขบและสับปะรด นอกจากนั้นยังเลี้ยงจิ้งหรีด ปลาดุก ปลานิล ปลาตะเพียนและปลาสลิด ปัจจุบันมีรายได้จากการทำเกษตรเฉลี่ย 2 แสนบาทต่อปี

“จุดเด่นของที่นี่คือดินมีความอุดมสมบูรณ์ แปลงเกษตรมีความร่มรื่น มีลักษณะคล้ายป่า มีกิจกรรมเกษตรที่หลากหลาย ทำให้มีผลผลิตที่จะสร้างรายได้” นายกองมี ระบุ

‘ก.เกษตรฯ’เปิดพิกัดความชุก‘ปลาหมอคางดำ’ แถลงยิบมาตรการแก้ปัญหา

‘ก.เกษตรฯ’เปิดพิกัดความชุก‘ปลาหมอคางดำ’ แถลงยิบมาตรการแก้ปัญหา

‘ก.เกษตรฯ’เปิดพิกัดความชุก‘ปลาหมอคางดำ’ แถลงยิบมาตรการแก้ปัญหา

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

‘อัครา’นำทีมตั้งโต๊ะแจงยิบปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ก่อนเปิดศึกอภิปราย มั่นใจสถานการณ์จะดีขึ้นหลังอนุมัติงบลุยแก้ปัญหา

21 มีนาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าว “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับการแก้วิกฤตปลาหมอคางดำ…ทางรอดระบบนิเวศไทย” ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสัปดาห์หน้า

นายอัครา พรหมเผ่า กล่าวว่า ตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประมงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้มอบนโยบายให้กรมประมงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ที่ได้กำหนดให้การระบาดของปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 ซึ่งประกอบด้วย 7 มาตรการ 15 กิจกรรม กรอบวงเงินงบประมาณ 450 ล้าน ดังนี้

1.การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยสามารถกำจัดปลาหมอคางดำ 3,702,038 กิโลกรัม (บ่อเลี้ยง  2,321,964.50 กก. แหล่งน้ำธรรมชาติ 1,380,073.50 กก.) ผ่านโครงการต่าง ๆ

2.การกำจัดปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง ได้ดำเนินการปล่อยลูกพันธุ์ปลาผู้ล่าทั้งสิ้น 743,136 ตัว ได้แก่ ปลากะพงขาว 335,136 ตัว ปลาอีกง 310,000 ตัว ปลาช่อน 58,000 ตัว ปลากราย 20,000 ตัว ปลากดเหลือง 20,000 ตัว

3.การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ ได้บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำไปผลิตปลาป่น ผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปลาร้า นำไปบริโภคแปรรูป ทำปลาแดดเดียว ปลาหวาน กะปิ น้ำปลา และนำส่งโรงงานลูกชิ้น รวมถึงใช้เป็นปลาเหยื่อ รวมกว่า 3,702,038 กิโลกรัม

4.การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของประชากรปลาหมอคางดำในพื้นที่กันชน ได้ดำเนินการจัดทำระบบแจ้งตำแหน่งการพบปลาหมอคางดำ สำหรับประชาชน และได้จัดตั้งชุดสำรวจและเฝ้าระวังลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความชุกชุมในพื้นที่เดือนละ 2 ครั้ง

5.สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ ได้จัดทำการประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับปลาหมอคางดำผ่านช่องทางสื่อต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม ตลอดจนออกประกาศ ระเบียบ และกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ จำนวน 10 ฉบับ

6.การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มีการจัดทำโครงการ การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n เพื่อให้เกิดหมันในปลาหมอคางดำ และกรมประมงยังได้จัดทำข้อเสนอโครงการวิจัย จำนวน 19 เรื่อง เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก สวก. และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

7.การฟื้นฟูระบบนิเวศ ได้มีการวางแผนผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความหลากหลาย เพื่อเตรียมปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ มุ่งเน้นการฟื้นฟูความหลากหลายและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้กับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันนั้น มีข้อมูลจากหลายแหล่ง ซึ่งไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม ดังนั้นขอชี้แจงข้อเท็จจริงจากข้อมูลการสำรวจของกรมประมง ในเดือนกรกฎาคม 2567 พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำใน 19 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา แบ่งเป็น

ความชุกชุมระดับชุกชุมมาก (มากกว่า 100 ตัว/100 ตารางเมตร) 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง สมุทรปราการ และประจวบคีรีขันธ์

ความชุกชุมระดับปานกลาง (11-100 ตัว/100 ตารางเมตร) 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ความชุกชุมระดับน้อย (1-10 ตัว/100 ตารางเมตร) 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นนทบุรี และสงขลา และไม่พบปลาหมอคางดำ 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ชลบุรี และพัทลุง

แต่ปัจจุบันไม่พบประชากรปลาหมอคางดำในระดับชุกชุมมาก ส่วนความชุกชุมระดับปานกลาง พบ 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช

ความชุกชุมระดับน้อย 11 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประชากรปลาหมอคางดำมีแนวโน้มลดลงจากการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง (มีการสุ่มตรวจทุกเดือน)

สำหรับสถานการณ์การเพาะเลี้ยงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ พบว่าพื้นที่เพาะเลี้ยงที่มีการแพร่ระบาดมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำแบบธรรมชาติและแบบกึ่งพัฒนา ซึ่งกรมประมงได้ตรวจสอบ ควบคุมและกำจัดอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมถึงได้ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่เข้าไปเสนอแนะแนวทางการจัดการบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันการหลุดรอดของปลาหมอคางดำ เข้าไปในบ่อเลี้ยงให้กับเกษตรกรแล้ว

ด้านนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากความเดือดร้อนของเกษตรกร ชาวประมง ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มิได้นิ่งนอนใจ เร่งหาทางออกในการช่วยเหลือเยียวยา โดยประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากรอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568

คณะทำงานประกอบด้วย รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธาน มีผู้แทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญ

ด้านต่าง ๆ ของกรมประมง และประมงจังหวัดในเขตพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำร่วมเป็นคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กรมประมงดำเนินการนำข้อมูลวิชาการความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบการประเมินและจัดทำเกณฑ์การพิจารณาความเสียหายของผู้ได้รับผลกระทบ สำหรับใช้ในการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ปลาหมอคางดำ) ของจังหวัด

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อ 1 (4) ของประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) พิจารณาใช้ประกอบการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นกรมประมงจะเสนอ ขอความเห็นชอบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และกรมบัญชีกลาง พร้อมทั้งแจ้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และจังหวัดต่อไป

ขณะที่นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวปิดท้ายว่า การดำเนินการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ตามวาระแห่งชาติของกรมประมงนั้น ได้บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม และดำเนินการอยู่ตลอดในทุกมิติทั้งการป้องกัน กำจัด นำไปใช้ประโยชน์ เยียวยาผลกระทบ ตลอดจนฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งจากข้อมูลทางสถิติต่าง ๆ ที่กรมประมงเก็บรวบรวมอยู่ตลอดนั้น บ่งชี้ได้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเริ่มอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้น กรมประมงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการตาม 7 มาตรการสำคัญต่อไป

ขณะนี้ กรมประมงได้ดำเนินการขอใช้งบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวงเงิน 450 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติแล้ว และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหา จึงได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ 98,457,100 บาท ให้กรมประมงอย่างเร่งด่วน เพื่อใช้จ่าย ดังนี้

1.การรับซื้อปลาหมอคางดำ ที่ถูกกำจัดออกจากแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาดทั้งธรรมชาติและบ่อเลี้ยง จำนวน 3 ล้านกิโลกรัม ในราคา 20 บาท/กิโลกรัม เป็นเงิน 60 ล้านบาท เพื่อนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ และแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ

2.สนับสนุนกากชาเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่เพาะเลี้ยง 35,000 กิโลกรัม เป็นเงิน 10.5 ล้านบาท

3.สนับสนุนปลานักล่า เช่น ปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากราย ฯลฯ เพื่อปล่อยลงในบ่อเลี้ยงที่กำจัดปลาหมอคางดำแล้ว จำนวน 300,000 ตัว เป็นเงิน 3 ล้านบาท

4.การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์ ผลิตน้ำหมักชีวภาพ จำนวน 3.2 ล้านลิตร และแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ เป็นเงิน 22 ล้านบาท

5.สนับสนุนเครื่องมือ ทำการประมงเพื่อจับปลาหมอคางดำให้แก่เกษตรกรและชาวประมง พร้อมค่าดำเนินงานต่าง ๆ ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าจะสามารถควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำได้ในกรอบเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ กรมประมงจะเร่งดำเนินการในการรับซื้อปลาหมอคางดำ โดยขณะนี้ได้กำหนดจุดรับซื้อไว้แล้วในเบื้องต้น 86 จุด และเตรียมประกาศรับสมัครจุดรับซื้อเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้ในกรอบเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูความหลากหลายและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศต่อไป

เตรียมจับจองของใช้ในบ้านดีไซน์ล้ำ ที่ ‘STYLE Bangkok2025’ 2-6 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ ชั้น G

เตรียมจับจองของใช้ในบ้านดีไซน์ล้ำ ที่  ‘STYLE Bangkok2025’ 2-6 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ ชั้น G

เตรียมจับจองของใช้ในบ้านดีไซน์ล้ำ ที่ ‘STYLE Bangkok2025’ 2-6 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ ชั้น G

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.24 น.

“STYLE Bangkok 2025” ซึ่งเป็นที่ยอมรับในสายตาบายเออร์นานาชาติในฐานะงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่จัดปีละครั้ง โดยรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และงานดีไซน์ไว้ครอบคลุมและครบครัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ของเล่น ของใช้ในบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของผู้ผลิต ผู้ส่งออก และนักออกแบบที่น่าจับตา โดย STYLE Bangkok ในปีนี้ จะจัดระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ฮอลล์ 1-3

สำหรับกลุ่มสินค้าของใช้ในบ้าน มีหลายแบรนด์ไทยที่น่าจับตา อย่าง “AHU (อะฮู)” ของใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องใช้ในครัว แบรนด์งานคราฟต์คนไทยที่ตัวไม่ใหญ่แต่ใจมีลูกเล่น ได้แรงบันดาลใจมาจากการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของมนุษย์ โฮโม ซาเปียนส์ ผลงานแต่ละชิ้นผลิตแบบไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ โดยได้ช่างฝีมือจากชุมชนมาช่วยทำ จึงได้ชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร วัสดุหลักที่ใช้นอกจากไม้ธรรมชาติ แล้วยังมีไทเทเนียม ที่ผ่านกระบวนการออกแบบ และดีไวน์ให้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะที่ใช้งานได้จริง

ยกตัวอย่างแก้วไม้สัก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมแก้วไม้ kuksa ของชาวสวีเดน มาพร้อมด้ามจับที่สามารถถือได้หลายแบบ แก้วไม้ใบนี้ทำจากไม้สักอายุ 35 ปี เป็นชิ้นเดียวกันทั้งใบ ไม่มีรอยต่อ และเคลือบกันน้ำ 5 ชั้น ทนทาน ทำความสะอาดง่าย และปลอดภัย แถมมีกิมมิคน่ารักๆ คือลายเซ็นของช่างฝีมือถูกสลักที่ด้านล่างของแก้วเปรียบเสมือนลายเซ็นของศิลปินช่างฝีมือท้องถิ่น

อีกหนึ่งแบรนด์ที่จะมาจัดแสดงในงาน STYLE Bangkok 2025 ถือเป็นผลงานที่โดดเด่นทั้งสีสันและดีไซน์ที่กล้าต่าง นั่นคือ “HIZOGA” แบรนด์ที่นำเอาความหลงใหลในศิลปะการทำแก้ว มาถ่ายทอดเป็นงานมีลูกเล่นแพรวพราว แก้วคอลเล็กชันใหม่ของ HIZOGA ที่มีชื่อว่า “The Melted Pisa” กับรูปทรงที่ดีไซน์ให้คล้ายหอเอนเมืองปิซาในวันที่อากาศร้อน  โดยได้แนวคิดมาจากการเปลี่ยนรูปทรงของวัสดุแก้วเมื่อโดนความร้อนจากเปลวไฟ  เกิดเป็นรูปทรงที่ไม่สมมาตร แปลกตา แต่ยังคงความสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์และประโยชน์ใช้สอยเอาไว้อย่างสมบูรณ์

ส่วนแบรนด์แก้วผสมดีบุกดีไซน์เก๋ที่ร่วมงาน STYLE Bangkok มาอย่างต่อเนื่อง อย่าง “5IVESIS” ปีนี้ก็มีผลงานใหม่มาให้ผู้ชื่นชอบของใช้ในบ้านระดับพรีเมียมได้จับจอง กับ “Grande Soirée (กร๊องซัวเร) Mini Bar Trunk” ตู้เก็บแก้ว และเครื่องดื่ม ที่ดีไซน์แบบมัลติฟังก์ชั่น ให้เป็นทั้งตู้มินิบาร์วางเครื่องดื่มโปรดของคุณ และเป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่วางมุมไหนในบ้าน ก็ดูเท่ โดยได้ช่างฝีมือหล่อดีบุก และช่างทำกล่องจิวเวลรี่มาร่วมรังสรรค์

STYLE Bangkok 2025 จะจัดระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair

-(016)

MBK จัดงานแสดงแอร์ซอฟท์ ยกขบวนสินค้าใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

MBK จัดงานแสดงแอร์ซอฟท์ ยกขบวนสินค้าใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

MBK จัดงานแสดงแอร์ซอฟท์ ยกขบวนสินค้าใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.32 น.

MBK Center International Airsoft Show 2025 งานแสดงแอร์ซอฟท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 27-30 มี.ค.นี้ ยกขบวนสินค้าใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในไทย พร้อมสินค้าแรร์ ไอเท็ม โปรฯเด็ดเพียบที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

กลับมาอีกครั้งพร้อมความพิเศษกว่าที่เคยกับงานแสดงแอร์ซอฟท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี โดย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนสายบีบีกัน สายสะสม สายคอสเพลย์ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน MBK Center INTERNATIONAL AIRSOFT SHOW 2025 “HEROES IN BATTLE” ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 27 – วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 จัดเต็ม 2 พื้นที่บริเวณ ชั้น G โซน A ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A และ Meeting Point

 พบกับ ทัพสินค้าใหม่ เปิดตัวเป็นครั้งแรกในไทย พร้อมอัดแน่นเต็มไปด้วยอุปกรณ์แอร์ซอฟท์รุ่นใหม่ล่าสุดและสินค้าแรร์ไอเทมจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พร้อมประสบการณ์ ตื่นตาตื่นใจกับนวัตกรรม เทคโนโลยีที่น่าสนใจ เลือกซื้อแอร์ซอฟท์ อุปกรณ์เสริม สินค้าที่ระลึกมากมายในราคาพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ พร้อมกับโปรโมชันดีๆ เซอร์ไพรส์ในงานอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีโซนให้ร่วมสนุกกับการประลองยิงปืนในสนามซ้อม และพบกับเหล่าคอสเพลย์ชุดทหารสุดเท่จากทั่วประเทศ ความบันเทิงฟิน ๆ กับการแสดงจาก Idol ขวัญใจวัยทีนที่จะมาสร้างสีสันและบรรยากาศที่น่าประทับใจ

 ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘ตั้งโอ๋ มิสแกรนด์ชัยภูมิ’ พร้อมฟาดรอบ ‘แกรนด์ วอยซ์ ลูกทุ่งมหาชน’ บนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025

‘ตั้งโอ๋ มิสแกรนด์ชัยภูมิ’ พร้อมฟาดรอบ ‘แกรนด์ วอยซ์ ลูกทุ่งมหาชน’ บนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025

‘ตั้งโอ๋ มิสแกรนด์ชัยภูมิ’ พร้อมฟาดรอบ ‘แกรนด์ วอยซ์ ลูกทุ่งมหาชน’ บนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

หลังจากผ่านเข้ารอบเป็น 1 ใน 12 คนสุดท้ายของการออดิชั่นรอบ แกรนด์ วอยซ์ ลูกทุ่งมหาชน ในการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีนางงามสุดยิ่งใหญ่ของประเทศ ตั้งโอ๋ มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 พร้อมฟาด สู้ให้สุด ไม่สนตัวเต็ง ลั่นไม่หวั่น ทุกคนมีความสามารถไม่น้อยกว่ากัน

โดยตั้งโอ๋ เผยว่า ถ้าถามว่า กลัวมั้ยกับรอบต่อไปของ แกรนด์ วอยซ์ หนูบอกเลยค่ะว่า ไม่กลัว หนูพร้อมที่จะสู้เต็มที่ ทุกคนที่เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย มีความสามารถเหมือนกันหมด ถึงตัวหนูเองจะมีแสงน้อยกว่าคนอื่น ในการประกวดปีนี้ แต่ถ้าเรื่องร้องเพลง หรือเรื่องใจ หนูก็มีดีไม่น้อยกว่าใคร หนูก็สู้ ก็ตั้งใจและพยายามไม่น้อยกว่าใครเหมือนกันค่ะ

ในส่วนความคาดหวัง หนูก็คาดหวังนะคะว่า หนูจะได้ไปอยู่ในทีมศิลปินของ MGI และหนูจะทำให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถหนู ความพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดของหนู บนเวทีร้องเพลงในรอบแกรนด์ วอยซ์ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ ส่วนผลมันจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้มันเป็นไปค่ะ เพราะถ้าหนูกลัว ถ้าหนูอ่อม ก็เท่ากับเราแพ้ไปแล้วครึ่งนึง ต้อนนี้หนูก็ฝึกซ้อมร้องและโชว์เต็มที่ ทำให้มันดี ม่วน จอย ให้มากที่สุด หนูอยากขอกำลังใจ ฝากเชียร์และเอ็นดู ตั้งโอ๋ มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 คนนี้ด้วยนะคะ หนูสัญญาว่าจะทำให้เต็มทึ่ ให้ดีที่สุดขอบพระคุณมากค่ะ   ตั้งโอ๋ ขอบคุณทิ้งท้าย

-(016)

ขอบคุณทุกคำอวยพรจากหัวใจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 46

ขอบคุณทุกคำอวยพรจากหัวใจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 46

ขอบคุณทุกคำอวยพรจากหัวใจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 46

วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โฮปฟูล มุ่งเสริมสุขภาพกระดูกและข้อ ด้วย BETA CAL+ รับมือวิกฤตสุขภาพยุคปัจจุบัน

โฮปฟูล มุ่งเสริมสุขภาพกระดูกและข้อ ด้วย BETA CAL+ รับมือวิกฤตสุขภาพยุคปัจจุบัน

โฮปฟูล มุ่งเสริมสุขภาพกระดูกและข้อ ด้วย BETA CAL+ รับมือวิกฤตสุขภาพยุคปัจจุบัน

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.41 น.

โรคกระดูกและข้อเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามีประชากรกว่า 200 ล้านคนที่ต้องเผชิญกับโรคกระดูกพรุน ซึ่งมักเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่ในประเทศไทยพบว่า ประชากรสูงวัยร้อยละ 34.5-45.63 มีภาวะข้อเข่าเสื่อม นอกจากนี้ สถิติจากมูลนิธิโรคกระดูกพรุนระหว่างประเทศ (IOF) ยังชี้ให้เห็นว่า ภายในปี 2593 อัตราการเกิดภาวะกระดูกร้าวที่สะโพกในภูมิภาคเอเชียอาจเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบต่อตัวบุคคล แต่ยังเพิ่มภาระให้กับระบบสาธารณสุขในระดับโลก

ท่ามกลางแนวโน้มที่น่ากังวลนี้ บริษัท โฮปฟูล ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดย อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ BETA CAL+ (เบต้า แคลพลัส) ได้ถูกคิดค้นและปรับปรุงให้มีคุณสมบัติที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของกระดูกและข้อ ลดปัญหาความเสื่อมของกระดูก และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ด้วยการคัดสรรสารสกัดที่มีประโยชน์และผ่านการวิจัยอย่างพิถีพิถัน”

อรรคพล หยกยิ่งยง กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายของโฮปฟูลคือการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน”

จากการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง BETA CAL+ (เบต้า แคลพลัส) ได้รับการพัฒนาให้สามารถเสริมสร้างมวลกระดูก ลดอาการข้อเสื่อม และบรรเทาอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกและข้อเสื่อม ด้วยส่วนประกอบสำคัญที่ผ่านการคัดสรรจากทีมนักวิจัย ไม่ว่าจะเป็น Calcium L-Threonate ที่มีอัตราการดูดซึมสูงกว่าแคลเซียมทั่วไป Collagen Type II และสารสกัดขมิ้นชัน ที่ช่วยลดการอักเสบของข้อ พร้อมทั้ง Vitamin D3 และ Zinc Oxide ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก

การดูแลสุขภาพกระดูกและข้อเป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี ควบคู่กับการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนและข้อเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีประสิทธิภาพ เช่น BETA CAL+ (เบต้า แคลพลัส) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกระดูกและข้อให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

โฮปฟูลยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและคิดค้นสูตรใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งศึกษาแนวทางต่าง ๆ มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพกระดูกและข้อในระยะยาว

ทั้งนี้สามารถช้อปสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, Line@, Tiktok, Shopee และ Lazada

“เพชรสีเขียว” อีกหนึ่งอัญมณีที่หายากที่สุด เทรนด์ใหม่ของคนรักเพชร

“เพชรสีเขียว” อีกหนึ่งอัญมณีที่หายากที่สุด เทรนด์ใหม่ของคนรักเพชร

“เพชรสีเขียว” อีกหนึ่งอัญมณีที่หายากที่สุด เทรนด์ใหม่ของคนรักเพชร

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.37 น.

เพชรสีเขียว ถูกจัดเป็นเพชรแฟนซี หรือเพชรสี และเป็นหนึ่งในสีที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการสูงสุด สีเขียวในเพชรเกิดจากกัมมันตภาพรังสีของแร่ในหินซึ่งไปทำให้ผลึกเพชรเสียสภาพจึงเกิดเป็นสีเขียวขึ้น

GIA สถาบันอัญมณีศาสตร์ชั้นนำของโลกได้แบ่งระดับความเข้มของเพชรสีเขียวไว้ 8 ระดับ ดังนี้ Faint Green, Very Light Green, Light Green, Fancy Light Green, Fancy Green, Fancy Intense Green, Fancy Vivid Green และ Fancy Deep Green ซึ่งสีเขียวที่มีมูลค่าต่ำสุด คือ Faint Green และสีเขียวที่มีมูลค่าสูงสุด คือ Fancy Vivid Green

เพชรสีเขียวที่หาง่าย และพบเจอทั่วไปในท้องตลาดมักจะเป็นเพชรสีเขียวที่มีสีเหลืองผสมอยู่ด้วย เช่น เพชรสีเขียวสี Fancy Yellow-Green ซึ่งการที่เพชรสีเขียวมีสีเหลืองผสมอยู่ด้วยนั้นส่งผลให้มูลค่าของเพชรสีเขียวเม็ดนั้นลดลง เนื่องจากสีเหลืองมีมูลค่าต่ำกว่าสีเขียว และพบเจอได้มากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เพชรสีเขียวที่มีโทนสีเหลืองผสมอยู่นั้นคุณภาพไม่ดี หรือไม่สวย แต่เป็นเพราะทิศทางของตลาด และความนิยมของนักสะสมที่ให้คุณค่ากับเพชรสีเขียวเพียวๆที่ไม่มีสีอื่นผสมอยู่มากกว่า

ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลให้มูลค่าของเพชรสีเขียวสูงขึ้น เช่น การที่เพชรสีเขียวติด Green Fluorescence ส่งผลให้เพชรสีเขียวเม็ดดังกล่าวแลดูสีเขียวมากยิ่งขึ้น และบ่อยครั้งทำให้สีเขียวของเพชรสะท้อนแสง หรือที่นิยมเรียกว่าสีเขียวนีออน ซึ่งส่งผลให้ราคาสูงขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เพชรสีเขียวมูลค่าสูงขึ้น คือ การที่เพชรสีเขียวมีโทนสีฟ้าผสมอยู่ เช่น เพชรสีเขียวสี Fancy Bluish Green หรือ Fancy Blue-Green เนื่องจากสีฟ้าเป็นสีที่มูลค่าสูงกว่าสีเขียว การติดโทนสีฟ้าในเพชรจึงทำให้ราคาของเพชรสีเขียวเม็ดดังกล่าวสูงขึ้น

GEMHOLIC ร้านเพชรแฟนซีหนึ่งเดียวในประเทศไทย บริหารงานโดย ปัน -รมย์มนันท์ ติรณศักดิ์กุล ผู้นำเข้าเพชรแฟนซีในทุกๆเฉดสีตรงจากผู้ผลิตทั่วโลก ที่สำคัญเป็นเพชรแท้ สีธรรมชาติ กลายเป็นจุด Check-In หลักของบรรดาสาวกนักสะสม และผู้ที่หลงใหลในอัญมณีเพชรสี

“ปัจจุบันเพชรสีเขียวได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าในอดีต มีลูกค้ามาถามหาเพชรสีเขียวที่ร้านมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าเพชรสีชมพูที่เป็นแชมป์มาหลายสมัย เนื่องจากใส่ได้ทั้งชาย และหญิง” ปัน -รมย์มนันท์ ติรณศักดิ์กุล กล่าวทิ้งท้าย

MSI จัดงานเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ เดินหน้าธุรกิจแล็ปท็อปสำหรับองค์กรเต็มรูปแบบ

MSI จัดงานเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ เดินหน้าธุรกิจแล็ปท็อปสำหรับองค์กรเต็มรูปแบบ

MSI จัดงานเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ เดินหน้าธุรกิจแล็ปท็อปสำหรับองค์กรเต็มรูปแบบ

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.03 น.

MSI และ Intel จัดงาน Commercial Channel Summit เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไลน์อัพแล็ปท็อปรุ่นใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจและองค์กรที่ต้องการประสิทธิภาพและประสบการร์ในการงานขั้นสูงสุด มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Ultra รุ่นใหม่ล่าสุด

MSI ประเทศไทย แบรนด์พรีเมียมแล็ปท็อปชั้นนำ จัดงาน Commercial Channel Summit เพื่อเชิญพาร์ตเนอร์และคู่ค้ากลุ่มธุรกิจและองค์กรในประเทศไทยเข้ารับฟังการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กร ที่มาพร้อมประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูง จากหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Ultra รุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึงยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่จะทำให้การทำงานมีความปลอดภัยและง่ายในการทำงานมากยิ่งขึ้น

Commercial Series

ภายในงาน ก็ได้มีการนำ MSI Commercial Series ตัวจริงมาให้เหล่าพาร์ตเนอร์และสื่อมวลชนได้สัมผัสตัวจริงกันเป็นครั้งแรก สำหรับแล็ปท็อปที่สร้างขึ้นมาเพื่อกลุ่มธุรกิจและองค์กรรุ่นนี้ มีความพิเศษตรงที่ใช้งานหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Ultra และ Intel® Core™ รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำยุคอย่าง Smart Card Reader และ NFC Scanner รวมถึงพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน น้ำหนักเบา และมีดีไซน์ที่เรียบหรู ดูภูมิฐาน ตัวเครื่องทำจากวัสดุ PCR ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแลดล้อมและรวมถึงยังได้มาตรฐาน EPEAT อีกด้วย

 Venture Series

อีกหนึ่งรุ่นใหม่ที่มีการนำมาโชว์เป็นครั้งแรกภายในงานนี้ นั่นก็คือ Venture Series ที่เป็นผลิตภันฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการแล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงและประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เป็นมิตร โดย Venture Series ได้มีการออกแบบมาสำหรับการทำงานอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์เครื่องอันเรียบหรู ดูทันสมัย พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ใช้เทคโนโลยีใหม่จากหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Ultra และยังมาพร้อมตัวเลือกหน้าจอหลากหลายแบบทั้ง 14”, 15”, 16” และ 17” สำหรับการทำงานทุกรูปแบบ โดย Venture Series ได้มีการวางจำหน่ายตามหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท

 Tim Lee ตำแหน่ง MSI Indo-Pacific General Manager กล่าวถึงตลาดแล็ปท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กร

ภายในงาน ได้มีการประกาศถึงการเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบสำหรับธุรกิจแล็ปท็อปของ MSI ในตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจและองค์กร พร้อมเผยถึงกลยุทธ์และเทรนด์ของเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2025 นี้ โดย MSI ได้ตั้งเป้าหมายให้แล็ปท็อปของ MSI เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจและองค์กรผ่านฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับการทำงานและการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ รวมถึงมาตรฐานความแข็งแรงทนทานและการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

 Frank Hsu ตำแหน่ง Director of Commercial Sales & Marketing Team กล่าวถึงเป้าหมายและความมุ่งมั่นสำหรับแล็ปท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กร

Boon Hau Poh ตำแหน่ง Sales Application Engineer Intel SEA-ANZ Sales กล่าวถึงเทรนด์และเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กร

 Sabrina Sung ตำแหน่ง MSI NB SEA Channel Sales Department นำเสนอมาตรฐานและการบริการสำหรับ MSI แล็ปท็อปในกลุ่มธุรกิจและองค์กร

โดยในปี 2025 นี้ MSI พร้อมแล้วที่จะเดินหน้ามุ่งสู่ตลาดแล็ปท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กรอย่างเต็มที่ ด้วยมาตรฐานสินค้าที่ทัดเทียมกับระดับสากล การบริการที่ยกระดับให้พร้อมสำหรับกลุ่มธุรกิจและองค์กรที่ต้องมีการตอบสนองอย่างทันท่วงที รวมถึงประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม และไลน์อัพสินค้าที่มีมาครบครันพร้อมเพรียงทั้งรุ่นเริ่มต้นอย่าง Modern Series, รุ่นที่มีประสิทธิภาพพร้อมประสบการ์ที่ดีเยี่ยมแต่เข้าถึงง่ายอย่าง Venture Series, รุ่นที่เน้นเรื่องความพรีเมี่ยมและประสบการณ์การใช้งานอย่าง Prestige Series, รุ่นที่มีความสามารถหลากหลายและดีไซน์ที่หรูหราอย่าง Summit Series และรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มธุรกิจและองค์กรโดยเฉพาะอย่าง Commercial Series พร้อมแล้วที่จะให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เหมือนใครและยกระดับให้การทำงานสูงขึ้นไปอีกขั้นแล้ววันนี้

MSI Website                 https://th.msi.com/

MSI Thailand Facebook https://www.facebook.com/MSIThailandOfficial

MSI Thailand Instagram  https://www.instagram.com/msi_thailand  

MSI Thailand YouTube   https://msi.gm/2ZgU1tt

-(016)

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จัดแคมเปญ Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จัดแคมเปญ Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จัดแคมเปญ Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

21 มีนาคม 2568 บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป  จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ครบทุกซับแบรนด์ ได้แก่ Mercedes-Benz Passenger Car & Van, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach  และ Mercedes-Benz Certified พร้อมศูนย์บริการครบวงจร จัดแคมเปญพิเศษ Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025 เอาใจลูกค้า และผู้ที่กำลังมองหารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คุณภาพเยี่ยม ด้วยขบวนรถเบนซ์มือสองระดับพรีเมียม ครบทุกเซกเมนต์ ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อย รถเดโม่ รวมกว่า 100 คัน คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 899,000- บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.99%* และมั่นใจในคุณภาพด้วยการรับประกันนาน 1 ปีเต็ม พร้อมเข้ารับบริการ เซอร์วิสฟรี 2 ครั้ง* พิเศษ! รับฟรี กล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง Thinkware q200 มูลค่า 10,900.-บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงานระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2568* ณ ชั้น 3 โชว์รูมเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป-บางนา

Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองอย่างเป็นทางการ นำเสนอรถยนต์คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก ทุกคันได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดผ่าน Multi-Point Check กว่า 200 รายการ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้อะไหล่แท้ และดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพ 1 ปีเต็ม รถที่นำมาจำหน่ายได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น รถผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย), รถ Demo ป้ายแดง และรถ Trade-in คุณภาพเยี่ยม ภายใต้โปรแกรม Mercedes-Benz Certified Pre-Owned Vehicles ที่กำหนดมาตรฐานรถมือสองต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 8 ปี หรือเลขไมล์ไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร Benz BKK Group – Bangna ยังเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มอบประสบการณ์แบบครบวงจร ทั้ง การซื้อ ขาย เทรดอิน และบริการจัดหาสินเชื่อเฉพาะบุคคล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ VIP Lounge, ห้องส่งมอบรถ 360 องศา, Co-Working Space, ห้องประชุมส่วนตัว และบริการนวดออฟฟิศซินโดรมโดยเทอราปิสมืออาชีพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ มั่นใจได้ในคุณภาพและบริการที่เหนือกว่าเฉพาะที่ Benz BKK Group

“Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025” ครั้งนี้พิเศษกว่าที่เคย เพราะไม่ต้องรอถึงงาน Certified Expo ก็สามารถเลือกซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองคุณภาพเยี่ยมในราคาสุดคุ้มได้ทันที พบกับกองทัพรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์กว่า 100 คัน ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

ไฮไลท์ภายในงาน:

•             อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%*

•             รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์

•             โปรโมชั่นสุดคุ้ม! เป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท

•             พิเศษ! รับฟรี กล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง Thinkware Q200 มูลค่า 10,900 บาท*

(*เฉพาะลูกค้าที่จองในงานและรับรถภายในวันที่ 15 เมษายน 2568 เท่านั้น)

รถยนต์ไฮไลท์ภายในงาน Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025

พิเศษ!!! Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Premium ราคาพิเศษ 3,790,000.- บาท

•             Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Premium ปี 2022 ระยะไมล์ 16,xxx ราคาพิเศษ 3,790,000.- บาท

พิเศษ!!! ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท 

•             Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde ปี 2016 สีขาว ระยะไมล์ 127,xxx  ก.ม. ราคา 799,000.-บาท

•             Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde ปี  2017  สีดำ ระยะไมล์ 60,xxx ก.ม. ราคา 899,000 .-บาท

•             Mercedes-Benz C 350 e Avantgarde ปี 2018 สีเทา ระยะไมล์ 76,xxx ก.ม. ราคา 990,000.-บาท

พิเศษ!!! ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%*  กับรถยนต์ Mercedes-Benz (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)

•             Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde ปี 2018 ระยะไมล์ 47,xxx ก.ม. ราคาพิเศษ 1,290,000.- บาท

•             Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ปี 2020  ระยะไมล์ 82,xxx ก.ม. ราคาพิเศษ 1,390,000.- บาท

•             Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic  ปี 2021 ระยะไมล์ 42,xxx  ราคาพิเศษ 1,590,000.- บาท

•             Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium  ปี 2019 ระยะไมล์ 76,xxx ราคาพิเศษ 2,990,000.- บาท

•             Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ปี 2021 ระยะไมล์ 29,xxx ราคาพิเศษ 2,050,000.- บาท

•             Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic  ปี 2022 ระยะไมล์ 64,xxx ราคาพิเศษ 2,290,000.- บาท

•             Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Dynamic  ปี 2020 ระยะไมล์ 65,xxx ราคาพิเศษ 2,690,000.- บาท

และ พบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆอีกมากมายกว่า 100 คันภายในงาน

พบกับมหกรรมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี! พร้อมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ อาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน* พิเศษ! ลงทะเบียนร่วมงานวันนี้ รับฟรี กระเป๋าอเนกประสงค์ดีไซน์สุดคูล แล้วพบกันที่ “Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Group : Motor Show Special 2025” ระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2568 เพียง 5 วันเท่านั้น! ณ ชั้น 3 โชว์รูม Benz BKK Bangna

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 888 111 888 , Facebook: Mercedes-Benz Certified by Benz BKK , Line: @BenzBKKCertified

-(016)