ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว

ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว

21 มี.ค. 2568 16:05 น.

ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว

เรื่องราวดูจะยังไม่จบง่ายๆ แม้ ดิว อริสรา จะออกมายอมรับผิดและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนจะยังมีคนขุดคุ้ยเรื่องราวต่างๆ ของครอบครัวเธอออกมาไม่หยุด รวมถึงดึงสามี เซบาสเตียน ลี และครอบครัวของสามีออกมาพูดในโลกโซเชียล 

โดยดิวบอกว่า เรื่องไหนเรื่องจริงก็พร้อมยอมรับผิด แต่ถ้าเรื่องไหนไม่จริง ก็อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองและครอบครัวด้วย พร้อมกับขอร้องหากต้องนำเสนอข่าวก็ขอให้มีข้อมูลจริงเพื่อความถูกต้อง และไม่ให้ดึงเซบาสเตียน สามี และลูกๆ ของดิวมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยดิวเขียนข้อความเอาไว้ยาวเหยียดว่า 

“ในวันนี้เรื่องจริง ดิว ยอมรับผิดทั้งหมด แต่เรื่องไหนที่ไม่จริง ตรงนี้ดิวต้องขอความเป็นธรรม ให้กับครอบครัวดิว และ ตัวดิวด้วยนะคะ
ส่วนตัวดิวที่ผ่านมา ดิวไม่เคยออกมาต่อว่า โต้ตอบอะไรใดๆ กับสื่อ เพจต่างๆ ใดๆ ทั้งเพจที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน หรือ คนที่คอมเมนต์ ด่าว่าดิวและครอบครัวอย่างรุนแรงเลยสักครั้ง

ด้วยเพราะตัวดิวเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ และจุดยืนของตัวเอง อย่างตัวดิวตอนนี้ก็มีหน้าที่รับผิดชอบในปัญหาที่ดิวก่อ ดิวต้องใช้หนี้ และทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวันนี้ต่อลูกลูกของดิว

แต่สิ่งที่ดิวอยากจะพูดตรงนี้ คือ ดิวรบกวนและขอร้องให้พี่ๆ สื่อ และเพจต่างๆ ให้ความเป็นธรรมกับดิว และครอบครัวดิวด้วย ดิวอยากขอร้องให้ทุกๆ คนทำหน้าที่ของตัวเองแบบมีคุณภาพ มีข้อมูลจริง และมีจรรยาบรรณที่ถูกตามเหตุผลเรื่องราวจริง และ จุดยืนของตัวเองในพื้นฐานและแบบอย่างที่ถูกต้อง

ดิวเคารพทุกๆ คนเหมือนเดิม และไม่ขอโกรธ โทษใคร “เพราะดิวผิดเอง” ดิวเชื่อว่าทุกๆ คนอยากทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมให้กับสังคมและคนที่เดือดร้อน เช่นเดียวกันในวันนี้ดิวก็ขอความเป็นธรรม ในเรื่องราวที่ไม่จริง เหมือนกับใครต่างๆ ที่ต้องการความเป็นธรรม

ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว

ดิวขอขอบคุณมากๆ ที่เพจ ออกมาขอโทษจากการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดและทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลจริงแล้วในตอนนี้ และหนูอยากจะบอกพี่ๆ นักข่าว หรือ เพจต่างๆ ว่า ”พี่ค่ะหนูไม่โกรธพี่เลย ไม่ว่าพี่จะเขียนอย่างไรแต่เรื่องที่หนูผิดมันคือตัวหนู

พี่อย่าดึง Seb เข้ามาเกี่ยวเพราะเค้าไม่เคยทำอะไรผิดต่อใคร หรือไม่ได้เป็นคนที่ไปทำให้ใครเดือดร้อนแบบหนู และ พี่ค่ะ หนูรู้ว่าหนูผิดไปแล้ว หนูขอโทษ หนูล้มอยู่พี่ ถ้าพี่จะซํ้าเติมหนูจากเรื่องจริงของหนู หนูไม่เปนไร แต่อย่าซํ้าเติมหนูจากเรื่องไม่จริง อย่าดึงคนที่ไม่เกี่ยวมาทำร้าย หรือโจมตีเค้าเลยพี่ เค้าไม่ใช่คนในวงการบันเทิง

ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น หนูก็แทบจะไม่มีใครอยู่รอบตัวหนูแล้ว หนูขอร้องพี่ และ อยากขอร้องทุกๆ คนตรงนี้ ว่าอย่าดึงคนเค้าที่ไม่เกี่ยวจากการกระทำผิดของหนูมาทำให้ Seb เค้าต้องเดือดร้อนหรือไม่สบายใจเลย มันคงไม่มีใครอยากโดนแขวนจากเรื่องที่ตัวเค้าเองไม่ได้ก่อ เค้าอยู่ในฐานะคือพ่อของลูกๆ หนู เหลือทางเดินให้หนูให้ยังมีที่ยืนกับครอบครัวเล็กๆ ของหนู หน่อยเถอะพี่”

ในวันนี้ดิว อยากบอกว่าดิวขอโทษกับทุกๆ การกระทำของดิว ต่อทุกคน ต่อสังคม ต่อครอบครัว ต่อคนที่ให้โอกาส ต่อคนที่รัก ดิวขอโทษจากใจจริงๆ

และ ดิวขอร้องอีกครั้ง อย่าดึงครอบครัวดิว ลูกๆ ดิว หรือ คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของดิวมาเกี่ยวเลยนะคะ อย่าเอารูปเขามาโพสต์ เอาครอบครัวเค้ามาโพสต์ หรือ เอารูปลูกหนูมาโพสต์แล้วก็แค่เบลอหน้าลูกหนูเลยนะคะ  ดิวจะแก้ไขตัวเอง อะไรที่ผิดดิวจะรับผิดชอบและแก้ไขทุกอย่างให้อย่างดีที่สุด

แต่สำหรับเรื่องที่ไม่จริง เห็นใจดิวด้วยนะคะ ใช้วิจารณญาณกับหลายหลายอย่างที่ออกมา ให้โอกาส เปิดใจ และ มองดิวด้วยหลักเหตุผลที่เป็นความจริงด้วยนะคะ

ดิวขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ดิวขอบคุณทุกคนที่ยังให้โอกาสและให้กำลังใจ ดิวขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่ยื่นมือช่วยเหลือ และขอบคุณพี่พี่น้องน้องที่ส่งข้อความเป็นกำลังใจให้ดิว ขอบคุณทุกๆ คนที่ดิวกล่าวข้างต้นนี้จริงๆ จากใจค่ะ

สุดท้ายดิวอยากขอโทษอีกครั้ง ที่ ดิว อริสรา คนนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผิดพลาดและทำให้ใครหลายคนผิดหวัง ดิวจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ดิวขอโทษจากใจจริงๆ ค่ะ”

ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว
ดิว อริสรา ขอร้อง ในวันที่ล้มอยากซ้ำเติมไม่เป็นไร แต่อย่าดึงสามี-ลูก มาเกี่ยว

ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2848489

ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต

21 มี.ค. 2568 15:35 น.

ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต

ก่อนหน้านี้ ดิว อริสรา ได้โฟนอินในรายการโหนกระแส และยอมรับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง พร้อมกับขอโทษทุกคน ซึ่งสาวดิวบอกว่า ในช่วงหนึ่งของชีวิตคนเราจะต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้ และตอนนี้ดิวก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนไม่มีอากาศจะหายใจแล้ว 

ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต

ซึ่งต้องยอมรับว่าเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นกับ ดิว อริสรา ในรอบนี้ ค่อนข้างใหญ่มากๆ สำหรับเจ้าตัวที่จะต้องแบกรับหนี้สินก้อนใหญ่นี้ไว้แค่คนเดียว แต่ถึงจะเจอเรื่องหนักหนามากแค่ไหน แม้ปากจะบอกว่าตอนนี้เหมือนไม่มีอากาศให้เจ้าตัวหายใจ แต่ดิวก็ยังสู้ต่อ

โดยล่าสุด ดิวได้โผล่คอมเมนต์ในโพสต์ๆ หนึ่ง ที่มีการลงรูปลูกชายของนักแสดงสาว แต่ก็มีชาวเน็ตเข้ามาติงให้บุคคลดังกล่าวเอารูปลูกชายของนักแสดงสาวออก เพราะเด็กไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

และ ดิว อริสรา ก็ได้เข้ามาโพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกของคนที่เป็นแม่เอาไว้ว่า “ก็คนคนนี้แหละ ที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ว่าอะไรจะถาโถมแค่ไหน” พร้อมหัวใจสีดำ 

ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต
ดิว อริสรา เผยสิ่งสำคัญที่ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะเจอเรื่องราวถาโถมในชีวิต

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2848473

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

21 มี.ค. 2568 15:06 น.

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

หลังจากที่ ดิว อริสรา ออกมายอมรับว่าเป็นหนี้ 62 ล้านจริง และที่สามีไม่ได้ช่วยเหลือนั้น เป็นเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอีกฝ่าย และตนก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ พร้อมกับยอมรับผิดและขอโทษทุกคนกับเรื่องที่เกิดขึ้น 

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

และงานนี้ ทำเอาชาวเน็ตและเพจได้ออกมาพูดถึงสถานะของ เซบาสเตียน สามีของ ดิว อริสรา โดยหลายคนมองว่าเขาไม่ได้รวยจริง โดยการพูดถึงการนั่งเครื่องบินใน ชั้น Economy Class ที่ไม่ใช่ First Class

เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ เซบาสเตียน ออกมาตอบโต้ด้วยการอธิบายเป็นข้อๆ กับการเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน พร้อมกับอธิบายถึงอาชีพที่เจ้าตัวเคยทำมาอีกด้วยว่า 

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

– ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมเคยขายพิซซ่า คอนโดฯ เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งรถยนต์ เพราะการทำมาหากินอย่างสุจริตนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเสมอ ผมเป็นพ่อที่ภาคภูมิใจของลูกสองคนที่เป็นพลเมืองไทย และหากผมไม่ได้รักผู้คนและประเทศนี้มากขนาดนี้ ผมก็คงไม่รู้สึกจำเป็นต้องอธิบายตัวเอง ผมก็คงใช้ชีวิตที่อื่นได้ง่ายๆ

แต่ความจริงคือ ผมเชื่อมั่นในประเทศไทยอย่างแท้จริง และหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปในอนาคต

– สี่ปีที่ผ่านมานั้น เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายราวกับนั่งบน Roller Coaster ผมได้ค้นพบเสียงของตัวเองในที่สุด และผมก็หวังอย่างจริงใจว่าทุกคนจะรับรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เราทุกคนล้วนเป็นลูกของใครบางคน และเป็นพ่อแม่ของใครบางคนที่เพียงหวังว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน

ตอนนี้ ผมอธิบายในส่วนตัวเองเรียบร้อยแล้ว ต่อไปผมอยากจะจัดการอธิบายแก้ไขกับข่าวปลอมในหลายๆ เรื่อง

จากที่สื่อกล่าวอ้างว่า: เซบาสเตียน “รวยปลอม” เพราะเขานั่งชั้นประหยัด ไม่ได้นั่งชั้นหนึ่ง จากที่มีสื่อได้นำภาพจากวันที่ 5 เมษายน 2016 มาเผยแพร่ ซึ่งเป็นตอนที่ผมเดินทางจากไต้หวัน ไปญี่ปุ่น พร้อมกับครอบครัว โดยใช้สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ พวกเขาหยิบเอาภาพที่มีอายุกว่า 9 ปีมาใช้เพื่อพิสูจน์ว่าผม ‘จน’ และเดินทางด้วยชั้นประหยัด

เซบาสเตียนตอบว่า :

– แล้วมันผิดตรงไหนกับการนั่งชั้นประหยัด? มันคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย แถมเพื่อนกลุ่มใหญ่ยังได้นั่งใกล้กันอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเดินทางกับครอบครัวในระยะทางสั้นๆ กับลูกๆ เราสามารถช่วยกันดูแลพวกเขาได้

– เด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ปีต้องจ่ายค่าโดยสารแทบจะเท่ากับผู้ใหญ่ แล้วมันผิดตรงไหน ที่ผมจะประหยัดเงิน? ยังไงขาเด็กมันก็สั้นอยู่แล้ว

– มีเพียงคนที่โชคไม่ดี ขาดการศึกษา และเดินทางน้อย เท่านั้นแหละ ที่คิดว่าคนรวยจะต้องนั่งเฉพาะชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งเสมอ และต้องแคร์เรื่องระดับที่นั่ง ซึ่งผมไม่ได้เป็นแบบนั้น

– การเดินทางไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่มันเกี่ยวกับประสบการณ์ระหว่างทางต่างหาก

– ถ้าผมไม่นั่งชั้นประหยัด โทษนะ ขอถามหน่อย แล้วผมควรจะเดินทางไปยังเกาะที่สวยงามของประเทศไทยยังไงล่ะ? หรือว่าคุณจะให้ผมนั่งรถบัสแล้วต่อเรือแทน?

– นี่คือตัวอย่างบางส่วนที่ผมเคยโพสต์ภาพตัวเองและครอบครัว ขณะนั่งชั้นประหยัดตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณเห็นว่าผมอับอายตรงไหนไหม? พวกเรานอนหลับดีมาก บอกเลย!

– และสุดท้าย ถ้าคุณจะเป็นนักสืบและโพสต์ภาพเที่ยวบินชั้นประหยัดของผมจากปี 2016 อย่างน้อยก็โพสต์ภาพให้ครบถ้วนหน่อยเถอะ ความจริงคือ ผมนั่งชั้นธุรกิจ ไม่ใช่ว่าผมแคร์เรื่องนี้นะ แต่คุณโกหก แอดมินที่รัก มันดูเหมือนว่า คุณจะไม่รู้ด้วยซ้ำนะ ว่าห้องโดยสารของชั้นธุรกิจหน้าตาเป็นยังไง.

เซบาสเตียน เผยอาชีพที่เคยทำ ยันทำมาหากินอย่างสุจริต ถามกลับผิดตรงไหนนั่งชั้นประหยัด

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2848459

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

21 มี.ค. 2568 14:14 น.

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

หลังจากที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง สีดา พัวพิมล ก็ทำเอาหลายๆ คนตกใจไม่น้อยกับการจากไปแบบกะทันหันเช่นนี้  และเมื่อช่วงเช้า (22 มี.ค.68) ที่ผ่านมา ญาติและครอบครัวแม่สีดาได้เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับศพแม่สีดาไปบำเพ็ญกุศลท่ามกลางความโศกเศร้า

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

นางสาวโอ๊ต ลูกสาวของแม่สีดาเปิดเผยกับทีมข่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ยังไม่ขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณแม่ เนื่องจากต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวชก่อน จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ แต่ที่ผ่านมา แม่อาศัยอยู่ตามลำพังที่อพาร์ตเมนต์ที่พบศพ และคาดว่าอาจจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัว เพราะแม่ก็อายุมากแล้ว

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว
ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

ส่วนกรณีความประสงค์ที่ทางแม่ที่บอกเอาไว้ตอนรับรางวัลบนเวที ว่าให้นำรางวัลใส่ไปในโลงศพด้วยนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าที่ห้องเกิดเหตุได้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ทราบของพนักงานสอบสวน จึงยังไม่ทราบว่ารางวัลนี้เก็บไว้ตรงไหน

แต่ทางครอบครัวก็น้อมรับ และยินดีที่จะทำตามความประสงค์ของคุณแม่ โดยศพของคุณแม่จะนำไปสวดพระอภิธรรม บำเพ็ญกุศลที่วัดลาดพร้าว และจะมีพิธีฌาปนกิจวันจันทร์ที่ 24 มีนาคมนี้ สำหรับผลการชันสูตรศพ เบื้องต้นจากแพทย์พบว่าแม่สีดาเสียชีวิตจาก ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

ลูกสาวแม่สีดา เปิดใจทั้งน้ำตา ผลชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

ทรัมป์ยกเลิกสถานะผู้อพยพถูกกฎหมายกว่า 530,000 ราย คิวบา เฮติ นิการากัว เวเนฯ เตรียมส่งกลับทั้งหมด

ทรัมป์ยกเลิกสถานะผู้อพยพถูกกฎหมายกว่า 530,000 ราย คิวบา เฮติ นิการากัว เวเนฯ เตรียมส่งกลับทั้งหมด

22 มี.ค. 2568 09:30 น.

ทรัมป์ยกเลิกสถานะผู้อพยพถูกกฎหมายกว่า 530,000 ราย คิวบา เฮติ นิการากัว เวเนฯ เตรียมส่งกลับทั้งหมด

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเพิกถอนสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพจากคิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา จำนวนกว่า 530,000 คน หลังระงับโครงการรับผู้อพยพที่ริเริ่มในยุครัฐบาลไบเดน

วันที่ 22 มีนาคม 2568 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิกถอนสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพมากกว่า 530,000 คน ทั้งจากคิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา ซึ่งเดิมได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ ผ่านโครงการ CHNV ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลโจ ไบเดน

ตามประกาศของรัฐบาลกลาง ผู้อพยพที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายจะต้องออกจากประเทศก่อนวันที่ 24 เมษายน มิฉะนั้นจะถูกยกเลิกใบอนุญาตทำงานและการคุ้มครองจากการเนรเทศ อย่างไรก็ตาม เอกสารที่เผยแพร่ในเอกสารประกาศทางการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อาจมีบางกรณีที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อได้ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

โครงการ CHNV (Cuba, Haiti, Nicaragua, and Venezuela parole program) เปิดตัวในปี 2022 โดยมุ่งให้เส้นทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายแก่ผู้อพยพจาก 4 ประเทศนี้ที่มีผู้สนับสนุนในสหรัฐฯ และสามารถพาครอบครัวเดินทางเข้ามาได้ โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นเวลา 2 ปีภายใต้สถานะ ชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลไบเดนเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วย ลดจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้าทางพรมแดนทางใต้ของสหรัฐฯ

ขณะที่รัฐบาลของทรัมป์มองว่าเป็นการเอื้อให้ผู้อพยพแย่งงานชาวอเมริกัน และยังกล่าวหาว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ปล่อยให้เกิดการฉ้อโกงในระบบ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณายกเลิกสถานะผู้ลี้ภัยชั่วคราวของชาวยูเครนอีกกว่า 240,000 คน ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุด้วย.

รัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินหมื่น แรงงานผู้สูงอายุเข้าเกณฑ์กว่า 570,000 ราย

รัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินหมื่น แรงงานผู้สูงอายุเข้าเกณฑ์กว่า 570,000 ราย

22 มี.ค. 2568 06:27 น.

รัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินหมื่น แรงงานผู้สูงอายุเข้าเกณฑ์กว่า 570,000 ราย

รัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินอุดหนุนกลุ่มประชากรผู้สูงวัยที่ยังทำงาน เป็นจำนวนระหว่าง 10,000-25,000 บาท โดยจะเริ่มโอนภายในเดือนนี้เพื่อเป็นการเพิ่มเงินออมสำหรับการเกษียณอายุ คาดมีประชาชนเข้าเกณฑ์ประมาณ 570,000 ราย

วันที่ 21 มีนาคม 2568 กระทรวงแรงงานของสิงคโปร์เปิดเผยว่า ชาวสิงคโปร์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มากกว่า 570,000 คน จะได้รับเงินอุดหนุนระหว่าง 400-1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 10,100-25,290 บาท ภายในเดือนมีนาคม เพื่อเป็นการเพิ่มเงินออมสำหรับการเกษียณอายุของประชาชนคนทำงาน

รัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า เงินอุดหนุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “โบนัสรายได้และเงินออม” (Earn and Save Bonus) ซึ่งริเริ่มในปี 2567 ภายใต้งบประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 227,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือแรงงานสูงวัยที่เกิดในปี 1973 หรือก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 52-65 ปี (เกิดระหว่างปี 1960-1973) ซึ่งกระทรวงฯ จัดเป็น “ผู้สูงวัยรุ่นใหม่”

โดยผู้มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ อาทิ มีงานทำรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 500-6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 12,600-151,700 บาท ในปีประเมินก่อนหน้า หรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 1 แห่ง

ทั้งนี้ ผู้มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่าจะได้รับเงินอุดหนุนในอัตราสูงกว่า โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนกลาง (CPF) ของผู้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ CPF เป็นระบบออมทรัพย์และบำนาญภาคบังคับสำหรับชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวรวัยทำงาน ซึ่งช่วยสนับสนุนด้านการเกษียณอายุ การดูแลสุขภาพ และที่อยู่อาศัย.

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

22 มี.ค. 2568 04:14 น.

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

สนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ หนึ่งในสนามบินที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดในโลก ต้องปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากไฟฟ้าดับ สร้างความโกลาหลและส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารนับหมื่น

วันที่ 21 มี.ค. 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า สนามบินฮีทโธรว์ หนึ่งในสนามบินที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดในโลก ต้องปิดให้บริการในช่วงเช้าวันศุกร์ (21 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ สร้างความโกลาหลและส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารนับหมื่น

โดยสนามบินฮีทโธรว์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่าสาเหตุของไฟดับมาจากเหตุเพลิงไหม้ที่สถานีไฟฟ้าย่อยนอร์ธไฮด์ ในย่านเฮย์ส ทางตะวันตกของลอนดอน โดยคาดว่าสนามบินจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงเช้าวันเสาร์

นายอเล็กซ์ มาเชราส นักวิเคราะห์ด้านการบิน เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้จะมีขนาดใหญ่ และอาจใช้เวลาหลายวันกว่าที่ระบบการบินจะกลับสู่ภาวะปกติทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

ผลกระทบต่อเที่ยวบินและผู้โดยสาร
เที่ยวบินหลายเที่ยวถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางไปยัง อัมสเตอร์ดัม แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส แชนนอน และแมนเชสเตอร์ โดยข้อมูลจาก FlightRadar24 ระบุว่ามีเที่ยวบินได้รับผลกระทบแล้ว 1,357 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินขาเข้าจำนวน 679 เที่ยว และเที่ยวบินขาออก 678 เที่ยว

ผู้โดยสารที่อยู่ในสนามบินก่อนเกิดเหตุรายงานว่ามีความสับสนวุ่นวาย บางคนไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น มาร์เฮีย ผู้โดยสารวัย 74 ปี ซึ่งเดินทางมากับสายการบิน Brussels Airlines กล่าวว่า เธอมาถึงก็พบว่าสนามบินมืดสนิทและไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลใดๆ ขณะที่ เอลเลน ผู้โดยสารของ British Airways ซึ่งตั้งใจเดินทางไปเวนิสเนื่องในวันเกิดของเธอ ต้องยกเลิกแผนการเดินทาง แต่ได้รับเงินคืนจากสายการบิน

สาเหตุของเพลิงไหม้
ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของเหตุไฟไหม้ที่สถานีไฟฟ้าย่อยนอร์ธไฮด์ อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายโจนาธาน สมิธ รองผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิงลอนดอน  เปิดเผยว่า เพลิงไหม้รุนแรงขึ้นเนื่องจากเชื้อเพลิงที่อยู่ในหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งมี น้ำมันระบายความร้อนปริมาณ 25,000 ลิตร เกิดติดไฟ

แม้เจ้าหน้าที่จากหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของตำรวจนครบาลลอนดอนได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบเหตุการณ์นี้ แต่ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นการก่อวินาศกรรม โดยนายเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีพลังงานของอังกฤษ ยืนยันว่าจากการสอบสวนจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

ข้อกังขาเรื่องระบบสำรองไฟของสนามบิน
จากเหตุการณ์ที่กเิดขึ้นได้ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงบางคนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบสำรองไฟของสนามบิน โดย ดร.อลัน เมนโดซา จาก Henry Jackson Society กล่าวว่า เพลิงไหม้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรทำให้ทั้งสนามบินต้องปิดให้บริการ ซึ่งในกรณีนี้หมายความว่าระบบสำรองอาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ด้านสนามบินฮีทโธรว์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ระบบสำรองไฟทำงานตามปกติ แต่ระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้เต็มรูปแบบ แต่ช่วยให้เครื่องบินสามารถลงจอดและอพยพผู้โดยสารได้

เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินฮีทโธรว์ ยกเลิก-ดีเลย์นับพันเที่ยว กระทบผู้โดยสารนับหมื่น

สถานการณ์ล่าสุด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงทำงานเพื่อควบคุมเพลิง ส่วนทางด้านสนามบินฮีทโธรว์ได้กลับมาเปิดเที่ยวบินบางส่วนอีกครั้ง และหวังจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้ โดยมีรายงานว่าเที่ยวบินแรกลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ที่สถานีไฟฟ้าใกล้เคียง ทำให้สนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในยุโรปต้องปิดให้บริการตลอดทั้งวัน

โฆษกสนามบินฮีทโธรว์ระบุว่า จะให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่เปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินในยุโรปและเตือนผู้คนยังไม่ให้เดินทางมาที่สนามบินเว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากสายการบิน ขณะเดียวกันสนามบินหวังจะให้บริการเต็มรูปแบบในวันเสาร์

นายโทมัส โวลด์บาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวขอโทษผู้โดยสารโดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่า เป็นเรื่องใหญ่สำหรับสนามบินของเรา ขณะที่สายการบินหลัก เช่น British Airways ได้ระบุในแถลงการณ์แจ้งเตือนผู้โดยสารให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปสนามบินฮีทโธรว์ โดยระบุว่ากำลังทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่ออัปเดตข้อมูลให้กับผู้โดยสารเกี่ยวกับทางเลือกในการเดินทางสำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้าและหลังจากนั้น 

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปัญหาด้านการบินที่ร้ายแรงที่สุดของอังกฤษและอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าระบบทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ

เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ “คิม จองอึน” ร่วมชมการยิง

เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ "คิม จองอึน" ร่วมชมการยิง

21 มี.ค. 2568 22:50 น.

เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ “คิม จองอึน” ร่วมชมการยิง

เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่งเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ โดยมีนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นผู้ควบคุมการทดสอบด้วยตนเอง

วันที่ 21 มีนาคม 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอรายงานว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ ซึ่งการทดสอบจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี โดยกรมขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เพื่อตรวจสอบสมรรถนะโดยรวมของระบบอาวุธใหม่ที่กำลังผลิตเป็นจำนวนมากภายในโรงงานอุตสาหกรรมด้านยุทโธปกรณ์ 

รายงานข่าวระบุว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางไปติดตามการทดสอบขีปนาวุธร่วมกับสมาชิกคนสำคัญของคณะกรรมาธิการทหารกลางของพรรคแรงงาน และผลการยิงแสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธรุ่นใหม่นี้มีความได้เปรียบด้านการตอบสนองรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือสูง

โดยเคซีเอ็นเอได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายที่เผยแพร่พร้อมรายงานข่าวแสดงให้เห็นขีปนาวุธถูกยิงขึ้นและโจมตีเป้าหมายจนเกิดการระเบิด โดยคิม จองอึน มีสีหน้าพึงพอใจต่อผลการทดสอบ

ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า กองทัพของประเทศจะได้รับระบบอาวุธป้องกันประเทศหลักที่มีสมรรถนะโดดเด่นอีกหนึ่งระบบ พร้อมแสดงความขอบคุณต่อทีมวิจัยและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีเหนือ.

กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย

กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย

กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.

กรมชลประทาน จับมือ วิศวะ จุฬาฯ ม.เกษตร และสถาบัน Deltares เนเธอร์แลนด์ เพิ่มศักยภาพชลประทานไทย สู่ความมั่นคงด้านน้ำระดับประเทศ

21 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน และประธานคณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางเทคนิค (Memorandum of Understanding on Knowledge to Knowledge: K2K) โดยมี นายอสิ ม้ามณี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกรมชลประทาน นำโดย นายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายยงยส เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ) นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สถานเอกอัครราชทูต ประจำกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

“MOU นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำในประเทศไทย โดยกรมชลประทาน มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับน้ำที่มีประสิทธิภาพ สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต นอกจากนี้ เรายังเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ผ่านโปรแกรม RID SWAMP ทั้งในด้านของแบบจำลองทางกายภาพ นวัตกรรม และงานวิจัยต่างๆ เพื่อนำกลับมาพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานต่อไป“ นายสุริยพล กล่าว

สำหรับพิธีลงนามฯครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบัน Stichting Deltares แห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลจากการหารือร่วมกันตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำ และเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ และด้านวิศวกรรมชลศาสตร์ ทั้งในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
 

‘อธิบดีกรมชลฯ’เยือนเนเธอร์แลนด์ ศึกษาต้นแบบการจัดการน้ำระดับโลก เสริมแกร่งระบบชลประทานไทยเพื่ออนาคต

'อธิบดีกรมชลฯ'เยือนเนเธอร์แลนด์ ศึกษาต้นแบบการจัดการน้ำระดับโลก เสริมแกร่งระบบชลประทานไทยเพื่ออนาคต

‘อธิบดีกรมชลฯ’เยือนเนเธอร์แลนด์ ศึกษาต้นแบบการจัดการน้ำระดับโลก เสริมแกร่งระบบชลประทานไทยเพื่ออนาคต

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน และประธานคณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) พร้อมด้วย นายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายยงยส เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ) นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมชมและศึกษางานโครงการ Maeslantkering ณ ท่าเรือรอตเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Delta Works Project ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งทางคณะฯ ได้ร่วมฟังการบรรยายแนวคิดและหลักการในส่วนต่างๆของโครงการ อาทิ อาคารป้องกันคลื่น (strom surge) การรักษาแนวชายฝั่งทะเลด้วยวิธีการดูดทรายกลับจากทะเล รวมถึงการบริหารจัดการในช่วงฤดูฝนเพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้ง (กรณีเกิดวิกฤติ) เพื่อนำมาปรับใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานของประเทศ

ต่อมาในช่วงบ่าย อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ เดินทางไปศึกษาดูงานสถาบัน Deltares ณ เมืองเดลฟท์ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจ และงานวิจัยด้านน้ำที่สำคัญ พร้อมทั้งเยี่ยมชม Physical Model ในรูปแบบต่างๆ ที่ทางสถาบันฯได้พัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้ในการออกแบบโครงสร้างและอาคารให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทย นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และหารือแผนการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลง MoU:K2K ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและการจัดการทรัพยากรน้ำในอนาคตต่อไป

– 006