เปิดตัวโปรเจ็ค ‘โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งแรกในพัทยา’

เปิดตัวโปรเจ็ค ‘โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งแรกในพัทยา’

เปิดตัวโปรเจ็ค ‘โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งแรกในพัทยา’

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

พัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เตรียมก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพดี (Healthy City) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโครงการ Ease Orthopedic Hospital’ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสองนักธุรกิจในพื้นที่ ได้แก่ นายเฉลิมพล โขนแจ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านอำเภอโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท คราฟเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ ultra luxury และนางสาวพรพนา รัตนเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารธุรกิจโรงแรมในเครือแอล เค กรุ๊ปพัทยา ร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกและรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โครงการ Ease Orthopedic Hospital พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในภาคตะวันออกและนักท่องเที่ยว ด้วยบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย รวมทั้งการตรวจสุขภาพ (Health Check-up) ผ่านศูนย์ “Check Station” โดยมุ่งเน้นการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเสื่อม ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีอัตราการเติบโตสูงในพื้นที่ภาคตะวันออก ตลอดจนผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาโรคทางกระดูกและข้อ นักกีฬาที่ต้องการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ กลุ่มวัยทำงานที่เผชิญกับปัญหาออฟฟิศซินโดรม โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด “Integrated Care & Value-based Care” ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการรักษาและประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

เฉลิมพล โขนแจ่ม

นายเฉลิมพล โขนแจ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านอำเภอโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท คราฟเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury กล่าวว่า “พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อกับภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา และโครงการ EEC อีกทั้งยังได้รับการยอมรับให้เป็นเมืองกีฬา (Sport City) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมเป็นคนพัทยา เติบโตและอาศัยอยู่ที่นี่ จึงเข้าใจและเห็นการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาของเมืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงโอกาสในการพัฒนาเมืองพัทยาผ่านการดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ การสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อแห่งนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ สามารถป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างครบวงจร โครงการ Ease Orthopedic Hospital ไม่เพียงช่วยยกระดับระบบสาธารณสุขในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ผู้สูงอายุที่พำนักระยะยาวในพัทยา รวมถึงชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยและทำงาน
ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก”

พรพนา รัตนเชษฐ์ 

นางสาวพรพนา รัตนเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือแอล เค กรุ๊ปพัทยา กล่าวถึงความสำคัญของพัทยาในฐานะศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภาคตะวันออกว่า “เราเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักอาศัย และกลุ่มผู้สูงอายุจากต่างประเทศมาเกษียณในไทยที่มาพำนักอยู่ในเมืองพัทยา จึงอยากนำความเชี่ยวชาญที่เรามีในด้านการให้บริการในธุรกิจโรงแรม มาต่อยอดสู่การให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพให้แก่ผู้รับบริการทุกคน โดยเน้นการให้บริการเชิงป้องกัน เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้รับบริการที่ตอบโจทย์และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว”

Ease Orthopedic Hospital โดดเด่นด้วยบริการทางสุขภาพที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากลกับความใส่ใจในการบริการสไตล์โรงแรม (Hospitality Service) โดยทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและไว้วางใจได้

ทั้งนี้ Ease Orthopedic Hospital จะก่อสร้างบนพื้นที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนนเพนียดช้าง ย่านพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

‘ลอนดรี้บาร์’ ร้านสะดวกซักคว้ารางวัล ‘Hygienic Laundromat Franchise 2024’

‘ลอนดรี้บาร์’ ร้านสะดวกซักคว้ารางวัล ‘Hygienic Laundromat Franchise 2024’

‘ลอนดรี้บาร์’ ร้านสะดวกซักคว้ารางวัล ‘Hygienic Laundromat Franchise 2024’

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.29 น.

LaundryBar แบรนด์ร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล “Gold Hygienic Laundromat Franchise 2024” ภายในงาน Top Distributor Awards 2024 Southeast Asia ตอกย้ำความเป็นแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักที่ให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยสูงสุด ประจำปี 2567 ที่มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าสำหรับทั้งผู้ใช้บริการและนักลงทุน และยังช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมร้านสะดวกซักที่ลอนดรี้บาร์ยึดมั่นมาตลอดในฐานะ “แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักที่สะอาด ปลอดภัย และมีมาตรฐานสูงสุด” สะท้อนถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก

พิมลวรรณ ชีวเกรียงไก

พิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด กล่าวว่า รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ LaundryBar ที่ไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนาแพลตฟอร์มแฟรนไชส์ที่ครบวงจร พร้อมยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยในอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก เราภูมิใจที่ได้รับการยอมรับจาก Alliance Laundry Systems องค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยีซักอบระดับโลก รางวัลนี้ไม่เพียงการันตีคุณภาพของแบรนด์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคและนักลงทุน แม้เศรษฐกิจในช่วงปี 2566-2567 จะเต็มไปด้วยความท้าทาย หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่ธุรกิจร้านสะดวกซักกลับเติบโตสวนกระแส ด้วยบทบาทที่เป็นมากกว่าทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็น” ในชีวิตประจำวัน และกลายเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของผู้บริโภค ที่ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่การซักผ้าจำนวนมากด้วยเครื่องขนาดใหญ่ยังช่วยประหยัดเวลาและพลังงาน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ทำให้ร้านสะดวกซักได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และย่านที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด” 

เปิดตัว LaundryBar Lite โมเดลใหม่ ลงทุนง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนรายย่อย เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจร้านสะดวกซัก ด้วย “LaundryBar Lite” แพลตฟอร์มแฟรนไชส์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยงบลงทุนเริ่มต้นเพียง 1.9 ล้านบาท พร้อมเทคโนโลยีหัวจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ ลดต้นทุน ประหยัดพลังงาน แต่ยังคงมาตรฐานระดับสากล

อีกหนึ่งความสำเร็จของ LaundryBar คือความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำ เช่น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพ และ SME Development Bank เพื่อสนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้คนไทยเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตามการลงทุนร้านสะดวกซักยังมีโอกาสเติบโตสูง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือปัจจัยที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่การเลือกแบรนด์ที่มีที่ปรึกษามืออาชีพ ครบวงจร และรอบคอบ การเลือกแบรนด์ที่มีที่ปรึกษามืออาชีพ ครบวงจร การบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ และโลเคชั่นที่เหมาะสม ซึ่งล้วนเป็น Key Success Factors ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว “LaundryBar ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก แต่คือแพลตฟอร์มธุรกิจที่ช่วยให้นักลงทุนเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยระบบสนับสนุนครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการร้าน การดูแลเครื่องซักอบ การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงกลยุทธ์ขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

สำหรับผู้สนใจติดต่อ Line : @LaundryBarThai หรือ คอลเซ็นเตอร์ 0-9267-54455

เปิดตำนาน 5 แมวไทยโบราณ เสริมความมงคล ความปังให้ชีวิต

เปิดตำนาน 5 แมวไทยโบราณ เสริมความมงคล ความปังให้ชีวิต

เปิดตำนาน 5 แมวไทยโบราณ เสริมความมงคล ความปังให้ชีวิต

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.35 น.

ทาสแมวสายมูต้องไม่พลาด! ถึงเวลาปลุกพลังโชคลาภกับ “5 แมวไทยโบราณ” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังขึ้นชื่อเรื่องเสริมดวง เงินทองไหลมาเทมา บารมีพุ่งกระฉูด ในตำนานเล่าว่าแมวไทยบางสายพันธุ์ไม่เพียงแค่เป็นสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเสริมโชคลาภและปกป้องเจ้าของจากเคราะห์ร้าย อยากรู้ว่าแมวตัวไหนช่วยเรียกทรัพย์ แมวพันธุ์ไหนช่วยเสริมอำนาจวาสนา หรือแมวแบบไหนที่อยู่แล้วชีวิตดีขึ้น มาหาคำตอบด้วยตัวเอง พร้อมสัมผัสพลังแห่งเหมียวมงคลที่งาน Thailand Cat Lovers Fair 2025 งานเดียวที่รวมเหล่าแมวมงคลตัวเป็น ๆ มาให้สัมผัสใกล้ชิดแบบเต็มอิ่ม!

แมววิเชียรมาศ (Siamese Cat)–ราชาแห่งแมวไทย

แมววิเชียรมาศ  หรือที่ได้รับการขนานนามว่า ราชาแห่งแมวไทย เป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์ลึกลับและสะกดทุกสายตาที่ได้พบเห็น ด้วยแต้มสีเข้ม 9 จุดที่โดดเด่นบริเวณหน้า ตา หู เท้า และหาง ที่ให้ความรู้สึกถึงความสง่างามและลึกลับยิ่งขึ้น ดวงตาสีฟ้าสดใสราวกับอัญมณีที่สะท้อนความฉลาดและความมีเสน่ห์อย่างไม่ธรรมดา บุคลิกของแมวสายพันธุ์นี้เต็มไปด้วยความแสนรู้และขี้อ้อนมักจะทำให้ผู้คนหลงรักได้ง่ายดาย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าแมววิเชียรมาศเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ที่สามารถช่วยเรียกทรัพย์ เสริมความมั่งคั่ง และปกป้องเจ้าของจากสิ่งไม่ดี หากบ้านไหนได้เลี้ยงแมวสายพันธุ์นี้ อำนาจ วาสนา และโชคลาภก็จะไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสาย เหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

แมวโคราช  หรือ “สีสวาด” (Korat) – อัญมณีแห่งโชคลาภ

แมวโคราช  หรือ “สีสวาด” มีลักษณะเด่นขนสีเทาเงินเงางาม ดวงตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายราวกับอัญมณี ล้ำค่า ว่ากันว่าแมวชนิดนี้เป็นตัวแทนแห่งความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ ที่คนโบราณนิยมมอบให้เป็นของขวัญในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งานแต่งงานหรือการขึ้นบ้านใหม่ เนื่องจากเชื่อว่าจะนำพาความสุขและความมั่งคั่งมาสู่เจ้าของ นอกจากความงามภายนอกแล้ว เจ้าแมวสีสวาดยังขึ้นชื่อเรื่องความรักเจ้าของ และมีนิสัยขี้เล่น เป็นมิตรจนทำให้ใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้ชิดหลงรักได้ไม่ยาก อีกทั้งยังเชื่อกันว่าใครที่ได้ครอบครองแมวสายพันธุ์นี้จะได้รับพรแห่งความสำเร็จ เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตที่รุ่งเรืองไม่มีวันหยุดนิ่ง

แมวศุภลักษณ์ (Suphalak) – บารมีเหนือใคร

แมวศุภลักษณ์ หรือ แมวทองแดง เป็นแมวที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยขนสีน้ำตาลแดงเข้มเงางามสะท้อนแสงระยิบระยับ ดวงตาสีเหลืองอำพันที่เปี่ยมเสน่ห์และทรงพลัง ผสานกับนิสัยที่เฉลียวฉลาด เป็นมิตร และเข้ากับคนง่าย ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้รักแมวทั่วโลก อีกทั้งยังถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ บารมีและความรุ่งเรือง ด้วยคุณ

ลักษณะอันโดดเด่นเหล่านี้ ในปี 2024 สหพันธ์แมวโลก (WCF) จึงประกาศรับรองให้แมวศุภลักษณ์เป็นสายพันธุ์ไทยแท้อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับแมวไทยสู่เวทีโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในฐานะต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้ และตอกย้ำซอฟต์พาวเวอร์ของไทยผ่านมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

แมวโกญจา (Konja) – พลังลึกลับแห่งรัตติกาล

แมวโกญจา หรือที่เรียกกันว่า “แมวดำมงคล” เป็นแมวที่มีขนดำเงางามสะท้อนแสงและทำให้มันดูมีความสง่างาม ดวงตาสีเหลืองอมเขียวเปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ที่ส่องสว่างในความมืด เชื่อกันว่าแมวชนิดนี้มีพลังพิเศษที่สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมอำนาจให้กับเจ้าของ พร้อมทั้งช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ แมวโกญจายังเป็นแมวที่รักอิสระ ซุกซน และมีเสน่ห์ลึกลับที่ดึงดูดผู้คนให้หลงใหลในความขรึมและความเท่ที่ไม่มีใครเหมือน

แมวขาวมณี (Khao Manee) – ราชินีแห่งแมวไทย

แมวขาวมณี ถือเป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์และโชคลาภ ด้วยขนสีขาวสะอาดตาและดวงตาที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นดวงตาสีฟ้าสดใส สีเหลืองอำพัน หรือแม้แต่ดวงตาสองสีที่หายากและดึงดูดใจ แมวขาวมณีเคยเป็นแมวหลวงในราชสำนักและเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากเหล่าทาสทั้งหลาย ด้วยบุคลิกที่อ่อนโยน ฉลาด และเป็นมิตร ทำให้เป็นเพื่อนคู่ใจที่คนรักแมวหลายคนต้องการ ว่ากันว่าใครก็ตามที่ได้ครอบครองแมวขาวมณี จะได้รับความโชคดีในทุกด้าน มีกินมีใช้ตลอดชีวิต และได้รับการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบตัว แมวขาวมณีจึงไม่เพียงเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเสน่ห์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความมั่งคั่ง และถูกยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งแมวไทย” ที่ทุกคนต่างยอมรับและให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน

เตรียมพบกับความน่ารักสุดฟินของ 5 แมวไทยโบราณ ได้ที่ Thailand Cat Lovers Fair 2025 งานมหกรรมแมวที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีระหว่างวันศุกร์ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคาร8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  ค่าเข้าชมเพียง 20 บาท (น้องแมวและเด็กเข้างานฟรี!) และรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าเข้าชมจะนำไปสมทบทุน “โครงการ 1 บาทฯ” ช่วยเหลือน้องแมวยากไร้

Bangkok Art Auction เตรียมจัดประมูลศิลปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Golden Horizons – The Extraordinaire 2025

Bangkok Art Auction เตรียมจัดประมูลศิลปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Golden Horizons - The Extraordinaire 2025

Bangkok Art Auction เตรียมจัดประมูลศิลปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Golden Horizons – The Extraordinaire 2025

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

กลับมาอีกครั้งกับงานประมูลสำหรับนักสะสมและคนรักศิลปะ ภายใต้ชื่อ Golden Horizons – The Extraordinaire 2025 บางกอก อาร์ต อ็อกชั่น (Bangkok Art Auction)  บริษัทในกลุ่ม ART TANK GROUP จัดงานประมูลศิลปะสุดเอ็กซ์ คลูซีฟ คัดสรรผลงานทั้ง Art Thai และ Art นอก ของศิลปินชั้นนำ ศิลปะโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์ของศิลปินชั้นนำของไทยและต่างประเทศ กว่า 109  ชิ้น โดยมีผลงานจากศิลปิน อาทิ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต, อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี, Andy Warhol, Yves Klein , อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ และ อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข เป็นต้น ครอบคลุมทั้งศิลปะโมเดิร์นอาร์ต ศิลปะร่วมสมัย ไปจนถึงศิลปะต่างประเทศ ไฮไลต์ที่สำคัญของงาน ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซของ อ.จักรพันธุ์  โปษยกฤต จากชุด “รจนาเสี่ยงพวงมาลัย” ที่จะนำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันเป็นพิเศษอีกด้วย

เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลและบุคคลทั่วไปเข้าชมนิทรรศการที่รวบรวมงานศิลปะที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างเข้มข้น พร้อมจัดแสดงนิทรรศการให้ชมก่อนอย่างใกล้ชิด โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 มีนาคม  2568  เวลา 10.00 น. – 18.00 น. โดยงานประมูลจะจัดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ บ้านพิพิธภัณฑ์คุณาวงศ์ (ซอยลาดพร้าว 54)

038

ผลงาน Crybaby Molly ชื่อภาพ ซ้ายไปขวา

ผลงาน Crybaby Molly ชื่อภาพ ซ้ายไปขวา

โดย Santa Claus 1981 โดย Andy Warhol

โดย Santa Claus 1981 โดย Andy Warhol

Through the rain โดย Gongkan (ก้องกาน)

Through the rain โดย Gongkan (ก้องกาน)

ถวัลย์ ดัชนี

ถวัลย์ ดัชนี

รจนาเสี่ยงพวงมาลัย พ.ศ. 2540 โดย จักรพันธุ์ โปษยกฤต

รจนาเสี่ยงพวงมาลัย พ.ศ. 2540 โดย จักรพันธุ์ โปษยกฤต

Reflection You 2025 โดย Cheese Arnon

Reflection You 2025 โดย Cheese Arnon

โฆษณาไทยประกันชีวิต “ผิวของแม่” คว้ารางวัล สื่อสารมวลชนดีเด่น ในวันสตรีสากล 2568

โฆษณาไทยประกันชีวิต “ผิวของแม่” คว้ารางวัล สื่อสารมวลชนดีเด่น ในวันสตรีสากล 2568

โฆษณาไทยประกันชีวิต “ผิวของแม่” คว้ารางวัล สื่อสารมวลชนดีเด่น ในวันสตรีสากล 2568

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับรางวัล สื่อสารมวลชนดีเด่นด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประเภทสื่อโฆษณา จากภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” จัดโดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 โดยรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานองค์กรดีเด่น และสตรีผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้มอบ

ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” ตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ไทยประกันชีวิตที่ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก บอกเล่าเรื่องราวของ “การทำชีวิตให้มีคุณค่าต่อผู้อื่น” โดยโฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” ได้คว้ารางวัลยิ่งใหญ่จากเวทีระดับโลกมาแล้วถึง 12 รางวัล จาก 5 เวทีประกวดผลงานโฆษณาระดับโลก อาทิ CANNES LIONS 2024, D&AD Awards 2024, ADFEST 2024, Spike Asia 2024 และ Clio Awards 2024

ช้อปปิ้ง จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ ที่ “Wacoal Yaowarat Space”

ช้อปปิ้ง จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ ที่ “Wacoal Yaowarat Space”

ช้อปปิ้ง จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ ที่ “Wacoal Yaowarat Space”

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตชุดชั้นในวาโก้ เปิดตัวร้านสาขาใหม่ “Wacoal Yaowarat Space” ปรับโฉมตึกเก่าย่านเยาวราชให้เป็นคาเฟ่สายอาร์ต จุดเช็คอินแห่งใหม่ที่เป็นเป็นมากกว่าร้านจำหน่ายชุดชั้นใน

อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเยาวราชในย่านเยาวราช วาโก้ได้เนรมิตตึกเก่าห้องนี้ให้เป็นคาเฟ่สายอาร์ต (Art Cafe’) ตกแต่งสไตล์ผสมผสาน เรียบง่ายสบายตา เป็นพื้นที่จำหน่ายชุดชั้นในสตรีคาเฟ่ และพื้นที่จัดนิทรรศการภาพประกอบและงานศิลปะอื่นๆ ส่วน ชั้นดาดฟ้า rooftop เห็นวิวเยาวราช ร้านตกแต่งด้วยสีชมพู เอกลักษณ์ของวาโก้ ทั้งภายในและภายนอก ทำให้ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ มูลค่าการลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท

เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่คึกคัก คาดหวังว่าจะสามารถดึงดูด ลูกค้าใหม่ๆ ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้ง จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ ที่ “Wacoal Yaowarat Space” จุดเช็คอินแห่งใหม่ให้มากกว่าช็อปชุดชั้นใน

Wacoal Yaowarat Space 9 ตั้งออยู่ระหว่างถนนเยาวราช ซอย 11 และซอยมังกร เดินทางสะดวกด้วย MRT ลงสถานีวัดมังกร ทางออก 3 เดินข้ามถนน และเข้าซอยตลาดเก่า (ซ.เจริญกรุง 16) ถึงถนนเยาวราช มองขวามือ ป้ายชมพูชัดเจน ข้ามถนนมาได้เลย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

038

ไปรษณีย์ไทย พร้อม 5 พันธมิตร ขยายโครงการ ‘Green Hub’ ร่วมชุบชีวิตของเหลือใช้ ส่งต่อคุณค่าใหม่ให้สังคม

ไปรษณีย์ไทย พร้อม 5 พันธมิตร ขยายโครงการ ‘Green Hub’ ร่วมชุบชีวิตของเหลือใช้ ส่งต่อคุณค่าใหม่ให้สังคม

ไปรษณีย์ไทย พร้อม 5 พันธมิตร ขยายโครงการ ‘Green Hub’ ร่วมชุบชีวิตของเหลือใช้ ส่งต่อคุณค่าใหม่ให้สังคม

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึก 5 พันธมิตรเอกชน ได้แก่ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง – ทีพีบีไอ – GC – AIS  และ HMC Polymers ขับเคลื่อนโครงการ “Green HUB” รับขยะกล่องกระดาษ ซองกระดาษ พลาสติกยืดประเภท PE ขวด PET และ PP รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้ว เข้ากระบวนการอัพไซเคิลและรีไซเคิล เปลี่ยนเป็นชุดนักเรียน ถุงขยะ และสิ่งของใหม่ๆ ส่งมอบให้กับนักเรียน  โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน และกลุ่มเปราะบางทางสังคม พร้อมเพิ่มช่องทางเพื่อการส่งต่อขยะสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ 

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ได้ดำเนินโครงการ “Green Hub” ภายใต้แนวคิด “เส้นทาง…ความร่วมมือ รักษ์โลกไปรฯ ด้วยกัน” ซึ่งเป็นการต่อยอดและขยายขอบเขตจากแคมเปญ “reBOX” ภายใต้โครงการ “ไปรษณีย์เชื่อมสุข” โดยมุ่งเน้นกิจกรรมใน 3 ด้านหลักๆ ได้แก่ 1. ไปรษณีย์เชื่อมสุข…ชุมชน เชื่อมโยงสังคมที่มั่นคงรวมกัน 2. ไปรษณีย์เชื่อมสุข…สังคม พลังสู่โอกาสของธุรกิจชุมชนที่ยั่งยืน 3. ไปรษณีย์เชื่อมสุข…สิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาระบบบริหารจัดการคัดแยกขยะให้มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิล สร้างมูลค่า-คุณค่าขยะสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ สู่เป้าหมายการลดคาร์บอน โดยความสำเร็จจากแคมเปญ “reBOX” นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2567 สามารถนำบรรจุภัณฑ์กลับมา Recycle ได้ถึง 644,449 กิโลกรัม

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ 

การดำเนินงานโครงการ Green Hub แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ไปรษณีย์ไทยและเครือข่ายพันธมิตร ได้กำหนดจุดรับนำร่อง จำนวน 50 แห่ง ในพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 48 แห่ง และพื้นที่ต่างจังหวัด จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ไปรษณีย์จังหวัดชลบุรี และไปรษณีย์จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อแยกขยะประเภทต่างๆ จัดส่งไปยัง 5 พันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ภายใต้แคมเปญ “reBOX” รับกล่องและซองกระดาษไม่ใช้แล้ว นำไปรีไซเคิลเป็น “กล่องไปรษณีย์เชื่อมสุข” ส่งมอบให้กับกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ภายใต้แคมเปญ “reBAG” รับพลาสติกยืด ประเภท Polyethylene (PE) ซองพลาสติกไม่ใช้แล้ว ถุง/ ฟิล์มพลาสติกที่แห้ง สะอาด ยืดได้ เพื่อเปลี่ยนเป็น “ถุงขยะพลาสติก” ส่งมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ภายใต้แคมเปญ “เทิร์นสุข” รับพลาสติกประเภท Polyethylene Terephthalate (PET) เช่น ขวดน้ำดื่ม เพื่อเปลี่ยนเป็น “เสื้อนักเรียน” ส่งมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ภายใต้ โครงการ “E-Waste” รับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธี และ บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอร์ จำกัด หรือ (HMC Polymers) ภายใต้แคมเปญ “PP reBORN” รับพลาสติก ประเภท Polypropylene (PP) เช่น กล่องอาหารพร้อมทาน ถ้วยโยเกิร์ต เพื่อเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่เป็นประโยชน์

ด้าน คอร์โซ อูซีลลี่ ประธาน บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอร์ จำกัด หรือ (HMC Polymers) ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP รายใหญ่ของไทย กล่าวว่า HMC Polymers มีส่วนช่วยในการผลักดันการบริหารจัดการคัดแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิลพลาสติก PP อย่างครบวงจรและถูกต้อง เพื่อลดปริมาณการฝังกลบ โดยยังได้ติดตั้ง Drop point สำหรับรวบรวมพลาสติก PP ใช้แล้วในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ห้างสรรพสินค้า Siam Discovery Emporium กลุ่มมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เนื่องด้วยที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องพลาสติกชนิด PP โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์ อาหารและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงคัดแยกไม่ถูกต้อง รวมถึงไม่ทำความสะอาดขยะชนิดนี้ในเบื้องต้นมาก่อน ทำให้คุณภาพพลาสติก PP ที่ใช้แล้วลดลง ดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นการเพิ่มช่องทางเพื่อการส่งต่อขยะ และทำให้เกิดการบริหารขยะที่มีประสิทธิภาพ 

ศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือโครงการในครั้งนี้ เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางการส่งมอบขยะพลาสติก แต่ยังกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อคัดแยกและรีไซเคิลขยะพลาสติกอย่างถูกต้อง พร้อมส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะพลาสติก เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตของทุกคน นำมาสู่การดูแลด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน     

ไปรษณีย์ไทยและเครือข่ายพันธมิตรยังได้ร่วมกับมือวิเศษกรุงเทพขยายขอบเขตเข้าสู่ย่านชุมชน ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงจุดรับของไปรษณีย์ไทยได้เพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแยกขยะและส่งคืน สำหรับการนำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ กลับเข้าสู่กระบวนการได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม สามารถติดตามรายละเอียด และความเคลื่อนไหวกิจกรรมของไปรษณีย์ไทย และโครงการ Green Hub ได้ที่ : https://www.facebook.com/thailandpost.co.thhttps://www.thailandpost.co.th/th/index/f

038

“คิดคิด” เปิดตัวแพลตฟอร์มรักษ์โลก ECOLIFE (version 3) สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า

“คิดคิด” เปิดตัวแพลตฟอร์มรักษ์โลก ECOLIFE (version 3) สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า

“คิดคิด” เปิดตัวแพลตฟอร์มรักษ์โลก ECOLIFE (version 3) สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

“คิดคิด” กิจการเพื่อสังคม เปิดตัว ECOLIFE แพลตฟอร์ม เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนของแบรนด์และองค์กร ด้วยการเป็นเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมลูกค้าของแบรนด์รักษ์โลก และพนักงานในองค์กรต่างๆ เพื่อหนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางเป้าปี 2568 บุกตลาดองค์กร 50 แห่ง และเจ้าของแบรนด์ 100 แบรนด์

พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร (ท็อป) ผู้ก่อตั้ง “คิดคิด” และ “ECOLIFE” เผยว่า “จากการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมา 16 ปี เห็นว่าประเทศไทยได้ขยายการสร้างการรับรู้ (awareness) มามากมายในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องเพิ่มการลงมือทำ (action) ให้มากขึ้น เพราะผู้บริโภคปัจจุบันก็อยากมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมกับแบรนด์มากกว่าแค่การรอรับฟังข่าวสารเท่านั้น หรือองค์กรต่างๆ ที่ทำเรื่อง ESG, SDGs, BCG ก็สามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วม และเก็บข้อมูลของพนักงาน เพื่อนำไปประกอบรายงาน และสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรเป็นแนวทางการประชาสัมพันธ์ต่อไป”

“คิดคิด” เปรียบเหมือนเอเจนซี่ที่เน้นเฉพาะเรื่องความยั่งยืน เราได้พัฒนา ECOLIFE แพลตฟอร์ม เพื่อช่วยเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้คน โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2558 กระทั่ง 2568 จากเดิมมีผู้ลงทะเบียนแรกเริ่ม 1 แสนราย พร้อมกับโซเซียลมีเดียที่มีผู้ติดตามประมาณ 5 แสนราย ทำให้ ECOLIFE มีฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานปัจจุบัน โดยกลยุทธ์ในปี 2568 นี้ “คิดคิด” ต้องการผลักดัน ECOLIFE เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยเสริมการทำการตลาดแบบยั่งยืน (Sustainable Marketing) โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้ากับแบรนด์ทั้งประเภทสินค้าและบริการ เพื่อให้ได้ข้อมูลการมีส่วนร่วมจากลูกค้าตัวจริง และอีกกลุ่มที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ พนักงานทุกระดับในองค์กร ECOLIFE ตอบโจทย์การใช้งาน เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามที่องค์กรกำหนดได้ทุกวัน ทุกที่ ทุกเวลา

ECOLIFE version 3 ได้พัฒนาเป็น Web Application ทุกคนสามารถเข้าใช้งานผ่าน LINE OA @ecolifeapp เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อย ลูกค้าจะสามารถดูโจทย์ของแต่ละแบรนด์ เช่น แบรนด์ชวนคืนบรรจุภัณฑ์หรือแยกขยะ ร้านอาหารให้ลูกค้าทานให้หมดจาน ร้านกาแฟให้ลูกค้านำแก้วมาเอง เมื่อลูกค้าทำกิจกรรมและบันทึกข้อมูล ลูกค้าจะได้คะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ที่แบรนด์จัดสรรให้กับลูกค้า (ระบบ Gamification) ในอีกมุมที่ ECOLIFE ทำกิจกรรมกับพนักงานองค์กรตามโจทย์ที่องค์กรกำหนด แพลตฟอร์ม ECOLIFE จะมีระบบช่วยตรวจสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลให้ฝ่ายบุคคล(HR) มากขึ้น

การวางเป้าหมายปี 2568 ปีแรกของ ECOLIFE version 3 ที่ต้องการบุกตลาดองค์กร 50 แห่ง และแบรนด์ 100 แบรนด์ มาจากการเห็นถึงภาพรวมในประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียน (Listed Company) มากกว่า 700 แห่งที่ต้องรายงานประจำปี และ SMEs ที่มีมากกว่า 2 ล้านราย รวมทั้งแบรนด์จากต่างประเทศ และในประเทศที่ต้องการทำการตลาดอย่างยั่งยืน (Sustainable Marketing) เรามองเห็นโอกาสที่มาจากความจริงจังในการดำเนินการของแบรนด์พร้อมกับการเปิดรับประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค จึงมีความตั้งใจและมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ในปีนี้ ก่อนขยายความร่วมมือให้มากขึ้นด้วยการบุกไปยังกลุ่มอื่นๆ อาทิ โรงพยาบาล วัด ตลาด ชุมชน เพื่อปรับพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

นอกจากนี้ “คิดคิด” จะร่วมมือกับสื่อยักษ์ใหญ่ของไทย ในการนำเสนอเนื้อหาสาระด้านความยั่งยืนในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ รายการโทรทัศน์ หนังสือรวมเล่ม งานเสวนา งานมอบรางวัล เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนของแบรนด์และองค์กรต่างๆ โดยทุกคนสามารถติดตามการวัดผลภาพรวมได้ทาง http://www.ecolifeapp.com อย่างไรก็ตามหลังการพัฒนา ECOLIFE version3 เสร็จเรียบร้อย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดีย ECOLIFE  และสมัครเป็นสมาชิกได้ทาง LINE OA @ecolifeapp

เราตั้งใจทำเป้าหมายสร้างการเติบโตทางรายได้ให้ถึงโดยประมาณ 20 ล้านในปี 2568 ตามที่วางไว้ เพิ่มอัตราการเติบโตกับบริษัทเฉลี่ยปีละ 10-20% เพื่อให้ “คิดคิด” เกิดความยั่งยืนในด้านการดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไรต่อไปในอนาคต

038

‘เติ้ล ตะวัน’ เชื่อ ‘ละอองเทศ’ โดนใจคนดูช่อง 7HD ‘ชอน-พีพี’ แสดงเข้าขา พาให้หลงรัก

‘เติ้ล ตะวัน’ เชื่อ ‘ละอองเทศ’ โดนใจคนดูช่อง 7HD  ‘ชอน-พีพี’ แสดงเข้าขา พาให้หลงรัก

‘เติ้ล ตะวัน’ เชื่อ ‘ละอองเทศ’ โดนใจคนดูช่อง 7HD ‘ชอน-พีพี’ แสดงเข้าขา พาให้หลงรัก

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระแสตอบรับดี ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ออกอากาศเลยทีเดียว สำหรับ ละอองเทศ ละครดราม่าคอเมดี้จากค่าย มงคลดีโปรดักชั่น ของผู้จัดเติ้ล-ตะวัน จารุจินดา ที่จับพระ-นาง ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน กับ พีพี-พัชญา เพียรเสมอ ให้โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งหลายเสียง ต่างบอกว่าเป็นละครที่ดูแล้วสนุก เข้าใจง่าย โดนเส้น โดนใจ สไตล์แฟนละคร ช่อง 7HD ล่าสุดผู้จัด เติ้ล-ตะวัน มาตอกย้ำความน่าติดตามของละคร
เรื่องนี้ให้ฟัง

“ต้องขอบคุณแฟนละคร ช่อง 7HD ที่ติดตามชม ละอองเทศ กันนะครับ เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งของค่าย ที่มีกระแสตอบรับดี ตั้งแต่เริ่มยิงทีเซอร์โปรโมท ก่อนละครออกอากาศเลยครับ ซึ่งละครทุกเรื่องของค่าย มงคลดีฯส่วนใหญ่จะทำให้คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อเรื่องตลอด และบางทีดูแล้วกำลังหัวเราะอยู่ จู่ๆ ก็ร้องไห้ หรือบางทีดูแล้วกำลังเศร้า น้ำตาไหล แต่จู่ๆ ก็มีจังหวะคอเมดี้ แทรกเข้ามา ทำให้คนดูรู้สึกไม่หนักจนเกินไป เป็นละครแนว ดราม่าคอเมดี้ ที่จับต้องได้ คนดูดูแล้วเข้าใจ คิดว่าละครเรื่องนี้ก็น่าจะถูกใจฐานแฟนละคร ของช่อง 7HD พระ-นาง อย่าง ชอน-พีพี ก็แสดงเข้ากันได้ดี และที่สำคัญ อย่างที่เห็นกัน เขาเป็นแม่ค้าขายผัดไทย เวลาที่มีฉากพีพีขายผัดไทยเคาะกระทะ เคาะตะหลิว เราก็มีการถ่ายทำภาพอาหารให้ดูน่าทานเชื่อว่าถ้าใครได้ดู จะต้องมีการอยากออกไปหาซื้อผัดไทยมาทานกันบ้าง (ยิ้ม) รวมถึงในส่วนของตัวพระเอก เรื่องนี้คาแร็กเตอร์เขาเป็นพระเอกสายซัพพอร์ตเป็นหนุ่มใหญ่ อบอุ่น มีความโตกว่านางเอก เป็นผู้ใหญ่หลงรักเด็ก ถ้าใครได้ดูแล้วจะต้องหลงรัก ชอน กับความเป็นคนอบอุ่น เป็นพระเอกไมโครเวฟของเขาในเรื่องนี้แน่นอนครับอยากฝากแฟนๆ ช่อง 7HD ทุกคนติดตามชมละคร ละอองเทศกันนะครับ ดูแล้วสนุก แล้วยังได้ข้อคิด ทั้งในเรื่องของความรัก ความเข้าใจความสัมพันธ์กันในครอบครัว และเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ที่ทุกคนจะเข้าถึงได้จากละครเรื่องนี้ครับ” แฟนๆ เปิดจอ เปิดใจชมละคร “ละอองเทศ” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD เว็บไซต์: www.ch7.com

‘แต้ว-ณฐพร’ นำทัพ ‘แก๊งหิมะเดือด’ สู้ศึกแกะสลักหิมะที่ซัปโปโร

‘แต้ว-ณฐพร’ นำทัพ ‘แก๊งหิมะเดือด’ สู้ศึกแกะสลักหิมะที่ซัปโปโร

‘แต้ว-ณฐพร’ นำทัพ ‘แก๊งหิมะเดือด’ สู้ศึกแกะสลักหิมะที่ซัปโปโร

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แก๊งหิมะเดือด ภาพยนตร์ดราม่าคอเมดี้สุดอบอุ่นหัวใจ เกิดจากไอเดียของ เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ ผู้สร้างสื่อสร้างสรรค์ในโลกโซเซียล อย่างStorylog และ Fictionlog ที่ครั้งนี้มานั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ร่วมด้วยผู้กำกับที่ฝากผลงานไว้มากมายอย่าง นฤบดี เวชกรรม และ ผู้กำกับคนรุ่นใหม่ธนกฤต กิตติอภิธาน พร้อมรวบรวมนักแสดงมากความสามารถ นำโดย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, ตาต้า-ชาติชาย ชินศรี เสริมทัพด้วยนักแสดงคลื่นรุ่นใหม่ แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ,นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์, ปาล์ม-ปุณณานนท์ ตรีวรรณกุล และ เอฟ-ปิยพงษ์ ดำมุณี

เล่าเรื่องราวการประชันฝีมือสุดท้าทายของกลุ่มเยาวชนจากศูนย์ฝึกฯที่ถูกสังคมมองข้าม แต่กลับได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลก เมื่อ ครูชม (รับบทโดย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์) ครูสาวสุดห่ามมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของพวกเขา ตั้งทีมแกะสลักหิมะในชื่อ แก๊งหิมะเดือด นำโดย แจ๊บ (รับบทโดย แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ) เด็กหนุ่มผู้มีฝีมือด้านแกะสลัก โจ (รับบทโดย นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์) ผู้มีใจรักในการวาดภาพ และกลุ่มเพื่อน พร้อมด้วย ครูบอย (รับบทโดย ตาต้า-ชาติชาย ชินศรี) คู่หูคู่คิดของครูชม เพื่อเดินทางสู่การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่ซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น ความท้าทายไม่ได้มีเพียงการที่เด็กไทยต้องเข้าสู่สังเวียนการแกะสลักหิมะที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ แต่ยังรวมถึงการต่อสู้กับอคติของสังคม การฟันฝ่าความไม่เข้าใจกันของคนในทีม และปัญหาครอบครัวที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง นี่คือโอกาสที่พวกเขาจะได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า แม้จะมาจากประเทศที่ไม่มีหิมะ แต่พวกเขาก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและทำความฝันให้เป็นจริงได้ พร้อมค้นพบว่าโลกใบนี้ยังมีพื้นที่สำหรับพวกเขา และมีคนที่พร้อมจะเชื่อในตัวพวกเขาเสมอ ทำให้พวกเขาได้กลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง

“ความสำเร็จของคนไทยในการแข่งขันแกะสลักหิมะระดับโลก ทั้งที่เรามาจากประเทศที่ไม่มีหิมะ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากเล่าเรื่องราวนี้ เมื่อนำมาผสานกับเรื่องราวของเด็กจากศูนย์ฝึกเยาวชนที่หลายคนอาจมองข้าม ยิ่งทำให้ผมอยากสื่อสารถึงพลังของความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากความเชื่อ เหมือนเด็กในศูนย์ฝึกที่แม้จะไม่มั่นใจในอนาคตของตัวเองแต่เมื่อมีครูที่เชื่อในตัวพวกเขา พวกเขาก็สามารถพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าโอกาสมีสำหรับพวกเขาเสมอ” เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ แก๊งหิมะเดือด กล่าว

ร่วมเป็นกำลังใจให้ “แก๊งหิมะเดือด” ทีมเด็กไทยที่ถูกสังคมมองข้าม ในการฝ่าฟันอุปสรรคตั้งแต่การฝึกซ้อมสุดหินจนถึงการพิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันแกะสลักหิมะระดับโลก ในวันที่ 10 เมษายนนี้ กว่า 190 ประเทศทั่วโลกที่ Netflix เท่านั้น!